ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.)พล.อ. สันติพงษ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการดูแลสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาที่มีการสู้รบ โดยเฉพาะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวขบวนการค้าอาวุธสงคราม
ว่า กองทัพบกโดย 7 กองกำลังชายแดน มีวิธีปฏิบัติในการดูแลเรื่องดังกล่าวที่ชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ดูแลเฝ้าระวังแนวชายแดนอย่างเต็มที่ เราไม่ยอมให้มีการลักลอบหรือนำสิ่งผิดกฎหมายข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโดยเด็ดขาด
ในขณะที่การดูแลคลังอาวุธของกองทัพนั้น กองทัพบก มีมาตรการ ควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างดี มีระเบียบการตรวจตรา ที่ชัดเจนและมีผู้รับผิดชอบ และยืนยันว่าไม่มีอาวุธ หลุดจากคลังกองทัพแน่นอน
ด้าน พ.ต.หญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก มีภารกิจสำคัญในการรักษาอธิปไตยของชาติ ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน และปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบตลอดแนวชายแดนของราชอาณาจักรไทย
โดยในปี 2565 กองทัพบกจัดอัตรากำลังพลในกองกำลัง ป้องกันชายแดนในส่วนของกองทัพบก จำนวน 24,305 อัตรา ปฏิบัติภารกิจใน 7 กองกำลัง ได้แก่ ประกอบด้วย กองกำลังบูรพา, กองกำลังสุรสีห์, กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, กองกำลังสุรนารี, กองกำลังนเรศวร, กองกำลังผาเมือง และ กองกำลังเทพสตรี ปฏิบัติหน้าที่สำคัญหลายประการ อาทิ
1. ลาดตระเวนระยะทาง 5,656 กม. ตลอดแนวชายแดนไทย ในพื้นที่ 31 จังหวัด ทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งเป็นเส้นทางหลัก, ช่องทางธรรมชาติ, ช่องทางอื่นๆที่ยากต่อการเข้าถึง เช่น เขาสูง, ป่าภูเขา, หุบเขาลาดชัน เป็นต้น
-พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา รวมระยะทาง 2,401 กม.
- พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมระยะทาง 798 กม.
- พื้นที่ชายแดนไทย-ลาว รวมระยะทาง 1,810 กม.
- พื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย รวมระยะทาง 647 กม.
2. ปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นยาเสพติด, สินค้าหนีภาษี, การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ
3. ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จัดกำลังเฝ้าระวัง ป้องกันตลอดแนวชายแดน
ทั้งทางบกและทางน้ำ ตลอด24 ชั่วโมง เพื่อ ป้องกันการระบาดของโรคเข้ามายังพื้นที่ตอนใน
4. บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจและ
ตรวจคัดกรองจุดผ่านแดน โดยกำลังพล 2,913 นาย/วัน
5. จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ อาทิ การช่วยดับไฟป่า, อัคคีภัย, วาตภัย, อุทกภัย เป็นต้น