Tuesday, 16 July 2024
SPECIAL

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2567

‘สมเด็จเกี่ยว’ หรือ ‘สมเด็จพระพุฒาจารย์’ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มรณภาพเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556 หนึ่งในคำสอนของ ‘สมเด็จเกี่ยว’ ที่เตือนสติชาวพุทธได้อย่างดี คือ…

“เมื่อได้ยินอะไรในทางที่เสีย ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าเสีย เพราะเพียงแต่เขาพูดกัน ต้องใคร่ครวญพิจารณาให้ดี ในลักษณะฟังหูไว้หู ถ้ายังไม่เห็นที่ประจักษ์ด้วยตนเอง ก็อย่าเพิ่งไปต่อหรือไปเสริม ให้เกิดความเสียหาย”

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2567

"ผู้ที่มีการรับเอา แต่ไม่มีการให้ 
นั่นคือ 'ผู้ขาดทุน'
ส่วนผู้ที่มีการให้ โดยมีการรับเอาน้อย
ได้เท่าใดๆ กลับยิ่งได้กำไรมากเท่านั้นๆ"

-พ่อครูสมณะโพธิรักษ์-
ผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งสันติอโศก

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2567

‘พระธรรมสิงหบุราจารย์’ หรือ ‘หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม’ เป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย มีปฏิปทาจริยาวัตรที่งดงาม เป็นพระสุปฏิปันโนหาได้ยากยิ่ง ได้สร้างความดีไว้มากมายเป็น ‘แบบอย่างที่ดี’ ของศิษยานุศิษย์ทุกหมู่เหล่า

นอกจากนี้ ‘หลักธรรมคำสอน” ของคุณหลวงพ่อจรัญยังเป็น ‘แนวทาง’ ให้ลูกศิษย์นำไปประพฤติปฏิบัติให้รู้แจ้งเห็นจริงตามมรรคธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเป็นทางสายเอกที่จะทำให้ ‘ผู้ปฏิบัติตาม’ พ้นจากความทุกข์ได้

หนึ่งในคำสอนของหลวงพ่อจรัญ ที่ฟังแล้วต้องหยุดคิดให้ถี่ถ้วนแล้วย้อนกลับมาพิจารณาตนเองว่า ‘ใช้เวลาได้คุ้มค่า’ แล้วหรือยัง คือคำสอนที่ว่า…

“เวลาเป็นสิ่งเดียวในโลก ที่ทุกคนได้รับเสมอกัน ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันเลยแม้แต่คนเดียว แต่ใครจะใช้เวลาแต่ละวินาที อย่างมีค่าและคุ้มค่ากว่ากัน นี่แหละเป็นเรื่องน่าคิด”

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2567

คำสอนจากสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒนมหาเถร) วัดบวรนิเวศวิหาร

“คนวัยรุ่น กำลังเจริญด้วยพลัง กำลังทะยานกาย ทะยานใจ เหมือนน้ำตกแรง เมื่อไม่สมหวัง…มักจะทำอะไรแรง จึงมักพลาดได้ง่าย และเมื่อพลาดลงไปในห้วงอะไรที่แรงๆ แล้ว ก็อันตรายมาก เหมือนอย่างไปเล่นสนุกกันที่น้ำตก อาจเผลอพลาดตกลงไปกับน้ำตกที่โจนลงไปจากหน้าผาสูงชัน”

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2567

‘หลวงปู่ชา สุภทฺโท’ พระเกจิชื่อดังที่หลายคนรู้จักและนับถือท่านเป็นอย่างมาก จากคำสอนที่ลึกซึ้ง โดยวันหนึ่งมีคนถามหลวงปู่ว่า ชาติหน้ามีจริงหรือไม่? ซึ่งผู้ถามก็ได้คำตอบที่ทำเอาต้องรีบก้มกราบอย่างไม่ติดใจ ดังนี้...

โยม : ชาติหน้ามีจริงไหมครับ ?
หลวงปู่ชา : ถ้าบอกจะเชื่อไหมล่ะ ?
โยม : เชื่อครับ
หลวงปู่ชา : ถ้าเชื่อคุณก็โง่

คำพูดดังกล่าวของหลวงปู่เล่นเอาคนถามงง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ซึ่งหลวงปู่ชา ได้อธิบายไว้ว่า…

หลายคนถามอาตมาเรื่องนี้ อาตมาก็ถามเขาอย่างนี้เหมือนกันว่า ถ้าบอกแล้วจะเชื่อไหม ถ้าเชื่อก็โง่ เพราะอะไร? ก็เพราะมันไม่มีหลักฐานพยานอะไรที่จะหยิบมาให้ดูได้ ที่คุณเชื่อเพราะคุณเชื่อตามเขา คนเขาว่าอย่างไร คุณก็เชื่ออย่างนั้น คุณไม่รู้ชัดด้วยปัญญาของคุณเอง คุณก็โง่อยู่ร่ำไป ทีนี้ถ้าอาตมาตอบว่า คนตายแล้วเกิดหรือว่าชาติหน้ามี อันนี้คุณต้องถามต่อไปอีกว่า ถ้ามีพาผมไปดูหน่อยได้ไหม เรื่องมันเป็นอย่างนี้ มันหาที่จบลงไม่ได้ เป็นเหตุให้ทะเลาะทุ่มเถียงกันไปไม่มีที่สิ้นสุด ทีนี้ ถ้าคุณถามว่าชาติหน้ามีไหม อาตมาก็ถามว่า พรุ่งนี้มีไหม ถ้ามีพาไปดูได้ไหม 

อย่างนี้คุณก็พาไปดูไม่ได้ ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะมีอยู่ แต่ก็พาไปดูไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าวันนี้มี พรุ่งนี้ก็ต้องมี แต่สิ่งนี้มันเป็นของที่จะหยิบยกมาเป็นวัตถุตัวตนให้เห็นไม่ได้

ความจริงแล้ว พระพุทธองค์ท่านไม่ให้เราตามไปดูถึงขนาดนั้น ไม่ต้องสงสัยว่า ชาติหน้ามีหรือไม่มี ไม่ต้องถามว่า คนตายแล้วจะเกิดหรือไม่เกิด อันนั้นมันไม่ใช่ปัญหา มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา หน้าที่ของเราคือ เราจะต้องรู้เรื่องราวของตนเองในปัจจุบัน เราต้องรู้ว่า เรามีทุกข์ไหม ถ้าทุกข์ มันทุกข์เพราะอะไร นี้คือสิ่งที่เราต้องรู้ และเป็นหน้าที่โดยตรงที่เราจะต้องรู้ด้วย"

พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราถือเอาปัจจุบันเป็นเหตุของทุกอย่าง เพราะว่าปัจจุบันเป็นเหตุของอนาคต คือถ้าวันนี้ผ่านไป วันพรุ่งนี้มันก็กลายมาเป็นวันนี้ นี่เรียกว่าอนาคตคือพรุ่งนี้ มันจะมีได้ก็เพราะวันนี้เป็นเหตุ ทีนี้อดีตก็เป็นไปจากปัจจุบัน หมายความว่า ถ้าวันนี้ผ่านไป มันก็กลายเป็นเมื่อวานเสียแล้ว นี่คือเหตุที่มันเกี่ยวเนื่องกันอยู่ 

ฉะนั้น พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้เราพิจารณาเหตุทั้งหลายในปัจจุบัน เท่านี้ก็พอแล้ว ถ้าปัจจุบันเราสร้างเหตุไว้ดี อนาคตมันก็จะดีด้วย อดีตคือวันนี้ที่ผ่านไป มันย่อมดีด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าเราหมดทุกข์ได้ในปัจจุบันนี้แล้ว อนาคตคือชาติหน้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึง

ธรรมะสุดยอด
ธรรมะเป็นสิ่งที่อยู่เหนือคำพูด

คำสอนธรรมะทั้งหลายนั้น มันเป็นคำสมมุติกันขึ้นมาพูด ตัวธรรมะแท้ ๆ นั้นอยู่เหนือคำพูด ผู้มีปัญญารู้เห็นธรรมะ ท่านไม่ต้องการอะไร ไม่เอาอะไรอีกแล้ว เพราะถ้าจะเอาความสุข ความสุขมันก็ดับ ถ้าจะเอาความทุกข์ ความทุกข์มันก็ดับ จะเอาวัตถุสมบัติข้าวของอะไรต่าง ๆ สิ่งทั้งหลายเหล่านั้นมันก็จะดับเหมือนกัน

แม้นแต่ร่างกายที่คนหวงแหนกันนี้ เกิดขึ้นแล้ว ที่สุดแล้ว มันก็ดับ

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567

อยากให้บ้านเราเจริญนะ 
ไม่ยากหรอก 
รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ 
ไม่ให้ขาด 
อย่าให้ด่างพร้อย

- หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ-

 

ตำรวจสอบสวนกลาง CIB โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ เปิดยุทธการ 'ฟ้าสางที่ฝั่งโขง' 957 กม. 85 คดี จับคนร้าย 104 ราย ยาบ้า 913,723 เม็ด

ตำรวจสอบสวนกลาง CIB โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก, พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ, พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน., พ.ต.อ.ศษณวรรศ รัตนเสวตรวงศ์ ผกก.11 บก.รน., พ.ต.อ.อนรรฆ ประสงค์สุข ผกก. 12 บก.รน. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ภูมินทร์ ทุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.รน., พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.รน., พ.ต.อ.ราม รสหอม รอง ผบก.รน., พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลปั ผกก.10 บก.รน., พ.ต.อ.ศษณวรรฐ รัตนเศวตรวงศ์ ผกก.11 บก.รน., พ.ต.อ.อนรรฆ ประสงค์สุข ผกก.12 บก.รน. 

ด้วยการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศ ส่งผลกระทบทำให้เกิดเหตุอาชญากรรมต่างๆ ในประเทศเป็นอย่างมาก กองบังคับการตำรวจสอบสวนกลางเล็งเห็นปัญหาที่เกิดจากยาเสพติดมากมาย ทั้งในครอบครัวและเยาวชนอันเกิดจากยาเสพติด การลักลอบขนสินค้าหนีภาษี, การหลบหนีเข้าเมือง ในด้านของยาเสพติดหรือการกระทำความผิดต่างๆ คนร้ายมักจะใช้ช่องทางจากประเทศเพื่อนบ้านนำเข้าสู่ประเทศไทย และอาจนำส่งประเทศที่สาม 

พล.ต.ต. พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ธรากร เลิศพรเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ พันตำรวจเอก ราม รสหอม รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ พันตำรวจเอก อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผู้กำกับการ 10 กองบังคับการตำรวจน้ำ พ.ต.ต.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3กก.10 บก.รน.(ตำรวจน้ำมุกดาหาร) ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงาน ณ ห้องประชุมกองกำกับการ 10 กองบังคับการตำรวจน้ำ ตามแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กองกำกับการ 10-12 กองบังคับการตำรวจน้ำ 

ตั้งแต่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ตามแนวแม่น้ำโขง รวมระยะทางประมาณ 957 กิโลเมตร ภายใต้ชื่อ "ยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง" ตั้งแต่วันที่ 13-20 กุมภาพันธ์ 2567 ประมาณ 1 สัปดาห์ เป้าหมายทางบก 76 เป้าหมาย ทางน้ำ 23 เป้าหมาย สามารถจับกุม ยาเสพติด จำนวน 43 ราย จำนวน 913,723 เม็ด อาวุธปืน จำนวน 6 ราย ต่างด้าว 30 ราย จับตามหมายจับ 22 ราย และจับกุมตามความผิดอื่น 3 ราย รวมผู้ต้องหา 104 ราย

พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ กล่าวว่า ภูมิประเทศพื้นที่ตามลำน้ำโขงในเขตรับผิดชอบล้วนเอื้อต่อการลักลอบกระทำสิ่งของผิดกฎหมายโดยเฉพาะการลักลอบนำเข้ายาเสพติด เพราะมีเกาะแก่งดินดอนตามลำน้ำโขงให้พักคอยมากมาย ทำให้มีปัญหาการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากนักค้ายาทั้งในและนอกพื้นที่ ในการลักลอบนำเข้าแต่ละครั้งมักจะเพิ่มมากขึ้นตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นยาบ้า ยาไอซ์ และกัญชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นภารกิจสำคัญ ที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ เพื่อลดระดับความรุนแรงให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการบูรณาการหน่วยงานความมั่นคงทั้ง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติการระดมกวาดล้างยาเสพติด รวมถึงอาชญากรรม ตามแผน “ยุทธการฟ้าสางที่ฝังโขง” เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนมายาวนาน

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567

“ถ้าคิดได้ ให้ช่วยคิด 
ถ้าคิดไม่ได้ ให้ช่วยทำ
ถ้าทำไม่ได้ ให้ความร่วมมือ 
ถ้าร่วมมือไม่ได้ ให้กำลังใจ
แม้ให้กำลังใจไม่ได้ ให้สงบนิ่ง”

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อมฺพรมหาเถร)

‘CIB’ บุกค้น 4 จุด ทลายเว็บหนังเถื่อน เปิดนานเกือบ 20 ปี เช็กเส้นทางการเงิน พบมูลค่าความเสียหายกว่าพันล้าน!!

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 67 พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับบัญชา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) สั่งการ พ.ต.อ.วีระพงษ์ หอมหวล ผกก.1 บก.ปอศ. นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าทำการตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 4 จุด แบ่งเป็นในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร 2 จุด จังหวัดสุรินทร์ 1 จุด และ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 จุด เพื่อกวาดล้างจับกุมเครือข่ายลักลอบเผยแพร่หนังเถื่อน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่

เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจากบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ จากหลายบริษัทว่ามีการลักลอบเผยแพร่หนังเถื่อนเครือข่ายผ่านเว็บไซต์ siambit.com ซึ่งเป็นเว็บดูหนังเถื่อนออนไลน์ จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส จนทราบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่การทำงานกันอย่างชัดเจน

โดยช่วงแรกจะเปิดให้ชมฟรี ต่อมาเริ่มเก็บค่าบริการสมาชิกจากประชาชนทั่วไป มีการเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์เพื่อปกปิดและหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ลักลอบเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2549 หรือราวๆ 18 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่าแสนราย เผยแพร่ภาพยนตร์ที่เป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่นกว่า 50,000 เรื่อง รวมถึงมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่า เป็นเครือข่ายเว็บหนังเถื่อนเดียวกันกับที่เคยถูกตำรวจ บช.สอท.จับกุมไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ในขณะนั้นเป็นการจับกุมตามความผิดฐาน ‘เผยแพร่สื่อลามกอนาจารและแฝงการโฆษณาเว็บไซต์การพนันออนไลน์’ เจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายค้นจนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการดังกล่าว

ทั้งนี้ จากการเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบครั้งนี้พบสมุดบัญชีธนาคาร 9 เล่ม, บัตร ATM จำนวน 2 ใบ, ฮาร์ดดิสก์ จำนวน 29 ตัว, คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง, แท็บเล็ต 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, เมมโมรี่การ์ดและแฟลชไดรฟ์ จำนวน 33 อัน เบื้องต้นจึงตรวจอายัดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง ก่อนเตรียมขยายผลเอาผิดผู้อยู่เบื้องหลัง มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567

อย่าคิดว่าเราเป็นคนสำคัญ
ให้ทำตนเป็นแบบปกติ ‘ธรรมดาๆ’ 
…นี่แหละ ‘ดีที่สุด’

เมื่อเราคิดว่าเราเป็นคนสำคัญแล้ว
เมื่อผู้อื่น ‘ไม่ให้ราคา’ ไม่นับถือ 
ไม่ให้ความสำคัญเราแล้ว

จิตใจเราจะเป็นทุกข์ร้อน
สับสนวุ่นวายไปตามกระแสโลกธรรม

-พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรญฺญวาสีภิกขุ-

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567

การทำงานเพื่อเงินนั้น 
ต้องรอจนกว่าจะได้เงินเสียก่อน จึงจะรู้สึกพอใจ 
ถ้าทำงานเพื่องาน 
พอลงมือทำก็พอใจแล้ว และเป็นสุขทันที 
ส่วนเงินนั้น ก็ไม่ไปไหนเสีย

-พุทธทาสภิกขุ-

เตือนภัย!! เจ้าของธุรกิจโรงแรม - ลูกค้า มิจฉาชีพแฮกระบบจองออนไลน์ระบาดหนัก

 

ธุรกิจโรงแรม ผวา!! หลังพบกลโกงมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ ใช้วิธีแฮกข้อมูลจากเว็บจองห้องพักชื่อดัง โดยแอบนำข้อมูลการจองของลูกค้าตีเนียนขอเงินคืน ชี้ เริ่มระบาดถึงประเทศไทย เตือน!! เจ้าของโรงแรมตรวจสอบข้อมูลให้ดี ก่อนตกเป็นเหยื่อ

(2 ก.พ. 67) หลังจากมีรายงานข่าวว่า แพลตฟอร์มจองห้องพักโรงแรมออนไลน์ (Travel Agent) รายใหญ่ของโลกถูกเจาะระบบในต่างประเทศ และนำข้อมูลการจองของลูกค้าไปใช้ ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก

ล่าสุด กลุ่มมิจฉาชีพ ได้เริ่มเข้ามาเล่นงานธุรกิจโรงแรม และลูกค้าโรงแรมในประเทศไทยแล้ว โดยนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมย่านสุขุมวิทรายหนึ่ง ได้ให้ข้อมูลว่า ในช่วงนี้หลาย ๆ โรงแรมในไทยจะได้รับสแปมเมล์ ที่เป็นชื่อของเอเจ้นท์จองห้องพักรายใหญ่รายหนึ่ง ส่งเข้ามาจำนวนมาก โดยรูปแบบจะเปลี่ยนเนื้อหาหลอกล่อ (Scam) ไปเรื่อย ๆ และทุกครั้งอีเมล์จะแนบ link ให้กดเข้าดู ทั้งนี้ หากเผลอกดเข้าไปดู ทางแฮกเกอร์ หรือ มิจฉาชีพ ก็จะได้ข้อมูลการจองของลูกค้าและโรงแรมไป

หลังจากนั้น จะมีการนำข้อมูลการจองของลูกค้าทำการยกเลิกการจอง และให้คืนเงินค่าจอง ซึ่งรูปแบบนี้จะใช้ได้กับการจองที่ยังไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ต้องวางวงเงินในบัตรเครดิตไว้ก่อน แน่นอนว่า หากเจ้าของธุรกิจโรงแรม หรือ พนักงานไม่ตรวจสอบให้ละเอียด ก็อาจจะเกิดความเสียหายได้

นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบการให้คลิก link ที่แนบมา ซึ่งหน้าตาเหมือนกับ link เอเจ้นท์ จากนั้นให้กรอกพาสเวิร์ดเข้าระบบ หลังจากได้พาสเวิร์ดเข้าระบบแล้ว ทางมิจฉาชีพจะส่งข้อความไปหาลูกค้าที่ทำการจองห้องพักให้โอนเงิน หรือ อาจจะมาในรูปแบบการร้องเรียน (Complaint) ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เข้าพักจริง และแนบ link ที่เป็น Scam เพื่อหลอกให้กดเข้าไปดูเพื่อเอาข้อมูลลูกค้า เรียกได้ว่า มีสารพัดกลโกงหลากหลายรูปแบบที่นำมาใช้ล่อลวง

ขณะที่ในฝั่งของลูกค้า ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งที่น่ากลัวอย่างมาก คือ แฮกระบบ Extranet ของเอเจ้นท์ แล้วส่งข้อความปลอมจากโรงแรมให้ลูกค้าที่จองห้องพัก โดยแนบ link มาให้กด แล้วให้เข้าไปกรอกข้อมูลบัตรเครดิตการ์ดใหม่ ซึ่งลูกค้าบางคนกลัวว่าจะโดนยกเลิกห้องพัก และไม่ทันระวังตัวตรวจสอบรายละเอียดให้ดี ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางเจ้าของธุรกิจโรงแรมหลายแห่ง ได้รวมตัวกันและส่งเรื่องไปยังเอเจ้นท์รายดังกล่าว เพื่อให้หาทางป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ให้มิจฉาชีพเจาะระบบและนำข้อมูลไปใช้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด โดยตัวแทนของเอเจ้นท์ได้ยืนยันว่าระบบมีความปลอดภัยแล้ว

นักธุรกิจเจ้าโรงแรม คนดังกล่าว ยังฝากเตือน เจ้าของธุรกิจโรงแรม พนักงาน และลูกค้า หากเจออีเมล์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เป็นชื่อแปลกคล้าย ๆ กับอีเมล์ของเอเจ้นท์ที่รับจองห้อง และมี link ให้กด หรือ ให้ตรวจสอบบัตรเครดิต กรอกข้อมูลต่าง ๆ อย่าเพิ่งหลงเชื่อ ให้ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพก็ได้

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม 2567

“ทุกข์นี่แหละ!! จะทำให้เราฉลาดขึ้นทำให้เกิดปัญญา
สุขนั่นสิ!! มันจะปิดหูปิดตาเราความสุขสบายทั้งหลาย จะทำให้เราประมาท”

ธรรมะสอนใจ จาก ‘หลวงปู่ชา สุภทฺโท’

‘มท.1’ บุกจับผับดังย่านอ้อมน้อย พบ ‘เปิดเกินเวลา-มั่วสุมยา’ เพียบ!! พร้อมลุยกำราบอิทธิพลมืด จัดระเบียบสังคมเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง

(27 ม.ค. 67) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมกรมการปกครอง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง, นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน กว่า 30 นาย ร่วมกับ สำนักงาน ปปส. ภาค 7 ฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร ฝ่ายปกครองอำเภอกระทุ่มแบน และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน เข้าจับกุมสถานบริการละเมิดกฎหมาย เปิดเกินเวลา ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา หนำซ้ำยังยินยอมให้นักเที่ยวใช้สารเสพติดภายในสถานบริการอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

นายอนุทิน เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนว่าในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีสถานบริการชื่อ ‘TAG Pub’ มีการปล่อยปละละเลยให้นักเที่ยวใช้สารเสพติดภายในสถานบริการ และยังแสดงดนตรีส่งเสียงดังรบกวนชุมชน เปิดให้บริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และอวดอ้างว่ามีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ให้การสนับสนุน จึงขอให้กรมการปกครองทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว โดยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองจึงส่งสายลับเข้าสืบสวนข้อเท็จจริงต่อเนื่อง กระทั่งพบว่าสถานบริการ TAG Pub มีการกระทำผิดจริงตามข้อร้องเรียน

ต่อมา ในคืนวันที่ 26 มกราคม 2567 ต่อเนื่องเช้าวันที่ 27 มกราคม 2567 ชุดสายลับจึงได้แจ้งไปยังชุดจับกุม เพื่อเปิดปฏิบัติการจู่โจมจับกุมสถานบริการ ‘TAG Pub’ ทันที เมื่อชุดจับกุมเข้าไปถึงภายในผับ พบนักเที่ยวจำนวนมากกำลังดื่มด่ำบรรยากาศความสนุกสนานกันอย่างเมามัน เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว นักเที่ยวต่างแตกตื่น โยนยาเสพติดทิ้งเกลื่อนกลาดเต็มพื้น และพยายามหลบหนี โดยกรูกันดันประตูหลบหนีออกไป แต่เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองก็ได้ควบคุมนักเที่ยวที่เหลือไว้ได้จำนวนหนึ่ง และประกาศให้ทุกคนอยู่ในความสงบ แล้วจึงให้เจ้าพนักงาน ปปส. ภาค 7 ทำการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของนักเที่ยวทุกราย พบผู้มีสารเสพติดในปัสสาวะจำนวน 77 ราย แยกเป็น ชาย 38 ราย และ หญิง 39 ราย

ทั้งนี้ มีพนักงานของทางร้านรายหนึ่ง เปิดเผยกับสายลับ ว่า “ผับนี้มีแต่คนเล่นยา” ทั้งนี้ทางพนักงานฝ่ายปกครอง จึงได้จับกุมตัวเจ้าของร้าน และร้องทุกข์กล่าวโทษในฐานความผิด ดังนี้

1.) เปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
2.) ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการใช้สารเสพติดภายในสถานบริการ
3.) ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย
4.) จัดโปรโมชันส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อีกทั้งการกระทำของสถานบริการดังกล่าว ยังเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 โดยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ออกหนังสือคำสั่งพิจารณาปิดสถานที่เป็นเวลา 5 ปี

นายอนุทิน เปิดเผยด้วยว่า สถานบริการแห่งนี้เคยเปิดให้บริการในชื่อ ‘NOS Pub’ และถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองจับกุมฐานเปิดผับอัปยาและถูกสั่งปิดสถานที่เป็นเวลา 5 ปี มาแล้วเมื่อปี 2561 มาถึงปัจจุบัน ตัวอาคารเดิมถูกลดลงมาครึ่งหนึ่งแล้วปรับปรุงใหม่ โดยใช้ชื่อร้านว่า ‘TAG Pub’ แต่กระนั้นก็ยังประกอบธุรกิจท้าทายกฎหมายซ้ำอีกครั้ง และจากการสืบสวนทางลับพบเป็นผับที่มีผู้อิทธิพลในพื้นที่หนุนหลังอีกด้วย โดยหลังจากนี้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง จะนำเรื่องส่งต่อไปยังคณะกรรมการปราบปรามผู้มีอิทธิพลจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อขยายผลและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายอนุทิน ได้เน้นย้ำว่า “การจัดระเบียบสังคม และการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย โดยมุ่งเน้นการจัดระเบียบสังคมเพื่อสร้างสังคมให้สงบสุข บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดอบายมุข ประชาชนมีความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สิ่งใดที่ขัดกับความมุ่งหมายนี้ ก็คือสิ่งที่เราต้องใช้กลไกของรัฐในการกำจัดให้สิ้นไป”

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชน มีข้อมูลการกระทำผิดกฎหมาย หรือต้องการแจ้งให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย สายด่วน 1567

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2567

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ท่านได้มอบคำสอน หลักคิดดีๆ ให้แก่ชาวพุทธมากมาย หนึ่งในนั้นคือคำสอนเกี่ยวกับเรื่องการรู้จักความคิดของตนเอง โดยท่านกล่าวว่า…

“ถ้าเรารู้จัก ‘ความคิด’ ของเราดีพอ เราจะไม่ด่วนสรุป ไม่รีบตัดสินอะไรง่ายๆ ‘สติ’ จะช่วยทักท้วง ตักเตือนให้ช้าก่อน เพราะประสบการณ์หลายๆ ครั้ง สอนเราว่า…เมื่อด่วนสรุปแล้ว มักจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น

สิ่งที่เราคิดว่าแน่นอนแล้ว แต่ความจริงเป็น ‘ตรงกันข้าม’”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top