Friday, 26 June 2026
TheStatesTimes

ทบ. รับซื้อผลผลิต ตลอดสถานการณ์โควิด  พร้อมเร่งมช่วยเหลือเกษตรกรหลังประสบภัยพายุ “โกนเซิน”

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ต.หญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าจากอิทธิพลจากพายุโซนร้อน”โกนเซิน” ที่ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักต่อเนื่อง บริเวณภาคเหนือ, ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 9 – 10 ก.ย. 64 และในช่วงวันที่ 11 - 15 ก.ย. 64 ร่องมรสุมได้เลื่อนพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ปัจจุบันยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกและภาคใต้ เกิดน้ำท่วมขังในพืชสวนไร่นา และพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้าง รวมทั้งในหลายจังหวัดพบความเสียหายหลังจากน้ำลด เกษตรกรหลายครัวเรือนประความเดือดร้อนเป็นอันมาก 

จากสถานการณ์ดังกล่าว กองทัพบกได้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ตามนโยบายของ พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ในการช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ทำให้เกิดข้อจำกัดในการขนส่งสินค้าและการจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกร รวมทั้งข้อจำกัดในการเดินทางของผู้รับซื้อสินค้า อีกทั้ง สิ่งสำคัญที่กองทัพบกได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตลอดมาคือการช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิตและรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรตาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเรื่องการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรและสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร” ที่ได้จัดทำขึ้น ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่ 30 มิ.ย.64

ทบ. จัดทบทวนมาตรฐานการประกอบเลี้ยง เสริมมาตราการป้องกันโรค เพื่อคุณภาพชีวิตกำลังพลให้สุขภาพดีแข็งแรง 

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ท.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากนโยบายพลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสิทธิและสวัสดิการของทหารกองประจำการมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับดูแลความเป็นอยู่ของทหารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่ต้องสะอาด, อร่อย, มีประโยชน์, ปริมาณเพียงพอและผู้บริโภคมีความพึงพอใจเพื่อสร้างขวัญกำลังใจพร้อมเสริมสร้างร่างกายให้ทหารมีความแข็งแรงและสุขภาพที่ดี

กองทัพบก โดย กรมพลาธิการทหารบกจึงได้จัดอบรมทบทวนการปฏิบัติ พร้อมเพิ่มพูนทักษะความรู้ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประกอบเลี้ยงจากหน่วยทหารทั่วประเทศใน “หลักสูตรนายสิบสูทกรรม” ผ่านระบบออนไลน์ในห้วงวันที่ 2 ส.ค. - 17 ก.ย. 64 ที่ผ่านมาโดยได้เชิญวิทยากรจากภายในและภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการ การประกอบอาหาร การจัดเลี้ยงและการบริการมาถ่ายทอดความรู้ เพื่อยกระดับการเลี้ยงดูทหารให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดียิ่งขึ้น โดยในหลักสูตรได้เน้นย้ำถึงมาตรการป้องกันโควิด-19 

ที่กรมควบคุมโรคกำหนด ในการรักษาความสะอาด แยกระหว่างอาหารดิบและอาหารปรุงสุก ให้ความร้อนอาหารอย่างทั่วถึง และเก็บรักษาอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสม ใช้น้ำและวัตถุดิบที่สะอาดและปลอดภัย รวมถึงผู้ประกอบเลี้ยงต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น หมวกคลุมผม ถุงมือ หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าระหว่างประกอบอาหารตลอดเวลา พร้อมจัดเตรียมอาหารเป็นชุดแยกจาน ช้อน ส้อม แก้วน้ำส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค นอกจากนั้นในหลักสูตรยังได้ทบทวนความรู้หลักโภชนาการในการกำหนดและคำนวณปริมาณแคลอรี่อาหารตามคู่มือหลักโภชนาการของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ทหารกองประจำการทุกนายได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่และให้พลังงานที่เพียงพอในทุกมื้อโดยเฉพาะในมื้อเช้าให้เสริมอาหารพิเศษ อาทิ ไข่ น้ำเต้าหู้ นม หรือเครื่องดื่มสุขภาพ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายมีความสมบูรณ์และแข็งแรง ตลอดจนให้หน่วยจัดรายการอาหารพิเศษสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล

“บิ๊กบี้” ส่งกำลังพลซ่อมบ้าน ช่อยเหลือปชช.ที่ได้รับความเดือดร้อน  

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ร.อ.หญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากนโยบายของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ให้ความสำคัญเรื่อง การดูแลช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสุข ทำให้สังคมมีความเข้มแข็งปลอดภัย อันจะส่งผลดีในด้านการพัฒนาประเทศ รวมทั้งได้น้อมนำแนวพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ในการเป็นทหารพระราชา ร่วมดูแลสุขทุกข์ ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมปัจจัยพื้นฐานด้านการดำรงชีพให้ประชาชน ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกได้ริเริ่มโครงการ “ปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้และด้อยโอกาส” ตั้งแต่ ต.ค.61 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 โดยได้มอบให้กองทัพภาคที่ 1 นำศักยภาพของหน่วยทหารช่างมาดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างให้กับประชาชน บริเวณชุมชนแออัดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 25 จังหวัดภาคกลาง ปัจจุบันสามารถดำเนินการซ่อมสร้างและส่งมอบเรียบร้อยแล้วรวม 297 หลังคาเรือน

ล่าสุดได้มอบให้หน่วยทหารทั่วประเทศ สนับสนุนกำลังพลจิตอาสา พร้อมสิ่งอุปกรณ์และยานพาหนะ ประสานร่วมกับส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชน ในพื้นที่ต่างๆ เข้าดำเนินการสำรวจที่พักอาศัย ตลอดจนอาคารแหล่งสโมสรที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร ที่มีความชำรุดเสียหาย เพื่อประเมินและพิจารณาปรับปรุงซ่อมแซมให้กับประชาชนและชุมชน พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น เสริมการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างกำลังใจให้ประชาชนดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม มีที่พักอาศัยที่แข็งแรง ถูกสุขอนามัย สามารถใช้ประโยชน์ได้ รวมทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ด้วย 

‘ปารีณา’ ฉะโพลดัง สำรวจประชาชนพันกว่าคนจากทั้งประเทศ ไม่อยากให้ ‘ประยุทธ์’ เป็นหัวหน้าพรรคลงสู้ศึกเลือกตั้ง เหตุบริหารล้มเหลว - ขาดภาวะผู้นำ แนะอย่าเชื่อมาก

จากกรณีที่ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “นายกรัฐมนตรีกระชับอำนาจ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-16 กันยายน 2564 จำนวน 1,317 ตัวอย่าง เกี่ยวกับการกระชับอำนาจของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

กรณีความเห็นของประชาชนต่อการเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ แทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.11 ระบุว่า ไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพรรคพลังประชารัฐเลย และความคิดเห็นของประชาชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์เกี่ยวกับการตั้งพรรคของตนเองเพื่อเตรียมการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.24 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์บริหารงานล้มเหลว ขาดภาวะผู้นำนั้น

โอกาสพัฒนาเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด ที่ไทยไม่คว้าเอาไว้! | Click on Clear THE TOPIC EP.46

???? ล้วงลึก 'CPTPP' โอกาสยกระดับเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด ที่ไทยไม่คว้า!!
???? และหากปล่อย CPTPP ให้หลุดลอย ไทยจะสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน?

ร่วมชวนคิดประเด็นฮอตนี้ได้ ในรายการ Click on Clear THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ กับ....

‘อ.ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์’ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม 
ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

.

.

21 กันยายน ของทุกปี ถือเป็น ‘วันประมงแห่งชาติ’ เพื่อสนับสนุนอาชีพประมง สร้างขวัญกำลังใจในการประกอบอาชีพของชาวประมงไทย

วันที่ 21 กันยายนของทุกปี ถูกตั้งให้เป็น ‘วันประมงแห่งชาติ’ เพื่อเป็นการสนับสนุนในการทำอาชีพประมง และเป็นที่ระลึก สร้างขวัญกำลังใจในการประกอบอาชีพของชาวประมงไทย

โดยที่มาของวันประมงแห่งชาติ เกิดจากสหกรณ์ประมงจังหวัดสมุทรสาครทำหนังสือ ลงวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 ถึง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โดยเสนอให้รัฐบาลกำหนดวันประมงแห่งชาติขึ้น เพื่อให้เป็นกำลังใจในการประกอบอาชีพ และอาสาปกป้องประเทศทางด้านทะเล 

นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้สํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีมอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้พิจารณา ซึ่งได้มอบให้กรมประมง เป็นผู้รับเรื่อง เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรง นอกจากนี้สํานักเลขาธิการฯ ได้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้ราชบัณฑิตยสถานและกรมศิลปากรร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมอีกด้วย กรมประมงจึงได้ประสานงานกับกองทัพเรือและมีความเห็นร่วมกันให้ วันสงกรานต์ ซึ่งประชาชนชาวไทยยึดถือเสมือนเป็นวันขึ้นปีใหม่มาตั้งแต่อดีต เป็นวันที่หยุดปฏิบัติภารกิจประจําวัน ในวันดังกล่าว 

“วันแรดโลก” ตรงกับวันที่ 22 กันยายน ของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์แรดทั้ง 5 สายพันธุ์ เนื่องจากประชากรแรดทั่วโลกกำลังลดจำนวนลง และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยสาเหตุหลักมาจากการล่าของมนุษย์

จุดเริ่มต้นของวันแรดโลก ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2553 โดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature - WWF) แห่งแอฟริกาใต้ จากการริเริ่มของผู้หญิง 2 คน คือ ลิซ่า เจน แคมป์เบล และ ซิงห์ ที่มีความต้องการเหมือนกันในการก่อตั้งวันแรดโลกขึ้นมา เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับแรดทั้ง 5 สายพันธุ์ และผลักดันจนสามารถเกิดเป็นวันแรดโลกได้สำเร็จ จนกลายเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกและองค์กรต่าง ๆ ที่หันมาร่วมกันอนุรักษ์แรด 5 สายพันธุ์ 

1.) แรดขาว (Ceratotherium simum) เป็นแรดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พบในทวีปแอฟริกา
2.) แรดดำ (Diceros bicornis) เป็นแรดที่มีความใหญ่รองมาจากแรดขาว พบในทวีปแอฟริกาเช่นกัน
3.) แรดอินเดีย (Rhinoceros unicornis) พบในภูมิภาคเอเชียใต้ จัดเป็นแรดที่มีเพียงนอเดียว มีลักษณะเด่นคือ ผิวหนังหนาและมีรอยย่นเห็นได้ชัดเจน
4.) แรดชวา (Rhinoceros sondaicus) พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับแรดอินเดีย เป็นแรดชนิดที่หายากที่สุดในโลก และได้รับการจัดอันดับว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมชนิดที่หายากที่สุดในโลกอีกด้วย
5.) กระซู่ หรือแรด 2 นอ หรือ แรดสุมาตรา, แรดขน (Dicerorhinus sumatrensis) มีลักษณะเด่นที่สุดคือ มี 2 นอ นอหน้าใหญ่กว่านอหลัง จัดเป็นสัตว์ตระกูลแรดที่มีขนาดเล็กที่สุด พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน มีลักษณะเด่นคือ มีขนปกคลุมทั้งลำตัว เป็นแรดที่หายากมากอีกชนิดหนึ่ง

ในปัจจุบัน แรดกลายมาเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เข้าไปทุกขณะ โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้แรดใกล้สูญพันธุ์นั้นเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าที่ทำลายที่อยู่อาศัยของแรด และอีกสาเหตุหลักที่สำคัญคือ การล่าของมนุษย์ ที่ต้องการนำนอแรดไปขายแปรรูปเป็นเครื่องประดับต่าง ๆ รวมถึงการนำนอแรดไปปรุงเป็นยา ตามความเชื่อของชาวจีนว่านอแรดสามารถรักษาโรคได้บางโรค ทั้งที่จริงแล้วส่วนประกอบทางเคมีของนอแรดนั้นไม่ต่างอะไรไปกับเส้นผมของคนเลย ซึ่งการสำรวจการลักลอบฆ่าแรดในแอฟริกาใต้ พบว่ามีการลักลอบฆ่าแรดเพื่อเอานอเพิ่มสูงขึ้นกว่า 9,300 ตัว จาก 13 ตัว ในปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็น 1,215 ตัว ในปี 2557

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กำหนดให้วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561 เป็นวัน “ศารทวิษุวัต” คือวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตกพอดี ทำให้ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน

วันศารทวิษุวัต กลางวันยาวเท่ากลางคืน โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่าวัน “ศารทวิษุวัต” ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตกพอดี ทำให้ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน ถือเป็นวันเปลี่ยนฤดูกาลเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเปลี่ยนสู่ฤดูใบไม้ผลิของประเทศในซีกโลกใต้

วันศารทวิษุวัต กลางวันยาวเท่ากลางคืน (Autumnal Equinox) คำว่า “Equinox” มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน 2 คำ คือ Aequus แปลว่า เท่ากัน และ Nox แปลว่า กลางคืน ดังนั้น Equinox หมายถึงวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน ซึ่งตรงกับคำว่า “วิษุวัต” แปลว่า “จุดราตรีเสมอภาค” โดยวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันนี้จะเกิดขึ้นเพียง 2 ครั้งต่อปี คือในช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) และในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox)

ในแต่ละวันดวงอาทิตย์จะปรากฏอยู่ตำแหน่งที่ต่างกัน เปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ 1 องศา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนที่จากจุดเหนือสุดลงมาทางใต้ เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนมา ณ ตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี สำหรับประเทศไทย วันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 06.07 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:14 น. นับเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วงของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของประเทศในซีกโลกใต้ จากนั้นดวงอาทิตย์จะเคลื่อนลงทางใต้เรื่อย ๆ จนดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด ในวันที่ 22 ธันวาคม 2563 จากนั้นจะค่อย ๆ เคลื่อนกลับทางเหนืออีกครั้ง

วันนี้ในอดีต “สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า” เริ่มเปิดการจราจรเป็นวันแรกในปี พ.ศ. 2516 โดยสะพานแห่งนี้สร้างข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา - เชื่อมต่อเขตพระนคร - เขตบางพลัด ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท

“สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า” (Somdet Phra Pinklao Bridge) หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานปิ่นเกล้า เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้าระหว่างเขตพระนคร (ฝั่งพระนคร) กับเขตบางกอกน้อย (ฝั่งธนบุรี) กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท

สะพานพระปิ่นเกล้าเป็นสะพานแบบคอนกรีตอัดแรงชนิดต่อเนื่อง มีจำนวนช่องทางรถวิ่ง 6 ช่องทางจราจร ความกว้างของสะพาน 26.60 เมตร ความยาว 622 เมตร สร้างขึ้นเพื่อผ่อนคลายความคับคั่งของการจราจร โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น ในการสำรวจออกแบบสะพาน และให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลไทย 
 

ตำรวจเตือน! บุคคลนำคลิปหรือภาพลามกของตน ไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อแลกเงิน เสี่ยงถูกดำเนินคดี

วันที่ 20 ก.ย.2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่มีบุคคลที่เรียกตัวเองว่า เซ็กซ์ครีเอเตอร์(Sex Creator) หรือพอร์นฮับเบอร์(Porn hubber)นำภาพหรือคลิปของตนเองในลักษณะลามกอนาจาร เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผ่าน เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น OnlyFans หรือเว็บไซต์อื่นที่มีลักษณะเดียวกัน รวมถึงกลุ่มลับต่าง ๆ ที่เปิดรับสมาชิกและมีการเรียกเก็บค่าเข้ากลุ่ม เพื่อรับชมคลิปหรือภาพลามกอนาจาร โดยผู้ที่ปรากฏในคลิป ผู้ผลิต หรือ ผู้นำคลิปไปเผยแพร่ ได้รับประโยชน์ใด ๆ จากผู้อื่นเป็นค่าตอบแทนจากการกระทำดังกล่าวนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวมาโดยตลอด

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ฯ กล่าวว่าแม้พฤติการณ์ดังกล่าวในหลายประเทศอาจถือว่าไม่เป็นความผิด แต่สำหรับประเทศไทย กฎหมายได้บัญญัติไว้เป็นความผิดอย่างชัดเจน จึงขอให้เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการบังคับใช้กฎหมายด้วย และขอเรียนชี้แจ้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ดังนี้

กรณีผู้ที่ปรากฏในสื่อลามกเป็นผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป)

- เพื่อประสงค์แห่งการค้าฯ นำเข้า ผลิต  เผยแพร่สื่อลามกอนาจารฯ  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ป.อาญา มาตรา 287(1)

- นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- “ครอบครอง” สื่อลามกที่บุคคลในสื่อลามกอายุ 18 ปีขึ้นไปไม่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย ยกเว้น ครอบครองสื่อลามกเด็ก หรือ Child Pornography (บุคคลในสื่อลามกอายุต่ำกว่า18ปี)ฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ป.อาญา มาตรา 287/1

ฝากถึงพี่น้องประชาชน เซกซ์ครีเอเตอร์ และพอร์นฮับเบอร์ หรือผู้ที่คิดอยากทำเนื้อหาที่มีลักษณะลามก(Sex content)ที่จะนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ขอให้ตระหนักถึงผลกระทบด้านอื่น นอกเหนือจากในแง่ของกฎหมาย เนื่องจากเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่ดังกล่าว ไม่สามารถถูกทำให้หายไปได้ แต่จะยังคงวนเวียนอยู่ในโลกออนไลน์ วันหนึ่งท่านต้องมีครอบครัว วันหนึ่งท่านต้องออกจากวงการไปมีวิถีชีวิต หรือมีหน้าที่การงานอย่างอื่นที่อยู่นอกวงการนี้ ท่านและคนรอบตัวของท่าน คือคนที่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้โดยตรง ขออย่าให้เห็นแก่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า เพราะค่าตอบแทนเม็ดงามในวันนี้เป็นเพียงยาพิษเคลือบน้ำตาล ที่จะตามส่งผลร้ายแรงในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top