Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

คนไทย ผนึกกำลัง นักธุรกิจสิงคโปร์ ห่วง “บุคลากรทางการแพทย์” มอบอาหารคุณภาพดีจากครัวปันอิ่ม-เครื่องผลิตออกซิเจน ให้โรงพยาบาลธัญบุรี ใช้ดูแลผู้ป่วยโควิด

(29 ก.ย.64)​  ที่โรงพยาบาลธัญบุรี จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พร้อมกลุ่มคนรักรองรุธเพื่อสังคม นำโดย นายรัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช ผชช.สว. เพื่อน 4ส11 สถาบันพระปกเกล้า นายรังสรรค์ กาญจนสมศักดิ์ ประธานกลุ่มบริษัท สินทรากรุ๊ป นายอรัล ลิม  (Mr.Alan Lim) ประธานหอการค้าสิงคโปร์ในประเทศไทย นำเครื่องผลิตออกซิเจนทางการแพทย์ความเข้มข้นสูง จำนวน 2 เครื่อง มอบให้ โรงพยาบาลธัญบุรี เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยของโรงพยาบาล ที่อยู่ระหว่างการเข้ารักษาโรคไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ตัวแทนนักศึกษา สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 12 (สสสส.12) พร้อมกลุ่มพันธมิตรจิตอาสา มูลนิธิสหชาติ ส่งมอบอาหารปรุงสุขพร้อมทาน โครงการ ครัวปันอิ่ม เรียงร้อยใจ สู้ภัยโควิด-19 จากเครือซีพี มอบให้บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และผู้ป่วยได้รับประทาน โดยมี นพ.มติ ดุรงค์ฤทธิ์ชัย แพทย์เชี่ยวชาญและเป็นประธานองค์กรแพทย์ โรงพยาบาลธัญบุรี เป็นผู้รับมอบและให้การต้อนรับ

นพ.มติ ดุรงค์ฤทธิ์ชัย เปิดเผยว่า ขอบคุณกลุ่มพันธมิตรจิตอาสา บริษัทซีพี และหอการค้าสิงคโปร์-ไทย ที่มาบริจาคเครื่องผลิตออกซิเจน 10 ลิตร เครื่องละ 2 หัวจ่าย ซึ่งมีประโยชน์มากในรายที่ผู้ป่วยต้องให้ออกซิเจน ทั้งผู้ป่วยโควิด และผู้ป่วยทั่วไป สามารถใช้ได้ทั้งในโรงพยาบาล และในบ้าน ซึ่งมีประโยชน์ ถือว่าเป็นการช่วยชีวิต หรือชลอการป่วยหนักของผู้ป่วยโควิด และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ 

นพ.มติ ดุรงค์ฤทธิ์ชัย เปิดเผยต่อว่า ส่วนอาหารกล่องของซีพี ซึ่งเป็นอาหารที่ดีมีคุณภาพ อันนี้ถือเป็นกำลังใจ ทางโรงพยาบาลสามารถแจกจ่ายให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยในหอผู้ป่วย และยังแบ่งปันให้ผู้ป่วย รวมทั้งประชาชนทั่วไป ได้บริโภคของดี มีคุณภาพ ถือเป็นน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวไทยที่เอื้อเฟื้อในสถานการณ์ที่ยากลำบากของประเทศ คนไทยไม่เคยลืมกัน ในนามโรงพยาบาลธัญบุรี และคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ ที่ได้รับการเกื้อหนุนนี้ ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มาให้กำลังใจถึงที่

ด้านนายอรัล ลิม กล่าวว่า เริ่มจากรัฐาลไทย ช่วยเหลือชาวต่างชาติที่มาอยู่เมืองไทย มาทำธุรกิจที่เมืองไทย ได้รับวัคซีนไปด้วย ไม่ได้ทิ้งเรา พวกนักธุรกิจจึงคิดกันว่าจะทำอะไรที่ช่วยสังคมกลับไปได้ ตอนนี้โควิดระบาด ส่งผลเกิดความลำบาก พวกเราจึงระดมทุน จากหอการค้ามาเลย์ หอการค้าเกาหลี หอการค้าไต้หวัน บางทีมาจากเพื่อน ที่มีบริษัท บริจาค ซึ่งข้าวไปแจก รวมทั้งเครื่องออกซิเจน ช่วยหายใจ มาบรรเทาภาระของโรงพยาบาล จริงๆเครื่องหายใจไม่เพียงพอ ถ้ามีเครื่องหายใจมากพอ จะทำให้ฟื้นฟูได้เร็วลดการรอห้อง รอเตียง ทางคณะของเราตั้งใจมอบเครื่องผลิตออกซิเจน 36 เครื่อง ได้แจกไปแล้ว 20 เครื่อง ยังเหลือ 16 เครื่อง ส่วนมากจะมอบให้โรงพยาบาล ที่เป็นโรงพยาบาลสนาม  

1 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ที่ 4

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี มีพระนามเดิมว่า "เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมติเทวาวงศ์พงษ์อิศรกษัตริย์" เสด็จพระราชสมภพวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ในสมัยรัชกาลที่ 1 ณ นิวาสสถานในพระราชนิเวศน์เดิม ด้านใต้ของวัดอรุณราชวราราม เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 43 และเป็นลำดับที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี

เมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา ทรงประกอบพระราชพิธีโสกัณฑ์ จากนั้นทรงผนวชเป็นสามเณรอยู่ 7 เดือน จึงลาผนวชเจ้าฟ้ามงกุฎ ทรงศึกษาเล่าเรียนอักษรสยาม ตั้งแต่เมื่อครั้งประทับ ณ พระราชวังเดิมในสำนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ขุน) วัดโมลีโลกยาราม เมื่อพระชนมายุ 20 พรรษา ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ระยะแรกทรงจำพรรษา ณ วัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) ต่อมาได้เสด็จมาประทับ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เพื่อทรงศึกษาพระปริยัติธรรม ทรงสอบได้ เปรียญ 5 ประโยค ทรงเชี่ยวชาญรอบรู้ในพระไตรปิฎก จากนั้นได้เสด็จไปประทับ ณ วัดสมอราย

ในขณะที่ทรงผนวชอยู่นั้น รัชกาลที่ 2 ได้เสด็จสวรรคต ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ได้ทูลเชิญ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ขึ้นเป็นรัชกาลที่ 3 ทั้ง ๆ ที่พระองค์มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์อย่างพร้อมบูรณ์ ตามโบราณราชประเพณี พระองค์จึงตัดสินพระทัยผนวชเป็นภิกษุในผ้ากาสาวพัสตร์ต่อไป ขณะที่ทรงผนวชอยู่ได้ศึกษาภาษาอังกฤษจนสามารถพูดและเขียนได้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์แรกในทวีปเอเชียที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ นอกจากนี้ยังทรงศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมืองและศาสนา ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วยพระองค์เอง ทรงปรับปรุงแก้ไขวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ให้เคร่งครัดขึ้น ทำให้เกิดพระสงฆ์คณะใหม่ขึ้น เรียกว่า ธรรมยุติกนิกาย ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เชิญเสด็จมาประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เจ้าฟ้ามงกุฎ จึงได้ลาผนวช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (สมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ วิสุทธสมมติเทพยพงศ์วงษาดิศวรกระษัตริย์ วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันบรมมหาจักรพรรดิราชสังกายบรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตรพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394 ขณะที่มีพระชนมายุได้ 47 พรรษา ทรงมีพระนามย่อว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พร้อมกันนี้ พระองค์ทรงสถาปนาสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ที่กรมพระราชวังบวรสถานมงคลมีพระราชพิธีบวรราชาภิเษกและทรงรับพระบวรราชโองการ ให้พระเกียรติยศเสมอด้วยพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ 2 โดยได้รับการเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนในฝ่ายสมณศักดิ์นั้น พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส โดยมหาสมณุตมาภิเษกขึ้นเป็น กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระสังฆราช เป็นต้น

น้ำใจ "ชาวจีน" ร่วมช่วยชาวไทยผู้ประสบภัยโควิด-19 มอบสิ่งของให้ "มูลนิธิออทิสติกไทย" ส่งต่อช่วยคนพิการ

ณ มูลนิธิออทิสติกไทย  (Autistic Thai Foundation) เลขที่ 11 หมู่ 12 ซอยบางพรม 29 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร "Mr.Sunny Zhang-Cheng" ผู้บริหาร บริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์ และภาคธุรกิจ สถานประกอบการ "ชาวจีน" ในประเทศไทย เดินทางมามอบสิ่งของ อาทิเช่น ข้าวสาร / บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป / นม / หน้ากากอนามัย ฯลฯ ให้กับ "มูลนิธิออทิสติกไทย" เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนคนไทย คนยากไร้ คนพิการ และขอเป็นขวัญกำลังใจให้คนไทยและเพื่อนมนุษย์ ที่กำลังเผชิญปัญหาโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้มีพลังกาย พลังใจ ในการต่อสู้ปัญหาต่าง ๆ อยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน "เราไม่ทิ้งกัน"

ในการนี้ "อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์ " ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย และ ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหาร และภาคธุรกิจ สถานประกอบ "ชาวจีน" ที่ในวันนี้ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนคนไทย คนยากไร้ และคนพิการ ที่กำลังเผชิญปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตทั้งทางตรง และทางอ้อม

ที่ปรึกษาฮุนเซน เข้าพบ "จุรินทร์" ขอให้ไทยเร่งเปิดด่านหนองเอี่ยน ส่วนไทยหวังประชุม JTC จะส่งเสริมการค้าระหว่าง ไทย-กัมพูชา ในต้นปีหน้า

รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา ได้ทำหน้าที่ประสานและนำ Dr.Sok Sokrethya ที่ปรึกษาส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน ผู้แทนรัฐบาลกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าพบท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้องรับรอง ชั้น 9 กระทรวงพาณิชย์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลของสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น

นอกจากนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมืองรุ่นใหม่ของกัมพูชากับของประเทศไทย ตลอดจนเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสวงหาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ในช่วงที่ทั้งสองประเทศเกิดโควิดและหลังจากสถานการณ์โควิดผ่านไปแล้วด้วย

ภายหลังจากที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้กล่าวต้อนรับท่านรัฐมนตรีจากกัมพูชาด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งแล้ว

ท่านที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโซ ฮุนเซน และรัฐมนตรีช่วยการท่องเที่ยวของกัมพูชาได้ขอหารือในประเด็นสำคัญ 3 ประเด็นคือ

ประเด็นที่1 ให้ฝั่งไทยช่วยเร่งรัดในการแก้ปัญหาการจราจรหน้าด่านที่ฝั่งไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้สินค้าจากไทยข้ามไปกัมพูชาได้โดยเร็วและสะดวกขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของระบบการจัดทำเอกสารที่กัมพูชาเห็นว่าอาจสามารถลดลงได้ เพื่อความสะดวกในการทำการค้าระหว่างสองประเทศ

ประเด็นที่2 กัมพูชาใคร่ขอให้ไทยเร่งรัดการเปิดด่านหนองเอี่ยน เพื่อถ่ายเทการจราจรระหว่างสองประเทศอีกช่องทางหนึ่ง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการค้าระหว่างสองประเทศมากยิ่งขึ้น

ประเด็นที่3 กัมพูชาใคร่ขอให้ฝั่งไทยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างกันให้ได้รับความสะดวกมากขึ้นโดยเฉพาะข้อตกลงในเรื่องมาตรการด้านสุขอนามัยระหว่างกัน

ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เรียนให้ท่านที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จฮุนเซนและผู้แทนของรัฐบาลกัมพูชาว่า

ประเด็นที่1 การเปิดด่านหนองเอี่ยนมีความเห็นตรงกันระหว่างสองประเทศคือไทยกับกัมพูชา เพราะเมื่อครั้งที่ตนไปเยือนกัมพูชาก่อนเกิดโควิด ได้เจรจากับท่านรัฐมนตรีการค้าท่านปาน สรศักดิ์ ที่พนมเปญ และมีความเห็นตรงกันว่าจะใช้วิธีการเปิดด่านหนองเอี่ยน โดยไม่ต้องรอให้ด่านฝั่งไทยสร้างเสร็จแบบถาวร แต่จะใช้ตู้คอนเทนเนอร์ไปพลางก่อนเพื่อการค้าระหว่างกันจะได้เดินหน้าได้ ซึ่งจะมีการหารือเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหา เช่น การติดขัดในบางส่วนให้เสร็จโดยเร็ว

ประเด็นที่2 ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ขอให้ท่านที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน และผู้แทนของรัฐบาลกัมพูชาได้ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าไทยที่ไปโพสต์ขายอยู่ใน klangthai.com ของกัมพูชาประมาณ 220 กว่ารายการ ให้ชาวกัมพูชาได้รับทราบเพิ่มเติม

ประเด็นที่3  ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งให้ท่านที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน ตัวแทนของรัฐบาลกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการการท่องเที่ยวของกัมพูชาทราบว่าใน หลังจากเลขาธิการอาเซียนของประเทศบรูไนหมดวาระ ลงในปีหน้า จะเป็นประเทศกัมพูชาที่จะทำหน้าที่เลขาธิการอาเซียนต่อไปประเทศไทยยินดีที่จะสนับสนุนชื่อบุคคลที่ประเทศกัมพูชาได้เสนอขึ้นมา และสุดท้าย

ประเด็นที่4 ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เรียนว่าท่านประสงค์จะเห็นการประชุม JTC เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างไทยกับกัมพูชามากขึ้นโดยในปี 2561 กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ปี 2562 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แต่เกิดสถานการณ์โควิดขึ้น ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จึงได้เรียนให้ทราบว่า ถ้าเป็นไปได้อยากเห็นการประชุม JTC ระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกันในต้นปีหน้า

สำนักนายกฯ ทุ่ม 2 ล้าน จ้างที่ปรึกษาฯ ทำโพล ‘คนไทยรับรู้-เชื่อมั่น’ ต่อผลงาน/นโยบายรัฐบาล ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา’? กำหนดระยะเวลา 3 เดือน ต.ค.- ธ.ค. 2564 

มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เผยแพร่ประกาศโครงการว่าจ้างที่ปรึกษาสำรวจการรับรู้ของประชาชนที่มีต่อนโยบายและผลงานรัฐบาลและความเชื่อมั่นที่มีต่อการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี

โครงการนี้ ดำเนินการโดย ‘สำนักโฆษก’ ตามวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและตามราคากลาง สำหรับว่าจ้างที่ปรึกษา วงเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคามาตรฐานตามที่สำนักงบประมาณ หรือหน่วยงานกลางจากสถาบันการศึกษาอื่นกำหนด

โครงการดังกล่าว กำหนดวงเงินเพื่อเป็น ‘ค่าตอบแทนบุคลากร’ จำนวน 1,203,880 บาท

'นายกตู่' โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม พร้อมแนะนำ 4 แอปพลิเคชัน สำหรับการติดตามสถานการณ์ ให้คำแนะนำ และแจ้งเหตุ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha หลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ว่า 

เมื่อผมได้รับรายงานว่า จังหวัดชัยภูมิ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ผมจึงไม่รอช้าที่จะเดินทางลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์เมื่อวานนี้ (29 ก.ย.) เพื่อให้กำลังใจพี่น้องประชาชนชาวชัยภูมิ รวมถึงมอบนโยบายให้ทางจังหวัดเร่งรัดแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่ แม้ว่าผมจะใช้เวลาไม่นานนัก แต่ส่วนตัวก็มีความรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้กลับมาที่ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณแม่ของผม ผมจึงเดินทางมาด้วยความห่วงใย และได้มาเห็นปัญหาที่ยังมีอีกมากที่ต้องจะต้องเร่งแก้ไขให้สำเร็จ ทั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วม รวมไปถึงการพัฒนาจังหวัดหลังจากน้ำท่วมคลี่คลายลงแล้วด้วย

สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกได้จากทุกๆ ครั้งที่ลงพื้นที่ นั่นคือการได้เห็นพี่น้องคนไทยจำนวนมากที่ประสบภัย แต่สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้ ทุกคนยังมีรอยยิ้ม ซึ่งเป็นรอยยิ้มของนักสู้ ที่สร้างกำลังใจให้แก่กัน ทั้งๆ ที่เจตนาแรกเริ่มของผมคือการเดินทางไปปลอบขวัญผู้ประสบภัยถึงพื้นที่ แต่ผมเองกลับได้รับกำลังใจกลับคืนมาทุกครั้ง ผมจึงขอส่งต่อกำลังใจและสิ่งดีๆ เหล่านั้น ไปสู่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และอาสาสมัครทุกคนในพื้นที่ โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่ถือว่าต้องแบกรับภาระเพิ่มเป็นสองเท่า ทั้งโควิด ทั้งน้ำท่วม

ใจจริงแล้ว ผมอยากจะลงพื้นที่ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะผมทราบดีว่าทุกวินาทีคือความทุกข์ยากของพี่น้องร่วมชาติ แม้ว่าในบางพื้นที่ผมอาจจะยังไม่ได้ลงไป แต่ก็มีความห่วงใยอยู่เสมอ และได้ติดตามวิกฤตน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ผมได้สั่งการให้รายงานสถานการณ์มายังผมอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้สั่งการผ่านกลไกในระดับรัฐบาล ลงไปยังระดับท้องถิ่น สนับสนุนการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่ ให้ดูแลพี่น้องผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง จนกว่าน้ำจะลด แล้วเข้าสู่การเยียวยา และฟื้นฟูต่อไป

'สโลวีเนีย' ระงับใช้วัคซีน 'จอห์นสัน&จอห์นสัน' หลังพบผู้เสียชีวิต จากเลือดออกในสมอง-ลิ่มเลือดอุดตัน

รัฐบาลสโลวีเนียสั่งให้ระงับการใช้งานวัคซีนป้องกันโควิด-19 ‘แจนเซน’ ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันชั่วคราวเมื่อวันพุธ ภายหลังมีหญิงวัย 20 ปีเสียชีวิต เพราะภาวะเลือดออกในสมองและลิ่มเลือดอุดตัน หลังจากฉีดวัคซีนนี้ได้ไม่กี่วัน

เอเอฟพีอ้างคำแถลงของยาเนซ โพคลูคาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสโลวีเนีย ที่กรุงลูบลิยานา เมื่อวันพุธที่ 29 กันยายน ว่า กระทรวงได้ขอให้สถาบันสาธารณสุขระงับการฉีดวัคซีนแจนเซนเป็นการชั่วคราว จนกว่ารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้จะมีความชัดเจน

โบยานา บีโอวิช หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษารัฐบาลแนะนำให้ระงับการใช้วัคซีนนี้ หลังจากรับรู้ว่าอาจมีความเชื่อมโยงไม่พึงประสงค์ระหว่างการเสียชีวิตกับการฉีดวัคซีน

รายงานของสื่อสโลวีเนียกล่าวว่า สตรีรายนี้เข้ารักษาในโรงพยาบาลเมื่อวันจันทร์ด้วยอาการรุนแรง เธอเพิ่งฉีดวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันไม่กี่วันก่อนหน้านี้

คาดกินเจปีนี้บรรยากาศเงียบ เงินสะพัดแค่ 3,600 ล้าน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยสถานการณ์และบรรยากาศในการจับจ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลกินเจ ระหว่างวันที่ 6-14 ต.ค. 2564 ว่า ในช่วงเทศกาลกินเจปี 2564 คนกรุงเทพฯ จะมีค่าใช้จ่ายตลอดช่วงเทศกาลคิดเป็นมูลค่า 3,600 ล้านบาท หดตัว 8.2% เมื่อเทียบกับเทศกาลกินเจปีก่อน โดยส่วนใหญ่น่าจะยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน แม้ว่าผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า คนกรุงเทพฯ 55% ยังคงสนใจเข้าร่วมเทศกาลกินเจ แต่มีการปรับลดจำนวนวันในการกินเจลงเมื่อเทียบกับปีก่อน 

ทั้งนี้แม้ผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า คนกรุงเทพฯ 55% ยังคงสนใจเข้าร่วมเทศกาลกินเจ แต่มีการปรับลดจำนวนวันในการกินเจลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากความไม่สะดวกในการบริโภค เนื่องจากเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปสู่การ Work From Home และลดการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นข้อจำกัดของการเข้าถึงแหล่งจับจ่ายที่คุ้นเคยในปีก่อนๆ ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจร้านอาหารข้างทางบริเวณสถานที่ทำงาน ทั้งแบบตักขายและนั่งทานในร้านอาจได้รับผลกระทบจากความกังวลของผู้บริโภคในเรื่องของความปลอดภัยและไม่สะดวกในการออกไปจับจ่าย

“สงคราม”ชี้ “บิ๊กตู่”ก่อหนี้แบบนี้ไม่พ้นกู้ไอเอ็มเอฟมาล้างหนี้ อัดรัฐดันกฎหมายขายชาติเปิดทางต่างชาติสร้างเขตอิทธิพลบนแผ่นดินไทย 

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเปิดโอกาสให้ ชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยได้อย่างอิสระ  เป็นจุดเริ่มต้นหายนะประเทศไทย หากกฏหมายนี้ผ่านประเทศไทยจะกลายเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติในที่สุด 

ทั้งนี้การที่ภาครัฐปล่อยให้คนต่างชาติ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโดได้อย่างอิสระ สุดท้ายไทยจะโดนทุนต่างชาติฮุบ  แล้วคนไทยจากที่เคยเป็นเจ้าของประเทศเป็นผู้เช่า แทน ถ้ากฎหมายนี้ลุล่วงได้สำเร็จ คือการขายชาติให้นักลงทุนชาวต่างชาติรายใหญ่ มาซื้อหมู่บ้านเปิดใหม่แห่งหนึ่งไว้ทั้งหมดทุกหลัง จากนั้นก็ขายต่อบ้านแต่ละหลังให้คนชาติตัวเอง ก็อาจส่งผลให้หมู่บ้านนั้นใช้ภาษาอื่น มีวัฒนธรรมอื่น ทั้งๆที่อยู่บนแผ่นดินไทย 

นางสงคราม กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  บริหารประเทศด้วยการก่อหนี้มหาศาล จนถึงวันนี้พลเอกประยุทธ์สร้างหนี้ให้กับประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 12 ล้านล้าน เป็นหนี้สูงสุดตั้งแต่มีประเทศไทย นอกจากนี้รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการให้เศรษฐกิจเดินหน้า อ้างกลัวโควิด แต่ไม่กลัวประเทศเป็นหนี้ ล่าสุด รัฐบาล มีแผนการก่อหนี้ใหม่ วงเงิน 1.2 ล้านล้านบาท สะท้อนว่าพลเอกประยุทธ์ไร้วิสัยทัศน์อย่างแท้จริง

หนุ่มจีน เสียชีวิตจากภาวะก๊าซสะสม หลังยกซดโค้ก 1.5 ลิตร 10 นาทีหมดขวด

เชื่อกันว่าชายชาวจีนคนหนึ่งถึงตายจากภาวะก๊าซสะสม หลังยกซดเครื่อมดื่มโคคา-โคลา ขวดใหญ่ ภายในเวลา 10 นาที เหตุการณ์แปลกประหลาดที่รายละเอียดถูกเผยแพร่ในวารสาร คลินิกและวิจัยโรคระบบทางเดินอาหารและตับ

เหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นหลังจากคนไข้วัย 22 ปี ยกดื่มโค้กขนาด 1.5 ลิตรรวดเดียว เพื่อความสดชื่นท่ามกลางสภาพอากาศอันร้อนระอุ หนังสือพิมพ์เดลิเมล์รายงาน แต่ในอีก 6 ชั่วโมงต่อมา เขามีอาการท้องบวมและปวดท้องอย่างรุนแรง จนต้องรุดไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเฉาหยางในกรุงปักกิ่ง

ผลการตรวจวินิจฉัยโรคพบว่าคนไข้ ซึ่งเชื่อว่าไม่มีโรคประจำตัวใดๆ มีอัตราการเต้นของหัวใจสูงลิ่ว ความดันเลือดต่ำและหายใจถี่ ทั้งนี้แพทย์ยังได้ทำการ CT สแกน ซึ่งพบว่าเขามีความผิดปกติในผนังลำไส้และหลอดเลือดดำพอร์ทัลที่ป้อนเลือดไปยังตับ

รายงานข่าวระบุว่าความผิดปกติดังกล่าวทำให้ตับของเขาอยู่ในภาวะขาดเลือด (Hepatic ischemia) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ตับช็อก" ซึ่งเป็นสาเหตุจากการไม่มีออกซิเจนป้อนสู่อวัยวะดังกล่าว

ณ จุดนี้ เจ้าหน้าที่แพทย์พยายามปกป้องชีวิตของคนไข้รายนี้ด้วยการปล่อยก๊าซออกจากระบบย่อยอาหารของเขา นอกจากนี้แล้วยังทำการฉีดยาเพื่อช่วยปกป้องไตและอวัยวะอื่นๆ จากการได้รับความเสียหายเพิ่มเติม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top