Sunday, 7 June 2026
World

นายกรัฐมนตรีเยเมน อะห์หมัด ฆอเล็บ เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล

(31 ส.ค. 68) นายกรัฐมนตรีเยเมน อะห์หมัด ฆอเล็บ เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา และยังมีครม.อีกหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

จีนโชว์บทบาทเจ้าภาพ SCO ครั้งใหญ่สุด ที่เทียนจิน ‘สี จิ้นผิง’ ชี้เป็นเวทีสำคัญสร้างอนาคตให้มนุษยชาติ

(1 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวระหว่างงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำและแขกนานาชาติ ในการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO Summit 2025) ที่เมืองเทียนจิน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ว่า SCO กำลังมีบทบาทและความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ทั้งในด้านการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพภูมิภาค รวมถึงการพัฒนาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนของโลก

สี จิ้นผิงแสดงความมั่นใจว่าการประชุมครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และ SCO จะยิ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการเสริมสร้างความร่วมมือ ความเป็นเอกภาพระหว่างประเทศสมาชิก รวมถึงการผลักดันพลังของโลกใต้ (Global South) เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับมนุษย์

สำหรับ SCO ก่อตั้งเมื่อปี 2001 จาก 6 ประเทศสมาชิก และขยายจนมี 26 ชาติในปัจจุบัน โดยมีสมาชิกเต็มรูปแบบ ผู้สังเกตการณ์ และหุ้นส่วนการเจรจา ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ซึ่งการประชุมเทียนจินครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของ SCO โดยคาดว่าจะรับรองเอกสารยุทธศาสตร์การพัฒนาในอีก 10 ปีข้างหน้า

โดยมีผู้นำกว่า 20 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ 10 แห่งเข้าร่วม ซึ่งก่อนการประชุม สี จิ้นผิง ได้พบปะทวิภาคีกับผู้นำหลายชาติ เขาระบุว่าเมืองเทียนจินในฐานะพื้นที่นำร่องการปฏิรูปและเปิดกว้างของจีน จะช่วยเสริมพลังใหม่ให้ SCO เดินหน้าสู่อนาคตที่สดใส และยังย้ำว่า SCO กำลังกลายเป็นพลังสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ และการสร้างประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน

สื่อนอกแฉ!! เครือข่าย ‘จอร์จ โซรอส’ และองค์กร NED อยู่เบื้องหลังการประท้วงครั้งใหญ่ที่ ‘อินโดนีเซีย’

(1 ก.ย. 68) อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ จนทำให้ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ต้องยกเลิกการเดินทางไปจีนและไม่เข้าร่วมการประชุม SCO โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่าง แองเจโล จูลิอาโน (Angelo Giuliano) ระบุว่า แม้การประท้วงสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจจริง แต่การที่ผู้ชุมนุมใช้สัญลักษณ์ “ธงโจรสลัดจากการ์ตูนดัง One Piece” บ่งชี้ถึงอิทธิพลจากภายนอก

จูลิอาโนอ้างว่า องค์กรต่างประเทศอย่าง National Endowment for Democracy (NED) และมูลนิธิ Open Society ของจอร์จ โซรอส (George Soros) นักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการี อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยทั้งสองเคยสนับสนุนกิจกรรมในอินโดนีเซียมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ขณะที่สัญลักษณ์จากการ์ตูนญี่ปุ่นที่แพร่ไปตามถนน รถยนต์ และกำแพงบ้านในหลายเมือง ก็ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือชี้นำการเคลื่อนไหว

นักวิเคราะห์อีกคนอย่าง เจฟ เจ. บราวน์ (Jeff J. Brown) ผู้เขียน The China Trilogy มองว่าเหตุการณ์นี้คล้ายกับ “ปฏิวัติสี” ที่เกิดขึ้นในเซอร์เบีย และสะท้อนความพยายามของตะวันตกในการผลักดันผู้นำสายสหรัฐฯ ขึ้นมาแทนผู้นำที่ไม่เข้ากับผลประโยชน์ เช่นปราโบโว ซึ่งกำลังเสริมสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน รัสเซีย SCO และ BRICS

ทั้งนี้ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศอาเซียนชาติแรกที่เข้าร่วม BRICS อีกทั้งยังมีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 8 ของโลกในด้าน PPP ซึ่งมีประชากรเกือบ 300 ล้านคน และเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจฟ เจ. บราวน์ ชี้ว่า ปัจจัยเหล่านี้ทำให้อินโดนีเซียตกเป็น “เป้าหมาย” ที่ตะวันตกต้องการสั่นคลอนเพื่อรักษาอิทธิพลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

‘บ๊อบ แคทเตอร์’ สส.ออสเตรเลียฉุนขาด เกือบต่อยนักข่าว!! หลังถูกถามเรื่องเชื้อสายเลบานอน

(1 ก.ย. 68) บ็อบ แคทเตอร์ (Bob Katter) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลีย ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังถูกถ่ายคลิปขณะยกกำปั้นข่มขู่ผู้สื่อข่าว ระหว่างการแถลงข่าวหน้ารัฐสภารัฐควีนส์แลนด์ จากการที่ผู้สื่อข่าวถามถึงเชื้อสายเลบานอนของเขา ซึ่งทำให้แคทเตอร์ไม่พอใจ และตอบกลับว่า “ผมเคยต่อยปากคนมาแล้วหลายครั้ง อย่าพูดแบบนั้นออกมา!”

แคทเตอร์ยืนยันว่าตนเป็น “ชาวออสเตรเลียแท้” และครอบครัวอยู่ในประเทศมากว่า 140 ปี พร้อมกล่าวหาผู้สื่อข่าวว่าเป็น “พวกเหยียดเชื้อชาติ” ขณะที่นักข่าว จอช บาวาส (Josh Bavas) จากช่อง 9 ออสเตรเลีย ยังคงตั้งคำถามต่อเนื่อง แม้ถูกข่มขู่ต่อหน้า

ต่อมา แคทเตอร์ออกมาเรียกร้องให้ผู้สื่อข่าวและสถานีดังกล่าวออกมาขอโทษ โดยระบุว่าการถูกมองว่าไม่ใช่ออสเตรเลียนั้น เป็นการดูถูกอย่างยิ่ง ด้านผู้สื่อข่าวบาวาสมองว่าเป็นการแถลงข่าวที่เหนือความคาดหมาย และตนเพียงต้องการสะท้อนคุณค่าของครอบครัวผู้อพยพที่ช่วยสร้างชาติออสเตรเลีย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คลิปกลายเป็นไวรัล และถึงขั้นนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีส (Anthony Albanese) ออกมาวิพากษ์ว่า แคทเตอร์ควรกลับไปดูพฤติกรรมตัวเอง พร้อมย้ำว่า “ออสเตรเลียเกิดจากผู้อพยพ” และยกตัวอย่างว่า แม้แต่ตนชื่ออัลบานีส (เชื้อสายอิตาลี-ไอริช) หรือผู้นำวุฒิสภาที่ใช้นามสกุลวอง ก็สะท้อนความจริงข้อนี้ว่า คนที่อพยพเข้ามาทำให้ออสเตรเลียแข็งแกร่งขึ้น

รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง “สายตะกร้าผัก” ไม่เพียงยกระดับการเดินทาง แต่ยังยกระดับรายได้และชีวิตชาวบ้านเข้าด้วยกันกับคนเมือง

(1 ก.ย. 68) รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 4 ของเมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของการเชื่อมโยงเมืองกับชนบทอย่างแท้จริง ซึ่งเส้นทางยาวกว่า 48.5 กิโลเมตรนี้ ไม่เพียงแต่รองรับผู้โดยสารทั่วไป แต่ยังเป็นเส้นทางของเกษตรกรที่หอบตะกร้าผักและผลไม้ขึ้นรถไฟเข้ามาขายในเมือง ทำให้ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “รถไฟสายตะกร้าผัก”

บรรยากาศของรถไฟสายตะกร้าผัก เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เพราะเป็นพื้นที่ที่ทั้งกระเป๋าเอกสารและตะกร้าผักอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 เป็นต้นมา มีการดัดแปลงที่พักพิงเก่าในเมืองฉงชิ่งจากยุคสงครามมาเป็นตลาดสดให้เกษตรกร เพิ่มความสะดวกในการค้าขายมากขึ้น

ขณะที่มณฑลเสฉวน ชาวเมืองจำนวนมากนั่งรถไฟสายนี้ออกไปซื้อผักผลไม้สดถึงชนบท รอบสถานีรถไฟจึงคึกคักด้วยตลาดผักเล็ก ๆ และไม่ไกลก็ยังมีตลาดใหญ่ของชาวบ้านที่ดึงดูดผู้คนให้มาเลือกซื้อสินค้ากันแน่นขนัด

เรื่องราวของ “รถไฟสายตะกร้าผัก” จึงไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางขาเดียวจากชนบทเข้าเมืองอีกต่อไป แต่กลายเป็นการเดินทางสองทางที่เอื้อประโยชน์ทั้งเกษตรกรและคนเมือง เมืองได้อาหารสดคุณภาพดี ชนบทได้รายได้เพิ่มและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของการบูรณาการเมือง–ชนบท ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายเติบโตไปพร้อมกัน

‘สตาร์บัคส์’ เปิดสาขาใหม่ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ตกแต่งด้วย ‘ผ้าไหมหางหลัว’ ผสานมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับร้านกาแฟ

(1 ก.ย. 68) สตาร์บัคส์ (Starbucks) เปิดร้านสาขาใหม่ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เมื่อวันศุกร์ (29 ส.ค.) โดยชูแนวคิด “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้” ซึ่งเป็นการผสานธุรกิจกาแฟเข้ากับการสืบสานวัฒนธรรมจีน ซึ่งสาขานี้นับเป็นแห่งที่ 5 ของประเทศ หลังจากที่เคยเปิดในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ซูโจว และหนานจิงมาแล้ว

สำหรับสาขาแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนถนนเหอฟาง ย่านเก่าแก่ของหางโจว ในอาคารพาณิชย์อายุเกือบร้อยปี การตกแต่งเน้นการใช้ “ผ้าไหมหางหลัว” ผ้าไหมขึ้นชื่อของท้องถิ่น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับชาติเมื่อปี 2008 พร้อมจัดแสดงเครื่องทอผ้ามือบนชั้นหนึ่ง ให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมควบคู่กับการดื่มกาแฟ

แนวคิดดังกล่าวเกิดจากโครงการสาธารณประโยชน์ของสตาร์บัคส์ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2019 โดยมุ่งส่งเสริมและสืบสานเทคนิคมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ รวมถึงสนับสนุนฝีมือแรงงานสตรีในชนบท ปัจจุบันครอบคลุมกว่า 50 รายการใน 26 มณฑลทั่วจีน

ผู้บริหารสตาร์บัคส์ในจีนตะวันออกระบุว่า ร้านสาขานี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่สำหรับดื่มด่ำกาแฟ แต่ยังเป็น “หน้าต่างทางวัฒนธรรม” ที่ให้สาธารณชนได้เรียนรู้และสัมผัสพลังของมรดกวัฒนธรรมจีน โดยในหางโจวเพียงเมืองเดียว สตาร์บัคส์ได้ขยายสาขามาแล้วกว่า 450 แห่งในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา

สหรัฐฯ ตั้งค่าหัว รมต.กลาโหมเวเนซุเอลา 15 ล้านดอลลาร์ แลกข้อมูลนำจับ

(2 ก.ย. 68) สหรัฐฯ ประกาศมอบเงินรางวัลสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 498 ล้านบาท) สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลนำไปสู่การจับกุม วลาดิมีร์ ปาดริโน โลเปซ (Vladimir Padrino López) รัฐมนตรีกลาโหมเวเนซุเอลา ซึ่งถูกกล่าวหาพัวพันคดียาเสพติดและทุจริต ซึ่งการประกาศดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกดดันรัฐบาลประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ที่สหรัฐฯ และหลายประเทศไม่ยอมรับความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีมาดูโรยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยระหว่างพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา เขาประกาศต่อสาธารณะว่า เวเนซุเอลามีขีปนาวุธจำนวน 1,200 ลูก ที่ถูกล็อคเป้าใส่เรือรบสหรัฐฯ ทั้ง 8 ลำแล้ว พร้อมย้ำว่าประเทศตนจะยืนหยัดปกป้องอธิปไตยจาก “สงครามเศรษฐกิจ” และแรงกดดันจากชาติตะวันตก

สหรัฐฯ ยังได้เพิ่มเงินรางวัลนำจับ นิโคลัส มาดูโร เป็นจำนวน 25 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 830 ล้านบาท และ ดิโอสดาโด กาเบโย (Diosdado Cabello) รัฐมนตรีมหาดไทยอีก 25 ล้านดอลลาร์ รวมถึงคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวเนซุเอลาเพิ่มเติม ขณะที่สหภาพยุโรป แคนาดา และสหราชอาณาจักร ก็ร่วมออกมาตรการคว่ำบาตรไปในทิศทางเดียวกัน

ด้านฝ่ายค้านเวเนซุเอลาและนานาชาติยังคงยืนยันว่า ผลการเลือกตั้งปี 2024 ไม่โปร่งใส และอดีตผู้สมัครฝ่ายค้าน เอ็ดมุนโด กอนซาเลซ (Edmundo González) ควรเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง โดยสถานการณ์ล่าสุดยิ่งตอกย้ำความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลมาดูโรกับสหรัฐฯ ที่อาจลุกลามสู่ความขัดแย้งทางทหารมากขึ้นในอนาคต

‘อินเดีย’ ยอมลดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0% ‘ทรัมป์’ บอกไม่สน!! ชี้ควรทำตั้งนานแล้ว ไม่ใช่มาเสนอตอนนี้

(2 ก.ย. 68) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อินเดียเสนอที่จะปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ลงเหลือศูนย์ หลังจากที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศถูกวิจารณ์ว่ามีความไม่สมดุล โดยทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่า “พวกเขาควรทำตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งจะมาเสนอตอนนี้ มันสายเกินไปแล้ว”

ด้านอินเดียยังไม่มีการตอบโต้ต่อถ้อยแถลงดังกล่าว แต่เป็นที่รู้กันว่า สหรัฐฯ เคยเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียสูงถึง 50% สร้างแรงกดดันต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศอย่างมาก

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ของอินเดีย เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่จีน โดยปรากฏภาพเขาเดินจับมือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ตอกย้ำภาพความใกล้ชิดระหว่างอินเดีย จีน และรัสเซีย ท่ามกลางแรงกดดันจากวอชิงตัน

แม้สหรัฐฯ และอินเดียจะเคยมีความร่วมมือใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นถ่วงดุลอำนาจจีน แต่ความสัมพันธ์กลับตึงเครียดขึ้น หลังอินเดียยังคงนำเข้าน้ำมันรัสเซีย ขัดต่อความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการสกัดกั้นการทำสงครามของมอสโกในยูเครน

ลาวเข้าร่วมองค์การ SCO ในฐานะหุ้นส่วนเจรจาใหม่ลำดับที่ 15 ‘ปธน.ทองลุน’ ยิ้มชื่นมื่น!! ย้ำแนวทางลาวคือยึดมั่นในสันติภาพ

(2 ก.ย. 68) ลาวได้รับการรับรองเป็น 'คู่เจรจาลำดับที่ 15' ขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) อย่างเป็นทางการ ในการประชุมสุดยอดครั้งที่ 25 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน โดยมีประธานาธิบดีทองลุน สีสุลิด (Thongloun Sisoulith) เข้าร่วมพร้อมกล่าวขอบคุณชาติสมาชิกที่ให้การสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์

ประธานาธิบดีลาวย้ำว่า แนวทางและนโยบายต่างประเทศของลาวสอดคล้องกับหลักการของ SCO ที่ยึดมั่นในสันติภาพ ความเป็นอิสระ มิตรภาพ และความร่วมมือหลายฝ่าย พร้อมประกาศความพร้อมที่จะมีบทบาทในการส่งเสริมเสถียรภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาค

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เรียกร้องให้ชาติสมาชิกเดินหน้าร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม สืบสาน 'จิตวิญญาณเซี่ยงไฮ้' ท่ามกลางความท้าทายของโลก พร้อมชี้ว่า SCO มีพัฒนาการก้าวกระโดด ขยายจาก 6 ประเทศก่อตั้งสู่เครือข่าย 26 ประเทศ ครอบคลุมเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ด้วยความร่วมมือกว่า 50 ด้าน และมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมเกือบ 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากการประชุมใหญ่ ผู้นำลาวยังใช้โอกาสนี้พบหารือทวิภาคีกับผู้นำหลายประเทศ อาทิ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา นายกรัฐมนตรีเนปาล และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันในหลายด้าน

‘คิม จองอึน’ ยกคณะร่วมพิธีใหญ่ในกรุงปักกิ่ง ของจีน ด้วยรถไฟหุ้มเกราะสีเขียว ที่ถูกใช้สืบต่อกันมาหลายรุ่น

(2 ก.ย. 68) สื่อเกาหลีเหนือรายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุด กำลังเดินทางไปกรุงปักกิ่งด้วย รถไฟหุ้มเกราะสีเขียว ที่เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลคิม รถไฟขบวนนี้ถูกใช้สืบต่อกันมาหลายรุ่น และมักจะปรากฏเฉพาะในการเดินทางระหว่างประเทศที่สำคัญเท่านั้น โดยครั้งนี้ คิม จอง อึน เดินทางพร้อมคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง โดยมี โช ซน ฮุย (Choe Son Hui) รัฐมนตรีต่างประเทศร่วมด้วย จุดหมายคือเข้าร่วมพิธีสวนสนามทางทหารครั้งใหญ่ของจีน ที่จะจัดขึ้นในวันพุธนี้ (3 ก.ย.)

สำหรับ รถไฟขบวนดังกล่าวเป็นที่รู้จักมายาวนานว่าเป็น “รถไฟของตระกูลคิม” โดยสืบต่อมาตั้งแต่ยุค คิม อิล ซุง และ คิม จอง อิล ซึ่งมักหลีกเลี่ยงการโดยสารเครื่องบิน ซึ่ง คิม จอง อิล เคยใช้รถไฟนี้เยือนรัสเซียเมื่อปี 2002 และมีรายงานว่าบนขบวนรถไฟหรูหรานี้เต็มไปด้วยไวน์ฝรั่งเศส อาหารทะเลสด และหมูย่างสไตล์เกาหลี

แม้จะมีภาพลักษณ์หรูหรา แต่การใช้รถไฟถูกมองว่าเป็นมาตรการด้านความปลอดภัย เพราะตัวรถหุ้มเกราะกันกระสุน เดินทางได้เพียงความเร็วเฉลี่ย 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น โดยภายในประกอบด้วยห้องประชุม ห้องพักผ่อน และระบบสื่อสารดาวเทียม

คิม จอง อึน เคยใช้รถไฟนี้ในการเยือนต่างประเทศหลายครั้ง ทั้งการพบ วลาดิมีร์ ปูติน ที่รัสเซียในปี 2023 และการพบ สี จิ้นผิง ที่จีนเมื่อปี 2018 ซึ่งในบางครั้งสื่อของรัฐเกาหลีเหนือยังเผยภาพเขานั่งทำงาน สูบบุหรี่ หรือผ่อนคลายภายในขบวนรถไฟ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top