Sunday, 7 June 2026
World

‘ยูเออี’ เตือน ‘อิสราเอล’ อย่าทำลายความสัมพันธ์ ด้วยการล้ำเส้น!! ผนวกดินแดนเวสต์แบงก์

(5 ก.ย. 68) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกคำเตือนถึงอิสราเอลว่า การผนวกพื้นที่เวสต์แบงก์จะเป็นการ 'ล้ำเส้น' และบั่นทอนจิตวิญญาณของข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ที่ทำให้อาหรับและอิสราเอลเริ่มฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2020

ลานา นุสเซย์เบห์ (Lana Nusseibeh) เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศ UAE ระบุว่า หากอิสราเอลเดินหน้าตามแผน จะเป็นการปิดตายทางออกแบบสองรัฐระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ พร้อมย้ำว่าการผนวกจะทำลายฉันทามติสากลที่เห็นว่าความขัดแย้งควรจบลงด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของสองรัฐ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์ออกแถลงการณ์สนับสนุนจุดยืนของ UAE ขณะที่อิสราเอลยังไม่ให้ความเห็น แต่คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจาก เบซาเลล สโมทริช (Bezalel Smotrich) รัฐมนตรีการคลังสายขวาจัดของอิสราเอล เสนอแผนผนวกพื้นที่ราว 82% ของเวสต์แบงก์เข้าสู่ 'อธิปไตยอิสราเอล' โดยเหลือไว้เพียงเขตเมืองปาเลสไตน์ไม่กี่แห่ง

ปัจจุบันอิสราเอลสร้างนิคมชาวยิวแล้วราว 160 แห่ง มีผู้อยู่อาศัย 700,000 คน ในดินแดนที่ปาเลสไตน์หวังจะจัดตั้งรัฐของตนเอง ขณะที่มีชาวปาเลสไตน์กว่า 3.3 ล้านคนอาศัยอยู่ร่วมกันในเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก นิคมเหล่านี้ถูกมองว่าผิดกฎหมายตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นชนวนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยมา

เวเนซุเอลาลุกฮือ มาดูโร ประกาศรับอาสาสมัคร 8 ล้านคนต้านสหรัฐ

(6 ก.ย. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความ โดยมีใจความว่า ...

ประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลาประกาศรับอาสาสมัครปกป้องชาติ 8 ล้านคน เพื่อต่อสู้กับสหรัฐที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้

‘ทรัมป์’ อวยพร!! ‘อินเดีย - รัสเซีย - จีน’ ขอให้มี!! ‘อนาคตที่สดใส’ ด้วยกัน

(6 ก.ย. 68) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีใจความว่า...

ค่ายจีน !!!
การแบ่งฝ่ายที่เริ่มชัดขึ้น
กระทั่งประธานาธิบดี Trump ยังต้องบอกว่า
เราได้สูญเสีย อินเดียและรัสเซีย ให้กับ จีน
จีนที่ deepest ที่ darkest !!!
ขออวยพรให้ทั้งสาม “มีอนาคตที่สดใส” ด้วยกัน
หมายความว่า Global Geopolitical War 
กำลังยกระดับขึ้นอีกขั้น
อย่าลืมติดตามตอนต่อไป
ประเภท ”ติดขอบเวที“
ว่าทั้งหมดนี้ จะนำไปสู่อะไร
จะเผชิญหน้ากันรุนแรงแค่ไหน
เพื่อจะได้คิดกันต่อไปว่า
ไทยเราจะต้องเตรียมการอะไรบ้าง

ชัยชนะของจีนในสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างเงื่อนไข!! เอื้อฟื้นฟูชาติ

(6 ก.ย. 68) สถาบันซินหัว คลังสมองของสำนักข่าวซินหัว เผยแพร่รายงานระบุว่าชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในสงครามประชาชนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นได้สร้างเงื่อนไขสำคัญให้ประชาชนจีนสร้างเส้นทางที่ถูกต้องสู่การฟื้นฟูชาติภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

รายงานฉบับดังกล่าวมีชื่อว่า "รำลึกประวัติศาสตร์และผดุงความยุติธรรม - คุณูปการยิ่งใหญ่ของสมรภูมิหลักทางตะวันออกในสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์โลก" เผยแพร่ทั้งฉบับภาษาจีนและภาษาอังกฤษ

ปี 2025 นับเป็นวาระครบรอบ 80 ปี ชัยชนะในสงครามประชาชนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น และสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์โลก ซึ่งรายงานเผยว่าสถานการณ์อันซับซ้อนของสงครามได้เป็นบททดสอบและหล่อหลอมพรรคคอมมิวนิสต์จีน

หลังจากชัยชนะในสงคราม พรรคฯ ได้ชี้นำประชาชนให้บรรลุชัยชนะในการปฏิวัติประชาธิปไตยใหม่อย่างรวดเร็ว และก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้ทำภารกิจแห่งประวัติศาสตร์ในการสร้างเอกราชของชาติและการปลดแอกประชาชนจีนสำเร็จลุล่วงในที่สุด

รายงานระบุว่าความสำเร็จครั้งนี้ได้ลบล้างศตวรรษแห่งความอัปยศอดสู สร้างเงื่อนไขทางสังคมขั้นพื้นฐานสำหรับการฟื้นฟูอันยิ่งใหญ่ของชาติจีน และเปิดบทใหม่แห่งการพัฒนาของจีน

อนึ่ง สถาบันซินหัว ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัยเชิงนโยบาย ได้ดำเนินการวิจัยเชิงคาดการณ์ เชิงกลยุทธ์ และเชิงเตรียมการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับประเด็นสำคัญทั้งในประเทศและระดับโลก โดยได้สร้างผลงานวิจัยที่ทรงอิทธิพลจำนวนมากในกระบวนการดังกล่าว

ASUS เผย!! ย้ายฐานการผลิตจากจีน มา!! ‘ไทย - เวียดนาม - อินโด’

(6 ก.ย. 68) ASUS รายงานในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำไตรมาสสองของปี 2025 ย้ำว่าตอนนี้ห่วงโซ่อุปทานมีความปลอดภัยโดยกระจายกำลังผลิตออกไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงโรงงานในไทย, เวียดนาม, และอินโดนีเซีย โดยรวมแล้วกำลังผลิต 90% มาจากโรงงานนอกจีน

ความขัดแย้งของจีนและสหรัฐฯ รุนแรงกว่าชาติอื่นๆ ทั้งสองชาติเคยประกาศขึ้นภาษีตอบโต้กันไปมาสูงเกิน 100% และตอนนี้สินค้าจากจีนเข้าสหรัฐฯ ก็ถูกเก็บภาษี 30% อยู่ระหว่างการเจรจา

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกเก็บภาษีนำเข้าใกล้ๆ กันในช่วง 19-20% อย่างไรก็ดีสินค้ากลุ่มคอมพิวเตอร์ได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าก่อนหน้านี้ และ ASUS เองก็ย้ายฐานการผลิตเซิร์ฟเวอร์ออกจากจีนมาก่อนหน้านี้แล้ว

‘ทรัมป์’ พร้อมเชิญ ‘ปูติน-สี จิ้นผิง’ ร่วมประชุม G20 ที่สนามกอล์ฟ ในไมอามี ปี 69

(7 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความยินดีหากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่จะจัดขึ้นที่สนามกอล์ฟ Trump National Doral ในไมอามี รัฐฟลอริดา ปี 2026 โดยย้ำว่า “ผมยินดีถ้าพวกเขาอยากมา”

ทรัมป์ยืนยันว่าเขาจะไม่เข้าร่วมการประชุม G20 ที่แอฟริกาใต้ในปีนี้ พร้อมทั้งเปิดเผยว่าอยากเชิญประเทศนอกกลุ่ม G20 อย่างโปแลนด์เข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์เพิ่มเติม แม้ว่ารัสเซียและจีนจะเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบอยู่แล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การเชิญปูตินอาจสร้างแรงกดดันทางการทูต เพราะเขาถูกออกหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หลังบุกยูเครนในปี 2022 ขณะที่การเดินทางของผู้นำจีนเข้าสหรัฐฯ ก็จะทำให้การประชุมมีน้ำหนักทางการเมืองมากขึ้น

ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าปูตินและสีจะตอบรับคำเชิญของทรัมป์หรือไม่ ขณะที่ความพยายามยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครนยังไม่คืบหน้า โดยการประชุม G20 รอบถัดไปจะมีขึ้นที่โจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 22–23 พฤศจิกายนนี้

ลาวปรับทิศทางส่งออก ‘กาแฟ’ เพิ่มปริมาณให้ ‘รัสเซีย’ หลังสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่ม

(7 ก.ย. 68) ลาวพร้อมหันไปส่งออกกาแฟเพิ่มให้รัสเซีย หลังสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่มเติม โดยนายกรัฐมนตรีสอนไซ สีพันดอน (Sonexay Siphandone) ระบุระหว่างเข้าร่วม WEF-2025 ว่าการเพิ่มส่งออกไปยังรัสเซียเกิดจากการลดปริมาณส่งออกไปสหรัฐฯ เนื่องจากภาษีทำให้สินค้าลาวมีราคาแพงเกินไปและขายในสหรัฐฯ ไม่ได้

นายสอนไซกล่าวว่า “เพราะภาษีของสหรัฐฯ ทำให้สินค้าของเราแพงเกินไป และชาวอเมริกันจะไม่ซื้อ เราจึงจะเพิ่มปริมาณส่งออกไปยังรัสเซีย” ทั้งนี้ กาแฟกลายเป็นสินค้าที่มีราคาสูงที่สุดในโลกตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยยอดขายปลีกสะสมตั้งแต่มิถุนายน 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสหรัฐฯ การเก็บภาษีครอบคลุมสินค้านำเข้าทุกชนิดอาจทำให้ชาวอเมริกันเสี่ยงขาดแคลนกาแฟนำเข้า โดยเฉพาะกาแฟบราซิลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งอาจปรับราคาสูงขึ้นหลังโดนเก็บภาษี 50% ขณะเดียวกัน บราซิลเสนอให้จัดประชุมสุดยอด BRICS พิเศษในวันที่ 8 กันยายน ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยจีนยืนยันเข้าร่วมแล้ว

‘อี แจมยอง’ ปธน.เกาหลีใต้ ให้คำมั่น!! ช่วยแรงงานโสมขาว 300 ชีวิต ถูกจับในโรงงานฮุนไดสหรัฐฯ

(7 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง สั่งรัฐบาลเร่งช่วยเหลือพลเมืองกว่า 300 คนที่ถูกจับกุมในปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ของฮุนได ในรัฐจอร์เจีย ซึ่งนับเป็นการกวาดล้างแรงงานต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ

นายโช ฮยอน (Cho Hyun) รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ และพร้อมเดินทางไปวอชิงตันหากจำเป็น พร้อมย้ำมีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์นี้ โดยเกาหลีใต้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว ไม่ให้กระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ของพลเมืองที่ทำงานอย่างถูกต้องในโรงงาน

รายงานระบุว่า มีแรงงานรวมกว่า 475 คนถูกจับกุม โดยในจำนวนนี้เป็นชาวเกาหลีใต้กว่า 300 คน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศที่กำลังถกเถียงกันเรื่องข้อตกลงการค้าและการลงทุนกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านฮุนได (Hyundai Motor Group) และแอลจี (LG Group) ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนก่อสร้างโรงงานดังกล่าว ระบุว่าจะตรวจสอบผู้รับเหมาและเร่งหาทางช่วยเหลือพนักงานที่ถูกควบคุมตัว ขณะที่นักการเมืองสหรัฐฯ หลายฝ่ายวิจารณ์การบุกจับครั้งนี้ว่าไม่ช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรม แต่กลับบ่อนทำลายความเชื่อมั่นระหว่างประเทศและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นแทน

‘ทรัมป์’ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ ‘สุดยอดซีอีโอไอที’ จับมือดันสหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน AI ด้วยเงินลงทุนหลายแสนล้าน

เมื่อวันที่ (6 ก.ย. 68) (ตามเวลาสหรัฐฯ) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือแนวทางการผลักดันสหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้นำโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนภายใต้ “AI Action Plan” ของรัฐบาล

ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต่างแสดงการสนับสนุน เช่น แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ซีอีโอ OpenAI กล่าวยกย่องนโยบายสนับสนุนธุรกิจและนวัตกรรมของรัฐบาล ขณะที่เซอร์เกย์ บริน (Sergey Brin) ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของ AI และชื่นชมการที่รัฐบาลเลือก “ร่วมมือ” แทนที่จะ “ขัดแย้ง” กับภาคเอกชน

ผู้บริหารรายอื่น เช่น ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิล, สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ซีอีโอไมโครซอฟท์ และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอเมตา ต่างขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สร้างบรรยากาศเอื้อต่อการลงทุนมหาศาลในประเทศ โดยมีการยืนยันแผนลงทุนรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตขั้นสูงภายในสหรัฐฯ

ทรัมป์ย้ำว่า การพัฒนา AI ไม่เพียงเป็นเรื่องนวัตกรรม แต่ยังเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่จะทำให้สหรัฐฯ ครองความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต ขณะที่ความร่วมมือครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะเร่งให้ประเทศก้าวขึ้นนำในสมรภูมิการแข่งขัน AI ระดับโลก

อาคารรัฐบาลของยูเครน ถูกโจมตีด้วยโดรนเป็นครั้งแรก ‘เซเลนสกี’ ประณาม!! ชี้ชาติพันธมิตรต้องจริงจังคว่ำบาตร ‘รัสเซีย’

(8 ก.ย. 68) รัสเซียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดสงคราม ส่งโดรนกว่า 805 ลำ และขีปนาวุธ 13 ลูก ถล่มหลายเมืองในยูเครนของเมื่อคืนวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ขึ้นที่อาคารคณะรัฐมนตรียูเครนในกรุงเคียฟ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่อาคารรัฐบาลหลักถูกโจมตีโดยตรง

กองทัพอากาศยูเครนระบุว่าสามารถสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธได้เป็นจำนวนมาก แต่ยังมีบางส่วนตกลงสู่พื้นที่พลเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย หนึ่งในนั้นเป็นทารกและหญิงสาวที่พักอยู่ในอาคารอาศัยสูง 9 ชั้น ขณะเดียวกันยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบราย จากการโจมตีในเมืองซาโปริชเชีย ครีวีย์ริก และโอเดสซา

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประณามการโจมตีว่าเป็น “จงใจก่ออาชญากรรมโดยเจตนา” ที่ทำให้สงครามยืดเยื้อ พร้อมเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเพิ่มแรงกดดันและมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างจริงจัง เพื่อหยุดการโจมตีพลเรือนยูเครน

ด้านรัสเซียอ้างว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางทหารและอุตสาหกรรมอาวุธของยูเครน โดยการที่อาคารรัฐบาลกลางถูกไฟไหม้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อชาวเคียฟ เนื่องจากย่านดังกล่าวเคยเป็นเขตที่ได้รับการป้องกันเข้มงวดมาตั้งแต่เริ่มสงคราม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ว่ารัสเซียยังเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top