Friday, 4 September 2026
World

จีนเร่งกู้ภัยด่านจี๋หลง!! ‘สีจิ้นผิง’ นำประชุมผู้นำ CPC วางแผนกู้ภัยจี๋หลง หลังโคลนถล่มชายแดนจีน–เนปาล เสริมแผนด่วน จัดที่พักฉุกเฉิน หวั่นน้ำท่วมซ้ำเนปาลต่อเนื่อง

สีจิ้นผิงนำประชุมผู้นำ CPC หารือกู้ภัย 'โคลนถล่ม' ในอำเภอจี๋หลง

ปักกิ่ง, 28 ส.ค. (ซินหัว) -- วันศุกร์ (28 ส.ค.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางของจีน เป็นประธานการประชุมคณะผู้นำพรรคฯ เพื่อพิจารณาและวางแผนการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์เหตุโคลนถล่มรุนแรงในอำเภอจี๋หลง เขตปกครองตนเองซีจ้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ช่วงเริ่มต้นการประชุมกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ สีจิ้นผิงและคณะผู้นำคนอื่นๆ ได้สงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบริเวณด่านชายแดนจี๋หลงเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) ที่ผ่านมา

ที่ประชุมระบุว่ามีการกู้ภัยฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว เป็นระเบียบ และประสานงานกันอย่างดีภายใต้การนำของคณะกรรมการกลางพรรคฯ รวมถึงมีการจัดหาที่พักพิงชั่วคราวแก่ประชาชนผู้ประสบภัยและรับมือกับผลกระทบที่ตามมา

ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นในภูมิภาคที่ราบสูงอากาศหนาวเย็น ที่ซึ่งมีหุบเขาสูงชัน สภาพอากาศแปรปรวน ธารน้ำแข็งและทะเลสาบธารน้ำแข็งหลายแห่งล้อมรอบ รวมถึงอันตรายทางธรณีวิทยาที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งก่อให้เกิดความท้าทายอย่างมากต่อการกู้ภัยฉุกเฉิน

ที่ประชุมเน้นย้ำว่าหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องดำเนินงานกู้ภัยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด กำหนดแผนค้นหาและช่วยเหลือตามหลักการ และพยายามค้นหาและช่วยเหลือชาวจีนและชาวต่างชาติที่สูญหายทั้งหมดอย่างสุดกำลัง

ทั้งนี้ จีนจะจัดสรรความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่พื้นที่ประสบภัยในเนปาลและดำเนินความร่วมมือด้านการกู้ภัยระหว่างประเทศด้วย

เนปาลเตือน 'น้ำท่วม' ระลอกใหม่ หลังแม่น้ำโภเตโกชีเพิ่มสูง

กาฐมาณฑุ, 28 ส.ค. (ซินหัว) -- วันศุกร์ (28 ส.ค.) ทางการเนปาลออกคำเตือนน้ำหลากท่วมที่อาจเกิดขึ้นอีกระลอกหนึ่ง หลังจากมีรายงานกระแสน้ำผสมโคลนและเศษซากต่างๆ เพิ่มขึ้นในพื้นที่เดียวกันของแม่น้ำโภเต โกชี ซึ่งเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งหายนะเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) ที่ผ่านมา

องค์การจัดการและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติเนปาลระบุว่ามีข้อมูลว่าวันนี้มีกระแสน้ำผสมโคลนและเศษซากต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกครั้งในพื้นที่เดียวกันของแม่น้ำโภเต โกชี ในเขตราสุวา ซึ่งเผชิญน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 26 ส.ค.

ทั้งนี้ องค์การฯ กระตุ้นเตือนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการกู้ภัยและบรรเทาทุกข์ตามแนวแม่น้ำโภเต โกชี และแม่น้ำตรีศูลี รวมถึงทุกคนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูง เฝ้าระวังระดับสูงสุดและอพยพไปยังจุดปลอดภัยทันทีหากสังเกตเห็นอันตราย

เหตุน้ำท่วมฉับพลันในเนปาลครั้งหายนะนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 469 ราย และผู้สูญหาย 977 ราย

ฝ่าวิกฤตถนนหาย! กู้ภัยจีนลุยโคลนปีนเขา ช่วยผู้ประสบภัย 'โคลนถล่ม' ในจี๋หลง

จี๋หลง, 28 ส.ค. (ซินหัว) -- ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยของจีนเดินเท้าฝ่าโคลนตมและปีนป่ายเนินเขาลาดชันเพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยโคลนถล่มรุนแรง บริเวณพื้นที่ด่านจี๋หลงในอำเภอจี๋หลง เมืองรื่อคาเจ๋อ เขตปกครองตนเองซีจ้างทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยโคลนถล่มส่งผลให้ถนนเสียหายอย่างหนัก มีโคลนดินทับถมหนาเตอะจนยานพาหนะไม่สามารถสัญจรผ่าน

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่จากมุมสูงพร้อมบันทึกภาพทางอากาศ เพื่อสนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ภัยอย่างต่อเนื่องทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

อนึ่ง เหตุโคลนถล่มจากฝั่งเนปาลเมื่อช่วงเช้าวันพุธ (26 ส.ค.) ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตและผู้สูญหายจำนวนมากที่ด่านจี๋หลง ซึ่งเป็นด่านบกแห่งสำคัญที่เชื่อมต่อจีนกับเนปาล

ที่มา : Xinhua

เจาะตำนานกำเนิดอิสราเอล!! จากแผนแบ่งปาเลสไตน์ของ UN สู่สงครามตั้งรัฐที่เปลี่ยนชะตาตะวันออกกลาง อิสราเอลไม่ได้เกิดจากสุญญากาศ แต่เกิดจากสงคราม การอพยพ และเกมมหาอำนาจ

เจาะตำนานกำเนิดอิสราเอล

มาถึง ณ วันนี้ในโลกอินเตอร์เนตกลับเห็นโพสว่าเข้าใจแล้วว่าทำไมฮิตเลอร์ถึงจงเกลียดจงชังชาวยิวนัก จนถึงขั้นที่เรียกว่าชาวยิวคือเชื้อโรคหรือปรสิตของโลกเลยทีเดียว ซึ่งพอเอย่าค้นข้อมูลดูก็พบว่าการที่ฮิตเลอร์คิดแบบนั้นก็เพราะในเวลานั้นเยอรมนีอยู่ในช่วงปพ้สงครามในสงครามโลกครั้งที่ 1 และต้องจ่ายเงินค่าปฏิกรรมสงครามมหาศาล แต่สาธารณรัฐไวมาร์ซึ่งเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่ขึ้นมาปกครองเยอรมนีหลังสงครามซึ่งนักการเมืองและนักคิดที่มีบทบาทสูงในรัฐบาลไวมาร์นี้หลายคนเป็นชาวยิว อีกทั้งชาวยิวในเยอรมนีมีประชากรเพียงประมาณ 1% เท่านั้น แต่เป็นกลุ่มที่มีการศึกษาสูงและประสบความสำเร็จอย่างมาก พวกเขากุมตำแหน่งสำคัญในระบบธนาคาร พาณิชยกรรม กฎหมาย การแพทย์ และสื่อสิ่งพิมพ์ แต่ชาวเยอรมันแท้ๆกลับต้องมาทำงานรับใช้คนเหล่านี้ และนี่คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นครั้งในอดีต

แต่เมื่อชาวยิวได้มีประเทศเป็นของตนเองอย่างอิสราเอลต้องมองย้อนกลับไปถึงครั้งเมื่อจักรวรรดิออตโตมันล่มสลายแผ่นดินปาเลสไตน์ในขณะนั้นเป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษ โดยในเวลานั้นมีประชากร อาหรับปาเลสไตน์เป็นประชากรส่วนใหญ่ และมีชุมชนชาวยิวขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะจากการอพยพของไซออนิสต์ จนเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 1947 องค์การสหประชาชาติเสนอให้แบ่งดินแดนปาเลสไตน์เป็น รัฐยิวและรัฐอาหรับ โดยพื้นที่ที่เสนอให้รัฐยิวมีประมาณ 55% ของดินแดน แม้ว่าชาวยิวจะมีประมาณหนึ่งในสามของประชากรทั้งหมด และแน่นอนชาวยิวเอาด้วยอย่างไม่ขัดขืนในขณะที่ชาวอาหรับต่างปฏิเสธเพราะเป็นการแบ่งที่ไม่เป็นธรรม จากนั้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 1948 Ben-Gurion ประกาศจัดตั้งรัฐอิสราเอล และประเทศแรกที่รับรองประเทศอิสราเอลคือ สหรัฐอเมริกา นั่นเอง และหลังจากนั้นอิสราเอลก็เริ่มทำสงครามกับฝั่งชาวอาหรับในปาเลสไตน์และยึดพื้นที่ในเขตปกครองของอังกฤษเพิ่มขึ้นเป็น 78% ในที่สุด

ในการศึกครั้งนี้ยิวไม่ได้สู้เพียงลำพัง ทั้งที่ฝ่ายอาหรับนั้นนอกจากชาวอาหรับในปาเลสไตน์แล้วยังมีกองทัพจากอิรัค อิยิปต์ ซีเรียและจอร์แดน แต่สาเหตุที่ทำให้ฝ่ายอาหรับปราชัยส่วนหนึ่งมาจากจุดประสงค์การรบที่ไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในขณะที่ฝั่งยิวนั้นมีการระดมพลจากทหารผ่านศึกยิวนอกประเทศและอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากเชคโกสโลวาเกียในขณะนั้น ทำให้การรบเป็นต่อกว่าฝั่งอาหรับที่จ้องจะเข้ามายึดปาเลสไตน์ไปเป็นของประเทศตนเป็นที่ตั้ง ซึ่งจุดนี้เองผลกรรมจึงตกไปอยู่กับชาวอาหรับปาเลสไตน์ในพื้นที่นั่นเอง

ในตอนหน้าเอย่าจะมาเปิดเผยถึงประเทศหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นมหามิตรกับอิสราเอลก่อนจะหันหลังกลับแบบแทบจะไม่เหลือความเป็นมิตรต่อกัน อยากทราบว่าประเทศอะไรติดต่อตอนต่อไปอาทิตย์หน้านะคะ

ที่มา : AYA

คีร์กีซสถานต้อนรับ “สีจิ้นผิง” อบอุ่น ชูสัมพันธ์จีน–คีร์กีซ ดุจครอบครัว มุ่งสร้างประชาคมอนาคตร่วมกัน เดินหน้าขยายบทบาทจีนในเอเชียกลาง สู่ความร่วมมือยุทธศาสตร์รอบด้าน

ปธน.คีร์กีซสถานต้อนรับ 'สีจิ้นผิง' สุดอบอุ่น ชูมิตรภาพดุจครอบครัว

เมื่อวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้เดินทางถึงกรุงบิชเคกเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ปี 2026 และเยือนคีร์กีซสถานอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของซาดีร์ แจแปรอฟ ประธานาธิบดีคีร์กีซสถาน โดยแจแปรอฟและไอกุล แจแปรอวา ผู้เป็นภริยา ได้ต้อนรับสีจิ้นผิงและเผิงลี่หยวน ผู้เป็นภริยา ที่ท่าอากาศยานนานาชาติมานัส รวมถึงจัดพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศได้จับมือทักทายกันอย่างแน่นแฟ้น โดยแจแปรอฟกล่าวว่าสีจิ้นผิงเปรียบเสมือนคนในครอบครัว และการเดินทางเยือนคีร์กีซสถานของสีในครั้งนี้ไม่ต่างจากการกลับบ้าน

สีจิ้นผิงระบุในคำปราศรัยเป็นลายลักษณ์อักษรที่เผยแพร่เมื่อเดินทางถึงว่า จีนและคีร์กีซสถานมีความสัมพันธ์ฉันมิตรมาอย่างยาวนาน และตัวเขาจะร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับแจแปรอฟอย่างลึกซึ้งในด้านความสัมพันธ์จีน-คีร์กีซสถาน ความร่วมมือหลากหลายสาขาระหว่างสองประเทศ ตลอดจนประเด็นระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคที่เป็นข้อกังวลของทั้งสองฝ่าย และร่วมกันวางพิมพ์เขียวใหม่สำหรับการสร้างประชาคมจีน-คีร์กีซสถานที่มีอนาคตร่วมกัน

จีนและคีร์กีซสถานเชื่อมโยงกันด้วยขุนเขาและสายน้ำ มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยทั้งสองประเทศยืนหยัดเคียงข้างกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา สนับสนุนซึ่งกันและกัน และบรรลุผลลัพธ์ความสำเร็จร่วมกัน

สีจิ้นผิงเดินทางเยือนคีร์กีซสถานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ภายหลังการเยือนครั้งแรกในเดือนกันยายน 2013 ซึ่งในครั้งนั้นทั้งสองประเทศได้ประกาศสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีน-คีร์กีซสถานได้ก้าวผ่านเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์จากความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมรอบด้าน และกลายมาเป็นความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมรอบด้านสำหรับยุคใหม่ในเวลาต่อมา

เมื่อปี 2025 สีจิ้นผิงพบปะกับแจแปรอฟถึง 3 ครั้ง พร้อมบรรลุฉันทามติสำคัญเกี่ยวกับการกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมรอบด้านสำหรับยุคใหม่ระหว่างจีน-คีร์กีซสถาน และการสร้างประชาคมจีน-คีร์กีซสถานที่มีอนาคตร่วมกัน ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน นับเป็นการเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ทวิภาคี

ที่มา : Xinhua

‘โมดี’ พบ ‘ปูติน’ ที่คีร์กีซสถาน!! อินเดีย - รัสเซีย กระชับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ค้าขาย–ท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง ปูตินขอบคุณโมดีใส่ใจสัมพันธ์สองประเทศ อินเดียย้ำหนุนทุกความพยายามสันติภาพในยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย พบกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ที่กรุงบิชเคก ระหว่างการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO ตามรายงานของผู้สื่อข่าว Sputnik เมื่อวันจันทร์

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียกำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนสำคัญมาจากความใส่ใจอย่างมากของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ปูตินกล่าวต้อนรับโมดีระหว่างการหารือที่กรุงบิชเคก เมืองหลวงของคีร์กีซสถานว่า

“การพบกันของเราเกิดขึ้นในช่วงก่อนการประชุมสุดยอด SCO ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อกระชับสถานการณ์และการติดต่อระหว่างประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม Global South และตะวันออก สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการพัฒนาทางวัฒนธรรมของภูมิภาค และมีส่วนช่วยต่อการก่อรูปของระเบียบโลกที่เป็นธรรมและมีหลายขั้วอำนาจ”

ผู้นำรัสเซียกล่าวเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียยังคงเดินหน้าแข็งแกร่งขึ้น บนหลักการของ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีสิทธิพิเศษเป็นพิเศษ” หรือความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระดับสูงระหว่างสองประเทศ

ปูตินกล่าวกับโมดีว่า

“สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากความใส่ใจส่วนตัวของท่านต่อการพัฒนาความสัมพันธ์รัสเซีย–อินเดีย รวมถึงความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ และยิ่งไปกว่านั้น คือความสัมพันธ์ส่วนตัวที่อบอุ่นและเป็นมิตรอย่างมากซึ่งเกิดขึ้นระหว่างเรา ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง”

ถ้อยแถลงสำคัญอื่น ๆ ของปูติน

ปูตินระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างรัสเซียกับอินเดียเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ขณะที่ความร่วมมือระหว่างสองประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัสเซียกับอินเดียในปี 2025 เพิ่มขึ้น 16% สะท้อนการเดินทางและความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่ขยายตัวมากขึ้น

ถ้อยแถลงสำคัญของโมดี

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี กล่าวว่า อินเดียสนับสนุนความพยายามทุกด้านที่มุ่งไปสู่สันติภาพและการหาทางออกต่อสถานการณ์ยูเครน และอินเดียจะยังคงสนับสนุนแนวทางดังกล่าวต่อไป

โมดีกล่าวระหว่างการพบหารือกับประธานาธิบดีปูตินว่า

“เราได้หารือกันอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยูเครน ครั้งล่าสุดที่เราได้พบกัน ท่านได้แบ่งปันข้อมูลอย่างละเอียดแก่ผม และได้หารือในทุกแง่มุมของสถานการณ์ปัจจุบัน”

โมดีย้ำว่า อินเดียสนับสนุนความพยายามเพื่อสันติภาพทั้งหมดในประเด็นยูเครน และจะยังคงสนับสนุนต่อไป

นอกจากนี้ โมดียังแสดงความมั่นใจว่า การเดินทางเยือนอินเดียของปูตินเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด BRICS ที่กรุงนิวเดลี จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โมดียังมีแผนหารือกับปูตินเกี่ยวกับประเด็นการหาทางออกต่อสถานการณ์ยูเครนด้วย

เขาแสดงความเชื่อมั่นอีกครั้งว่า การเยือนอินเดียของปูตินในการประชุมสุดยอด BRICS ที่กรุงนิวเดลี จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ

คณะผู้แทนรัสเซีย

ปูตินเดินทางไปยังคีร์กีซสถานเมื่อวันจันทร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO ที่กรุงบิชเคก

คณะผู้แทนรัสเซียที่เข้าร่วมการหารือประกอบด้วยบุคคลสำคัญหลายราย ได้แก่

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, อเล็กเซย์ โอเวอร์ชุก รองนายกรัฐมนตรี, แม็กซิม โอเรชกิน รองหัวหน้าสำนักงานบริหารประธานาธิบดี, ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน, ยูรี อูชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดี, แม็กซิม เรเชตนีคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจ, เซอร์เกย์ ซิวิลยอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, คิริลล์ ดมิทรีเยฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกองทุนการลงทุนโดยตรงแห่งรัสเซีย หรือ RDIF และอเล็กเซย์ ลิคาเชฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rosatom

โดยสรุป การพบกันของปูตินและโมดีนอกรอบการประชุม SCO ครั้งนี้ สะท้อนว่ารัสเซียและอินเดียยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน ทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการหารือเรื่องยูเครน ท่ามกลางการผลักดันแนวคิดระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ

ที่มา : Sputnik

‘อารักชี’ เหน็บ ‘เนทันยาฮู’ “งูพิษ”!! รมว.ต่างประเทศอิหร่านเปิดศึกวาทกรรม โจมตี 'เนทันยาฮู' ปมชักจูงสหรัฐฯ สู้สงครามแทน เผยใช้เวลาเกือบพันชั่วโมงผลักดัน เรียกตนเองเป็นผู้นำจริงจังในเวทีโลก

อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน แชร์คลิปคำให้สัมภาษณ์ล่าสุดของเนทันยาฮู พร้อมวิจารณ์อย่างรุนแรงว่า เนทันยาฮูเป็นเหมือน "งูพิษ" ที่หลอกล่อรัฐบาลสหรัฐฯ ให้เข้าสู่สงครามกับอิหร่านแทนอิสราเอล

โพสต์ที่อารักชีแชร์มา แสดงถึงท่าทางของเนทันยาฮูที่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ขณะพูดถึงวิธีที่เขา “ใช้อิทธิพลต่ออเมริกา” ผ่านการปรากฏตัวผ่านรายการโทรทัศน์ของสหรัฐฯ รวมเกือบ 1,000 ชั่วโมง เพื่อผลักดันให้สหรัฐฯ มองปัญหาอิหร่านไปในทิศทางเดียวกับอิสราเอล

แต่เมื่อเนทันยาฮูกลับมาพูดเป็นภาษาอังกฤษ เขากลับเปลี่ยนท่าทีด้วยการกล่าวชื่นชมภาวะผู้นำของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนอารักชีจะปิดท้ายโพสต์ด้วยคำสั้นๆ ว่า “Serpent” หรือ “งูพิษ”

สำหรับคำพูดของเนทันยาฮูที่อารักชีนำมาแชร์นั้น เขากล่าวว่า “ผมจัดการกับอิหร่านมาเกือบ 40 ปี ผมใช้เวลานานกว่าจะทำให้ฝ่ายความมั่นคงของเราเข้ามาจัดการกับอิหร่านด้วยตัวเอง และยังต้องใช้เวลานานเช่นกันกว่าจะทำให้สหรัฐฯ มาถึงความเข้าใจนี้ ผมสามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะผมใช้เวลาเกือบ 1,000 ชั่วโมงปรากฏตัวทางโทรทัศน์ของอเมริกา”

ที่มา ;https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1388268836794806/?rdid=ICw77oSOnd4c4RgQ#

USS Abraham Lincoln แล่นชิลๆ ผ่านช่องแคบมะละกา ก่อน "ยกพลขึ้นบก" !

โซเชียลมีเดียของเรือบรรทุกเครื่องบิน
เครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln (CVN-72)
ได้โพสต์ภาพวีดิโอพร้อมข้อความว่า
"แล่นชิลๆ ผ่านช่องแคบมะละกา ; Strait (of Malacca) chillin’"
ในพื้นที่ปฏิบัติการของกองเรือที่ 7 สหรัฐฯ (@US7thFleet)

ก่อนที่ USS Abraham Lincoln
และกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี
มีกำหนดการเดินทางเข้าเทียบท่าเรือแหลมฉบัง
ที่ประเทศไทยเป็นเวลา 5 วันระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน
เพื่อให้ลูกเรือกว่า 5,000 นายได้ พักผ่อน
เติมกำลังบำรุงในพื้นที่พัทยา และ จ.ชลบุรี

ที่มา : https://www.facebook.com/watch/?v=992747563783111&rdid=o0O2toszVCPTCbuz

‘สีจิ้นผิง’ เตรียมเยือนอียิปต์!! เยือนอียิปต์ในรอบ 10 ปี ยกสุภาษิตแม่น้ำไนล์สะท้อนสายสัมพันธ์สองอารยธรรม ย้ำชื่นชมอารยธรรมลุ่มลึก เน้นความสัมพันธ์จีน-อียิปต์แน่นแฟ้น

สีจิ้นผิงเตรียมเยือน 'อียิปต์' ในรอบ 10 ปี ดั่งสุภาษิตอียิปต์โบราณ

ไคโร, 1 ก.ย. (ซินหัว) -- สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวถึงสุภาษิตอียิปต์ที่ว่า "ผู้ใดได้ดื่มน้ำจากแม่น้ำไนล์ ย่อมต้องกลับมาเยือนอียิปต์อีกครั้ง" ในบทความที่ลงนามและเผยแพร่ผ่านสื่ออียิปต์ก่อนการเดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ พร้อมย้อนรำลึกถึงการเยือนอียิปต์ครั้งล่าสุดเมื่อ 10 ปีก่อน โดยกล่าวว่าตนรู้สึกประทับใจในอารยธรรมเก่าแก่และลุ่มลึกของอียิปต์ ตลอดจนความคึกคักมีชีวิตชีวาและพลังขับเคลื่อนการพัฒนา

ที่มา : Xinhua

เสียงจากยูเครนในภาวะสงคราม!! คนยูเครนผวารัสเซียตอบโต้หนัก รายงานจากสื่อยูเครนวอทช์ คนชี้ทางออกคือเจรจาหรือหนี แสดงความจริงเจ็บปวดยิ่งในสงคราม

สื่อยูเครนวอทช์ ในเทเลแกรมทำสกู๊ปสัมภาษณ์ คนยูเครนถึงสถานการณ์การสู้รบกับรัสเซีย
สื่อถาม “คุณคิดว่า ยูเครนชนะสงครามต่อรัสเซียหรือไม่?”

พนักงานชิปปิ้งสาว ทวนคำถามก่อนตอบกลับว่า “เรายิงขีปนาวุธใส่รัสเซีย 1 ลูก รัสเซียถล่มเรากลับด้วยขีปนาวุธเป็นร้อยลูก”

สื่อฯชี้ มีคนยูเครนที่น้อยนิดจนนับนิ้วมือได้ ที่ยังหวังลมๆแล้งๆ ว่ายูเครนจะชนะสงคราม เพราะความเป็นไปที่เกิดขึ้นยาก เมื่อถูกรัสเซียตอบโต้เช่นที่ เคียฟเผชิญในปัจจุบัน

พนักงานสาวข้างต้น เผยบริษัทนำเข้า, ส่งออก ต่างไม่ต้องการเสี่ยงดำเนินกิจการภายใต้ความเสี่ยงที่สูง ดังนั้นคนที่รับกรรมก็คือชาวบ้านธรรมดา ที่ต้องยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ต้องชาร์จเพิ่ม จากการเปลี่ยนทั้งเส้นทางและวิธีขนส่ง

เมื่อสื่อถามถึง ทางออกของปัญหาที่ยูเครนกำลังเผชิญ เธอตอบชนิด คำตอบที่เซเลนสกี้ไม่อยากรับรู้ว่า
“ทางเลือกหนึ่งหากสามารถทำได้คือ ออกไปเสียจากประเทศนี้ หรือไม่อีกทาง ก็ยอมเจรจาบนเงื่อนไขของรัสเซีย ก่อนที่จะไม่มีใครเหลือรอดเพื่อยอมรับเงื่อนไขนั้น“

ที่มา : https://www.facebook.com/100050827629069/posts/1625465242491048/?rdid=oC602TNVJqDHjc7y#

‘ทรัมป์’ ส่งคำเตือนแรงถึงอิหร่าน!! ขู่ยกระดับโจมตีอิหร่าน หากตอบโต้สหรัฐฯ จะเจอการทำลายล้างขั้นสุด การโจมตีครั้งใหญ่ยังไม่เริ่ม อิหร่านอาจสูญสิ้นสิ่งสำคัญ

ทรัมป์เตือนอิหร่านอย่าตอบโต้การโจมตีครั้งนี้ ไม่งั้นจะเจอการทำลายล้างจากสหรัฐอย่างถึงที่สุด!

หากอิหร่านตอบโต้การโจมตีครั้งนี้ สหรัฐฯ จะโจมตีกลับในระดับที่ “หนักหน่วงและรุนแรงยิ่งกว่าเดิมมากๆ”

ทรัมปยังกล่าวอีกว่า การโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ยังไม่ได้เริ่มขึ้น และหากถึงเวลานั้น เมื่อทุกอย่างจบลง “อิหร่านอาจแทบไม่เหลืออะไรอยู่เลย”

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1389194973368859/?rdid=BtRiRVagI5d0Qcky#

รัสเซียขอความชัดเจนอาร์เมเนีย!! ‘ปูติน’ พบ ‘ปาชินยาน’ นอกรอบ SCO ถกแผนอาร์เมเนียเข้ายุโรป เตือนยุ่งยากยูเรเชียร่วมอยู่ ยืนยันสัมพันธ์รัสเซีย-อาร์เมเนียแน่นแฟ้น

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้พบหารือแบบทวิภาคีกับนายนิโคล ปาชินยาน นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นอกรอบการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO

ระหว่างการพบปะกับนายกรัฐมนตรีนิโคล ปาชินยาน ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือกันหลายครั้งเกี่ยวกับแผนของอาร์เมเนียในการเข้าร่วมสหภาพยุโรป หรือ EU โดยปูตินระบุว่า มอสโกจำเป็นต้องมีความชัดเจนว่า จะพัฒนาความสัมพันธ์กับเยเรวานต่อไปอย่างไร ในช่วงที่อาร์เมเนียกำลังเดินหน้าเข้าใกล้ความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปมากขึ้น

ปูตินกล่าวว่า ความปรารถนาของอาร์เมเนียที่จะเข้าร่วมสหภาพยุโรปนั้น เป็นสิทธิอันชอบธรรมของอาร์เมเนียเอง แต่เขาเตือนว่า แนวทางดังกล่าวก่อให้เกิดความยุ่งยากบางประการ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการที่อาร์เมเนียยังคงเป็นสมาชิกของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย หรือ EAEU อยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ปูตินย้ำว่า รัสเซียสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรและเป็นประโยชน์ร่วมกันกับอาร์เมเนียมาโดยตลอด พร้อมระบุว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานของทั้งรัสเซียและประชาชนอาร์เมเนีย

ปูตินยังกล่าวด้วยว่า บริษัทของรัสเซียยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในเศรษฐกิจของอาร์เมเนีย โดยมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เสียภาษีรายใหญ่ที่สุดของอาร์เมเนีย

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีรัสเซียยังกล่าวถึงโครงการความร่วมมือระหว่างมอสโกและเยเรวานในหลายด้าน ทั้งพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ การคมนาคมขนส่ง และเศรษฐกิจดิจิทัล

โดยสรุป การหารือครั้งนี้สะท้อนว่า รัสเซียกำลังจับตาทิศทางของอาร์เมเนียที่ต้องการใกล้ชิดกับสหภาพยุโรปมากขึ้น ขณะเดียวกันมอสโกก็ต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ พลังงาน และยุทธศาสตร์กับเยเรวาน โดยเฉพาะในช่วงที่อาร์เมเนียยังมีพันธกรณีอยู่กับกลไกความร่วมมือในกรอบยูเรเชียอย่าง EAEU

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top