Thursday, 13 August 2026
Hard News Team

สวนนงนุชพัทยาต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ประจำประเทศไทยพร้อมคณะ ร่วมกันปลูกต้นไม้และเข้าเยี่ยมชม

วันนี้ นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ต้อนรับนายนอเศเรดดีน ไฮดารี ( H.E. Mr. Nassereddin Heidari) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เยี่ยมชมสวนนงนุชพัทยาพร้อมปลูกพันธุ์ไม้เพื่อการอนุรักษ์ ณ สวนรุกขชาติ เชิงเขาบันไดกฤษ

โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ประจำประเทศไทย ได้ปลูกต้นกระท้อนซึ่งเป็นไม้ผลเขตร้อนยืนต้น ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลกระท้อนมีสีสะดุดตา เป็นต้นไม้ที่ทนแล้งได้ดี หลังจากนั้นได้เยี่ยมชมสวนสวย บนเนื้อที่ 1,700 ไร่ หุบไดโนเสาร์ และเนริส์เชอร์รี่พันธุ์ไม้ต่างๆ ที่ทางสวนนงนุชพัทยาได้เก็บรวบรวมมากถึง18,000 ชนิด 

ทั้งนี้ทางสวนนงนุชพัทยาได้ขออนุญาติจากกรมป่าไม้เพื่อทำสวนรุกขชาติ ให้แก่ประเทศไทย จำนวนกว่า 43 ไร่ ซึ่งดำเนินโครงการรวบรวมพันธุ์ไม้และปลูกไม้ยืนต้นชนิดต่างๆที่มีมูลค่าและหายากจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการในการรวบรวมและการปลูกพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลบำรุงรักษาโดยสวนนงนุชพัทยา

'นักวิจัย' เผย AI รู้จักวิธีโกหก 'มนุษย์' ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แนะโลกต้องเร่งสร้างกฎระเบียบที่เข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงนี้

(25 มิ.ย.67) เพจ ‘Business Tomorrow’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการพัฒนาของ AI ที่ก้าวหน้าจนน่าหวาดกลัว โดยระบุว่า…

“นักวิจัยเผย AI รู้จักวิธีที่จะโกหก ‘มนุษย์’ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

“นักวิจัยได้เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดที่น่าตกใจ โดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถเรียนรู้วิธีการโกหกมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความทบทวนที่ตีพิมพ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ในวารสารPatternsนักวิจัยเน้นย้ำถึงอันตรายของการหลอกลวง AI และกระตุ้นให้รัฐบาลสร้างกฎระเบียบที่เข้มงวดอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้”

“ในการทดลอง นักวิจัยพบว่า AI สามารถสร้างข้อความที่มีความน่าเชื่อถือแต่เป็นเท็จ โดยปรับแต่งการตอบสนองให้เหมาะสมกับบริบทและความคาดหวังของมนุษย์ ความสามารถนี้ไม่เพียงแค่การสร้างข้อมูลผิด ๆ แต่ยังรวมถึงการปกปิดข้อมูลบางส่วนและการบิดเบือนความจริงอย่างแยบยล”

“ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความสามารถนี้อาจนำไปสู่การใช้ AI ในทางที่ผิด เช่น การสร้างข่าวปลอม การหลอกลวงทางการเงิน หรือการบิดเบือนข้อมูลทางการเมือง อย่างไรก็ตาม บางคนเสนอว่าความเข้าใจนี้อาจช่วยในการพัฒนาระบบตรวจจับการหลอกลวงที่ดีขึ้น”

“นักวิจัยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและจริยธรรม พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลและการสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมสำหรับ AI”

>> ตัวอย่างการหลอกลวง

“ตัวอย่างของ CICERO ที่สามารถเอาชนะเกม Diplomacy บอร์ดเกมผู้เล่น 7 คนที่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการควบคุมพื้นที่ส่วนมากของโลก หรือเป็นผู้นำของโลก ผ่านการเจรจาทางการทูตเพื่อหาพันธมิตรให้มากที่สุด แต่ในการทำข้อตกลงต่าง ๆ ผู้เล่นสามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมของตนเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เต็มที่”

“ในเกมนี้จะมี AI ตัวหนึ่งชื่อว่า CICERO คิดค้นโดย Meta เปรียบเสมือนตัวช่วย คอยแนะแนวทางผู้เล่นให้สามารถเอาชนะในเกมได้ แต่ปรากฏว่า CICERO สามารถหลอกให้ผู้เล่นเชื่ออย่างอยู่หมัดผ่านการโกหกและหักหลังพวกเดียวกัน พร้อมขึ้นเป็นผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว”

“นั่นหมายความว่า AI ได้พัฒนาตนเองเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ในเกม จนกลายเป็นนกสองหัว และอาจบ่งบอกได้ว่า AI ไม่เพียงแต่กำลังโกหกมนุษย์ แต่หมายถึง AI กำลังมีความคิดเหนือยิ่งกว่านั้น โดยโกหกเพื่อสร้างความเชื่อใจและหักหลังอย่างไร้ความปรานี”

'ดร.สุวินัย' โพสต์อาลัยถึง 'บำรุง คะโยธา' หลังจากไปด้วยอาการสงบ ภูมิใจและดีใจที่เคยเป็น 'สหายร่วมรบ' กันในสมัยกลุ่มพันธมิตรฯ

(25 มิ.ย.67) รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กไว้อาลัยแด่ คุณบำรุง คะโยธา โดยระบุว่า…

“หมากนิพพานของผู้บำเพ็ญอภิมรรค (2) : ไม่เสพอารมณ์ทั้ง 7”

“หลังจากที่เขาฝึกเคล็ด ‘กรรมฐานของมหาเทพ’ หรือเคล็ดลมปราณกรรมฐานเพื่อจิตอมตะที่คุรุเทพถ่ายทอดให้เขา ตัวเขาก็ทุ่มเทชีวิตจิตใจของเขาเข้าสู่มรรควิถีโพธิสัตว์อย่างเต็มตัว

“นี่เป็นการแสวงหาส่วนบุคคล เพื่อความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณอย่างก้าวกระโดดใหญ่ของตัวเขาเอง”

“ทุกค่ำคืนที่เขาล้มตัวลงนอน เขาก็พาตัวเองเข้าสู่โลกแห่ง ‘การตายก่อนตาย’ ”

“เมื่อตื่นขึ้นมา เขาก็เข้าสู่ ‘โลกแห่งความรู้ตัว’ บางครั้งความคิดต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตแวบเข้ามา แต่เขาก็ตัดความอาลัยเหล่านั้นลงโดยเร็ว”

“มีแต่การฝึกลมปราณกรรมฐานเท่านั้นที่นำความพึงพอใจอย่างใหญ่หลวงให้แก่ตัวเขา ทำให้ตัวเขาไม่มุ่งมาดปรารถนาอื่นใดอีกในชีวิตที่เหลือ”

“สิ่งที่ผู้บำเพ็ญลมปราณกรรมฐานต้องระมัดระวังมากที่สุดคือ การเกิดอารมณ์ 7 ชนิด ซึ่งได้แก่
(1) ความแตกตื่น (驚)
(2) ความกลัว (慴)
(3) ความลังเลสงสัย (疑)
(4) ความฟุ้งซ่านสับสน (惑)
(5) ความประมาท (緩)
(6) ความโกรธ (怒)
(7) ความใจร้อนหงุดหงิด (焦)”

“เพราะอารมณ์ทั้ง 7 นี้คือข้อห้ามในการฝึกลมปราณกรรมฐาน และเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การฝึกจิตของผู้บำเพ็ญไม่ประสบความสำเร็จ”

“การบำเพ็ญลมปราณกรรมฐานทุกวัน คือการบ่มเพาะถนอมบำรุงพลังชีวิตควบคู่ไปกับการ "ดูจิต" เจริญวิปัสสนา โดยไม่เสพอารมณ์ใด ๆ โดยเฉพาะอารมณ์ทั้ง 7 จนกระทั่งจิตของผู้บำเพ็ญนิ่งเองดุจบ่อน้ำที่สงบงันจนสามารถสะท้อนดวงจันทร์ได้อย่างสวยงามหมดจด ผลที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งก็คือตัวผู้บำเพ็ญสามารถจดจ่อกับสิ่งที่ตัวเองกำลังกระทำอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างมีสติรู้ตัวบ่อย ๆ ได้”

“ผู้บำเพ็ญอภิมรรคย่อมใช้การฝึกลมปราณกรรมฐานเพื่อเข้าถึงตัวตนที่แท้จริง (真我) ได้อย่างล้ำลึก ด้วยวิธีการนี้เอง เขาย่อมสามารถมีอิทธิพลต่อจักรวาลรอบตัวเขา และจะไม่ถูกกระทบใด ๆ จากความเป็นอนิจจังของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทางโลก”

“ตบะและขันติของเขาย่อมมีขึ้นเอง เพราะมีขันติ เขาจึงเป็นผู้เที่ยงธรรม มีใจเป็นธรรมได้ และเพราะเขามีใจเป็นธรรม เขาจึงมีใจที่เปิดกว้าง เป็นคนที่ใจกว้าง และเพราะเขาเป็นคนที่ใจกว้าง เขาจึงสามารถกระทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างงามสง่า”

“ความใจกว้างและวัตรปฏิบัติที่งดงามของเขา ทำให้ตัวเขาสามารถเข้าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิตที่เปี่ยมพร้อมไปด้วยความจริง ความดีและความงามได้”

“เพราะฉะนั้น เขาจึงกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอภิมรรค (道) ในที่สุด มันเป็นแค่เรื่องของเวลาว่าเมื่อไรเท่านั้น”

“คติประจำใจของผู้บำเพ็ญอภิมรรค
- ไม่แสวงหาความรุ่งโรจน์บนความเจ็บปวดของผู้อื่น
- ยอมละทิ้งตนเอง ผ่อนตามคนอื่นเสมอ
- ถนอมรักกับทุกสิ่ง สามารถรักโลกใบนี้ดุจรักตัวเอง
- ไม่ยึดติดในวัตถุ ไม่หลงใหลในอำนาจลาภยศสรรเสริญทางโลก
- แสวงหาทุกสิ่งจากภายในตัวเองด้วยการเจริญลมปราณกรรมฐาน
- มุ่งบ่มเพาะคุณธรรมต่าง ๆ ภายในตัวเอง จนกระทั่งมีจิตบริสุทธิ์ดุจทารกอีกครั้ง”

“ด้วยความปรารถนาดี
สุวินัย ภรณวลัย
Suvinai Pornavalai

“หมายเหตุ : คุณบำรุง คะโยธา เดินทางไกลครั้งสุดท้าย ด้วยอาการสงบ ณ บ้านกุดตาใกล้ ต.สายนาวัง อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ วันที่ 24 มิถุนายน 2567 เวลา 16.25 น.”

“ขอน้อมส่งดวงวิญญาณของคุณบำรุงกลับสู่ ‘ดาวนักสู้’ ภูมิใจและดีใจที่เราเคยเป็น ‘สหายร่วมรบ’ กันในสมัยการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตรฯ (ปี พ.ศ. 2549-2556)”

ก.แรงงานอัพสกิลผู้ฝึกสอนมวยไทย รองรับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพิ่มทักษะให้เป็นมืออาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ชุมชนในท้องถิ่น

วันที่ 25 มิถุนายน 2567 นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานภายใต้การนำของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันสังคมเด่น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำหรับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) เพื่อรองรับการให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมวยไทยเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นับเป็นศิลปะการต่อสู้แขนงหนึ่งที่สร้างความภาคภูมิใจของประเทศไทย ด้วยเป็นกีฬาที่มีรูปแบบการต่อสู้ที่สวยงาม มีความโดดเด่น ด้านเทคนิคการกอดคอต่อสู้ ซึ่งเป็นการใช้ทั้งกายและใจ สำหรับการต่อสู้ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ โดยเป็นที่รู้จักว่าเป็นนวอาวุธ ซึ่งประกอบด้วย การโจมตีจากร่างกาย ทั้ง หมัด ศอด เข่า และเท้า ในมวยไทย ก่อให้เกิดอาวุธที่มีอานุภาพ  รูปแบบการไหว้ครูที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ท่วงท่าซึ่งประกอบไปด้วยแม่ไม้มวยไทยที่มีความหลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ มวยไทยจึงเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในชาวต่างชาติในฐานะกีฬาและสื่อทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยเหตุผลเหล่านี้อาชีพนักกีฬามวยไทยจริงสามารถสร้างอาชีพ และรายได้ด้านการท่องเที่ยวเข้าสู่ตลาดแรงงานเป็นจำนวนมาก ส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจ ในเขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีศิลปะการต่อสู้ประเภทมวยไทยที่มีชื่อเสียงโดนเด่นสวยงามในนาม “มวยไชยา” มีเอกลักษณ์พิเศษ 7 ด้าน คือ 1) การตั้งท่ามวยหรือการจดมวย 2) ท่าครูหรือท่าย่างสามขุม 3) การว่ายครูร่ายรำ 4) การคาดเชือก จะพันมือด้วยเชือกด้ายดิบหรือเชือกหลักแจวตั้งแต่ข้อมือจนถึงสันหมัด 5) การแต่งกาย 6) การฝึกซ้อมมวยไชยา 7) แม่ไม้มวยไชยา กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงเร่งพัฒนาหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมยกระดับฝีมือ สาขาผู้ฝึกสอนมวยไทย ระดับ 1 เพื่อเพิ่มทักษะ (Up Skill) เสริมสร้างความรู้ พัฒนาการให้บริการ สร้างงานสร้างรายได้

นางสาวสุขศรี ไล่กสิกรรม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เล็งเห็นศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของผู้ให้บริการสนามมวยที่มีจำนวนมากและมีความสามารถในการให้บริการที่มีชื่อเสียงประดับประเทศทั้งพื้นที่เกาะสมุย และอำเภอไชยา อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์มวยไทยไชยาที่มีความโด่ดเด่น จึงมอบหมายให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานีดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตร ผู้ฝึกสอนมวยไทย ระดับ 1 จำนวน 30 ชั่วโมง กำหนดการจัดฝึกอบรมระหว่าง 22 – 26 มิถุนายน 2567 ณ วิทยาลัยการอาชีพไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยวิทยากรวีรบุรุษเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ สาขามวยสากลสมัครเล่น ชาวสุราษฎร์ธานี ร้อยตรีวรพจ เพชรขุ้ม ทำหน้าที่วิทยากร ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับความรู้และพัฒนาทักษะ ด้านการสอนมวยไทย วิทยาศาสตร์การกีฬาสำหรับมวยไทย การสอนทักษะมวยไทย และองค์ความรู้เรื่องมวยไทยและแนวทางการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาผู้ฝึกสอนมวยไทย เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ส่งเสริมให้แรงงานในท้องถิ่นเป็นแรงงานฝีมือ สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ฝึกกีฬามวยไทยและนักท่องเที่ยว

'ภูมิธรรม' ตอกกลับ 'สุดารัตน์' ปูดแก้ รธน.ไม่มีปาร์ตี้ลิสต์ สวน!! ไปฟังใครมา วอน!! สื่ออย่าเต้าข่าว ควรให้ค่าความจริง

(25 มิ.ย. 67) นายภูมิธรรม เวชชชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากรรระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ออกมาเปิดเผยว่ามีข่าวจากคนในพรรคเพื่อไทย จะการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จะให้ไม่มี สส.แบบบัญชีรายชื่อ ว่า หากตนเองได้รับผิดชอบเป็นเรื่องประธาน คณะกรรมาธิการการประชามติ 

ตนเองพูดหลายครั้งว่าการทำประชามติในครั้งนี้ ก็เพื่อหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อจำกัด ซึ่งหากแก้ไขต้องแก้ไขให้ได้ร้อยละ 20 ของฝ่ายค้านและร้อยละ 20 ของวุฒิสภา แล้วจะมาบอกว่าเราจะแก้เพื่อทำร้ายพรรคก้าวไกลนั้น แล้วคะแนนร้อยละ 20 ของพรรคก้าวไกลมาจากไหน ซึ่งรัฐธรรมนูญก็ตกแน่นอน นั่นหมายความว่าไม่มีมูลความจริง และตนเองพูดมาตลอดว่าต้องทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นได้

“ที่คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ฟังมาจากพวกจริง ๆ หรือฝันไป ผมสงสัย” 

นายภูมิธรรม ยังกล่าวอีกว่า ขออย่าไปทำข่าวที่ไม่มีพื้นฐานของความจริง พร้อมถามกลับสื่อมวลชน ทำข่าวที่ไม่เป็นความจริง คืออะไร ข่าวเต้า หรือเต้าข่าว อย่าไปทำเลย ทำงานสร้างพรรคให้แข็งแรงและเป็นกำลังสร้างประชาธิปไตยให้ได้ หากทำแบบนี้จะเป็นปัญหากับตัวเอง

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญลูกเสือสรรเสริญ ปี 66 ‘2 นักเรียนฮีโร่’ ช่วยชีวิตผู้อื่นให้รอดพ้นจากเหตุร้าย

(25 มิ.ย.67) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ พระราชทานเหรียญลูกเสือสรรเสริญ ประจำปี 2566 ให้แก่ลูกเสือที่ประกอบความดีความชอบ ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.2551 รวม 2 ราย

ประกอบด้วย เหรียญลูกเสือสรรเสริญ ชั้นที่ 2 นายวุฒิศักดิ์ มั่งคั่ง ลูกเสือวิสามัญ โรงเรียนนครนายกวิทยาคม จ.นครนายก

เหรียญลูกเสือสรรเสริญ ชั้นที่ 3 เด็กชายศิราพัช ศรีงาม ลูกเสือสามัญ โรงเรียนศาลาคู้ กรุงเทพมหานคร

สำหรับ นายวุฒิศักดิ์ หรือ ยูโร เมื่อครั้งเป็นนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนนครนายกวิทยาคม เคยให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจมน้ำ 3 ราย เป็นพ่อ แม่ ลูก ที่ อ.เมือง จ.นครนายก นายวุฒิศักดิ์จึงกระโดดเข้าไปช่วยเหลือจนทั้ง 3 รายปลอดภัย แต่นายวุฒิศักดิ์มีอาการสำลักน้ำ ทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดและเลือดเป็นกรด กระทั่งพักรักษาจนหายเป็นปกติ เหตุเกิดวันที่ 7 พฤษภาคม 2566

ขณะที่ ด.ช.ศิราพัช เมื่อครั้งเป็นนักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนศาลาคู้ ใช้ความรู้ในการปฐมพยาบาลช่วยชีวิตเด็กอายุ 6 ขวบที่จมนํ้า เหตุเกิดวันที่ 22 ตุลาคม 2565

‘สุทิน’​ เผย ‘นายกฯ’ กำลังดูข้อกฎหมายเรือดำน้ำ ยัน!! หากแล้วเสร็จ จะเร่งนำเข้า ครม. ให้เร็วที่สุด

(25 มิ.ย. 67) นายสุทิน​ คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่ขณะนี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการดูข้อกฎหมายและจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เมื่อใด ว่า หากพิจารณาเสร็จ ก็จะพยายามนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร็วที่สุด

ส่วนเรื่องความคืบหน้านโยบายให้เหล่าทัพ จัดซื้อยุทโธปกรณ์แบบแพ็กเกจ มีความคืบหน้าอย่างไร นายสุทิน กล่าวว่า จะมีการประชุมภายในสัปดาห์นี้พร้อมจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา ซึ่งความจริงแล้วได้มีการพูดคุยกันนอกรอบกับผู้บัญชาการเหล่าทัพแล้ว โดยทุกคนมีความเห็นพ้องต้องกัน แต่เพื่อให้มีความละเอียด แต่จะทำอย่างไรให้ออกมาเป็นมาตรฐานเดียวกันในทางปฏิบัติ จึงให้มีการไปศึกษาดู เช่น การแก้กฎหมายหรือออกเป็นคำสั่งหรือตั้งคณะทำงานพิเศษ ซึ่งคิดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในช่วงของปีงบประมาณ 2569 โดยได้มอบหมายให้พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานคณะทำงาน และปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นคณะทำงานพร้อมจะมีการเชิญเหล่าทัพต่าง ๆ เข้ามาร่วมพูดคุยว่าอะไรทำได้เลย และอะไรต้องแก้

อุปสรรค Landbridge 'ชุมพร-ระนอง' สารพันปัญหาจากทีมคัดค้าน สุดท้าย ECRL เชื่อม 2 ฝั่งทะเลของมาเลย์ ปาดหน้า เปิดปี 2570

(25 มิ.ย. 67) ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ‘โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure’ ได้โพสต์ เหตุขัดแย้งเกี่ยวกับโครงการ แลนด์บริดจ์ ช่วง ชุมพร-ระนอง โดยมีเนื้อความระบุว่า…

“ถ้า #Landbridge ชุมพร-ระนอง มัวแต่ทะเลาะกันก็เลิกเถอะ รอไปใช้ #ECRL ของมาเลย์ เชื่อม 2 ฝั่งทะเล เปิด 2570”

“ส่วนไทย สร้างไม่ได้ กลัวผลกระทบสิ่งแวดล้อม กลัวคนต่างถิ่น สารพัดปัญหา สุดท้ายข้างบ้านเสร็จก่อน รอไปใช้นะ!!”

“วันนี้ผมมาขอระบายเรื่องแผนการพัฒนา Landbridge ช่วง ชุมพร-ระนอง หน่อยครับ เพราะผ่านมากว่า 2 ปี ที่เริ่มศึกษา หาข้อมูล และหาความเป็นไปได้ จนมาถึงการทดสอบความสนใจของเอกชน ที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาเส้นทาง”

“แต่!! ที่ผมได้ยินมา ทั้งในข่าว และมีคนในพื้นที่เล่าให้ฟังว่า มีการตั้งทีมคัดค้านเพื่อไม่ให้โครงการเกิด โดยยกสารพัดปัญหา สิ่งแวดล้อม ไม่คุ้มค่า เรือใช้เวลานาน ไม่มีสายเรือมาใช้ต่าง ๆ นา ๆ ตั้งมอบมาคัดค้าน ให้โครงการมีความมั่นคงต่ำ และสุดท้ายเอกชนก็จะไม่สนใจเข้ามาร่วม”

“แต่คุณรู้รึเปล่า ระหว่างที่เรามัวแต่ทะเลาะกัน มาเลย์ เขาทำนำหน้าเราไปแล้วกับโครงการ ECRL (East Coast Rail Link) เชื่อม 2 มหาสมุทร ระหว่างท่าเรือ Port Klang ฝั่งมหาสมุทรอินเดีย กับ Kuantan Port ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมันก็คือ Landbridge ที่เราพูดถึงกันอยู่เนี่ย!!”

“ซึ่งมาถึงตอนนี้แล้ว ถ้าโครงการเรายังไม่ได้ข้อสรุป และยังคัดค้านเตะขากันไปมาอยู่แบบนี้ก็ “เลิกเถอะครับ” เสียเวลา เปลืองเงิน เอาไปใช้กับ EEC เถอะ เพราะถ้าช้ากว่านี้เราก็ไม่ทัน มาเลย์แล้ว”

>> เผื่อใครยังไม่รู้จัก Landbridge พร้อมผลการศึกษาเบื้องต้น รวมทั้งโครงการ ตามลิงก์ใน
https://www.facebook.com/share/VhDoED4eksUG13mz/?mibextid=WC7FNe

>> รายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน รายการ อัปเดตประเทศไทย EP.6
https://fb.watch/opmDXJfSvl/

>> รายละเอียด MR8 Landbridge ชุมพร-ระนอง ก่อนหน้านี้
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1364108297360979&id=491766874595130

>> สรุปตำแหน่งท่าเรือน้ำลึก และเส้นทาง MR8 เชื่อม 2 ฝั่งทะเล
https://www.facebook.com/share/mXvppD6gf4wVN6Kg/?mibextid=WC7FNe

“มาดูรายละเอียด โครงการ ECRL คู่แข่งของ Landbridge ของเรากันก่อน”

“ECRL เป็นโครงการร่วมทุนระหว่าง รัฐบาล จีน (75%) และมาเลย์ (25%) โดยเป็นรถไฟเชื่อมระหว่าง 2 ฝั่งทะเล เพื่อมาแก้ปัญหาช่องแคบมะละกา ที่หนาแน่นมาก และนำสินค้าเข้าแปรรูปในประเทศก่อนส่งออกทั้ง 2 ฝั่งทะเล”

รายละเอียดเส้นทาง ระยะทางรวม 665 กิโลเมตร
- ยกระดับ 138 กิโลเมตร
- อุโมงค์ 53 กิโลเมตร
- ระดับดิน 404 กิโลเมตร
- สายทางแยก 70 กิโลเมตร

“มาตรฐานการออกแบบรถไฟ
- รถไฟราง Standard Gauge (1.435 เมตร)
- ทำความเร็วรถโดยสารสูงสุด 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- เป็นทางคู่ ตลอดเส้นทาง
- ติดระบบจ่ายไฟฟ้า (OCS) ตลอดเส้นทาง”

“ซึ่งล่าสุด Update ความคืบหน้า เดือนมิถุนายน คืบหน้าแล้ว 65% คาดกว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2571!!”

>> ลิงก์รายละเอียดโครงการ
https://www.mida.gov.my/wp-content/uploads/2024/03/East-Coast-Rail-Link-ECRL-–-Value-Adding-Disruptor-for-National-Logistics-by-MRL_compressed.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTEAAR2MDChMP1s0Db4zDglPjogg5c_TX9EVDJmMMi5zSN1JVzb5nf_1eJJugeQ_aem_CQvxFc87wf9Al93rMldtyA

>> VDO ความคืบหน้าโครงการ เดือนมิถุนายน 67
https://youtu.be/hNCcl6Po3d8?si=YPGGOuj0xVIlE3r9

“ซึ่งอีกหนึ่งความน่าสนใจของเล่นทางนี้ จะทำสายแยกมาติดกับทางรถไฟสายใต้ ของไทย (สถานีสุไหงโกลก) ซึ่งอนาคตอาจจะมีการเจรจารื้อฟื้นการเชื่อมโยงระหว่างประเทศได้
แต่ในอีกมุมหนึ่ง สินค้าไทยเราต้องไปอาศัยท่าเรือมาเลย์ ในการขนส่งมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่สะดวกมากขึ้นในการรับ-ส่งสินค้าเข้าสู่ โครงการ ECRL ได้โดยตรง”

“สุดท้ายผมขอฝากถึงผู้เกี่ยวข้อง ช่วยตัดสินใจให้ชัดว่าจะเอายังไง จะทำไม่ทำ เพราะถ้าช้ากว่านี้ มันก็สายเกินไปแล้ว”

'นทท.ญี่ปุ่น' เคยถูกตุ๊กตุ๊กโกง 6,000 บาท คัมแบ็ก!! แต่รอบนี้เหมาแค่ 200 บาท ชวน!! มาเที่ยวไทย ต้องลอง

เมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.67) จากกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งโพสต์ลงใน X (ทวิตเตอร์) ว่าขึ้นรถตุ๊กตุ๊กจากย่านสุขุมวิทซอย 18 (อโศก) ไปห้างธนิยะ แล้วถูกคนขับเอาเปรียบโดยเรียกค่าโดยสารไปคนละ 1,500 บาท ไปกัน 4 คน รวมเป็น 6,000 บาท จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก ก่อนที่กรมการขนส่งทางบกจะสั่งลงโทษ ปรับคนขับรถคันดังกล่าวจำนวน 2,500 บาท พักใช้ใบอนุญาตขับรถเป็นระยะเวลา 90 วัน และส่งตัวเข้ารับการอบรมจิตสำนึกการให้บริการที่ดีแก่ผู้โดยสารจำนวน 3 ชั่วโมง

ล่าสุด เมื่อไม่นานมานี้ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นคนเดิมก็ได้ออกมาโพสต์ภาพตนเองและเพื่อนๆ บนรถตุ๊กตุ๊กผ่าน X ชื่อ @peronen โดยโควตโพสต์เดิมที่ระบุราคาตุ๊กตุ๊กที่ถูกโกงเมื่อครั้งก่อนหน้านี้ พร้อมระบุข้อความใหม่ว่า “รอบนี้ตนเองมากับเพื่อนรวมทั้งหมด 12 คน นั่งรถตุ๊กตุ๊กกัน 3 คัน โดยคันแรกถูกคิดราคาที่ 200 บาท คันที่ 2 ราคา 300 บาท คันที่ 3 ราคา 200 บาท ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าตอนแรกนึกว่าจะเสียคนละ 200 บาท พร้อมกับฝากถึงคนที่จะมาเมืองไทย คุณจะได้นั่งตุ๊กตุ๊กอย่างสบายใจ มันทั้งสนุกและคุ้นเคย”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็มีคนญี่ปุ่นเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

'กฤชนนท์' ลงพื้นที่สายสีแดงจัดแผน 'เพิ่มรถสาธารณะ-จุดจอดรถ' แย้ม!! นโยบายรถไฟฟ้า 20 ตลอดสาย หนุนผู้ใช้บริการพุ่งเกินคาด

(25 มิ.ย. 67) นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคมและโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการผลักดัน นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรองนายกรัฐมนตรี โดยนำร่อง 2 โครงการ คือ 

1.โครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จำนวน 10 สถานี และช่วงบางซื่อ-รังสิต จำนวน 4 สถานี

2. โครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ จำนวน 16 สถานี ซึ่งขณะนี้มีประชาชนเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีรังสิต โดยได้มีการเจรจากับประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ระบบขนส่งเสริม หรือ Feeder System ยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน โดยเฉพาะด้านของรถสาธารณะ และสถานที่จอดรถยนต์บริเวณสถานี ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานได้จัดทำแผนและเตรียมดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

นายกฤชนนท์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทางหน่วยงาน กรมการขนส่งทางบก ได้จัดเตรียมแผนเพิ่มจำนวนการเดินรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ โดยจะเข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกจังหวัดปทุมธานี ภายในช่วง กรกฎาคม 2567 โดยจากแผนเบื้องต้น จะให้เอกชนเดินรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะเพิ่มอีก 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 วงกลมรังสิต / เส้นทางที่ 2 รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต / เส้นทางที่ 3 รังสิต-โรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส และเส้นทางที่ 4 รังสิต คลอง 7 และเตรียมเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป 

จากปัจจุบันนี้ที่มีรถโดยสารสองแถวขนาดเล็ก สีแดง และสีเขียว จำนวน 4 เส้นทาง วิ่งให้บริการตั้งแต่เปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง ได้แก่ เส้นทาง 6188 รังสิต-จารุศร / เส้นทาง 1008 รังสิต-อำเภอหนองเสือ / เส้นทาง 1116 รังสิต-สถานีรถไฟเชียงราก และเส้นทาง 381 รังสิต-องครักษ์ 

นอกจากนี้ทางหน่วยงาน รฟท. ยังมีแผนที่จะปรับปรุงพื้นที่ เพื่อให้มีสถานที่จอดรถเพิ่มเป็น 200-300 คัน จากปัจจุบันที่สามารถจอดได้ 100 คัน พร้อมทั้งเร่งดำเนินการพัฒนาแผนการก่อสร้างเป็นอาคารจอดรถยนต์เพิ่มเติมต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top