Saturday, 6 June 2026
World

กัมพูชา ไฟเขียวทดลอง ‘ฟรีวีซ่า’ อนุญาตพลเมืองจีนพำนักในประเทศ 14 วัน เริ่มกลางปีหน้า 15 มิ.ย.-15 ต.ค. 2026 หวังดึงนักท่องเที่ยว - นักธุรกิจ - นักลงทุนจากจีน

นักธุรกิจจีนเฮ กัมพูชาไฟเขียวทดลองฟรีวีซ่าแก่พลเมืองจีน อนุญาตพำนักในประเทศ 14 วัน เริ่มกลางปี 2026

(4 ธ.ค. 68) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า จดหมายทางการที่ลงนามโดยฮิง โถรักสี เลขาธิการคณะรัฐมนตรีกัมพูชา ฉบับวันอังคาร (2 ธ.ค.) ระบุว่ากัมพูชาจะทดลองนโยบายยกเว้นวีซ่าแก่พลเมืองจีนระหว่างวันที่ 15 มิ.ย.-15 ต.ค. 2026 หลังจากรัฐบาลเห็นชอบในหลักการทดลองยกเว้นวีซ่าแก่พลเมืองจีนที่เดินทางมาจากจีนและอนุญาตให้พำนักอยู่ในกัมพูชา 14 วัน

รายงานระบุว่านักเดินทางจากจีนสามารถเดินทางเยือนกัมพูชาแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งในช่วงทดลองนโยบายดังกล่าว ซึ่งมีระยะเวลา 4 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าหรือชำระค่าธรรมเนียมใดๆ เพียงแค่กรอกแบบฟอร์มแจ้งการเดินทางถึงฉบับอิเล็กทรอนิกส์ (E-arrival card)
.
นอกจากนั้นกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชายังจะเจรจากับรัฐบาลจีน เพื่อลดทอนและเพิ่มความคล่องตัวของกระบวนการยื่นขอวีซ่าของนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่ต้องการเดินทางเยือนจีน เพื่อบรรลุการดำเนินนโยบายยกเว้นวีซ่าซึ่งกันและกันตามหลักการต่างตอบแทนในอนาคต

ธอร์น ซีนาน ประธานสมาคมการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิกประจำกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวในวันพุธ (3 ธ.ค.) ว่าการทดลองนโยบายนี้ถือเป็นข่าวดีที่รอมานานและจะสร้างผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจ เนื่องจากจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และนักลงทุนจากจีนเข้าสู่กัมพูชามากขึ้น

อนึ่ง จีนเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของกัมพูชา รองจากไทยและเวียดนาม โดยกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชาระบุว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเยือนกัมพูชาในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 ราว 1 ล้านคน

ผู้โดยสารใช้บริการทะลุล้านครั้ง ขนส่งสินค้าต่อเนื่องเกิน 72 ล้านตัน เชื่อมคุนหมิง–เวียงจันทน์–ไทยคล่องตัว ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

(7 ธ.ค. 68) บริษัท การรถไฟแห่งประเทศจีน จำกัด ระบบควบคุมทางรถไฟจีน-ลาวรับรองการเดินทางของวิสัยทัศน์มากกว่า 62.5 ล้านครั้งและประสิทธิภาพของตัน 72.5 ล้านตันมากกว่าเปิดทำการเมื่อสี่อย่างเป็นทางการซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค

ทางรถไฟจีน-ลาวของระบบ 1,035 กรณีมาจากเมืองคุนหมิงเคาน์ตี้อวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางเส้นทางไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ของลาวได้ด้วยการยกระดับและมังสวิรัติของระบบขับเคลื่อนของภูมิภาคช่วยให้เกิดการโลจิสติกส์ในระบบขับเคลื่อน 50 บนเส้นทางจากคุนหมิงสู่ไทยโดยผ่านลาวและวิเคราะห์ข้อมูลภายในลาวอีกครั้ง 40

สำหรับทางรถไฟจีน-ลาว เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางข้ามพรมแดนที่เพิ่มขึ้น บริการรถไฟโดยสารระหว่างประเทศระหว่างคุนหมิงและเวียงจันทน์จึงเริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2566


ที่มา : Xinhua 

เป็นจำนวนเงิน 3.8 ล้านรูเบิล ฐานเมินลบข้อมูลต้องห้าม ด้าน ‘ยูเครน’ หัวหมออาศัยช่องว่าง จับมือกูเกิลเร่งสร้าง AI ทางเลือกใหม่

(5 ธ.ค. 68) ศาลแขวงตากันสกี กรุงมอสโก มีคำสั่งปรับบริษัท Google จำนวน 3.8 ล้านรูเบิล (ราว 1.5 ล้านบาท) หลังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ลบเนื้อหาที่ถูกจัดเป็นข้อมูลต้องห้ามในรัสเซีย โดยคำสั่งปรับดังกล่าวเกิดขึ้นตามรายงานที่ยื่นโดยหน่วยงานกำกับดูแลสื่อและการสื่อสารของรัสเซีย (Roskomnadzor) ภายใต้มาตรา 13.41 ของกฎหมายละเมิดทางปกครองของประเทศ

ขณะที่ยูเครนประกาศเดินหน้าพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ (LLM) ของตนเอง โดยใช้โครงสร้าง Gemma ของ Google เพื่อสร้างระบบ AI ที่เป็นอิสระ รองรับความต้องการในภาคทหารและพลเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น โครงการจะเริ่มเทรนบนโครงสร้างพื้นฐานของ Google ก่อนจะย้ายไปทำงานบนศูนย์ข้อมูลภายในประเทศ เพื่อให้ยูเครนควบคุมระบบได้อย่างเต็มรูปแบบ

เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า การพัฒนา AI ภายในประเทศช่วยลดค่าใช้จ่ายมหาศาลจากการพึ่งพาระบบต่างชาติ รวมถึงลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการใช้งานในระบบบัญชาการรบและการวิเคราะห์การโจมตีของรัสเซีย ทั้งยังแก้ปัญหาข้อจำกัดของโมเดล AI ปัจจุบันที่ไม่รองรับภาษาท้องถิ่นและภาษาผสมซึ่งพบมากในยูเครน

สำหรับโครงการดังกล่าวได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา 4 ชุด เพื่อกำกับด้านเทคนิค กฎหมาย และภาษา พร้อมรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานรัฐกว่า 90 แห่ง ก่อนฝึกโมเดลบน GPU ที่ปลอดภัยในต่างประเทศ เมื่อพัฒนาเสร็จ AI จะถูกนำมาใช้กับระบบภาครัฐและแพลตฟอร์มของ Kyivstar ก่อนขยายสู่ภาคเอกชน โดยต้องรับมือความเสี่ยงด้านไซเบอร์จากการโจมตีของรัสเซียที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทันทีหลังเปิดตัวระบบใหม่


ที่มา : Sputnik

‘อนุทิน’ เผยสัมพันธ์ ไทย–จีน คู่มิตรถาวร ชื่นชมการต้อนรับพระมหากษัตริย์สมพระเกียรติ ย้ำความร่วมมือก้าวหน้าในทุกด้าน หวังผลักดันเศรษฐกิจและความมั่นคงร่วมอาเซียน

(6 ธ.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่ามิตรภาพอันยืนยาว การสนับสนุนซึ่งกันและกัน และสันถวไมตรีอันดีระหว่างไทยกับจีนจะขยับขยายกว้างไกลกว่าช่วงเวลา 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูต

นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวว่าการเสด็จเยือนจีนของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย. ตอกย้ำความไว้วางใจอันลึกซึ้งและมิตรภาพอันยืนยงระหว่างสองประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ พร้อมเสริมว่าเขาได้เห็นพิธีต้อนรับพระมหากษัตริย์ไทยในระดับสูงเป็นพิเศษ ซึ่งสะท้อนนัยสำคัญอันประเมินค่าไม่ได้ต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี

พร้อมกล่าวอีกว่าประมุขของรัฐทั้งสองปฏิบัติต่อกันดุจมิตรสหายที่คบหากันมานาน ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุฉันทามติสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคี ขณะที่ความร่วมมือทวิภาคีในภาคส่วนต่างๆ กำลังก้าวหน้า ทั้งการเกษตร เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และการศึกษา โดยเฉพาะความก้าวหน้าของการพัฒนาทางดิจิทัล ความร่วมมือทางโลจิสติกส์ และการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค

และชี้ว่าจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในอาเซียนช่วยให้ไทยมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการรวมกลุ่มระดับภูมิภาคควบคู่กับจีน นอกจากนี้การสนับสนุนจากจีนต่อการพัฒนาทางรถไฟความเร็วสูงของไทยแสดงให้เห็นความลึกซึ้งของความร่วมมือด้านการเชื่อมต่อ และจะช่วยทั้งสองฝ่ายยกระดับห่วงโซ่มูลค่าทางอุตสาหกรรมและการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค 

อนุทินกล่าวว่าไทยกำลังเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงครั้งถัดไป และบรรดาประเทศสมาชิกยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในอุตสาหกรรม พลังงาน และการเกษตร ซึ่งมีส่วนส่งเสริมสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค 

สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคง อนุทินเน้นย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ เพื่อปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ และยืนยันว่าไทยจะไม่เป็นสวรรค์อันปลอดภัยของการก่ออาชญากรรม ทั้งนี้ อนุทินแสดงความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือไทย-จีนในอนาคตจะยังคงเติบโตและแข็งแกร่งต่อไป


ที่มา : Xinhua 
 

ชี้ความเสี่ยงสูง–ไม่เคยมีมาก่อน ยอมรับไม่พอใจ ‘อียู’ ไร้น้ำใจตอบแทน พร้อมเสนอออกเงินกู้แทนแผนเดิม หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ‘ยูโรโซน’

(6 ธ.ค. 68) เบลเยียมออกมาคัดค้านข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปที่ต้องการนำทรัพย์สินของรัสเซียมาใช้สนับสนุนยูเครน โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ มักซิม เพรวอต (Maxime Prevot) ระบุว่าทางเลือกนี้มีความเสี่ยงสูงมากและไม่เคยมีประเทศใดดำเนินการมาก่อน ทำให้เบลเยียมไม่อาจเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

เพรวอต กล่าวว่าเบลเยียมถูกขอให้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการใช้ทรัพย์สินรัสเซีย แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือหรือการสนับสนุนในระดับเดียวกันจากประเทศสมาชิกอื่นของสหภาพยุโรป เขาย้ำว่าปัญหานี้หาทางออกที่มั่นคงไม่ได้มานานหลายเดือนแล้ว สะท้อนว่าแนวทางที่เสนอมีจุดอ่อนอย่างมาก

เบลเยียมจึงยังคงผลักดันทางเลือกอื่น โดยเสนอให้สหภาพยุโรปออกเงินกู้จากตลาดทุนแทนการนำทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดไปใช้ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่าทรัพย์สินรัสเซียที่เกี่ยวข้องมีมูลค่าราว 140,000 ล้านยูโร ซึ่งถูกแช่แข็งหลังการเริ่มปฏิบัติการทหารในยูเครนปี 2022

ขณะนี้ กว่า 200,000 ล้านยูโรของทรัพย์สินรัสเซียถูกเก็บไว้ในบัญชีต่าง ๆ ของยุโรป โดยส่วนใหญ่อยู่ที่สถาบันการเงิน Euroclear ในเบลเยียม ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่าหากยุโรปริบทรัพย์สินเหล่านี้จะถือเป็นการ “ขโมยทรัพย์สิน” และจะทำลายความเชื่อมั่นในยูโรโซนอย่างรุนแรง


ที่มา : Sputnik

 

ปั้นวงจรเทคโนโลยีครบเครื่อง หนุนเศรษฐกิจรัสเซียปี 2030 มูลค่ากว่า 128,000 ล้านดอลลาร์ ขึ้นเกมใหม่บนเวทีโลก

(07 ธ.ค. 68) มอสโก (Sputnik) องค์การพลังงานนิวเคลียร์แห่งรัฐรัสเซีย 'รอสอะตอม' เตรียมผลักดันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจของประเทศอย่างน้อย 128,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ผ่านการพัฒนาวงจรเทคโนโลยีครบวงจร ตั้งแต่การผลิตพลังงานไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติ้งและการพัฒนาอัลกอริทึม

อเล็กเซย์ ลีคาเชฟ ผู้อำนวยการใหญ่ของ 'รอสอะตอม' กล่าวในงานสัมมนานานาชาติของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่กรุงเวียนนา ระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม ว่า "เรากำลังสร้างวงจรเทคโนโลยีที่สมบูรณ์ ตั้งแต่การผลิตพลังงานไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลคอมพิวเตอร์ การพัฒนาอัลกอริทึม และการต่อยอดสู่ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งหมดนี้จะช่วยขับเคลื่อนสู่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการทำให้ AI สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจของประเทศเราได้อย่างน้อย 110,000 ล้านยูโรภายในปี 2030"

ลีคาเชฟชี้ว่า การผสานความเชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์เข้ากับเทคโนโลยี AI จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในภาคพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการประเด็นด้านจริยธรรม กฎหมาย และสังคม โดยเฉพาะความเสี่ยงของ AI ในภาคพลังงานนิวเคลียร์ ท่ามกลางการพัฒนาระบบอัจฉริยะที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

งานสัมมนาของ IAEA ครั้งนี้มีบริษัทกว่า 260 แห่งเข้าร่วม รวมถึงผู้แทนจาก 'รอสอะตอม' ของรัสเซียด้วย ถือเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในด้านพลังงานนิวเคลียร์และเศรษฐกิจระดับโลก


ที่มา : Sputnik

 

หยุดป่วนซ้อมรบทางทหาร ยันจีนซ้อมรบตามปกติไม่ได้หาเรื่อง ลั่นไม่รับคำประท้วงจากญี่ปุ่น เตือนอย่าปล่อยข่าวบิดเบือนความจริง

(8 ธ.ค. 68) กระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาเตือนญี่ปุ่นอย่างแข็งกร้าว ให้ “ยุติทันที” กับการเคลื่อนไหวที่เป็นอันตรายและรบกวนการฝึกซ้อมทางทหารตามปกติของจีน พร้อมตำหนิโตเกียวว่ากำลังกุข่าวและเล่นการเมือง หลังรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ชินจิโร โคอิซูมิ แถลงข่าวด่วนในช่วงเช้ามืด อ้างกรณีเรดาร์ของจีนส่องใส่เครื่องบินญี่ปุ่น

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ข้อเท็จจริงชัดเจนอยู่แล้ว สิ่งที่เป็น “ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางทะเลและทางอากาศที่ใหญ่ที่สุด” ไม่ใช่การฝึกของกองทัพจีน แต่คือการที่เครื่องบินรบญี่ปุ่นบินสอดแนมประชิด และเข้ามารบกวนการปฏิบัติการตามปกติของจีนถี่ครั้ง จีนจึงไม่อาจยอมรับคำประท้วงจากรัฐบาลญี่ปุ่นได้

ทางการจีนเผยด้วยว่า ได้ปฏิเสธ “การประท้วง” ของญี่ปุ่นทันทีที่เกิดเหตุ ทั้งในจุดปฏิบัติการภาคสนาม รวมถึงได้ยื่นหนังสือ “คัดค้านกลับ” อย่างเป็นทางการทั้งที่กรุงปักกิ่งและกรุงโตเกียว เพื่อย้ำจุดยืนว่าจีนกำลังทำภารกิจทางทหารตามสิทธิและกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสร้างความตึงเครียด

นอกจากนี้ จีนยังกล่าวว่าญี่ปุ่นว่ากำลัง “ปั่นกระแส” เรื่องที่เรียกว่า “การส่องเรดาร์ใส่เครื่องบินญี่ปุ่น” เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้สถานการณ์ดูรุนแรงเกินจริง และหวังใช้ประเด็นนี้สร้างความหวาดระแวงต่อจีนในสายตาประชาคมโลก พร้อมย้ำว่าจีนคัดค้านการใส่ร้ายและการเล่นการเมืองในทุกมิติ และเรียกร้องให้ญี่ปุ่นกลับมาดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค


ที่มา : Xinhua

“ชอยกู” นำทีมคณะใหญ่เยือนเวียดนาม–ลาว หารือผู้นำการเมือง–กองทัพระดับสูง สัปดาห์หน้า พร้อมเยี่ยมอนุสรณ์วีรชน ‘นักบินโซเวียต’ ต่อยอดสัมพันธ์มั่นคงยาวนานหลายทศวรรษ

(8 ธ.ค. 68) เซอร์เกย์ ชอยกู (Sergei Shoigu) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งรัสเซีย เตรียมนำคณะผู้แทนหลายหน่วยงานเดินทางเยือนเวียดนามและลาวในสัปดาห์หน้า โดยถือเป็นการเยือนเชิงปฏิบัติการ เพื่อพบหารือกับผู้นำการเมืองและผู้นำกองทัพระดับสูงของทั้งสองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แถลงการณ์จากสภาความมั่นคงรัสเซียระบุว่า ระหว่างการเดินทางครั้งนี้ โชย์กูมีโปรแกรมเข้าพบผู้นำด้านความมั่นคง หัวหน้าหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกองทัพ เพื่อพูดคุยประเด็นความร่วมมือด้านความมั่นคง กลาโหม และกฎหมาย รวมถึงการปรับตัวต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในกำหนดการยังรวมถึงการเดินทางไปวางพวงมาลาและเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานรำลึกวีรชนและนักบินโซเวียต ตลอดจนการเยี่ยมชมบางส่วนของโรงงานและสถานที่สำคัญในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของคู่เจรจา ซึ่งสะท้อนการให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ร่วมและความร่วมมือทางทหารที่สืบเนื่องยาวนาน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เคยกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับลาวที่ยืนยาวมาถึง 65 ปี ยังพัฒนาไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์โลกจะเปลี่ยนแปลงมากก็ตาม โดยเขายังชื่นชมรัฐบาลลาวที่ช่วยรักษาและให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ร่วมระหว่างสองประเทศ เพราะมองว่าสิ่งนี้คือพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือในอนาคต


ที่มา : Sputnik

รีแบรนด์ ‘X’ ปั้นเป็นซูเปอร์แอปแบบ WeChat จีน รวมโซเชียลมีเดีย และระบบจ่ายเงินไว้ในที่เดียว เล็งให้เอ็กซ์เป็นศูนย์กลางชีวิตดิจิทัล และการเงินของโลกตะวันตก

(8 ธ.ค. 68) อีลอน มัสก์ เจ้าของแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) เผยวิสัยทัศน์ล่าสุดว่า เขาต้องการเปลี่ยนเอ็กซ์ให้กลายเป็น “WeChat++” หรือซูเปอร์แอปเวอร์ชันอัปเกรด ที่รวมทั้งโซเชียลมีเดียและบริการการเงินไว้ในที่เดียว คล้ายกับแอป WeChat ของบริษัทยักษ์ใหญ่เทนเซนต์ (Tencent) ของจีน 

มัสก์ยก WeChat เป็นต้นแบบว่าเป็นแอปที่ “คนจีนใช้แทบทั้งชีวิตในแอปเดียว” ตั้งแต่คุยกัน โพสต์คอนเทนต์ ไปจนถึงโอน–จ่ายเงิน พร้อมชี้ว่า “นอกจีนยังไม่มีอะไรแบบ WeChat” โดย WeChat หรือชื่อท้องถิ่นว่า Weixin รวมทุกอย่างทั้งโซเชียล คอนเทนต์ ระบบจ่ายเงิน และมินิโปรแกรมจากผู้ให้บริการภายนอก ในขณะที่ Weixin อยู่ภายใต้ระบบเซ็นเซอร์เข้มงวดของจีน ส่วนเอ็กซ์ก็ถูกบล็อกไม่ให้ใช้งานในประเทศ

เขาย้ำว่าความคิดนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด เพราะตั้งแต่รีแบรนด์ Twitter เป็น X ในเดือน ก.ค. 2023 มัสก์ก็พูดต่อเนื่องว่าอยากพัฒนาให้เอ็กซ์มีบทบาทใกล้เคียงกับ WeChat มากขึ้น และเชื่อมโยงกลับไปถึง “แผนดั้งเดิมของ X.com” ที่เขาฝันไว้ให้เป็นศูนย์กลางธุรกรรมการเงิน สำหรับการโอนและชำระเงินในโลกออนไลน์

ด้านบริการการเงิน เอ็กซ์เริ่มเดินเกมจริงจังมากขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยการจับมือกับ Visa เปิดตัวฟีเจอร์ด้านการเงินชื่อ X Money (คาดว่าจะเปิดใช้เต็มรูปแบบปลายปีนี้) เพื่อให้ผู้ใช้โอนเงินระหว่างกันผ่านบัตรเดบิต และโอนเข้าบัญชีธนาคารได้โดยตรง นอกเหนือจากฟังก์ชันโซเชียลเดิมที่มีอยู่บนแพลตฟอร์ม

พร้อมกันนั้น เอ็กซ์ยังทยอยเพิ่มความสามารถด้านคอลเสียงและวิดีโอ โดยมัสก์เชื่อว่าอนาคต “การโต้ตอบส่วนใหญ่จะกลายเป็นวิดีโอเรียลไทม์ร่วมกับเอไอ” ขณะที่ข้อความตัวหนังสือจะมีสัดส่วนลดลง เขาเผยว่าตอนนี้เอ็กซ์มีผู้ใช้งานต่อเดือนราว 600 ล้านบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “คนที่อ่านตัวหนังสือ” จึงยังมีพื้นที่ให้ขยายฐานผู้ใช้กลุ่มใหม่ๆ ผ่านวิดีโอและบริการเสริมแบบซูเปอร์แอปที่เขากำลังเดินหน้าอยู่ในตอนนี้

‘รศ.ดร.อักษรศรี’ จี้รัฐบาลไทยถ้า ‘ทรัมป์’ โทรมาอย่ารีบยอม แนะเดินเกมยื้อเวลาเตือนอย่าซ้ำรอยรัฐบาลชุดก่อน

(8 ธ.ค. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่ร้อนแรงขึ้น โดยระบุว่า หาก “ทรัมป์” โทรมาจุ้นให้เร่งคลี่คลายปัญหา รัฐบาลไทยควร “เดินเกมดึงเรื่อง ยื้อเวลาให้นานที่สุด อย่าหมอบเร็วอย่างไร้กระบวนท่าเหมือนรัฐบาลชุดก่อน” 

ขณะที่สำนักข่าว CNN รายงานว่า กองทัพอากาศไทยเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเมื่อเช้าวันที่ 8 ธ.ค. 2568 เพื่อตอบโต้การยิงจากฝั่งกัมพูชา ทำให้ความเชื่อมั่นต่อ “ข้อตกลงสันติภาพทรัมป์” ที่เพิ่งลงนามไม่กี่สัปดาห์ก่อน ถูกสั่นคลอนอย่างหนัก

รายงานจาก CNN ระบุว่า การปะทะเริ่มตั้งแต่เช้ามืด ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าอีกฝั่งเป็นผู้เปิดฉากก่อน ฝ่ายไทยชี้แจงว่าตรวจพบการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและมาร์กจุดยิงภายในดินแดนกัมพูชาที่มีแนวโน้มยิงเข้าเขตไทย จึงใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีคลังอาวุธ ศูนย์บัญชาการ และเส้นทางลำเลียงที่มองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรง 

ด้านโฆษกกองทัพไทยย้ำว่าปฏิบัติการมุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหารเพื่อป้องกันอธิปไตยและลดความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชน ขณะที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์โต้ทันที ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันว่ากัมพูชายึดแนวทางสันติและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top