Sunday, 7 June 2026
World

อินเดียรับศึกใหญ่!! เจอภาษีทรัมป์เก็บ 50% กระทบหนัก…แรงงานนับล้านเสี่ยงตกงาน

(27 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียเป็นสูงสุดถึง 50% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ–อินเดียที่เคยเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ โดยมาตรการนี้รวมถึงภาษี 25% ที่เพิ่มขึ้นจากการที่อินเดียซื้อน้ำมันรัสเซีย

สินค้าที่ได้รับผลกระทบมีทั้งเสื้อผ้า อัญมณี รองเท้า สินค้าเคมี เครื่องกีฬา และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งคาดว่าจะกระทบผู้ส่งออกขนาดเล็กและแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในรัฐคุชราต บ้านเกิดของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) และการขึ้นภาษีครั้งนี้ยังทำให้ตลาดหุ้นอินเดียผันผวนและค่าเงินรูปีอ่อนค่าต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินเดียยังไม่แถลงอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์เผยว่าผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน และได้รับการสนับสนุนให้ขยายตลาดไปยังจีน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ขณะที่สินค้าบางประเภท เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม และรถยนต์ ยังอยู่ภายใต้กฎหมายความมั่นคงการค้าอื่นของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสองชาติพังทลาย หลังคุยมาแล้ว 5 รอบแต่ยังไร้ผล อินเดียหวังว่าสหรัฐฯ จะลดภาษีเหลือไม่เกิน 15% เช่นเดียวกับประเทศคู่ค้าอื่น ซึ่งไม่สำเร็จ ขณะที่สหรัฐฯ มองว่าอินเดียซื้อพลังงานจากรัสเซียมากเกินไปจนช่วยสนับสนุนสงครามยูเครน โดยอินเดียกลับมองว่าสหรัฐฯ ใช้มาตรฐานสองด้าน

ขณะที่ นักวิเคราะห์คาดว่าภาษีใหม่อาจกระทบการส่งออกของอินเดียกว่า 55% และเสี่ยงทำให้สูญเสียงานนับล้านตำแหน่ง แต่ก็มีมุมบวกหากอินเดียใช้โอกาสนี้ปฏิรูปเศรษฐกิจและลดการปกป้องตลาดในประเทศ ทั้งสองชาติแม้เผชิญความตึงเครียดทางการค้า แต่ยังยืนยันพันธมิตรด้านความมั่นคงในกรอบ “QUAD” ที่ร่วมกับญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

รมว.คลัง เตือน ‘ฝรั่งเศส’ กำลังเผชิญความเสี่ยงจาก ‘ระเบิดหนี้’ มูลค่า 3.35 ล้านล้านยูโร…อาจถึงขั้น!! IMF เข้าควบคุมเศรษฐกิจประเทศ

(28 ส.ค. 68) เอริก ลอมบาร์ด (Éric Lombard) รัฐมนตรีการคลังฝรั่งเศส ออกโรงเตือนว่าประเทศเผชิญความเสี่ยงจาก “ระเบิดหนี้” มูลค่าเกือบ 3.35 ล้านล้านยูโร (ราว 126.1 ล้านล้านบาท) ซึ่งอาจนำไปสู่การแทรกแซงจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หากต้นทุนการกู้ยืมยังคงสูงขึ้น ซึ่งเขายอมรับว่า “ความเสี่ยงมีอยู่จริง” และย้ำว่ารัฐบาลต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นให้ได้

สถานการณ์ทางการคลังของฝรั่งเศสตึงเครียดอย่างมาก โดยขาดดุลแตะ 5.4% ของจีดีพี และอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลพุ่งเกิน 3.5% แซงหน้าอิตาลีเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี โอลิวิเยร์ บลองชาร์ด (Olivier Blanchard) อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ IMF เตือนว่าหากปล่อยให้หนี้พุ่งไม่หยุด จะเป็น “หายนะ” ต่อเศรษฐกิจฝรั่งเศส

ในด้านการเมือง นายกรัฐมนตรี ฟร็องซัวส์ บาอีรู (François Bayrou) กำลังเผชิญการลงมติไม่ไว้วางใจวันที่ 8 กันยายน หลังเสนอแผนรัดเข็มขัดมูลค่า 40,000 ล้านยูโร ทั้งขึ้นภาษี ตัดงบสาธารณสุข และยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อสกัดหนี้ที่กำลังบานปลาย เขาเตือนว่าประเทศกำลังเผชิญทางเลือก “ระหว่างความโกลาหลกับความรับผิดชอบ”

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวกลับถูกต่อต้านอย่างรุนแรงทั้งจากฝ่ายซ้ายและขวา รวมถึงเสียงไม่พอใจภายในพรรคร่วมรัฐบาลเอง หลายฝ่ายมองว่าการลงมติครั้งนี้คือ “การฆ่าตัวตายทางการเมือง” ทำให้อนาคตของบาอีรู และเสถียรภาพรัฐบาลฝรั่งเศสกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก

‘เวียดนาม’ วางโรดแมพ 20 ปี ปฏิรูปการศึกษา ตั้งเป้า ‘โรงเรียน-มหาวิทยาลัย’ ติดอันดับ 20 ของโลกในปี 2045

(28 ส.ค. 68) เวียดนามประกาศแผนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ วางโรดแมพ 20 ปี มุ่งยกระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยให้ติดอันดับ 20 ของโลกภายในปี 2045 โดยแผนดังกล่าวครอบคลุมการแจกหนังสือเรียนฟรีทั่วประเทศ เพิ่มเงินเดือนและค่าตอบแทนครู ยกระดับความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัย และสร้างบัณฑิตที่เชี่ยวชาญทักษะดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ตามมติการเมืองเลขที่ 71 ที่ประกาศเมื่อ 22 สิงหาคม ระบุว่าการศึกษาและวิทยาศาสตร์คือภารกิจสูงสุดของชาติ โดยกำหนดเป้าหมายแรกภายในปี 2030 ให้เด็กทุกคนอายุ 3–5 ปีเข้าถึงการศึกษาก่อนวัยเรียน การศึกษาระดับมัธยมต้นเป็นภาคบังคับ และ 85% ของเยาวชนเรียนจบมัธยมปลาย พร้อมทักษะภาษาอังกฤษ ดิจิทัล และ AI ที่แข็งแกร่ง

สำหรับค่าตอบแทนครูจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ครูทั่วไปได้เพิ่ม 70% บุคลากรโรงเรียน 30% และครูในพื้นที่ห่างไกลได้สูงสุดถึง 100% รัฐยังตั้งเป้าใช้งบการศึกษาไม่น้อยกว่า 20% ของงบประมาณประเทศ โดยกันไว้ 3% สำหรับมหาวิทยาลัย หนังสือเรียนจะฟรีทั่วประเทศภายในปี 2030

ขณะที่ มหาวิทยาลัยจะถูกปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยทั้งหมดต้องผ่านมาตรฐานชาติ และอย่างน้อย 20% ต้องถึงเกณฑ์ชั้นนำของเอเชีย เวียดนามหวังว่าภายในปี 2030 จะมีมหาวิทยาลัย 8 แห่งติดอันดับท็อป 200 ของเอเชีย และ 1 แห่งทะยานสู่ท็อป 100 ของโลกในบางสาขา ขณะที่มหาวิทยาลัยที่ผลงานต่ำจะถูกยุบหรือควบรวม และจะสร้าง มหาวิทยาลัยชั้นนำ 3–5 แห่ง เพื่อแข่งขันในเวทีวิจัยนานาชาติ

นักเศรษฐศาสตร์เตือน อังกฤษมีโอกาสเข้าสู่วิกฤตหนี้แบบยุค 1970 จากฝีมือ รมว.คลัง ขึ้นภาษีแถมไม่หยุดจ่าย อาจต้องพึ่ง IMF

(28 ส.ค. 68) นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า แผนการใช้จ่ายและขึ้นภาษีของ ราเชล รีฟส์ (Rachel Reeves) รัฐมนตรีคลังอังกฤษ อาจผลักประเทศเข้าสู่วิกฤตหนี้สาธารณะแบบยุค 1970 และอาจต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หากไม่เปลี่ยนนโยบาย

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การจัดการเศรษฐกิจของรีฟส์อาจทำให้เงินเฟ้อสูง การกู้ยืมเพิ่ม และเศรษฐกิจชะลอตัวซ้ำรอยอดีตยุคที่อังกฤษต้องขอ IMF ช่วยเหลือเมื่อปี 1976 โดยนักวิชาการหลายคนเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับช่วงนั้นว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการล้มละลาย

กลุ่มค้าปลีกใหญ่ในอังกฤษก็เตือนถึงผลกระทบจากภาษีและกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ประเทศเข้าสู่ยุค 'stagflation' หรือเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจโตช้า ด้านนักการเมืองฝ่ายขวาชี้ว่าการกู้ยืมที่พุ่งสูงเป็นผลจากการบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดของรัฐบาลแรงงาน

รีฟส์อยู่ภายใต้แรงกดดันสูงก่อนงบประมาณฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากการกู้ยืมเพิ่ม 50 พันล้านปอนด์ และคาดว่าเธออาจต้องขึ้นภาษีอีกครั้ง ซึ่งฝ่ายวิจารณ์เตือนว่าจะยิ่งทำให้การเติบโตเศรษฐกิจอ่อนแอลง

สำหรับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษปรับตัวสูงขึ้นจนสูงกว่าสหรัฐฯ และเกือบเท่ากับกรีซ ขณะที่หนี้สาธารณะต่อจีดีพีแตะ 96.3% ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยปีนี้สูงถึง 111.2 พันล้านปอนด์ คิดเป็น 1 ใน 12 ของงบประมาณรัฐบาล

ทั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษยืนยันว่า การอ้างว่าสหราชอาณาจักรกำลังเข้าสู่วิกฤตหนี้เหมือนยุค 1970 ไม่มีมูล ขณะที่โฆษกรัฐบาลชี้ว่ามีการวางแผนการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดอัตราดอกเบี้ย และลงทุนในโรงเรียน โรงพยาบาล และบริการสาธารณะเพื่อประชาชน

สหรัฐฯ เพียงชาติเดียวโหวตค้าน UN กรณีวิกฤตขาดอาหารในกาซา แม้ WFP เตือนประชาชนหลายแสนคน…เสี่ยงอดอยากขั้นรุนแรง!!

(28 ส.ค. 68) สหรัฐอเมริกาเป็นเพียงชาติเดียวของสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ปฏิเสธการรับรองคำแถลงร่วมเกี่ยวกับวิกฤตขาดอาหารในฉนวนกาซา จากที่ประชุมของ UNSC เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเน้นหารือเรื่องความอดอยากในกาซา และเหตุโจมตีโรงพยาบาลนัสเซอร์ของอิสราเอล ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบราย รวมถึงนักข่าวด้วย

ตัวแทนอิสราเอลประจำ UN แดนนี ดานอน (Danny Danon) อ้างว่าการสำรวจของ UN IPC สองครั้งในกาซา มีข้อมูลบางส่วนที่ถูกซ่อน ซึ่งไม่ได้แสดงถึงภาวะอดอยากในฉนวน พร้อมเรียกร้องให้ IPC ถอนรายงานที่บิดเบือน

ด้านโครงการอาหารโลก (WFP) ของ UN ยืนยันระดับวิกฤตของความอดอยากในกาซาครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้งในปี 2023 โดยรายงานล่าสุดชี้ว่ามีประชาชนกว่า 640,000 คนจะเผชิญความอดอยากขั้นรุนแรง 

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นระดับสูงสุดของความขาดแคลนอาหาร โดย WFP ระบุว่าภาวะอดอยากรุนแรงในกาซาเข้าขั้นวิกฤตที่สุด นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ต่อการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

จีนประกาศจัดอันดับ 500 บริษัทเอกชนรายใหญ่ปี 2025 JD.com ครองแชมป์ต่อเนื่อง หลังกวาดรายได้ทะลุ 1.16 ล้านล้านหยวน

(28 ส.ค. 68) จีนเผยรายชื่อ 500 บริษัทเอกชนรายใหญ่ปี 2025 โดย JD.com อีคอมเมิร์ซ ครองอันดับ 1 ตามด้วย Alibaba (China) และ Hengli Group ซึ่งทั้งสามยังครองตำแหน่งผู้นำต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนพลังการเติบโตของภาคเอกชนจีนอย่างชัดเจน

การจัดอันดับจัดทำโดย สมาพันธ์อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมแห่งชาติจีน (ACFIC) และประกาศที่การประชุมสุดยอด 'China Top 500 Private Enterprises' ในนครเสิ่นหยาง โดยมีบริษัทเข้าร่วมสำรวจมากถึง 6,379 ราย ซึ่งแต่ละแห่งมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านหยวนในปี 2024

ผลสำรวจระบุว่า เกณฑ์ขั้นต่ำของการติดอันดับพุ่งเป็น 27,000 ล้านหยวน ขณะที่รายได้รวมของ 500 บริษัทแตะ 43.05 ล้านล้านหยวน โดย JD.com ทำสถิติเป็นเอกชนจีนรายแรกที่มีรายได้ทะลุ 1.16 ล้านล้านหยวน ถือเป็นก้าวสำคัญในวงการธุรกิจเอกชนจีน

นอกจากนี้ ความสามารถทำกำไรของบริษัทชั้นนำก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมี 361 บริษัทที่รายได้เติบโตจากปีก่อน รวมกำไรสุทธิแตะ 1.8 ล้านล้านหยวน หรือเฉลี่ยกว่า 3.6 พันล้านหยวนต่อบริษัท เพิ่มขึ้นราว 6.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

‘จีน’ ปัดร่วมวงถกลดอาวุธนิวเคลียร์ เพราะมีน้อยอยู่แล้ว หลัง ‘ทรัมป์’ เชิญเข้าร่วมโต๊ะเจรจากับ ‘สหรัฐฯ-รัสเซีย’

(29 ส.ค. 68) จีนปฏิเสธเข้าร่วมเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ และรัสเซีย หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความหวังว่าปักกิ่งจะเข้าร่วมโต๊ะเจรจา โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า “ไม่สมเหตุสมผลและไม่เป็นจริง” ที่จะคาดหวังให้จีนเข้าร่วม เนื่องจากขนาดศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของจีนไม่เทียบเท่าสองมหาอำนาจดังกล่าว

กัว เจียคุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ชี้ว่า สหรัฐฯ และรัสเซีย ซึ่งครอบครองหัวรบนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก ต้องรับผิดชอบหลักในการลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยข้อมูลปี 2024 ระบุว่า สหรัฐฯ มีหัวรบ 3,708 ลูก รัสเซีย 4,380 ลูก ขณะที่จีนมีเพียง 500 ลูก ถือว่าน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับสองประเทศนี้

จีนยืนยันว่ากองกำลังนิวเคลียร์ของตนถูกจำกัดไว้ในระดับขั้นต่ำ เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ และไม่ต้องการเข้าสู่การแข่งขันสะสมอาวุธกับชาติใด พร้อมย้ำว่าสนับสนุนแนวทางการลดอาวุธในหลักการ แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการเจรจาที่ออกแบบมาเพื่อสองประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์โดยตรง

ด้านสถานการณ์โลก ยิ่งตึงเครียดขึ้นหลังรัสเซียถอนตัวจากสนธิสัญญาควบคุมอาวุธฉบับสุดท้ายเมื่อปี 2023 และปรับยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ใหม่ที่ลดเกณฑ์การใช้อาวุธลง ขณะเดียวกันมอสโกยังเริ่มผลิตขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่ที่บรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้ ซึ่งมีแผนจะติดตั้งในเบลารุสภายในปีนี้ ยิ่งทำให้ความเสี่ยงการเผชิญหน้าเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง

‘เวียดนาม’ ประกาศแจกเงิน!! เนื่องในโอกาสฉลองวันชาติ 2 ก.ย. นี้ ประชาชนทุกคนเตรียมรับ 100,000 ดอง หรือประมาณ 130 บาท

(29 ส.ค. 68) รัฐบาลเวียดนามประกาศแจกเงินสด 100,000 ดอง (ราว 130 บาท) ให้กับประชาชนทุกคน เนื่องในวันชาติ 2 กันยายนนี้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกของประเทศ และคาดว่าจะใช้งบประมาณสูงถึง 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13,000 ล้านบาท

แถลงการณ์ของรัฐบาลระบุว่า มาตรการนี้เป็นการแสดง “ความห่วงใยของพรรคและรัฐที่มีต่อประชาชน” โดยการจ่ายเงินสามารถโอนเข้าบัญชีธนาคารหรือรับเป็นเงินสดได้ โดยธนาคารกลางและกระทรวงการคลังได้รับคำสั่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันชาติในสัปดาห์หน้า

ชาวกรุงฮานอยหลายคนแสดงความประหลาดใจต่อมาตรการดังกล่าว โดยบางคนบอกว่า “ตอนแรกคิดว่าเป็นข่าวปลอม” ขณะที่บางคนบอกว่าจะนำเงินไปซื้อกาแฟ ซึ่งก็เพียงพอสำหรับ 3 แก้วเท่านั้น ทั้งนี้ ข้อมูลทางการระบุว่าค่าแรงเฉลี่ยของแรงงานเวียดนามเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 7.7 ล้านดองต่อเดือน เพิ่มขึ้น 8.6% จากปีก่อนหน้า

ในโอกาสเดียวกัน กรุงฮานอยยังเตรียมจัดขบวนพาเหรดวันชาติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีการประกาศเอกราช โดยสื่อทางการรายงานเพิ่มเติมว่า ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์จะให้บริการฟรีตลอดทั้งวันชาติด้วย

Cambricon บริษัทผู้ผลิตชิปจีน ท้าชน Nvidia ฟันกำไร 5,000 ล้าน!! อานิสงส์ดีมานด์ชิป–นโยบายลดพึ่งสหรัฐฯ

(29 ส.ค. 68) บริษัทผู้ผลิตชิป AI ของจีน Cambricon รายงานกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงครึ่งปีแรก หลังความต้องการชิปที่ผลิตในประเทศพุ่งขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น ByteDance ที่หันมาใช้ชิปจีนแทน Nvidia ท่ามกลางนโยบายของปักกิ่งที่เร่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีสหรัฐฯ

Cambricon รายงานกำไร 1,000 ล้านหยวน (ราว 5,000 ล้านบาท) ในครึ่งปีแรก เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนกว่า 533 ล้านหยวน ขณะที่รายได้แตะ 2,900 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึง 44 เท่า ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นต่อเนื่อง จนมูลค่าตลาดแตะ 580,000 ล้านหยวน

แรงหนุนสำคัญมาจากการเปิดตัวโมเดล AI ของ DeepSeek ที่รองรับการทำงานกับชิปในประเทศ และการที่รัฐบาลจีนสั่งให้บริษัทใหญ่ ๆ เช่น ByteDance และ Tencent ลดการใช้เทคโนโลยีจาก Nvidia ส่งผลให้ Cambricon จะได้ประโยชน์เต็ม ๆ โดยราคาหุ้นล่าสุดเพิ่มขึ้นอีก 5% อยู่ที่ 1,391 หยวนต่อหุ้น

แม้ยังเป็นผู้เล่นรายเล็กเมื่อเทียบกับ Huawei โดยถือครองส่วนแบ่งตลาดชิป AI จีนเพียง 3% แต่ Cambricon พยายามเสริมศักยภาพด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ inference สำหรับ AI และเตรียมระดมทุนเพิ่มอีก 4,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 18,140 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนต่อยอดการผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์ AI 

‘รัฐธรรมนูญคาซัคสถาน’ ยกระดับสิทธิมนุษยชน–นิติธรรม พร้อมสร้างรากฐานรับมือความท้าทายระดับโลกในยุคดิจิทัล

อะไรคือสิ่งที่ประสบความสำเร็จ ของรัฐธรรมนูญคาซัคสถานในวันที่ครบรอบ 30 ปี

ความเป็นรัฐสมัยใหม่ รัฐธรรมนูญของคาซัคสถานไม่ใช่เพียงเอกสารทางกฎหมาย แต่ยังโดดเด่นด้วยการเน้นมนุษยธรรม มาตรา 1 กำหนดให้ประเทศเป็นรัฐประชาธิปไตย ประชาชน มีนิติธรรม และสังคม ซึ่งให้คุณค่าอันสูงสุดแก่มนุษย์ ชีวิต สิทธิ และเสรีภาพของเขา

สำหรับประเทศอย่างคาซัคสถานที่เพิ่งได้รับเอกราช ข้อกำหนดเหล่านี้ไม่ใช่เพียงถ้อยคำเชิงสัญลักษณ์ แต่กลายเป็นรากฐานของนโยบายภายใต้ การพัฒนากฎหมาย และยุทธศาสตร์ของรัฐในเวลาต่อมา ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการรับรองสิทธิมนุษยชนไว้ในรัฐธรรมนูญ ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากระบบบริหารแบบสั่งการไปสู่รัฐที่มีนิติธรรมสมัยใหม่

ตลอดเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา คาซัคสถานได้แสดงถึงความพร้อมที่จะเสริมสร้างกลไกคุ้มครองสิทธิพลเมืองอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่มั่นคง เปิดเผย มีสถาบันรองรับ และเชื่อมโยงกับพันธกรณีระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชนจึงไม่เพียงมีความหมายในประเทศ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความชอบธรรมในเวทีระหว่างประเทศด้วย

การขยายการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากการปฏิรูปหลังประชามติ 5 มิถุนายน 2022 คือการยกระดับสถานะ 'ผู้ตรวจการสิทธิมนุษยชน' (Ombudsman) ขึ้นเป็นสถาบันตามรัฐธรรมนูญ อาร์ตูร์ ลาสตาเยฟ ผู้ตรวจการสิทธิมนุษยชน ระบุว่าด้วยการตัดสินใจนี้ คาซัคสถานได้เข้าร่วมกับประเทศประชาธิปไตยพัฒนาแล้ว ที่มีกิจกรรมของสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติกำกับโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมายรัฐธรรมนูญ

“นี่เป็นสัญญาณของวุฒิภาวะทางประชาธิปไตย การปฏิรูปได้ทำให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเข้าถึงได้มากขึ้น รวมถึงสิทธิของประชาชนที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง” ลาสตาเยฟอธิบาย

บทบาทของผู้ตรวจการได้ขยายจากการรับเรื่องร้องเรียน ไปสู่การตรวจสอบเชิงรุกในเรือนจำ ศูนย์กักกัน การริเริ่มด้านกฎหมาย และการศึกษากฎหมาย ในปี 2024 มีการลงพื้นที่เกือบ 800 ครั้ง ซึ่งมากกว่าทุกปีที่ผ่านมาอย่างมาก

ผู้แทนประจำภูมิภาคของผู้ตรวจการฯ ได้เริ่มทำงานทั่วประเทศแล้ว สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของสาธารณะ โดยจำนวนคำร้องเรียนต่อปีเพิ่มจาก 1,800 เป็นเกือบ 7,000 ในเวลาไม่กี่ปี ลาสตาเยฟระบุว่านี่สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวทางกฎหมายและความเชื่อมั่นในสถาบัน ข้อเสนอทางกฎหมายจากสำนักงานผู้ตรวจการฯ ยังมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายระดับชาติ หนึ่งในนั้นคือร่างกฎหมายต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวที่จัดทำตามข้อเสนอของผู้ตรวจการฯ และถือเป็นกฎหมายสำคัญในระบบกฎหมายของคาซัคสถาน

นิติธรรมผ่านการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญพิสูจน์แล้วว่ามีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวต่อความท้าทายใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นจากประชามติในเดือนมิถุนายน 2022 เมื่อประชาชนสนับสนุนการปฏิรูปเพื่อประชาธิปไตย การปรับปรุงระบบศาล และการย้ำหลักนิติธรรม

ฝ่ายตุลาการได้รับประโยชน์โดยตรง ผู้พิพากษาสูงสุด อัสลัมเบก เมอร์กาลิเยฟ ระบุว่า รัฐธรรมนูญรับรองว่าทุกคนมีสิทธิได้รับความคุ้มครองทางศาล

“ดังนั้น สิ่งสำคัญคือประชาชนทุกคนต้องมั่นใจในความยุติธรรมของศาล ที่พวกเขาสามารถเรียกร้องทั้งความคุ้มครองและความจริงได้ หลักนิติธรรมต้องกลายเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ก้าวหน้าของคาซัคสถาน” เขากล่าว

การพัฒนาดิจิทัลก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ขณะนี้กว่า 80% ของการสอบสวนก่อนพิจารณาคดีดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ และ 90% ของการดำเนินการสอบสวนมีการบันทึกวิดีโอเพื่อความโปร่งใส กระทรวงยุติธรรมยังขยายการเข้าถึงกฎหมายผ่านโครงการ 'ทนายประชาชน' และระบบ 'Legal Cabinet' ออนไลน์

มุมมองระดับภูมิภาค

น่าสนใจว่าหนทางของคาซัคสถานสะท้อนแนวโน้มของเอเชียกลางที่กว้างขึ้น มีร์ซาติลโล ทิลลาเยฟ รองผู้อำนวยการศูนย์สิทธิมนุษยชนแห่งชาติอุซเบกิสถาน ระบุว่า ในช่วงสองทศวรรษแรกของศตวรรษนี้ โลกได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ถึง 57 ฉบับ และรัฐเอเชียกลางก็ไม่อยู่เฉย กฎหมายพื้นฐานเหล่านี้กำลังพัฒนาไปสู่ความเปิดกว้าง ความรับผิดชอบทางสังคม และการสอดคล้องกับบรรทัดฐานสากล เขาเน้นถึงการยกระดับสถาบัน Ombudsman ในทั้งคาซัคสถานและอุซเบกิสถานเป็นหลักฐานสำคัญ

เขายังเตือนด้วยว่าการพัฒนาดิจิทัลนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ๆ ที่ต้องการความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาค

“การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของ AI, Big Data และการบริหารแบบดิจิทัล เปิดประตูสู่ขัอเรียกร้องถึงแนวทางใหม่ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ชุมชนผู้เชี่ยวชาญต้องทำงานร่วมกันในเรื่องความมั่นคงทางดิจิทัล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการใช้ AI ในการบริหารและกระบวนการยุติธรรมอย่างมีจริยธรรม” เขากล่าว

รัฐธรรมนูญคาซัคสถานแสดงให้เห็นถึงความคงทนและความสามารถในการปรับตัว เกือบ 30 ปีหลังการรับรอง ยังคงยึดหลักว่าคุณค่าสูงสุดคือมนุษย์ สิทธิ และศักดิ์ศรีของเขา โดยเฉพาะการปฏิรูปปี 2022 ได้ตอกย้ำหลักการที่ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน พร้อมทั้งสถาปนาหลักนิติธรรมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนลงใน DNA ทางการเมืองของประเทศ

เมื่อประเทศต้องเผชิญยุคดิจิทัลและภูมิทัศน์โลกที่เปลี่ยนแปลง ความหวังสูงสุดของคาซัคสถานอยู่ที่บทบาทต่อเนื่องของรัฐธรรมนูญ ไม่เพียงเป็นรากฐานของความเป็นรัฐ แต่ยังสะท้อนความใฝ่ฝันของสังคมอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top