Friday, 26 June 2026
TheStatesTimes

"ธนาธร" เชื่อชัยชนะอยู่ไม่ไกล ปลุกประชาชนล้มระบอบประยุทธ์ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปใน 5 ด้าน

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 64 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่าน เพจเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 โดยมีข้อความดังนี้

15 ปีรัฐประหาร 19 กันยาฯ ประชาชนยังสู้ และเราจะชนะ

วันนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ผมจำได้ดีว่าตอนนั้นผมกำลังเจรจาธุรกิจอยู่กับบริษัทคู่ค้าในเซาท์แอฟริกา มีสายโทรศัพท์จากประเทศไทยโทรเข้ามาหลายสาย บอกว่าเกิดการทำรัฐประหารขึ้นแล้วในประเทศไทย มีเพื่อนฝูงหลายคนออกมาต่อต้าน พลังหลักปักหลักกันอยู่ที่สนามหลวง

เมื่อผมกลับถึงไทยในสัปดาห์ต่อมา ก็ได้ไปร่วมต่อต้านการทำรัฐประหารกับกลุ่ม ‘19 กันยา’ ตามแต่เวลาและโอกาสจะอำนวย

หลังจากนั้นผมก็พยายามมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อผลักดันวาระประชาธิปไตยอย่างแข็งขันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการร่วมรณรงค์ไม่รับรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ 50 และ 60 ในกระบวนการประชามติ, การแสดงจุดยืนทางการเมืองไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อเปิดทางให้เกิดการทำรัฐประหาร, การแสดงพลังในฐานะพลเมือง เข้าร่วมการเสวนาและการชุมนุมต่าง ๆ ของฝ่ายประชาธิปไตย (และได้รู้จักปิยบุตรครั้งแรกก็จากการเข้าฟังเสวนาของคณะนิติราษฎร์), แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการบอยคอตการเลือกตั้งและการปิดคูหาการเลือกตั้ง

และนำมาสู่การรวมกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์คล้ายกันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้น

ผ่านไป 15 ปี ประเทศไทยยังวนเวียนอยู่ในวงจรของการที่สถาบันที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ไม่ยึดโยงกับประชาชน พยายามกุมอำนาจสูงสุดเหนือประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ทำลายกลไกที่เป็นปากเสียงให้แก่ประชาชน ทำลายความชอบธรรมของระบอบรัฐสภา ทำให้พรรคการเมืองและสภาผู้แทนราษฎรเป็นเพียงกลไกค้ำยันอำนาจของชนชั้นนำ แทนที่จะทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน

‘อัษฎางค์’ ยก ‘ลิซ่า’ ต้นแบบรักษารากเหง้า ไม่ทิ้งความเป็นไทย สุดท้ายก้าวสู่ความสำเร็จ

ทิ้งรากเหง้าของตัวเอง เพื่อความสำเร็จ
หรือรักษารากเหง้าของตนเองเอาไว้ ถึงจะประสบความสำเร็จ?

ลลิษา กับรากเหง้าแห่งความสำเร็จ

มีพวกที่หลงอยู่ในโลกมายาคติที่หลอกลวง…

บอกว่าน้องลิซ่า ไปโด่งดังในต่างประเทศแล้วก็ทิ้งความเป็นไทยไปเลย ซึ่งมันก็แปลว่า บอกให้น้องทิ้งรากเหง้าของตนเองไปซะ โกอินเตอร์แล้วก็ทำตัวอินเตอร์ไปซะ

แต่ความเป็นจริงในโลกแห่งความจริง…

คนที่เป็นตัวของตัวเอง นำเสนอความเป็นตัวของตัวเอง 

ซึ่งหมายถึง ยังคงยึดรากเหง้าของตนเอง มักเป็นผู้ประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงานและชีวิต โดยไม่ต้องแบกรับความลำบากในการเสแสร้งเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็น

ไม่เชื่อไปดูศิลปินดารานักร้องที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ล้วนนำเสนอความเป็นตัวเอง นำเสนอรากเหง้าของตัวเองทั้งนั้น

เรามักได้ยินชาวต่างชาติชื่นชมน้องลิซ่าด้วยคำว่า

She is so confident.

ซึ่งคำนี้ กรรมการชาวเกาหลีเป็นคนแรกที่พูดในวันที่ตัดสินใจเลือกน้องลิซ่ามาเป็นศิลปินฝึกหัด

แล้วหลังจากวันนั้น แฟนเพลงทั่วโลกก็ชื่นชมเธอประโยคเดียวกัน

การที่น้องลิซ่าหรือใครก็ตามจะ feel confident ได้ ต้องมาจากการทำอะไรที่เป็นตัวของตัวเอง

She is so confident. หมายถึง

If a person or their manner is confident, they feel sure about their own abilities, qualities, or ideas.

ถ้าไม่หลอกตัวเอง จะเห็นได้ว่า มีคนมากมายที่รู้สึกอับอาย ด้อยค่าถ้าจะอ้าปากบอกใครว่าบ้านเกิดของตนมาจากต่างจังหวัด มาจากบ้านนอกบ้านนา โดยเฉพาะคนอีสาน

แล้วดูน้องลิซ่า มาจากบุรีรัมย์ อีสานแท้ ๆ แต่ไปดังไกลถึงต่างประเทศ ยังไม่เคยลืมรากเหง้าของความเป็นคนบุรีรัมย์ ความเป็นคนไทย

แล้วดูกระแสนิยมที่มีต่อตัวน้องลิซ่าซิ แฟนคลับพูดถึงลิซ่าว่ายังไง

ลิซ่า กรี๊ด เป็นคนไทย กรี๊ด ชุดไทย กรี๊ด ชุดประจำชาติไทย กรี๊ด

จำไว้ เมื่อใดที่คุณรู้สึก confident คุณรู้สึกมั่นใจ ในความเป็นคุณ คุณจะทำอะไรด้วยความสบายใจ และเมื่อคุณสบายใจ คุณก็จะทำอะไรได้ดี เมื่อคุณทำอะไรได้ดี ความสำเร็จทั้งการงานและชีวิตจะตามมา

เป็นตัวของตัวเอง ที่ไม่ทิ้งรากเหง้าของตัวเอง คือ กุญแจแห่งความสำเร็จ

ไม่ใช่เกิดมาเป็นคนต่างจังหวัด เป็นชาวราชภัฏ-ราชมงคล แล้วอับอาย อึดอัด กับความเป็นตัวเอง

ไม่ใช่เกิดเป็นคนไทยแล้วรังเกียจความเป็นคนไทยของตนเอง

ระยอง - รอง ผบช.ภ.2 รรท.ผบก.ภ.จว.ระยอง เป็นประธานเปิดการแข่งขันยิงปืน ตามโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาการใช้วาวุธปืน และการยิงปืนของข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดระยอง

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 64 เวลา 08.30 น.ที่สนามยิงปืน หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดระยอง(นปพ.) อ.เมือง จ.ระยอง พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภ.2 รรท.ผบก.ภ.จว.ระยอง เป็นประธานเปิดการแข่งขันยิงปืน ตามโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาการใช้วาวุธปืนและการยิงปืนของข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ปีงบประมาณ พ.ศ.2564 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 16 ทีม ทุก สภ.ในพื้นที่จังหวัดระยองส่งข้าราชการตำรวจในสังกัดเข้าร่วมจำนวน 3 ทีมแบ่งเป็น ทีม A ได้แก่ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทีม B ได้แก่มือดีของแต่ละ สภ. และ ทีม C สุ่มจากตำรวจใน สภ.ทีมละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 144 นาย ผู้แข่งขันต้องใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.เท่านั้น ผู้ชนะแต่ละทีมจะได้รับถัวยรางวัลจาก พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภ.2 รรท.ผบก.ภ.จว.ระยอง

พล.ต.ต.มานะ กล่าวว่า การจัดโครงการฝึกอบรมฯ ดังกล่าวให้กับข้าราชการตำรวจผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการปราบปรามอาชญากรรมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นผู้รักษาความสงบเรียบร้อยในชีวิต และทรัพย์สินให้แก่ประชาชน จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการพัฒนาคน และการฝึกใช้อาวุธปืนให้มีความพร้อม มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะการใช้อาวุธปืนพกสั้นประจำกาย และฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ ซึ่งการฝึกยิงปืนดังกล่าวเป็นหนึ่งในการพัฒนาบุคคล หากตำรวจยิงปืนแม่นยำ เข้าระงับเหตุถูกวิธี ยิงยับยั้งโจรผู้ร้ายได้ถูกจุด สามารถป้องกันความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น ป้องกันชีวิตประชาชนและชีวิตตนเอง อีกทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งส่งผลให้การปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่น ต่อองค์กรตำรวจ ตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ โดยแท้จริง

'ณัฐชา' จี้ ‘ผบ.ตร.’ แจงความคืบหน้ากรณีเหตุยิงผู้ชุมนุมหน้า ‘สน.ดินแดง’ เผย กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เปิดรายงานชี้เป้าผู้ต้องสงสัยมา 5 วันแล้ว แต่ยังไม่เห็นความกระตือรือร้นเร่งคลี่คลายคดีจากตำรวจ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ระบุว่า จากการแถลงข่าวเปิดหลักฐานรายงาน เหตุยิงผู้ชุมนุมหน้า สน. ดินแดง เมื่อ 16 ส.ค. ซึ่งผ่านมาเป็นเวลาถึง 5 วันแล้ว จนขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงความคืบหน้าหรือมีคำตอบเพิ่มเติม รวมถึงไม่มีการติดต่อจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอข้อมูลและรายงานฉบับดังกล่าวเพื่อไปทำงานต่อเลย ทั้งที่หลักฐานที่รวบรวมมานั้นค่อนข้างชัดเจน จนสามารถมีข้อสันนิษฐานเบื้องได้ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุอาจมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ เพราะถึงแม้วันนั้นจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายจุด แต่ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงว่า เป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดได้ไปรวมกันในพื้นที่สุดท้ายคือหน้า สน.ดินแดง ในจุดที่ไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมหรือประชาชนทั่วไปเข้าไปได้ เราจึงยังรอคำตอบอยู่ว่า กลุ่มบุคคลก่อเหตุที่ปรากฏในหน้า สน.ดินแดง กลุ่มนั้นเป็นใคร และเมื่อมีข้อมูลปรากฏชัดเจนว่ามีกลุ่มบุคคลอยู่ในพื้นที่ควบคุมดูแลเฉพาะของเจ้าหน้าที่ แต่ทำไมเวลาผ่านมาหนึ่งเดือนเต็มแล้วยังหาตัวคนกลุ่มนี้ไม่ได้ เปรียบเทียบกับกรณีของผู้ชุมนุมอื่น ๆ แค่มีภาพปรากฏในกล้องวงจรปิดก็จะเห็นว่าสามารถหาตัวและตามไปถึงบ้านได้ทุกครั้ง ทำไมพอเป็นกรณีที่คาดว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องจึงดำเนินการอย่างล่าช้า ไม่มีความกระตือรือร้นเหมือนกรณีที่ต้องการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม

“คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ได้ตั้งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงและมีการเปิดเผยรายงานจากการรวบรวมหลักฐานกล้องวงจรปิด 54 ตัว ในบริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่ข้างเคียง รวมถึงได้สัมภาษณ์ผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่เด็กชาย A อายุ 14 ปี ถูกยิงหน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 14 กระสุนเข้าบริเวณหัวไหล่ด้านหลัง ทะลุออกด้านหน้า และเด็กชาย B อายุ 15 ปี ถูกยิงบนถนนฝั่งตรงข้าม สน.ดินแดงกระสุนเข้าบริเวณคอ และฝังอยู่ใกล้แกนสมอง ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในอาการโคม่าและครอบครัวยังคงรอความยุติธรรมจากเจ้าหน้าที่ในการติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีจนถึงตอนนี้”

เพชรบุรี - ทำเก๋!! ชวนประชาชนไดร์ฟทรู ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้บนรถ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพระจอมเกล้า

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายแพทย์เกรียงศักดิ์ คำอิ่ม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเปิดจุดบริการประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้บนรถ (Drive Thru Vaccine COVID-19) ที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพระจอมเกล้า เพชรบุรี

นายแพทย์เกรียงศักดิ์ เปิดเผยว่าอยากให้ชาวเพชรบุรีทั้งหมดได้รับวัคซีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ ทุกคน ซึ่งจากการติดตามผลการฉีดวัคซีน มีความห่วงใยคนที่มีความเคลื่อนไหวลำบาก เดินทางมาลำบาก ไม่สามารถที่จะเข้าถึงบริการได้ จึงร่วมแรงร่วมใจกันเปิดไดร์ฟทรู เพื่อกลุ่มคนที่พอเคลื่อนไหวได้แต่ญาติพี่น้องลำบากที่จะพามา การฉีดบนรถ หรือไดร์ฟทรู วันอาทิตย์ วันหยุด จะช่วยให้ฉีดได้สะดวกไม่ต้องลงจากรถและยังมีความสำคัญเนื่องจากว่าวันธรรมดา ญาติ ลูกหลาน ไม่สามารถพามาได้ ทั้งนี้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทั้งหมด มีความรู้สึกยินดีที่จะให้บริการ แม้เป็นวันหยุดก็ไม่ยอมหยุดมาช่วยกันทำงานตรงนี้ เพื่อรักษาชีวิตพี่น้องของชาวเพชรบุรีทุกคน

นายสันทัด รัตนะนิรุตติ ชาวเพชรบุรี เปิดเผยว่าได้ขับรถพามารดามารับวัคซีน ที่ผ่านมามารดาตนมีความกลัวมากเรื่องวัคซีน แม้ว่าลูก ๆ ทุกคนที่ฉีดวัคซีนแล้วพยายามบอกแม่ให้ไปแต่ก็ไม่ยอมฉีด จนได้ข่าวว่าโรงพยาบาลพระจอมเกล้ามีบริการแบบไดร์ฟทรู คิดว่าเป็นวิธีที่ดี ลองคุยกับแม่ดูจนยอมตกลง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยพบวิธีนี้มาก่อน พอมาเห็นเป็นการบริการได้ดีมากทำให้แม่ลดความกลัว และก็จะพาแม่มาฉีดเข็มที่ 2 อีกครั้ง

'แอมมี่' แฉเอง ‘เพื่อไทย’ ท่อน้ำเลี้ยงม็อบ 3 นิ้ว ส่วน ‘ก้าวไกล’ ขี้เหนียว – แต่ยังดีที่ส.ส.ช่วยประกันตัว

20 ก.ย.64 นายไชยอมร แก้ววิบูลพันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ โพสต์เฟซบุ๊ก the bottom blues ถึงกระแสความขัดแย้งทางความคิดระหว่างแฟนคลับพรรคฝ่ายค้าน ก้าวไกล และเพื่อไทย ในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่า “ผมไม่สนหรอก ก้าวไกลหรือเพื่อไทย เรื่องการเมืองมันซับซ้อน และตลกดีนะในขณะเค้าทะเลาะกันมีนักศึกษาคนนึง ผู้ที่เชื่อในอุดมการณ์ติดคุกเพราะกล้าพูดความจริง แทนความในใจของผู้ถูกกดขี่ทั้งหลายที่ไม่เคยแม้แต่จะกล้าส่งเสียงในที่แจ้ง หนุ่มน้อยคนนี้ ชื่อ เพนกวิ้น พริษฐ์ ชิวารักษ์

ผมไม่ได้เชียร์ก้าวไกลนะ แต่ผมเคยถามกวิ้นว่า มึงจะลงเล่นการเมืองใช่มั้ย? กวิ้น มันตอบว่า ไม่เคยคิดเลยพี่ ผมอยากเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ล้านนา นั้นคือความฝันผม ผมถามต่อว่าแล้วนักการเมืองที่มึงชอบอะ ตอนนี้มีใคร มีไหม? มันตอบว่า พี่เจี้ยบ อมรัตน์

บิณฑ์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ จัดพิธีบวงสรวงสักการะ แด่ รัชกาลที่ ๕ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ (วันที่ 20 กันยายน)

บิณฑ์ - เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ได้จัดพิธีบวงสรวงสักการะแด่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ภายในป้อมพระจุลจอมเกล้า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 5) สมเด็จพระปิยะมหาราช ซึ่งทางบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เป็นผู้ริเริ่มจัดงานนี้ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องกว่า 29 ปี

โดยในพิธีได้มีจัดวางเครื่องสักการะและพานบายสีในรูปแบบต่างๆอย่างครบเครื่องเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงประกาศเลิกทาส และพัฒนาด้านต่างๆของประเทศไทย โดยคนส่วนใหญ่นิยมสักการะกันเพียงแค่วันที่ 23 ตุลาคมเท่านั้น แต่พี่บิณฑ์ อยากจะให้ประชาชนคนไทยเห็นถึงความสำคัญในวันที่ 20 กันยายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่านด้วย ทั้งนี้มีเหล่าดารานักแสดง พี่น้องประชาชน ต่างพากันเดินทางมาร่วมงานด้วยพลังแห่งศรัทธาบารมีแด่พระองค์ท่าน และร่วมกันทำ "พิธีตัดเค้ก" ถวาย และนำมาแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมงานเพื่อเป็นสิริมงคลด้วย 

ชุมชนดุสิตป่วยติดเตียง – ติดเชื้อโควิดรอบใหม่! ‘พันธมิตรจิตอาสาห่วงใย’ ลุยมอบอาหารปันสุข เติมอิ่ม บรรเทาทุกข์

เกาะติดภาระกิจ ครัวปันอิ่ม วันที่  20 กันยายน 2564  ที่ชุมชนวัดประชาระบือธรรม 3 เขตดุสิต นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนพันธมิตรจิตอาสา ประกอบด้วย มูลนิธิสหชาติ สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 1 (ปสม.1) หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 12 (สสสส.)

ร่วมส่งมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน และหน้ากากอนามัย แก่ชาวชุมชนวัดประชาระบือธรรม 3 โดยมี นางประดับศรี ดาราสิชฌน์ ประธานชุมชน พร้อมคณะกรรมการ และอสส.จ.ส.ท. ร่วมกันรับมอบเพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่ป่วยติดเตียง หรือกักตัวรักษาการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ในบ้าน และส่วนหนึ่งนำส่งมอบให้ชาวบ้าน ที่ออกมารับข้าวด้วยตนเองได้นำไปรับประทาน

สำหรับชุมชนวัดประชาระบือธรรม 3 มีผู้อาศัยอยู่ 138  ครัวเรือน จำนวนประชากรมากกว่า 600  คน มีผู้ที่ติดเชื้อโควิด และทำการรักษาหายแล้ว จำนวน 39 คน และหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย พบมีผู้ติดเชื้อใหม่ เพิ่มอีก 4 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างทำการรักษาตามระบบสาธารณสุข  นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียง 10 คน ผู้สูงอายุประมาณ 100 คน  อาชีพของคนในชุมชนส่วนใหญ่ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นลูกจ้าง เป็นผู้ยากไร้

เพิ่มศักยภาพกลุ่มนาแปลงใหญ่-เพชรบุรี ด้วย ‘เครื่องจักรกลการเกษตร’ (Machinerisation policy)

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรและวัสดุอุปกรณ์ต่อพ่วง แก่กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวหมู่ที่ 1,2,3 ตำบลห้วยข้อง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด พร้อมด้วย นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ โดยมีนายชาญณรงค์ พวงสั้น เกษตรจังหวัดเพชรบุรี ให้การต้อนรับ สำหรับการส่งมอบเครื่องจักร มีดังนี้

1. รถฟาร์มแทรกเตอร์ ขนาด 50 แรงม้า จำนวน 2 คัน พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง ได้แก่ ใบมีด, จอบหมุน, ผาน, ขลุบหมุน ล้อเหล็ก, เวทถ่วงล้อ พร้อมทะเบียน พรบ. จำนวน 2 ชุด

2. รถบรรทุกดีเซล ขับเคลื่อน 4 ล้อ ขนาด 15.5 แรงม้า จำนวน 1 คัน

3. เครื่องอัดฟาง พร้อมเชือกอัดฟาง จำนวน 1 เครื่อง

4. โดรนเพื่อการเกษตร ขนาดบรรจุ 15 ลิตร จำนวน 1 เครื่อง ในวันที่ 20 กันยายน 2564 ณ หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยข้อง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งหวังให้เกษตรกรมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็ง บริหารจัดการแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ต่อยอดด้านคุณภาพมาตรฐาน แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงตลาด รวมทั้งสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิต การลดต้นทุนการผลิต และมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top