Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

จันทบุรี - สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการคัดเลือกเป็นกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ. 2561

วันนี้ ( 30 ก.ย.64 ) ที่โรงแรม มณีจันทร์รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ และการคัดเลือกกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกจากภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคพาณิชยกรรม ซึ่งเป็นการแบบลับมีการลงคะแนนเสียงโดยใช้คูหาของ กกต.ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด -19 ผ่านระบบวงจรปิดแยกห้องประชุม 2 ห้องห้องละ 40 คน ซึ่งนางสาวธารทิพย์ จันทร์พิทักษ์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก กล่าวรายงานว่า ด้วยพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ได้กำหนดให้มีองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งในประเทศและระดับลุ่มน้ำ โดยมาตรา 27 กำหนดให้มีคณะกรรมการลุ่มน้ำ

โดยมีองค์ประกอบ ประกอบด้วย (1) กรรมการลุ่มน้ำโดยตำแหน่ง (2) กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (3) กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ และ (4) กรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ และมาตรา 38 กำหนดให้บุคคลซึ่งใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงกันและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกัน มีสิทธิรวมตัวกันจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยการได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคพาณิชยกรรม ในแต่ละเขตลุ่มน้ำมาจากการคัดเลือกกันเองของผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำแต่ละภาค ซึ่งถูกเสนอชื่อโดยองค์กรผู้ใช้น้ำที่ได้จดทะเบียนก่อตั้งขึ้นตามมาตรา 38 และยังคงมีการดำเนินการขององค์กรผู้ใช้น้ำนั้น ในเขตลุ่มน้ำซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงการได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ และกรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการลุ่มน้ำ พ.ศ. 2564

สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดพิธีประกาศเกียรติคุณ สำหรับกำลังพล สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ที่รับราชการจนเกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ 2564

ในวันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน 2564 เวลา 8.30 น. พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณ สำหรับกำลังพลสังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ที่รับราชการจนเกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ 2564 เพื่อเป็นการสดุดี แก่ผู้เกษียณอายุราชการ  ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะ วิริยะ ทุ่มเท กำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม มาโดยตลอดชีวิตรับราชการ ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้จัดพิธีสวนสนามของกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ สำหรับเทิดเกียรติ ปลัดกระทรวงกลาโหม / รองปลัดกระทรวงกลาโหม / นายทหารชั้นนายพล และกำลังพลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ณ ลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตึกบัญชาการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน)

 

"การเดินทางของวัคซีน" จากการวางแผนสู่การปฏิบัติการกระจายวัคซีนไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าหนึ่งในทางออกจากวิกฤตโควิด-19 คือวัคซีน และการที่จะสร้างภูมิคุ้มกันในระดับสูง จำเป็นที่จะต้องมีการฉีดวัคซีนราวหนึ่งหมื่นล้านโดสทั่วโลกภายในสิ้นปี 2564 ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงความท้าทายครั้งใหญ่ด้านลอจิสติกส์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  สถานการณ์การแพร่ระบาดตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญของเครือข่ายลอจิสติกส์ระหว่างประเทศในการรองรับระบบซัพพลายเชนให้ดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องจนถึงการจัดส่งสิ่งของจำเป็นถึงปลายทาง


วันนี้ ประเทศไทยได้รับวัคซีนไฟเซอร์ไบออนเทคแล้วรวม 3.5 ล้านโดส ซึ่งขนส่งโดยดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส โดยในจำนวนนี้เป็นวัคซีน 2 ล้านโดสที่มาถึงไทยในวันที่ 29 กันยายน จนถึงปัจจุบันดีเอชแอลได้จัดส่งวัคซีนโควิด-19 กว่า 1 พันล้านโดสไปยัง 160 ประเทศทั่วโลก นับได้ว่า ดีเอชแอลมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเรื่องนี้มาตลอด บริษัทได้ส่งมอบบริการที่รวดเร็ว และน่าเชื่อถือสำหรับการขนส่งวัคซีนซึ่งมีข้อกำหนดที่เข้มงวดในการรักษาระดับอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการเชื่อมต่อผู้คนและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น ดีเอชแอลจะยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (cold chain infrastructure) ทำงานร่วมกับเครือข่ายระดับโลกที่แข็งแกร่ง เพิ่มพูนความรู้ด้านลอจิสติกส์ และประสบการณ์ของพนักงานดีเอชแอลอย่างต่อเนื่อง
โลกจะสามารถเอาชนะการแพร่ระบาดได้เร็วเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับ “การกระจายวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพ” ดีเอชแอลดำเนินการอย่างจริงจังตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาในการสร้างและขยายเครือข่ายระดับโลกสำหรับการขนส่งด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการสินค้าเพื่อสุขภาพ (Life Sciences & Healthcare - LSH) และตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องเริ่มจริงจังกับการแก้ไขอุปสรรคด้านลอจิสติกส์ในอนาคตอันใกล้

 จากผลการศึกษาของดีเอชแอลเรื่อง Revisiting Pandemic Resilience โครงสร้างระบบลอจิสติกส์และความสามารถในการรองรับสถานการณ์แพร่ระบาดเป็นสิ่งที่ยังคงต้องรักษาระดับคุณภาพไว้ เพราะประชากรโลกยังคงต้องการวัคซีนถึง 7-9 พันล้านโดสในปีต่อๆ ไป เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ และทำให้อัตราการติดเชื้อลดลง รวมถึงชะลอระยะการกลายพันธุ์ของไวรัสที่ไม่รวมการผันผวนที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล 

ข้อกำหนดด้านการควบคุมอุณหภูมิที่เคร่งครัด

หนึ่งในความท้าทายสำคัญที่สุดสำหรับการกระจายวัคซีนคือ การขนส่งวัคซีนภายใต้อุณหภูมิที่กำหนด โดยวัคซีนบางยี่ห้อจะต้องจัดเก็บในระดับอุณหภูมิต่ำมากที่ -80°C ซึ่งก่อให้เกิดความท้าทายด้านการขนส่งในระบบซัพพลายเชนทางการแพทย์ที่โดยปกติจะรองรับการจัดส่งวัคซีนที่อุณหภูมิประมาณ 2–8°C และในบางภูมิภาคไม่มีการจัดเก็บที่เอื้ออำนวยต่อการรักษาวัคซีน นอกจากนี้ ดีเอชแอลประเมินว่าจะต้องใช้พาเลทในการขนส่งมากถึง 200,000 พาเลท กล่องเก็บความเย็น 15 ล้านกล่อง และเที่ยวบินขนส่ง 15,000 เที่ยวบินไปยังจุดต่าง ๆ เพื่อรองรับการขนส่งวัคซีนหนึ่งหมื่นล้านโดสตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ 

วัคซีนเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง อ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม และจำเป็นต้องมีการควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด ซึ่งนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่สูงมาก ความผิดพลาดใด ๆ ในขั้นตอนการขนส่ง อาจหมายถึงความสูญเสียชีวิต ดังนั้นการขนส่งวัคซีนจึงต้องมีการประสานงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และต้องอาศัยบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การบรรจุหีบห่อ การจัดเก็บ การกำหนดเส้นทางการขนส่งทางอากาศและทางบก การกำหนดกรอบเวลา การเลือกบริษัทขนส่ง ข้อกำหนดการขนย้ายที่เฉพาะเจาะจง และอื่น ๆ

เราใช้จุดแข็งของเราจากการมีช่องทางการขนส่งที่หลากหลาย เช่น บริการจัดส่งพัสดุ บริการขนส่งทางอากาศ และเครื่องบินเช่าเหมาลำ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านลอจิสติกส์ควบคู่กับการขนส่งด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่มีอยู่เพื่อรองรับการขนส่งวัคซีนให้เป็นไปอย่างราบรื่น ตามข้อกำหนดด้านอุณหภูมิอย่างเคร่งครัด เราได้ลงทุนในโครงสร้างการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิเพิ่มขึ้น เช่น การจัดซื้อตู้แช่แข็งสำหรับอุณหภูมิที่ต่ำมาก รวมถึงขยายการให้บริการด้าน LSH, การรับรองจาก IATA CEIV Pharma สำหรับการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ GxP (การปฏิบัติงานที่เหมาะสม) ในประเทศเยอรมัน 

การจัดส่งเวชภัณฑ์ที่สำคัญไปยังสถานที่และเวลาตามกำหนด เป็นภารกิจที่เราต้องทำให้สำเร็จลุล่วงในแต่ละวัน โดยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญดังกล่าวได้ก่อเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สถานการณ์แพร่ระบาดในปัจจุบันย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีระบบซัพพลายเชนที่ก้าวล้ำโดยสามารถขนส่ง จัดเก็บยาและเวชภัณฑ์อย่างปลอดภัย และน่าเชื่อถือ  

การกระจายวัคซีนจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม

โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายคลังสินค้า และความสามารถด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความต่อเนื่องในการการขนส่งสินค้าเวชภัณฑ์ โซลูชั่นซัพพลายเชนแบบครบวงจร (end-to-end) และการตรวจสอบจำนวนสินค้าแบบเรียลไทม์ นั้นมีความสำคัญมากเพราะทำให้ความต้องการซื้อและความต้องการขายอยู่ในจุดที่สมดุล

เครือข่ายลอจิสติกส์ระดับโลกที่มีความแข็งแกร่ง ผ่านการรับรองตามมาตรฐานการขนส่ง และสามารถจัดเก็บผลิตภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ อย่างเช่นวัคซีน มีความจำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าเงื่อนไขต่าง ๆ และการตรวจสอบคุณภาพอยู่ในทุกขั้นตอนของซัพพลายเชน ทีมงานของดีเอชแอลประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้าน LSH กว่า 9,000 คนในเครือข่ายระดับโลก รวมถึงเภสัชกรกว่า 150 คน คลังจัดเก็บสำหรับการวิจัยทางการแพทย์กว่า 20 แห่ง สถานีกระจายสินค้าที่ผ่านการรับรองกว่า 100 แห่ง คลังสินค้าที่ผ่านการรับรอง GDP กว่า 160 แห่ง ศูนย์บริการที่ผ่านการรับรอง GMP กว่า 15 แห่ง และศูนย์บริการขนส่งด่วนทางการแพทย์กว่า 135 แห่ง  ด้วยเครื่องบินที่จัดเตรียมไว้สำหรับภารกิจนี้โดยเฉพาะกว่า 280 ลำ ทั้งจากดีเอชแอล สายการบินมากมายที่เป็นพาร์ทเนอร์ และเครือข่ายเกตเวย์และศูนย์กระจายสินค้าที่ครอบคลุมกว่า 220 ประเทศทั่วโลก ดีเอชแอลจึงพร้อมในการขนส่งวัคซีนโควิด-19 ไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การกระจายวัคซีนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้ไม่ใช่การแพร่ระบาดครั้งแรกที่โลกของเราต้องเผชิญ และแน่นอนว่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพื่อรองรับการจัดหาเวชภัณฑ์อย่างมั่นคงปลอดภัยทั้งในปัจจุบันและอนาคต รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือและมีระบบจัดการวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุข

การระบุและป้องกันวิกฤตการณ์ด้านสุขภาพแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งจำเป็นโดยต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจัง ระบบเตือนภัยทั่วโลกที่จำต้องขยายขอบเขตเพิ่มมากขึ้น แผนป้องกันการแพร่ระบาดที่ครอบคลุม และการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แบบเจาะจงเป้าหมาย ดีเอชแอลสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในแวดวงวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอ็นจีโอ บริษัทยา ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือบริษัทลอจิสติกส์ เริ่มดำเนินการทันที 

บทความโดย คุณเฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน



 

“Soft Power” เครื่องมือเปลี่ยนแปลงประเทศ สร้างชาติ - เศรษฐกิจ

ย้อนกลับไปดูในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา กระแส Soft Power ถูกนำกลับมาพูดอีกครั้ง ผ่านความสำเร็จใน Solo เดี่ยวครั้งแรกของ “ลิซ่า Blackpink” และเกิดการตั้งคำถามว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ มีปัจจัยอะไรประกอบกันบ้าง เพราะหลังจากที่ได้ปล่อยเพลงออกมาพร้อมกับมิวสิกวิดีโอ ดูเหมือนว่าทุกอย่างในมิวสิกวิดีโอจะกลายมาเป็นกระแสให้ถูกพูดถึง และข่าวทุกช่อง ทุกสำนักมีการนำเสนอ เช่น การนับจำนวนเสื้อผ้าที่ใส่ใน MV ว่ามีทั้งหมดกี่ชุด, ฉากต่าง ๆ ในมิวสิกวิดีโอที่มีการวิเคราะห์องค์ประกอบต่าง ๆ ส่งผลให้มีการ Cover ทั้งจากคนดังในวงการบันเทิง และคนทั่วไปอย่างท่วมท้น รวมไปถึงยอดวิวในยูทูบและยอดสั่งจองซิงเกิลที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย

กระแสความแรงของลิซ่าไม่ได้อยู่แค่ในผลงานของตัวเอง แต่อิทธิพลความดังและการเป็นผู้นำทางความคิดยังแสดงให้เห็นผ่านการให้สัมภาษณ์ในรายการ “วู้ดดี้โชว์” ที่ได้พูดถึงอาหารโปรดของลิซ่า นั่นก็คือ “ลูกชิ้นยืนกิน” ที่มีน้ำจิ้มพริกเผารสเด็ดเป็นจุดเด่น อยู่หลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ที่คุณแม่เคยพาไปกินสมัยเด็ก ๆ จากนั้นก็ทำให้กระแสการกินลูกชิ้นโด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน ขายดิบขายดี มีทั้งส่งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ หรือแม้แต่การจัดงานเป็นเทศกาล มีการกินลูกชิ้น การแสดง Cover เพลงและแต่งตัวตามในมิวสิควิดีโอของลิซ่า ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้กับจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งถือว่าทำให้เศรษฐกิจคึกคักขึ้นมาได้ในช่วงที่ต้องประสบกับสภาวะโควิด-19 แบบนี้ 

นี่คือความ Mass ที่สามารถเข้าถึงมวลชนได้อย่างไร้ที่ติ ผ่านการนำเสนอจากทุกช่องทางของสื่อมวลชน กลายเป็นผู้นำทางความคิด และเกิดกระแสการถ่ายทอดวัฒนธรรมให้ได้เห็นกันจากปรากฏการณ์นี้ ความสำเร็จนี้ จากทั้งความสามารถของลิซ่า และการฝึกฝนของค่าย YG Entertainment ที่ทำให้ลิซ่าได้กลายมาเป็นศิลปินที่มีผลงานอย่างโดดเด่น ประสบความสำเร็จทั้งในระดับเอเชียและทั่วโลก แสดงให้เห็นแล้วว่า พลังของ Soft Power ที่เราชอบพูดถึงกันนั้นมันเป็นอย่างไร 

กระแสลิซ่ากลายเป็นกรณีศึกษาทั้งในแวดวงบันเทิง และวงการการศึกษาในแง่มุมต่าง ๆ ที่เราได้เห็นบทสัมภาษณ์ของนักวิชาต่าง ๆ ได้ออกมาถ่ายทอดแต่ละมุมมองที่ต่างกันไป ทั้งเรื่องของเพลง ศิลปะ วัฒนธรรม เครื่องแต่งกาย ซึ่งทุกคนได้เห็นแล้วว่าแม้จะเป็นเพลงที่ร้องผ่านภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ แต่ความสากลของดนตรี ก็มิได้เป็นอุปสรรคที่ขวางกั้นเรื่องของภาษา เหมือนกับซีรีส์เกาหลีเรื่องต่าง ๆ ที่เราได้ดูและชื่นชอบ ก้าวข้ามผ่านจากความสำเร็จในประเทศ ออกสู่ต่างประเทศและขยายไปในวงกว้าง 

ซึ่งนอกจากปรากฏการณ์ความสำเร็จของลิซ่าในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่ถูกพูดถึงและหยิบยกมาศึกษา อีกหนึ่งกรณีตัวอย่างที่ตอกย้ำความสำเร็จว่าการจะขายวัฒนธรรมของประเทศ คือการคุยในเรื่องที่พลเมืองโลกสนใจ แม้จะเป็นงานทางด้านดนตรี ก็ต้องมีการสร้างสรรค์งานที่ทำให้คนยอมรับได้ในแบบสากล

เลขาฯสมช.เข้าทำเนียบ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ฟิต ถก ศปก.ศบค.วันแรก หลังศบค.ผ่อนคลายมาตรการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยเข้าสักการะท้าวมหาพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นไหว้ศาลพระภูมิ ศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นสิริมงคลในโอกาสรับตำแหน่งใหม่

จากนั้นเวลา09.00 น.พล.อ.สุพจน์ ร่วมประชุมศูนย์ปฎิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศปก.ศบค.)ประจำวัน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่1ต.ค.นี้ ถือเป็นวันแรกของการปรับมาตรการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมต่างๆ

อย่าชะล่าใจ!! หมอธีระวัฒน์' เตือน!! คนเคยป่วยโควิดอย่าวางใจ ติดเชื้อแล้ว มีโอกาสติดใหม่ได้ ชี้โควิดยุคนี้ คงต้องปรับเปลี่ยนตามข้อเท็จจริงและสถานการณ์อยู่ตลอด

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดังนี้...

1 - ติดโควิดไปแล้ว ติดใหม่ยังได้อยู่

ติดไปหยกๆ 3 เดือนที่แล้ว มี
อาการนิดๆ หน่อยๆ ตามกฎ ไม่ต้องตรวจก็ได้
แต่มีที่ตรวจแล้วพบไวรัสมากมาย

“นิทานวาดหวัง ผลงานใหม่ 3 นิ้ว ฝันไปไกลกว่าอดีต” | MEET THE STATES TIMES EP.25

???? “นิทานวาดหวัง ผลงานใหม่ 3 นิ้ว ฝันไปไกลกว่าอดีต”​​​ ​​​!!
????นิทานหลอกเด็ก! จรรโลงใจหรือล้างสมอง!? หาคำตอบพร้อมกันคืนนี้!!

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

???? ดำเนินรายการโดย หยกTHE STATES TIMES

กาแฟของพ่อ จุดเริ่มต้นจากกาแฟ แค่ 2-3 ต้น | MEET THE STATES TIMES EP.26

???? “กาแฟของพ่อ” จุดเริ่มต้นจากกาแฟ แค่ 2-3 ต้น
???? เรื่องราวบนยอดดอยสูง เปลี่ยนจากแดนฝิ่น...เป็น ‘ถิ่นกาแฟ’ ใต้พระบารมีในหลวง ร.9 

???? ในรายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

???? ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES
 

เช็คบัญชีด่วน คลังโอนเงิน 1,500 บาทใส่คนละครึ่งแล้ว

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (1 ต.ค.) กระทรวงการคลัง ได้โอนเงินคนละครึ่งรอบที่ 2 จำนวน 1,500 บาท เข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง แล้วโดยนำไปรวมกับวงเงินสิทธิคงเหลือจากในรอบแรกให้อัตโนมัติ ส่วนประชาชนที่ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3 หลังวันที่ 1 ต.ค.นั้น จะได้รับวงเงินรวมทั้งสิ้น 3,000 บาท กระตุ้นให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยเมื่อรวมมาตรการต่าง ๆ ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษนั้น มียอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการ ผู้ใช้สิทธิสะสมรวม 39.08 ล้านคน ยอดใช้จ่าย สะสม รวม 78,611.1 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตามในวันที่ 4 ต.ค.เป็นต้นไป ประชาชนจะสามารถใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 3 และยิ่งใช้ยิ่งได้ ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ อย่าง GRAB และ LINE MAN ได้ โดยตอนนี้มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 30,000 ราย ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเข้าถึงบริการได้มากขึ้น สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ในยุคโควิด-19 และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ให้ขยายตัวมากขึ้นด้วย 

กทม.เตือน 11 ชุมชน ใน 7 เขตกรุงเทพฯ เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และให้ประชาชนขนของขึ้นที่สูง ซึ่งระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นช่วงวันนี้ - 5 ตุลาคม 2564 

1 ตุลาคม 2564 จากกรณีสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณจังหวัดที่อยู่ตอนบนของกรุงเทพฯ ทำให้มีน้ำเหนือปริมาณมากไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา โดยพื้นที่กรุงเทพฯ มีพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งมวลน้ำอาจเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่

ด้านเฟซบุ๊กเพจ "กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์" ได้ออกประกาศเตือนโดยระบุข้อความว่า กทม. แจ้งเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูง ระหว่างวันที่ 1-5 ต.ค.64 

จากการสำรวจมีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วม 11 ชุมชน จำนวน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 เขต ได้แก่ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และคลองสาน 

ขอให้เตรียมขนย้ายสิ่งของให้อยู่ในที่สูง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหากเกิดปัญหาระดับน้ำขึ้นสูงในช่วงเวลาดังกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top