Monday, 15 June 2026
ECONBIZ

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ชูโมเดล “น่านสะอาด” ของ วช. โครงการวิจัยลด PM2.5 ชูชุมชนเวียงสาต้นแบบจัดการเศษวัสดุเกษตร ปั้นรายได้จากซังข้าวโพด

จังหวัดน่าน – เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำคณะผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามความสำเร็จแผนงานวิจัย “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ชูความสำเร็จเครือข่ายชุมชนเวียงสา เปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นปุ๋ยและเห็ด สร้างรายได้ควบคู่การฟื้นฟูปอดและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดคณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ และ นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการแผนงานประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 ได้ร่วมลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของ ผศ.ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ในพื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

เปลี่ยน “จุดความร้อน” เป็น “จุดสร้างรายได้” ด้วยแนวคิด BCG
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการเปลี่ยนทัศนคติจากการ “เผา” สู่การ “ใช้ประโยชน์” โดยเน้นการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างครบวงจรผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy):

•    สร้างมูลค่าเพิ่ม: นำซังข้าวโพด ฟาง และมูลสัตว์ มาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์และการเพาะเห็ดภายใต้วิสาหกิจชุมชน "เก้าเห็ดเป็นยา จังหวัดน่าน"
•    พืชเศรษฐกิจใหม่: ส่งเสริมการปลูกถั่วลิสงลายเสือและการผลิตอาหารสัตว์น้ำ เพื่อทดแทนการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวที่มักมีการเผาหลังการเก็บเกี่ยว
•    นวัตกรรมลดแรงงาน: นำเทคโนโลยีระบบน้ำหยดและการหมักปุ๋ยชีวภาพสูตรเร่งการย่อยสลายมาใช้ เพื่อช่วยเกษตรกรลดภาระแรงงานและเพิ่มผลผลิตต่อไร่

ดูแลสุขภาพควบคู่สิ่งแวดล้อม
นอกเหนือจากการจัดการด้านเกษตรกรรม โครงการยังให้ความสำคัญกับ “ลมหายใจของชุมชน” โดยมีกิจกรรมฟื้นฟูปอดสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควัน รวมถึงการส่งเสริมการใช้สมุนไพรพื้นบ้านและผักปลอดภัยเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายจากภายใน
 

อินฟอร์มา ประกาศปักธง ProPak Asia 2026 สู่ อิมแพ็คฯ พร้อมเพิ่มพื้นที่อีก 20% ยกระดับสู่อีเวนต์สำคัญของภูมิภาค

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 กล่าวในงาน ProPak Asia Night ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อปักธงให้การจัดงาน ProPak Asia เป็นเวทีอุตสาหกรรมแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจรของภูมิภาคเอเชีย ในสถานที่จัดงานใหม่ และช่วยผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตไทยสู่เวทีโลก พร้อมระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภาครัฐ องค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม เจาะลึกทิศทางเศรษฐกิจและอนาคตอุตสาหกรรมอาหาร 2026 ว่า อุตสาหกรรมอาหารโลกวันนี้กำลังมุ่งสู่ 3 เทรนด์ใหญ่ ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่ไม่ใช่แค่มีกิน แต่ต้องมีประโยชน์ ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง (Functional Food) และ โภชนาการที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) จะมีความต้องการมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตและการแปรรูปที่แม่นยำสูง การผลิตด้วยระบบอัตโนมัติอัจฉริยะขั้นสูง (Hyper-Automation) จะเป็นสิ่งที่เข้ามาเร็วขึ้น 

ดังนั้นเพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและภูมิภาคอาเซียนเข้าถึงความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสัมผัสกับเทคโนโลยีการผลิตจากทั่วโลก ทำให้การจัดงาน ProPak Asia 2026 นี้ จะมีความเปลี่ยนแปลง แตกต่าง และตอกย้ำถึงการเป็นงานสำคัญของภูมิภาคมากขึ้น พร้อมเชื่อมโยงระบบนิเวศทางธุรกิจ และ ห่วงโซ่มูลค่าทั้งระบบ (Total Value Chain) เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ต้นน้ำในการจัดเตรียมและการจัดการวัตถุดิบ กลางน้ำกระบวนการผลิตและแปรรูป และปลายน้ำ การจัดการคลังสินค้าและจัดส่งสินค้า นอกจากนั้นยังได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการในภูมิภาคมีโอกาสในการเชื่อมต่อ สร้างพันธมิตร และเจรจาธุรกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อตอกย้ำในการเป็นการจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญของภูมิภาคอย่างแท้จริง

งานฯ ในปีนี้จึงมีความสำคัญและขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิต ทำให้จำเป็นต้องย้ายจากสถานที่จัดงานเดิมสู่สถานที่จัดงานใหม่ คือ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเพิ่มพื้นที่การจัดงานจากเดิม 55,000 ตารางเมตร เป็น 65,000 ตารางเมตร หรือ เพิ่มขึ้นประมาณ 20% เพื่อรองรับเทคโนโลยีเครื่องจักรขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก และไลน์การผลิตแบบครบวงจรจากบริษัทชั้นนำของโลกที่จะมาร่วมจัดแสดง พร้อมเวทีในการนำเสนอถึงเทคโนโลยี IOT, AI และ Big Data ที่จะนำมาจัดแสดงแบบ Live Working Line ที่สมบูรณ์ที่สุดในเอเชีย ซึ่งพื้นที่ใหม่จะช่วยให้การขนย้ายเครื่องจักรสะดวกขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันขึ้น รองรับผู้จัดแสดงงานและเข้าชมงานจากทั่วโลกได้มากขึ้น 

นอกจากการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเครื่องจักรและโซลูชั่นแล้ว ภายในงาน ProPak Asia 2026 ยังมีการประชุมและสัมมนาสำคัญระดับภูมิภาค (Regional Conferences) โดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน จากหลากหลายสาขา ทั้งบรรจุภัณฑ์  อาหาร  เครื่องดื่ม   ยา  เครื่องสำอางผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล การทดสอบในห้องปฏิบัติการ การบริหารจัดเก็บคลังสินค้าและโลจิสติกส์ การสัมมนา Global Packaging Forum 2026, Executive Talk: Asian Agri-Food Sector ที่เจาะลึกข้อมูลครอบคลุมภาคเกษตร-อาหาร พร้อมรับมือความท้าทายในปัจจุบัน และสำรวจโอกาสในอนาคต และ Beverage Executive Talk สำหรับผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เพื่อแบ่งปันมุมมองและหารือเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของธุรกิจ ทำให้คาดว่าในปีนี้จะมีผู้ร่วมจัดแสดงงานสูงถึง 2,500 แบรนด์  จาก 45 ประเทศ และมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานกว่า 80,000 คน ถือเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการไทยที่พลาดไม่ได้ในการเข้าเยี่ยมชมงานใหญ่ระดับภูมิภาคที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

‘จิตรเทพ เนื่องจำนงค์’ ชี้ทางรอด SME ยุคใหม่ ต้องใช้ ‘เครื่องมือการเงิน’ เป็นตัวเร่ง เลิกคิดแค่ ‘ขายเก่ง’ แต่ต้องเป็น ‘นักลงทุนในธุรกิจตัวเอง’ เพื่อโตอย่างยั่งยืน

(3 ก.พ.69) นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ นักธุรกิจและนักลงทุนชื่อดัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมบรรยายในหัวข้อ “กลยุทธ์การเงินยุคใหม่สำหรับ SMEs” ในกิจกรรม D CEO Network รุ่นที่ 4 : The Next Frontier ซึ่งจัดโดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเดินหน้าเสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพผู้บริหารระดับสูง 

ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วย 4 ลำดับขั้นการเติบโต
นายจิตรเทพ ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญของการทำธุรกิจยุคนี้ ไม่ใช่แค่การปั้นยอดขาย แต่คือการวางโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมได้ฉายภาพวงจรการเติบโตของธุรกิจ (Business Growth Stages) ไว้ 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
1.    Problem Solution Fit: ธุรกิจเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาได้จริง
2.    Product Market Fit: สินค้าติดตลาด มีฐานลูกค้าที่แท้จริง
3.    Business Market Fit: มีทีมงานและระบบที่พร้อมรองรับการขยายตัว
4.    Financial Instruments Fit: จุดที่นำเครื่องมือทางการเงินเข้ามาเป็นตัวเร่งความเร็ว

พร้อมทั้งระบุด้วยว่า "Financial Instruments Fit" คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ธุรกิจจะไม่ได้เติบโตด้วยแรงของเจ้าของเพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่จะเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยโครงสร้างทางการเงินและเงินทุนจากภายนอก (Other People’s Money) ไม่ว่าจะเป็นการดึงนักลงทุน การร่วมทุน (Venture Capital) การควบรวมกิจการ (M&A) หรือการเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO)

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเรื่อง การประเมินมูลค่ากิจการ (Valuation) ซึ่ง SME ไทยหลายรายยังติดกับดักการประเมินค่าด้วย "ความรู้สึก" หรือดูแค่ว่าลงทุนไปเท่าไหร่และอยากได้คืนกี่เท่า แต่ในมุมมองของนักลงทุนมืออาชีพ จะพิจารณาจาก EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา), กระแสเงินสด (Cash Flow) และศักยภาพการเติบโตในอนาคต มากกว่าการดูเพียงงบกำไรขาดทุนปีล่าสุด

ประกันสังคมพร้อมดูแล ผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง เข้าถึงสิทธิปลูกถ่ายไขกระดูกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึงให้ความคุ้มครองของสำนักงานประกันสังคมด้านการรักษาพยาบาล สำหรับผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็งและมีความจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก จะต้องเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยครอบคลุมโรคสำคัญ ได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเรื้อรัง มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเฉียบพลัน มะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟบลาสชนิดเฉียบพลัน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรง ไขกระดูกผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็ง มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอีโลม่า และไขกระดูกผิดปกติชนิดเป็นพังผืด

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ผู้ประกันตนสามารถยื่นคำขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาที่สะดวก เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะส่งต่อให้ผู้ประกันตนเข้ารับการรักษากรณีปลูกถ่ายไขกระดูกในสถานพยาบาลที่ทำความตกลง โดยผู้ประกันตนไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น 

ข่าวดี ! กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครสาวไทยทำงานในกาตาร์ ตำแหน่ง "พนักงานเสิร์ฟ" เงินเดือน 4 หมื่น+ สวัสดิการดี

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานในรัฐกาตาร์กับสโมสร Doha Diplomatic Club ภายใต้การดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ รัฐกาตาร์ ครั้งที่ 2 ตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟหญิง จำนวน 13 อัตรา เงินเดือน 4,745 ริยัลกาตาร์ หรือประมาณ 40,665 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) ระยะเวลาจ้างงาน 2 ปี สำหรับสวัสดิการ นายจ้างจะจ่ายค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไป – กลับ  และบัตรโดยสารเครื่องบินประจำปี ค่าใบอนุญาตพำนัก อาหารฟรี พร้อมบริการรถรับ – ส่งระหว่างที่พักและที่ทำงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน มีค่าล่วงเวลา และเมื่อทำงานครบ 1 ปี จะได้รับวันหยุดประจำปี 21 วัน รวมทั้งมีประกันสุขภาพให้ ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ

“กรมการจัดหางาน มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงแรงงานในการส่งเสริมให้คนไทยมีงานทำ ควบคู่กับการขยายโอกาสการจ้างงานในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยและครอบครัว โดยเร่งรัดส่งแรงงานไทยและขยายตลาดแรงงานต่างประเทศเชิงรุก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมากกว่า 50,000 อัตรา ภายใน 4 เดือน ซึ่งสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว

อบจ.กาญจนบุรี ผนึกอินโนพาวเวอร์ เปิดเดินรถ EV BUS สายแรก ยกระดับขนส่งสาธารณะเมืองสีเขียว

อบจ.กาญจนบุรี เดินหน้าโครงการเช่ารถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV BUS) ร่วมกับ อินโนพาวเวอร์ จำนวน 12 คัน ยกระดับการให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้เข้าถึงระบบขนส่งที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับนโยบายพลังงานสะอาดของรัฐบาล พร้อมเปิดเดินรถในเส้นทางลาดหญ้า–ท่าม่วง สร้างความมั่นคงในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะของท้องถิ่น

นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ในการให้บริการรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV BUS) แบบครบวงจร เพื่อให้การให้บริการประชาชนในจังหวัดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีมาตรฐาน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่

ทั้งนี้ อินโนพาวเวอร์ได้จัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV BUS) จำนวน 12 คัน และร่วมจัดพิธีเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการในเส้นทางสายที่ 6273 (ลาดหญ้า–ท่าม่วง) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ณ บริเวณถนนหน้าวิทยาลัยการอาชีพแม่บ้านแคว ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธี และ นายประภาสักก์ เจริญพร Head of Future Mobility บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ร่วมกล่าวถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดครั้งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี

อินโนพาวเวอร์มีบทบาทในการให้บริการและบริหารจัดการรถโดยสารไฟฟ้าแบบครบวงจร เพื่อให้บริการเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ พร้อมจัดเตรียมสถานีชาร์จรองรับการให้บริการ และระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ในรถทุกคัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความพร้อมในการเดินรถอย่างมีเสถียรภาพ

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ชี้ตลาดท่องเที่ยวเอเชีย 2026 เผชิญ 3 โจทย์หิน แนะทางรอด เลิกเน้นปริมาณ พร้อมสร้างความเชื่อมั่น – เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว กล่าวถึงหลักการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินกิจการการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการชาวเอเชียภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของโลก ในงาน Thailand Tourism Mart (TTM 2026) ที่อิมแพค เมืองทองธานี
.
โดยได้เน้น 3 ความเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงที่ต้องบริหารจัดการ ได้แก่
1.ความมั่นคงและความตึงเครียดของภูมิศาสตร์การเมืองและ
2.เศรษฐกิจโลกที่ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
3.ความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สุดขั้วมากขึ้น
.
โดยนายวีระศักดิ์ ชี้ชวนให้ผู้ประกอบการใส่ใจกับการเปิดเผยข้อมูลที่รวดเร็ว แม่นยำ ยืนยันได้จริงเพื่อสร้าง "trust" ให้ลูกค้า ว่าพวกเขาได้รับการดูแลจากมืออาชีพ มีการใช้เทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนไปของข้อมูล ใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์ประเมิน เปรียบเทียบและตอบสนอง และการพัฒนาไปสู่ Niche ตลาดกลุ่มความสนใจเฉพาะ เช่นตลาดผู้สูงอายุ ตลาดนักผจญภัย ตลาดสุขภาพ ตลาดของนักธุรกิจที่มองหาโอกาสใหม่ ๆ ตลาดการหวนคืนสู่ความสงบและการรักษาใจ และตลาดครอบครัวที่กำลังหนีร้อนไปหา Coolcation พื้นที่ที่ยังพอมีลมเย็นให้ผ่อนคลายจากไอแดดที่ยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

‘จิตรเทพ เนื่องจำนงค์’ ชี้ “SAF” คือพลังงานใหม่ของประเทศ บนเวที WeCYCLE Day 2568 ตอกย้ำบทบาทไทยสู่ผู้นำพลังงานสีเขียว

นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนโชค น้ำมันพืช (2012) จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนเวิลด์ ยูซีโอ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้รวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วรายใหญ่ของประเทศ และดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสีเขียว ได้ให้วิสัยทัศน์ในฐานะวิทยากรพิเศษ (Speaker) ในงาน “WeCYCLE Day 2568” ซึ่งจัดโดย WHA Group ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนองค์กรและภาคอุตสาหกรรมสู่เป้าหมาย Net Zero 2050

โดยนายจิตรเทพ ได้บรรยายในหัวข้อ “การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนด้วยการบริหารจัดการน้ำมันพืชใช้แล้ว เพื่อผลิตน้ำมันอากาศยานอย่างยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF)”

พร้อมชี้ให้เห็นว่า SAF ไม่ใช่เพียงพลังงานทางเลือก แต่เป็น “พลังงานใหม่ของประเทศ” ที่มีศักยภาพในการสร้างทั้งความมั่นคงทางพลังงาน โอกาสทางเศรษฐกิจ และการลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว

นายจิตรเทพ กล่าวว่า SAF คือโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวัตถุดิบจากน้ำมันพืชใช้แล้วในปริมาณมาก และมีผู้ประกอบการพลังงานสีเขียวที่พร้อมขับเคลื่อนเชิงอุตสาหกรรม

“SAF คือพลังงานแห่งอนาคตที่ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้จริง หากสามารถจัดการน้ำมันพืชใช้แล้วให้เข้าสู่ระบบอย่างเป็นระบบ จะไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรพลังงานที่มีมูลค่าสูง และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ให้กับประเทศ”

แบบนี้ก็มีด้วย!! สายการบินดังลืมผู้โดยสาร 23 ชีวิตไว้บนรถบัส อ้างการสื่อสารคลาดเคลื่อน เกือบทิ้งผู้โดยสารเคว้งกลางลานจอด โชคดีมี ‘ป้ายา’ ช่วยเป็นกระบอกเสียงแทน จนเครื่องต้องวนกลับมารับ 

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 - โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า “Nat Nattyy”  ซึ่งโพสต์ข้อความ ว่า “ชั้นเเละเพื่อนผู้ประสบภัย” 

“เที่ยวบิน : ดอนเมือง-หาดใหญ่ : FD3116 : 17 มกราคม 2569 เวลาออก : 07.10
สถานะ : Bus Gate เพื่อขึ้นเครื่องกลางลานจอด” 

“กลุ่มเรามี 5 คน ด้วยความเป็นพวกเรา check in online … ตรวจตัวตรวจเป๋า พุ่งตรงไปที่ Gate รอ … ผ่านขั้นตอน … ขึ้นBus ขึ้นเครื่อง นั่ง(ที่นั่ง 10 แถวเเรก)  พอคาดเข็มขัดได้ผ้าห่มมา หลับบบบบ 😴💤 … เครื่องยังไม่ออก” 

“ต่อไป … คือการรวบรวมจากเพื่อนในกลุ่มที่ไม่ได้นั่งด้วยกัน กระจายใน 10 แถวเเรกของเครื่อง และไม่หลับเหมือนเรา” 

“ช่วงเวลาที่เครื่อง กำลังเลื่อนออกเพื่อจะรอไป Take off มีคุณป้าท่านหนึ่งปลดเข็มขัดแล้วเดินไปหาแอร์ เพื่อจะบอกว่าเครื่องอย่าพึ่งออกนะเพื่อนของป้าที่เช็คอินแล้วยังไม่ได้มาขึ้นเครื่อง … แอร์เดินสวนมาอย่างว่องไวแล้วบอกว่าคุณป้านั่งลงก่อนนะคะเครื่องกำลังจะออกปลดเข็มขัดไม่ได้” 

บทสนทนา : (ถ้าติดสำเนียงใต้ ทองเเดงหน่อยๆจะมันส์มากกกก)

ป้า : เครื่องยังออกไม่ได้นะเพื่อนป้าเช็คอินมาแล้วด้วยกันนั่งข้างข้างป้านี่แหละแต่เค้าไม่ได้มาขึ้นเครื่องเลยอย่าพึ่งออกอย่าพึ่งออก !!!

แอร์ : แล้วเพื่อนป้าตอนนี้อยู่ที่ไหนหรอคะแล้วทำไมยังไม่มาขึ้นเครื่อง นี่เครื่องถอยออกแล้วนะคะ
 

ป้า : เดี๋ยวป้าขอโทรหาแป๊บ > อาจารย์อยู่ที่ไหนคะนี่เครื่องกำลังจะออกแล้วเข้าห้องน้ำอยู่หรือเปล่าเดินมานั่งเร็วเร็วเลยค่ะเครื่องเค้าออกไม่ได้

อาจารย์ในสาย : 📞…
ป้า : รอก่อนเเอร์ ยังออกไม่ได้ อาจารย์ยังไม่ได้ขึ้นมา
แอร์ : รถมาส่ง ลงกันทั้งรถแล้ว เพื่อนคุณป้าทำไมไม่ลงค่ะ และเค้าอยู่ที่ไหนค่ะ
ป้า : 📞 … หันมาพูดกับเเอร์ อาจารย์อยู่บนรถ ประตูไม่เปิด จะให้ลงยังไง เครื่องก็จะออก
แอร์ : คือถ้าไม่ได้ขึ้นมาตอนเครื่องออก คือทิ้งนะคะ
ป้า : ทิ้งได้ยังไงเค้าเช็คอินเข้ามาแล้ว และขึ้นรถมาเเล้ว
แอร์ : ถ้าเค้าไม่ขึ้นเครื่องมาก็แปลว่าเค้าตกเครื่องนะคะเค้าค่อยมาลำและเวลาถัดไปก็ได้ค่ะ หรือ เค้าอาจจะขึ้นผิด bus หรือเปล่าคะ เพราะตอน gate เปิด เปิด gate ใกล้กันและพร้อมกัน 2 gate ค่ะ
ป้า : ….???? 

คุยกันไปนานสองนาน สรุป เครื่องบินเคลื่อนกลับมาจอดที่เดิม เวลาตอนนั้นน่าจะประมาณ 7.45 ประตูเปิด … มีผู้โดยสารลงมาจากรถบัสและเดินขึ้นเครื่องทั้งหมด 23 คนรวมอาจารย์ด้วย

หมายความว่าไง ???
- สายการบินทิ้งผู้โดยสารไว้ที่รถบัส 23 คน
- การสื่อสารของแอร์, สจ๊วต, คนขับรถบัส เป็นศูนย์
- ไม่มีการนับจำนวนผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องมา ทั้งตอนขึ้นมาและแม้กระทั่งได้เวลาเครื่องจะออกแอร์และสจ๊วตก็ไม่ได้นับจำนวนผู้โดยสาร (โดยปกติจะมีเอกสารแจ้งก่อนบินทุกครั้งว่าจำนวนผู้โดยสารเท่าไหร่ และแอร์สจ๊วตก็ต้องนับจำนวนผู้โดยสารตามนั้นด้วย)
- ไม่มีการตามหาผู้โดยสารที่ไม่ได้ขึ้นเครื่องหรือผู้โดยสารที่ตกค้าง ซึ่งปกติถ้าเช็คอินเข้ามาแล้วทางสนามบินและสายการบินก็จะตามหาผู้โดยสารเพื่อมาขึ้นเครื่องอย่างสุดฤิทธิ์
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ยังไง ไฟลท์เช้าไปหรอ แอร์หรือสจ๊วตยังไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ หรือละเลยหน้าที่เพิกเฉยไม่ทำตามกฎปฏิบัติ หรือยังไง
- เครื่องจะออกแล้ว ถ้าไม่มา = ไม่ต้องตามหา = ไปไฟล์ทอื่น = ทิ้ง ส่วนตัวคิดว่า สายการบินเเละผู้เกี่ยวข้องน่าจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้ หรือมีแแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีกว่านี้

ตอนจบ ถึงหาดใหญ่ปลอดภัย เสียเวลา 2 ชม + ประสบการณ์ใหม่ ขอบคุณ “ป้ายา” ผู้ช่วยให้ผู้โดยสาร 23 ชีวิตได้ขึ้นเครื่องเเละทวงคืนสิทธิ์ของผู้โดยสาร นับถือป้ายามากกก ใจเย็น มีเหตุผล พูดจาดีมีหลักการ 

เหตุการณ์นี้อาจจะไม่มีคนร้องเรียนอาจจะไม่ได้มีผู้เสียหาย เพราะทุกคนได้ขึ้นเครื่องหมดอาจจะเป็นการเล่าสนุกในกลุ่มหลังจากที่เหตุการณ์จบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่ควรเกิด มาตรฐานการบินภายในประเทศคือยังไงหรอ? พวกเราเองก็อาจจะไม่ต้องการบทลงโทษหรือการประกาศที่เห็นชัดชัดเจน แต่อย่างน้อยพวกเราเองก็เป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่ประสบภัย เสียความรู้สึกและเสียเวลาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ได้แต่เก็บไว้และระวังตัวเองเป็นอุทาหรณ์สำหรับการขึ้นเครื่องกับทุกสายการบินครั้งต่อๆ ไป 

ก่อนเอารถไปแลกเงิน 4 เรื่องที่ผู้กู้มือใหม่ต้องรู้

ในภาวะที่ค่าครองชีพยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่รายได้ของหลายครัวเรือนฟื้นตัวไม่เต็มที่ “สินเชื่อทะเบียนรถ” กลายเป็นทางเลือกเร่งด่วนสำหรับผู้ที่มีรถเป็นทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม ผู้ขอสินเชื่อจำนวนไม่น้อยกลับพบว่า หลังได้เงินก้อนไปแล้ว ภาระผ่อนกลับยืดเยื้อยาวนาน และยอดหนี้ลดช้ากว่าที่คาด

เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงสินเชื่อง่ายหรือยาก แต่อยู่ที่การ “เลือกผิดจุด” และ “ประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความจริง” โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ไม่แน่นอน

1. รายได้ไม่นิ่ง อย่าผ่อนยาว
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ การเลือกสัญญาที่ค่างวดต่ำ เพื่อให้ดูผ่อนสบายในแต่ละเดือน แต่แลกด้วยระยะเวลาผ่อนยาว ซึ่งทำให้ยอดดอกเบี้ยรวมสูง และเงินต้นลดช้ากว่าที่คิด ผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อระบุว่า ในกรณีรายได้ไม่แน่นอน ระยะเวลาผ่อนที่ยาว อาจเพิ่มแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายในระยะยาว

2. ไม่โอนเล่ม มักปลอดภัยกว่า ถ้าจำเป็นต้องใช้รถทุกวัน
สินเชื่อทะเบียนรถมีทั้งแบบ “โอนเล่ม” และ “ไม่โอนเล่ม” โดยหลายคนตัดสินใจจากวงเงินที่ได้เป็นหลัก ทั้งที่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่สิทธิของผู้ให้กู้ หากเกิดการผิดนัดชำระในกรณีที่ผู้กู้ต้องใช้รถในการทำงานหรือดำรงชีวิตประจำวัน การเลือกสินเชื่อแบบไม่โอนเล่มมักช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกยึดรถกะทันหัน ขณะที่สินเชื่อแบบโอนเล่ม แม้จะได้วงเงินสูงกว่า แต่จำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขด้านการผิดนัดชำระหนี้และการยึดทรัพย์ให้รอบคอบเป็นพิเศษ

3. อย่าดูแค่วงเงิน ให้ดู “ยอดรวมทั้งสัญญา”
ผู้ขอสินเชื่อจำนวนมากตัดสินใจจากตัวเลขค่างวดรายเดือน โดยไม่ทราบยอดเงินรวมที่ต้องชำระตลอดอายุสัญญา ส่งผลให้ภายหลังพบว่าจ่ายเงินไปแล้วเป็นระยะเวลานาน แต่เงินต้นลดลงเพียงเล็กน้อย เคทีซีแนะนำให้ผู้กู้ขอเอกสารแสดงตารางผ่อนชำระที่ระบุยอดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และยอดรวมทั้งหมดอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจลงนาม โดยเฉพาะกรณีที่มีค่าปรับในการปิดบัญชีก่อนกำหนด หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีผิดนัด

4. เงินก้อนมาไว แต่ผลกระทบอยู่ยาว
ในทางปฏิบัติ เงินที่ได้จากสินเชื่อทะเบียนรถมักถูกนำไปปิดค่าใช้จ่ายที่เร่งด่วน และหมดลงภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ค่างวดผ่อนยังต้องจ่ายต่อเนื่องเป็นปี หากไม่มีแผนการใช้เงินที่ชัดเจน หรือไม่มีเงินสำรองเผื่อรายได้สะดุด อาจทำให้ต้องก่อหนี้เพิ่มเพื่อมาปิดหนี้เดิม สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รถซึ่งเคยเป็นทรัพย์สินเพื่อสร้างรายได้ กลายเป็นภาระทางการเงิน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระในระยะยาว

AmazingThailand x LISA สร้างปรากฏการณ์ LISA Effect “เที่ยวตามรอยลิซ่า” หลังนักท่องเที่ยวหลั่งไหลสู่ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ปรากฏการณ์นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเที่ยวชมทะเลบัวแดง บึงหนองหาน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี สะท้อนความสำเร็จในการใช้ศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง“ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล” ในบทบาท “Amazing Thailand Ambassador” ในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนการท่องเที่ยวไทยเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ซึ่งททท. มีความยินดีอย่างยิ่งที่กระแส Amazing Thailand x LISA สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาสัมผัสความงดงามของทะเลบัวแดง บึงหนองหาน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี นับเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานี  

จากข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเรือประมงและนำเที่ยวทะเลบัวแดง ท่าเรือบ้านเดียม อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 - 25 มกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าชมจำนวนทั้งหมด 50,306 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 26,019 คน คิดเป็นร้อยละ 51.73 และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 24,287 คน คิดเป็นร้อยละ 48.27 อาทิ ประเทศจีน ลาว เยอรมัน ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วทะเลบัวแดงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นกลุ่มหลัก แต่ในฤดูกาลนี้พบว่าสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกือบเทียบเท่านักท่องเที่ยวชาวไทย สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมจากตลาดต่างประเทศที่ขยายตัวมากขึ้นอย่างชัดเจนจากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น

DIT ขนทัพเกษตรกร–ผู้รวบรวมไทย นำข้าวประณีต ผลไม้ และพืชผลเกษตร ร่วมเวที Gulfood 2026 เปิดประตูตลาดตะวันออกกลาง เชื่อมโยงเกษตรกสู่คู่ค้าตรง เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย

(27 ม.ค. 69) นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยระหว่างการเข้าร่วมงาน Gulfood 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 มกราคม 2569 (2026) ณ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า “กรมการค้าภายใน (DIT) ได้นำกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ และผู้ประกอบการในโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรโดยการรับซื้อสินค้าเกษตรในช่วงผลผลิตออกเยอะ เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในเวทีการค้าอาหารระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Local Ingredients, World-Class Experiences” เพื่อขยายโอกาสทางการค้าให้สินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตรและผลไม้สำคัญของประเทศ เข้าสู่ตลาดตะวันออกกลาง โดยงาน Gulfood เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่มีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติ เป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง และผู้ประกอบการธุรกิจอาหารจากหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และความสม่ำเสมอของสินค้าเกษตรและวัตถุดิบอาหาร

การเข้าร่วมงานครั้งนี้ กรมการค้าภายใน ได้นำสินค้าเกษตรของไทยเข้าจัดแสดงใน โซน Gulfood Green ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มุ่งเน้นพืชผลและวัตถุดิบสด สะอาด และมีคุณภาพ ภายในบูธมีการนำสินค้าเกษตรของไทยจากแหล่งผลิตมาจัดแสดง อาทิ ข้าวไทย ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นถิ่นของไทยที่มีอัตลักษณ์พิเศษ ในกลุ่ม “ข้าวประณีต” ผลไม้ พืชผักและสมุนไพรที่ตลาดตะวันออกกลางมีความต้องการ เช่น หอมแดง กระเทียมไทย พริก หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูด

ขณะเดียวกัน ยังได้นำเสนอผลไม้ไทยทั้งรูปแบบผลสดและแปรรูป ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้นำเข้าในประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ เงาะ มังคุด ทุเรียน ลำไย มะม่วง และชมพู่ ที่ตัดสดจากแหล่งผลิตและนำมาจัดแสดง พร้อมเปิดโอกาสให้คู่ค้าได้เห็นคุณภาพและทดลองชิมรสชาติภายในงาน

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า “สำหรับงานในวันแรกได้รับกระแสตอบรับดีมาก จากผู้นำเข้าในตะวันออกกลางและยุโรป โดยเฉพาะผู้ที่ทำร้านอาหารรวมถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มองหาสินค้าวัตถุดิบจากประเทศไทยโดยสามารถติดต่อกับกลุ่มวิสาหกิจฯ ได้โดยตรง“

ไม่ใช่แค่บอกว่า ‘ปลอดภัย’ แต่ต้องมีหลักฐาน! เปิดมิติใหม่การทำเหมืองที่ใช้ข้อมูลสุขภาพเป็นตัวเชื่อมโยงใจชุมชน

วันที่ 27 ม.ค. 69 - เมื่อพูดถึงผลกระทบของภาคอุตสาหกรรมต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมเหมืองแร่มักเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกจับตามองมากที่สุด โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงซ้ำ ๆ มักหนีไม่พ้นเรื่องความกังวลด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ความกังวลเหล่านี้สะท้อนความคาดหวังของสังคมที่ต้องการคำอธิบายอันเป็นรูปธรรมและเชื่อถือได้ มากกว่าแค่การสื่อสารว่า “ปลอดภัย” เพียงอย่างเดียว

จากวิกฤตความเชื่อมั่นดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการสื่อสารเชิงนโยบายอาจไม่ใช่คำตอบที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้อีกต่อไป ผู้ประกอบการด้านเหมืองยุคใหม่จึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นผ่านการบริหารจัดการโครงการด้านสุขภาพแบบใหม่ ที่ครอบคลุม และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถติดตาม ตรวจสอบ และตั้งคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของชุมชนบนพื้นฐานเดียวกัน

ทุกอย่างเริ่มต้นด้วย “ข้อมูล” 
หนึ่งในแนวทางที่เริ่มเห็นมากขึ้นในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ยุคใหม่ คือการใช้ “ข้อมูล” เป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารกับชุมชนและสังคม โดยการสร้างระบบฐานข้อมูลสุขภาพในชุมชนที่ครอบคลุม โปร่งใส และมีส่วนร่วม สามารถเริ่มต้นได้จากการหาคำตอบให้แก่คำถามพื้นฐานสี่ข้อ คือ 

1. องค์กรของเรามีการเก็บข้อมูลสุขภาพชุมชนอยู่แล้วหรือไม่ 
2. หากมี ข้อมูลเหล่่านั้นน่าเชื่อถือและมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด 
3. เราสามารถแสวงหาแนวร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพและกระบวนการเก็บข้อมูลได้หรือไม่ 
4. ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ต่ออย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าแค่การรายงานผล

สำหรับผู้ประกอบการเหมืองแร่หรือธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการยกระดับการบริหารจัดการสุขภาพของชุมชนโดยรอบ โจทย์เหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดต่อเป็นสามมิติสำคัญ ได้แก่

มิติแรก คือการออกแบบกระบวนการเก็บข้อมูลสุขภาพให้ครอบคลุมและต่อเนื่อง ที่ต้องไม่มีเป้าหมายเพียงเพื่อแค่การรายงานผลตามข้อกำหนดเพียงเท่านั้น แต่ควรออกแบบให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย มีการเก็บข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และเชื่อมโยงกับบริบทและความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง

มิติที่สอง คือการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ข้อมูลที่เก็บได้ ข้อมูลสุขภาพไม่ควรอยู่ในการดูแลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรมีหน่วยงานภายนอกเข้ามามีบทบาท ทั้งในกระบวนการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และรายงานผล เพื่อให้ข้อมูลชุดนี้ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ภาครัฐ หรือผู้ประกอบการ

และมิติสุดท้ายซึ่งเป็นมิติที่สำคัญที่สุด คือการนำข้อมูลไปใช้จริง ข้อมูลไม่ควรอยู่แค่บนหน้ากระดาษรายงาน แต่ต้องถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจ วางแผน และดูแลสุขภาพของชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้ กลายเป็นเส้นเลือดที่คอยหล่อเลี้ยงระบบสาธารณสุขของพื้นที่ได้ออย่างมีประสิทธิภาพ

กรณีศึกษา: ระบบเฝ้าระวังสุขภาพชุมชนของเหมืองแร่ทองคำชาตรี
หนึ่งในตัวอย่างของการนำแนวคิดทั้งสามมิตินี้มาใช้จริงในประเทศไทย คือระบบเฝ้าระวังสุขภาพชุมชนของเหมืองแร่ทองคำชาตรี ที่ดำเนินการโดย อัครา รีซอร์สเซส ซึ่งถูกออกแบบให้หน่วยงานภายนอกเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ต้น 

ทุกปี อัคราจัดให้มีการตรวจสุขภาพสำหรับประชาชนในรัศมี 5 กิโลเมตรจากพื้นที่เหมือง ตามมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โดยมีการประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ อาทิ รพ.สต.ด่านช้าง และ รพ.สต.ดงหลง ในจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อร่วมกันคัดกรองกลุ่มประชาชนที่เข้ารับการตรวจให้เป็นไปตามนิยามและแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข โดยคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวตนควบคู่ไปด้วย อสม. ในพื้นที่ยังมีบทบาทในการทำแบบสอบถามเพื่อประเมินสุขภาวะของประชาชน เพื่อให้ข้อมูลที่ได้ก่อนการตรวจตรงกับบริบทสุขภาพของชุมชนอย่างถูกต้องและรอบด้าน

การตรวจสุขภาพครั้งล่าสุดในปี 2568 มีผู้เข้ารับการตรวจกว่า 600 คน ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงวัย รวมทั้งผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ โดยครอบคลุม 9 รายการตรวจสำคัญ เช่นการตรวจการทำงานของตับและไต ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การเอกซเรย์ทรวงอก และการทดสอบสมรรถภาพปอด รวมถึงการตรวจหาสารชีวเคมีที่เชื่อมโยงกับการทำเหมืองโดยเฉพาะ ได้แก่ แมงกานีสและไซยาไนด์ในเลือด และสารหนูในปัสสาวะ ซึ่งหากมีการพบเจอ สารชีวเคมีเหล่านี้จะถูกส่งไปตรวจ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีห้องปฏิบัติการด้านการตรวจสารชีวเคมีที่ได้มาตรฐาน

เมื่อผลการตรวจได้รับการประมวลผลครบถ้วนแล้ว จะมีการประสานแพทย์จากโรงพยาบาลในพื้นที่เป็นผู้อ่านผลและให้คำแนะนำแก่ประชาชนโดยตรง และสำหรับผู้ที่มีความประสงค์เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทาง ก็สามารถใช้สิทธิด้านการรักษาพยาบาลตามสิทธิของแต่ละบุคคลได้ตามปกติ

ที่น่าสนใจคือ รายงานสรุปผลการตรวจสุขภาพทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามและดูแลสุขภาพของประชาชนในมิติอื่น ๆ ต่อไป ทำให้ข้อมูลสุขภาพไม่ได้อยู่ในมือของบริษัทเพียงฝ่ายเดียว แต่มันได้ถูกใช้เป็นรากฐานไปสู่การบูรณาการความร่วมมือ เพื่อสร้างระบบสุขภาพของชุมชนที่เข้มแข็ง

EEC ชี้ Re:Build ลดคาร์บอนอาคารได้สูงสุด 50% ดัน Net Zero ไทย

บริษัท อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด (EEC) จัดงาน The NOVA Community x 50th EEC Anniversary ฉลองครบรอบ 50 ปี เปิดเวทีผลักดันแนวคิด Re:Build อาคารเดิม ลดพลังงาน ลดคาร์บอน อย่างเป็นรูปธรรม สู่เป้าหมาย Thailand Net Zero Carbon 2050

ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ระบุว่าภาคอาคารของไทยใช้พลังงานสูงถึง 36% ของประเทศ และเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลัก โดย Climate Change Act จะเป็นกลไกบังคับให้อาคารต้องปรับตัว

การใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอาคาร สามารถลดการใช้พลังงานได้เฉลี่ย 20–30% โดยไม่กระทบการใช้งานหรือคุณภาพชีวิต พร้อมเตรียมตั้งกองทุนภูมิอากาศเพื่อสนับสนุนการอัปเกรดอาคารเดิมในวงกว้าง

เมื่อความรักต่อศิลปิน เดินคู่กับการวางแผนการเงิน

สำหรับ “แฟนคลับ” การได้ไปชมคอนเสิร์ตของศิลปินที่รักไม่ใช่เพียงความบันเทิงชั่วคราว แต่คือช่วงเวลาที่มีคุณค่าทางใจและกลายเป็นความทรงจำที่มีความหมายกับชีวิตไปอีกแสนนาน หลายคนมองว่าคอนเสิร์ตคือ “รางวัลแห่งปี” ที่ช่วยเติมพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้กับการใช้ชีวิต งานวิจัยจำนวนมากสนับสนุนว่าประสบการณ์ดนตรีสดมีผลต่อสุขภาวะมากกว่าที่คิด โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า กิจกรรมด้านดนตรีมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพทางอารมณ์และคุณภาพชีวิตโดยรวม 

อย่างไรก็ตาม ความสุขจากคอนเสิร์ตมักมาพร้อมค่าใช้จ่ายที่มากกว่าบัตรเข้าชม ไม่ว่าจะเป็นค่าสมัครสมาชิก (membership) ค่าเดินทาง ค่าที่พัก หรือค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่สะสมโดยไม่รู้ตัว เคทีซีจึงชวนแฟนคลับมาดู 3 วิธีเก็บเงินอย่างมีชั้นเชิง เพื่อให้ความสุขจากศิลปินที่รักไม่กลายเป็นภาระทางการเงินในระยะยาว และสนุกกับคอนเสิร์ตได้เต็มที่

วิธีที่ 1 เก็บเงินให้ใกล้เวทีขึ้นทุกวัน 
การเก็บเงินเพื่อคอนเสิร์ตไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่สามารถผูกเข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น เก็บเงินตามเลขวันที่ หรือเก็บเงินทุกครั้งที่เห็นศิลปินอัปเดตผลงาน เงินจำนวนเล็กน้อยที่สะสมอย่างสม่ำเสมอจะค่อย ๆ เปลี่ยนความตื่นเต้นให้กลายเป็นการเตรียมตัวที่จับต้องได้ และช่วยเข้าใกล้วันคอนเสิร์ตโดยไม่สร้างแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายประจำ

วิธีที่ 2 ตั้งงบให้ความสุขไม่ล้นกระเป๋า    
    หลายครั้งภาระทางการเงินไม่ได้เกิดจากค่าบัตรคอนเสิร์ตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการใช้เงินโดยไม่มีกรอบ การกำหนดงบประมาณคร่าว ๆ สำหรับคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง ทั้งบัตรเข้าชม ที่พัก ไปจนถึงค่าเดินทาง จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีขอบเขต และเลือกความสุขในระดับที่เหมาะสมกับสถานะการเงินของตัวเอง

วิธีที่ 3 ดูแลกระเป๋าหลังเวที
    ระหว่างรอวันคอนเสิร์ต ความอยากเล็ก ๆ มักเกิดขึ้นเสมอ การไม่ปิดกั้นตัวเองทั้งหมด แต่เลือกเลื่อนค่าใช้จ่ายที่ยังไม่จำเป็น แล้วนำเงินส่วนนั้นมาเป็นเงินเก็บสำหรับคอนเสิร์ต คือวิธีดูแลทั้งความสุขในวันนี้และความสบายใจในวันข้างหน้า
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top