Sunday, 7 June 2026
World

2 นักข่าวกัมพูชาคอตก!! ถูกจับยัดซังเต ข้อหา ‘กบฏชาติ’ ฐานถ่ายภาพติดทุ่นระเบิด PMN-2 บนปราสาทตาควาย

(9 ก.ย. 68) นักข่าวออนไลน์ชาวกัมพูชา 2 คนถูกตั้งข้อหา 'กบฏต่อชาติ' หลังจากขึ้นไปถ่ายภาพบนปราสาทตาควายในจังหวัดอุดรมีชัย เพื่อรายงานว่ากัมพูชายึดพื้นที่ไว้ได้ตามข้อตกลงหยุดยิง แต่ภาพที่เผยแพร่กลับเห็นทุ่นระเบิด PMN-2 จนถูกทางการจับกุมและกล่าวหาว่าเผยแพร่ข้อมูลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

รายงานจาก RFI Khmer และแถลงการณ์ขององค์กรสิทธิมนุษยชน Licadho ระบุว่า พร โสเพียบ (Porn Sopheap) และ เพียบ เพียรา (Pheap Pheara) ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวออนไลน์ TSP 68 TV Online ถูกจับกุมตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลแก่รัฐต่างประเทศซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อประเทศ และขณะนี้ทั้งสองถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดเสียมราฐ

ทั้งนี้ ข้อหากบฏต่อชาติมีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ถึง 15 ปี ทำให้คดีของนักข่าวทั้งสองเป็นที่จับตามองจากองค์กรสิทธิมนุษยชนที่กังวลว่า กัมพูชาอาจใช้กฎหมายความมั่นคงเพื่อจำกัดเสรีภาพสื่อ จากการรายงานข่าวเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา

‘มาดูโร’ เปิดปูมเบื้องหลัง ‘สหรัฐฯ’ ยกระดับกดดัน แท้จริงจ้องฉก!! ‘น้ำมัน–ก๊าซ–ทองคำ’ ของเวเนซุเอลา

(9 ก.ย. 68) นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เปิดเผยสาเหตุแท้จริงที่สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่อภูมิภาค หลังจากเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม อัยการสูงสุดสหรัฐฯ ประกาศตั้งรางวัลนำจับ 50 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุม โดยกล่าวหาว่ามาดูโรมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายา Cartel de los Soles และไม่นานหลังจากนั้น สหรัฐฯ ก็ส่งกองเรือรบเข้าประจำการในทะเลแคริบเบียน อ้างเพื่อปราบปรามเครือข่ายค้ายา

มาดูโรให้สัมภาษณ์กับสื่อ RT ว่า เหตุผลแท้จริงคือทรัพยากรธรรมชาติอันมหาศาลของเวเนซุเอลา โดยประเทศครอบครองแหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีแหล่งก๊าซธรรมชาติอันดับ 4 กระจายอยู่ทั่วแคริบเบียน รวมถึงทองคำจำนวนมาก พื้นที่เกษตรอุดมสมบูรณ์ 30 ล้านเฮกตาร์ และแหล่งน้ำที่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม มาดูโรได้สั่งเสริมกำลังทหารกว่า 25,000 นายประจำแนวชายฝั่ง เพื่อป้องกันอธิปไตย รักษาความมั่นคง และยืนยันว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นการ “สู้เพื่อสันติภาพ” ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาหลายทางเลือกในการโจมตีขบวนการค้ายาเสพติดในเวเนซุเอลา ซึ่งอาจรวมถึงปฏิบัติการทางทหารบนแผ่นดินเวเนซุเอลาเอง โดยมีเป้าหมายกว้างกว่าคือการลดอำนาจของมาดูโร

ส่อเกิดรอยร้าวใหญ่ ระหว่าง ‘ฮุนเซน–เตีย บัญ’ ปมแบนปั๊มน้ำมันไทย!! แต่กลายเป็นศึกแห่งผลประโยชน์

(9 ก.ย. 68) เฟซบุ๊กเพจ 'กองทัพบก ทันกระแส' วิเคราะห์กรณีการแบนสินค้าไทยในกัมพูชา อาจเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างสองตระกูลการเมืองใหญ่ 'ฮุนเซน' และ 'เตีย บัญ' โดยระบุว่ากลุ่มทุนที่ใกล้ชิดฮุนเซนใช้กระแสความตึงเครียดไทย–กัมพูชาเป็นข้ออ้าง เพื่อผลักดันสินค้าภายในประเทศและสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง

ประเด็นร้อนคือการแบนปั๊มน้ำมัน ปตท. ในกัมพูชา ซึ่งดำเนินธุรกิจโดยนายเตีย เสียม ลูกชาย พล.อ.เตีย บัญ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกัมพูชา แต่กลับถูกน้องชายของ พล.อ.เตีย บัญ คือ พล.ร.อ.เตีย วิญ กดดันให้เปลี่ยนชื่อเป็น 'Peace' ส่งผลให้ยอดขายน้ำมันร่วงกว่า 50% และสร้างความไม่พอใจอย่างหนักต่อ พล.อ.เตีย บัญ

แม้เปลี่ยนชื่อเป็น 'Peace' แต่ก็ยังต้องพึ่งพาน้ำมันนำเข้าจาก ปตท. อยู่ ทำให้ธุรกิจเสียหายหนัก ขณะที่ผู้ได้ประโยชน์คือกลุ่มทุนที่หนุนฮุนเซน และยังช่วยเพิ่มคะแนนนิยมในทางการเมืองให้กับฝั่งฮุนเซนอีกด้วย

รายงานระบุว่า ปั๊ม ปตท. ในกัมพูชาได้ยกเลิกสัญญาและเปลี่ยนชื่อเป็น PEACE Petroleum Cambodia (PPC) แล้ว 35 แห่งจากทั้งหมด 200 แห่ง และมีแผนนำเข้าน้ำมันจากบริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ แทนในอนาคต แม้จะต้องใช้เวลาในการปรับระบบ แต่ถูกมองว่าเป็นการสร้าง 'ภาพใหม่' ให้กัมพูชาเดินหน้าด้วยอัตลักษณ์ของตนเอง

‘กองทัพเนปาล’ เข้าคุมเมืองหลวงในช่วงสุญญากาศ หลังเหตุประท้วงเดือดจาก ‘ม็อบ Gen Z’ ทำยอดคนดับพุ่ง 22 ศพ

(10 ก.ย. 68) เนปาลเข้าสู่ภาวะตึงเครียดรุนแรง หลังยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุประท้วงพุ่งแตะ 22 ราย กองทัพตัดสินใจส่งกำลังทหารเข้ากรุงกาฐมาณฑุเมื่อคืนวันอังคาร (9 ก.ย.) เพื่อสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว เผาอาคารรัฐสภา ศาลสูง รวมถึงบ้านพักนักการเมืองหลายราย โดยมีรายงานว่า ภรรยาของอดีตนายกรัฐมนตรีเสียชีวิตจากบาดแผลไฟลวก หลังถูกผู้ประท้วงบุกจุดไฟเผาบ้านพัก

ความรุนแรงปะทุขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ หลังรัฐบาลสั่งแบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกว่า 20 บริการ รวมถึง WhatsApp และ YouTube จุดชนวนความไม่พอใจที่สะสมจากปัญหาคอร์รัปชันและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แม้ต่อมารัฐบาลจะยกเลิกคำสั่งและนายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี (K. P. Sharma Oli) ประกาศลาออก แต่สถานการณ์กลับไม่คลี่คลาย

ผู้นำหน่วยงานความมั่นคงของเนปาลออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องทุกฝ่ายหันหน้าเจรจาเพื่อหาทางออกอย่างสันติ อย่างไรก็ตาม การที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 4 คน รวมถึงแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทยอยลาออก ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งไม่ชัดเจนว่าใครจะขึ้นมาบริหารประเทศต่อ

อย่างไรก็ตาม อาโศก ราช ซิกเดล (Ashok Raj Sigdel) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดประกาศว่ากองทัพจะเข้าควบคุมกฎหมาย และความสงบเรียบร้อยอย่างเบ็ดเสร็จ พร้อมเผยแพร่ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ “ปฤถวี นารายัน ชาห์” (Prithvi Narayan Sh) กษัตริย์พระองค์แรกของราชอาณาจักรเนปาล เพื่อสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ถึงการยืนหยัดปกป้องบ้านเมือง ท่ามกลางเสียงสะท้อนว่าการลุกฮือครั้งนี้คือ “การประท้วงของ Gen Z” ที่เรียกร้องเสรีภาพและความยุติธรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ

12 เดือน ‘อิสราเอล’ ทิ้งระเบิดใส่แล้ว 7 ประเทศ!! ‘กาตาร์’ ล่าสุดโดนด้วย…ทำสั่นคลอนทั้งภูมิภาค

(10 ก.ย. 68) อิสราเอลถูกวิจารณ์หนักอีกครั้ง หลังปฏิบัติการโจมตีกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อลอบสังหารแกนนำฮามาส ทำให้หลายประเทศทั่วโลกออกมาประณามว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง ล่าสุดมีการชี้ชัดว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดใส่หลายประเทศในภูมิภาค ได้แก่ ปาเลสไตน์ เลบานอน อิหร่าน ซีเรีย อิรัก เยเมน และกาตาร์

สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลยืนยันการปฏิบัติการดังกล่าว โดยเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลโจมตีกาตาร์ ซึ่งถือเป็นผู้ไกล่เกลี่ยสำคัญในสงครามกาซาและยังเป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ออกแถลงการณ์ประณาม “การโจมตีอันขี้ขลาด” พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติหยุดยั้งความก้าวร้าวของอิสราเอล

ขณะที่ สหประชาชาติ ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต จอร์แดน รวมถึงอิหร่านและอิรัก ต่างออกมาโจมตีการกระทำของอิสราเอลว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการยั่วยุที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงและความไร้เสถียรภาพที่ลุกลามไปทั่วภูมิภาค

ด้าน ประเทศตะวันตกอย่างสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหภาพยุโรปก็แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย โดยระบุว่าการโจมตีในกาตาร์เสี่ยงทำให้สถานการณ์บานปลาย พร้อมย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการหยุดยิงถาวรและเปิดทางช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสู่กาซา

ทั้งนี้ ท่ามกลางเสียงประณามที่ดังก้องขึ้นทุกทิศทาง เหตุการณ์นี้กำลังทำให้อิสราเอลถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามระดับภูมิภาค ขณะที่การโจมตีต่อเนื่องในหลายประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าความขัดแย้งตะวันออกกลางอาจขยายตัวเกินกว่าที่โลกจะเพิกเฉยได้อีกต่อไป

‘โปแลนด์’ ยิงสกัดโดรน ‘รัสเซีย’ รุกล้ำน่านฟ้า สั่งปิดสนามบิน 4 แห่ง พร้อมระดมกำลัง ‘นาโต้’ รับมือ

(10 ก.ย. 68) โปแลนด์ประกาศสกัดโดรนรัสเซียที่รุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้า ระหว่างที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่ยูเครนเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (9 ก.ย.) ซึ่งล่าสุดกองทัพโปแลนด์ยืนยันมีการละเมิดอาณาเขตหลายครั้งจนต้องใช้อาวุธยิงสกัด และกำลังเร่งค้นหาซากโดรนที่ถูกทำลาย

กองทัพโปแลนด์ระบุว่า ได้ระดมกำลังทางอากาศและระบบป้องกันภัยทางพื้นดิน พร้อมยกระดับการเตือนภัยสูงสุด โดยมีเครื่องบินของโปแลนด์และชาติพันธมิตรนาโต้ (NATO) เข้าปฏิบัติการร่วม เพื่อรักษาความปลอดภัยของน่านฟ้า นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ (Donald Tusk) ยืนยันกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับรายงานตรงจากผู้บัญชาการทหาร

ก่อนหน้านี้ สนามบิน 4 แห่งในโปแลนด์ รวมถึงสนามบินโชแปงในกรุงวอร์ซอ (Warsaw Chopin Airport) ต้องปิดทำการชั่วคราวจากกิจกรรมทางทหาร ขณะเดียวกันมีรายงานว่าโดรนรัสเซียบินล้ำเข้ามาใกล้เมืองซาโมช ชายแดนโปแลนด์ แม้ภายหลังกองทัพอากาศยูเครนจะลบข้อความดังกล่าวออกจากช่องทางสื่อสาร

ทั้งนี้ โปแลนด์ยังประกาศปิดพรมแดนกับเบลารุสชั่วคราว เริ่มมีผลตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี (11 ก.ย.) เพื่อตอบสนองต่อการซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่ Zapad-2025 ของรัสเซียและเบลารุส ซึ่งสร้างความกังวลด้านความมั่นคงในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านนาโต้ ทั้งลิทัวเนียและลัตเวียต่างเร่งเพิ่มมาตรการป้องกันชายแดนเช่นกัน

สหรัฐฯ คว่ำบาตรเครือข่ายไซเบอร์สแกมเมอร์ ‘เมียนมา–กัมพูชา’ หวังสกัดเงินหลายหมื่นล้าน…จากการขโมยเงิน ‘ชาวอเมริกัน’

เมื่อวานนี้ (9 ก.ย. 68) สหรัฐอเมริกา ประกาศคว่ำบาตรเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ในเมียนมาและกัมพูชา หลังพบว่าธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ขโมยเงินจากชาวอเมริกันมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ขบวนการดังกล่าวเกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ หลอกล่อผู้คนหลายแสนรายเข้าสู่คอมพาวด์หลอกลวงทางออนไลน์ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา

นายจอห์น เค. เฮอร์ลีย์ (John K. Hurley ) รองปลัดกระทรวงการคลังด้านข่าวกรองการก่อการร้ายและการเงิน กล่าวว่า อุตสาหกรรมหลอกลวงไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงคุกคามความมั่นคงทางการเงินของชาวอเมริกัน แต่ยังทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องตกเป็นทาสในยุคสมัยใหม่ ทั้งการกักขัง ใช้ความรุนแรง และขู่บังคับด้วยหนี้สินหรือการบังคับค้าประเวณี

มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ครอบคลุมบริษัทและบุคคล 9 ราย ในเมืองชเวก๊กโก รัฐกะเหรี่ยง ของเมียนมา ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรรมที่ก่อตั้งโดยกลุ่ม Yatai International Holdings จากฮ่องกง ร่วมกับกองทัพกะเหรี่ยงที่หนุนหลังรัฐบาลทหารเมียนมา รวมถึงอีก 10 องค์กรในกัมพูชา ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัลและการฟอกเงิน

นอกจากนี้ รายงานของสถาบันวิจัยนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลียชี้ว่า ตั้งแต่เกิดรัฐประหารในปี 2021 ศูนย์หลอกลวงในเมียนมาขยายตัวรวดเร็ว จากพื้นที่ควบคุมของกองกำลังติดอาวุธเข้าสู่เขตที่กองทัพเมียนมาครอบงำ ขณะที่รัฐบาลกัมพูชาถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าละเลยการปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ

องค์กร Hami Nepal ถูกเชื่อมโยงทุน NED และบริษัทสหรัฐฯ หัวเชื้อ ‘ม็อบ Gen Z’ ออกมาประท้วงหนัก!! ไล่รัฐบาลเนปาล

(10 ก.ย. 68) สื่อสากลรายงานว่าองค์กร Hami Nepal มีบทบาทนำการประท้วงของกลุ่มเยาวชน Gen Z ในเนปาล จนเกิดความรุนแรง เผาอาคารรัฐสภาและผลักดันให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี (K. P. Sharma Oli) ลาออก หลังการประท้วงรุนแรงหลายวัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 22 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 คนจากการปราบปรามของตำรวจ

หัวใจสำคัญของการประท้วงคือ ซูดาน กุรุง (Sudan Gurung) วัย 38 ปี ประธาน Hami Nepal องค์กรเยาวชนที่ช่วยฟื้นฟูหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตอบสนองฉุกเฉิน โดย ‘กุรุง’ เคยสูญเสียลูกจากเหตุแผ่นดินไหวปี 2015 ทำให้เขาหันมาทำงานสาธารณะและก่อตั้ง Hami Nepal ในปี 2020 ปัจจุบันองค์กรมีสมาชิกมากกว่า 1,600 คน

อย่างไรก็ตาม Hami Nepal มีความเชื่อมโยงกับโครงการที่ได้รับทุนจาก มูลนิธิแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NED) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนกึ่งอิสระของประเทศสหรัฐอเมริกา ในการทำแคมเปญ “Free Tibet” ต่อต้านจีน และร่วมมือกับบริษัทสหรัฐฯ หลายแห่ง เช่น โคคา-โคลา (Coca-Cola) 

ขณะเดียวกัน กุรุงและองค์กรเคยเรียกร้องให้มีการประท้วงอย่างสงบเพื่อต่อต้านคำสั่งแบนโซเชียลมีเดียของรัฐบาล โดยผู้ประท้วงใช้แพลตฟอร์มอย่าง Instagram และ Discord ประชาสัมพันธ์วิธีการประท้วง และนัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ไมนติการ์ มันดาลา (Maitighar Mandala) แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุบานปลาย

นักวิเคราะห์ระบุว่าการเคลื่อนไหวของ Hami Nepal สะท้อนถึงอิทธิพลของทุนต่างชาติและ NGO ในการชุมนุมเยาวชน ซึ่งมีเป้าหมายทั้งการแทรกแซงทางการเมืองและการสร้างความไม่มั่นคง ขณะเดียวกันซูดาน กุรุงก็ถูกมองว่าเป็น “แกนนำของการประท้วง Gen Z” ที่รวบรวมคนรุ่นใหม่เพื่อเรียกร้องเสรีภาพและต่อต้านรัฐบาลที่พวกเขามองว่าทุจริตและล้มเหลว

รัฐบาลจีนปักธงดัน ‘กีฬา’ เป็นอุตสาหกรรมหลัก หวังต่อยอดสู่การท่องเที่ยว การลงทุน และนวัตกรรม AI

(10 ก.ย. 68) จีนประกาศเดินหน้าผลักดัน 'อุตสาหกรรมกีฬา' ให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือใหม่ทางเศรษฐกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจะบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) พร้อมทั้งมีมาตรการสนับสนุนด้านการวางแผน การก่อสร้าง และเงินทุน เพื่อเร่งสร้างระบบกีฬาที่ครบวงจร

คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศจีน ออกแผนพัฒนากีฬาเฉพาะด้าน “กีฬาเอาต์ดอร์” ภายในปี 2030 โดยจีนตั้งเป้าสร้างแหล่งกีฬาเอาต์ดอร์คุณภาพสูง 100 แห่งทั่วประเทศ โดยจะได้รับการสนับสนุนทั้งจากงบประมาณรัฐบาล กองทุนกีฬา และการลงทุนจากเอกชน รวมถึงการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ข้อมูลล่าสุดเผยว่า พื้นที่สนามกีฬาในจีนรวมกว่า 4,230 ล้านตารางเมตร และมีสวนสาธารณะด้านกีฬาถูกเปิดใช้แล้วกว่า 1,547 แห่ง ซึ่งถือว่าบรรลุเป้าหมายในแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 14 ก่อนกำหนด อีกทั้งมูลค่าตลาดกีฬาเอาต์ดอร์คาดว่าจะทะลุ 3 ล้านล้านหยวน (ราว 15 ล้านล้านบาท) ภายในสิ้นปี 2025

ทั้งนี้ ความนิยมด้านกีฬาในจีนขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การชมการแข่งขัน ฟิตเนส และการบริโภคสินค้ากีฬา โดยงานแข่งขันกว่า 500 รายการในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มเฉลี่ยกว่า 30 ล้านหยวนต่อภูมิภาค ขณะเดียวกัน การผสานอุปกรณ์กีฬากับเทคโนโลยีใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ บิ๊กดาต้า และ VR ก็กำลังดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการกีฬา

ปัจจุบันจีนมีผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬากว่า 63,000 ราย มูลค่าการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 1.12 ล้านล้านหยวนในปี 2015 เป็นกว่า 1.5 ล้านล้านหยวนในปัจจุบัน หรือโตขึ้นถึง 34% โดยรัฐบาลจีนยังเปิดพื้นที่เฉพาะด้านกีฬาในงาน China International Import Expo เพื่อดึงสินค้ากีฬา เทคโนโลยี และบริการระดับโลกเข้าสู่ตลาดจีน ตอกย้ำเป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรมกีฬาเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

‘สภาความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ’ ให้คำมั่น ‘กาตาร์’!! พร้อมสนับสนุนทุกทาง…หากต้องการเอาคืน ‘อิสราเอล’

(10 ก.ย. 68) สภาความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ประกาศยืนเคียงข้างกาตาร์ หลังอิสราเอลโจมตีกรุงโดฮา โดยเลขาธิการ GCC นายจาเซ็ม อัลบูไดวี (Jasem Albudaiwi) ยืนยันว่า กลุ่มประเทศสมาชิกพร้อมสนับสนุนทุกมาตรการตอบโต้ที่กาตาร์จะดำเนินการ เพื่อปกป้องอธิปไตยของตน

ทว่า กองทัพอิสราเอลแถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีในกรุงโดฮามุ่งเป้าไปที่แกนนำของขบวนการฮามาส ขณะที่พยานในพื้นที่ยืนยันว่าได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งในใจกลางเมืองหลวงของกาตาร์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตึงเครียดทันทีในภูมิภาค

นอกจากนี้ นานาชาติหลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร เยอรมนี อินเดีย และเนเธอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ประณามอิสราเอล โดยชี้ว่าการโจมตีดังกล่าวละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และอธิปไตยของกาตาร์ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงและเร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกาซาจะดีกว่า

ล่าสุด คิวบาและเวเนซุเอลาก็ออกมาโจมตีการกระทำของอิสราเอลว่าเป็น “การจงใจก่อการร้าย” ที่บ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค ตอกย้ำเสียงกดดันจากทั่วโลกที่หวังให้ความรุนแรงยุติโดยเร็ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top