Thursday, 4 June 2026
World

เปิดปริศนา “เจ้าคำก่ายน้อย” ซีรีส์หงสาวดีปลุกกระแสตามรอยประวัติศาสตร์ เปิดปมเจ้าฟ้าไทใหญ่ผู้ถูกเล่าว่าเป็นสหายพระนเรศ ที่พงศาวดารไม่เคยบันทึก เรื่องเล่ามิตรภาพหรือยุทธศาสตร์สร้างแรงเกรงขามต่อพม่า

เอย่าต้องยอมรับว่า​ซีรีส์เรื่องหงสาวดี​ ปลุกให้การท่องเที่ยวเมียนมากลับมาคึกคักอีกครั้ง​ โดยเฉพาะการตามรอยสถานที่ในซีรีส์​  แต่พอกลับมาดูในความเป็นจริงตามพงศาวดารแล้ว​ การระบุถึงความสัมพันธุ์ระหว่าง​ พระนเรศ กับ​ Min Gyi Swa หรือคนไทยเรียกว่า​ มังกะยอชวา​ กลับไม่มีระบุถึงความสัมพันธุ์ของทั้ง​2 มากนัก​ แต่วันนี้เอย่าจะไม่พูดถึงความสัมพันธุ์ดังกล่าวเพราะหลายคนน่าจะหาอ่านหาฟังได้จากสื่อออนไลน์หลายช่องทางแล้ว​  วันนี้เอย่าจึงขอนำเสนอเรื่องของเจ้าฟ้าไทใหญ่ที่ว่าเป็นเพื่อนสนิทและพี่น้องร่วมสาบานกับพระนเรศ​ นั่นคือ​เจ้าคำก่ายน้อย

เจ้าคำก่ายน้อย​ หรือบางพงศาวดารเรียกว่า​เจ้าคำแก้วน้อย​มีระบุว่ามีตัวตนจริงในพงศาวดารฝั่งไทใหญ่ว่าเป็นองค์ประกันเช่นเดียวกับพระนเรศ​ ท่านเป็นจ้าชายจากเมืองแสนหวี​ แม้ไม่มีบันทึกในพงศาวดารทั้งฝั่งกรุงศรีและไทใหญ่​ แต่กลับมีเรื่องราวเล่าขานว่าเจ้าคำก่ายน้อยคือพระสหายคนสนิทที่เป็นหนึ่งในคนที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระนเรศและเป็นคนที่เป็นเหตุให้พระนเรศยกพลไปช่วยเนื่องจากเจ้าคำก่ายน้อยติดศึกกังอังวะจนได้ไข้และสวรรคตที่เมืองหาง​

ประเด็นที่น่าแปลกคือในพงศาวดารทั้งฝั่งกรุงศรีและพม่าไม่เคยมีระบุชื่อของเจ้าฟ้าไทใหญ่องค์นี้​  มีเพียงตำนานเล่าขานในฝั่งไทใหญ่เท่านั้นที่อ้างว่าเป็นพระสหายคนสนิท

นักวิเคราะห์ประวัติศาสตร์มองว่าการที่พระนเรศยกทัพปราบอังวะ​ ก็เพราะว่าหลังการล่มสลายของหงสาวดีด้วยเหตุว่าถ้าปล่อยให้อังวะฟื้นตัว​ฟากพม่าจะกลับมาเป็นภัยต่ออยุธยาอีกก็เป็นได้​

แต่ทำไมตำนานฝั่งฉานกลับกลายเป็นอีกเรื่องนั่นเป็นเพราะว่าในช่วงเวลานั้นเมืองไทใหญ่ส่วนใหญ่​ รวมถึงล้างช้างก็เข้ามาสวามิภักดิ์ฝั่งกรุงศรี​  เป็นไปได้ที่ตำนานการอ้างความสนิทสนมกับกษัตริย์กรุงศรีที่เพิ่งรบชนะพระมหาอุปราชแห่งหงสาวดีจะสร้างความเกรงกลัวและ77ป้องกันการขยายอิทธิพลของฝั่งพม่ามายังรัฐฉานก็เป็นได้

สุดท้ายเรื่องราวของเจ้าคำก่ายน้อยจะเป็นจริงหรือแค่ตำนาน​ อาจจะไม่สำคัญเท่ากับเรื่องราวที่สร้างเสริมเติมแต่งจนสร้างความใกล้ชิดระหว่างชาวสยามกับชาวไทใหญ่ในเวลาต่อมา​

ปัจจุบันมีอนุสาวรีย์พระนเรศวรในเมืองตุน​หรือ​ Mong Ton บริเวณ​ดอยไตแลง​ โดยดอยนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลัง​  RCSS  ของเจ้ายอดศึกนั่นเอง

ที่มา : AYA

ฮันตาไวรัสกลางทะเล!! ผู้โดยสาร MV Hondius ทยอยกลับประเทศ หลังสเปนเริ่มเที่ยวบินอพยพชุดแรกจากเตเนริเฟ ภายใต้มาตรการปลอดภัยสูงสุด หลังพบคลัสเตอร์ฮันตาไวรัสบนเรือ

เมื่อวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) เครื่องบินลำแรกที่นำชาวสเปนซึ่งอพยพออกจากเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius) ซึ่งเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสฮันตา ออกเดินทางจากหมู่เกาะคานารีของสเปน มุ่งหน้าสู่กรุงมาดริดแล้ว โดยรถบัสของหน่วยฉุกเฉินทางทหารของสเปน ได้ลำเลียงผู้อพยพจากท่าเรือกรานาดิลลาไปยังรันเวย์ของท่าอากาศยานเตเนริเฟใต้โดยตรง ภายใต้การคุ้มกันของกองกำลังพิทักษ์พลเรือนสเปน

รายงานระบุว่าผู้โดยสารกลุ่มแรกที่ลงจากเรือประกอบด้วยชาวสเปน 14 คน แบ่งเป็นผู้โดยสาร 13 คน และลูกเรือ 1 คน โดยทั้งหมดถูกส่งตัวไปยังฐานทัพอากาศตอร์เรฆอน เด อาร์โดซใกล้กรุงมาดริด ก่อนเข้าสู่กระบวนการแยกกักตัวที่โรงพยาบาลทหารกลางโกเมซ อูยา

โมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสเปน ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการภายใต้มาตรการความปลอดภัยที่จำเป็นทุกประการ พร้อมยืนยันว่าผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่ยังอยู่บนเรือยังไม่แสดงอาการป่วย

ทั้งนี้ เที่ยวบินอพยพเที่ยวสุดท้ายมีกำหนดออกเดินทางในวันจันทร์ (11 พ.ค.) เพื่อนำพลเมืองออสเตรเลียกลับประเทศ ขณะที่เนเธอร์แลนด์เตรียมส่งเที่ยวบินพิเศษที่สื่อสเปนเรียกว่า "เที่ยวบินรับผู้โดยสารตกค้าง" ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เพื่อรับผู้โดยสารที่ยังไม่ได้รับการส่งกลับโดยประเทศของตนเอง

ที่มา : Xinhua

ฮอร์มุซยังไม่จบ!! ดีลหยุดสงครามส่อพัง อิหร่านขอคุมช่องแคบ–ขายน้ำมันคืนตลาด แต่ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอ จับตาฮอร์มุซปะทุซ้ำ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า คำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้งนั้น “ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง”

“ผมเพิ่งอ่านคำตอบจากสิ่งที่เรียกว่า ‘ตัวแทน’ ของอิหร่าน ผมไม่ชอบเลย — ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง!” ทรัมป์เขียนบนแพลตฟอร์ม Truth Social

ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ สำนักข่าว ISNA รายงานว่า คำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ มุ่งเน้นไปที่การยุติสงคราม และการรับประกันความมั่นคงทางทะเลในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ

ตามรายงานของแหล่งข่าวทางการทูตของ Al Mayadeen คำตอบของเตหะราน ซึ่งส่งผ่านปากีสถาน ประกอบด้วยข้อเรียกร้องดังนี้

ยุติการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ และอนุญาตให้ส่งออกน้ำมัน

หยุดยิงในเลบานอน ซึ่งเป็นเส้นแดงของอิหร่าน

ยุติสงครามทันทีเมื่อมีการบรรลุข้อตกลง

ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดของสหรัฐฯ และปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน

ยกเลิกข้อจำกัดของ OFAC ต่อการขายน้ำมันของอิหร่าน

ให้อิหร่านมีอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

เปิดการเจรจาหลังสงครามเป็นเวลา 30 วัน เพื่อสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้าย

อิหร่านเสนอให้มีการดำเนินการแบบต่างตอบแทน เพื่อทดสอบความจริงจังของวอชิงตันในการปฏิบัติตามพันธกรณี

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน รวมถึงกรุงเตหะราน ต่อมาอิหร่านได้โจมตีตอบโต้เข้าไปในดินแดนอิสราเอล รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน วอชิงตันและเตหะรานประกาศหยุดยิง การเจรจารอบต่อมาที่กรุงอิสลามาบัดจบลงโดยไม่มีข้อสรุป แม้จะยังไม่มีรายงานการกลับมาเปิดฉากสู้รบอีกครั้ง แต่สหรัฐฯ ได้เริ่มปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านแล้ว

ที่มา : Sputnik

อิหร่านหันพึ่งรถไฟจีน–เอเชียกลาง อิหร่านขยับยุทธศาสตร์การค้า ลดเสี่ยงเส้นทางเดินเรือ ขนส่งสินค้าเร็วกว่าเรือครึ่งหนึ่ง ท่ามกลางแรงกดดันสหรัฐฯ

อิหร่านเปิดใช้เส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีน เพื่อหลบเลี่ยงความวุ่นวายในฮอร์มุซ

เส้นทางอิหร่าน–จีน มีระยะทางราว 10,400 กิโลเมตร เริ่มจากเมืองซีอาน (Xi’an) และอี้อูว์ (Yiwu) ในจีนตอนกลาง ผ่านคาซัคสถาน (Kazakhstan) และเติร์กเมนิสถาน (Turkmenistan) ก่อนเข้าสู่อิหร่านที่ด่านพรมแดนอินเชห์ บูรูน (Inche Buroun)

ใช้เวลาเดินทางเพียง 12–15 วัน เทียบกับการขนส่งทางเรือที่ต้องใช้เวลาราว 30–40 วัน

รถไฟแต่ละขบวนบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตประมาณ 50 ตู้ ภายในบรรจุตั้งแต่ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอุตสาหกรรม

คัมบิซ เอเตมาดี (Kambiz Etemadi) หัวหน้าคณะกรรมการตู้คอนเทนเนอร์ของสมาคมการขนส่งแห่งชาติอิหร่าน กล่าวกับสำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) ว่า การบีบบังคับของสหรัฐ เร่งผลักดันให้อิหร่านเปลี่ยนเส้นทางการค้าทางทะเลมากถึง 40% มาสู่เส้นทางขนส่งทางบกแทน

ที่มา : Sputnik (รัสเซีย), Fars News (อิหร่าน)

https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1293023142986043/?rdid=CHKYGjgLCeYkI6IB#

สหรัฐฯ ต่อผ่อนผันน้ำมันรัสเซีย!! สื่อชี้ยูเครนเริ่มกังวลวอชิงตันลดแรงหนุน ท่ามกลางดีลสันติภาพ NYT ชี้สหรัฐฯ ต่อเวลาผ่อนผันน้ำมันรัสเซีย สะท้อนแรงหนุนวอชิงตันอาจไม่เหมือนเดิม

การที่สหรัฐฯ ขยายเวลาผ่อนผันให้กับน้ำมันรัสเซีย สะท้อนว่ายูเครนไม่อาจคาดหวังการสนับสนุนจากวอชิงตันได้อีกต่อไป หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานเมื่อวันจันทร์ โดยอ้างเจ้าหน้าที่ยูเครน

รายงานระบุว่า เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน คณะผู้แทนยูเครนเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน เพื่อขอให้ทางการสหรัฐฯ ไม่ขยายใบอนุญาตผ่อนผันดังกล่าว และได้รับแจ้งว่าไม่มีแผนที่จะต่ออายุใบอนุญาตนั้น เจ้าหน้าที่กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อหนังสือพิมพ์ส่งคำถามไปยังทำเนียบขาว ได้รับคำตอบว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังคงมองในแง่ดีเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่ขยายเวลาการผ่อนผันสำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียและอิหร่าน

ขณะที่เมื่อวันที่ 17 เมษายน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตทั่วไป อนุญาตให้จำหน่ายน้ำมันรัสเซียที่บรรทุกขึ้นเรือไว้แล้ว ณ วันที่ 17 เมษายน ไปจนถึงวันที่ 16 พฤษภาคม

ที่มา : Sputnik

ทรัมป์ชี้หยุดยิงอิหร่าน “ร่อแร่” !! หยุดยิงยังมีแต่สถานการณ์ไม่แน่นอน ปฏิเสธข้อเสนอใหม่รับเงื่อนไขนิวเคลียร์ พิจารณารื้อโครงการคุ้มกันเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ความตึงเครียดยังไม่คลายหลังยิงตอบโต้กันต่อเนื่อง

เมื่อวันจันทร์ (11 พ.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าแม้ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านที่ดำเนินมานานหลายสัปดาห์ยังคงมีผลอยู่ แต่อยู่ใน "ภาวะร่อแร่" พร้อมส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าความพยายามทางการทูตกับอิหร่าน แม้ตัวเขาจะเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดจากอิหร่านไปเมื่อวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) ก็ตาม

ทรัมป์ตำหนิคำตอบกลับล่าสุดจากอิหร่านต่อแผนสันติภาพของทำเนียบขาวว่า "ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง" โดยย้ำว่าการจัดทำข้อตกลงสันติภาพใดก็ตามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะกำหนดให้อิหร่านให้คำมั่นว่าจะยุติการเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านว่าผิดข้อตกลงเรื่องการยอมสละยูเรเนียมเสริมสมรรถนะและอนุญาตให้สหรัฐฯ เคลื่อนย้ายยูเรเนียม อิหร่านเคยตกลงยอมรับข้อตกลงนี้เมื่อสองวันก่อน แต่เปลี่ยนใจและไม่ได้ใส่เรื่องนี้ลงไปในเอกสาร 

ทรัมป์ระบุว่าอิหร่านตกลงให้สามารถนำยูเรเนียมของอิหร่านที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง หลังสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ออกไปได้ แต่สหรัฐฯ ต้องนำออกไปเอง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถูกทำลายจนราบคาบ มีเพียงหนึ่งหรือสองประเทศในโลกเท่านั้นที่สามารถนำมันออกมาได้
อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่เคยประกาศต่อสาธารณะว่าจะยอมสละยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ โดยยืนยันมาโดยตลอดว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีจุดประสงค์เพื่อสันติ

ทรัมป์ยังระบุว่าเขากำลังพิจารณารื้อฟื้น "โปรเจกต์ ฟรีดอม" (Project Freedom) ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายคุ้มกันและนำทางเรือพาณิชย์ออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยอาจขยายขอบเขตภารกิจเพิ่มเติม โดยทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ว่ายังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะรื้อฟื้นโครงการดังกล่าวหรือไม่

อนึ่ง ทั้งกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่านต่างมีการยิงตอบโต้กันในช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน

ที่มา : Xinhua

เปิดคดี “ไอลีน หวัง” นายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย ถูกกล่าวหาเป็นสายลับจีน แทรกซึมการเมืองท้องถิ่นสหรัฐฯ สะท้อนเกมอิทธิพลปักกิ่ง

สื่อในสหรัฐต่างประโคมข่าว "นางไอรีน หวัง" (Eileen Wang) นายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย (Arcadia) รัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกกล่าวหาเป็นสายลับจีน “เพียงวันเดียว” ก่อนที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" จะเดินทางเยือนจีนพอดี

ล่าสุดมีรายงานว่า ไอลีน หวัง (Eileen Wang) รับสารภาพต่อข้อหาของรัฐบาลกลางแล้ว และอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

ไอลีน หวัง (Eileen Wang) ได้รับเลือกเข้าสู่สภาเมืองอาร์เคเดียเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 โดยอัยการสหรัฐฯ ระบุว่า ระหว่างปี 2020–2022 เธอร่วมกับคู่หมั้นในขณะนั้น ดำเนินเว็บไซต์ชื่อ “U.S. News Center” ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นสื่อข่าวสำหรับชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายจีนในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) กล่าวหาว่า เว็บไซต์ดังกล่าวได้รับคำสั่งโดยตรงจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน และมีการเผยแพร่เนื้อหาสนับสนุนรัฐบาลปักกิ่งตามคำสั่งการของ "ผู้ควบคุม" ของเธอ (“spymaster” ตามสำนวนในเอกสารคดี) โดยสั่งให้เผยแพร่บทความปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” และ “การใช้แรงงานบังคับ” ในเขตซินเจียง โดยข้อความที่ถูกอ้างมีเนื้อหาว่า

“ไม่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในซินเจียง และไม่มีสิ่งที่เรียกว่าแรงงานบังคับในการผลิตใด ๆ รวมถึงการผลิตฝ้าย การเผยแพร่ข่าวลือดังกล่าวคือการใส่ร้ายจีน และทำลายเสถียรภาพกับความมั่นคงของซินเจียง”

ในทางตรงกันข้าม หากข้อความนี้คือโฆษณาชวนเชื่อที่ไม่เป็นความจริง นั่นหมายความว่า มีการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ และใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายเกิดขึ้นจริงๆ!

ต่อไปนี้คือรายละเอียดที่สื่อท้องถิ่นรายงานโดยอ้างอิงเอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ:

-"ไอลีน หวัง" นายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย (Arcadia), รัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองที่มีประชากรราว 56,000 คน และกว่า 60% เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย เธอเป็นสตรีเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาเมืองอาร์เคเดีย และยังเคยได้รับการยกย่องจากสภาคองเกรสว่าเป็น “สตรีแห่งปีประจำรัฐสภา ปี 2026” (2026 Congressional Woman of the Year)

-อดีตคู่หมั้นของเธอ “เหยา หนิง ‘ไมค์ ซัน’ (Yaoning ‘Mike’ Sun)” วัย 65 ปี ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 ในข้อหาทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน เขาเคยเป็นอดีตทหารกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA)

-"ไมค์ ซัน" เป็นทั้งผู้จัดการหาเสียง เหรัญญิก คนใกล้ชิดประจำวัน และตามคำพูดของหวังเองในการประชุมสภาเมืองเดือนธันวาคม 2022 เธอเรียกเขาว่า “คู่หมั้น”

-เอกสารศาลรัฐบาลกลางระบุรายละเอียดของปฏิบัติการนี้อย่างชัดเจนว่า ระหว่างปี 2020–2023 ซันและหวังร่วมกันบริหารสื่อภาษาจีนชื่อ “U.S. News Center” ซึ่งอ้างว่าเป็นเว็บไซต์ข่าวชุมชน แต่แท้จริงแล้วเป็นแพลตฟอร์มเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลจีน

-ทั้งคู่ได้รับคำสั่งเนื้อหาโดยตรงจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน และโพสต์เนื้อหาสนับสนุนปักกิ่งตามคำสั่ง

-"ไมค์ ซัน" อดีตคู่หมั้น ยังร่วมมือกับ “เฉิน จวิน (Chen Jun)” เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของจีนที่อยู่ในนิวยอร์ก ซึ่งต่อมาถูกตัดสินจำคุก 20 เดือน ในการแทรกแซงการเลือกตั้งท้องถิ่นของสหรัฐฯ เพื่อผลักดันนักการเมืองที่มีจุดยืนเอื้อประโยชน์ต่อปักกิ่ง โดยเฉพาะในประเด็น “เอกราชไต้หวัน”

-ตามรายงานของเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า "เฉิน" เคยเรียก "ไอลีน หวัง" ในการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่จีนว่า เป็นส่วนหนึ่งของ “ทีมหลักที่ทำงานให้พวกเรา” (the basic team dedicated for us)

-ในปี 2022 หลังจาก "ไอลีน หวัง" ชนะการเลือกตั้งสภาเมือง "เฉิน จวิน" ยังได้แอบส่งข้อความหาเธอว่า “คุณทำได้ดีมาก หวังว่าคุณจะทำงานดีต่อไป ทำให้ชาวจีนภูมิใจ”จากนั้น ซันได้จัดทำรายงานรายละเอียดชัยชนะเลือกตั้งส่งให้เจ้าหน้าที่จีน และได้รับข้อความตอบกลับเป็นคำขอบคุณ

-ต่อมา ต้นปี 2023 "ไมค์ ซัน" อดีตคู่หมั้น ได้เสนอแผนปฏิบัติการมูลค่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.9 ล้านบาท) ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน เพื่อ “ต่อต้านกองกำลังต่อต้านจีน” ผ่านการส่งคณะตัวแทนเข้าร่วมขบวนพาเหรดวันชาติสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

-"ไมค์ ซัน" ยังติดตามความเคลื่อนไหวของอดีตประธานาธิบดีไต้หวัน “ไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen)” ระหว่างเดินทางเยือนแคลิฟอร์เนียตอนใต้ในเดือนเมษายน 2023 และรายงานตำแหน่งแบบเรียลไทม์ให้เจ้าหน้าที่จีน

-ในปี 2018 "ไอลีน หวัง" ได้ก่อตั้งหอการค้าอเมริกันตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน

-ในเอกสารยื่นฟ้องของศาลรัฐบาลกลางทั้งหมด "ไอลีน หวัง" ถูกระบุชื่อว่า “บุคคลที่ 1” (Individual 1) เท่านั้น โดยไม่ได้ระบื่อโดยตรง อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวสองแหล่งที่คุ้นเคยกับการสอบสวนยืนยันกับสำนักข่าว Los Angeles Times ว่าบุคคลที่ 1 คือ "ไอลีน หวัง"

-การสอบสวนยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มี 2022 จนถึง ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2026 ตามรายงานของ New York Post เพียงสองวัน ก่อนหวังถูกกล่าวหาโดยตรงว่าทำหน้าที่เป็นสายลับจีน

-เธอยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาการกระทำผิดทั้งหมด

-"ไอลีน หวัง" เข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดียล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ท่ามกลางข่าวการตัดสินคดีของซันยังเป็นประเด็นใหญ่อย่างต่อเนื่อง

-เธอกล่าวในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง โดยไม่มีคำพูดเกี่ยวกับคดีความ “ในฐานะชาวอเมริกัน และโดยเฉพาะในฐานะเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง ความจงรักภักดีของเราต้องชัดเจนเสมอ ต่อประเทศนี้ ต่อรัฐธรรมนูญ และต่อประชาชนของเราเท่านั้น”

-ทางด้านกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุชัดว่า นี่ไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยวๆ แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่มีการวางระบบอย่างเป็นขั้นตอนของจีน เพื่อแทรกซึมเข้ามาในรัฐบาลท้องถิ่นของสหรัฐฯ

-รูปแบบปฏิบัติการคือ:

  • คัดเลือกนักการเมืองท้องถิ่นที่มีความทะเยอทะยานในชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายจีน
  • สนับสนุนด้านการหาเสียง เงินทุน เครือข่ายชุมชน และสื่อ
  • บ่มเพาะความสัมพันธ์เป็นเวลาหลายปี
  • สร้าง “ทีมหลักที่ทำงานให้พวกเรา”
  • จากนั้นใช้บุคคลเหล่านี้ในประเด็นไต้หวัน การค้า และนโยบายต่าง ๆ ก่อนที่พวกเขาจะมีอำนาจสูงขึ้น

-เมืองอาร์เคเดียไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงแห่งเดียว แต่รูปแบบลักษณะเดียวกันนี้ถูกพบในหลายพื้นที่ของแคลิฟอร์เนียตอนใต้ นิวยอร์ก รวมถึงกรณีคล้ายกันในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดา

-อัยการรัฐบาลกลางระบุว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของจีนมีการพูดคุยกันโดยตรงเกี่ยวกับวิธี “โน้มน้าว” นักการเมืองท้องถิ่นของสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นคือ “จุดอ่อน” ของระบบ

สรุปบุคคลที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาและถูกจับกุมในคดีนี้:

- ไอลีน หวัง (Eileen Wang) สมาชิกสภาเมืองอาร์เคเดีย และนายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน

- เหยา หนิง “ไมค์ ซัน” (Yaoning “Mike” Sun) อดีตทหาร PLA ผู้จัดการหาเสียงและอดีตคู่หมั้นของหวัง ถูกตัดสินความผิดในเดือนตุลาคม 2025 และถูกจำคุก 4 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ในข้อหา "ดำเนินโครงสร้างโฆษณาชวนเชื่อของจีน ติดตามประธานาธิบดีไต้หวัน และรายงานตรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน"

• เฉิน จวิน (Chen Jun) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจีนในนิวยอร์ก ถูกตัดสินจำคุก 20 เดือน ในข้อกล่าวหา เป็นผู้ประสานเครือข่ายหลัก และเรียกหวังว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ทีมหลัก” ของจีน

สรุปไทม์ไลน์ของ ไอลีน หวัง (Eileen Wang) ตามข้อมูลที่สื่อสหรัฐฯ รายงาน มีดังนี้:

  • ช่วงปี 2020–2022
    ถูกกล่าวหาว่าร่วมดำเนินเว็บไซต์ “U.S. News Center” และเผยแพร่เนื้อหาสนับสนุนรัฐบาล จีน (China) ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่จีน
  • พฤศจิกายน 2022
    ได้รับเลือกเป็น “สมาชิกสภาเมือง” (City Council) อาร์เคเดีย (Arcadia)
  • 3 กุมภาพันธ์ 2026
    สภาเมืองลงมติให้เธอขึ้นเป็น “นายกเทศมนตรี” (Mayor) เมืองอาร์เคเดีย
  • เมษายน 2026
    รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เริ่ม “ตั้งข้อหา” (charged) ต่อเธอ ฐานทำหน้าที่เป็นตัวแทนต่างชาติให้จีนโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน
  • 11 พฤษภาคม 2026 (สองวันก่อนทรัมป์เดินทางเยือนจีน)
    มีการเปิดเผยข้อตกลงรับสารภาพ (plea agreement) ต่อสาธารณะ และเธอปรากฏตัวต่อศาลรัฐบาลกลางในนครลอสแอนเจลิส
  • พฤษภาคม 2026 (อยู่ระหว่างกระบวนการศาล)
    เธอตกลง “รับสารภาพ” (pleaded guilty / agreed to plead guilty) ต่อข้อหาของรัฐบาลกลาง ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี
  • หลังข่าวถูกเปิดเผย
    เธอลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีทันที

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1293699312918426/?rdid=8H6fNPtN2lhncTXp#

ทรัมป์เขย่าโลก!! เล็งผนวกเวเนซุเอลาเป็นรัฐที่ 51 ขยับเกมใหญ่คุมแหล่งน้ำมันเวเนซุเอลา เปิดทางคุมขุมทรัพย์น้ำมัน 40 ล้านล้านดอลลาร์ เปิดไอเดียผนวกเวเนซุเอลาเป็นส่วนหนึ่งสหรัฐฯ

ทรัมป์ เอาจริง! เล็งผนวกเวเนซุเอลา "ประเทศที่มีน้ำมันมูลค่า 40 ล้านล้านดอลลาร์" เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ - Fox News รายงาน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกอีกครั้ง หลังเผยว่า กำลังพิจารณาอย่างจริงจัง ที่จะทำให้เวเนซุเอลาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯอย่างถาวร เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันและเข้าถึงทรัพยากรมหาศาล

ทรัมป์เปิดเผยแนวคิดผนวกเวเนซุเอล่า ผ่านการให้สัมภาษณ์กับ Fox

News ว่าเขากำลังมองถึงความเป็นไปได้ในการทำให้เวเนซุเอลา

ซึ่งร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรน้ำมันมูลค่าประเมินสูงถึง

40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้ามาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ

โดยทรัมป์อ้างว่าตนเองได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชาวเวเนซุเอลา

และกล่าวอย่างมั่นใจว่า "เวเนซุเอลารักทรัมป์"

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากกองทัพสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงและควบคุมตัวนายนิโคลัส มาดูโร อดีตผู้นำในข้อหาก่อการร้ายยาเสพติดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันสหรัฐฯ เข้ามาดูแลการบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยทำงานร่วมกับนางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งทรัมป์ตั้งเป้าจะดึงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานอย่าง Exxon และ Conoco กลับมาลงทุนอีกครั้งหลังจากถูกไล่ออกไปในยุคฮูโก ชาเวซ

ทรัมป์ได้ตอกย้ำกระแสนี้ผ่าน Truth Social ของเขาด้วยข้อความว่า: "เรื่องดีๆ กำลังเกิดขึ้นในเวเนซุเอลา! ผมสงสัยจังว่ามนต์ขลังนี้คืออะไรกันนะ? การเป็นรัฐที่ 51 มีใครสนใจไหม?"

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคทางกฎหมายของสหรัฐ ในการจะผนวกเวเนซุเอลาเป็นรัฐที่ 51 ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสภาคองเกรสของสหรัฐฯ และการยินยอมจากฝั่งเวเนซุเอลา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าแผนการของทรัมป์อาจเป็นเพียงกลยุทธ์ในการกดดันเพื่อควบคุมแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก

“สตาร์มเมอร์” ส่อหลุดเก้าอี้ปี 2569 เดลี่เทเลกราฟชี้ชะตา “สตาร์มเมอร์” หลัง สส.แรงงาน 80 รายกดดันให้กำหนดวันลาออก จากเศรษฐกิจตกต่ำถึงแรงกดดันในสภา ส่อเปลี่ยนนายกฯ คนที่ 5 ในรอบ 5 ปี

เดลี่เทเลกราฟ ทำนายชะตากรรมนายกอังกฤษ น่าจะไม่เกินปี 2569 หลัง สส.พรรคแรงงาน(ลูกพรรคตัวเอง) จำนวนถึง 80 รายยื่นหนังสือให้ นายกกำหนดวันที่จะลาออกจากตำแหน่ง

หาก นายเคียร์ สตาร์มเมอร์ หลุดจากตำแหน่งนายกในปีนี้ อังกฤษจะสร้างสถิติใหม่ เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี บ่อยที่สุดในโลก 5 คนใน 5 ปี หรือเฉลี่ยปีละคน

การกดดันจากทั้งนอกและในสภาอังกฤษให้ นายกพิจารณาตัวเองว่าไร้ความสามารถ มีมาเป็นระยะๆ และเห็นเป็นรูปเป็นร่าง หลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่งปธน.สหรัฐ เมื่อต้นปี 2025 เมื่อทรัมป์ประกาศออกสื่อเหยียดหยามนายกอังกฤษ โดยสตาร์มเมอร์ไร้ท่าทีต่อต้าน เสมือนยอมรับเป็นในๆ และกระแสกดดันแรงขึ้นเมื่อสภาพเศรษฐกิจอังกฤษตกต่ำ จนเกิดการประท้วงในหลายเมืองให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา

ที่มา : https://www.facebook.com/100050827629069/posts/1527429315627975/?rdid=JFmxYLjOowRg0t85#

ขอตอบประเด็นไต้หวัน ทำไมคือ เมนูหลักของสีจิ้นผิงที่ต้องนำขึ้นโต๊ะเจรจากับทรัมป์ในการพบกันครั้งนี้

จีนถือว่าไต้หวันเป็น "เมนูหลัก" และเป็น "ผลประโยชน์หลัก" (core interest) ของจีนในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มาโดยตลอด โดยมีการย้ำเรื่องนี้ในการสนทนาระหว่างสีจิ้นผิงกับทรัมป์ และในสื่อของทางการจีนอย่าง China Daily

ไต้หวันถูกเรียกว่าเป็น "เส้นแดงที่อ่อนไหวที่สุด" (the most sensitive red line) ในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ

จีนย้ำถึงความจำเป็นในการเคารพ "หลักการจีนเดียว" (One China Principle) และแถลงการณ์ร่วม 3 ฉบับก่อนหน้า ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับการเจรจา

ผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐฯ ไม่ควรประมาทประเด็นไต้หวัน เพราะเป็นรากฐานสำคัญต่อความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

รองศาสตราจารย์ ดร. อักษรศรี พานิชสาส์น 

คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top