Monday, 8 June 2026
World

‘จีน’ นำร่องใช้รถไฟใต้ดิน ‘ขนส่งพัสดุด่วน’ ในปักกิ่ง หวังช่วยระบายพัสดุเร็วขึ้น พร้อมลดการจราจรติดขัด

(25 ก.ย. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ (23 ก.ย.) ที่ผ่านมา รถไฟใต้ดินหลายสายในกรุงปักกิ่งของจีนได้เริ่มเข้าร่วมโครงการนำร่องด้านการขนส่งพัสดุด่วนในช่วงที่ไม่ใช่เวลาเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความแออัดของการจราจรบนท้องถนนรวมถึงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ข้อมูลจากหวังซูหลิง เจ้าหน้าที่สถาบันการคมนาคมแห่งปักกิ่งระบุว่า เครือข่ายการขนส่งทางรางในย่านเมืองของปักกิ่ง ขยายตัวกว้างขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีรถไฟวิ่งให้บริการรวม 27 เส้นทาง ครอบคลุมเป็นระยะทางรวม 807 กิโลเมตร

หวังกล่าวว่ามหานครแห่งนี้ต้องจัดการกับพัสดุด่วนราว 15 ล้านชิ้นต่อวัน และส่วนใหญ่จัดส่งผ่านการขนส่งทางถนนในเมือง โครงการนำร่องข้างต้นจึงเป็นการใช้ประโยชน์จากกำลังการขนส่งส่วนเกินของระบบรถไฟใต้ดินในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารไม่มาก พร้อมคาดว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดพร้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

โจวหยวน เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการการคมนาคมประจำเทศบาลกรุงปักกิ่งให้ข้อมูลว่า เพื่อรับรองว่าการปฏิบัติงานของเส้นทางรถไฟขนส่งพัสดุด่วนนำร่องนั้นจะเป็นไปอย่างปลอดภัยและเป็นระบบระเบียบ คณะกรรมาธิการฯ จึงกำหนดว่าสินค้าที่ขนส่งนั้นจะต้องไม่อยู่ในรายการสิ่งของต้องห้ามบนรถไฟใต้ดินของปักกิ่ง และจะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบความปลอดภัย

ทั้งนี้ โจวกล่าวว่าหลายบริษัทที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้ออกแบบกล่องส่งพัสดุด่วนแบบใช้ซ้ำได้ ซึ่งมีขนาดสอดคล้องกับระบบการขนส่งทางรางในเมือง ทั้งยังพัฒนารถเข็นพัสดุที่สามารถอำนวยความสะดวกและรับรองความปลอดภัยได้โดยเฉพาะขึ้นอีกด้วย

‘Aeralis’ พัฒนาเครื่องบินไอพ่นใหม่ สามารถแยกชิ้นส่วนได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบินทางทหาร - ลดต้นทุนบำรุงรักษา

บริษัทด้านเครื่องบินของอังกฤษเปิดตัวเครื่องบินไอพ่นรุ่นใหม่ ที่สามารถแยกชิ้นส่วนได้ รวมถึงมีปีกภายนอกและภายใน ทำให้เครื่องบินสามารถเปลี่ยนความเร็วในช่วงความเร็วในช่วงที่ต่ำกว่าเสียงและสูงกว่าความเร็วของเสียงเล็กน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(25 ก.ย. 66) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องบินของอังกฤษอย่างแอร์ราลิส (Aeralis) เปิดตัวเครื่องบินไอพ่นแบบแยกชิ้นส่วนได้รุ่นใหม่ ที่สามารถปรับแต่งคุณสมบัติเครื่องบิน โดยจุดประสงค์คือเพื่อลดต้นทุนการรักษา และเพิ่มประสิทธิภาพการบินทหาร

ทั้งนี้การสร้างเครื่องบินแบบแยกชิ้นส่วนได้ถือเป็นหัวใจหลักการออกแบบของแอร์ราลิสอยู่แล้ว ลูกค้าสามารถเลือกซื้อแต่ละชิ้นส่วนมาประกอบกันได้ตามต้องการ ทำให้ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย

ปีเตอร์ เคอร์ติส (Peter Curtis) หัวหน้าวิศวกรโครงสร้างเครื่องบินของแอร์ราลิสบอกว่า “เราไม่ได้ขายเครื่องบิน แต่เราขายทั้งระบบ” ซึ่งหมายถึงนอกจากจะขายเครื่องบินและส่วนประกอบของเครื่องบินแล้ว ยังมีการให้บริการระบบฝึกนักบินอีกด้วย

สำหรับเครื่องบินรุ่นใหม่ของแอร์ราลิส ก็ได้เปิดตัวในงาน ‘อุปกรณ์เพื่อการป้องกันและความปลอดภัยนานาชาติ (DSEI)’ จุดเด่นหลักของเครื่องบินรุ่นใหม่นี้คือปีก เพราะมันถูกออกแบบให้มีทั้งปีกภายนอกและปีกภายในแยกกัน ช่วยให้เครื่องบินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งที่ความเร็วต่ำ (Subsonic) และความเร็วสูง (Supersonic) ทำให้มีความสามารถแบบทรานโซนิก (Transonic) ซึ่งหมายถึงการเพิ่มหรือลดความเร็วในช่วงความเร็วที่ต่ำกว่าเสียงและสูงกว่าความเร็วของเสียงเล็กน้อย การเพิ่มหรือลดระดับความเร็วในช่วงนี้มีความท้าทายเกี่ยวกับเรื่องอากาศพลศาสตร์ แต่เครื่องบินรุ่นใหม่ของแอร์ราลิสสามารถบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นมันจึงนับว่าเป็นตัวเปลี่ยนเกมในด้านการบินของทหาร

เครื่องบินรุ่นใหม่นี้มีห้องนักบินแบบแยกส่วน หากเป็นที่นั่งคู่ ก็จะสามารถรองรับนักบินเพิ่ม แต่หากเป็นแบบที่นั่งเดี่ยวก็จะเหลือพื้นที่สำหรับเพิ่มอุปกรณ์สงครามแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Warfare : EW) หรือสามารถบรรทุกเชื้อเพลิงเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ตรงส่วนหัวจรวด (Nose Cone) ยังรวมเรดาร์ที่เกี่ยวกับการสงครามไว้ได้อีก ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยสืบราชการลับ การตรวจตรา การลาดตระเวน ฯลฯ

การเปิดตัวเครื่องบินเจ็ตแบบแยกส่วนของแอร์ราลิสครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเครื่องบินทหารยุคต่อไป และมันถูกกำหนดให้ใช้งานได้จริงภายในปี 2030

เครื่องดื่ม ‘ชาสกัดเย็น-ชาลาเต้-ชาชีส’ กำลังฮิตในจีน คาด!! มูลค่าตลาดจ่อทะลุ 9.87 แสนล้านบาท ปี 2025

เมื่อวานนี้ (24 ก.ย. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทางอุตสาหกรรมที่เผยแพร่ร่วมกันโดยสมาคมร้านสาขาและแฟรนไชส์แห่งประเทศจีน (China Chain Store & Franchise Association) และเหม่ยถวน (Meituan) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน เปิดเผยว่ามูลค่าทางตลาดของเครื่องดื่มชารูปแบบใหม่ของจีนมีแนวโน้มจะทะลุ 2 แสนล้านหยวน (ราว 9.87 แสนล้านบาท) ในปี 2025 โดยคาดว่ามูลค่าของตลาดในปี 2023 จะสูงแตะ 1.49 แสนล้านหยวน (ราว 7.38 แสนล้านบาท)

เครื่องดื่มชารูปแบบใหม่ อาทิ ชาสกัดเย็น ชาลาเต้ ชาผลไม้ และชาชีส มักใช้วัตถุดิบสดใหม่ ปรุงด้วยสูตรที่เป็นนวัตกรรมใหม่และใช้เทคโนโลยีเป็นตัวหนุน พร้อมมุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

รายงานดังกล่าวเน้นย้ำถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดชากลุ่มนี้ โดยชี้ว่าเมื่อนับถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2023 จีนมีร้านชารูปแบบใหม่ประมาณ 515,000 แห่ง เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 36 จากจำนวนเมื่อช่วงสิ้นปี 2020

ทั้งนี้ ข้อมูลจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ รวมถึงบริษัทเหม่ยถวนเตี่ยนผิง (Meituan Dianping) เผยว่าในเดือนมิถุนายน 2023 ร้านชารูปแบบใหม่ครองสัดส่วนประมาณร้อยละ 57.7 ของร้านเครื่องดื่มทั่วประเทศ

‘สภาแคนาดา’ ปรบมืออวยทหารผ่านศึกยูเครนวัย 98 แต่หน้าแตก!! เพราะเขาดันเป็นทหารนาซีมาก่อน

ความผิดพลาด จากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สามารถเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ในโลก แต่ถ้าเกิดขึ้นกลางสภาผู้ทรงเกียรติ ต่อหน้าผู้นำประเทศ แขกบ้าน แขกเมือง และสื่อมวลชนที่กำลังนำเสนอข่าวไปทั่วโลก นั่นอาจไม่ใช่แค่ความผิดพลาด แต่เป็นความหายนะ ที่ไม่มีโอกาสแก้ตัวได้เลย

ดังเช่นเหตุการณ์กลางรัฐสภาแคนาดา เมื่อวันศุกร์ (22 กันยายน 66) ที่ผ่านมา เมื่อคณะรัฐบาลของนาย จัสติน ทรูโดว์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาได้เชิญ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนมากล่าวปราศรัยในสภาสามัญ เพื่อขอเสียงสนับสนุนและทุนช่วยเหลือให้แก่กองทัพยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย 

หลังจากที่เซเลนสกีกล่าวจบ นายแอนโธนี โรตา ประธานสภาก็ได้กล่าวแนะนำให้รู้จักกับ ยาโรสลาฟ ฮันกา อดีตทหารผ่านศึกชาวยูเครน ที่วันนี้มีอายุถึง 98 ปีแล้ว และเคยสังกัด The First Ukrainian Division แห่งกองทัพยูเครนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาก่อน 

โดยประธานสภาแคนาดาได้สรรเสริญ ยาโรสลาฟ ฮันกา ว่าเขาเป็นดังฮีโร่ของชาวยูเครน และ ฮีโร่ของชาวแคนาดาเช่นกัน และขอให้ชาวสภาขอบคุณในการอุทิศตนอย่างกล้าหาญเพื่อชาติของเขาด้วย 

หลังกล่าวจบ บรรดาสมาชิกสภาทั้งหมด ลุกขึ้นยืน ปรบมือเป็นเกียรติให้แก่ ทหารเฒ่า ยาโรสลาฟ ฮันกา อยู่นาน กว่าจะมีการตรวจเช็คข้อมูล และพบความจริงอีกด้านว่า กองทหารที่นายฮันกาสังกัดนั้น เป็นหน่วยรบของฝ่ายอักษะ นาซีเยอรมันต่างหาก ไม่ใช่ทหารของฝ่ายสัมพันธมิตร 

จากข้อมูลในประวัติศาสตร์ แม้ชาวยูเครนนับล้านคนจะถูกเกณฑ์เข้าร่วมรบกับกองทัพแดงของสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็จริง แต่กลับมีเขตพื้นที่เมืองหนึ่งที่ชื่อว่า ‘กาลิเซีย’ ปัจจุบันคือดินแดนคาบเกี่ยวระหว่างประเทศโปแลนด์ และ ยูเครน ซึ่งชาวยูเครนในเมืองนี้นับหมื่นคนตั้งกองกำลังทหารอาสา เข้าร่วมรบให้กับฝ่ายนาซีเยอรมัน และรู้จักภายใต้ชื่อหน่วย 14th Waffen-SS Grenadier Division  หรือเรียกสั้นๆว่า กองทหารกาลิเซีย 

ซึ่งกองทหารกาลิเซียนี้ รบภายใต้แผนยุทธศาสตร์ของกองทัพนาซี ที่นอกจากจะต่อสู้กับกองทัพของสหภาพโซเวียตแล้ว ยังสังหารหมู่ประชาชนชาวโปแลนด์ และ ชาวยิวมากมายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 

จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามหลังความพ่ายแพ้ของฝ่ายนาซี กองทหารกาลิเซียจึงยอมจำนนต่อกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรในปี 1945 และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น The First Ukrainian Division ในภายหลัง ซึ่ง ยาโรสลาฟ ฮันกา คืออดีตทหารยูเครนที่สังกัดในหน่วยนี้นั่นเอง 

เมื่อความจริงปรากฏเช่นนี้ จึงเกิดคำถามขึ้นว่า ทำไมประธานสภาแคนาดา ถึงได้แนะนำ ยาโรสลาฟ ฮันกา ต่อหน้ารัฐสภาให้ได้รับเกียรติในฐานะ ‘วีรบุรุษสงคราม’

แม้สื่อแคนาดาจะวิเคราะห์และมองในแง่ดีว่า นาย แอนโธนี โรตา อาจมองในแง่ที่ว่า ยาโรสลาฟ ฮันกา คือ ตัวแทนของทหารยูเครนที่เคยต่อสู้กับกองทัพของสหภาพโซเวียต หรือก็คือ รัสเซียในปัจจุบันมาก่อน และต้องการยกให้เขาเป็นฮีโร่สงครามที่เป็นตำนานในประวัติศาสตร์

แต่ทว่า ปิแอร์ พอยลิเยฟร์ ผู้นำฝ่ายค้าน และ ชุมชนชาวยิวในแคนาดา กลับไม่คิดอย่างนั้น เพราะถึงแม้กองทหารกาลิเซีย จะเคยต่อต้านกองทัพโซเวียตก็จริง แต่ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่า The First Ukrainian Division คือหน่วยหนึ่งในสังกัดของกองทัพนาซีเยอรมัน ที่มีส่วนร่วมในการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิว และ ชาวโปแลนด์ อย่างโหดเหี้ยมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เปรียบเสมือนจุดด่างพร้อยที่ไม่สามารถลบออกได้ในหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

นั่นจึงทำให้วันนี้ เกิดกระแสด้านลบตีกลับมายังรัฐบาลแคนาดา จน แอนโธนี โรตา ประธานสภา ต้องออกมากล่าวขอโทษอย่างสุดซึ้งต่อชาวยิวในความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเขา และขอรับผิดชอบความผิดพลาดครั้งนี้แต่เพียงผู้เดียว 

แต่เรื่องคงไม่จบลงง่ายๆ เพราะทีมฝ่ายค้านแคนาดา ได้ตั้งประเด็น โจมตี จัสติน ทรูโดว์ ผู้นำรัฐบาลชุดนี้ เพราะไม่อาจปัดความรับผิดชอบให้ลูกน้องรับแทน โดยอ้างว่า ไม่รู้ ไม่เห็น เรื่องการเชิญอดีตทหารยูเครนเข้าสภาได้ และกดดันให้ผู้นำแคนาดาต้องออกมากล่าวขอโทษประชาชนในการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตน จนทำให้ประเทศชาติต้องอับอายชาวโลกในวันนี้ 

จากจุดเริ่มต้นจากความหวังดีของรัฐบาลแคนาดา ที่ต้องการให้พื้นที่สื่อแก่ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แต่ทว่า ปรากฏการณ์ฮีโร่ผิดคิวกลางสภาแคนาดา ทำให้วันนี้ ชาวสภาเมืองเมเปิลต้องมานั่งระทมในสถานการณ์ที่ว่า เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รอง แต่ดันเอากระดูกคนอื่นมาแขวนคอตัวเองซะนี่ 

‘แพทย์จีน’ เตือน!! โควิด-19 มีโอกาสกลับมาระบาดสูง เฝ้าระวัง 20 สายพันธุ์ใหม่จากค้างคาวแพร่กระจายสู่มนุษย์

(26 ก.ย. 66) ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics ระบุว่า จีนออกมาเตือนทั่วโลกให้เตรียมพร้อมรับมือกับไวรัสโคโรนา 20 สายพันธุ์ใหม่จากค้างคาวที่อาจแพร่ระบาดมาสู่คน

ดร. ฉี เจิ่งลี่ ผู้อํานวยการศูนย์โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ สถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ออกมาเตือนว่าพบไวรัสโคโรนาจากค้างคาวกว่า 20 สายพันธุ์ใหม่ ‘มีความเสี่ยงสูง’ ที่อาจก้าวข้ามมาระบาดในคน

• ดร. ฉี เจิ่งลี่ ได้รับสมญาว่า ‘หญิงค้างคาว (bat woman)’ และ ‘นักล่าไวรัส (virus hunter)’ เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนผู้ที่มีชื่อเสียง ทําการวิจัยเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาที่กระโดดข้ามจากสัตว์โดยเฉพาะค้างคาวมาติดต่อในคน

• ดร. ฉี เจิ่งลี่ เป็นผู้อํานวยการศูนย์ติดเชื้ออุบัติใหม่ สถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่นและโด่งดังจากงานวิจัยเกี่ยวกับ SARS-CoV-1

• ในปี 2560 ดร. ฉี เจิ่งลี่ และทีมวิจัยค้นพบว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ SARS น่าจะมีต้นกําเนิดมาจากค้างคาวเกือกม้า (Horseshoe Bat) ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน

• ดร. ฉี เจิ่งลี่ ถูกตรวจสอบอย่างใกล้ชิดในช่วงการระบาดของโควิด-19 เนื่องจากห้องปฏิบัติการของเธอที่สถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่นทําการวิจัยเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา แต่เธอปฏิเสธว่าไวรัสโคโรนา-2019 มิได้หลุดมาจากห้องปฏิบัติการของเธอ ปัจจุบันรัฐบาลจีนยังคงสนับสนุนงานวิจัยของ ดร. ฉี เจิ่งลี่ ในการสืบค้นไวรัสในสัตว์ที่อาจแพร่ข้ามมาสู่มนุษย์

• ในผลการวิจัยล่าสุด ดร. ฉี เจิ่งลี่ และทีมวิจัยได้เตือนว่ามีโอกาส ‘สูงมาก’ ที่จะเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาอีกในอนาคต

ไวรัสโคโรนา (CoV) มีสี่สกุล ได้แก่ alpha (α), beta (β), gamma (γ) และ delta (δ) CoV ทั้งหมดที่ทำให้เกิดการระบาดของมนุษย์นั้นมาจาก alpha- หรือ beta-CoV จากการจำแนกประเภทของ ICTV ล่าสุด พบว่ามี CoV สายพันธุ์ 40 ชนิดในสกุล alpha- และ beta-CoV โดย 27/40 ของสายพันธุ์ CoV (67.5%) สามารถพบได้หรือพบเฉพาะในค้างคาว

>>หลักฐานของการระบาดของไวรัสโคโรนาในอนาคต

• ทีมวิจัยได้ระบุว่าพบไวรัสโคโรนาจํานวนกว่า 20 สายพันธุ์ที่มี ‘ความเสี่ยงสูง’ ที่จะแพร่ติดเชื้อในคนได้ โดยให้เหตุผลว่าไวรัสโคโรนาเคยก่อให้เกิดการระบาดจากสัตว์สู่คนมาก่อน (เช่น SARS และ COVID-19) ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่มันจะก่อให้เกิดการระบาดอีกในอนาคต

• ผู้เชี่ยวชาญบางคนเปรียบเทียบงานวิจัยของ ดร. ฉี เจิ่งลี่ เสมือนการทำ ‘พจนานุกรมของไวรัสโคโรนา’ ที่จะช่วยในการพยากรณ์และป้องกันการระบาดในอนาคต

>>ผลกระทบงานวิจัยของ ดร. ฉี เจิ่งลี่

• เน้นถึงภัยคุกคามต่อเนื่องจากไวรัสโคโรนาที่มาจากค้างคาว

• ย้ำให้เห็นว่าภาครัฐควรลงทุนด้านการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อสืบค้นหาไวรัสที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อประโยชน์แห่งการพัฒนาวัคซีน/ยาสำหรับรักษาล่วงหน้าก่อนเกิดการระบาดในอนาคต

• เตือนผู้ดูแลระบบสาธารณสุขทั่วโลกให้เตรียมรับมือการแพร่ระบาดของโรคจากไวรัสโคโรนาใหม่ ๆ ในอนาคต

• การถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสโคโรนาทั้งจีโนมที่แยกเชื้อได้จากสัตว์โดย ดร. ฉี เจิ่งลี่  และ ทีมวิจัยสถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่น จะมีคุณค่าอย่างยิ่งในการพยากรณ์และป้องกันโรคระบาดในอนาคต

>>เหตุใดงานวิจัยของดร. ฉี เจิ่งลี่ จึงมีความสำคัญ

• เน้นย้ำถึงภัยคุกคามอย่างต่อเนื่องของไวรัสโคโรนาจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะจากค้างคาว
• เป็นพื้นฐานในการพยากรณ์และเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดในอนาคต
• ระบุไวรัสโคโรนาสายพันธุ์จากค้างคาวที่คล้ายกับ SARS-CoV-1, MERS-CoV, และ SARS-CoV-2
• ทำให้สามารถพัฒนาวัคซีนและยารักษาก่อนที่จะเกิดการระบาด
• ติดตามเก็บตัวอย่างจากประชากรค้างคาวทำให้สามารถตรวจพบไวรัสใหม่ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
• ถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสทั้งจีโนมเพื่อติดตามบริเวณที่กลายพันธุ์ซึ่งจำเป็นสำหรับการติดเชื้อในมนุษย์

สรุปได้ว่างานบุกเบิกของ ดร. ฉี เจิ่งลี่ เกี่ยวกับไวรัสโคโรนาจากค้างคาวได้วางรากฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อคาดการณ์ ป้องกัน และตอบสนองต่อการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น การค้นพบของเธอเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและการเตรียมพร้อมในระบบสาธารณสุขทั่วโลก ‘พจนานุกรมไวรัสโคโรนา’ ของ ดร. ฉี เจิ่งลี่ น่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีคุณค่าอย่างยิ่งในการรับมือกับภัยคุกคามที่เกิดจากไวรัสโคโรนาจากสัตว์สู่คนในศตวรรษที่ 21

>>วิธีที่ ดร. ฉี เจิ่งลี่  และทีมวิจัยใช้ตรวจจับและระบุสายพันธุ์ไวรัสโคโรนาที่มีความเสี่ยงสูง 20 สายพันธุ์จากค้างคาวคือ:

• เก็บตัวอย่างส่งตรวจจากประชากรค้างคาวทั่วประเทศจีนทั้งจากอุจจาระและการสวอปในช่องปากของค้างคาว
• ทำการทดสอบด้วยเทคนิค PCR เพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาในตัวอย่าง
• ตัวอย่างที่ PCR ให้ผลบวกต่อไวรัสโคโรนา จะถูกนำมาถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม
• นำข้อมูลรหัสพันธุกรรมโดยเฉพาะในส่วนยีนที่ควบคุมการสร้างส่วนหนามมาวิเคราะห์เปรียบความเหมือนความต่างกับส่วนหนามของโควิด-19 ที่ระบาดในคนอยู่ในขณะนี้
• ประเมินความสามารถของไวรัสในการเข้าจับกับตัวรับ ‘ACE2’ บนผิวเซลล์ของมนุษย์ โปรตีนส่วนหนามหรือสไปค์ (spike protein) ของไวรัส SARS-CoV-2 สามารถจับกับโปรตีน ACE2 บนผิวของเซลล์ปอด ส่งผลให้ไวรัสสามารถเข้าสู่เซลล์และเริ่มการติดเชื้อ

>>ปัจจัยสำคัญที่ใช้ประเมินความเสี่ยงของไวรัสโคโรนาที่แยกได้จากค้างคาว

• ตรวจสอบความคล้ายคลึงของรหัสพันธุกรรมกับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรค (SARS-CoV-1, MERS-CoV, SARS-CoV-2)
• การมีอยู่ของการกลายพันธุ์ตำแหน่งสำคัญบริเวณส่วนหนามที่จำเป็นสำหรับการจับตัวรับ ACE2 บนผิวเซลล์มนุษย์
• หลักฐานของการวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วและการปรับรูปร่างของตัวรับเข้าจับ ACE-2
• การแพร่พันธุ์ของค้างคาวสายพันธุ์ที่ทราบกันว่าเป็นแหล่งรังโลกของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม
• การไหลเวียนของประชากรค้างคาวที่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์

>>ตัวอย่างชนิดพันธุ์ไวรัสโคโรนาที่มีความเสี่ยงสูงที่จะข้ามมาสู่คน

• Bat-SL-CoV-RaTG13 - 96% เหมือนกับ SARS-CoV-2
• Bat-SL-CoV-RmYN02 – จับกับตัวรับ ACE2 เช่นเดียวกับ SARS-CoV-2
• Bat-SL-CoV-SC2013 - คล้ายกับ MERS-CoV มาก

>>ผลที่อาจติดตามมาหากเราไม่เตรียมพร้อมสำหรับการระบาดของไวรัสโคโรนาครั้งใหม่ในอนาคต:

ผลที่ตามมาด้านสุขภาพ

• อัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยจะเพิ่มขึ้นหากการตอบสนองจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการระบาดล่าช้า
• ระบบการรักษาพยาบาลของประเทศจะล้มเหลวไม่มีเตียงและอุปกรณ์พอเพียงในการรักษา
• ความยากลำบากในการควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสทำให้เกิดการติดเชื้อมากขึ้น
• เกิดการระบาดใหญ่เป็นเวลานานและมีการติดเชื้อซ้ำอีก
• การเกิดขึ้นของสายพันธุ์ใหม่อย่างต่อเนื่องที่สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจนไม่สามารถควบคุมได้

ผลที่ตามมาทางเศรษฐกิจ

• ธุรกิจต่าง ๆ ถูกบังคับให้ปิดกิจการจากข้อจำกัดด้านสาธารณสุข
• การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและการขาดแคลนสินค้าที่จำเป็น
• ความผันผวนของตลาดหุ้น และการชะลอตัวของเศรษฐกิจหรือภาวะถดถอย
• ค่ารักษาพยาบาลที่สูงสำหรับการรักษาและการรักษาในโรงพยาบาล

ผลที่ตามมาทางสังคม

• การหยุดเรียน หยุดเดินทาง หยุดกิจกรรมทางสังคม และหยุดบริการทางศาสนา
• ผลกระทบต่อสุขภาพจิต เช่น ความวิตกกังวล อาการซึมเศร้า การใช้สารเสพติด
• ความไม่มั่นคงทางการเมืองและการพังทลายของความไว้วางใจของประชาชนต่อสถาบันหรือรัฐบาล
• ความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล การตรวจทดสอบคัดกรอง และการรับวัคซีน
• การเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดและทฤษฎีสมคบคิด

ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม

• สต๊อกวัคซีน ยารักษาโรค อุปกรณ์ PPE
• ปรับปรุงระบบการเฝ้าระวังทั่วประเทศเพื่อการตรวจจับการระบาดของไวรัสแต่เนิ่นๆ
• พัฒนาแผนเพื่อเพิ่มการคัดกรองและการติดตามผู้สัมผัสอย่างรวดเร็ว
• เตรียมแผนการสื่อสารกับประชาชนและแผนบรรเทาทุกข์ทางเศรษฐกิจ
• เพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาลทั้งจากภาครัฐและเอกชนด้านการดูแลสุขภาพเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย
• ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการประสานงานการรับมือโรคระบาด

สรุปว่าหากไม่เตรียมพร้อม หรือขาดการวางแผนเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นระบบและครบวงจรอาจทำให้การแพร่ระบาดยืดเยื้อ คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก และทำให้สังคมและเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 อยู่แล้วสั่นคลอนยิ่งขึ้นไปอีก รัฐต้องลงทุนกับการเตรียมพร้อมรับมือการระบาดระลอกใหม่ของโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในทุกมิติโดยการถอดบทเรียนของการระบาดของโควิด-19 ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

‘นักเขียนบทฮอลลีวูด’ บรรลุข้อตกลงกับบริษัทภาพยนตร์-สตูดิโอแล้ว หลังหยุดงานประท้วงมากว่า 5 เดือน เหตุได้ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม

(26 ก.ย. 66) ฮอลลีวูด (เอพี/รอยเตอร์ส) หลังจากหยุดงานประท้วงมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ล่าสุด สมาคมคนเขียนบทฮอลลีวูดสามารถบรรลุข้อตกลงกับบริษัทภาพยนตร์และสตูดิโอยักษ์ใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาค่าตอบแทนไม่เป็นธรรมได้แล้ว

สมาชิกสหภาพแรงงานผู้เขียนบทภาพยนตร์และบทละครของสหรัฐฯ หรือ WGA ได้หยุดงานประท้วงมานาน 146 วัน หรือกว่า 5 เดือน ยาวนานที่สุดในรอบหลายสิบปี และส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อรัฐแคลิฟอร์เนียและสหรัฐฯ แล้วเป็นจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ จนกระทั่งจากการเจรจาล่าสุด สหภาพฯ เพิ่งประกาศว่า ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อปกป้องสมาชิกได้อย่างดี โดยที่กำลังจะตกลงในรายละเอียดต่อไป เพื่อลงนามสัญญาจ้างใหม่ระยะเวลา 3 ปี กับบรรดาบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์และสตูดิโอต่างๆ เพื่อที่จะสามารถเริ่มงานได้อีกครั้ง

นอกจากผู้เขียนบทในสังกัด WGA หยุดงานประท้วงแล้ว ยังมีสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ หรือ SAG พร้อมด้วยสหพันธ์ศิลปินโทรทัศน์และวิทยุแห่งอเมริกา หรือ AFTRA ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนนักแสดงและแรงงานในวงการบันเทิงราว 160,000 คน ก็ได้หยุดงานประท้วงตามมาเช่นกัน ทำให้วงการบันเทิงสหรัฐหยุดงานครั้งใหญ่ในรอบ 63 ปี กระทบการผลิตผลงานทั้งในสหรัฐฯ และในต่างประเทศ เนื่องจากการสร้างภาพยนตร์ ซีรี่ส์ และรายการโทรทัศน์ต่างๆ ต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถดำเนินการได้

สถาบันมิลเคนเผยผลวิจัยเมื่อต้นเดือนกันยายนว่า การนัดหยุดงานในวงการฮอลลีวูดขณะนี้ สร้างความเสียหายแล้วกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 180,000 ล้านบาท) เฉพาะการนัดหยุดงานของผู้เขียนบทสร้างความเสียหายแล้ว 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 75,675 ล้านบาท)

‘ก.ยุติธรรมสหรัฐฯ’ ฟ้อง!! แกนนำพรรคเดโมแครต  รับสินบนลับจาก ‘อียิปต์’ เพื่อปลดล็อกแบนขายอาวุธ

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 66 สำนักข่าวเอเจนซีส์ / รอยเตอร์ รายงานว่า แกนนำพรรคเดโมแครต ‘สว.บ็อบ เมเนนเดซ’ (Bob Menendez) และภรรยาล็อบบี้ยิสต์ชาวอาร์เมเนียเกิดในกรุงเบรุต ‘นาดีน เมเนนเดซ’ (Nadine Menendez) โดนกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ วันศุกร์ (22 ก.ย.) ฟ้องดำเนินคดีรับสินบนจากหลายแสนดอลลาร์จากรัฐบาลอียิปต์ เพื่อปลดล็อกแบนให้วอชิงตันขายอาวุธให้ไคโร เจ้าตัวปฏิเสธลาออกจาก สว. แต่ยอมลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศประจำสภาสูงสหรัฐฯ ชั่วคราว นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจค้นบ้านพักและพบเงินสดร่วม 500,000 ดอลลาร์แอบซุกซ่อนไว้ รวมไปถึงทองคำแท่งจำนวนมากและรถหรูอีกด้วย

สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อวันเสาร์ (23 ก.ย.) ว่า FBI ค้นบ้านพักของ ‘สว.บ็อบ เมเนนเดซ’ ในรัฐนิวเจอร์ซีที่ถูกตกแต่งพร้อมกับของกลางรถสุดหรู ‘เมอร์เซเดสเบนซ์’ จอดอยู่ในโรงรถ ล้วนแล้วมาจากนักธุรกิจนิวเจอร์ซีย์ 3 คนที่เป็นตัวกลางติดต่อกับรัฐบาลอียิปต์ ได้แก่ วาเอล ฮานา (Wael Hana), โฮเซ่ อูริบ (Jose Uribe) และเฟรด เดบส์ (Fred Daibes)

อ้างอิงจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เมเนนเดซ และภรรยา นาดีน เมเนนเดซ ในวันศุกร์ (22 ก.ย.) ถูกอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตแมนแฮตตัน สั่งฟ้องดำเนินคดีข้อหารับสินบนจำนวนหลายแสนดอลลาร์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับอำนาจและอิทธิพลในฐานะวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ของเขา เพื่อปกป้องและสนับสนุนเพื่อนนักธุรกิจของตัวเองและผลประโยชน์ของรัฐบาลอียิปต์

สำนักข่าวรอยเตอร์ชี้ว่า ‘บ็อบ เมเนนเดซ’ เป็นที่รู้จักในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ เขานั่งในตำแหน่งสำคัญประธานคณะกรรมาธิการด้านกิจการต่างประเทศสหรัฐฯ ประจำสภาสูงสหรัฐฯ ซึ่งเมเนนเดซยอมลาออกจากตำแหน่งชั่วคราวหลังเขาและภรรยาและก๊วนเพื่อนนักธุรกิจทั้งหมดโดนรัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินคดีทางกฎหมาย

เมเนนเดซเป็นคนใกล้ชิดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ‘โจ ไบเดน’ จากการที่ผู้นำสหรัฐฯ ต้องการทำให้อเมริกายังคงความเป็นเจ้าอิทธิพลในเวทีโลก และในช่วงเวลาที่ไบเดนต้องการผ่าทางตันให้แพกเกจความช่วยเหลือยูเครนผ่านสภาคองเกรสหรัฐฯ ในเวลาเดียวกันกับที่ต้องต่อต้านการผงาดขึ้นมาของ ‘จีน’

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า การสอบสวนล่าสุดนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่เมเนนเดซโดนรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สอบ แต่ทว่าเขาไม่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน

อ้างอิงจากสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ พบว่า อัยการแมนแฮตตันกล่าวหา สว.เมเนเดซ และภรรยาจำนวน 3 กระทง ได้แก่ สมคบคิดในการรับสินบน สมคบคิดต่อไม่ซื่อตรงต่อหน้าที่ (honest services fraud) และสมคบคิดในการกรรโชก

ทั้งคู่โดนกล่าวหาว่า รับเงินสินบน เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลอียิปต์อย่างลับๆ แต่ทว่าคนทั้งคู่ปฏิเสธอย่างหนักต่อข้อหาทั้งหมด

สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ของออสเตรเลีย รายงานว่า เจ้าหน้าที่ FBI บุกค้นบ้านพักของ สว.สหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และสามารถค้นพบเงินสดจำนวนไม่ต่ำกว่า 480,000 ดอลลาร์อยู่ในซองและซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าและภายในตู้เซฟที่บ้านพัก และเงินสดอีกก้อนจำนวน 70,000 ดอลลาร์อยู่ภายในตู้เซฟนิรภัยธนาคารของภรรยา นาดีน

โดยซองเงินสดบางส่วนพบอยู่ในเสื้อแจ็กเกตที่มีชื่อของ สว.อยู่ซึ่งถูกแขวนไว้ที่ตู้เสื้อผ้า ขณะที่ซองเงินสดอื่นๆ พบลายนิ้วมือหรือดีเอ็นเอของเพื่อนนักธุรกิจนิวเจอร์ซีย์ เฟรด เดบส์ ปรากฏ

สื่อออสเตรเลียเปิดเผยว่า มีการค้นพบทองคำแท่งจำนวนมากที่มีมูลค่ามากกว่า 100,000 ดอลลาร์ อยู่ภายในบ้านของเมเนนเดซ

สำนักข่าวบิสซิเนสอินไซเดอร์ ชี้ว่า เป็นที่ฮือฮาที่เมเนนเดซ ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญพรรคเดโมแครต ใช้กูเกิลเพื่อค้นหาว่าทองคำหนัก 1 กิโลกรัมนั้นมีมูลค่ามากเพียงใด

ตามคำฟ้องระบุว่า อดีตประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ปี 2021 ได้ทำการค้นหามูลค่าของทองคำหนัก 1 กิโลกรัม

และหลังจากคำฟ้องเปิดเผยในวันศุกร์ (22 ก.ย.) พบว่าการเสิร์ชค้นหา ‘ทองคำหนัก 1 กิโลกรัม’ กลายเป็นกระแสฮิตในสหรัฐฯ ในทันที ทั้งนี้ พบว่า เขาเริ่มต้นค้นหาเกี่ยวกับมูลค่าของทองคำหลังจากนาดีน ภรรยาเดินทางกลับจากอียิปต์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในหลายโอกาสระหว่างปี 2018-2022 เมเนนเดซได้ยืนยันไปยังเจ้าหน้าที่อียิปต์ว่า เขาซึ่งดำรงตำแหน่งในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศประจำวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จะอนุมัติยกเลิกการห้ามขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้อียิปต์ และนาดีน ภรรยาของ สว.ได้รับคำสัญญาที่จะได้รับเงินเป็นค่าตอบแทน

นาดีนที่เป็นศูนย์กลางคดีคอร์รัปชันนี้ เธอมีบทบาทในการล็อบบี้ช่วยอียิปต์นั้นมีความน่าสนใจมาก

อ้างอิงจากสื่อนิวเจอร์ซีย์ nj.com ระบุว่า นาดีน เบนเนเดซ หรือ ‘นาดีน อาร์สลาเนียน’ (Nadine Arslanian) เป็นชาวอาร์มาเนีย เกิดในเบรุต เลบานอน ครอบครัวหนีภัยสงครามกลางเมืองเบรุตไปที่กรีซ และต่อมาย้ายไปที่กรุงลอนดอน อังกฤษ ก่อนเดินทางเข้ามาสหรัฐฯ ในที่สุด

สื่อ nj.com รายงานต่อว่า นาดีนนั้นสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กระดับปริญญาตรี และเรียกตัวว่าเป็น ‘นักธุรกิจหญิง’ เธอได้พบกับเมเนนเดซที่ร้านอาหาร IHOP เมื่อธันวาคม ปี 2018 และคนทั้งคู่สมรสระหว่างโควิด-19 เกิดระบาดในวันที่ 3 ต.ค. 2020 ทั้งสองฝ่ายต่างเคยผ่านการสมรสมาแล้วก่อนหน้า

เอบีซีนิวส์รายงานว่า นาดีน และวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เริ่มต้นคบหาเมื่อปี 2018 โดยนักธุรกิจนิวเจอร์ซีย์ ‘วาเอล ฮานา’ ที่เป็นตัวกลางติดต่อเจ้าหน้าที่กองทัพอียิปต์นั้นเป็นเพื่อนของนาดีน

ตามคำฟ้องระบุว่า ในการพูดคุยนั้นรวมไปถึงประเด็นเงินช่วยเหลือกิจการต่างประเทศทางการทหารให้อียิปต์

ขณะที่เมนเนเดซ ปัจจุบันวัย 69 ปี ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศประจำสภาสูงสหรัฐฯ และเขาถูกเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3 ในสภาสูงสหรัฐฯ เมื่อปี 2018 ซึ่งเป็นปีที่เขาเริ่มต้นคบหานาดีนภรรยา

และพบว่า ช่วงที่ระหว่างกำลังคบหาภรรยานักล็อบบี้ยิสต์ พบว่า สว.เมเนนเดซได้เคยสอบถามไปยังกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ สำหรับข้อมูลที่ไม่ใช่เป็นข้อมูลลับ แต่ถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวสูงเนื่องมาจากเหตุผลด้านความมั่นคง

สื่อออสเตรเลียกล่าวว่า เมเนนเดซต้องการทราบถึงจำนวนและสัญชาติของเจ้าหน้าที่ ที่ประจำอยู่ในสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงไคโร

และในเดือนเดียวกันนั้นหลังจากอาหารค่ำมื้อหรูที่ภัตตาคารชื่อดังระดับบนที่เมเนนเดซร่วมกับเพื่อนนักธุรกิจนิวเจอร์ซีย์ ฮานา พบว่านักธุรกิจได้แอบลอบส่งข้อความไปยังเจ้าหน้าที่อียิปต์อีกคนเป็น ‘ความลับที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ’

ซึ่งในครั้งนี้เอบีซีนิวส์กล่าวว่า มันเป็นข้อความเกี่ยวข้องกับการยกเลิกการแบนห้ามส่งอาวุธเบาและกระสุนไปให้อียิปต์

“นี่หมายความว่าการขายสามารถเริ่มต้นได้ ที่จะรวมถึงปืนไรเฟิลรวมไปถึงสิ่งอื่นๆ” หนึ่งในข้อความที่ถูกส่งไป

‘อินเดีย’ ยังไม่สามารถปลุกยานสำรวจดวงจันทร์ได้ หลังเข้าสู่โหมดนอนหลับ แม้ภารกิจจะสำเร็จแล้วก็ตาม

(26 ก.ย. 66) สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นายเอ เอส คิราน คูมาร์ อดีตผู้อำนวยการองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ไอเอสอาร์โอ) กล่าวเมื่อวันที่ 25 กันยายนว่า โอกาสที่วิกรม (Vikram) ยานลงจอดดวงจันทร์ของยานสำรวจอวกาศจันทรายาน-3 ของอินเดีย จะติดขึ้นมาอีกครั้งหลังเจอกับคืนข้างแรมอันหนาวเย็นบนดวงจันทร์ได้ลดน้อยลงไปทุกๆ ชั่วโมง แต่บรรดานักวิทยาศาสตร์จะพยายามติดต่อกับยานให้ได้จนถึงวันสุดท้ายของวันข้างขึ้น

ยานลงจอดดวงจันทร์วิกรม ซึ่งบรรจุหุ่นยนต์สำรวจดวงจันทร์ที่ชื่อปรัชญาณ ได้ลงจอดบนขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้ทำการสำรวจดวงจันทร์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ก่อนที่ทั้งวิกรมและปรัชญาณจะเข้าสู่ sleep mode เมื่อเข้าสู่วันข้างแรม โดยไอเอสอาร์โอหวังว่าแบตเตอรี่ของวิกรมและปรัชญาณจะถูกชาร์จใหม่และตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถึงวันข้างขึ้นในวันที่ 22 กันยายน เนื่องจากยานทั้งสองต้องใช้แสงอาทิตย์ในการชาร์จแบตเตอรี่

อย่างไรก็ดี เมื่อถึงวันข้างขึ้น ไอเอสอาร์โอระบุว่า ทางหน่วยงานกำลังพยายามติดต่อวิกรมและปรัชญาณให้ได้ แต่ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ ตอบกลับมา ซึ่งขณะนี้ไอเอสอาร์โอยังไม่ได้ประกาศความคืบหน้าของความพยายามดังกล่าวแต่อย่างใด

นายคูมาร์กล่าวว่า “ยานลงจอดดวงจันทร์และหุ่นยนต์สำรวจดวงจันทร์มีส่วนประกอบหลายชิ้นที่อาจไม่รอดจากอากาศอันเยือกเย็นบนดวงจันทร์” บริเวณใกล้กับขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์อาจมีอุณหภูมิต่ำถึง -200 ถึง -250 องศาเซลเซียสได้ในช่วงกลางคืน

“เราไม่สามารถติดต่อกับยานลงจอดดวงจันทร์ได้เลย เว้นแต่ว่าทรานสมิตเตอร์ของยานจะติดขึ้นมาอีกครั้ง มันต้องบอกเราว่ามันยังมีชีวิตอยู่ และต่อให้ระบบย่อยอื่นๆ ทั้งหมดของยานยังคงทำงานได้ แต่เราก็จะไม่มีทางทราบได้เลย” นายคูมาร์ กล่าวให้ข้อมูล

ทั้งนี้เมื่อตอนที่ไอเอสอาร์โอปรับวิกรมและปรัชญาณเข้าสู่ sleep mode ทางหน่วยงานบอกว่ายานทั้งสองได้บรรลุภารกิจทั้งหมดของตัวเองแล้วแต่หวังว่ามันจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถึงวันข้างขึ้นครั้งใหม่ และถึงแม้ว่าวิกรมและปรัชญาณจะไม่ตื่นขึ้นมาทำงานอีกครั้ง แต่ยานทั้งสองจะอยู่บนดวงจันทร์ต่อไปในฐานะทูตดวงจันทร์ของอินเดีย

9 เรื่องน่าเซ็งใน 'เยอรมนี' ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแบบนี้ จากประสบการณ์ 4 ปี ของคนไทยที่ไปอาศัยจริง

(26 ก.ย. 66) เจ้าของช่องยูทูบชื่อ ‘pattamai’ ได้โพสต์วิดีโอบอกเล่าประสบการณ์การใช้อยู่ที่เยอรมนีตลอด 4 ปี พร้อมระบุถึง ‘ข้อเสีย’ ที่ไม่ชอบในประเทศเยอรมนี ซึ่งได้เน้นย้ำอย่างยิ่งว่าเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่พบเจอ ทั้งหมด 9 ข้อ ดังนี้…

ข้อ 1 ระบบการแพทย์ แม้ประเทศเยอรมนีจะโดดเด่นในเรื่องการแพทย์ หรือเทคโนโลยีด้านการแพทย์ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ ‘ระบบการแพทย์’ หรือ ‘สาธารณสุข’ ที่แม้ทุกคนจะมีประกันสุขภาพที่สามารถใช้รักษาอาการเจ็บป่วยได้ฟรี แต่สิ่งที่เป็นปัญหาหนักมาก ๆ คือ การนัดพบแพทย์ เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์ของเยอรมนีมีจำนวนน้อย ทำให้การนัดพบแพทย์ใช้เวลารอนาน บางครั้งอาการป่วยเล็กน้อยก็กลายเป็นอาการรุนแรง ปัญหานี้เกิดขึ้นกับทั้งคนเยอรมันและชาวต่างชาติที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้

ข้อ 2 วันอาทิตย์ที่เงียบเหงาในประเทศเยอรมนี คนที่ประเทศนี้จะให้ความสำคัญกับวันอาทิตย์มาก ๆ เพราะถือว่าเป็นหยุดและต้องใช้ชีวิตกับครอบครัว เป็นวันที่ทุกอย่างเงียบสงบจนดูเหงาหงอย และแน่นอนว่านี่คือปัญหา เพราะร้านค้า ห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต ทุก ๆ ที่ปิดหมด ซึ่งเรื่องนี้ไม่สอดรับกับโลกยุคปี 2023 ที่ไม่ใช่ทุกคนที่จะหยุดวันอาทิตย์ หรือทำงานแค่จันทร์ถึงศุกร์ นี่จึงเป็นปัญหาที่มองเห็นได้ชัดเจน

ข้อ 3 กฎ ข้อห้าม ข้อบังคับถี่ยิบย่อยและละเอียดเกินไป ที่ประเทศเยอรมนีจะมีกฎแปลก ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่า มีกฎข้อนี้ทำไม ยกตัวอย่างเช่น การปั่นจักรยาน เขาจะมีกฎเลยว่า สามารถปั่นจักรยานได้ตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง ตรงบริเวณไหนที่ต้องจูงจักรยาน เวลาไหนถึงจะขี่เล่นนี้ได้ อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การใช้ฟิตเนส ก็มีข้อบังคับเหมือนกัน เช่น หากจะว่ายน้ำก็จะมีกฎระบุว่าเวลากี่โมงถึงกี่โมงเป็นการว่ายน้ำออกกำลังกาย หรือช่วงไหนเป็นการว่ายน้ำชิว ๆ จะมีกฎแบบนี้เยอะมาก ซึ่งคนจำไม่ได้ แต่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่จะจริงจังมาก บางครั้งก็โดนปรับแบบงง ๆ 

ข้อ 4 สังคมเงินสด ที่เยอรมนียังนิยมใช้จ่ายเป็นเงินสด น้อยมาก ๆ ที่จะจ่ายด้วยบัตรหรือการสแกนจ่ายแบบที่ไทย ระบบ banking ที่นี่ช้ามาก ไม่ได้โอนปุ๊บเงินเข้าปั๊บ แต่ต้องรอ 1-2 วันกว่าเงินจะเข้า ซึ่งถือเป็นเรื่องลำบากมากสำหรับคนที่ไม่มีเงินสด เพราะบางร้านไม่รับโอนจ่าย หรือบัตรเลย ซึ่งสังคมเงินสดนี้เกี่ยวโยงถึงการรักษาความเป็นส่วนตัวด้วย คนเยอรมันยังคงยึดถือเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า หากเราต้องการความสะดวกสบายในการชำระเงินผ่านระบบที่รวดเร็ว เราพร้อมที่จะแลกข้อมูลทางการเงินของเราหรือไม่?

ข้อ 5 อินเทอร์เน็ตที่เยอรมนีช้ามาก เนื่องจากโครงข่ายที่นี่ยังเป็นเคเบิล ไม่ใช่ไฟเบอร์ออปติก จึงทำให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เร็วแรงเหมือนที่ไทยหรือประเทศโซนเอเชีย แม้จะใช้โทรศัพท์ที่รองรับ 5G แต่ก็ไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตแบบรวดเร็วทันใจได้ ส่วนเรื่องไวไฟในที่สาธารณะก็น้อยและช้ามาก ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับยุคดิจิทัลในตอนนี้เลย

ข้อ 6 อาหารในเยอรมนีไม่อร่อย เนื่องจากวัตถุดิบที่เอามาทำอาหารไม่หลากหลาย รสชาติของอาหารไม่หลากหลายเหมือนไทยที่จะมีครบทุกรสชาติ แต่เยอรมนีจะมีแค่เค็ม จืด วนไปมาอยู่แบบนี้ แต่สิ่งที่อร่อยคือขนมปัง

ข้อ 7 รถไฟที่เยอรมนีมาเลท ช้า จริงอยู่ที่รถไฟเยอรมนีเคยเป็นรถไฟที่มาตรงเวลา แต่ปัจจุบันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ตอนนี้รถไฟมาช้า หรือบางทีก็ไม่มาเลย ต้องรอนานมาก ๆ 30 นาทีขึ้นไปก็เคยมีมาแล้ว ดังนั้นใครคิดว่ารถไฟที่นี่ตรงเวลาคือคิดผิด

ข้อ 8 ระบบราชการเยอรมนีช้ามาก เนื่องจากเยอรมนีไม่ค่อยใช้ระบบดิจิทัล หรืออินเทอร์เน็ตในการทำงาน ทุกอย่างจะผ่านการพิมพ์ในกระดาษทั้งหมด ทำให้การติดต่อกับภาครัฐช้าและใช้เวลานานมาก เช่น หากจะต่อวีซ่า ต้องนัดล่วงหน้า 3-4 เดือน หรือบางครั้งอาจจะต้องรอไปอีกเป็น 5-6 เดือนเลย

ข้อ 9 คบคนเยอรมันเป็นเพื่อนยากมาก ชาวต่างชาติที่มาอยู่เยอรมนีและหวังว่าจะมีเพื่อนเป็นคนเยอรมัน ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากคนเยอรมันเขามีวัฒนธรรมอย่างหนึ่งคือเขาจะคบหรือสนิทอยู่กับเพื่อนกลุ่มเดิม ๆ เช่น เพื่อนที่เรียนมัธยมด้วยกัน คบกันนานมาก ๆ และไม่ค่อยเปิดรับเพื่อนใหม่ ๆ เข้ากลุ่ม ยิ่งเป็นชาวต่างชาติยิ่งยากเลย หลายคนที่มาอยู่ที่นี่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หาเพื่อนเยอรมนียากมาก เหมือนมีกำแพงคั่นตลอด ถึงแม้พวกเราจะคุย เล่น ปาร์ตี้กับเราปกติก็ตาม 

‘รัสเซีย’ ยกระดับเอาคืน!! ขู่ขึ้นบัญชีดำหมายหัว ‘ปธ.ศาลโลก’ ปม ‘ไอซีซี’ ออกหมายจับ ‘ปูติน’ ฐานก่ออาชญากรรมสงคราม

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 66 ‘รัสเซีย’ ได้เปิดเผยว่าได้ใส่ชื่อ ‘ปิโอเตอร์ ฮอฟมันสกี’ (udge Piotr Hofmański) ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ในบัญชีต้องการตัว ความเคลื่อนไหวตอบโต้กรณีที่ศาลแห่งนี้ออกหมายจับ ‘ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน’ ตามข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงคราม

‘ฮอฟมันสกี ปิโอเตอร์ โจเซฟ’ ชาวโปแลนด์ เป็นที่ต้องการตัวภายใต้มาตรการหนึ่งของประมวลกฎหมายอาญาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ตามประกาศฉบับหนึ่งที่ปรากฏในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยรัสเซียไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับคำกล่าวหาที่มีต่อ ฮอฟมันสกี

เมื่อเดือนมีนาคม ศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ออกหมายจับ ‘ปูติน’ ฐานก่ออาชญากรรมสงคราม ตามข้อกล่าวหาบังคับเนรเทศเด็กๆ ชาวยูเครนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศยังออกหมายจับ ‘มาเรีย ลโววา-เลโบวา’ คณะกรรมาธิการด้านสิทธิเด็กประจำทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ในข้อหาเดียวกัน

รัฐบาลเคียฟกล่าวอ้างว่า เด็กยูเครนหลายหมื่นคนถูกนำตัวไปรัสเซียนับตั้งแต่เริ่มการสู้รบ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว โดยมีข้อมูลว่าเด็กจำนวนมากถูกส่งไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ และบ้านอุปถัมภ์ ภายใต้ความพยายามล้างสมองเด็กเหล่านั้นให้ฝักใฝ่สหพันธรัฐรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยออกหมายจับ ‘คาริม ข่าน’ อัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศและผู้พิพากษาหลายคน

มอสโกตอบโต้ว่า ไอซีซีไม่มีอำนาจหรือความชอบธรรมในการออกหมายจับ เพราะว่ารัสเซียไม่ได้เป็นสมาชิกและไม่เคยให้การรับรองธรรมนูญกรุงโรมปี 1998 ที่จัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศแห่งนี้

ในเดือนกันยายน ศาลอาญาระหว่างประเทศเปิดทำการสำนักงานสนามแห่งหนึ่งในยูเครน ส่วนหนึ่งในพยายามหาทางลงโทษกองกำลังรัสเซีย ต่อปฏิบัติการรุกรานยูเครนที่ได้รับการหนุนหลังจากตะวันตก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top