Thursday, 13 August 2026
Hard News Team

'ม.สือเหอจื่อ' เชิญ 'แม่บ้าน-รปภ.' กล่าวอวยพรแก่บัณฑิตจบใหม่ สะท้อนความเท่าเทียม-ให้เกียรติแก่ทุกคนในรั้วการศึกษานี้

(25 มิ.ย. 67) ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ‘ตี๋น้อย’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ งานพิธีประสาทปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยสือเหอจื่อ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน โดยมีเนื้อความระบุว่า…

“เรียบง่าย ให้เกียรติ และ มีความหมายที่สุด”

“นี่คือสิ่งที่ตี๋น้อยให้คำนิยามเกี่ยวกับงานพิธีประสาทปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยสือเหอจื่อ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีนครับ”

“โพสต์นี้เอาบรรยากาศพิธีประสาทปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยสือเหอจื่อ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน มาฝากครับ”

“ตัวตี๋น้อยเองมีโอกาสได้รับเชิญเข้าร่วมงานพิธีประสาทปริญญาบัตรนี้ด้วย ในตัวงานพิธีจะจัดในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ( ที่นี่พระอาทิตย์ขึ้น 7 โมงเช้า งานพิธีเริ่ม 8 โมงเช้า )”

“ในการเริ่มพิธีจะมีการเคารพธงชาติ หลังจากนั้นก็เป็นการกล่าวสุนทรพจน์ของบัณฑิต โดยมีทั้งตัวแทนของบัณฑิตจีนและต่างชาติ จากนั้น เป็นการอวยพรของเหล่าคณาจารย์ ศิษย์เก่าต่าง ๆ”

“สิ่งที่เป็นไฮไลท์ที่สุดคือ การให้เกียรติ แม่บ้านมหาวิทยาลัย ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ขึ้นกล่าวอวยพรและสอนการใช้ชีวิตแก่บัณฑิตจบใหม่ อันนี้เป็นอะไรที่สุดยอดมาก ๆ แสดงถึงความเท่าเทียม และให้เกียรติกันมาก ๆ เป็นสิ่งที่ตี๋น้อยชอบและประทับใจที่สุดในพิธีครับผม ถือว่าสุดยอดมาก ๆ”

“ในบางมหาวิทยาลัยในจีนเองก็มีการให้แม่บ้าน และฝ่ายรักษาความปลอดภัยขึ้นกล่าวอวยพรบัณฑิตเหมือนกันครับ”

“จากนั้นในการมอบปริญญาบัตร ที่นี่จะเป็นการให้คณะอาจารย์มอบปริญญาบัตรตามจุดต่าง ๆ ทำให้พิธีผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก ๆ ครับ”

“ทั้งหมดตี๋น้อยขอให้คำนิยามเกี่ยวกับพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้ครับว่า ‘เรียบง่าย ให้เกียรติ และมีความหมายที่สุด’ ครับ”

“ปล. ของผมเองน่าจะรอปีหน้าครับ”

มุกดาหาร 'แถลงการณ์' เครือข่ายสุขภาพจังหวัดมุกดาหาร แสดงความห่วงใยถึงเยาวชน และผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต่อประธานกรรมาธิการ

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00 น ณ​ ห้องประชุมมโนรมย์ 1 อาคารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร​ นางกันยกร ซาเสน ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดมุกดาหาร จัดประชุมเวทีเสวนาภาคประชาชนและหน่วยงานของรัฐ แสดงความห่วงใยถึงเยาวชน และผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต่อข้อเสนอของรัฐบาลที่กำลังแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขอให้สนับสนุนร่างพ.ร.บ.ฯ ของภาคประชาชนที่รณรงค์ป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ 2551 อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระ 2 ขั้นการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการ ซึ่งพ.ร.บ. ดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกัน และลดผลกระทบจากปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งมิติสุขภาพ สังคมวัฒนธรรม และเศรษฐกิจ เครือข่ายสุขภาพจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อสุขภาพคนเมืองมุกดาหาร อยากเห็นคนมุกดาหารได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น้อยที่สุด มีความห่วงใยต่อข้อเสนอของรัฐบาล ต่อการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้มาตรการต่างๆอ่อนแอลง เสี่ยงต่อการเพิ่มความสูญเสียต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และชีวิตประชาชน

จึงขอแสดงความห่วงใยและเสนอแนะความคิดเห็น ประกอบการตัดสินใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างควบคุมรอบด้าน ก่อนจะมีการสรุปรายงานของคณะกรรมาธิการฯ เพราะหากแก้ไขแล้วอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กเยาวชนและเกิดปัญหาทางสังคม อยากให้ช่วยปกป้องคนรุ่นใหม่ และดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ ที่สำคัญไม่ควรเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ ควรคุ้มครองและปกป้องเด็กเยาวชน เพิ่มความรับผิดชอบต่อผู้ขาย ไม่เพิ่มปัญหา ไม่เพิ่มคนเดิม และผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยา

'พีระพันธุ์' แจ้ง 'ม็อบรถบรรทุก' กฎหมายช่วยราคาพลังงานใกล้เสร็จแล้ว คาด!! เสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ทันในสมัยการประชุมหน้า

เมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน กล่าวถึงกรณีสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ประกาศเตรียมระดมพลผู้ประกอบการรถบรรทุกจัดคาราวานเพื่อนขบวนรถบรรทุกทุกภูมิภาค เข้ากทม.ในวันที่ 3 ก.ค. 67 เพื่อเรียกร้องตรึงราคาน้ำมันดีเซล 30 บาทต่อลิตร ว่า ให้รอกฎหมายของตน ที่กำลังจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีการเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนรูปแบบการคิดราคาใหม่ เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครกำกับดูแลการค้าน้ำมัน นอกจากนี้ตนจะให้สมาคมรถบรรทุกสามารถนำน้ำมันเข้ามาได้ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงโดยปริยาย เพราะราคาน้ำมันที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แบ่งคนละครึ่ง 50-50 ซึ่งราคาน้ำมันแท้ ๆ ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นภาษี ดังนั้นถ้าลดตรงนี้ไปได้น้ำมันก็ลดลง 

เมื่อถามว่า อีกนานหรือไม่ที่การยกร่างกฎหมายดังกล่าวจะเสร็จสิ้นเรียบร้อย? นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “ตอนนี้ยกร่างดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ทันในสมัยการประชุมหน้า”

เมื่อถามต่อว่า จะทันต่อการเรียกร้องของกลุ่ม สมาพันธ์รถบรรทุกหรือไม่? นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “รอมาตั้ง 50 กว่าปีแล้ว ตนเข้ามายังไม่ถึงปีเลย แต่ตอนนี้กฎหมายจะเสร็จแล้ว”

เมื่อถามอีกว่า ราคาสินค้าและราคาค่าขนส่งกำลังจะขึ้นจะมีมาตรการเฉพาะหน้าออกมาก่อนหรือไม่? นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “เราก็ต้องขอความร่วมมือ แต่ทุกวันนี้มันเป็นเรื่องประหลาด กระทรวงพลังงานกำกับดูแลพลังงาน แต่ไม่มีอำนาจอะไรสักอย่าง กลายเป็นว่าเราต้องไปขอความร่วมมือทั้งที่เป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ไม่เคยมีการออกกฎหมายให้กระทรวงพลังงานมีอำนาจในการควบคุมขนาดมาม่าจะขึ้นราคายังต้องขออนุญาต แต่น้ำมันไม่ต้อง”

เมื่อถามอีกว่า เรื่องดังกล่าวจะต้องพูดคุยกับนายกฯ ให้ชัดเจนหรือไม่? นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า "นายกฯ มอบหมายให้ตนดูแลอยู่แล้ว”

ดร.เอก์’ นำคณะสื่อต้านโกง ร่วมแสดงความยินดีกับ สมาพันธ์สื่อมวลชนฯ ในโอกาสครบรอบ 44 ปี

ดร เอก์  เหลืองสะอาด  นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) นำคณะสื่อต้านโกง ร่วมแสดงความยินดีกับสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ในโอกาสครบรอบ 44 ปี พร้อมร่วมงานมอบรางวัลการประกวดภาพข่าวอาเซียน และการประกวดภาพท่องเที่ยวไทย ประจำปี 2024 ณ ห้องเดอะมิตร-ติ้ง รูม สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ โดยงานวันนี้ได้รับเกียรติจาก นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

สำหรับการประกวดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของสื่อมวลชนในกลุ่มประเทศอาเซียน และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนในอาเซียนได้แสดงความสามารถในการถ่ายภาพด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนการสนับสนุนให้สื่อมวลชนในอาเซียนร่วมส่งเสริมการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

(สุรินทร์) กกล.สุรนารี  ฝึกเหมือนรบ!!! แม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมการฝึกซักซ้อม และทดสอบแผนป้องกันประเทศ ประจำปี 2567

วันที่ 24 มิถุนายน 2567 พลโท อดุลย์  บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกซักซ้อม และทดสอบแผนป้องกันประเทศ ณ กองบัญชาการกองกำลังสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์สุรินทร์ โดยมี พลตรี ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับและร่วมปฏิบัติภารกิจ ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ได้จัดการฝึกขึ้นเพื่อให้กำลังพลทุกนาย มีความรู้ ความเข้าใจ ความคุ้นเคยต่อการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ และแผนป้องกันประเทศ นำไปสู่การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ในยามปกติ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาความพร้อม และขีดความสามารถทางทหารให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ
 

25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 ‘ในหลวง ร.6’ เสด็จฯ เปิด ‘สถานีรถไฟกรุงเทพ’ สถานีที่คนไทยเรียกติดปากว่า 'หัวลำโพง'

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิด ‘สถานีรถไฟกรุงเทพ’ หรือที่คนไทยเรียกติดปากกันว่า ‘หัวลำโพง’

หากย้อนกลับไป ‘สถานีรถไฟกรุงเทพ’ ได้เปิดเดินรถครั้งแรกในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 จากสถานีกรุงเทพ-กรุงเก่า (ปัจจุบันคือสถานีอยุธยา) โดยมีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอรรคราชเทวี ทรงเป็นประธานในการเปิดเดินรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ นับเป็นการเริ่มต้นรถไฟของรัฐบาลสยามอย่างเป็นทางการ ทำให้สถานีรถไฟกรุงเทพกลายเป็นสถานีรถไฟสายหลักของประเทศไปโดยปริยาย

ทั้งนี้ ภายหลังมีการขยายทางรถไฟไปตามมณฑลต่าง ๆ มากมาย ทำให้ปริมาณรถไฟเพิ่มขึ้นจนสถานีกรุงเทพเริ่มคับแคบ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้กรมรถไฟหลวงขยายสถานีรถไฟกรุงเทพให้ใหญ่โต เพื่อรองรับการเดินรถโดยสารและสินค้าที่มีมากขึ้นในปี พ.ศ. 2453

โดยสถานีกรุงเทพใหม่ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ตรงข้ามกับโรงเรียนสายปัญญา เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 โดยมีพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเป็นสัญญาณให้รถไฟขบวนแรกวิ่งเข้าสู่สถานีกรุงเทพ

ส่วนสาเหตุว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเรียก ‘สถานีกรุงเทพ’ เป็น ‘สถานีหัวลำโพง’ เป็นเพราะก่อนที่จะมีสถานีกรุงเทพ ยังมีทางรถไฟสายแรกที่วิ่งจากกรุงเทพไปสมุทรปราการ เรียกว่า ‘ทางรถไฟสายปากน้ำ’ ซึ่งเป็นทางรถไฟที่ได้สัมปทานโดยชาวเดนมาร์ก และเดินรถครั้งแรกในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2436 ก่อนหน้าสถานีกรุงเทพถึง 3 ปี มีสถานีต้นทางอยู่ที่ริมคลองหัวลำโพงตัดกับคลองผดุงกรุงเกษม สถานีนี้จึงมีชื่อว่า ‘สถานีหัวลำโพง’ ตามชื่อคลองที่ทางรถไฟขนานไป

หลังจากที่สถานีกรุงเทพได้รับการปรับปรุงมาอยู่ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ทั้งสองสถานีจึงห่างกันเพียงแค่ข้ามถนน ทำให้คนส่วนใหญ่เรียก ‘สถานีกรุงเทพ’ ว่า ‘สถานีรถไฟหลวงที่หัวลำโพง’ ภายหลังการเดินทางไปปากน้ำสะดวกมากขึ้นทำให้กิจการรถไฟสายปากน้ำได้รับความนิยมลดลง จึงมีการยกเลิกกิจการของรถไฟสายนี้ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2503 เป็นต้นมา เหลือเพียงสถานีกรุงเทพ ที่คนส่วนใหญ่เรียกกันติดปากว่า สถานีหัวลำโพงมาจนถึงปัจจุบัน

'สุริยะ' แย้มข่าวดี!! มอเตอร์เวย์ 'บางปะอิน-โคราช' ลุ้นเปิดทั้งเส้นต้นปี 69 อำนวยความสะดวกการเดินทาง-บรรเทาการจราจรหนาแน่นบน ถ.มิตรภาพ

(24 มิ.ย. 67) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมทางหลวง (ทล.) เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน - นครราชสีมา หมายเลข 6 (M6) ระยะทาง 196 กิโลเมตร (กม.) โดยความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างฯ จากข้อมูล ณ พฤษภาคม 2567 งานด้านโยธา มีความก้าวหน้า 95.20% ล่าสุดก่อสร้างแล้วเสร็จ 31 สัญญา และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 9 สัญญา 

ขณะที่งานระบบ มีความก้าวหน้า 39.86% ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างด่านเก็บค่าผ่านทาง 9 ด่าน ส่วนงานก่อสร้างที่พักริมทาง 15 แห่ง ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ คาดว่า จะเริ่มก่อสร้างในเดือนมิถุนายน 2568 และจะเปิดให้บริการบางส่วนได้ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 

ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเปิดให้บริการตลอดเส้นทาง โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางภายในปี 2568 ก่อนจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ต่อไป

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ยังได้สั่งการให้ ทล. เร่งก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงหินกอง - ปากช่อง ระยะทาง 87 กม. ซึ่งเป็นช่วงที่การจราจรบนถนนมิตรภาพที่มีความหนาแน่น โดยตั้งเป้าหมายจะเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ที่จะถึงนี้ โดยในระยะแรก จะเปิดให้บริการ 1 ฝั่งจราจร 

ทั้งนี้ การเปิดให้บริการมอเตอร์เวย์ M6 เพิ่มเติมในช่วงหินกอง - ปากช่องนั้น จะทำให้ประชาชนสามารถใช้บริการมอเตอร์เวย์ M6 รวมระยะทางประมาณ 164 กม. จากที่ในปัจจุบัน ทล. ได้เปิดให้ประชาชนได้บริการแล้ว ตั้งแต่ช่วงอำเภอปากช่อง - ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระยะทาง 77 กม. 

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการมอเตอร์เวย์ M6 นั้น จะช่วยเพิ่มทางเลือก และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน อีกทั้งยังแบ่งเบาการจราจรหนาแน่นบนถนนมิตรภาพ ที่ในช่วงเทศกาลต่างๆ  จะมีประชาชนใช้เส้นทางดังกล่าว เดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยว ตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย

'กบน.' ควักเงินกองทุนฯ ชดเชยราคาดีเซลเพิ่ม  หลังปรับขึ้นราคาไม่ได้อีก เพื่อลดกระทบประชาชน

(24 มิ.ย.67) ศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center - ENC) รายงานสถานการณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้พิจารณาเพิ่มเงินชดเชยราคาดีเซลขึ้นอีกครั้งเป็น 2.02 บาทต่อลิตร จากเดิมชดเชยอยู่ 1.60 บาทต่อลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับ กบน. ไม่สามารถปรับขึ้นราคาดีเซลได้อีกแล้ว เนื่องจากเต็มเพดานที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้ปรับขึ้นได้ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งปัจจุบันราคาดีเซลจำหน่ายอยู่ที่ 32.94 บาทต่อลิตร ทำให้ กบน. ต้องอนุมัติใช้เงินกองทุนฯ ชดเชยราคาดีเซลเพิ่มขึ้นแทน

ทั้งนี้การเพิ่มเงินชดเชยราคาดีเซลดังกล่าว ส่งผลให้กองทุนฯ ต้องประสบปัญหาเงินไหลออก 178.28 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งมากกว่าเงินไหลเข้า 158.47 ล้านบาทต่อวัน ทำให้เงินกองทุนฯ ติดลบวันละ 19.81 ล้านบาท หรือประมาณ 594 ล้านบาทต่อเดือน

โดยสถานะกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดที่รายงานโดยสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ณ วันที่ 23 มิ.ย. 2567 ภาพรวมกองทุนฯ ยังคงติดลบรวม -110,743 ล้านบาท ซึ่งมาจากบัญชีน้ำมันติดลบรวม -63,121 ล้านบาท และมาจากบัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบรวม -47,622 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กบน. พยายามปรับขึ้นราคาดีเซลจาก 29.94 บาทต่อลิตร นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2567 เป็น 32.94 บาทต่อลิตร หรือเท่ากับปรับขึ้น รวม 6 ครั้ง เป็นเงิน 3 บาทต่อลิตร โดย ครม. อนุญาตให้ปรับขึ้นราคาดีเซลได้ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นระหว่างวันที่ 20 เม.ย.-31 ก.ค. 2567 

ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาดีเซลดังกล่าว เพื่อช่วยลดภาระกองทุนฯ ในการชดเชยราคาดีเซล และหวังให้กองทุนฯ มีเงินไหลเข้าจนบัญชีเป็นบวกในแต่ละวัน เนื่องจากต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการชำระหนี้เงินต้นก้อนแรก จำนวน 30,000 ล้านบาทในเดือน พ.ย. 2567 นี้ (จากหนี้กู้ยืมทั้งหมด 105,333 ล้านบาท) เบื้องต้น กบน. เคยระบุว่าจะพยายามทำให้กองทุนฯ มีรายรับเป็นบวกในแต่ละวันให้ได้ ภายในเดือน ต.ค. 2567 หรือในอีก 4 เดือนข้างหน้าเพื่อให้ทันต่อการชำระหนี้เงินต้นก้อนนี้

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกล่าสุด ณ วันที่ 24 มิ.ย. 2567 เวลาประมาณ 15.00 น. ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ระดับ 82.49 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.34 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 80.76 เหรียญหรัฐฯต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.03 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) อยู่ที่ 85.29 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.05 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ในส่วนของค่าการตลาดน้ำมันที่ผู้ค้าได้รับ ในวันที่ 24 มิ.ย. 2567 ซึ่งรายงานโดย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) พบว่าค่าการตลาดดีเซลอยู่ที่ 1.87 บาทต่อลิตร ส่วนของกลุ่มเบนซินยังสูงอยู่ที่ประมาณ 3.4-3.7 บาทต่อลิตร โดยเฉลี่ยค่าการตลาดน้ำมันตั้งแต่ 1-24 มิ.ย. 2567 อยู่ที่ 2.34 บาทต่อลิตร (จากค่าการตลาดที่ควรได้ที่ 1.50-2 บาทต่อลิตร)

‘เศรษฐา’ เร่ง ‘ททท.’ ปั้นทริปเที่ยวตอบโจทย์แต่ละชาติช่วงโลว์ซีซัน ล็อกเป้า!! 'กลุ่มตะวันออกกลาง-รัสเซีย-คาซัคฯ-อินเดีย' ดีมานด์สูง

(24 มิ.ย.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเดินทางเข้าปฎิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ภารกิจเช้านี้เตรียมและติดตามงาน 2 เรื่อง เรื่องแรกตนได้เชิญทาง ททท. มาเตรียมแผนการท่องเที่ยวในช่วง Q2 - Q3 ที่เป็นช่วง Low Season ของไทย 

“ผมได้ขอให้ ททท. เตรียมแพ็กเกจสำหรับแต่ละประเทศที่มีศักยภาพเพื่อจะทำแผนการท่องเที่ยวราย Segment ให้ตอบโจทย์ของแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวจากกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย หรือประเทศอื่น ๆ เช่น รัสเซีย, คาซัคสถาน, อินเดีย ที่มีความต้องการมาท่องเที่ยวในประเทศไทยสูงและมีความชอบเฉพาะที่แตกต่าง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายเศรษฐา เปิดเผยว่า นอกจากนี้ยังได้พบกับ Mr. Marcus Wallenberg ประธานกลุ่มบริษัท SAAB SEB ซึ่งตนเคยพบตอนห้วงประชุม World Economic Forum ที่ Davos เพื่อติดตามประเด็นต่าง ๆ ที่เคยคุยไว้ เช่น การดึงดูดการลงทุนในไทย การเข้ามาตั้งโรงงานของ Astra Zeneca ซึ่งได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมแล้ว และทางบริษัทฯ จะวางแผนพบกับนักลงทุนไทย เพื่อทำงานร่วมกันระหว่างการประชุม Davos ในปีหน้า

‘หนุ่มเกาหลี’ ลั่น!! คนในชาติตัวเองหล่อกว่า ‘ชายไทย’ ทำชาวเน็ตไทยแห่วิจารณ์ยับ ไม่ยอมโดนหยามเรื่องนี้

(24 มิ.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันสื่อโซเชียลมีอิทธิพลต่อคนทั่วโลก ดังนั้นเราจึงมักเห็นคอนเทนต์ซ้ำ ๆ ในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะคอนเทนต์สัมภาษณ์คนตามท้องถนน

ล่าสุด หนุ่มเกาหลีรายหนึ่งได้กลายเป็นประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังให้สัมภาษณ์ในช่องติ๊กต็อกช่องหนึ่ง โดยในคลิปวิดีโอจะเริ่มจากพิธีกรสัมภาษณ์สาวต่างชาติที่มาทำงานในเกาหลีใต้ และถูกถามว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่างเกาหลีและประเทศไทย

เธอตอบว่า “เพิ่งมาครั้งแรก ยังไม่รู้อะไรมาก” ซึ่งสาวรายนี้มาพร้อมกับเพื่อนชายชาวเกาหลี เพื่อนของเธอจึงกระซิบอะไรบางอย่างข้างหู แต่เธอปฏิเสธและบอกให้เพื่อนพูดเอง

หนุ่มคนนี้จึงพูดว่า “ผู้ชายเกาหลีหล่อมากกว่าถ้าเทียบกับผู้ชายไทย” พิธีกรจึงหันไปถามความเห็นผู้หญิง สาวคนนี้บอกว่า “ฉันคิดว่าก็เหมือน ๆ กันนะ” ทำเอาคลิปวิดีโอนี้กลายเป็นไวรัล มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย

บางคนมองว่าพิธีกรถามคำถามเกี่ยวกับวัฒนธรรมระหว่างประเทศ แต่ผู้ชายคนนี้กลับตอบเรื่องหน้าตา ก็สะท้อนถึงทัศนคติที่ไม่ดีรึเปล่า ถ้าผู้หญิงพูดเองก็จะเสียหาย ดีแล้วที่ผู้หญิงฉลาด และไม่ยอมทำตาม

บางคนก็แสดงความคิดเห็นอย่างสนุกสนานว่า “ลุกซ์ของคนเกาหลีส่วนใหญ่อาจจะดูดีกว่าผู้ชายไทย แต่ถ้าบอกว่าหล่อกว่า ยอมไม่ได้” แถมบ้างก็เชียร์ให้ผู้ชายไทยหันมาดูแลตัวเองและแต่งหน้า แต่งตัว แข่งกับคนเกาหลีไปเลย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top