Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

วิกฤตไฟฟ้าขาดแคลนของจีนแผ่ขยาย บีบให้ปิดโรงงาน และกระทบต่อเศรษฐกิจทำให้แนวโน้มการเติบโตลดลง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าปัญหาการขาดแคลนพลังงานที่เพิ่มขึ้นในประเทศจีนทำให้ต้องหยุดการผลิตในโรงงานหลายแห่งรวมถึงโรงงานหลายแห่งที่เป็นซัพพลายเออร์ให้ Apple และ Tesla ในขณะที่ร้านค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องใช้แสงเทียนและห้างสรรพสินค้าต้องปิดตัวลงเร็วขึ้น

การปันส่วนได้ถูกนำมาใช้ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนในหลายพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และผู้อยู่อาศัยในเมืองต่างๆ รวมถึงฉางชุน กล่าวว่า การตัดไฟเกิดขึ้นเร็วขึ้นและยาวนานขึ้น

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจการไฟฟ้า (State Grid Corp) ให้คำมั่นว่าจะจัดหาแหล่งจ่ายไฟพื้นฐานและหลีกเลี่ยงการตัดกระแสไฟฟ้า

นักวิเคราะห์กล่าวว่าวิกฤตด้านพลังงานของจีนซึ่งเกิดจากอุปทานถ่านหินที่ตึงตัวและมาตรฐานการปล่อยมลพิษที่เข้มงวด ส่งผลกระทบต่อการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ในหลายภูมิภาค และกำลังฉุดรั้งแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ผลกระทบต่อครัวเรือนและผู้ใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่ภาคอุตสาหกรรมเริ่มชัดขึ้นเนื่องจากอุณหภูมิในเวลากลางคืนลดลงจนใกล้จุดเยือกแข็งในเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของจีน สำนักงานพลังงานแห่งชาติ (NEA) ได้แจ้งกับบริษัทถ่านหินและก๊าซธรรมชาติเพื่อให้แน่ใจว่ามีพลังงานเพียงพอเพื่อให้บ้านมีความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว

มณฑลเหลียวหนิงกล่าวว่าการผลิตไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และช่องว่างด้านอุปทานเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ "ระดับรุนแรง" เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ขยายการตัดไฟจากบริษัทอุตสาหกรรมไปยังพื้นที่อยู่อาศัยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เมืองหูลู่ต่าวบอกกับผู้อยู่อาศัยว่าอย่าใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานสูง เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นและเตาไมโครเวฟในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการสูงสุด และผู้อยู่อาศัยในเมืองฮาร์บิน ในมณฑลเฮยหลงเจียงบอกกับรอยเตอร์ว่าห้างสรรพสินค้าหลายแห่งปิดเร็วกว่าปกติเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เหตุการณ์นี้้ทำให้ตลาดหุ้นจีนตื่นตระหนกในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกกำลังแสดงสัญญาณการชะลอตัว

เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยี และความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของ China Evergrande ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบปัญหาด้านการเงิน

“Machu Picchu” มหัศจรรย์! อารยธรรมอินคา มรดก ‘โลก’ ไม่ลืม

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น! นี่เองกระมัง ที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้คนออกเดินทางกัน เพราะไม่ว่าจะได้เห็นภาพถ่ายหรือฟังเรื่องเล่ามากมาย อย่างไรเสียก็สู้เอาตัวเองไปอยู่ ณ สถานที่จริงไม่ได้ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ขึ้นชื่อระดับโลกและอยู่ในรายการมรดกโลกของยูเนสโกแห่งหนึ่ง ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตหากมีโอกาสได้เยือนได้ก็นับว่ายิ่งกว่าคุ้มมาก คือ “มาชูปิกชู” นั่นเอง!! 

วิธีเดินทางง่ายที่สุด คือเดินทางไปยังเมืองกุสโก จากนั้นจับรถไฟท่องเที่ยวไปยังมาชูปิกชู (ความจริง รถไฟไปถึงเมืองเล็กอยู่ตีนเขาชื่ออากวาสกาเลียนเต แปลว่าน้ำพุร้อน) หรือถ้าประหยัดหน่อยก็นั่งรถบัสเอาก็ได้ มนุษย์ฮาร์ดคอร์ใช้วิธีเดินเท้าเทร็กกิ้งจากเมืองกุสโกเพื่อไปยังมาชูปิกชูก็มี 

ถ้าจะเปรียบเทียบกับโบราณสถานสำคัญอื่น ๆ แล้ว “มาชูปิกชู” ถือว่าอายุน้อยกว่าบรรดาพีระมิดหรือกระทั่งนครวัด เพราะสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 โดยชาวอินคา เป็นอาณาจักรรุ่งเรืองอยู่แถบเทือกเขาแอนดีสแห่งทวีปอเมริกาใต้ เมื่อพวกล่าอาณานิคมอย่างสเปนบุกเข้ามาก็ทำลายเมืองเสียราบคาบ ผู้คนล้มตายหรือหนีเอาตัวรอด ทิ้งเมืองให้รกร้างเป็นซาก จนกระทั่งในปีค.ศ. 1911 นักสำรวจชาวอเมริกันชื่อไฮแรม บิงแฮมมาพบเข้าโดยบังเอิญ เพราะความตั้งใจเริ่มแรกคือต้องการค้นหาโบราณสถานอีกแห่งที่ชื่อว่าวิลคาบัมบาต่างหาก เขานำออกเผยแพร่สู่สาธารณะ จุดนั้นเอง ทำให้มาชูปิกชูกลับมาได้รับความสนใจอย่างเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง 

ชัยภูมิที่ตั้งมีส่วนส่งเสริมให้มาชูปิกชูเป็นดินแดนมหัศจรรย์ ค่าที่ตั้งอยู่บนภูเขาความสูงพอเหมาะพอเจาะ (เกือบสูงเท่ายอดอินทนนท์) ซึ่งเห็นวิวระดับร้อยล้านแบบพาโนรามา ด้านล่างหุบเป็นแม่น้ำและมีเมืองเล็กซึ่งมีโรงแรมร้านค้ารองรับนักท่องเที่ยวสะดวกสบาย อากาศเย็นสบาย แถมยังมีน้ำพุร้อนด้วย ช่างเพอร์เฟกต์อะไรเช่นนี้ แม้ค่าเข้าชมจะแพงโข แต่นักท่องเที่ยวก็ยอมจ่ายเงินเพียงเพื่อจะมีโอกาสได้เข้าชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

คนที่นิยมเดินหรือวิ่ง ก็จะลัดเลาะเส้นทางธรรมชาติซึ่งมีขั้นบันได เพลินมาก พักเหนื่อยเป็นระยะ ๆ แล้วเดินต่อ มีชาวบ้านดักขายน้ำดื่มน้ำอัดลมอยู่เป็นระยะ ๆ ความชันน่าจะพอ ๆ กับการเดินเทรลขึ้นดอยสุเทพ ส่วนคนที่ต้องการสบายหน่อยก็ใช้บริการรถบัส แต่อาจจะต้องต่อแถวเพื่อซื้อตั๋วและรอขึ้นรถโดยสารนานหน่อย คนมหาศาลล้านแปดมากในแต่ละวัน ถึงทางเข้ามีการเช็กตั๋วเคร่งครัดประหนึ่งการตรวจคนเข้าเมือง ผู้คนก็เรียงแถวกัน ค่อย ๆ เบียดเสียดเข้าไป ผ่านจุดคอขวดจึงสามารถกระจายกันออกสู่พื้นที่กว้างขวางของอุทยานประวัติศาสตร์นี้

คนเข้าชมมากมายขนาดนี้จึงยากที่จะถ่ายรูปแบบไม่มีมนุษย์ใด ๆ เข้าร่วมฉาก จึงอาจจะดีกว่าที่จะหามุมเก๋ ๆในการถ่ายบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลาย บางทีตัวเราเองอาจจะไม่จำเป็นต้องอยู่ในฉากในกล้องเสมอไปก็ได้ จริงไหม

คนที่ไปกับไกด์ก็จะได้รับฟังข้อมูลเชิงลึกอย่างละเอียดแต่ละจุดภายในอุทยานประวัติศาสตร์นี้ หรืออาจจะเนียนไปเงี่ยหูร่วมฟังด้วยก็ได้ในกรณีที่ไม่ค่อยมีสะตุ้งสตางค์ แต่อยากทราบเรื่องราว อันที่จริง ปัจจุบันนี้ก็มีข้อมูลมากมายบนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจจะตุนข้อมูลไว้ล่วงหน้าหรือหาเพิ่มเติมหลังไปเยือนเรียบร้อยแล้วก็ได้ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากแต่อย่างใด

ส่วนคนที่ไม่ได้สนใจที่มาที่ไป ก็เพลิดเพลินได้กับการหามุมเซลฟี่เพื่อโพสต์ขึ้นโซเชียลอวดและให้ชาวโลกพากันอิจฉาเล่น ๆ

‘อนุทิน’ โผล่รับมอบไฟเซอร์ 2 ล้านโดสแรก เผยต.ค.มาอีก 6 ล้านโดส ยันสิ้นปีครบ 30 ล้านโดส

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางไปตรวจรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 2 ล้านโดส ซึ่งมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 04.35 น. ที่ผ่านมา โดยสายการบิน DHL เที่ยวบิน 3L 350 

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ ว่า วัคซีนที่มาถึงประเทศในวันนี้ เป็นล็อตแรกจากทั้งหมดที่รัฐบาลจัดซื้อมา 30 ล้านโดส ซึ่งทางไฟเซอร์จะจัดส่งในเดือน ต.ค.อีก 6 ล้านโดส รวมถึงสิ้นเดือนต.ค.จะมีวัคซีนเข้ามา 8 ล้านโดส และครบทั้ง 30 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้แน่นอน

“วัคซีนทั้ง 30 ล้านโดส จะมีการจัดส่งได้ภายในปีนี้ ส่วนถึงสิ้นเดือน ต.ค.นี้ จะมีทั้งหมด 8 ล้านโดส โดยจะเข้ามาทุกวันพุธของทุกสัปดาห์ และไฟเซอร์จะทำการจัดส่งไปยังที่หมายตามที่กรมควบคุมโรคกำหนดไว้ทั่วประเทศ เพราะราคาที่จัดซื้อมานี้รวมค่าจัดส่งแล้ว การจัดส่งจะเป็นแบบ door to door” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ปรับลดเวลากักตัว สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

เพจเฟซบุ๊ก ‘Royal Thai Embassy, Singapore - สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์’ ได้ประกาศแจ้งปรับลดระยะเวลากักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทย ดังนี้...

การปรับลดระยะเวลากักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

สำหรับผู้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ลดวันกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 7 วัน โดยผู้ได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนดของไทย จะต้องได้รับวัคซีนครบถ้วนไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนเดินทาง

สำหรับผู้ยังไม่ฉีดวัคซีนหรือฉีดวัคซีนไม่ครบโดส ลดวันกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน โดยผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับไม่ครบตามข้อกำหนดของไทย รวมทั้งเด็ก ซึ่งอาจอายุไม่ถึงเกณฑ์การฉีดวัคซีน

'พิยดา' ซัดทอดบ้านแฟนหนุ่มตัวการตุ๋นขายมือถือ ยันตัวเองไม่รู้เห็น แต่ 'ถูกหลอกใช้'

'พิยดา' สาววัย 19 เปิดปากซัดทอดครอบครัวแฟนหนุ่มเป็นตัวการใหญ่แก๊งหลอกขายโทรศัพท์มือถือออนไลน์ ยืนยันตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ถูกแอบอ้างชื่อนำไปใช้ตุ๋นเหยื่อและโยนความผิดให้เพียงผู้เดียว ยกมือไหว้ขอโทษครอบครัว 'น้องก้อง' ผู้เสียหาย ขณะที่ ตร.ทำเรื่องฝากขังที่ศาลคัดค้านประกันตัวเนื่องจากหวั่นเกรงจะหลบหนี

รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า ช่วงเที่ยงวันนี้ (29 ก.ย. 64) ที่สถานีตำรวจภูธรนาหวาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พนักงานสอบสวนควบคุมตัว นางสาวพิยดา ทองคำพันธ์ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาคดีหลอกขายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นเหตุให้เด็กชายนักเรียนชั้น ม.2 อายุ 14 ปี ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เครียดจนเส้นสมองแตกเสียชีวิต ทำการสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อทำสำนวนดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมทั้งความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน จากนั้นได้นำตัวนางสาวพิยดาออกจากสถานีตำรวจนาหวาย ไปควบคุมตัวต่อไว้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่พนักงานสอบสวนไปศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อยื่นคำร้องขอฝากขังนางสาวพิยดา โดยที่ทนายความของนางสาวพิยดาตามไปที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมยื่นเรื่องขอประกันตัวด้วย

ทั้งนี้ นางสาวพิยดาเปิดเผยระหว่างที่เดินลงจากสถานีตำรวจไปขึ้นรถควบคุมตัวผู้ต้องหาว่า รู้สึกเสียใจที่ตกเป็นเครื่องมือถูกหลอกใช้จากครอบครัวของแฟนหนุ่มในการก่อเหตุกระทำความผิดหลอกขายโทรศัพท์มือถือจนมีผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งยืนยันว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใดๆ เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นเลย แต่ถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ในการก่อเหตุและโยนความผิดมาให้รับคนเดียว โดยในกรณีของ 'น้องก้อง' เด็กชายนักเรียนชั้น ม.2 อายุ 14 ปีที่เสียชีวิตนั้น ตนเองไม่ได้มีส่วนรู้เห็นและไม่ได้เป็นคนหลอกขายโทรศัพท์ให้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นคดีและมีชื่อตนตกเป็นผู้ต้องหาแล้วก็รู้สึกเสียใจและขอโทษครอบครัวของผู้เสียหายด้วย

“รมว.เฮ้ง ร่วมคณะนายก” ลุยตรวจน้ำท่วมชัยภูมิ เยี่ยมให้กำลังใจ มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน และผู้ใช้แรงงาน

วันที่ 29 กันยายน 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางร่วมคณะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดชัยภูมิ

จุดแรกตรวจติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ที่ตลาดคลองพุดซา อำเภอเมืองชัยภูมิ โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวรายงานสรุปสถานการณ์ จุดที่สองได้ให้กำลังใจบุคลากรและมอบสิ่งของจำเป็นแก่โรงพยาบาลชัยภูมิ และจุดที่สามตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ที่วัดชัยชนะวิหาร (วัดบ้านละหาน) อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ

โดยนายสุชาติ กล่าวว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อน“เตี้ยนหมู่”ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก จนพี่น้องแรงงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง และในวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากผลกระทบดังกล่าว จึงได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในเบื้องต้น

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ปัจจุบันพบว่า ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นในหลายอำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ส่วนการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชัยภูมิ ล่าสุดสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานชัยภูมิ ได้จัดรถ 6 ล้อ ให้บริการรับ – ส่งประชาชนตามจุดสำคัญต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาล ศาลากลาง เป็นต้น หัวหน้าส่วนราชการ

 

‘อรรถวิชช์’ นำทีมพรรคกล้า ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม ‘นครสวรรค์-ชัยนาท’ แนะรวมแอพแจ้งเตือนน้ำ ประชาสัมพันธ์ควบคู่ผู้นำหมู่บ้าน ให้ประชาชนเตรียมรับน้ำอย่างทันท่วงที 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า พร้อมด้วย ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี ผู้อำนวยการพรรคกล้า นายวุฒิชัย แป๊ะหล ผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส. นครสวรรค์ นายโอฬาร ตั้งวงศ์กิจ ผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส.ชัยนาท นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรค และกลุ่มกล้าอาสา ลงพื้นที่หมู่ 11 ต.ลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พื้นที่หมู่ 5 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พร้อมสำรวจการระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำพลเทพ อ.มโนรมย์ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มอบอาหารแห้ง น้ำดื่ม หน้ากากอนามัย ให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 

ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่อ.ลาดยาวล่าสุด พบว่า ปริมาณน้ำลดลงจากเมื่อวาน (28 ก.ย. 64) แต่บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่เกษตรอย่าง นาข้าว สวนมะม่วง และสวนกล้วย น้ำยังท่วมสูง โดยเฉพาะที่โรงเรียนบ้านหนองจิกรี น้ำท่วมระดับเอว ทั้งนี้เนื่องจากคลองขุดลาด ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำรับน้ำจากเทือกเขาแม่วงก์ขาด ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ประชาชนยังคงนำกระสอบทรายวางกั้นหน้าบ้าน และขนของขึ้นที่สูง เพราะเกรงว่าฝนจะตกมาซ้ำทำให้น้ำท่วมอีก 

‘ฟูมิโอะ คิชิดะ’ จ่อขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น หลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแอลดีพีคนใหม่

นายฟูมิโอะ คิชิดะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้รับเลือกจากพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ แอลดีพี ให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคของเขาจะทำให้เขาได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ต่อจากนายโยชิฮิเดะ ซูงะ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

นายคิชิดะ วัย 64 ปี ได้รับความนิยมปานกลางจากประชาชนชาวญี่ปุ่น แต่ได้แรงหนุนจากสมาชิกอาวุโสที่ทรงอิทธิพลภายในพรรค สามารถเอาชนะนายทาโร โคโนะ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมและต่างประเทศวัย 58 ปี ซึ่งเป็นนักการเมืองฝีปากกล้าและเป็นที่นิยมของประชาชน ในการลงคะแนนรอบที่ 2 หลังจากที่ในรอบแรกไม่มีผู้ใดได้คะแนนเสียงข้างมาก ในขณะที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีก 2 คน ซึ่งเป็นสตรีทั้งคู่ คือ ซานาเอะ ทากาอิชิ วัย 60 ปี และ เซโกะ โนดะ วัย 61 ปี ได้คะแนนไม่ผ่านรอบแรกของการลงคะแนนเสียง นายฟูมิโอะ คิชิดะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้รับเลือกจากพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ แอลดีพี ให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคของเขาจะทำให้เขาได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ต่อจากนายโยชิฮิเดะ ซูงะ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

นายคิชิดะ วัย 64 ปี ได้รับความนิยมปานกลางจากประชาชนชาวญี่ปุ่น แต่ได้แรงหนุนจากสมาชิกอาวุโสที่ทรงอิทธิพลภายในพรรค สามารถเอาชนะนายทาโร โคโนะ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมและต่างประเทศวัย 58 ปี ซึ่งเป็นนักการเมืองฝีปากกล้าและเป็นที่นิยมของประชาชน ในการลงคะแนนรอบที่ 2 หลังจากที่ในรอบแรกไม่มีผู้ใดได้คะแนนเสียงข้างมาก ในขณะที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีก 2 คน ซึ่งเป็นสตรีทั้งคู่ คือ ซานาเอะ ทากาอิชิ วัย 60 ปี และ เซโกะ โนดะ วัย 61 ปี ได้คะแนนไม่ผ่านรอบแรกของการลงคะแนนเสียง 

ตร. ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยกันป้องกันเด็กไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์

(29 ก.ย.2564) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้มี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

ในปัจจุบัน เด็กหรือเยาวชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและโลกอินเตอร์เน็ตได้มากขึ้น  ซึ่งอาจทำให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ในหลายรูปแบบ เพราะด้วยวัยที่ยังเป็นเด็ก ยังขาดในเรื่องของการใช้ความระมัดระวัง จึงอาจตกเป็นเป้าหมายที่หลอกล่อง่าย ในขณะที่ผู้ปกครองบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถให้ความรู้หรือคำแนะนำแก่เด็กเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตอย่างไรให้ปลอดภัย 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแนะนำและให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบของอาชญากรรมออนไลน์ที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในปัจจุบัน ต่อเด็กหรือเยาวชน ดังนี้... 

1.การเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีลักษณะเนื้อหาไม่เหมาะสม เช่น ลามกอนาจาร การพนัน หรือการใช้ความความรุนแรงในลักษณะต่างๆ เป็นต้น แต่เนื่องจากเด็ก เยาวชนอาจยังขาดวุฒิภาวะในการแยกแยะข้อมูลที่ได้รับว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ จึงอาจเกิดการรับรู้หรือเรียนรู้ในเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวก่อนวัยอันควร และมีโอกาสที่จะมีพฤติกรรมเลียนแบบกลายเป็นคนชอบใช้ความรุนแรง เสพติดการพนัน หรือเกิดการเลียนแบบทำให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนได้

2.การถูกหลอกเอาภาพที่ไม่เหมาะสมของเด็กและอาจนำไปสู่การบ่วงละเมิดทางเพศเด็ก เนื่องด้วยเด็กอาจจะขาดความระมัดระวังในการติดต่อสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์กับบุคคลอื่น อาจทำให้เด็กถูกหลอกลวงจากคนร้ายที่แฝงตัวมาเป็นเพื่อนโลกออนไลน์ได้ง่าย ซึ่งอาชญากรรมส่วนใหญ่ที่เด็กตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวงทางออนไลน์ คือการที่คนร้ายหลอกให้เด็กส่งภาพหรือวิดีโอคอลกับคนร้าย ในลักษณะที่เด็กไม่ได้สวมเสื้อผ้า หรือให้ถ่ายภาพในลักษณะลามกส่งให้คนร้าย จากนั้นคนร้ายก็จะติดต่อหาผู้ปกครองเพื่อข่มขู่เอาเงิน หรือนำภาพของเด็กที่ได้ไปขายตามเว็บไซต์ต่าง ๆ นอกจากนี้อาจมีการหลอกลวงให้เด็กไปพบและมีการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

3.การถูกหลอกลวงในการซื้อสินค้า บริการหรือ ไอเทมเกม จะเกิดขึ้นกับเด็กที่ผู้ปกครองเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ให้กับเด็ก หรือ ผูกบัตรเครดิตกับโทรศัพท์ที่เด็กใช้งาน เนื่องด้วยการซื้อสินค้า บริการ หรือ ไอเทมเกมในปัจจุบันมีขั้นตอนในการชำระเงินที่ง่ายมาก ดังนั้นหากผู้ปกครองไม่ระมัดระวัง ไม่กำหนดมาตรการในการชำระเงินที่รัดกุม อาจทำให้เด็กถูกล่อลวงได้

4.การล่วงละเมิดบุคคลอื่นทางสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการกลั่นแกล้งระรานในโลกไซเบอร์ (Cyberbullying) การทะเลาะหรือล้อเลียน กลั่นแกล้งดังกล่าวระหว่างเพื่อนของเด็กหรือคนรู้จักมักเกิดขึ้นได้ง่าย และข้อมูลที่กลั่นแกล้งอาจกระจายเป็นวงกว้าง อาจทำให้บุคคลที่ถูกกลั่นแกล้งได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจจนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าจนอาจนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงอย่างอื่นได้ และแม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นเด็กก็อาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้

สานพลังความร่วมมือ EEC Automation Park ปั้นโรงงาน 4.0 นำร่องผู้ประกอบการ 200 แห่ง ดึงดูดการลงทุน

อีอีซี จับมือ มิตซูบิชิและพันธมิตรเครือข่าย สานพลังความร่วมมือ ไทย-ญี่ปุ่น ในงาน EEC connecting Thailand and Japan Collaboration 2021 เดินหน้าอีอีซี ออโตเมชั่น พาร์ค ดึงผู้ประกอบการในพื้นที่กว่า 200 ราย นำร่องสู่อุตสาหกรรม 4.0 พร้อมสร้างบุคลากรรองรับ 15,000 คนใน 5 ปี ยกระดับให้ไทยก้าวสู่ยุคใช้นวัตกรรมขั้นสูง

(29 ก.ย. 64) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี ร่วมกับ บริษัท มิตซูบิชิ อิเลคทริก EEC Automation Park และเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนไทย-ญี่ปุ่น จัดงาน EEC connecting Thailand and Japan Collaboration 2021 "Digital Manufacturing Platform" แสดงความพร้อมของ EEC Automation Park ที่จะเป็นฐานสำคัญ ขับเคลื่อนพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ อีอีซี ก้าวสู่โรงงานอัจฉริยะ ตอบโจทย์การพัฒนากระบวนการผลิตที่ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า สร้างทักษะแรงงานอย่างเหมาะสมและคุ้มค่าต่อการลงทุน

โดยมี ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ อีอีซี, ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากร (EEC HDC), นายอัทสึชิ ทาเคทานิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JETRO ร่วมกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาพิเศษด้านพัฒนาการศึกษา บุคลากรและเทคโนโลยี สกพอ., นายวิเชียร งามสุขเกษมศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และ ดร.ไพบูลย์ ลิ้มปิติพานิชย์ ผู้อำนวยการ EEC Automation Park และผู้ประกอบการญี่ปุ่นในไทยที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 200 ราย เข้าร่วมงาน

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ อีอีซี กล่าวว่า การจัดงานฯ ครั้งนี้ แสดงถึงความสัมพันธ์และเข้มแข็งของภาคเอกชนญี่ปุ่นในพื้นที่ อีอีซี ที่มีมายาวนาน และยังคงต่อเนื่องเดินหน้ายกระดับการผลิตภาคอุตสาหกรรมแบบดิจิทัล (Digital Manufacturing Platform) แม้จะเผชิญวิกฤตการณ์โควิด-19 ซึ่งนำโดย บ. มิตซูบิชิฯ ที่ริเริ่มแนวคิด e-F@ctory Alliance พร้อมพันธมิตรเครือข่ายร่วมพัฒนา EEC Automation Park ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ให้เป็นฐานหลักขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ Robotics & Automation สร้างความเชื่อมโยง Ecosystem เอื้อให้ภาคอุตสาหกรรมพัฒนาและปรับตัวไปสู่โรงงานอัจฉริยะใช้นวัตกรรมนำการผลิต เกิด Industry 4.0 ขึ้นจริงในพื้นที่ อีอีซี ดึงดูดเงินลงทุนนวัตกรรมขั้นสูงจากนักลงทุนทั่วโลก

โดยคาดว่า การลงทุนด้านหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ (Robotics & Automation) เป็นเครื่องมือสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต ซึ่งคาดว่าใน 3 ปีข้างหน้า จะเกิดการลงทุนสูงถึง 500,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนในพื้นที่ อีอีซี ไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท/ปี โดยปี 2565 ตั้งเป้าหมายให้โรงงานในอีอีซี เริ่มประยุกต์ใช้เตรียมความพร้อมสำรวจการออกแบบระบบและเชื่อมหาแหล่งทุนได้ไม่น้อยกว่า 200 แห่ง และตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะสามารถปรับสู่โรงงานอัจฉริยะใช้เทคโนโลยีขั้นสูง Digital Manufacturing 4.0 ไม่น้อยกว่า 10,000 โรงงาน ยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก ยกระดับรายได้แรงงานไทย ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างสมดุลและยั่งยืน   


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top