Sunday, 7 June 2026
World

สนามบินใหญ่ในยุโรปป่วน!! ‘เที่ยวบินล่าช้า – ยกเลิก’ หลัง Collins Aerospace ถูกแฮก!! กระทบระบบเช็กอิน

(21 ก.ย. 68) เที่ยวบินจำนวนมากในยุโรป หยุดชะงัก หรือถูกยกเลิก หลัง Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบเช็กอินและขึ้นเครื่อง ถูกโจมตีทางไซเบอร์

เที่ยวบินจำนวนมากในยุโรปเผชิญความล่าช้าและถูกยกเลิก หลังเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ที่พุ่งเป้าไปที่ Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบเช็กอินและขึ้นเครื่องรายสำคัญระดับโลก 

ซึ่งส่งผลกระทบต่อสนามบินใหญ่หลายแห่ง รวมถึง Heathrow (ลอนดอน) ที่เป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดในยุโรป, Brussels และ Berlin

รายละเอียดเหตุการณ์
-ระบบที่ได้รับผลกระทบ 
ระบบอัตโนมัติสำหรับเช็กอินผู้โดยสารและโหลดสัมภาระ ทำให้ผู้โดยสารต้องหันมาใช้วิธีการเช็กอินและขึ้นเครื่องแบบแมนนวลแทน
-สนามบินที่ได้รับผลกระทบ
Heathrow, Brussels, Berlin เกิดดีเลย์และการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก
-สนามบินที่ไม่กระทบ
Frankfurt (เยอรมนี) และ Zurich (สวิตเซอร์แลนด์) ยืนยันว่าไม่พบปัญหาจากเหตุการณ์นี้
แถลงการณ์จากผู้เกี่ยวข้อง
-Heathrow Airport ยืนยันว่าปัญหามาจาก Collins Aerospace และเตือนผู้โดยสารถึงความล่าช้า
-Brussels Airport ระบุว่าเหตุเกิดคืนวันศุกร์ มี “ผลกระทบอย่างใหญ่หลวง” ต่อกำหนดการบิน และน่าจะทำให้เที่ยวบินล่าช้าและยกเลิกต่อเนื่อง
-Berlin Airport ชี้แจงว่ามีเวลารอที่เช็กอินนานขึ้น และกำลังหาทางแก้ไขโดยเร็ว
-Collins Aerospace ยอมรับว่าเกิดความขัดข้องจากการโจมตีไซเบอร์ กับซอฟต์แวร์บางส่วน โดยผลกระทบจำกัดอยู่ที่ระบบเช็กอินและโหลดสัมภาระ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้วิธีแมนนวล
-RTX (Raytheon Technologies) บริษัทแม่ของ Collins ยืนยันว่ากำลังทำงานอย่างเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูระบบและ “คืนการทำงานเต็มรูปแบบให้ลูกค้าโดยเร็วที่สุด”
ผลกระทบต่อผู้โดยสาร
-ผู้โดยสารที่มีตารางบินวันเสาร์ ได้รับคำแนะนำจากสนามบินที่ได้รับผลกระทบให้ ตรวจสอบยืนยันเที่ยวบินกับสายการบินก่อนเดินทาง
-สนามบินหลายแห่งเตือนถึงความล่าช้าที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ระบบเช็กอินแบบแมนนวล
โดยการโจมตีครั้งนี้เผยให้เห็นถึง ความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินยุโรป ที่พึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียวอย่าง Collins Aerospace 
หากระบบถูกโจมตีเพียงจุดเดียวสามารถสร้างผลกระทบแบบโดมิโนต่อสนามบินใหญ่หลายแห่งในทวีปได้

‘รัสเซีย’ ไต่ระดับทดสอบ!! ‘NATO’ เผย!! จุดอ่อน พันธมิตรตะวันตก ครบสูตร

(21 ก.ย. 68) รัสเซียไต่ระดับทดสอบ NATO: จากโดรนหลงฟ้า สู่ไซเบอร์ถล่มสนามบิน จุดอ่อนเริ่มโผล่

ไม่ค่อยเชื่อเรื่องความบังเอิญและนั่นคือเหตุผลที่ทำให้มองสิ่งที่เกิดขึ้นในยุโรปตลอด 3 สัปดาห์ล่าสุด ไม่ได้เป็นแค่ “เหตุบังเอิญ” แต่เหมือน บททดสอบสนามจริง ของรัสเซียต่อ NATO ว่าพันธมิตรตะวันตกพร้อมแค่ไหนในสงครามแบบหลายมิติ
ยิ่งรัสเซียไต่ระดับการโจมตี ความเปราะบางของ NATO ยิ่งปรากฏชัด
เส้นเวลาไล่ระดับ

1. 4 ก.ย. – โดรนหลงฟ้าโรมาเนีย
โดรนรัสเซียตกใกล้หมู่บ้าน Plauru ห่างพรมแดนยูเครนเพียง 500 เมตร NATO ทำได้แค่ “ออกแถลงการณ์กังวล” ไม่มีมาตรการโต้ตอบจริง.
2. 12 ก.ย. – ถล่มท่าเรือโอเดสซา
โดรน Shahed-136 ตีโกดังข้าวยูเครน ทำลายกว่า 3,000 ตัน กระทบ supply chain อาหารยุโรป ขณะเดียวกันเรดาร์ NATO ตรวจเจอวัตถุบินล้ำเข้ามาอีกครั้ง แต่ไม่มีการสกัดกั้น. 
3. 18 ก.ย. – ขีปนาวุธให้เวเนซุเอลา
เวเนซุเอลาโชว์ Su-30MK2 ติด Kh-31P (Mach 3.5, พิสัย 110 กม.) ที่รัสเซียเพิ่งส่งมอบ นักวิเคราะห์ชี้ว่าสามารถคุกคามเรือรบ USS Iwo Jima ของสหรัฐฯ ได้ทันที แต่ NATO กลับไม่มีแผนรับมือในซีกโลกตะวันตก. 
4. 19 ก.ย. – ไซเบอร์ถล่มสนามบินยุโรป
ระบบเช็คอินของ Collins Aerospace (RTX) ล่ม สนามบินฮีทโธรว์ เบอร์ลิน บรัสเซลส์โกลาหล ผู้โดยสาร 50,000 คน เดือดร้อน ยกเลิกกว่า 150 เที่ยวบิน ขาดทุนวันละ 10–12 ล้านยูโร

นี้คือเกมทดสอบที่เจอแต่ช่องโหว่ชัดๆ
นักวิเคราะห์จาก CISA ระบุว่านี่คือ hybrid warfare เต็มรูปแบบ — ใช้โดรน ขีปนาวุธ และไซเบอร์ผสมกันเพื่อทดสอบ NATO แบบ step-by-step โดยไม่จำเป็นต้องปะทะตรง

ผลลัพธ์ : 
การเมือง: NATO ตอบสนองเชื่องช้า เช่น เหตุโดรนโรมาเนียทำได้แค่ประณาม
เศรษฐกิจ: การหยุดชะงักสนามบินทำให้สูญเสีย 10–15 ล้านยูโร/วัน สะท้อนว่าการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนยังอ่อนแอ
ทหาร: การส่ง Kh-31P ให้พันธมิตรในลาตินอเมริกาคือการ “เปิดแนวรบใหม่” แต่ NATO ยังไม่แสดงแผนตอบโต้
Europol สงสัยว่าแฮกเกอร์ที่โจมตีสนามบินเชื่อมโยง GRU หน่วยข่าวกรองรัสเซีย นักวิเคราะห์จาก Carnegie Endowment เสริมว่า
“เพื่อรับมือกับปัญหาการคุกคามที่อาจเกิดขึ้น(หรือเกิดขึ้นแล้ว) NATO อาจต้องเพิ่มงบกลาโหมในยุโรปตะวันออกอย่างน้อย 50% ในปี 2569” 
แต่การเมืองภายในประเทศสมาชิก เช่น นโยบาย America First ของสหรัฐฯ กลับทำให้ยุโรปยิ่งต้องแบกเอง..ซึ่งเศรษฐกิจที่อ่อนแอก็ไม่แน่ใจว่าจะไหวไหม

ผลสะเทือน
สิ่งที่รัสเซียได้ไม่ใช่ชัยชนะทางทหารทันที แต่คือ ข้อมูลจุดอ่อน ของ NATO — ความล่าช้าในการตัดสินใจ ความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจ และความแตกแยกด้านการเมือง ขณะที่ยุโรปยังต้องก้มหน้าซ่อมระบบและรอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่ยิ่งถอยห่าง รัสเซียอาจจะชนะไปแล้วโดยไม่ต้องก่อสงครามรบจริง

‘ดร.รุสตั้ม’ ชี้กลุ่ม 5 Eyes เริ่มแตกแถว ‘อังกฤษ–แคนาดา–ออสเตรเลีย’ รับรองรัฐปาเลสไตน์แล้ว

(22 ก.ย. 68) ดร.รุสตั้ม หวันสู อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Roostum Vansu ว่า…

ประเทศใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ เรียกว่ากลุ่ม 5 eyes countries ซึ่งมีรากเหง้าบรรพบุรุษเดียวกันและใช้ภาษาอังกฤษเหมือนกัน ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ล่าสุดบรรดาตาทั้ง 5 รับรองรัฐปาเลสไตน์ไปแล้ว 3 ประเทศคือ อังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ที่จะรับรองในเร็วๆนี้อีกหนึ่ง  แม้สหรัฐและอิสราเอลจะแสดงความไม่พอใจในเรื่องนี้ 

แต่สาเหตุที่รัฐบาลเหล่านี้รีบพากันรับรองรัฐฯปาเลสไตน์ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลต้องตอบสนองต่อกระแสเรียกร้องจากประชาชนที่ออกมาประท้วงอิสราเอลและสนับสนุนชาวปาเลสไตน์กันอย่างมากมายมหาศาล

เมื่อโลกไม่ทนต่อการที่อิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ และการที่สหรัฐฯ สนับสนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อีกต่อไป

ประธานหอการค้ามาเลเซีย ชี้โอกาสทองภาคเอกชน ฉวยจังหวะรุกเสียบแทนไทย!! ยึดพื้นที่การค้าของกัมพูชา

(22 ก.ย. 68) ความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาที่เพิ่งหยุดยิงชั่วคราว ไม่ได้ทำให้กระแสต่อต้านไทยในกัมพูชาลดลง กลับยิ่งรุนแรงขึ้นจนเกิดกระแส “แบนสินค้าไทย” และการเลี่ยงธุรกิจที่มีผู้บริหารเป็นคนไทย ส่งผลกระทบตั้งแต่ร้านอาหารจนถึงแบรนด์พลังงานรายใหญ่ของไทยอย่าง PTT ที่ถูกแทนที่ด้วยแบรนด์ท้องถิ่น Peace Petroleum Cambodia (PCC) รวมถึงเครือข่าย Café Amazon และ 7-Eleven ที่ยอดขายดิ่งลงอย่างหนัก

ในบรรยากาศต่อต้านนี้ นายตัน คี มิง (Tan Kee Meng) ประธานหอการค้ามาเลเซียในกัมพูชา (MBCC)  มองว่าเป็น “โอกาสทอง” ของมาเลเซีย เพราะชาวกัมพูชามีทัศนคติเชิงบวกต่อมาเลเซียจากบทบาทของนายกฯ อันวาร์ อิบราฮิม ในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในฐานะประธานอาเซียน โดยสินค้าจากมาเลเซียถูกมองว่ามีคุณภาพระดับกลางถึงสูง มีมาตรฐานความปลอดภัย และเป็นตัวเลือกแรกหลังชาวกัมพูชาปฏิเสธสินค้าจากไทย

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันการนำเข้าสินค้ามาเลเซียส่วนใหญ่ยังมาจากพ่อค้ากัมพูชาที่สั่งตรง ไม่ใช่จากบริษัทมาเลเซียที่เข้าไปลงทุนโดยตรง ทำให้ตันเสนอให้ภาครัฐมาเลเซียช่วยผลักดันธุรกิจในประเทศบุกตลาดจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งมีศักยภาพสูงในกัมพูชาที่เป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน เวียดนามและจีนก็เร่งเข้ามาแทนที่ไทย โดยเวียดนามกลายเป็นผู้ชนะรายใหญ่ในภาคอาหาร เกษตร และพลังงาน การค้าระหว่างเวียดนาม–กัมพูชาโตขึ้นกว่า 16% ในครึ่งปีแรก ขณะที่จีนใช้จุดแข็งด้านต้นทุนต่ำ รุกตลาดวัสดุก่อสร้างจนการลงทุนก่อสร้างในกัมพูชาโตขึ้นกว่า 30% นักวิเคราะห์เตือนว่ากระแสต่อต้านไทยครั้งนี้อาจยืดเยื้อ 3–5 ปี และแม้พรมแดนจะเปิดอีกครั้ง ไทยก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะกู้คืนความเชื่อมั่นและส่วนแบ่งตลาด

จีนเปิดตัว Xueba 01 หุ่นยนต์เรียนปริญญาเอก เข้าเรียนที่ STA ระยะเวลา 4 ปี สาขาการออกแบบการแสดงดิจิทัล

(22 ก.ย. 68) จีนเปิดตัว “Xueba 01” หุ่นยนต์เรียนปริญญาเอกตัวแรกของประเทศ เข้าศึกษาที่ Shanghai Theatre Academy (STA) โดยจะใช้เวลา 4 ปีเรียนในสาขาการออกแบบการแสดงดิจิทัล จุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาวิธีการฝึกอบรมหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่เน้นการปฏิสัมพันธ์หลายมิติ การแสดงเชิงศิลปะ และการเติบโตทางปัญญา

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง STA และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเซี่ยงไฮ้ (USST) โดยทีม USST จะพัฒนาความรู้และการฝึกทางเทคนิค ส่วน STA จะฝึกทักษะการแสดงศิลปะ ซึ่งหุ่นยนต์รุ่นนี้ถูกพัฒนาต่อยอดจาก “Xingzhe No.2” ที่เคยแข่งวิ่งมาราธอนหุ่นยนต์ในปักกิ่ง

สำหรับตัวหุ่นยนต์ Xueba 01 มีโครงสร้างเบา ใช้เทคโนโลยีใบหน้าเสมือนมนุษย์ สามารถแสดงอารมณ์กว่า 100 แบบ สามารถร้องงิ้วจีนหลายแขนง และปรับการแสดงตามเสียงตอบรับจากผู้ชมได้ แต่ยังต้องฝึกเพิ่มให้ท่าทางและความงามทางศิลป์ให้สมจริงยิ่งขึ้น ด้วยเทคนิคจับการเคลื่อนไหวจากนักแสดงมืออาชีพ

หวง ฉางหยง (Huang Changyong) ผู้บริหาร STA ระบุว่า ภารกิจหลักคือการเชื่อมศิลปะกับเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน โดยการสอนหุ่นยนต์ทั้งมิติทางเทคนิคและแรงบันดาลใจด้านมนุษยศาสตร์ เช่น การอธิบายภูมิหลังและอารมณ์ตัวละคร เพื่อให้หุ่นยนต์ตีความและนำไปสู่การสร้างสรรค์รูปแบบการแสดงใหม่ๆ

สำหรับ โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์และนวัตกรรมศิลปะการละครจีนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยนักวิชาการเชื่อว่าศิลปินยุคใหม่ต้องผสานทักษะดั้งเดิมเข้ากับความรู้เทคโนโลยี เพื่อต่อยอดให้ “หุ่นยนต์นักแสดง” อย่าง Xueba 01 กลายเป็นทั้งสื่อสร้างสรรค์และคู่หูใหม่ของวงการศิลปะในอนาคต

เยอรมนีส่ง Eurofighter 2 ลำ สกัดเครื่องบินรัสเซีย IL-20M บินผ่านน่านฟ้าเหนือทะเลบอลติก ก่อนการประชุมใหญ่ NATO

(22 ก.ย. 68) เยอรมนีส่งเครื่องบินรบ Eurofighter 2 ลำ ขึ้นสกัดเครื่องบินลาดตระเวนรัสเซีย Ilyushin IL-20M ที่บินเข้าพื้นที่น่านฟ้าเหนือทะเลบอลติก โดยกองทัพอากาศเยอรมนีกล่าวว่าทีม quick reaction alert ถูก NATO สั่งให้ตรวจสอบเครื่องบินไม่ทราบชื่อ และไม่ได้แจ้งแผนการบินหรือวิทยุสื่อสาร ก่อนส่งการติดตามต่อให้พันธมิตร NATO ในสวีเดน

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ NATO เตรียมประชุม North Atlantic Council เพื่อหารือกรณีเครื่องบินรัสเซีย 3 ลำ MiG-31 รุกล้ำน่านฟ้าเอสโตเนียโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ NATO และรัฐบาลยุโรปประณามว่าเป็นการยั่วยุอย่างอันตราย ขณะที่เอสโตเนียเรียกร้องให้เปิดการหารือภายใต้มาตรา 4 ของ NATO เพื่อปกป้องความมั่นคงและอธิปไตย

นอกจากนี้ ความตึงเครียดยังเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ละเมิดน่านฟ้า NATO ฝั่งตะวันออกหลายครั้ง โรมาเนียพบโดรนรัสเซียและส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัด ส่วนโปแลนด์ยิงโดรนรัสเซียระหว่างการโจมตีทางอากาศต่อยูเครน ทำให้ NATO มีส่วนร่วมโดยตรงครั้งแรกในสงครามยูเครน–รัสเซียปีที่ 4 ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่ารัสเซียใช้การล่วงล้ำเพื่อตรวจสอบการตอบสนองและกดดันประเทศสมาชิก NATO

ทั้งนี้ มีการรายงานเพิ่มเติมว่า ยูเครนยังโจมตีพื้นที่รัสเซียชายแดนเบลโกรอด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 9 คน ขณะที่ในภูมิภาคซาปอริซเซีย มีรายงานการโจมตีของยูเครนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 14 คน รวมถึงทารกหนึ่งราย โดยสถานการณ์ในแนวรบยังคงมีความรุนแรงและไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้

‘มาเลเซีย’ ถูกเตือน!! อย่าหลงเหลี่ยม ‘กัมพูชา’ มักชอบ ‘เล่นบทเหยื่อ’ อาจบั่นทอนความเป็นกลางได้

(22 ก.ย. 68) มาเลเซีย ถูกเตือนให้ใช้ความระมัดระวังในการรับมือกับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา หลังมีกระแสว่า กัมพูชาอาจ “เล่นบทเหยื่อ” เพื่อสร้างความเห็นใจในเวทีระหว่างประเทศ โดยกรณีล่าสุดที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ไทยยืนยันว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้ง ทั้งการใช้โดรน วางกับระเบิด และการชุมนุมข้ามแดน ทำให้ฝ่ายไทยต้องใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่กัมพูชานำภาพพระสงฆ์ ผู้หญิง และเด็กที่ได้รับผลกระทบไปเผยแพร่ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

นักวิชาการมาเลเซียเตือนว่า หากรัฐบาลกัวลาลัมเปอร์แสดงท่าทีเอียงข้างกัมพูชาเร็วเกินไป อาจทำให้ไทยซึ่งเป็นสมาชิกก่อตั้งอาเซียนรู้สึกไม่พอใจ ส่งผลต่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ทั้งยังบั่นทอนบทบาทของมาเลเซียในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยระดับภูมิภาค เพราะความเป็นกลางคือหัวใจสำคัญของอาเซียน

นอกจากนี้มาเลเซียควรตรวจสอบข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายอย่างรอบด้าน รวมถึงผลักดันให้อาเซียนส่งคณะผู้สังเกตการณ์กลางเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อลดการผูกขาดข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นต่อบทบาทของอาเซียนในฐานะผู้รักษาสันติภาพในภูมิภาค

อีกทั้ง มาเลเซียควรสื่อสารอย่างระมัดระวัง โดยแสดงความห่วงใยด้านมนุษยธรรมต่อผู้ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ละเลยมิติด้านอธิปไตยและกติกาสากล เพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ท้ายที่สุด กรณีชายแดนไทย–กัมพูชาไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเรื่องแผนที่ แต่ยังเป็นการช่วงชิงความน่าเชื่อถือและบทบาทนำของอาเซียน การที่มาเลเซียรักษาความเป็นกลางและยึดมั่นในความจริง จะเป็นกุญแจสำคัญในการคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและความไว้วางใจในระดับภูมิภาค Malaymail รายงาน

‘รัสเซีย’ ยืนหนึ่งครอง ‘ยูเรเนียม’ มากสุดในโลก แม้สหรัฐฯ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุด แต่ยังต้องพึ่งรัสเซีย

(22 ก.ย. 68) รัสเซียยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดยูเรเนียมโลก โดยนายคิริล โคมารอฟ (Kirill Komarov) รองผู้อำนวยการใหญ่รัฐวิสาหกิจ Rosatom เปิดเผยว่า ส่วนแบ่งตลาดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของรัสเซียสูงเกือบ 40% ทำให้ยังคงเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของโลก แม้ชาติตะวันตกพยายามหาทางลดการพึ่งพารัสเซียแต่ยังคงไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ โคมารอฟ ยังระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะมีขีดความสามารถด้านพลังงานนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก ราว 100 กิกะวัตต์ แต่ก็ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของรัสเซียอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลและความสำคัญของรัสเซียในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์โลก

‘นักเขียนดัง’ แชร์บทเรียนมือถือถูกขโมยในร้านฟาสต์ฟู้ด ตำรวจผู้ดีก็ช่วยไม่ได้!! แม้ตามสัญญาณไปจนเจอตำแหน่ง

(23 ก.ย. 68) คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนนิตยสารสารคดี โพสต์เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กว่า…การเดินทางรอบสองในยุโรปต้องสะดุดกับเหตุการณ์ซ้ำรอย เมื่อมือถือถูกโจรขโมยไปกลางร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังย่าน Tottenham Court Road กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทั้งที่มีเพื่อนนั่งเฝ้าโต๊ะอยู่ แต่โจรใช้กลวิธีง่ายๆ วางหนังสือพิมพ์ทับของ ก่อนเดินหนีไปพร้อมโทรศัพท์โดยที่เจ้าของยังไม่รู้ตัว

เมื่อรู้สึกตัวว่าโทรศัพท์หาย จึงรีบใช้ “Find My iPhone” ตามสัญญาณไปจนเจอว่าตำแหน่งอยู่ในบ้านหัวมุมถนน ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์ เจ้าของเครื่องพยายามขอความช่วยเหลือจาก รปภ. และตำรวจ แต่กลับเจอระบบราชการอังกฤษที่เชื่องช้า ต้องใช้ “Crime Number” (หมายเลขอ้างอิงคดีที่ตำรวจออกให้) เป็นเงื่อนไขในการดำเนินการ ซึ่งคอลเซ็นเตอร์กลับไม่ให้

ตำรวจสายตรวจสองนายที่ผ่านมาช่วยเคาะประตูบ้าน แต่คนที่ออกมาคือชายชราสวมสูทที่บอกว่าเป็นบาทหลวง ตำรวจเพียงตรวจดูบริเวณสวน ก่อนบอกว่าไม่น่าเกี่ยวข้อง และแนะนำให้เจ้าของมือถือหาด้วยตัวเอง ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกงุนงงกับวิธีการสืบสวนที่ไม่ตรงจุด

สุดท้าย ตำรวจแนะนำให้ไปโรงพักเพื่อแจ้งความอย่างเป็นทางการ เนื่องจากไม่มี “Crime Report Number” ที่เป็นกุญแจสำคัญของคดี จึงกลายเป็นว่าเจ้าของเครื่องต้องขึ้นรถตำรวจไปยังสถานี โดยไม่ได้ความคืบหน้าในการตามหามือถือในทันที

เหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากจะเป็นบทเรียนเรื่องการระวังทรัพย์สินในยุโรปแล้ว ยังสะท้อนถึงระบบตำรวจอังกฤษที่เน้นขั้นตอนเอกสารมากกว่าความคล่องตัว และปิดท้ายด้วย “ทัวร์นั่งรถตำรวจลอนดอน” ที่คงไม่มีใครอยากลองด้วยเหตุผลเช่นนี้

‘วิเวียน วิลสัน’ ลูกสาวข้ามเพศของ ‘อีลอน มัสก์’ เผยหาเลี้ยงตัวเองได้!! โดยไม่พึ่งเงินพ่อแม้แต่เซ็นต์เดียว

(23 ก.ย. 68) วิเวียน เจนน่า วิลสัน (Vivian Jenna Wilson) ลูกสาววัย 21 ปีของมหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ออกมาเปิดเผยในงาน Teen Vogue Summit 2025 ที่ลอสแอนเจลิสว่า เธอได้ประกาศอิสรภาพทางการเงินจากบิดาแล้ว พร้อมย้ำว่า “ไม่เคยได้เงินจากความดังเลยแม้แต่เซ็นต์เดียว” พร้อมยืนยันว่าตอนนี้สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้

วิเวียน ซึ่งเปิดตัวว่าเป็นผู้หญิงข้ามเพศในปี 2022 และเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลอย่างเป็นทางการเพื่อขาดสัมพันธ์กับมัสก์ โดยเธอใช้ชีวิตเรียบง่ายในลอสแอนเจลิส อาศัยอยู่กับรูมเมตและจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ แม้แม่ของเธอจะมีฐานะมั่งคั่ง แต่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราเช่นที่หลายคนคาดคิดจากนามสกุล ‘มัสก์’

เส้นทางอาชีพของวิเวียนเริ่มต้นจากการถ่ายแบบ ก่อนจะเข้าสู่การแสดงแฟชั่นโชว์ และล่าสุดเธอได้ร่วมเดินแบบที่ New York Fashion Week ในงานซึ่งสะท้อนประเด็นสิทธิคนข้ามเพศ และยังขึ้นเวทีการแสดงร่วมกับนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม แพดตี้ กอเนีย (Pattie Gonia) อีกด้วย

แม้จะเป็นลูกของบุคคลที่ร่ำรวยอันดับต้น ๆ ของโลก แต่วิเวียนยืนยันว่าไม่สนใจความมั่งคั่งระดับมหาศาล เธอเลือกสร้างเส้นทางชีวิตบนความคิดสร้างสรรค์ การแสดงออก และการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ โดยบอกว่า “ไม่อยากเป็นคนรวยสุด ๆ แต่อยากใช้ชีวิตสนุกและเป็นตัวของตัวเอง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top