Friday, 26 June 2026
TheStatesTimes

สหรัฐฯ ตรวจพบ โควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ 'มิว' ครบทุกรัฐ ขณะยอดติดเชื้อในประเทศทะลุ 40 ล้านคน

โควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ “Mu” ตรวจพบเกือบครบทุกรัฐในสหรัฐฯ แล้ว และพบในกรุงวอชิงตันดีซี เมืองหลวงด้วย ล่าสุด จำนวนผู้ติดเชื้อ Mu ในสหรัฐฯ พบกว่า 2,200 คน แซงหน้าโคลอมเบีย ประเทศต้นตอ “Mu” และเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อ Mu ที่พบทั่วโลก ขณะยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมในสหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านคน

Newsweek รายงานว่า สหรัฐฯ ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ “Mu” ใน 49 รัฐ และพบในกรุงวอชิงตันดีซี เมืองหลวงสหรัฐฯ ด้วย เหลือเพียงรัฐเดียวที่ยังรอดจาก Mu คือ รัฐเนแบรสกา

ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อ Mu ที่พบในสหรัฐฯ ล่าสุด มากกว่า 2,200 คนแล้ว แซงหน้าโคลอมเบีย ประเทศต้นกำเนิดสายพันธุ์ Mu ที่พบผู้ติดเชื้อราว 900 คน และคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อ Mu ทั่วโลกกว่า 5,000 คน ในอย่างน้อย 39 ประเทศทั่วโลก 

รัฐแคลิฟอร์เนียพบผู้ติดเชื้อ Mu มากที่สุด 384 คน เฉพาะในเขตปกครองลอสแองเจลิส พบ 167 คน

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เพิ่งยกระดับ Mu เป็นโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ที่ “ควรสนใจ” และเตือนว่า Mu อาจสามารถหลบเลี่ยงวัคซีนต้านโควิดได้ และอาจติดต่อได้ง่ายกว่าโควิดกลายพันธุ์ตัวอื่น ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC ยังไม่ได้ยกระดับอันตรายของ Mu ในสหรัฐฯ ให้เท่ากับ WHO และเมื่อสัปดาห์ก่อน นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า ขณะนี้ Mu ยังไม่เป็นภัยคุกคามสหรัฐฯ ในเวลาอันใกล้ และยังไม่เข้าใกล้การเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดหลักในสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ กำลังจับตา Mu อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ สายพันธุ์ที่ระบาดหลักในสหรัฐฯ ยังคงเป็น “Delta”

สหรัฐฯ ได้รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อ Mu สูงสุดในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้น ปรากฏว่า ผู้ติดเชื้อ Mu ในสหรัฐฯ กลับลดลง เป็นสัญญาณว่า Mu อาจกำลังอ่อนแอลงก็เป็นได้ และยังไม่เป็นปัญหาในตอนนี้ แต่อาจเป็นปัญหาในอนาคตได้

ทั้งนี้ โควิดกลายพันธุ์ Mu พบครั้งแรกที่โคลอมเบียเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และได้ระบาดในทวีปอเมริกาใต้ สหรัฐฯ และยุโรป

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ ล่าสุด ทะลุ 40 ล้านคนแล้วเมื่อวานนี้ (6 กันยายน) อยู่ที่ 40,865,794 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 666,559 คน สหรัฐฯ ยังครองอันดับ 1 ของโลก เป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตและติดเชื้อโควิด-19 สูงที่สุดในโลก ผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 18% ของผู้ติดเชื้อทั่วโลก ส่วนผู้เสียชีวิตคิดเป็นเกือบ 14% ของผู้เสียชีวิตทั่วโลก

สาเหตุจากกลายพันธุ์ “Delta” ยังคงทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และอาการทรุดต้องเข้าโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 

ขณะ 5 รัฐที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในสหรัฐฯ อันดับ 1 คือ แคลิฟอร์เนีย ผู้ติดเชื้อสะสม 4,421,247 คน, อันดับ 2 เทกซัส 3,706,980 คน, อันดับ 3 ฟลอริดา 3,352,451 คน, อันดับ 4 นิวยอร์ก 2,304,955 คน และอันดับ 5 อิลลินอยส์ มากกว่า 1.5 ล้านคน และมีอีก 8 รัฐที่มีผู้ติดเชื้อสะสมเกิน 1 ล้านคน คือ จอร์เจีย, เพนซิลเวเนีย, โอไฮโอ, นอร์ธแคโรไลนา, นิวเจอร์ซีย์, เทนเนสซี, มิชิแกน และแอริโซนา


ที่มา : https://www.facebook.com/351495409269379/posts/520543789031206/

‘เครือข่ายพันธิมิตรจิตอาสา’ ส่งเสบียงอาหารผ่านข้าวกล่อง ช่วยผู้ป่วยกักตัว ในซอยลาดปลาเค้า 4 ได้ปันอิ่ม

วันที่ 7 กันยายน ที่กลางซอยลาดปลาเค้าซอย 4 เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เครือข่ายพันธิมิตรจิตอาสา นำโดย นายสมชาย จรรยา อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทน นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 1 (ปสม.) สถาบันพระปกเกล้า นำโดย นางถวิล เพิ่มเพียรสิน อดีตรองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางสาวพรทิพย์ เตชะสมบูรณา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ เวิลด์เมดิคอลซัพพลาย จำกัด นายภูริวัจน์ ปุณยวุฒิปรีดา กรรมการผู้จัดการ บจก.เอสพีวี ปิโตรเลียม นางสาววิไลพร นาควิจิตร ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการช่องรายการและระบบออกอากาศ สถานีโทรทัศน์ TNN 2 และผู้แทนมูลนิธิสหชาติ

ร่วมส่งมอบข้าวกล่องพร้อมทาน “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” จากเครือซีพี ที่รับจากห้างโลตัส สาขาบางกะปิ นำไปช่วยเหลือชาวบ้านลาดปลาเค้าซอย 4 ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา มีทั้งผู้ที่กักตัวอยู่ภายในบ้าน ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ว่างงาน โดยมี คุณธนวัฒน์ จรรยา ประธานหมู่บ้านนครหลวงนิเวศน์ พร้อมกรรมการ และชาวบ้าน มาร่วมรับมอบ

ส่วนบางรายที่ต้องกักตัวเองผู้ภายในบ้าน ไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตประจำวัน ทางทีมงานพันธมิตรจิตอาสา ได้นำไปแขวนไว้ที่หน้าประตูบ้าน เพื่อได้รับประทาน โดยมีอาหารปรุงสำเร็จ หน้ากากอนามัย สเปรย์ฉีดแอลกอฮอล์ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

สำหรับชุมชนลาดปลาเค้าซอย 4  มีผู้พักอาศัย 100 หลังคาเรือน บางส่วนมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 และทำการกักตัวอยู่ภายในบ้านหลายหลังคาเรือน

เนื่องจากประสบปัญหาเตียงผู้ป่วยของสถานพยาบาลไม่เพียงพอ สำหรับบ้านที่ติดเชื้อโควิด ทางชุมชนจะใช้วิธีนำอาหารไปแขวนไว้หน้าบ้าน ชาวบ้านโซนนี้ส่วนใหญ่มีหลากหลายอาชีพ ทั้งค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ขับรถรับจ้างทั่วไป รับจ้างส่งอาหาร ลูกจ้างร้านอาหาร รปภ. และผู้สูงอายุ

จับกุม! แก๊งตำรวจปลอมปากช่อง อ้างตัวหลอกตระเวนชิงทรัพย์ รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท พร้อมข่มขู่ทำร้าย

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน มีเหตุประทุษร้ายเกี่ยวกับทรัพย์ ในพื้นที่ ภ.3 เกิดขึ้นบ่อยครั้ง มีหลายคดีเป็นการประกอบเหตุ โดยคนร้ายได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข่มขู่ จะทำร้ายผู้เสียหายก่อนเอาทรัพย์สิน แล้วหลบหนีไป

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 ได้กำชับให้ทุก ภ.จว. หามาตรการในการระวังป้องกัน และเร่งรัดสืบสวนจับกุมคนร้ายที่ประกอบเหตุให้ได้โดยเร็ว โดยมอบหมาย พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ รอง ผบช.ภ.3 ควบคุมการปฏิบัติ

ต่อมาวันที่ 6 กันยายน 2564 อำนวยการโดย พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์  จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3, พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา , พ.ต.อ.สมบัติ หงษ์ทอง, พ.ต.อ.ประสงค์ เรืองเดช พ.ต.อ.ชลาสินธุ์ ชลาลัย, พ.ต.อ.เดชพล เปรมศิริ รอง ผบก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ได้สั่งการให้  พ.ต.อ.ยุทธพงษ์  รอดนวล ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3

จับกุมตัว นายเจษฎา อายุ 31 ปี หมายจับของศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ 81/2564 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2564  ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันชิงทรัพย์(ลักทรัพย์ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์นั้นไป) โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน”

พร้อมด้วยของกลาง ประกอบด้วย

1.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า 2 สีเทาดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน  1  คัน

2.ทะเบียนรถยนต์ กฉ 2435 สุรินทร์  จำนวน  2  แผ่น

3.เสื้อผ้าที่ใช้ในการก่อเหตุ จำนวน  1  ชุด

จากการซักถาม นายเจษฎา รับว่า ตนพร้อมพวกที่หลบหนี เป็นผู้ก่อเหตุจริง โดย ครั้งที่ 1 ชิงทรัพย์ในพื้นที่ สภ.จอหอ ได้ทรัพย์สินไปประมาณ 20,000 บาท ครั้งที่ 2 ชิงทรัพย์ในพื้นที่ สภ.หนองสาหร่าย ได้ทรัพย์สินไปประมาณ 108,000 บาท และครั้งที่ 3 บุกรุกเข้าไปในบ้านเพื่อชิงทรัพย์  ในพื้นที่ สภ.จอหอ แต่ไม่ได้ทรัพย์สินไป 

โดยวิธีการของคนร้าย จะสะกดรอยติดตามเหยื่อ ที่ดูภูมิฐาน มีฐานะ มีการเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิง หรือผู้ชายตัวเล็ก เมื่อสบโอกาส ก็จะแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เรียกรถยนต์ให้จอด หรือขับรถยนต์ปาดหน้าให้จอด ทำท่าทีตรวจสอบความผิด และใช้อาวุธข่มขู่เอาทรัพย์สิน จากนั้นใช้ยานพาหนะติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมหลบหนีไป 

เหตุเกิดที่ หมู่บ้านบ่อทอง ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 เวลา 10.00 น. จับกุมตัวได้ที่ บริเวณบ้านเลขที่ 110 ม.6 ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา    

จากการสืบสวน เชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้ นอกจากที่รับสารภาพแล้ว น่าจะเคยกระทำผิดหลายครั้งในหลายพื้นที่ หากประชาชนท่านใด ได้รับความเสียหาย ถูกคนร้ายกลุ่มนี้ชิงทรัพย์ สามารถร้องทุกข์เพิ่มเติม  โดยประสานข้อมูลได้ที่ พ.ต.ต.อิทธิพล เพ็ญเดิมพันธ์ สว.ฯ โทร.093-4647453 (ชุดจับกุม) และ ร.ต.อ.ปรีชา มีผิว พงส.สภ.หนองสาหร่าย โทร.089-8617967 และ (044)938794 - 5

ราเมศ เผย ที่ประชุมพรรค มีมติ เห็นชอบ วาระสาม ร่าง รธน. ลุยผลักดัน ร่างกฎหมายป้องกันการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงผลการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564 ว่า

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรค ได้ให้นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักได้รายงานความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการพิจารณาวาระสามในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ และที่ประชุม ส.ส.ได้มีมติเห็นชอบในวาระที่สาม ที่ประชุมไม่ได้มีความกังวลใดๆ และเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาจะให้ความเห็นชอบผ่านวาระสามไปได้อย่างแน่นอน พรรคผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ 
 
ในส่วนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ที่มีนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้เสนอ ไว้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2563 ซึ่งเป็นร่างที่ได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมแล้ว ทางพรรคก็จะผลักดันให้มีการเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาก่อน เพื่อจะได้พิจารณาทันก่อนปิดสมัยประชุม เพราะเมื่อรับหลักการในวาระแรก ในวาระที่สองในชั้นกรรมาธิการก็สามารถพิจารณาในช่วงปิดสมัยประชุมได้ 

นายราเมศกล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวทางพรรคได้ให้ความสำคัญ ที่ผ่านมาได้เชิญภาคประชาชนที่ร่วมผลักดันเรื่องนี้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในที่ประชุมพรรค เห็นตรงกันว่า ควรมีกฎหมายเพื่อป้องกันการกระทำหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมที่ป้องกันการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหายซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นกฎหมายที่จะมุ่งคุ้มครองสิทธิมนุษยชนซึ่งสอดคล้องกับหลักเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และหากเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาในวาระที่สองพรรคก็จะได้เชิญภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ จะได้นำไปหารือกันในวิปรัฐบาลต่อไป

"ณัฐชา" ดักคอ อย่ายื้อเลือกตั้ง กทม.-พัทยา เบี่ยงกระแสหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้ ควรเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับให้เร็วที่สุดแก้ปัญหาโรคระบาด พร้อมปลดล็อกระเบียบข้อบังคับส่วนกลาง ให้เกียรติผู้แทนปชช.

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบเฉพาะการจัดเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในส่วนองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขณะที่การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเทศมนตรีเมืองพัทยาที่ประชุมยังไม่พิจารณาโดยคาดว่าจะมีขึ้นในปีหน้า ว่า สถานการณ์ประเทศไทยในขณะนี้ควรมีการจัดการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน เพราะปัญหาการจัดการโรคระบาดหลายพื้นที่มีความจำเป็นต้องใช้อำนาจท้องถิ่นในการจัดการ หากรัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาของประชาชนจริง เร่งจัดการเลือกตั้งอบต.ให้เร็วที่สุดเพราะมีความจำเป็นอย่างมาก และหากรัฐบาลต้องการแสดงความจริงใจไม่เบี่ยงประเด็นความบอบช้ำหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องเดินหน้ากำหนดวันเลือกตั้งอย่างตรงไปตรงมาเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในขณะนี้ 

"โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ กทม. ที่อยู่ภายในการบริหารงานของผู้ว่าฯ และสมาชิกกรุงเทพฯ ที่แต่งตั้งมานานกว่า 7 ปี อยู่ในตำแหน่งโดยกินเงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชน แต่ประชาชนแทบไม่รู้ว่าทำอะไรไปเพื่อประชาชนบ้าง ดังนั้นการเดินหน้าประกาศให้มีการเลือกตั้งให้เร็วที่สุดคือทางออกวิกฤตในขณะนี้" นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องตระหนักคือการมีตัวแทนประชาชนที่ไม่สะท้อนความต้องการของประชาชนเช่นนี้ ถือเป็นการซ้ำเติมปัญหา จึงควรเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับ เพราะมีความใกล้ชิด รู้และเข้าใจปัญหาให้พื้นที่ตัวเองดี ระเบียบข้อบังคับหรืออะไรต่างๆ ที่ล็อกไว้จากส่วนกลางก็ต้องคลายล็อก เป็นการทำงานอย่างให้เกียรติและไว้ใจตัวแทนของประชาชน ไม่ใช่แค่หาประเด็นเบี่ยงกระแสหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้สื่อมีเรื่องใหม่ไปตีข่าวแล้วก็ยื้อต่อไปในปีหน้า แต่ที่ต้องทำเช่นนี้คงเพราะรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายแม้จะรอดทั้งคณะ แต่เชื่อว่าในใจท่านรู้ดีว่ามือที่ยกให้นั่นไม่ใช่ความไว้ใจของประชาชนอย่างแน่นอน

ผู้ปกครอง "คนพิการทางการเรียนรู้ (LD)” ศึกษาดูงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อผู้ปกครองละเด็กพิเศษ ณ ศูนย์ส่งเสริมทักษะชีวิตบุคคลออทิสติก

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 ณ ศูนย์ส่งเสริมทักษะชีวิตบุคคลออทิสติก ชลบุรี ถ.อ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี ‘นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล’ ผู้ปกครองคนพิการทางการเรียนรู้ (LD) และตำแหน่ง นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย เข้าพบ ‘นางสาวอารยา แดงแสง’ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมทักษะชีวิตบุคคลออทิสติก ชลบุรี เพื่อเป็นต้นแบบในการดำเนินงานสนับสนุนและส่งเสริมทักษะการดำรงชีวิตของผู้ปกครองและน้อง ๆ ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD)

โดย "นางสาวอารยา แดงแสง" ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ให้เกียรติพาเยี่ยมชม การทอผ้าไหมด้วยเครื่องทอผ้า "ซาโอริ" / การทำขนมทองม้วน การทำพวงกุญแจ / การทำขนุนอบแห้ง / การสกรีนร้อนบนแก้วน้ำ / การทำผ้าเช็ดเท้า / การนำเศษผ้ามาทำผ้าเช็ดคราบสกปรกในโรงงานอุตสาหกรรม และ การรับงานจากบริษัทมาทำงานที่บ้าน ซึ่งได้รับการสนับจาก บริษัท ยาฮะตะ อินดัสตรี (ประเทศไทย) จำกัด

หลังจากนั้น "นางสาวอารยา แดงแสง" ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้ให้คำแนะนำแนวทางการพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตของน้อง ๆ เด็กพิเศษ และแนวทางการสร้างเสริมขวัญกำลังใจให้กับผู้ปกครองให้มีความกล้าหาญ ความแข้มแข็ง ความอดทน เพื่อร่วมกันยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ปกครองและเด็ก ๆ ให้ดียิ่งขึ้น ต่อไป

สตูล - ผู้ว่าฯสตูล พร้อมด้วย สำนักงานคณะกรรมการอิสลาม ร่วมกับองค์กรมุสลิม เดินหน้ามอบถุงปันสุข ให้แก่ผู้ที่กักตัว และจะส่งมอบให้พื้นที่ต่าง ๆ ครบทั้ง 7 อำเภอ

วันนี้ 7 กันยายน 2564 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายอรุณ อุมาจิ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ร่วมกับองค์กรมุสลิมในจังหวัดสตูล นาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล,นายยาลา ใบกาเด็ม นายอำเภอเมืองสตูล ร่วมส่งมอบถุงปันสุข โดยผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ เพื่อส่งมอบให้กลุ่มเสี่ยงที่กักตัวเองที่บ้าน ในพื้นที่อำเภอเมืองสตูล 3 แห่ง ประกอบด้วย ตำบลฉลุง 34 ถุง, ตำบลบ้านควน 30 ถุง และเขตเทศบาลคลองขุด (วัดหน้าเมือง) 100 ถุง ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมคณะ ได้เดินมอบถุงปันสุข ถึงครัวเรือน พร้อมให้กำลังผู้ที่กักตัวด้วย

นายอรุณ อุมาจิ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล กล่าวว่า สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ร่วมกับองค์กรมุสลิมในจังหวัดสตูล มีแนวคิดจะจัดกิจกรรมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดสตูลที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยการเดินหน้ามอบถุงปันสุข ให้แก่ ผู้ที่กักตัวที่ LQ , HQ และเยียวยาครอบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในเบื้องต้น และผู้ที่ได้รับผลกระทบในด้านของการประกอบอาชีพ ทั้ง 7 อำเภอในพื้นที่จังหวัดสตูล

ทั้งนี้ นายอรุณ อุมาจิ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมแบ่งปันน้ำใจบริจาคเงินสมทบทุน ในโครงการคนสตูลจะดูแลกัน ร่วมบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี สนง.กอจ.สตูล โครงการคนสตูลจะดูแลกัน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เลขที่บัญชี 586-1-28877-1 หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 089-8785731 และ 081-7987303


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี / ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

ชลบุรี - ศรชล.ภาค1 ร่วมหน่วยงานพื้นที่สัตหีบ รื้อถอนทำลายซากเรือ จัดระเบียบสร้างความสวยงามให้ชายทะเลอ่าวสัตหีบ

วันนี้ (7 ก.ย.64) ที่บริเวณชายทะเลหน้าโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ศรชล.ภาค 1 บูรณาการหน่วยงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จัดโครงการอาสาสมัครรักษ์ทะเลไทย ศรชล.ภาค 1 ภายใต้ (กิจกรรมรื้อถอนและทำลายซากเรือของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้ว) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของชายหาดและทะเลอ่าวสัตหีบบริเวณหน้าโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ให้กลับมามีความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และความสวยงามของทัศนียภาพ

ซึ่งปัจจุบันเกิดปัญหาจากซากเรือประมงของกลางที่สะสมอยู่จำนวนมาก ทำให้กีดขวางและเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ รวมถึงทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล อาทิ สัตว์น้ำและหญ้าทะเล อีกทั้งการจอดเรือที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้ทัศนียภาพของอ่าวสัตหีบขาดความสวยงามและส่งผลกระทบด้านความมั่นคงต่อพื้นที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งเป็นเขตปลอดภัยในราชการทหาร

นอกจากนี้โครงการดังกล่าว ยังช่วยส่งเสริมประชาสัมพันธ์ถึงความร่วมมือร่วมใจของประชาชนในพื้นที่ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และมีส่วนร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เกิดเป็นรูปแบบของกิจกรรมการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืนต่อไป


ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

ครม. เห็นชอบจัดหาวัคซีนซิโนแวคเพิ่ม 12 ล้านโดส รองรับการฉีดวัคซีนสูตรผสม ร่นระยะเวลาฉีดสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เร็วขึ้น 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ก.ย. มีมติเห็นชอบอนุมัติกรอบวงเงิน 4,254.36 ล้านบาท สำหรับจัดหาวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติม จำนวน 12 ล้านโดส เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแก่ประชาชน ใน 4 กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ 

1.) กลุ่มประชาชนที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง (ปอดอุดกั้น หอบหืด) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 (ไตวายเรื้อรัง) โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็งทุกชนิดที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด โรคเบาหวาน และโรคอ้วน (BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 35 น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม) 

2.) ประชาชนอายุ 60 ปีขึ้นไป

3.) เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย เช่น ด่านควบคุมโรคตามชายแดน สถานกักกันโรค ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่เก็บขยะติดเชื้อเป็นต้น 

4.) ประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

การจัดหาวัคซีนซิโนแวคจำนวน 12 ล้านโดสนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนการจัดหาวัคซีนให้แก่ประชาชน เพราะเป็นวัคซีนที่ผลิตแล้ว ทำให้สามารถส่งมอบได้ในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. และยังเป็นการรองรับการฉีดวัคซีนสูตรผสมและเพิ่มความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศที่รวดเร็วยิ่งขึ้น 

ส.ส.สุโขทัย ประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ‘ติดตามเงินชดเชยยาสูบ และขับเคลื่อนการปลูกพืชทดแทนกัญชง’ ย้ำ! ขึ้นภาษีบุหรี่แบบค่อยเป็นค่อยไป ยันไม่ขึ้นอัตราร้อยละ 40 ในปี 2564 แน่นอน

ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ประชุมร่วม นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร ผู้ว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการ จ.สุโขทัย / นายประดิษฐ์ พละทรัพย์ ประธานชมรมชาวไร่ยาสูบเบอร์เล่ย์สุโขทัย / นายประเสริฐ สงวนทรัพย์ นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบ จ.สุโขทัย พร้อมตัวแทนเกษตรกร ที่สำนักงานยาสูบสุโขทัย อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย

ทั้งนี้ จากการติดตามแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวไร่ยาสูบอย่างต่อเนื่อง ดร.พรรณสิริ ได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรไปยังการยาสูบแห่งประเทศไทย กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ตลอดจนเสนอญัตติ ให้ตั้งกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบอย่างเป็นระบบ โดยมีประเด็นปัญหาที่สำคัญ คือ ขอให้กระทรวงการคลังชดเชยโควตาที่ลดลงตั้งแต่ปี 2562  เป็นจำนวนเงิน 159.9 ล้านบาท ต่อปี จนกว่าจะมีนโยบายและแนวทางการปลูกพืชทดแทนที่ชัดเจน และขอให้กรมสรรพษามิต งดการขึ้นภาษีบุหรี่ในอัตราร้อยละ 40 ตามที่มีข้อมูลว่าจะเริ่มปรับในวันที่ 1 ตุลาคม  2564 เป็นต้นไป รวมถึงขอให้การยาสูบประกาศนโยบายโค้วตายาสูบให้ชัดเจน และส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนกัญชงหรือ พืชอื่น ๆ ให้กับเกษตรกรเพื่อให้มีรายได้ไม่น้อยกว่าการปลูกยาสูบ

อย่างไรก็ตาม จากการประชุมในครั้งนี้ ดร.พรรณสิริ ได้แจ้งข้อสรุปว่า วงเงินชดเชยกระทรวงการคลัง ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยการขึ้นภาษีบุหรี่ จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและในปี 2564 ไม่ขึ้นในอัตราร้อยละ 40 อย่างแน่นอน ในส่วนของโค้วตายาสูบนั้น ผู้ว่าการยาสูบแห่งประเทศไทยแจ้งว่า ทางการยาสูบแห่งประเทศไทย  จะพยายามคงโควตาไว้อย่างเดิม พร้อมมีแนวทางส่งเสริมการปลูกพืชทดแทน กัญชง ซึ่งได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง หน่วยงานภาคเอกชน และผู้สนับสนุนส่วนต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่เกษตรกรผู้สนใจอย่างเป็นระบบแล้ว

ดร.พรรณสิริ กล่าวขอบคุณราชการส่วนจังหวัดสุโขทัย ที่เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สาธารณสุขจังหวัด ที่ออกใบอนุญาติปลูกแล้ว จำนวน 6 ราย ขณะที่เกษตรจังหวัดนำร่องการเปลูกใน 2 พื้นที่ เพื่อเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับจังหวัดสุโขทัยในด้านองค์ความรู้ มีวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรสนใจสมัครตามโครงการของมหาวิทยาลัยนเรศวร แล้ว ราว 30 วิสาหกิจชุมชน นอกจากนี้ การยาสูบแห่งประเทศไทย ได้ให้แนวทางการส่งเสริมผลักดันโดยประสานภาคเอกชน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ช่วยกันหนุนเสริม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ยาสูบสุโขทัยที่จะปลูกพืชกันชงเป็นพืชทดแทนยาสูบต่อไปในอนาคต โดยมอบหมายให้นายประเสริฐ สงวนทรัพย์ นายกสมาคมยาสูบจังหวัดสุโขทัย และนายประดิษฐ์ พละทรัพย์ ประธานชมรมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์สุโขทัย เป็นผู้ประสานงาน  พร้อมขับเคลื่อนแนวทางต่าง ๆ ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top