Friday, 26 June 2026
TheStatesTimes

เข้าชมฟรี!! ‘สวนนงนุชพัทยา’ เปิดให้บริการแล้ว! พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม เข้าชมสวนฟรี

ตามคำสั่งจังหวัดชลบุรีให้สถานที่ท่องเที่ยวทั้งราชการและเอกชนทุกแห่งให้เปิดบริการ มีผลตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2564 เป็นต้นไป สวนนงนุชพัทยาพร้อมเปิดให้บริการควบคู่ไปกับมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยตามมาตรฐาน SHA และ Safe travels ซึ่งได้รับการรับรองจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่าทางสวนนงนุชพัทยาได้ปฎิบัติตานนโยบายดังกล่าวข้างต้นพร้อมเปิดให้บริการ ที่ผ่านมาสวนนงนุชเตรียมความพร้อมในการเปิดทุกวันและเพิ่มโซนต่าง ๆ อาทิเช่น เนิร์สเซอรี่ไม้ภายใน ,เนิร์สเซอรี่ตะบองเพชร และพิพิธภัณฑ์หัวโขน ในการเปิดให้บริการครั้งนี้ทางสวนนงนุชพัทยา ยินดีมอบสิทธิพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม สารมารถเข้าชมสวนนงนุชฟรี เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ สนับสนุนการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทย

ทั้งนี้ เพียงท่านแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่บริเวณชานชาลาประตูทางเข้าท่านจะได้รับสิทธิพิเศษเข้าชมสวนสวยมากว่า 40 สวนฟรี ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. ถึง 30 ก.ย 64

สภากาชาดไทย จับมือ GGC และ สแตนดาร์ด แมนูแฟคเจอริ่ง ลงนาม MOU ความร่วมมือบริจาค โครงการ “มอบชุดธารน้ำใจสู่ผู้สูงวัย ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ทั่วประเทศ”

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย , นายไพโรจน์ สมุทรธนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) และนายจิรโรจน์ ลัญฉนะวณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สแตนดาร์ด แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด

ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบริจาคเพื่อโครงการ “มอบชุดธารน้ำใจสู่ผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ทั่วประเทศ” โดย GGC ได้สนับสนุนเจลแอลกอฮอล์ภายใต้แบรนด์ CHOB จากโครงการ Green Health Project มูลค่า 1,353,550 บาท เพื่อนำไปบรรจุลงในชุดธารน้ำใจสู่ผู้สูงวัยมอบให้แก่กลุ่มผู้เปราะบาง ผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิง ติดบ้าน ติดเตียง ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ณ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย

รัฐบาลเล็งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ล็อตใหม่เริ่มต.ค.นี้

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลกำลังประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ และสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเดือน ก.ย.นี้อย่างใกล้ชิด หากจำนวนผู้ติดเชื้อยังทรงตัว และไม่มีคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากเพิ่มอีก ก็ถึงเวลาที่จะเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ เบื้องต้นอาจจะเริ่มในเดือน ต.ค.เป็นต้นไป โดยจะใช้ทั้งนโยบายใหม่ และนโยบายเดิม เช่น โครงการคนละครึ่ง หรือนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่ยังมีอยู่และมีการขยายระยะเวลาออกไปก็ยังเดินหน้าต่อ

“นโยบายทุกอย่างอยู่ในลิ้นชักอยู่แล้วรอเวลาที่เหมาะสมที่จะเอาขึ้นมาใช้ได้ หากสถานการณ์ในตอนนี้เป็นไปด้วยดี ประชาชนดูแลตัวเองดี ก็คิดว่าถึงเวลาที่เราจะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะเริ่มในเดือน ต.ค.นี้ ส่วนเศรษฐกิจในปีนี้จะยังขยายตัวได้หรือไม่นั้น ประเมินดูแล้ว ก็น่าจะยังขยายตัวได้ เพราะยังมีบางส่วนของเศรษฐกิจที่เติบโตได้อยู่”

คปภ. คลอด 4 มาตรการแก้ปัญหากันบริษัทเครมประกันโควิดช้า

สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่มีบริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยโควิดล่าช้า คปภ. ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย ล่าสุดได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 4 มาตรการเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหา คือ

1. เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย กรณีบริษัทกระทำการเข้าข่ายเป็นความผิดฐานประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2549 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 20,000 บาท โดยจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ ในวันอังคารที่ 14 กันยายน 2564 และหากพบว่าบริษัทประกันภัยแห่งใด จงใจฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าว ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน ก็จะยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยฯ 

2. ให้บริษัทฯ เร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยโควิด-19 ให้แล้วเสร็จ โดยในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้เกี่ยวข้องของบริษัทฯ มาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่มีการร้องเรียนในแต่ละกรณีเพื่อให้สามารถยุติเรื่องร้องเรียนโดยเร็ว

3. ให้บริษัทฯ ปรับปรุงหน่วยงานรองรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับประกันภัยโควิด-19 โดยเพิ่มบุคลากรให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัย และให้นำระบบออนไลน์มาใช้ในการบริหารจัดการการรับเรื่องร้องเรียนและการติดตามความคืบหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เอาประกันภัย และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาที่บริษัทฯ รวมทั้งลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้เอาประกันภัย 

4. ให้บริษัทฯ เร่งปรับปรุงและเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้เอาประกันภัยให้ถูกต้องและชัดเจน 

ทั้งนี้ คปภ. จะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับทุกบริษัทที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมทั้งจะติดตามและดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วนอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยให้บริหารจัดการการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และแก้ไขกรณีการจ่ายเคลมประกันภัยโควิด-19 ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงเชื่อว่าปัญหาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้าจะคลี่คลายโดยเร็ว

'ตอลิบาน' เผย จัดตั้งรัฐบาลอัฟกัน รมว.มหาดไทยมีชื่ออยู่ในบัญชีก่อการร้ายของสหรัฐฯ

ตอลิบานดึงคนวงในระดับสูงเข้ามาดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในรัฐบาลใหม่ของอัฟกานิสถานในวันอังคาร (7 ก.ย.) ในนั้นรวมถึงสหายคนหนึ่งของผู้ก่อตั้งขบวนการเคลื่อนไหวนักรบอิสลามิสต์แห่งนี้ที่ถูกดันขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนชายผู้เป็นที่ต้องการตัวในบัญชีก่อการร้ายของสหรัฐฯ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

บรรดามหาอำนาจโลกแนะนำกับตอลิบานว่ากุญแจสู่เสรีภาพและการพัฒนาก็คือรัฐบาลที่ครอบคลุม ซึ่งจะเข้ามาทำตามคำสัญญาของทางกลุ่มที่เคยบอกว่าจะใช้แนวทางประนีประนอมกว่าเดิม ยึดมั่นในสิทธิมนุษยชน หลังจากครั้งที่อยู่ในอำนาจคราวก่อนระหว่างปี 1996-2001 พวกเขาแปดเปื้อนไปด้วยความอาฆาตนองเลือดและบังคับกดขี่ผู้หญิง

ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนซาดา ผู้นำสูงสุดของตอลิบาน ระบุในถ้อยแถลงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พวกนักรบบุกยึดครองกรุงคาบูลเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ว่า ตอลิบานจะยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญาและข้อตกลงทุกฉบับที่ไม่ขัดกับกฎหมายอิสลาม

"ในอนาคต ทุกเรื่องของการปกครองและการใช้ชีวิตในอัฟกานิสถาน จะกำหนดโดยกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ชารีอะห์" ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนซาดา กล่าวในถ้อยแถลง ซึ่งเขายังใช้โอกาสนี้แสดงความยินดีกับชาวอัฟกานิสถาน ในสิ่งที่เขาเรียกว่าการปลดปล่อยประเทศจากกฎเกณฑ์ของต่างชาติ

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีขึ้น 3 สัปดาห์หลังจากตอลิบานคว้าชัยชนะในด้านการทหาร ท่ามกลางการถอนตัวของกองกำลังต่างชาติที่นำโดยสหรัฐฯ และการพังครืนของรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนของตะวันตก ทั้งนี้ ตอลิบานไม่ส่งสัญญาณผูกไมตรีใด ๆ กับฝ่ายต่อต้าน

ชาวอัฟกันมีความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในด้านการศึกษาและเสรีภาพพลเมืองในช่วงเวลา 20 ปีภายใต้รัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และการประท้วงยังคงเกิดขึ้นในทุก ๆ วันนับตั้งแต่ตอลิบานก้าวเข้าสู่อำนาจ ถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครองใหม่ของอัฟกานิสถาน

ในวันอังคาร (7 ก.ย.) ระหว่างการแถลงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ บรรดาสตรีชาวอัฟกันกลุ่มหนึ่งรวมตัวบนท้องถนนในกรุงคาบูล แสดงพลังต่อต้านตอลิบาน แต่พวกเธอต้องรีบวิ่งหาที่กำบัง หลังสมาชิกตอลิบานยิงปืนขึ้นฟ้าสลายการชุมนุมของพวกเธอที่มีผู้เข้าร่วมหลายร้อยคน

ครั้งสุดท้ายที่ตอลิบานปกครองอัฟกานิสถาน เด็กผู้หญิงไม่มีสิทธิไปโรงเรียน สตรีไม่ได้รับอนุญาตให้ไปทำงานและศึกษาเล่าเรียน โดยตำรวจศาสนาจะเฆี่ยนตีใครก็ตามที่ละเมิดกฎ และลงโทษต่อสาธารณะ

ตอลิบานเรียกร้องให้ชาวอัฟกานิสถานอดทนและประกาศจะใจกว้างมากขึ้นในคราวนี้ คำสัญญาที่ชาวอัฟกันและบรรดามหาอำนาจต่างชาติจะคอยตรวจสอบกลั่นกรองอย่างพินิจพิเคราะห์ ในฐานะที่มันเป็นส่วนหนึ่งในเงื่อนไขมอบความช่วยเหลือและการลงทุนที่จำเป็นอย่างมากสำหรับอัฟกานิสถาน

มุลเลาะห์ ฮาซาน อาคุนด์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเขาก็เหมือนกับแกนนำตอลิบานคนอื่น ๆ ที่ได้รับความเคารพจากการที่เขามีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับ มุลเลาะห์ โอมาร์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มผู้รักความสันโดษที่ล่วงลับไปแล้ว ขณะที่ โอมาร์ เคยขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาสูงสุดอัฟกานิสถาน ซึ่งถือเป็นประมุขรัฐ ในสมัยตอลิบานปกครองประเทศเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน

อาคุนด์ เป็นประธานสภาการตัดสินใจสูงสุดของกลุ่มตอลิบานที่ชื่อว่า Rehbari Shura หรือสภาผู้นำ มาช้านาน เขาเคยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศและจากนั้นก็เป็นรองนายกรัฐมนตรี ตอนที่ตอลิบานอยู่ในอำนาจครั้งก่อน และก็เหมือนกับว่าที่รัฐมนตรีคนอื่น ๆ อีกหลายคน เขาอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ จากบทบาทของเขาในรัฐบาลนั้น

ซีราจุดดิน ฮักกานี รัฐมนตรีมหาดไทยคนใหม่ เป็นลูกชายของผู้ก่อตั้งเครือข่ายฮักกานี ซึ่งถูกวอชิงตันขึ้นบัญชีก่อการร้าย เขาเป็นหนึ่งในชายซึ่งเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดของเอฟบีไอ สืบเนื่องจากความเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายหลายครั้งและมีความสัมพันธ์กับอัลกออิดะห์

มุลเลาะห์ อับดุล กานี บาราดาร์ ประธานสำนักงานการเมืองของตอลิบาน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ การเดินหน้าแต่งตั้ง บาราดาร์ นั่งเก้าอี้ระดับสูงในรัฐบาลถือว่าสร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนบางส่วนไม่น้อย ในขณะที่เขามีหน้าที่รับผิดชอบพูดคุยต่อรองการถอนทหารสหรัฐฯ ระหว่างการเจรจาในกาตาร์ และเป็นตัวแทนที่เผยโฉมหน้าตอลิบานต่อโลกภายนอก

บาราดาร์ เคยเป็นผู้บัญชาการระดับสูงของตอลิบานในการสู้รบอันยาวนานกับกองกำลังสหรัฐฯ เขาเคยถูกจับและโดนคุมขังอยู่ในปากีสถานปี 2010 ก่อนก้าวเข้าสู่สำนักงานทางการเมืองของตอลิบานในกรุงโดฮาร์ หลังได้รับการปล่อยตัวในปี 2018

มุลลาห์ โมฮัมหมัด ยาคูบ บุตรชายของมุลเลาะห์ โอมาร์ ได้รับการแต่งตั้งในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะดำรงตำแหน่งในฐานะรักษาการเท่านั้น โฆษกของตอลิบานระบุ

เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ระหว่างที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังบินไปยังนิวยอร์ก จะไม่มีการรับรองรัฐบาลตอลิบานเร็ววันนี้

โฆษกของตอลิบาน ยังได้พูดถึงการพังครืนของระบบบริการสาธารณะและการล่มสลายทางเศรษฐกิจท่ามกลางการถอนตัวอันยุ่งเหยิงของต่างชาติ โดยบอกว่ารัฐบาลรักษาการชุดนี้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานของชาวอัฟกานิสถาน และระบุจะค่อย ๆ มีการเติมเต็มเก้าอี้รัฐมนตรีที่เหลืออยู่ ครั้งที่พบผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแล้ว


(ที่มา : รอยเตอร์)
https://mgronline.com/around/detail/9640000088846

ห้ามเด็กเล่นเกมเกิน 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แผนพัฒนาคุณภาพเด็กรุ่นใหม่ของรัฐบาลจีน | Knowledge Times EP.17

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
???? ห้ามเด็กเล่นเกมเกิน 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ : แผนพัฒนาคุณภาพเด็กรุ่นใหม่ของรัฐบาลจีน

รัฐบาลจีนออกคำสั่งตรงถึงผู้ให้บริการเกมออนไลน์ในจีน โดยจำกัดการเข้าถึงผู้เล่นเกมที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้เล่นเกมได้ในช่วงเวลา 2-3 ทุ่ม เฉพาะวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าเด็กจีน สามารถเล่นเกมออนไลน์ได้เพียง 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนมีนโยบายจำกัดการเล่นเกมออนไลน์ของเยาวชน เพราะก่อนหน้านี้ ในปี 2019 จีนได้ออกระเบียบที่ระบุว่าเยาวชนไม่ควรเล่นเกมเกินวันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อป้องกันปัญหาการติดเกมในเยาวชน โดยเปรียบการเล่นเกมมาก ๆ นั้น ก็เหมือนกับการติดยาเสพติดทางจิตใจที่จะส่งผลเสียต่อเด็กทั้งสุขภาพทางกาย และสุขภาพจิตอย่างมากในอนาคต

โดยกฎเหล็กนี้ ผู้สมัครใช้บริการเกมออนไลน์ จะต้องลงทะเบียนด้วยชื่อจริง และข้อมูลจริงเท่านั้น อีกทั้งยังจำกัดวงเงินในการเติมเกมสำหรับผู้เล่นเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ให้ใช้ได้ไม่เกิน 200 หยวนต่อเดือน (ประมาณ 1,000บาท/เดือน) หากอายุ 16-18 ปี ให้ใช้ได้ไม่เกิน 400 หยวนต่อเดือน (ประมาณ 2,000 บาท/เดือน) โดยทางการจีนจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบผู้ให้บริการออนไลน์อยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่า มาตรการใหม่นี้จะมีการบังคับใช้จริงอย่างเคร่งครัด

สำหรับในประเทศไทยเด็กและวัยรุ่น ร้อยละ 5 อยู่ในภาวะติดเกม หรือใช้ชีวิตหมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมอย่างหนัก ซึ่งมีอัตราที่สูงกว่าประเทศฝั่งยุโรป ที่มีปัญหาเด็กติดเกมอยู่เพียงร้อยละ 1 ส่วนสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ร้อยละ 2

โดย รศ.นพ.ชาญวิทย์ อนุกรรมการการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วง คือ อายุของเด็กที่เริ่มติดเกมในประเทศไทย มีอายุลดน้อยลงเรื่อย ๆ จากปี 2543 ที่เป็นกลุ่มระดับอุดมศึกษาปีที่ 1 - 2 แต่ปัจจุบันพบเด็กติดเกมเริ่มตั้งแต่ ป.4 - ป.6 

ซึ่งหากเด็กในช่วงวัยดังกล่าวติดเกม จะกระทบต่อพัฒนาการด้านภาษา ด้านกล้ามเนื้อ การคิดวิเคราะห์ การควบคุมตนเอง หรือความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ที่จะลดน้อยลงไปด้วย

อย่างไรก็ตาม คำสั่งของรัฐบาลจีนในการจำกัดช่วงเวลาเล่นเกมครั้งนี้ น่าจะทำให้หลาย ๆ ประเทศกลับมามองอนาคตของชาติที่จะได้รับผลกระทบจากการติดเกมที่เกินเหตุมากขึ้น 

แต่แน่นอนว่า เรื่องนี้ย่อมสร้างผลกระทบแก่ผู้ให้บริการเกมออนไลน์รายใหญ่ โดยเฉพาะในจีนอย่าง บริษัท Tencent และ NetEase ซึ่งทันทีที่มีมาตรการเข้มดังกล่าวออกมา ก็ทำให้หุ้นของทั้ง 2 บริษัท ร่วงลงทันทีที่รัฐบาลจีนออกมาตรการจำกัดการเล่นของผู้ใช้งานกลุ่มเยาวชน ที่เชื่อว่ามีมากกว่า 110 ล้านคนทั่วประเทศ 

นโยบายนี้ของจีน ได้ถูกวิเคราะห์กันว่า มีความเชื่อมโยงไปถึงนโยบายของรัฐบาลจีน ที่ต้องการตัดตอนบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยี ที่มีเครือข่ายผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์จำนวนมหาศาลในจีน อย่างเช่น Alibaba, Tencent, Baidu ไป่ตู้, Didi ตีตี หรือ Meituan เหม่ยถวน ไม่ให้มีอิทธิพลในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในจีนมากเกินไป 

นี่อาจจะเป็นแผนการวางรากฐานใหม่ให้เยาวชนจีน ที่แม้จะดูเหมือนลิดรอนเสรีภาพ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนก็ได้ออกมาตรการหลาย ๆ อย่าง เพื่อส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพเยาวชนจีนรุ่นใหม่ควบคู่กันไปอย่างสมเหตุสมผล เช่น ยกเลิกระบบการสอบในชั้นเรียนของเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี เพื่อลดความกดดันในการสอบแข่งขันตั้งแต่ในวัยเด็ก 

เปิดนโยบาย งดการเรียน-การสอน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ห้ามธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และต้องจดทะเบียนบริษัทในรูปแบบองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กได้เรียนอย่างเต็มที่ในชั้นเรียน และมีเวลาว่างเหลือให้ใช้ร่วมกับครอบครัวในวันหยุด

นโยบายเพื่อเด็กจีนสุดดุเหล่านี้จะช่วยพัฒนาคุณภาพของเด็กจีนในอนาคตได้แค่ไหน คงต้องมาตามดูกันต่อไป

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

ตม.สุราษฎร์ธานี ลุยจับ!! เมียนมาหัวโจกขบวนการ พร้อมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโควิด-19

พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี  ได้แถลงผลจับกุมขบวนการนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง นำโดย ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี  พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการกลางที่ 9 ตร. โดย พ.ต.ท.ชาตรี ชูแก้ว รอง ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, พ.ต.ท.ธีระวัฒน์ อํานาจเจริญยิ่ง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, ร.ต.อ.สิริวัฒน์ สมหวัง รอง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, ร.ต.อ.กันต์ อักษรทอง รอง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำชุดปฏิบัติการฯ ได้ทำการสืบสวนหาข่าว และออกสืบสวนจับกุมขยายผล ขบวนการนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง

สืบเนื่องจากได้รับแจ้งข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย.64 เวลาประมาณ 17.00 น. มีการจับกุมขบวนการนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่ จว.ชุมพร โดยจะมีการนำมาส่งให้นายฮูเซ็น สัญชาติเมียนมา ที่ อ.เวียงสระ จว.สุราษฎร์ธานี จึงสนธิกำลังร่วมกับจนท.ตร.กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี,สภ.เวียงสระ และ จนท.ศรภ.บก.ทท.วางแผนตรวจสอบ จนกระทั่งสามารถร่วมกันจับกุมตัว นางสาวชู อา ลิน สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 1 และ Mr.Man Jo Min หรือนายฮูเซ็น สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 2 (หัวโจกขบวนการ) โดยกล่าวหา  ผู้ถูกจับที่ 1 ว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ผู้ถูกจับที่ 2 ว่า “รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”  พร้อมด้วยของกลาง ได้แก่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า,  โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง,ซิมการ์ด จำนวน 1 ซิม โดยจับกุมได้ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาเวียงสระ ม.1 ต.เวียงสระ อ.เวียงสระ จว.สุราษฎร์ธานี  โดยในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับที่ 1 ให้การรับสารภาพว่าหลบหนีเข้าเมืองมาตามช่องทางธรรมชาติอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และมาพักอาศัยอยู่กับผู้ถูกจับที่ 2 ตั้งแต่เดือน ก.ค.2564  จึงได้นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลาง ส่งพงส.สภ.เวียงสระ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผล ทราบว่า นานฮูเซ็นฯได้นำคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาอีก 3 คน ซ่อนตัวไว้ที่บ้านพักเลขที่ 59/7 ม.5 ต.คลองฉนวน อ.เวียงสระ จว.สุราษฎร์ธานี จึงได้ไปตรวจสอบ จนกระทั่งสามารถร่วมกันจับกุมตัว น.ส.ลาลาเมิด สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 3, น.ส.เคียน ชา อายุ 30 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่4, น.ส.จู จู เมียนนาน อายุ 20 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 5 โดยกล่าวหา ผู้ถูกจับที่ 3-5 ว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง จับกุมได้บริเวณบ้านเลขที่ 59/7 ม.5 ต.คลองฉนวน อ.เวียงสระ จว.สุราษฎร์ธานี

ในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับที่ 3-5 ให้การรับสารภาพว่าได้เดินทางเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จว.ตาก เมื่อวันที่ 30 ส.ค.64 และเดินทางด้วยรถตู้ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาพบนายฮูเซ็นฯที่ จว.สุราษฎร์ธานี โดยนายฮูเซ็นฯ ได้พามาพักที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อรอเดินทางออกไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย จนท.จึงได้นำตัวผู้ถูกจับทั้งสาม พร้อมด้วยของกลาง นำส่ง พงส.สภ.เขานิพันธ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขานิพันธ์ ให้ดำเนินคดีกับ นายฮูเซ็นฯ สัญชาติเมียนมา ในข้อหา “รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายและมาตรการในการป้องกันปราบปรามของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุเมธ เมฆขจร ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง ผบก.ตม.6 ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการสืบสวน ปราบปราม และเข้มงวดกวดขัน จับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามากระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งขบวนการนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองนั้น ถือว่าเป็นพฤติการณ์ที่เชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของประเทศได้ พร้อมทั้งได้กำชับให้ดำเนินการสืบสวน จับกุมอย่างต่อเนื่องเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป  หากประชาชนพบเห็น หรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดในพื้นที่ จว.สุราษฎร์ธานีให้แจ้งได้ที่ สายด่วน สตม. 1178 หรือที่ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ทุกจุด

กาฬสินธุ์ – หมอใหญ่เตือน! เปิบเนื้อหมูดิบ เสี่ยงป่วยโรคหูดับเสียชีวิต แนะผู้บริโภคต้องไม่ประมาท โดยเลือกซื้อเนื้อสุกรจากแหล่งที่เชื่อถือได้

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์เตือนบริโภคเนื้อหมูดิบเสี่ยงได้รับเชื้อและป่วยโรคหูดับเสียชีวิต หลังพบโรคหูดับในภาคเหนือ แต่ยังไม่พบในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ แนะผู้บริโภคต้องไม่ประมาท โดยเลือกซื้อเนื้อสุกรจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และนำมาปรุงสุกก่อนบริโภค เพื่อความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพ ของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร และในกลุ่มผู้นิยมบริโภคเนื้อสุกรในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยผู้บริโภคเนื้อสุกรหลายรายมีความกังวล ว่าจะเกิดการแพร่ระบาดเหมือนโรคลัมปี สกิน ในโค หรือโรคเพิร์ส ในสุกรในพื้นที่หรือไม่ หลังพบมีการแพร่ระบาดของโรคหูดับ ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย และพบว่ามีผู้ป่วยหลายรายได้รับเชื้อ มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต ซึ่งทางด้านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ยืนยันยังไม่พบในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเตือนบริโภคเนื้อหมูดิบเสี่ยงได้รับเชื้อและป่วยโรคหูดับเสียชีวิต และควรนำมาปรุงสุกก่อนบริโภค เพื่อความปลอดภัย

นายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากกรณีการเกิดโรคหูดับในบางจังหวัดเขตภาคเหนือของประเทศไทย ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานั้น ซึ่งมีทั้งผู้ได้รับเชื้อและเสียชีวิต สาเหตุเกิดจากการบริโภคเนื้อสุกรที่ไม่ผ่านการปรุงสุก ทั้งนี้ อาจจะมีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมการบริโภคเนื้อสุกรดิบ จึงเป็นความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อดังกล่าว ทั้งนี้ โรคหูดับหรือ โรคติดเชื้อสเตรฟโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus Suis) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย  สามารถเข้าสู่ร่างกายของคนได้ 2 ทาง คือการบริโภคเนื้อสุกร เครื่องในสุกร หรือเลือด ที่ไม่ผ่านการทำให้สุก เช่น ลาบ ลู่ ปิ้งย่างที่ไม่สุก นอกจากนี้ยังเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา จากการสัมผัสโรค หรือสุกรที่เป็นโรค

นายแพทย์อภิชัย กล่าวอีกว่า เชื้อดังกล่าว ที่ปกติจะอยู่ในสุกรเกือบทุกตัว โดยฝังอยู่ในต่อมทอนซิลของสุกร แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดโรค แต่เมื่อร่างกายอ่อนแอ เครียด หรือป่วย โรคจะไปกดภูมิคุ้มกัน แบคทีเรียตัวนี้จะเพิ่มจำนวน และทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดและทำให้สุกรป่วยและตายได้ เมื่อนำเนื้อสุกรที่ตายด้วยโรคดังกล่าวมาบริโภคโดยไม่ผ่านการปรุงสุก จึงทำให้เชื่อเข้าสู่ร่างกายและเจ็บป่วย ในรายที่อาการรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้

“อาการของผู้ป่วยโรคหูดับ หลังได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายภายใน 3 วันจะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดตามข้อ มีจ้ำเลือดตามตัว ตามผิวหนัง ซึม คอแข็ง ชัก มีการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึก เมื่อเชื้อเข้าสู่เยื่อหุ้มสมอง และกระแสเลือด ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ข้ออักเสบ ม่านตาอักเสบ เนื่องจากเยื่อหุ้มสมองอยู่ใกล้กับประสาทหูชั้นในทั้งสองข้าง เชื้อจึงสามารถลุกลาม จึงทำให้เกิดหนองบริเวณปลายประสาทรับเสียง และปลายประสาททรงตัว ทำให้หูตึง หูดับ จนกระทั่งหูหนวก ซึ่งอาการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นภายใน 14 วัน หลังจากเริ่มมีอาการไข้ และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที ผู้ป่วยจะเสียการได้ยิน และอาจชีวิตในเวลาต่อมา” นายแพทย์อภิชัยกล่าว

นายแพทย์อภิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคนี้ไม่มีประวัติพบผู้ป่วยในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ อาจจะมีผลมีจากชาว จ.กาฬสินธุ์ ไม่นิยมบริโภคเนื้อสุกรดิบ อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทและไม่เกิดความกังวลในการบริโภคเนื้อสุกร จึงขอประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้บริโภค เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และนำมาปรุงสุกก่อนบริโภค เพื่อความปลอดภัยก็จะไม่เสี่ยงกับการได้รับเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น เชื้อพยาธิ โรคท้องร่วง และป่วยโรคหูดับเสียชีวิตดังกล่าว

'ร้านปาจิงโกะ' ในโอซากาล้างภาพลักษณ์สถานพนัน ผันตัวมาเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนในชุมชน

ร้านปาจิงโกะกลางเมืองโอซากาให้ใช้สถานที่เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 สำหรับประชาชนในพื้นที่ ได้รับตอบรับอย่างดีจากชุมชนและหน่วยงานสาธารณสุข

ปาจิงโกะคือเกมยิงลูกเหล็กเพื่อลุ้นรางวัล เป็นการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมายของญี่ปุ่น แต่ในช่วงการระบาดของโควิด ร้านปาจิงโกะถูกมองว่าเป็นแหล่งมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค

“ฟรีด้อม” ร้านปาจิงโกะขนาดใหญ่ในย่านเทนจินปาชิ ถนนสายชอปปิ้งที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ใจกลางเมืองโอซากา ประกาศว่าจะงดให้บริการในวันที่ 13-14 ก.ย. และ 12-13 ต.ต. เป็นใช้เป็นศูนย์ฉีดวัคซีน

ที่นั่งหน้าตู้ปาจิงโกะกว่า 1,000 ที่จะรองรับผู้เข้าฉีดวัคซีน ทั้งพนักงานของร้านและครอบครัว พนักงานบริษัทคู่ค้า เจ้าของร้านค้าและประชาชนในชุมชน ซึ่งจะได้รับวัคซีน “โมเดอร์นา” โดยแพทย์จากศูนย์สาธารณสุขในพื้นที่จะมาฉีดวัคซีนให้

จุนกิ ฮิรากาวะ ประธานบริษัท Avance Co. ผู้ดำเนินการร้านปาจิงโกะแห่งนี้ บอกว่า ชุมชนมีความสำคัญต่อธุรกิจ การประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลทำให้ธุรกิจซบเซาไปทั่ว และร้านปาจิงโกะยังเป็นธุรกิจที่ไม่สามารถรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลได้ เมื่อรัฐบาลประกาศโครงการฉีดวัคซีนโดยภาคเอกชน ซึ่งภาคธุรกิจต่าง ๆ บริษัท หรือมหาวิทยาลัยจะจัดหาสถานที่และเจ้าหน้าที่มาฉีดวัคซีนที่รัฐบาลจะจัดสรรให้ เขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ แม้ว่าการปิดให้บริการ 4 วันจะต้องสูญเสียรายได้หลายสิบล้านเยน

ฮิรากาวะ บอกว่า ร้านปาจิงโกะตกเป็นเป้าวิจารณ์มาตลอดว่าเป็นแหล่งการพนัน ยิ่งในช่วงการระบาดของโควิดก็ยิ่งมีภาพลักษณ์ติดลบหนักขึ้นไปอีก การใช้พื้นที่เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนจึงเป็นการตอบแทนสังคมและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ด้วย

ผู้แทนของศูนย์สาธารณสุขในพื้นที่สนับสนุนแนวคิดนี้ ร้านปาจิงโกะเหมาะกับเป็นสถานที่ฉีดวัคซีนอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่กว้างขวาง มีระบบปรับอากาศ และแต่ละที่นั่งมีการเว้นระยะห่าง และมีแผงพลาสติกกั้นระหว่างผู้เล่นแต่ละคนอยู่แล้ว จึงลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

ทางร้านได้เปิดให้ประชาชนในพื้นที่จองคิวเข้ารับวัคซีน 1,500 คนผ่านทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของร้านในวันที่ 17 ส.ค. และภายใน 10 วันคิวทั้งหมดก็ถูกจองเต็ม ชาวบ้านในพื้นที่ต่างยินดีกับแนวคิดนี้ เนื่องจากผู้คนจำนวนมากเผชิญความยากลำบากในการจองคิวฉีดวัคซีนกับภาครัฐ และทุกคนอยากจะได้รับวัคซีนให้เร็วที่สุด
 

หนองบัวลำภู - สนง.เกษตรหนองบัวลำภู ทำโครงการสมุนไพรต้านภัยโควิด-19 ผลิตฟ้าทะลายโจรแจกเกษตรกรกว่า 2 หมื่นต้น พร้อมสนับสนุนผลิตเชิงการค้า

นายอำพน ศิริคำ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า จากการที่ได้เกิดวิกฤตการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อกว่า 220 ล้านคน คร่าชีวิตผู้คนกว่า 4.5 ล้านคน สำหรับในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อกว่า 1.2 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 12,000 คน และยังส่งผลทางเศรษฐกิจมหาศาลยากที่จะประเมิน ในประเทศไทยได้มีการใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรรักษาโรคดังกล่าวปรากฏว่าหายขาดไปแล้วเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู จึงได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอจัดทำโครงการสมุนไพรต้านภัยโควิด-19 โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

1 ผลิตฟ้าทะลายโจรแจกเกษตรกรและประชาชนทั่วไป

2 ส่งเสริมเกษตรกรผลิตฟ้าทะลายโจรเชิงการค้าเชิงการค้า

โดยมีเป้าหมายผลิตฟ้าทะลายโจรภายในปี 2565 ไม่น้อยกว่า 20,000 ต้นโดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

1.ผลิตแปลงแม่พันธุ์โดยรวบรวมต้นพันธุ์จากพื้นที่ต่างๆไม่น้อยกว่า 3,000ต้น

2.ขยายพันธุ์แก่เกษตรกรในจังหวัดหนองบัวลำภู

3 ส่งเสริมเกษตรกรที่สนใจจะปลูกเป็นการค้าโดยเน้นเป็นกลุ่ม เช่นวิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่  โดยจะสนับสนุนความรู้วิชาการ กระบวนการผลิต และส่งเสริมด้านการตลาดด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากฟ้าทะลายโจรจากอดีตราคาซื้อขายตันละประมาณ 20,000 บาทเศษ ขณะนี้ได้ขยับตัวสูงขึ้นอีกกว่าเท่าตัวและยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีของเกษตรกรที่จะปลูกฟ้าทะลายโจรสร้างรายได้โดยใช้หลักตลาดนำการผลิต ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู  กล่าวอีกว่า ขณะนี้ในแต่ละสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู ทุกระดับ จะช่วยกันนำดินกรอกถุงดำและทยอยตัดชำต้นฟ้าทะลายโจรเป็นระยะ ๆ แล้วจะทยอยทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะบรรลุวัตถุประสงค์คาดว่าจะเริ่มแจกเกษตรกรได้ราวเดือนมกราคม 2565 ซึ่งจะได้แจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

ดังนั้น เกษตรกรกลุ่มพืชสมุนไพร หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือแปลงใหญ่ กลุ่มใด สนใจจะปลูกฟ้าทะลายโจรเชิงการค้าขอให้สมัครได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอในจังหวัดหนองบัวลำภูหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู โทรศัพท์ 042-313301 , 042-316788


ภาพ / นายอำพน ศิริคำ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่ม หัวหน้าฝ่าย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร เจ้าพนักงานธุรการ คนงาน พนักงานขับรถยนต์ ร่วมกันผลิตขยายพันธุ์ฟ้าทะลายโจร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top