Thursday, 13 August 2026
Hard News Team

บิ๊กอิทธิ ย่องสุวรรณภูมิ ตรวจ Auto ประเดิมคนไทย

เมื่อ 1 ก.ค.2567 เวลา 12.00 น. บิ๊กอิทธิ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.ได้เข้าตรวจเยี่ยม ด่าน ตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 

พล.ต.ท.อิทธิพล เผยว่า " วันนี้ มาตรวจความพร้อม การเริ่มเปิดใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ หรือ Automatic Channel ใหม่ ซึ่งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทำโครงการและสนับสนุนการจัดซื้อ โดยติดตั้งที่พื้นที่ ตรวจคนเข้าเมืองขาออก เป็นด่านแรก ซึ่งจะเพิ่มการติดตั้งขาออก 56 ช่อง จากเดิม 16 ช่อง ซึ่งระยะแรกในวันนี้ จะเปิดใช้ก่อน 13 ช่อง และกำลังติดตั้งเพิ่มเติม ให้ครบ รวมถึง ขาเข้าประเทศด้วย 

ในระยะเริ่มต้น ได้รับรายงานว่า จะใช้เฉพาะการตรวจคนไทยก่อน ส่วนต่างชาติ ทาง AOT จะทดสอบระบบความพร้อมกับระบบ Biometric ของ สตม. และหากการทดสอบผ่านเรียบร้อย จึงจะเริ่มเปิดใช้ ตรวจชาวต่างชาติต่อไป โดยวันนี้ ทาง บก.ตม.2 ได้รับหนังสือยืนยันจาก AOT ว่าสามารถตรวจหนังสือเดินทางไทยได้สมบูรณ์แล้ว จึงเริ่มเปิดใช้งาน ซึ่งตนจับเวลาพบว่า ใช้เวลา ไม่เกินรายละ 20 วินาที เท่านั้น "

ในการตรวจเยี่ยม บิ๊กอิทธิ ถือโอกาสทานข้าวกับ จนท.ตม.ที่เข้าเวร โดยร่วมวงอาหาร ด้วยเมนูเดียวกัน กับที่จัดมื้อสวัสดิการให้ จนท.ตม.ที่เข้าเวร พร้อมกำชับให้อาหารต้อง " วัตถุดิบดี ปริมาณเพียงพอ และ รสชาติอร่อย "ด้วย โดยขอขอบคุณทาง AOT ที่ให้การสนับสนุนกิจการของ ตม.2 เป็นอย่างดีในครั้งนี้

‘ศูนย์ปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์แห่งแรกของจีน’ แล้วเสร็จ พร้อมปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2024

(1 ก.ค.67) สำนักงานใหญ่การก่อสร้างศูนย์ปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์ไห่หนาน ซึ่งเป็นศูนย์ปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์แห่งแรกของจีน ตั้งอยู่ที่เมืองเหวินชาง มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ เปิดเผยว่าขณะนี้ศูนย์แห่งนี้สามารถรองรับภารกิจการปล่อยจรวดได้แล้ว

รายงานระบุว่าหลังจากการประเมินอย่างครอบคลุม ศูนย์ดังกล่าวผ่านเกณฑ์ข้อกำหนดทั้งหมดในการเริ่มปฏิบัติการปล่อยจรวด โดยเมื่อวันอาทิตย์ (30 มิ.ย.) ที่ผ่านมาได้มีการจำลองซ้อมปล่อยจรวดด้วย

งานก่อสร้างศูนย์ปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์ไห่หนานเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2022 ปัจจุบันเป็นพื้นที่ปล่อยยานอวกาศแห่งแรกของจีนที่อุทิศให้กับภารกิจเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ

โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของศูนย์ฯ ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว อาทิ โครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบเชื้อเพลิงและจ่ายก๊าซ สถานีไฟฟ้าย่อย และแท่นปล่อยจรวด

หยางเทียนเหลียง ประธานบริษัท ไห่หนาน อินเตอร์เนชันแนล คอมเมอร์เชียล แอโรสเปซ ลอนช์ จำกัด เผยว่าศูนย์ฯ มีกำหนดปล่อยจรวดครั้งแรกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการเชิงพาณิชย์

หยางกล่าวว่าแผนการต่อไปคือการขยายพื้นที่ปล่อยจรวดด้วยการติดตั้งแท่นปล่อยจรวดเพิ่มเติม และให้บริการปล่อยจรวดและดาวเทียมสำหรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีน

'อ.เจษฎ์' มอง!! ผลการเลือกตั้ง 'นายก อบจ.ปทุมธานี' สะท้อน!! การเมืองไทยไว้ใจไม่ได้ แค่คนมีอำนาจสู้กัน

(1 ก.ค.67) โรงแรมอัศวิน รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก ประธานคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย กล่าวถึงผลการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี ว่า ผลที่ออกมาสะท้อนว่า เป็นเรื่องการเมืองที่ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวร ไว้ใจกันไม่ได้เลย เมื่อดูกรณีนายทักษิณ ชินวัตรที่บอกว่า ไม่รู้จักพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง แล้วความจริงเกิดอะไรขึ้น ทีแรกสนับสนุนกันมา แต่ไป ๆ มา ๆ สนับสนุนอีกคนหนึ่ง ถือว่ามีบริบทเชื่อมโยงกันมากมาย จึงต้องบอกว่า การเมืองไว้ใจไม่ได้ 

ตนไม่รู้ว่าชาวปทุมธานีจะคิดอย่างไร ส่วนตัวเห็นว่า เหตุใดจึงไม่นับคะแนนใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าท้ายที่สุดผลการนับคะแนนจะไปลงที่ใคร หรืออาจจะเป็นไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ คือว่าไม่ได้มีใครดีไปกว่ากัน ทั้งสองฝ่ายทั้งคนที่เรียกว่าลุงชาญ ทั้งคนที่เรียกว่าบิ๊กแจ๊ส ก็อาจจะพอ ๆ กัน ก็เลยกลายเป็นเรื่องเจือสม ไม่มีใครดีไปกว่าใคร สุดท้ายอาจจะสะท้อน อบจ.อื่น ๆ อีก จะเป็นบริบทของการสู้กันลักษณะนี้ ประชาชนแทบไม่ได้อะไรเลย เป็นการสู้กันของผู้มีอำนาจ แล้วท้ายที่สุดผู้มีอำนาจเหล่านั้นก็เข้าไปยึดโยงผลประโยชน์ในจังหวัด ซึ่งผลประโยชน์ในจังหวัดเหล่านั้นก็จะลงไปที่ อบต. ไปที่ระบบแล้วโยงกลับไปที่ระบบมหาดไทยคือผู้ว่าราชการจังหวัด ยึดกันกับ สส. และตอนนี้ยังมี สว. เข้ามาด้วย แบบนี้แล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ซึ่งผลสะท้อนจากปทุมธานี จะเห็นได้เลยว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป

เมื่อถามว่าอำนาจเก่ากลับคืนมาเรียกคะแนนกลับอย่างนี้ จะกลายเป็นโมเดลในหลาย ๆ พื้นที่หรือจังหวัดที่เคยพลาดหรือไม่ นายเจษฎ์ กล่าวว่า อำนาจเก่าหมายถึงนายทักษิณหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่า สังคมปล่อยให้คนอย่างนายทักษิณออกฤทธิ์ออกเดชมากเกินไป 

"สำหรับผมแล้ว สิ่งที่นายทักษิณทำ คือการขัดพระบรมราชโองการ ไม่รับผิดไม่รับโทษ และไม่ทำตนให้เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ถ้าเรายังปล่อยให้คุณทักษิณสามารถทำงานการเมืองแบบนี้ได้ บ้านเมืองเราลำบาก บ้านเมืองเราไปยาก เพราะฉะนั้นเราก็ต้องช่วยกัน ไม่ให้มันเกิดผล ผมไม่รู้ชาวปทุมธานีคิดอย่างไร จริง ๆ ชาวปทุมธานีได้เห็นแล้วว่า ทั้งคู่ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้ราว ทำไมท่านไม่ลงคะแนนไม่ประสงค์จะเลือกใคร แล้วไล่ทั้งสองคนออกไป แล้วไปหาคนใหม่ แต่ท่านก็ไม่ได้ทำถูกไหมครับ ก็หวังว่าชาวจังหวัดอื่น ๆ จะได้ตระหนักในเรื่องนี้ ถ้าไม่มีคนดีพอ ท่านก็ไม่ประสงค์จะเลือกใคร แล้วกวาดคนเหล่านี้ออกไปทั้งหมด ก็จะเป็นหนทางที่ดีกว่า" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

“พิพัฒน์ ร่วมคณะรองนายก ลงพื้นที่โคราช ออกหน่วยบริการแรงงาน ส่งเสริมจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจภาคอีสาน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมคณะ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน ตรวจเยี่ยมพร้อมชมนิทรรศการและการออกหน่วยเคลื่อนที่ของส่วนราชการที่มาเปิดให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ และประชุมรับฟังบรรยายสรุปและมอบนโยบายแก่ผู้บริหารของจังหวัด ส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเป็นเกียรติ นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นางสาวบุณยวีร์ ไขว้พันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนจักราชวิทยา ต.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในวันนี้ผมพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้ลงพื้นที่มายังจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมคณะของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพที่โดดเด่นเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การคมนาคมของภูมิภาคที่เป็นประตูสู่ภาคตะอันออกเฉียงเหนือ อันจะส่งผลให้ประชาชนเกิดการจ้างงานโดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและบริการซึ่งโคราชมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีศักยภาพโดดเด่น มีประชากรมากถึง 2.6 ล้านคน และอยู่ในกำลังแรงงานร่วม 1.2 ล้านคน ในส่วนของกระทรวงแรงงานเองมีภารกิจที่ดูแลแรงงานอย่างครบถ้วนในทุกมิติ การลงพื้นที่ในครั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในระดับจังหวัด มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครราชสีมามาร่วมออกบูธให้บริการประชาชน ได้แก่ ให้บริการสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ สาธิตและฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระ คลินิกอาชีพ บริการรับลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจหางานทำในประเทศและต่างประเทศ บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ สาธิตการทำเครื่องดื่ม และการให้บริการนวดแผนไทย บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน ให้ความรู้เทคนิควิชาการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้งานประกันสังคมมพร้อมรับสมัครผู้ประกันตนมาตรา 40 ด้วย

ต่อมา นายพิพัฒน์ และคณะ ยังได้ร่วมคณะรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน ตรวจเยี่ยมชมนิทรรศการและการออกหน่วยเคลื่อนที่ของส่วนราชการที่มาเปิดให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปและมอบนโยบายแก่ผู้บริหารของจังหวัด ส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ โรงเรียนห้วยแกลงพิทยาคม อ.ห้วยแกลง จ.นครราชสีมา จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ยังได้ร่วมคณะรองนายกรัฐมนตรี ประชุมบูรณาการการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานของจังหวัดนครราชสีมา พบว่า ปัจจุบันมีผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 1,246,522 คน เป็นผู้มีงานทำ 1,226,554 คน ผู้ว่างงาน 4,216 คน รอฤดูกาล 15,752 คน มีแรงงานนอกระบบ 751,623 คน มีอาสาสมัครแรงงาน 289 คน มีแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตทำงาน 39,875 คน นายจ้าง 5,490 แห่ง มีแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ 11,213 คน มีสถานประกอบการในระบบประกันสังคม 10,323 แห่ง ผู้ประกันตน 1,028,076 คน

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ✨ประจำวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
✨ประจำวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

🟢รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 434503

🔴รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 434502 / 434504

🔴รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 839  / 975

🔴รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 778 /  647

🔴รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 89

🟢รางวัลที่ 2 รางวัลละ 200,000 บาท : 051210  120284  779915  643628  119336

🟢รางวัลที่ 3 รางวัลละ 80,000 บาท : 344989  082892  068498  489726  112814  
716400  509881  448678  067625  444531  

🟢รางวัลที่ 4 รางวัลละ 40,000 บาท: 526765  226682  615858  236905  540411  
907438  887136  596385  292040  325423  
313471  295958  950641  092610  290322  
271777  380940  160175  052671  372428  
360281  166107  321165  225892  122729  
918486  494578  206721  636886  370603  
548304  966503  464040  858600  210278  
143702  869310  672342  609789  881222  
516632  023956  875779  709328  794387  
611097  986701  945560  167869  677475  

🟢รางวัลที่ 5  รางวัลละ 20,000 บาท: 847443  133567  625761  227532  725339  
435771  904447  252646  211803  182881  
219385  400838  366206  933517  320226  
059228  644008  911483  002506  598387  
191363  438585  752876  848407  277604  
728162  101429  025099  380460  698584  
498104  066635  412016  292399  597933  
302466  184989  831497  477344  636220  
549722  520301  919369  837681  689093  
782393  459375  360627  424410  584045  
717700  901792  426746  762640  127655  
219369  270390  537736  780912  851414  
960387  787950  122718  189048  958051  
526819  307383  574931  470814  598306  
951359  179061  095930  934011  992438  
204930  051521  694430  265925  148817  
532555  237179  042336  513439  846157  
982253  118847  699727  513569  458224  
752372  487090  970030  421736  667377  
927117  794733  894572  929132  808754  
 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ให้กับบุตรข้าราชการตำรวจที่เรียนดี ประพฤติดี และบุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อช่วยเหลือและเป็นขวัญกำลังใจ

วันนี้ (1 กรกฏาคม 2567) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ประจำปี 2567 ณ ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ให้ความสำคัญด้านสวัสดิการของข้าราชการตำรวจและครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ที่เป็นกำลังพลส่วนใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สมาคมแม่บ้านตำรวจได้ดำเนินนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิต สวัสดิการ ขวัญกำลังใจ และความสามัคคีให้แก่ครอบครัวตำรวจและสมาชิกแม่บ้านตำรวจ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางการศึกษา สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัว โดยการจัดทำโครงการมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2567 สมาคมแม่บ้านตำรวจได้สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการตำรวจที่มีผลการเรียนดีและโดดเด่น หรือเป็นบุตรที่มีความประพฤติดี จนถึงบุตรของข้าราชการตำรวจที่เสียสละชีวิตและร่างกายเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนและสังคม สำหรับการมอบทุนการศึกษาในวันนี้ เป็นการมอบทุนใน 2 ประเภท คือ การมอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทุพพลภาพจนต้องออกจากราชการ จากการปฏิบัติหน้าที่ และการมอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจที่ประพฤติดีขาดแคลนทุนทรัพย์

นายกสมามคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า สำหรับทุนการศึกษาบุตรของข้าราชการที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยผ่านการพิจารณาจากสำนักงานกำลังพล สมาคมแม่บ้านตำรวจสนับสนุนทุนการศึกษามูลค่า 50,000 บาทต่อครอบครัวจำนวน 11 ครอบครัว ส่วนทุนการศึกษาบุตรของข้าราชการตำรวจที่มีความประพฤติดี ขาดแคลนทุนทรัพย์  สมาคมแม่บ้านตำรวจสนับสนุนทุนการศึกษา มูลค่า 3,000 บาทต่อทุน จำนวนมากกว่า 2,000 ทุน โดยเฉลี่ยสัดส่วนจำนวนทุนตามกำลังพลของแต่และหน่วย ซึ่งหน่วยงานที่ได้รับทุนการศึกษาด้านความประพฤติดีมากที่สุดในปีนี้ 3 ลำดับแรก คือ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน , ตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรภาค 9

นอกจากนี้ สมาคมแม่บ้านตำรวจได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม สนับสนุนทุนการศึกษาต่อเนื่องระดับปริญญาตรี เพื่อมอบให้แก่บุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตหรือพิการทุพพลภาพจนให้ออกจากราชการจากการปฎิบัติหน้าที่ จำนวน 5 ทุน และสมาคมแม่บ้านตำรวจขอขอบคุณมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ที่สนับสนุนการศึกษาให้แก่บุตรข้าราชการตำรวจด้วยดีตลอดมา ตลอดจนขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการในทุกด้าน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบคุณสมาคมแม่บ้านตำรวจที่ได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือ และส่งเสริมการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต และบาดเจ็บทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงบุตรข้าราชการตำรวจประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการเชิดชูเกียรติยศของตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และเป็นการส่งมอบกำลังใจให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี สำหรับการมอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์นั้น ถือเป็นการจัดสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจ เพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน และขอแสดงความยินดีกับบุตรหลานที่ได้รับทุนการศึกษาในวันนี้ทุกคน ขอให้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาให้มากที่สุด เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

'สื่อเกาหลี' ตีข่าวแซะ 'ลิซ่า' ออกจาก K-pop ก็แค่ที่ 1 ในไทย  แฟนคลับฉุน!! สวนคืนสงสัยคงโกรธเพลงใหม่ที่ไม่มีภาษาเกาหลี

เรียกได้ว่าเพลง Rockstar ที่เป็นซิงเกิลใหม่ล่าสุดของสาวลิซ่า ลลิษา มโนบาล สร้างความกระหึ่มและสร้างเสียงฮือฮาจนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก ตอกย้ำความเป็นร็อกสตาร์ด้วยยอดรับชมล้านแตกภายใน 27 นาทีนับตั้งแต่ปล่อยเพลง แถมยังติดเพลงมาแรงอันดับ 1 ในยูทูบ

แถมภายในมิวสิกวิดีโอลิซ่าไม่เพียงออกจากกรอบเดิม ๆ จัดเต็มลุกส์ร็อกเกอร์สาวเปรี้ยวไฟลุกแบบลักชัวรี แต่ยังนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ความเป็นไทยและโปรโมตประเทศไทยอยู่เสมอทั้งทางตรงและทางอ้อม สมมง BKK so pretty

รวมถึงลิซ่ายังเลือกใช้ทีมแดนเซอร์และนักแสดงตัวประกอบเป็นคนไทยโดยให้ซีนปัง ๆ จึ้ง ๆ กับชาวไบเกอร์และชาว LGBTQ+ แบบที่ไม่มีวันได้เห็นจาก K-pop เรียกได้ว่าเป็นการนำเสนอความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลกได้เป็นอย่างดี

งานนี้ ดูเหมือนจะมีคนบางประเทศถึงกับโกรธจัด เพราะเพลง Rockstar นี้ไม่มีภาษาเกาหลีเลยสักคำ ทำเอาคอมเมนต์ชาวเน็ตเกาหลีบางคนผิดหวังที่ลิซ่าเลือกที่จะทิ้งภาพ K-Pop ของตัวเองแบบไม่เหลือ

ล่าสุด สำนักข่าวเกาหลีชื่อดังออกมาพาดหัวข่าวว่า ‘ลิซ่าออกจาก k-pop มาเป็นอันดับ 1 แค่ประเทศไทย ลั่นเป็นโซโลเดี่ยวที่น่าผิดหวัง’ ทำเอาลิลลี่ (ชื่อแฟนคลับลิซ่า) ทั้งไทยและอินเตอร์ถึงกับโกรธจัดออกมาคอมเมนต์ในทวิตเตอร์กันเพียบ เช่น 

“รอดูก่อน นี่แค่เพิ่งเริ่ม” 

“เอาจริง ถ้าตลาดไทยไม่มี power เข้ามาโปรโมต จัดแฟนมีท ทำไมก่อน?? หรือประเด็นคือกอบโกย แล้วก็เหยียบหัวขึ้นไป”

“ถ้าเกาหลีไม่มีประเทศอื่นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซัพพอร์ต มันจะลืมตาอ้าปากได้ปะเอาดี ๆ 555”

“QQ music ของจีนก็เดบิ๊วที่ 1 ของเมื่อวานมีเคป็อปคนไหนทำได้บ้าง ลิซ่าชาร์จสูงกว่าคนในประเทศเค้าอีก เกาแหกตาดูโลกบ้าง”

“ทำ media play หลอกคนในประเทศ ว่าลิซไปไม่รอด แต่ fact ยอด stats ทำได้ดีที่สุดในบรรดา kpop หญิงของประเทศมันทั้งหมด ทั้ง spotify, youtube, tiktok, IG แบบทุบไม่เหลือ 555 ถ้าลิซ่าไปไม่รอด แล้วทั้งวงการมันคือ”

พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า อย่ากดเข้าไปให้ยอดเอนเกจเมนต์แก่ข่าวดังกล่าวและให้ทุกคนไปสตรีมเพลงร็อกสตาร์กันดีกว่า อย่าเสียเวลา

‘อัครเดช’ เผย ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ดันกม.ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน เรียก สส. คุย-หารือ 2 ก.ค. เตรียมความพร้อมก่อนเปิดสมัยประชุม

(1 ก.ค. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2567 ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 นี้นั้น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ได้นัดประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2567 เวลา 16.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมในการเปิดสมัยประชุมครั้งนี้ 

โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติได้เตรียมร่างกฎหมายที่จะเสนอไปเข้าสู่การพิจารณาของสภาหลายฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในหลายเรื่อง โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับการรื้อ ลด ปลด สร้าง ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งทางหัวหน้าพรรคและทีมกฎหมายของพรรคได้เร่งดำเนินการ เพื่อคืนความเป็นธรรมทางด้านพลังงานเชื้อเพลิงให้ประชาชนทั้งประเทศ

นายอัครเดช ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงของการปิดสมัยประชุมที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ได้กำชับให้ สส. ลงพื้นที่อย่างหนักเพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อที่จะได้นำปัญหาเหล่านั้นเข้าสู่สภา โดยการใช้กลไกของสภา ทั้งการเสนอเป็นญัตติ การตั้งกระทู้ รวมไปถึงผ่านคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ เพื่อสะท้อนไปยังรัฐบาลให้ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อไป

เมื่อเหล่า 'ก๊วนสามนิ้ว' พากัน 'หนีคดี' 'พรรคล้มล้างการปกครอง-ปลุกปั่น' เงียบกริ๊บ!!

หลายท่านคงจะทราบกันดีแล้วว่า พรรคบาปหนาที่เดินหน้า ‘ล้มล้างการปกครอง’ หนึ่งเดียวในประเทศไทย ผู้อยู่เบื้องหลังการปลุกปั่น ล้างสมอง และหลอกใช้ ‘เด็กวัยรุ่นสามกีบ’ ที่อยากมีตัวตน ไปจนถึง ‘วัยผู้ใหญ่ใจแตก’ ที่อยากได้ที่ยืนเท่ ๆ ในสังคม ส่งเสริมให้ไปกระทำผิดมาตรา 112 ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนต้อง ‘ติดคุก’ ไปจำนวนไม่น้อยนั้น เมื่อศาลท่านมีเมตตาให้ประกันตัว แต่ผู้กระทำผิดไม่เคยสำนึก กลับมีพฤติกรรมทำผิดซ้ำ ๆ บ่อย ๆ จนต้องเดินคอตกเข้าไปอยู่ในคุกตาราง

พรรคบาปหนาก็มักจะฉวยใช้การติดคุกซ้ำของ ‘เหล่าคนจิตสำนึกด้วน’ เหล่านี้ กัดเซาะทำลายกระบวนการยุติธรรมไทย เลยเถิดไปถึงด่าทอสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าโหดเหี้ยม ใจร้าย เป็นสิ่งที่ผิดปกติ และมีปัญหา ควรรื้อถอนมาตรา 112 ให้หมดหายไปจากประเทศไทย

แต่ไม่เคยพูดความจริงให้ครบด้านว่า ศาลมีเมตตากับนักโทษ 112 ทุกคน ได้ให้ประกันตัวไปแล้ว แต่แทบจะ 100% มักจะออกจากคุกมากระทำผิดซ้ำ จึงต้องกลับไปใช้ชีวิตในคุกดังเดิม 

ทุกครั้งที่ศาลให้ประกันตัวผู้กระทำผิด 112 เราจะไม่เคยเห็น ‘พรรคสามกีบ’ พูดขอบคุณที่ศาลท่านมีเมตตา แต่ทุกครั้งที่ศาลไม่ให้ประกันตัวอีกแล้วจากการกระทำผิดซ้ำ ๆ ก็จะช่วยกันป่าวประกาศทันทีว่ามาตรา 112 นั้นคือยาพิษ เป็นภัยร้ายกับประชาชนคนไทยทุกคน ถ้าไม่ยกเลิก หรือปรับแก้ให้โทษอ่อนลง ก็ควร ‘นิรโทษกรรม’ ผู้กระทำผิด 112 เพื่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะได้เบาบาง

เห็นชัดว่า ‘กลุ่มคนสามกีบ’ ไม่เคยยอมรับว่าตนเองได้กระทำผิด เมื่อทำผิดแล้วก็ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล เมื่อแก้ไขคำตัดสินไม่ได้ก็คิดจะล้มล้างกฎหมาย เมื่อล้มกฎหมายไม่ได้ก็รวมหัวกันขอให้ ‘นิรโทษกรรม’ ช่างเป็นพรรคการเมืองที่สุดแสนจะ ‘วิปลาส’ ติดอันดับต้น ๆ ของโลก 

ในวันที่ศาลใจดีให้โอกาส ‘นักโทษสามกีบ’ ซึ่งเป็น ‘เหยื่อที่แท้จริง’ ของพรรคล้มล้างการปกครองได้รับการประกันตัวออกมา แต่เหล่า ‘สามกีบสิ้นคิด’ ก็ใช้อิสระที่ตนเองได้รับจากศาลพากัน ‘หนีคดี’ ไปแล้วหลายคน 

ปากที่เคยพ่นว่าตนนั้นมีอุดมการณ์ในการต่อสู้ จึงเป็นได้เพียง ‘ราคาคุย’

ว่าแต่ ‘นักโทษสามกีบ’ จะ ‘หนีคดี’ ได้ นั่นก็เพราะได้ประกันตัว ทำไมไม่เห็น ‘พรรคสามกีบ’ หรือ ‘พรรคล้มล้างการปกครองไทย’ ออกมาพูดชมเชยศาลว่าใจดีสักครั้งเลย 

อยู่แบบสร้างภาพ ผลักแต่ความชั่วให้คนอื่น โกหกคนโง่ไปวัน ๆ มันดูกันออกง่าย ๆ ครับ

ชัยภูมิ - รมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)ลงพื้นที่ชัยภูมิ

เมื่อเร็วๆนี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการการะทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของ อว. ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ณ วัดบางอำพันธ์ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ก่อนการประชุม ครม. สัญจร กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์) พร้อมกับ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษา รมว.อว. น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด อว.และผู้บริหารกระทรวง อว. เข้าร่วม

โดยมีนายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวต้อนรับ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สานนท์ ด่านภักดี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนงานด้าน อววน. เพื่อพัฒนาด้านเกษตรและแปรรูปผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชัยภูมิ เขต 3 ผู้นำชุมชน ผู้นำเกษตรกร และประชาชนให้การต้อนรับและเข้าร่วมรับฟังนโยบายการนำงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาแก้จน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีหน่วยงาน และชุมชน ออกร้านแสดงสินค้า นิทรรศการ ที่ได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ และได้รับความสนใจจากประชาชนที่เข้าร่วมมากมาย และ ยังได้รับการสนับสนุนจากกระทรวง อว. ได้นำหน่วยแพทย์ อว. เคลื่อนที่

โดยโรงพยาบาล ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น มาให้บริการตรวจสุขภาพประชาชนจำนวนมากกว่า 1,250 คน โดยเน้นการตรวจคัดกรองในโรคที่มีความเสี่ยง ที่พบบ่อยในภาคอีสาน เช่น ตรวจพยาธิใบไม้ในตับ ตรวจมะเร็งท่อน้ำดี และตรวจโรคไต รวมถึงหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ตรวจฟันและขูดหินปูน โดยมุ่งหวังให้ประชาชนในพื้นที่มีโอกาสได้เข้าถึงบริการสุขภาพ และมีสุขภาพที่ดีด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top