Sunday, 7 June 2026
World

ทั่วโลกจับตา!! ‘ปาเลสไตน์’ ยกระดับบทบาทบนเวทีนานาชาติ หลังยื่นใบสมัครขอเข้ากลุ่ม BRICS ร่วมกับ ‘รัสเซีย-จีน’

(26 ก.ย. 68) ปาเลสไตน์ประกาศยื่นสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของกลุ่ม BRICS แต่ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากประเทศสมาชิก ส่งผลให้ปาเลสไตน์จึงยังคงเข้าร่วมการประชุมในฐานะแขกรับเชิญ โดยเอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำรัสเซีย ระบุว่าการเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบยังติดเงื่อนไขบางประการที่ต้องรอเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม

สำหรับกลุ่ม BRICS ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยเริ่มจากบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ต่อมาได้มีการขยายสมาชิกเพิ่ม ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 2024 รวมถึงอินโดนีเซียที่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการในปี 2025 ขณะนี้การสมัครของปาเลสไตน์จึงถูกจับตาว่าอาจเป็นอีกก้าวสำคัญต่อการยกระดับบทบาทในเวทีโลก

‘หญิงเขมร’ ขอโทษ!! หลังโพสต์คลิปอ้าง มีการยิงกันที่ ‘ปราสาทตาเมือนธม’ ทำแตกตื่นกันทั้งโซเชียล!! สุดท้ายแค่เสียงฟ้าร้อง!! ไม่ใช่เสียงปืน ปะทะกัน

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) สื่อกัมพูชา Fresh News ได้โพสต์คลิป "ผู้หญิงชาวเขมรคนหนึ่งที่อ้างว่ามีการยิงกันเกิดขึ้นที่ ปราสาทตาเมือนธม ในวันที่ 26 กันยายน 2025 ได้ออกมาทำวิดีโอขอโทษแล้ว ความจริงแล้วมันคือแค่ เสียงฟ้าร้อง แต่เธอกลับตะโกนว่ามีเสียงระเบิดอาวุธขึ้นอีกแล้ว" จนทำให้ผู้คนแตกตื่น

ในคลิปเธอระบุว่า …

สวัสดีพ่อแม่พี่น้อง ฉันมาขอโทษที่ฉันได้บอกว่ามีการปะทะกันที่ปราสาทตาเมือนธม เขตอำเภอบันเตียเมียนเจย ฉันต้องขอโทษทุกคนด้วย เพราะว่าฉันได้ยินเสียงฟ้าร้อง ก็คิดว่าเสียงลูกปืน ที่เขายิงกัน ฉันเป็นห่วงทุกคน ขอโทษด้วยที่ฉันเข้าใจผิด ฉันไม่ได้มีเจตนาไม่ดี มันได้ยินถี่มาก คล้ายเสียงปืน ฉันเข้าใจผิด อภัยให้ฉันด้วย

‘จีน’ ตอบรับ ‘อนุทิน’ ยินดีสานต่อความร่วมมือ เชิดชูมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 76 ปี สถาปนา สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน: “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”ได้หยั่งรากลึกในใจของประชาชนมากยิ่งขึ้น

คำถาม: เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 76 ปีแห่ง การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทยจัดขึ้น ท่านได้ยกย่องความสำเร็จด้านการพัฒนาอันยิ่งใหญ่ของจีน และบทบาทสำคัญของจีนต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของโลกในสุนทรพจน์ ท่านได้ย้ำว่า ไทยจีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน และยินดีต้อนรับบริษัทจีนเข้าไปลงทุนในประเทศไทย และนักท่องเที่ยวจีนไปท่องเที่ยวที่ไทย ฝ่ายจีนมีความเห็นอย่างไร

คำตอบ: เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 76 ปีแห่ง การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทยจัดขึ้น และกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญมากของรัฐบาลไทยชุดใหม่ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทย และได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี

ปีนี้เป็นปีครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย และเป็น “50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย” ภายใต้การชี้นำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ ความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างจีนและไทยได้พัฒนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และจิตสำนึก “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” และประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันได้หยั่งรากลึกในใจของประชาชนมากยิ่งขึ้น

ด้านมืด!! ‘เมืองผู้ดี’ ที่ ‘BBC’ เลือกที่จะเงียบ ไม่เคยคิดทำสารคดี โสเภณีถูกกฎหมาย!! เสียภาษีรายได้ แต่ตรวจโรค ต้องควักจ่ายเอง

(28 ก.ย. 68) หลังจากมีกระแสตีกลับเรื่องที่ BBC ทำสารคดีเกี่ยวกับด้านมืดของสวรรค์นักท่องเที่ยวในเมืองไทย มาวันนี้เอย่าจะมาเล่าอะไรต่อมิอะไรให้ทราบกัน  เรื่องแรกเลยที่ BBC สื่อเมืองผู้ดีควรจะทราบก่อนเลยคือเรื่องโสเภณีในอังกฤษก็มีมาตั้งแต่อดีตที่หลายคนรู้จักในยุคศตวรรษ 70-90  ที่ปรากฏตามภาพยนตร์ก็อย่างเช่นย่าน Soho ที่เป็นย่านบันเทิงมาตั้งแต่ยุควิคตอเรียและ Whitechapel ที่นอกจากจะมีตำนานแจ็ด เดอะริปเปอร์แล้ว ตำนานในย่านนี้ที่คนรู้จักกันดีคือหญิงขายบริการที่ใครจะมาหาซื้อก็ต้องมาในย่านนี้

ในปัจจุบันย่านโคมแดงของลอนดอนนอกจากจะเป็นย่าน Soho  ที่อุดมไปด้วยคลับ บาร์สำหรับผู้ใหญ่แล้ว ยังมีย่าน Kings Cross และย่าน Camden ที่มีการขายบริการทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ในย่านนี้รวมถึงในเมืองใหญ่อื่นๆนอกลอนดอนอย่าง แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล หรือเบอร์มิงแฮม ก็มีธุรกิจลักษณะนี้อยู่เช่นเดียวกันกระจายไปทั่วไม่ได้แตกต่างอะไรกับประเทศไทย

สิ่งที่ดูแล้วจะทำให้รู้สึกว่าการขายบริการในอังกฤษต่างจากประเทศไทยคือการค้าประเวณีถือเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายและจะต้องเสียภาษีโดยคนที่คิดจะทำอาชีพนี้ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้าประเวณีกับ HM Revenue & Customs เพื่อให้ได้ Unique taxpayer reference เพื่อใช้สำหรับการยื่นภาษีรายได้โดยผู้ค้าประเวณีจะต้องทำบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายสำหรับยื่นในการเสียภาษีรายได้และ National Insurance โดยการจัดเก็บภาษีจะเป็นขั้นบันไดตั้งแต่ 20-45% และ National insurance จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มขึ้นกับฐานรายได้ โดยหากรายได้ไม่เกิน 12,570 ปอนด์ต่อปีจะเสียอยู่ที่ 3.45 ปอนด์ต่อสัปดาห์และหากรายได้เกินกว่านี้จะเก็บเป็นขั้นบันไดตามลำดับ

อีกจุดที่ต่างกันคือกฎหมายของอังกฤษห้ามให้มีการประกอบกิจการซ่อง หรือ Brothel โดยถือว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจผิดกฎหมายนั่นเองเพราะในอังกฤษมองว่าการเปิดซ่องนั้นสุ่มเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์นั่นเอง  อย่างไรก็ตามในอังกฤษก็ไม่ได้ต่างจากไทยคือการค้าประเวณีแฝงที่อยู่ในสถานบันเทิงอย่างผับ บาร์ คาราโอเกะหรือร้านนวด

สุดท้ายเอย่ามองว่าการมองหามุมมืดของทุกประเทศนั้นมีหมดในอังกฤษเองก็ไม่ได้สะอาดหมดจดแถมยังเลือกจะแก้ปัญหาให้มีโสเภณีเสรีเสียอีกด้วยโดยปราศจากการควบคุมการตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์นอกจากผู้ค้าสมัครใจตรวจโรคเองและเสียค่าใช้จ่ายเอง  ในขณะที่ประเทศไทยในยุคที่อาบอบนวดเฟื่องฟู มีข้อมูลมาว่าสถานบริการทางเพศที่ถูกต้องตามกฎหมายในไทยจะมีบังคับให้ตรวจโรคทุก 3-4 เดือนและต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจโรคเป็นสวัสดิการจากเจ้าของกิจการแก่พนักงาน

สุดท้ายเอย่าไม่ทราบว่า BBC ทำสารคดีนี้ต้องการอะไรแต่ช่วยกลับไปหาถึงมุมมืดในประเทศตนเองและทำสารคดีออกมาจะดีกว่าไหมว่ากฎหมายที่ตัวเองใช้ควบคุม Sex worker ของตนนั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือเปล่ารวมถึงสวัสดิการในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย

‘สหรัฐฯ’ เตรียม!! เพิกถอนวีซ่าผู้นำโคลอมเบีย หลังร่วมประท้วง!! ยุยง!! ทหารไม่เชื่อฟังคำสั่ง

(28 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

Fox News รายงาน กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯเตรียมเพิกถอนวีซ่าของประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตรแห่งโคลอมเบีย 

อันเนื่องมาจากมีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีโคลอมเบียได้เข้าร่วมการประท้วงที่นิวยอร์กซิตี้ "เรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ฝ่าฝืนคำสั่งและยุยงให้เกิดความรุนแรง" หลังจากที่เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ด้าน Reuters รายงาน   ประธานาธิบดีโคลอมเบีย กล่าวสวนทันที: “ข้าฯไม่ต้องการวีซ่าสหรัฐฯ – ข้าฯคืออิสระชนบนโลกใบนี้” ประธานาธิบดีเปโตรแห่งโคลอมเบียกล่าวว่าสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วยการเพิกถอนวีซ่าของเขา หลังจากที่เขาเข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ในนิวยอร์ก และเรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ไม่เชื่อฟังทรัมป์

เขากล่าวว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่าอยู่แล้ว โดยเรียกตัวเองว่าเป็น “อิสระชนบนโลกใบนี้” และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าลงโทษเขาเพียงเพราะ “ประณามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”

ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯและรัฐบาลโคลอมเบียเพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่เปโตรสั่งระงับเที่ยวบินเนรเทศและตัดความสัมพันธ์กับอิสราเอลในปี 2024

ขณะนี้เขาเรียกร้องให้มีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธระดับโลกที่แข็งแกร่งกว่าสหรัฐฯ เพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน์

อดีตรมต.เกษตรจีน รับสินบนพันล้าน ศาลพิพากษาประหารชีวิต!! รอลงอาญา 2 ปี

(29 ก.ย. 68) ศาลชางชุน มณฑลจี๋หลิน มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ให้ ถัง เหรินเจียน อดีตรัฐมนตรีเกษตรและกิจการชนบทของจีน รับโทษประหารชีวิต แต่ให้รอลงโทษ 2 ปี ซึ่งมีแนวโน้มจะถูกปรับเป็นจำคุกตลอดชีวิตในคดีทุจริตรับสินบน มูลค่ารวมกว่า 268 ล้านหยวน (ราว 37.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1,387 ล้านบาท) โดยศาลระบุว่าเขาได้สารภาพและให้ความร่วมมือกับการสอบสวน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายถังรับสินบนเป็นเงินสดและทรัพย์สิน ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2024 ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีคำสั่งขับเขาออกจากพรรคตั้งแต่ปลายปี 2024 หลังถูกคณะกรรมการตรวจสอบวินัยสอบสวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งกรณีนี้มีความใกล้เคียงกับคดีของอดีตรัฐมนตรีกลาโหม หลี่ ซางฝู (Li Shangfu) และ เว่ย เฟิงเหอ (Wei Fenghe) ที่ถูกสอบทุจริตเช่นกัน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินหน้าปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเข้มข้นตั้งแต่ปี 2020 โดยชี้ว่าการทุจริตคือภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อพรรคฯ 

คุณตาเจ้าของร้านล้างรถ วัย 79 ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ 50 ล้านดอลล์!! อ้างถูก จนท. ICE ทำร้ายซี่โครงหัก-สมองกระเทือน

(29 ก.ย. 68) นายราฟี โอลลาห์ ชูเฮด (Rafie Ollah Shouhed) วัย 79 ปี เจ้าของร้านล้างรถในนครลอสแอนเจลิส ยื่นฟ้องหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (ICE) มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ ICE และหน่วยงานความมั่นคงอื่น ๆ ทำร้ายร่างกายเขาระหว่างการบุกตรวจค้นเมื่อ 9 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าถูกผลักล้ม กระแทกพื้น และถูกกดทับโดยเจ้าหน้าที่หลายคน ขณะพยายามสอบสวนธุรกิจของตน

ทนายความของนายชูเฮดระบุว่า กล้องวงจรปิดเผยให้เห็นการใช้กำลังอย่างรุนแรงโดยไม่จำเป็น เจ้าของร้านสูงวัยถูกกักตัวนาน 12 ชั่วโมงโดยไม่ได้รับการรักษาพยาบาล ก่อนจะถูกปล่อยตัวโดยไม่ตั้งข้อหา ซึ่งเขาอ้างว่าได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ศอกบาดเจ็บ และอาการกระทบกระเทือนทางสมอง ขณะที่ตนเองยังมีโรคหัวใจและพยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่ถูกเพิกเฉย

กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) ชี้แจงว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบุกจับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 5 คนจากกัวเตมาลาและเม็กซิโก โดยระบุว่าเจ้าของร้านเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานและถูกจับในข้อหาทำร้ายและขัดขวางเจ้าหน้าที่ ซึ่งต่อมาถูกปล่อยตัวแล้ว

กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องเรื่องการกวาดล้างคนเข้าเมืองในลอสแอนเจลิส ซึ่งจุดชนวนการประท้วงและคดีฟ้องร้องจำนวนมาก ล่าสุดผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียลงนามกฎหมายห้ามเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า โดยให้เหตุผลว่าเป็นภาพลักษณ์ที่คล้ายหน่วยตำรวจลับในระบอบเผด็จการ ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลางไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว

ชาวญี่ปุ่นจวกนโยบายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้นตอปัญหาทำขยะเกลื่อนเมือง และทำสังคมวุ่นวายมากขึ้น

(29 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊กเจแปน - แจนแปล โพสต์ข้อความว่า…ตอนนี้สังคมญี่ปุ่นกำลังถกเถียงร้อนแรงเรื่องการเปิดรับคนต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยหลายคนในโซเชียลแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ถึงขั้นเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น “การถูกบังคับให้รับวัฒนธรรมอื่นเข้ามา” เพราะมองว่าทำให้ประเทศที่เคยเป็นระเบียบ สะอาด และปลอดภัย กลายเป็นสังคมที่วุ่นวายมากขึ้น กรณีล่าสุดที่จุดกระแสก็คือภาพ “กองขยะ” ที่ถูกทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง จนถูกนำมาโยงกับพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติ

นักการเมืองญี่ปุ่น โคซากะ เอจิ ได้โพสต์ภาพกองขยะพร้อมข้อความประชดว่าเป็น “สถานที่ที่ถูกบังคับให้ต้องรับวัฒนธรรมอื่น” ซึ่งยิ่งทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็น หลายคนเล่าว่าเจอปัญหาคล้ายกัน ทั้งการทิ้งเครื่องใช้ไฟฟ้าผิดกฎ หรือพื้นที่ส่วนกลางที่สกปรกจากครอบครัวชาวต่างชาติไม่กี่ครอบครัว จนเกิดความกังวลว่าหากมีผู้อพยพเพิ่มขึ้น สังคมญี่ปุ่นอาจ “พังยับ”

กระแสความโกรธยังพุ่งไปที่นักการเมืองที่ออกนโยบายเปิดรับแรงงานและผู้อพยพ โดยบางคนถึงขั้นกล่าวโทษอดีตนายกฯ ชินโซ อาเบะ ว่าเป็นผู้ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศผู้อพยพ ขณะที่อีกกลุ่มกล่าวหา สส.ที่หนุนการย้ายถิ่นว่าเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว และทำลายความมั่นคงของชาติ ทั้งด้านวัฒนธรรม ความปลอดภัย และอัตลักษณ์ของญี่ปุ่นเอง

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ปัญหาขยะหรือระเบียบชุมชน แต่ถูกยกระดับเป็น “วิกฤตประเทศ” มีการยกตัวอย่างยุโรปที่พยายามอยู่ร่วมกับผู้อพยพ แต่กลับเผชิญอาชญากรรมและปัญหาสังคมรุนแรง พร้อมเตือนว่าญี่ปุ่นอาจเดินซ้ำรอยหากยังดึงคนต่างชาติเข้ามาเพิ่มโดยไม่ควบคุม

เสียงสะท้อนเหล่านี้สะท้อนว่า ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากรู้สึก “ทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ” กองขยะที่เห็นไม่ใช่เพียงขยะธรรมดา แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวของรัฐบาล ที่เลือกแลกความสงบเรียบร้อยของประชาชนกับผลประโยชน์จากการเปิดประเทศรับแรงงานต่างชาติ

จีนเปิดสะพานสูงที่สุดในโลก ‘ห้วยเจียง แกรนด์แคนยอน บริดจ์’ สูง 625 เมตร!! ช่วยเดินทางเร็วขึ้น จาก 2 ชม. เหลือเพียง 2 นาที

เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา จีนเปิดสะพานสูงที่สุดในโลก 'ห้วยเจียง แกรนด์แคนยอน บริดจ์' (Huajiang Grand Canyon Bridge) ในจังหวัดกุ้ยโจว โดยสะพานแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเป่ยผาน มีความสูงถึง 625 เมตร สามารถช่วยย่นเวลาเดินทางข้ามหุบเขาลึกจากเดิม 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 นาที ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างกว่า 3 ปีเต็ม

สำหรับตัวสะพานมีความยาวรวม 2,890 เมตร และช่วงกลางยาว 1,420 เมตร ทำให้กลายเป็นสะพานแขวนเหล็กที่มีช่วงกลางยาวที่สุดในพื้นที่ภูเขา โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า โครงการนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานของจีน ที่ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายคมนาคมอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ สถิติสะพานสูงที่สุดในโลกก็อยู่ที่กุ้ยโจวเช่นกัน คือสะพานแม่น้ำเป่ยผาน เปิดใช้งานในปี 2016 ที่มีความสูง 565.4 เมตร ห่างจากสะพานใหม่ 100 กิโลเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของภูมิภาคนี้ในการสร้างสถิติด้านวิศวกรรมสะพานของโลก

ก่อนหน้านี้ สถิติสะพานสูงที่สุดในโลกก็อยู่ที่กุ้ยโจวเช่นกัน คือสะพานแม่น้ำเป่ยผาน เปิดใช้งานในปี 2016 ที่มีความสูง 565.4 เมตร ห่างจากสะพานใหม่เพียงร้อยกิโลเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของภูมิภาคนี้ในการสร้างสถิติด้านวิศวกรรมสะพานของโลก

ปัจจุบัน มณฑลกุ้ยโจวแม้จะเป็นพื้นที่ยากจน แต่มีการสร้างสะพานแล้วกว่า 30,000 แห่งในพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อน และยังครองตำแหน่งบ้านของสะพานสูงที่สุดในโลกหลายแห่ง โดยเกือบครึ่งหนึ่งของสะพานที่สูงที่สุด 100 แห่งในโลก อยู่ในมณฑลแห่งนี้เอง

‘รัสเซีย’ เตือน ‘ยูเครน’ อย่าเมินการร่วมโต๊ะเจรจา ย้ำยิ่งคุยกันช้า…ยิ่งทำให้เคียฟเป็นฝ่ายเสียเปรียบเอง

(29 ก.ย. 68) รัสเซียยืนยันว่ายังไม่ได้รับสัญญาณใด ๆ จากยูเครนเกี่ยวกับการกลับมาเจรจาสันติภาพ โดย ดมิตรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกประจำทำเนียบเครมลิน ระบุว่า ฝ่ายรัสเซียยังคงเปิดกว้างต่อการพูดคุย แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีท่าทีจากเคียฟเลยแม้แต่น้อย

สำหรับการเจรจารอบล่าสุดเกิดขึ้นที่อิสตันบูลเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2025 ทั้งสองฝ่ายตกลงแลกเปลี่ยนเชลยที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บร้ายแรง และรัสเซียยังได้เสนอให้ยูเครนตั้งคณะทำงานด้านการเมือง มนุษยธรรม และการทหารเพื่อหารือออนไลน์ แต่ยูเครนยังไม่ตัดสินใจ ต่อมาในเดือนกันยายน รัสเซียยอมรับว่ากระบวนการเจรจาอยู่ในภาวะชะงักงัน

เปสคอฟระบุว่า ยูเครนอาจจงใจไม่ขยับ เพื่อแสดงต่อผู้สนับสนุนในยุโรปว่ายังพร้อมสู้ต่อไป แต่เปสคอฟย้ำว่า “ยิ่งปล่อยให้การเจรจาล่าช้า ตำแหน่งต่อรองของยูเครนก็จะยิ่งแย่ลง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top