Saturday, 6 June 2026
TodaySpecial

31 ตุลาคม พ.ศ. 2465 ‘เบนิโต มุสโสลินี’ ก้าวขึ้นเป็นนายกฯ อิตาลี ด้วยวัยเพียง 39 ปี อายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ ก่อนนำโรมเข้าสู่สงครามโลก ร่วมกับ ‘ฮิตเลอร์’ บทสุดท้ายจบไม่สวย ถูกประหารและแขวนประจานในมิลาน

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2465 (ค.ศ. 1922) เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอิตาลีในวัย 39 ปี ทำให้เขาเป็นนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุดของประเทศ และได้รับสมญานามว่า “อิล ดูเช” แปลว่า “ท่านผู้นำ” ก่อนหน้านั้น มุสโสลินีได้ก่อตั้งพรรคฟาสซิสต์ (Fascist) ในปี 2462 และในปี 2468 เขาได้สถาปนาตนเองเป็นเผด็จการเต็มรูป บังคับยกเลิกระบบรัฐสภาและรวบอำนาจทั้งหมด

มุสโสลินีได้ขยายอำนาจไปยังต่างประเทศ ส่งกองทัพอิตาลีรุกรานเอธิโอเปีย อัลบาเนีย และเข้าร่วมเป็นฝ่ายอักษะกับเยอรมนีภายใต้ผู้นำอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ รวมทั้งเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สองอย่างเต็มตัว แม้จะทราบว่าอิตาลีขาดกำลังและทรัพยากร แต่เขาเชื่อว่าการเข้าร่วมสงครามจะทำให้อิตาลีได้ดินแดนและความยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตามในปี 2488 มุสโสลินีถูกจับโดยฝ่ายต่อต้านอิตาลีและถูกประหารชีวิตพร้อมอนุภรรยา (เมียน้อย) คลาล่า แปตะชิ ใกล้ทะเลสาบโกโม ร่างของเขาถูกนำไปแขวนประจานในเมืองมิลาน เป็นการยืนยันการสิ้นชีวิตและสิ้นสุดยุคจอมเผด็จการของอิตาลี

1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดตั้งโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกในไทย ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา”

ย้อนกลับไปในวันนี้เมื่อ 136 ปีที่แล้ว ประเทศไทยกำเนิด ‘โรงพยาบาลคนเสียจริต’ เป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432

สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาเป็นโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกใน ประเทศไทย ก่อตั้งโดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432 โดยมีชื่อว่า 'โรงพยาบาลคนเสียจริต' ตั้งอยู่ที่ปากคลองสาน 

โรงพยาบาลคนเสียจริต ทำการรักษาผู้ป่วยโดยแพทย์ประจำ และแพทย์แผนไทย ต่อมามีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น ประกอบกับสถานที่คับแคบ นายแพทย์ไฮเอ็ด เจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล กระทรวงนครบาล ซึ่งถือว่าเป็นผู้อำนวยการคนแรกของโรงพยาบาลได้เสนอให้รัฐบาลซื้อที่ดิน และบ้านของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) หรือเจ้าคุณทหาร ที่ดินของนายเปียราชานุประพันธ์และที่ดินใกล้เคียงของราษฎรอื่น ๆ รวมเนื้อที่ 44 ไร่ครึ่งเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่

ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันฯ ในปัจจุบัน คือ อยู่ที่ริมคลองสานด้านตะวันตกตอนใต้ ห่างจากสถานที่เดิมประมาณ 600 เมตร การสร้างโรงพยาบาลคนเสียจริต อยู่ภายใต้การควบคุมของพระยาอายุรเวชวิจักษ์ (หมอคาธิวส์) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานโรงพยาบาลจิตเวชให้เป็นแบบตะวันตกอย่างแท้จริง โดยให้การบำบัดรักษาตามหลักวิชาการในสมัยนั้น พร้อมทั้งให้การดูแลผู้ป่วยด้วยความเมตตา กรุณา และมีมนุษยธรรม ในด้านสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลมีความร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้ดอก ไม้ใบสีสวย เรือนผู้ป่วยเป็นห้องมีลูกกรงสายบัว โปร่ง ไม่มีหน้าต่าง หลังคาสังกะสีทาสีแดง

ภายหลังมีแพทย์แผนปัจจุบันคนไทยจบการศึกษามารับราชการแทนชาวต่างประเทศ ศาสตราจารย์หลวงวิเชียรแพทยาคม (นายแพทย์เถียร ตูวิเชียร) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนแรกซึ่งเป็นคนไทย ท่านได้ไปศึกษาวิชาโรคจิตเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 ปี ท่านตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช จึงได้เผยแพร่ความรู้ทางด้านจิตเวชด้วยการเขียนบทความ บรรยาย ปาฐกถาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ และเลิกหวาดกลัวผู้ป่วยจิตเวช ท่านได้เปลี่ยนชื่อ “โรงพยาบาลคนเสียจริต” มาเป็น 'โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี' ในปี พ.ศ. 2475 เพื่อให้คนทั่วไปคลายความรังเกียจที่มีต่อผู้ป่วยจิตเวช

ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ผู้อำนวยการในช่วงปี พ.ศ. 2485 - 2502 ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งจิตเวชศาสตร์ไทย ท่านได้พัฒนาโรงพยาบาลโดยรื้อลูกกรงเหล็กแล้วเปลี่ยนเป็นมุ้งลวดแทน เปลี่ยนชื่อเรือนที่พักของผู้ป่วยเป็นชื่อดอกไม้เพื่อให้มีความหมายน่าชื่นใจ ในด้านการดูแลผู้ป่วยใช้หลักของความรัก ความเอาใจใส่ประดุจพ่อแม่ดูแลลูก ในด้านวิชาการท่านเป็นผู้วางรากฐานวิชาจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิตในการศึกษาก่อนและหลังปริญญา ท่านได้เปลี่ยนชื่อ 'โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี' มาเป็น 'โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา' ในปี พ.ศ. 2497 ตามชื่อของถนนสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งผ่านหน้าโรงพยาบาล เพื่อลดความกระดากใจของผู้มาใช้บริการ

โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาให้บริการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวช ประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ ประสาทจิตเวชศาสตร์ เป็นสถาบันฝึกอบรมทางด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในระดับก่อนและหลังปริญญา พัฒนางานวิชาการด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต ประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ ประสาทจิตเวชศาสตร์ และเพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น 'สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา' ในปี พ.ศ. 2545

2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ด้วยขบวนรถไฟพระที่นั่ง เยือน จ.นครราชสีมา เป็นครั้งแรก ในคราวปฏิบัติพระราชกรณียกิจภาคอีสาน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2498 หรือวันนี้เมื่อ 70 ปีที่แล้ว เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดนครราชสีมาเป็นครั้งแรก โดยเสด็จด้วยขบวนรถไฟพระที่นั่งถึงสถานีรถไฟเมืองนครราชสีมาในเวลา 14.48 น. เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรและปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ 

การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 2-20 พฤศจิกายน 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปยังสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง เช่น 

ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
ปราสาทหินพิมาย
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
ไทรงาม อำเภอพิมาย
ค่ายสุรนารี
อำเภอโนนไทย
สถานีรถไฟอำเภอบัวใหญ่
วัดสุทธจินดา

ระหว่างการเสด็จฯ ในอำเภอโนนไทย ทั้งสองพระองค์ทรงสนพระทัยและเสด็จฯ ทอดพระเนตร 'ดอกไก่โอก' ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าที่ชาวบ้านเรียกรวมถึงทรงถ่ายภาพไว้ 

ดอกไก่โอกนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า 'ทองพันดุล' และจะออกดอกเพียงปีละครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 

ต่อมา ดอกไก่โอกที่พระบรมวงศานุวงศ์ทรงสนพระทัยนี้ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ระลึกถึงการเสด็จฯ เยือนโคราชครั้งแรกอีกด้วย

3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 ‘ไลก้า’ สุนัขอวกาศโซเวียต ถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศเป็นครั้งแรก พร้อมกับยานอวกาศ สปุตนิก 2 ก่อนเสียชีวิตในอีก 6 วันต่อมา

ไลก้า (Laika) สุนัขอวกาศโซเวียต ชื่อที่มีความหมายว่า ‘ช่างเห่า’ คือสุนัขและสัตว์ตัวแรกที่โคจรรอบโลก และก็เป็นตัวแรกที่ตายในวงโคจรด้วยเช่นกัน

ไลก้าเดิมเป็นสุนัขเร่ร่อน ชื่อ คุดร์ยัฟกา แปลว่า ‘เจ้าขนหยิกน้อย’ เข้าสู่การฝึกกับสุนัขอื่นอีกสองตัว ในท้ายที่สุดไลก้าได้รับเลือกเป็นผู้โดยสารไปกับยานอวกาศ สปุตนิก 2 ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957)

เป็นที่รับทราบกันน้อยมากถึงผลกระทบของการบินในอวกาศที่มีต่อสิ่งมีชีวิต ในภารกิจของไลก้านั้นเทคโนโลยีในการผละออกจากวงโคจรยังไม่ถูกพัฒนา จึงไม่มีการคาดว่าไลก้าจะรอดชีวิต นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่ามนุษย์จะไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้จากการปล่อยหรือสภาพของอวกาศ 

ดังนั้น วิศวกรจึงมองว่าเที่ยวบินที่ส่งสัตว์ขึ้นสู่อวกาศด้วยนั้นจำเป็นก่อนภารกิจของมนุษย์

สาเหตุและเวลาการตายที่แท้จริงของไลก้านั้นไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่มีรายงานว่าไลก้าตายเพราะขาดออกซิเจนในวันที่หก หรือตามที่สหภาพโซเวียตอ้างแต่แรก ‘มันตายสบาย’ ก่อนออกซิเจนพร่องไปอีก

อย่างไรก็ดี การทดลองพิสูจน์ว่าไลก้าสามารถรอดชีวิตจากการปล่อยยานขึ้นสู่วงโคจรและทนต่อสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งเป็นการกรุยทางแก่การบินอวกาศของมนุษย์และให้ข้อมูลแรก ๆ บางส่วนแก่นักวิทยาศาสตร์ว่า สิ่งมีชีวิตตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมในการบินอวกาศอย่างไร

ครบรอบ 46 ปี เหตุการณ์ช็อกโลก กลุ่มหัวรุนแรงชาวอิหร่านยึดสถานทูตสหรัฐฯ จับนักการทูต เป็นตัวประกันนาน 444 วัน จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันเลวร้ายของ 2 ชาติ

ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) นักศึกษาชาวอิหร่านราว 300 - 500 คน ได้บุกฝ่ากองกำลังของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่คุ้มกันอยู่ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเตหะราน เข้าไปจับกุมตัวประกัน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอเมริกันส่งตัวพระเจ้าชาห์ โมฮัมเมด เรซา ปาห์เลวี (Mohammad Reza Pahlavi) ที่กำลังรักษาโรคมะเร็งอยู่ที่สหรัฐฯ กลับไปดำเนินคดีในอิหร่าน 

โดยเหตุการณ์ในตอนแรก กลุ่มนักศึกษาได้จับเจ้าหน้าที่อเมริกัน 52 คน เป็นตัวประกัน และยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องส่งตัวพระเจ้าชาห์กลับมา แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธคำเรียกร้องโดยอ้างว่า พระเจ้าชาห์กำลังรักษาตัวอยู่ นักศึกษาจึงเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านตัดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ทันทีและยกเลิกการขายน้ำมันให้

ขณะที่ทางสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้ตอบโต้ด้วยการให้อายัดทรัพย์สมบัติของอิหร่านทั้งหมดในสหรัฐฯ (ประมาณ 2 แสนล้านบาท) และก็ได้ส่งกองทัพเรือเข้าไปประชิดที่ทะเลอาหรับ

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้เจรจาเพื่อให้ปล่อยตัวประกันอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2524 อิหร่านจึงได้ปล่อยตัวประกันที่จับไว้ กินระยะเวลารวม 444 วัน

วิกฤตดังกล่าวยังนำไปสู่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศอ่อนแอลงจนถึงปัจจุบัน

5 พฤศจิกายน 2486 เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ครองนครลำพูน องค์สุดท้าย ถึงแก่พิราลัย สิ้นสุดระบอบ “เจ้าผู้ครองนคร” ล้านนา

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 เป็นวันที่เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย แห่งราชวงศ์ทิพย์จักร ได้ถึงแก่พิราลัย ถือเป็นวันสิ้นสุดระบอบเจ้าผู้ครองนครในล้านนา ระบบการปกครองที่ดำรงอยู่มาหลายศตวรรษก่อนหน้านี้

เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ (พระนามเดิม “เจ้าน้อยจักรคำ ณ ลำพูน”) ประสูติ พ.ศ. 2417 เป็นโอรสของเจ้าอินทยงยศโชติ ขึ้นครองนครลำพูนในสายราชวงศ์ทิพย์จักร ราชวงศ์ที่สืบทอดอำนาจปกครองนครลำพูนมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อสยามเริ่มผนวกรัฐล้านนาจากสถานะ “บรรณาการ” เข้ากับราชอาณาจักรอย่างเป็นระบบ แนวคิดการปกครองสมัยใหม่ทำให้บทบาท “เจ้าเมือง” ค่อย ๆ ถูกจัดวางใหม่ภายใต้ส่วนกลาง

หลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ซึ่งยุบระบบเจ้าผู้ครองนคร แสดงให้เห็นการปรับบทบาทจากการใช้อำนาจปกครองโดยตรงสู่บทบาทเชิงวัฒนธรรม

หนึ่งในคำพูดที่สะท้อนความหมายของวันสำคัญนี้คือ "นี่ไม่ใช่แค่การรำลึกถึงบุคคล แต่คือการเห็นหัวใจของเมืองที่ยังเต้นอยู่" ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การจากไปของเจ้าจักรคำฯ ไม่ใช่แค่การสิ้นสุดของบุคคล แต่หมายถึงความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และโครงสร้างสังคมของลำพูน

ร่องรอยความเปลี่ยนผ่านนี้สืบเนื่องมาในรูปแบบของโรงเรียนจักรคำคณาทร โรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดชื่อดัง สถานศึกษาที่ตั้งอยู่บนถนนสายสำคัญของเมือง รวมถึงวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ที่เป็นศูนย์กลางศรัทธาและแหล่งอนุรักษ์มรดกท้องถิ่น

วัน 5 พฤศจิกายน 2486 จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของล้านนาจากระบบเจ้าผู้ครองนครสู่การเป็นส่วนหนึ่งของรัฐไทยสมัยใหม่ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงของการเมือง วัฒนธรรม และสำนึกความเป็นเมืองในชีวิตประจำวันของชาวลำพูนในปัจจุบัน

เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ถึงแก่พิราลัย วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 รวมระยะเวลาที่ทรงครองนคร 32 ปี สิริชันษาได้ 69 ปี

6 พฤศจิกายน 2310 ‘พระเจ้าตาก’ กอบกู้เอกราชไทย ชนะศึกค่ายโพธิ์สามต้น หลังเสียกรุงได้เพียง 7 เดือน เปลี่ยนชะตาประวัติศาสตร์ชาติ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตีแตกค่ายโพธิ์สามต้นที่กรุงศรีอยุธยา คืนกรุงกลับมา หลังเสียกรุงได้เพียง 7 เดือน ถือเป็นวันกอบกู้เอกราชไทยที่สำคัญและจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ชาติอย่างแท้จริง บันทึกเวลาบ่ายโมงเศษของเหตุการณ์ในวันดังกล่าวยังได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากเอกสารราชการและกรมศิลปากร

กรมศิลปากรระบุว่า "เป็นวันกอบกู้เอกราชซึ่งแสดงถึงความทรงจำร่วมของคนไทย" ซึ่งสะท้อนความหมายทางยุทธศาสตร์และอัตลักษณ์รัฐชาติ วันที่ 6 พฤศจิกายน นอกจากเป็นวันชัยชนะทางทหาร ยังเป็นวันสร้างเรื่องเล่าร่วมของสังคมไทยหลังยุคอยุธยาที่เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูบ้านเมืองและรวมศูนย์อำนาจใหม่

หลังกรุงศรีอยุธยาแตกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2310 พระยาตากสินรวบรวมไพร่พลจากหัวเมืองตะวันออกและจันทบุรี ยกทัพเรือเข้าสู่ปากเจ้าพระยา ตีเมืองธนบุรีคืน แล้วเคลื่อนทัพขึ้นเหนือสู่กรุงศรีอยุธยา จุดหมายค่ายโพธิ์สามต้นซึ่งเป็นฐานทัพพม่าที่ควบคุมเส้นทางน้ำและคมนาคมภาคกลาง ชัยชนะในการตีแตกค่ายโพธิ์สามต้นทำลายกำลังหลักของพม่า เปิดเส้นทางยึดกรุงคืนในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลาบ่ายโมงเศษ

ค่ายโพธิ์สามต้นตั้งอยู่ในตำบลโพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันยังคงมีร่องรอยคูค่าย กำแพง รวมทั้งผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าของค่ายฝั่งตะวันตกที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาภาคสนาม เป็นภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ที่เผยให้เห็นบทบาทยุทธศาสตร์ของภูมิประเทศบริเวณนี้ในสงครามยุคอยุธยา

6 พฤศจิกายนจึงไม่ใช่แค่วันชัยชนะทางทหาร หากยังเป็นวันแห่งความทรงจำร่วมและสัญลักษณ์สถาปนาอำนาจใหม่ของชาติไทย หลังจากกอบกู้เอกราชด้วยชัยชนะครั้งสำคัญนี้ การเดินทางไปชมสนามประวัติศาสตร์ค่ายโพธิ์สามต้นในปัจจุบันจึงถือเป็นการสัมผัสกับพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเปลี่ยนทิศทางประวัติศาสตร์ไทยอย่างแท้จริง

7 พฤศจิกายน 2539 พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินทางชลมารค ในรัชกาลที่ 9 ณ วัดอรุณราชวราราม หนึ่งในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก เฉลิมพระเกียรติครองราชย์ครบ 50 ปี

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม พระราชพิธีกาญจนาภิเษกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระองค์ทรงครองราชสมบัติ เป็นปีที่ 50 ถือเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชสมบัติเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีหมายกำหนดการจัดงานพระราชพิธีกาญจนาภิเษก และงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ระหว่างวันที่ 8-10,12,14,23 มิถุนายน ,7พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 รวมทั้งสิ้น 7 วัน

โดย วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2539 เวลา 15.30 น. เป็นพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม

8 พฤศจิกายน 2490 พลโท ผิน ชุณหะวัณ นำรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาล ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โค่นกลุ่มปรีดี พนมยงค์ เปิดฉากยุค 'ผู้นำสามเส้า' การเมืองไทย

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 กลุ่มทหารนอกราชการที่นำโดย พลโท ผิน ชุณหะวัณ นำกำลังยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

รัฐประหารดังกล่าวเป็นการร่วมมือระหว่างพันธมิตรกลุ่มจอมพล แปลก พิบูลสงคราม และกลุ่มนิยมเจ้า เพื่อโค่นอำนาจของกลุ่มปรีดี พนมยงค์ (ซึ่งประกอบด้วยอดีตสมาชิกเสรีไทยและทหารเรือบางส่วน) โดยอาศัยช่องจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร 

ผลของรัฐประหารทำให้กลุ่มปรีดีและคณะราษฎรหมดอำนาจไป และแม้จอมพล แปลก พิบูลสงครามจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังจากนั้นแต่ก็ไม่ได้มีฐานอำนาจของตนเอง การเมืองไทยต่อมาอยู่ในช่วง 'ผู้นำสามเส้า' จนถึงปี 2500

9 พฤศจิกายน 2499 วันเกิดพระพรหมเอราวัณ ประดิษฐาน ณ โรงแรมเอราวัณ พิธีบวงสรวงยิ่งใหญ่ที่ราชประสงค์ ศูนย์รวมศรัทธากลางเมือง

ทุกปีของวันที่ 9 พฤศจิกายน บริเวณสี่แยกราชประสงค์ในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สวมชุดขาว ถือพานพวงมาลัยดาวเรือง เพื่อเข้าร่วมพิธีบวงสรวงและละครรำแก้บนต่อองค์ท้าวมหาพรหมเอราวัณ ความศรัทธานี้มีมาตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 เมื่อศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน เพื่อแก้เคล็ดความล่าช้าในการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ

พิธีบวงสรวงเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้ามืดโดยพราหมณ์ประจำศาลและเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะจนถึงเวลา 22.00 น. ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เตรียมเครื่องสักการะเช่นดอกบัว ธูป เทียน และพวงมาลัยดาวเรือง โดยมีกฎการแต่งกายที่สุภาพและเคารพสถานที่ "ทุกปีในเช้ามืดจะมีพิธีบวงสรวงใหญ่โดยพราหมณ์ประจำศาล" เป็นคำยืนยันถึงความสืบสานประเพณีนี้

ราชประสงค์ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังผสมผสานกับความเชื่อและศรัทธาของผู้คนที่นี่ กลายเป็นแลนด์มาร์กทางศาสนาสำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากประเทศใกล้เคียง เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่เดินทางมาขอพรเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ วันเกิดพระพรหมเอราวัณจึงเป็นวันที่ศรัทธาและวิถีชีวิตคนเมืองเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top