Wednesday, 24 June 2026
TheStatesTimes

ไชโย! “จุรินทร์” เคาะจ่ายชดเชยฝายหัวนา 350 ราย 34.66 ล้านบาท หลังรอมา 20 ปี

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้เวลา 14.30  น. มีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนา ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบ Zoom ณ ห้อง 201 สภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมในฐานะคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนาครั้งที่ 2 / 2564 ซึ่งฝ่ายเลขาคือสำนักกฎหมายและที่ดินกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินค่าขนย้าย กรณีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ จำนวน 350 แปลง เนื้อที่ 770-1-59 ไร่ ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ และคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ เฉพาะกลุ่มโนนสัง กลุ่มราษีไศล และกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน


 โดยมติที่ประชุม เห็นชอบรายชื่อราษฎรผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินที่ถูกเขตการก่อสร้างที่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนค่าขนย้าย (ที่ดิน) ตามหลักเกณฑ์แห่งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2532 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการฯ ทั้งสองคณะ จำนวน 350 แปลง เนื้อที่ 770-1-59 ไร่ เป็นเงิน 34.66 ล้านบาท โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป

"และรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ยังได้กำชับให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ทั้งนี้ไม่ให้เป็นปัญหายืดเยื้อและให้อำนวยความสะดวกให้กับราษฎรอย่างเต็มที่เนื่องจากที่ผ่านมาใช้เวลาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้นานมากแต่สำเร็จในยุคนี้ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์แก่ราษฎร " รองโฆษกรัฐบาล  กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากนายจุรินทร์ต้องการเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรโครงการฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งยืดเยื้อมานานสำหรับการประชุมครั้งนี้นอกจากตัวแทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องแล้วยังมีผู้แทนกลุ่มราษฎรในพื้นที่ทุกฝ่ายเข้าร่วมด้วย เช่น ตัวแทนสมัชชาคนจนตัวแทนราษฎรตำบลโนนสัง เป็นต้น

อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ยืดเยื้อมา 20 ปีเพราะการพิสูจน์สิทธิและการแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่มีผู้แทนหลายกลุ่ม แต่ยุติได้ในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนาชุดนี้เพราะมีนายจุรินทร์ เป็นประธาน เนื่องจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ใช้ข้อมูลประสบการณ์การแก้ไขปัญหาเกษตรกรควบคุมการประชุมให้ความขัดแย้งในตัวแทนชาวบ้านยุติและเกิดความยุติธรรม ซึ่งหลังจากนี้ไปจะมีการนำเข้าอนุมัติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและจ่ายเงินให้เกษตรกรตามสิทธิเป็นลำดับถัดไป

"พรรคไทยธรรม" เป็นห่วงพี่น้องด่านหน้า ลุยแจกชุดอุปกรณ์ป้องกันตนเอง (PPE) ให้พี่น้องแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัครกู้ภัย

15 สิงหาคม 2564 ดร.อโณทัย ดวงดารา หัวหน้าพรรคไทยธรรม อ.รัตติกาล โสวะภาส , อ.อรุณชัย ยะพันธ์ชัย , นายณรงค์  เพิ่มพูล , นายศุกติชา ( มดแดง ) ตันเจริญ และนายชานน อ้นไชยะ กรรมการบริหารพรรค ได้ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง (PPE) ให้กับบุคลากรด่านหน้า แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสากู้ภัย ที่กำลังต่อสู้กับวิกฤตโรคไวรัสโควิด-19 อยู่ในขณะนี้

โดยได้ส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง (PPE) ให้กับโรงพยาบาลสนามชัยเขต อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา และจุดกู้ภัยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ จุดกู้ภัยอำเภอพนมสารคาม , จุดกู้ภัยอำเภอบางคล้า , จุดกู้ภัยอำเภอบ้านโพธิ์ และจุดกู้ภัยอำเภอสนามชัยเขต

โดยในครั้งนี้ ดร.อโณทัย ดวงดารา ได้ลงพบปะกล่าวแสดงความขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนที่บุคลากรทุกท่านได้ทำงานเหน็ดเหนื่อยเสี่ยงภัยต่อสู้ในยามวิกฤตนี้ เป็นบุคลากรกลุ่มแรกที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง "พรรคไทยธรรม" ขอร่วมส่งแรงใจให้พี่น้องประชาชนทุกท่าน รอดพ้นจากไวรัสโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน พรรคไทยธรรม พร้อมอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน "พรรคไทยธรรม" ประชาชน เพื่อประชาชน

"ชวน" คาด ถกงบ 65 จบ 20 ส.ค. ไม่หวั่นม็อบมาสภาฯ ชี้ ที่ผ่านมาไม่มีปัญหา เผย พร้อมเปิดรับ มีมาตรการดูแลความปลอดภัย

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงภาพรวมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ในวาระ 2-3 ว่า อภิปรายถึงมาตรา 8 ถือว่าใช้ได้ เพียงแต่งบประมาณของกระทรวงกลาโหมมีการอภิปรายกันยาว โดยวันนี้จะเริ่มอภิปรายที่มาตรา 9 คาดว่าเวลาที่เหลืออีก 2 วันน่าจะเพียงพอกับมาตราที่เหลือ ซึ่งอาจจะจบในวันที่ 20 ส.ค. ช่วงดึกๆ ทั้งนี้ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี เพราะได้มีการย้ำว่าเป็นการอภิปรายแปรญัตติ อย่าไปอภิปรายเป็นวาระที่ 1 ซึ่งเมื่อวานนี้ตั้งใจจะให้การประชุมเลิกดึกกว่านี้ แต่สมาชิกเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ คนขับรถ จะเดินทางกลับในช่วงเคอร์ฟิวลำบาก แต่เราก็มีหนังสือรับรองไว้แล้ว และได้มีการเตรียมรถรับส่งเจ้าหน้าที่ไว้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าวันที่ 20 ส.ค. อาจจะมีผู้ชุมนุมมาชุมนุมที่รัฐสภา จะมีการกำชับเรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างไร นายชวน กล่าวว่า มีการเตรียมไว้แล้ว โดยทั่วไปที่มาชุมนุมที่รัฐสภาไม่มีปัญหามาก และสภาฯ เปิดรับสามารถมายื่นหนังสือได้ และที่สำคัญคือให้เป็นการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ ซึ่งคงไม่ต้องมีการยกระดับการดูแลความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ก็ดูแลตามปกติ เพียงแต่อย่าไปประมาท
 

'โฆษกรัฐบาล' ย้ำ หลังพ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ปลดกระท่อมพ้นยาเสพติดให้โทษ มีผล 24 ส.ค.นี้ ส่งผลปล่อยผู้ทำผิด 1,038 ราย ให้ปชช.ปลูก-บริโภค-ซื้อขายใบได้

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 จะมีผลวันที่ 24 ส.ค.นี้ โดยปลดพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ ทำให้ประชาชนสามารถปลูกและขายได้ รวมทั้งปล่อยผู้กระทำความผิดตามกฏหมายพืชกระท่อมในวันที่ 24 ส.ค. จำนวน 1,038 ราย โดยถือว่าไม่เคยกระทำความผิด สำหรับผู้ถูกจับกุมหรือจำเลยในชั้นต่าง ๆ จะดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปล่อยตัวผู้กระทำความผิดและผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับพืชกระท่อมต่อไป

นายอนุชา กล่าวว่า เบื้องต้นภาครัฐจะได้รับประโยชน์เมื่อมีการปลดกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ สามารถลดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของภาครัฐ ผู้ต้องหาหรือจำเลย 1,691,287,000 บาท โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) ศึกษาพบว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลเท่ากับ 76,612 บาท ซึ่งคดีข้อหาพืชกระท่อมที่ขึ้นสู่ศาลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 - 30 มิ.ย. 2564 มี 22,076 คดี

นายอนุชา กล่าวว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เร่งสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทราบถึงข้อกฎหมายว่า ประชาชนสามารถปลูกและบริโภคกระท่อมตามวิถีชาวบ้าน รวมถึงซื้อหรือขายใบกระท่อมโดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ หากนำไปผสมยาเสพติดอื่น ๆ เช่น 4 คูณ 100 ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ส่วนการนำเข้าหรือส่งออกไปต่างประเทศในเชิงอุตสาหกรรมต้องขออนุญาตก่อน

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ย้ำให้การปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน เน้นจับกุม ยึดทรัพย์ ลงโทษทางอาญา เครือข่ายผู้ค้า ควบคู่ไปกับบำบัดโดยนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ต้องรณรงค์สร้างการรับรู้และภูมิคุ้มกันในกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย รวมถึงกลุ่มเสี่ยงที่เป็นแรงงานนอกระบบด้วย”


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ชุมพร - พ่อเมืองชุมพร ลงพื้นที่ติดตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของล้งทุเรียน สร้างความเชื่อมั่นทุเรียนชุมพร

วันที่ 18 สิงหาคม 2564  14.30 น.  นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นายแพทย์จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร นายพิทักษ์ พิศสิริวัฒนสุทธิ์ ปลัดจังหวัดชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการ ลงพื้นที่อำเภอหลังสวน ตรวจติดตามและให้กำลังใจล้งทุเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และผู้ประกอบการ ในมาตรฐานความปลอดภัย และมาตรการป้องกันโควิด-19 ของทุเรียนชุมพร ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า จีนที่รับทุเรียนส่งออกจากประเทศไทย พบเชื้อโควิด-19 ในกล่องบรรจุทุเรียน ที่มาจากจังหวัดชุมพร จึงส่งผลกระทบต่อการรับซื้อทุเรียนในพื้นที่

นายแพทย์จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ในส่วนของล้งผลไม้ จังหวัดชุมพรมีการออกแบบในการทำความสะอาด เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 ซึ่งทุกล้งผลไม้สามารถปฏิบัติได้ดี แต่มีผู้ที่เดินทางมาจากหลายจังหวัด ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงในการป้องกันการระบาดเช่นกัน ก็มีการพบการติดเชื้อในบางล้ง แต่ไม่มาก ส่วนจะเกิดจากการซื้อขายระหว่างบุคคล ได้ส่งเสริมให้ ทุกล้งใช้ ที่ตรวจ ATK เพื่อเฝ้าระวังคนงาน ในส่วนของผู้ที่จะเข้ามาซื้อขายก็จะมีขั้นตอนเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการระบาดอยู่แล้ว

ด้านนายอุดม ศรีสมทรง พาณิชย์จังหวัดชุมพร กล่าวว่า จากข่าวที่มีการพบเชื้อโควิด19ในกล่องบรรจุทุเรียน ทำให้ล้งทุเรียนในจังหวัดชุมพร ตระหนักถึงความปลอดภัย และความสะอาดมากยิ่งขึ้น มีการหยุดทำความสะอาด และปฏิบัติตามมาตรการ ตรงตามมาตรฐานมากยิ่งขึ้น โดยจากข่าวดังกล่าวทำให้ราคาตกลงบ้าง แต่ในขณะนี้ราคากลับขึ้นมาเป็นปกติแล้ว

นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จังหวัดชุมพรช่วงนี้เป็นฤดูกาลผลไม้ และอยู่ในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ทางจังหวัดชุมพร ได้ออกมาตรการ และคำแนะนำ พร้อมประชาสัมพันธ์ถึงการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคโควิด -19 มาโดยตลอด และจากกรณีที่มีข่าวว่าพบเชื้อโควิด-19 จากทุเรียนที่ส่งไปจากอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร แต่พบที่กล่องบรรจุ ไม่ได้พบที่ตัวทุเรียนซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่า เป็นการติดเชื้อจากไหน อาจเป็นช่วงของการขนส่ง จากเมืองไทยไปยังประเทศจีน  จึงเชื่อมั่นได้ว่า ทุเรียนจากจังหวัดชุมพรไม่มีการติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด ขอให้มั่นใจได้ ทั้งชาวไทยและชาวจีนว่า ทุเรียนของจังหวัดชุมพร มีมาตรฐานสูงในการรักษาความปลอดภัยทั้งจากเชื้อโควิด-19 หรือเชื้ออื่น ๆ อีกทั้งล้งผลไม้ส่วนใหญ่ ที่ส่งออกไปยังประเทศจีน ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการส่งออกในระดับสากล ทั้งการทำความสะอาด ทางด้านตัวพนักงานเอง หรือสถานที่ บางล้งหยุดรับซื้อ เพื่อทำความสะอาด บางล้งทำความสะอาดพร้อมกับรับซื้อ โดยการลงพื้นที่มาตรวจในครั้งนี้ พบว่ามาตรฐานดีทุกล้ง ปฏิบัติตามมาตรการที่ทางจังหวัดได้กำหนดไว้ จึงขอให้มั่นใจได้


ภาพ/ข่าว  ธนากร โกศลเมธี รายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร

‘ยิ่งลักษณ์’ จวกรัฐบาลบิ๊กตู่ล้มเหลว ราคาข้าวตกต่ำซ้ำเติมชาวนา หนี้สินล้นพ้นตัว ยิ่งจนลง เสียดายนโยบายปรับโครงสร้างเกษตรที่เคยทำไว้

วันที่ 19 สิงหาคม นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า แม้ประเทศไทยของเราได้ชื่อว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรจะกินดีอยู่ดีค่ะ ชาวนาเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นแต่ราคารับซื้อกลับลดลงอย่างหนัก ขณะที่ปลายเดือนสิงหาคมนี้ ข้าวเจ้านาปรังฤดูใหม่กำลังจะทะลักออกสู่ตลาดจำนวนมากมายหลายสิบล้านตัน แต่ราคาข้าวแทบทุกชนิดได้ร่วงลงไปก่อนหน้าแล้ว เช่น ข้าวเปลือกเจ้าแห้ง (ความชื้น15%) ราคาเหลือเพียงตันละ 7-8 พันบาท ดิฉันเป็นห่วงมากค่ะ ว่าราคาข้าวปีนี้จะตกตํ่ามากกว่าปีก่อน ซ้ำเติมชีวิตพี่น้องชาวนาไทยจากเดิมที่เดือดร้อน ไม่มีกินมีใช้ มีหนี้สินล้นพ้นตัวอยู่แล้วให้ยากจนลงไปอีก

วันนี้รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหาให้กับชาวนา มองไม่รอบด้าน และไม่ทันต่อสถานการณ์ มีแต่มาตรการเดิม ๆ จนทำให้วิกฤติราคาข้าวบานปลาย ดิฉันมีความเห็นว่า รัฐบาลควรจะหาแนวทางแก้ไขเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีค่ะ เช่น การออกมาตรการสนับสนุนต้นทุนการผลิต อย่างเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าเช่านา เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการเข้าไปดูแลด้านราคาให้กับชาวนา ขณะเดียวกันต้องแก้ปัญหาการขนส่ง การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ เพราะเมื่อส่งออกได้มากขึ้น ราคาข้าวก็จะสูงขึ้นด้วย ซึ่งจะเป็นการช่วยชาวนาในทางอ้อม เพราะการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวคือการช่วยเศรษฐกิจไทยในภาพรวมทั้งประเทศค่ะ

ดิฉันเสียดายโอกาสในการปรับโครงสร้างเกษตรทั้งระบบที่ได้เริ่มวางรากฐานไว้เมื่อครั้งที่ดิฉันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เช่น การทำเกษตรโซนนิ่ง การลดการผลิตข้าวคุณภาพต่ำ และการปลูกพืชอื่น หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว การพัฒนาพันธุ์ข้าว เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน เพิ่มผลิตภาพของแรงงาน ไปจนถึงมาตรการลดต้นทุนโดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตร การขยายตลาดใหม่ ๆ เพื่อสร้างโอกาส และมอบอนาคตที่ดีให้กับอาชีพชาวนา ให้สมกับคำว่าชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ จะได้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งค่ะ


ที่มา : https://www.facebook.com/Y.Shinawatra/photos/a.201001219944341/4639957352715350


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘การใช้ชีวิตของผู้พิการทางสายตาในยุคโควิด-19’ กับ ‘เบียร์ พีรพงศ์’ | กบร่อน ตะลอนเล่า EP.26

????พลาดไม่ได้!! กบร่อนวันนี้จะพาไปเจาะลึกการใช้ชีวิตของผู้พิการทางสายตาในยุคโควิด-19!
????เมื่อโรคระบาดไม่เลือกหน้า!! การใช้ชีวิตของผู้พิการทางสายตาในยุคโควิด อาจไม่ใช่เรื่องง่าย!!

ไปกับ ‘คุณเบียร์ พีรพงศ์ จารุสาร’ อุปนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย !!!

ดำเนินรายการโดย กบร่อน THE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘ประชาธิปไตยแบบไทย มีความต้องการแต่ขาดความเข้าใจ’ | Click on Clear THE TOPIC EP.26

????ประชาธิปไตยแบบไทย มีความ "ต้องการ” แต่ขาดความ “เข้าใจ”!!
????ชวนคุยเรื่อง ‘ประชาธิปไตย’ ที่ใคร ๆ ก็อยากได้ แต่เข้าใจถูกแล้วจริงหรือ?!!

ในรายการ Click on Clear THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ ที่จะพาไปร่วมเจาะลึกกับ... 

หยก THE STATES TIMES

ใน Topic : ประชาธิปไตยสไตล์ไทย ๆ มีความ "ต้องการ” แต่ขาดความ “เข้าใจ”!

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ภาค ‘ประชาชน’ ออกโรงลุย!! ช่วยบรรเทาวิกฤติโควิด-19 สะท้อนการจัดการภาครัฐไทย!!

ระยะหลังมาจะเห็นบทบาทของภาคประชาชนกลุ่มต่าง ๆ กลุ่มคนที่เสียสละ พร้อมเป็นอาสาสมัครออกมาช่วยเหลือผู้อื่นในยามทุกข์ยาก ซึ่งยิ่งภาคประชาชนมีบทบาทมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งสะท้อนกลไกภาครัฐมีปัญหา

“ในวิกฤต จะพบธาตุแท้ของคน” คำกล่าวนี้กล่าวเอง จากประสบการณ์ก็เห็นว่าจริง มีคนเห็นแก่ตัว มีคนเฉย ๆ และมีคนเสียสละเสมอ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตไต่ระดับขึ้นทุกวันแบบนี้ ก็สะท้อนว่าตอนนี้ประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่สีแดงเข้ม เมืองหลวงและจังหวัดโดยรอบอยู่ท่ามกลางมหันตภัยโรคระบาด

ระยะหลังมาจะเห็นบทบาทของภาคประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ออกมามีบทบาทมากขึ้น ยิ่งโลกยุคดิจิทัล ไม่ว่ากลุ่มไหนทำอะไรก็จะมีให้เห็นตลอดเวลา กลุ่มคนที่เสียสละ พร้อมเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้อื่นในยามทุกข์ยากโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน 

เมื่อเห็นภาคประชาชน อาสาสมัคร จัดระบบการจัดการเพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 หรือผู้ได้รับผลกระทบจากการต้องกักตัว หรืออยู่ในชุมชนแบบนี้ โดยที่แต่ละกลุ่มดำเนินการมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน แต่กลับพบว่าเหตุการณ์ไม่บรรเทาลงเลย แถมยังหนักขึ้นทุกวัน แต่ละกลุ่มก็ทำงานกันหนักขึ้น ระดมกำลัง พลังกาย พลังใจ พลังทรัพย์ เพื่อให้การช่วยเหลือมากขึ้น ก็เกิดฉุกคิดขึ้นมาเหมือนกันว่า “ยิ่งภาคประชาชนมีบทบาทมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งสะท้อนกลไกภาครัฐมีปัญหา” เพราะหากการบริหารจัดการในภาวะวิกฤตของภาครัฐจัดการได้ดี ภาคประชาชนคงไม่ต้องออกมาช่วยกันมากขนาดนี้กระมัง

เรื่องการจัดหาวัคซีนนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องการบริหารจัดการผู้ป่วย ครอบครัว และลดระดับการติดเชื้อ การตรวจ การจัดการเตียง การจัดการระบบต่าง ๆ นี่ก็เรื่องหนึ่ง 

ในฐานะที่ผู้เขียนเองเป็นหนึ่งในกลุ่มอาสาสมัคร กลุ่มที่จัดทำโรงครัวเพื่อจัดทำอาหารปรุงสุกให้กับผู้ที่ประสบภัย และจัดหาของอุปโภคบริโภค ให้กับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นชุมชนแออัด แคมป์คนงาน โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และอื่น ๆ อีกมากมาย เรากลับพบว่า ตลอด 80 กว่าวันที่ผ่านมา งานอาสาสมัครของเราไม่ลดน้อยลงเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้น และขยายระดับความช่วยเหลือจากภารกิจหลักมากไปกว่าเดิมมาก 

จากที่ตอนแรกเป็นกลุ่มอาสาด่านหลัง เพื่อจัดส่งยุทโธปกรณ์ เสบียงให้คนด่านหน้า ณ ตอนนี้กลายเป็นว่าต้องขยายภารกิจไปช่วยประสานส่งต่อผู้ป่วยที่ติดต่อมาเอง ให้กับหน่วยงานหรือกลุ่มอาสาหาเตียง รวมไปถึงการประเมินและปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้ป่วยที่รอเตียงและเข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุข

“เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?” เป็นคำถามที่สงสัย แต่การหาคำตอบในวันนี้คงไม่สำคัญไปกว่า ณ วันนี้เราทำอะไรกันอยู่? มีคนที่เสี่ยง เสียชีวิต และติดเชื้อมากขึ้นทุกวัน คำถามที่มีอยู่ในใจ หากวันนี้แก้ปัญหาตรงหน้ายังไม่ได้ ก็วางไปสักแปปนึง เพราะตอนนี้คงต้องลงแรงมาช่วยกันก่อน ช่วยอะไรได้ก็ต้องช่วยกันแล้ว เอาพลังทั้งหมดมาคิดหาวิธีที่เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน อย่างน้อยที่สุดต่อให้ไม่เหลืออะไรให้พึ่งพา เราก็ยังพึ่งพาตัวเองได้ แล้วคำถามทั้งหมด เราจะได้คำตอบเมื่อวิกฤตผ่านไป 

ขอให้ผู้อ่านทุกคนรอดพ้นจากวิกฤตนี้ไปด้วยกันค่ะ 


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

มรดกโลก “อเลิท์ซ กลาเซียร์” (Aletsch Glacier) มหาธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์

“Aletsch glacier” (ธารน้ำแข็งอาเล็ทช์ กลาเซียร์) เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ (Alps) อยู่ในรัฐ Wallis (วาลิส) มีความยาวถึง 23 กิโลเมตรกินพื้นที่ตั้งแต่ Jungfrau มาจนถึง Valias (Wallis) ช่วงที่หนาที่สุดของธารน้ำแข็งคือลึกประมาณ 900 เมตรเลยนะ แถมเจ้าธารน้ำแข็ง Aletsch ยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 200 เมตรต่อปี แบบที่เราไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ 

การเดินทางก็สามารถเลือกได้หลายเส้นทาง  
>> 1.) ขึ้นกระเช้าจากเมือง Fiesch ไปที่ Fiescheralp และต่อไปที่ยอดเขา Eggishorn จากตรงนี้ถ้าอากาศดีจะสามารถมองเห็น Jungfrau Joch (ยุงเฟรา Top of Europe) และ Matterhorn (มัทเทอร์ฮอร์น) ได้ด้วย 
>> 2.) ขึ้นกระเช้าจากเมือง Mörel (เมอเรล) ไปที่ยอดเขา Riederalp ตรงนี้สามารถ Hiking เส้นทางง่าย ๆ ได้ เส้นทางป่าตรงนี้สวยงามมาก จุดนี้ไม่มีร้านอาหารมีแต่เป็นเหมือนรถตู้เก่า ๆ เปิดให้เราสามารถซื้อเครื่องดื่มต่าง ๆ มีโต๊ะวางกลางแจ้งอยู่ 2-3 โต๊ะ แต่จะเปิดเฉพาะอากาศดีเท่านั้น 
>> 3.) ขึ้นกระเช้าจากเมือง Betten (เบทเท่น) ไปที่เมือง Bettmeralp (เบทเมอร์อัล์ป) แล้วต่อกระเช้าไปที่ยอดเขา Bettmerhorn (เบทเมอร์ฮอร์น) ตรงนี้มีร้านอาหารให้นั่งดื่มกาแฟดูวิวสวย ๆ ชิล ๆ ได้ด้วย ซึ่งวี่เลือกแบบที่ 3 เพราะหลงรักเมืองเล็ก ๆ บนภูเขาที่ชื่อ Bettmeralp มาก และมาบ่อยมาก ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

“Bettmeralp” เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ปลอดมลพิษคล้าย ๆ Zermatt เพราะมีแต่รถไฟฟ้าวิ่งเท่านั้น ไม่มีรถยนต์ที่เป็นเครื่องเบนซินหรือดีเซลเลย ช่วงหน้าหนาวที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการเล่นสกี แต่หน้าร้อนก็สวยไม่แพ้กัน ที่วี่ชอบมากเพราะบ้านจะเป็นบ้านไม้แบบสมัยก่อน แม้กระทั่งโรงแรม หรือ airbnb ก็จะทรงเดียวกันหมดเลย ที่สถานี Betten สามารถซื้อตั๋ว 3 days pass ได้ในราคา 45 ฟรังค์ (ถ้ามีบัตรครึ่งราคา) ถ้าไม่มีราคาเต็มคือ 65 ฟรังค์ สำหรับวี่ว่าราคาเหมาะสมนะ เพราะสามารถขึ้นกระเช้าในระแวกนั้นฟรี และขึ้นรถบัส-รถไฟระแวกนั้นฟรีทั้งหมด

ที่วี่มาคราวนี้ไม่ใช่แค่มาชมความยิ่งใหญ่และสวยงามของธารน้ำแข็ง Aletsch เพียงเท่านั้น เพราะอย่างที่บอกว่ามาหลายครั้งมากแล้ว ครั้งนี้ตั้งใจเพื่อมา Hiking โดยเฉพาะ และว่ากันว่ามีหลายเส้นทางที่สวย แต่วี่สนใจอยู่ 2 เส้นทาง คือ 

>> เส้นทาง ‘UNESCO’ (ยูเนสโก) เส้นทางสันเขา ‘UNESCO’ (ยูเนสโก) กับเส้นทางที่เรียบขนานธารน้ำแข็งหรือเส้นทาง 360 องศา ‘Panorama’ เป็นเส้นทางที่เราจะเดินใกล้ธารน้ำแข็งได้มากที่สุด มีระยะทาง 12.2 กิโลเมตร แต่เดินจริง GPS จับได้ระยะทางประมาณเกือบ 15 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินรวมกับการพักเกือบ 6 ชั่วโมง วี่เองก็กลัวไม่ไหว...ประกอบกับดูพยากรณ์อากาศบอกว่าสักช่วงบ่ายสามจะมีพายุฝน เลยชั่งใจอยู่ว่าจะไปทางไหน ซึ่งเส้นทาง ‘UNESCO’ (ยูเนสโก) คือเดินบนสันเขาได้วิวมุมสูง ระยะทางแค่ 3-4 กิโลเมตร แต่เป็นการเดินขึ้นและลงแบบสุดแรง และถ้าฟ้าไม่เปิดจะมองไม่เห็นอะไร ส่วนอีกทางมีระยะทางยาว และเส้นทางช่วงต้น ๆ จะเดินยากนิดหน่อย ใช้เวลานาน ซึ่งไม่รู้จะทันบ่ายสามก่อนพายุเข้าไหม ถ้าไม่ทันจะไม่สนุกแน่เพราะจะเจอพายุบนเขา สรุปวี่เลยเลือกเส้นทางนี้ เพราะวี่มีความต้องการที่จะเข้าใกล้ธารน้ำแข็งให้มากที่สุด

>> เส้นทาง ‘360 องศา panorama’ เริ่มจาก Bettmerhorn ที่ความสูง 2,858 เมตรจากระดับน้ำทะเล อ้อมไปด้านหลังของยอดเขา Eggishorn (เอกิสฮอร์น) ผ่านทะเลสาป Vordersee มาจบที่สถานีกระเช้า Fiescheralp ที่ความสูง 2,212 เมตรจากระดับน้ำทะเล เพื่อลงมาที่เมือง Fiesch และนั่งรถบัสหรือรถไฟ ก็ได้กลับมาที่เมือง Betten เพื่อมานั่งกระเช้าขึ้นมาที่ Bettmeralp เพราะโรงแรมอยู่ที่นี่ ถึงแม้ระยะทางมันจะยาวแต่วิวมันว๊าวมันสวยสะกดมากกกกก!! มีล้านให้เต็มล้านเลยแหละ 

ส่วนคำเตือนของเส้นทางนี้คือไม่เหมาะกับคนที่เวียนหัวง่าย เพราะบางช่วงบางตอนทางแคบ ตัดจากทางเดินคือเป็นผาและตัดตรงลงพื้น ด้วยความสูงขนาดนี้คงไม่ต้องบอกเนาะว่าตกมาจะเป็นไง... ดังนั้นจึงมีป้ายเตือนก่อนตรงจุดตั้งต้น และแนะนำควรใส่รองเท้า Hiking เพราะพื้นผิวของเส้นทางมีความหลากหลายสำหรับผู้ไม่คุ้นชิน ต่อมาก็ลงมาถึงสถานีกระเช้าช่วง 4 โมงเย็น พายุกำลังโหม ทำให้กระเช้าเล็กที่นั่งเกิดการแกว่งไปมาเพราะลม เดินสัก 2 กิโลเมตรสุดท้าย ก็เกิดลมแรง ทั้งฝน ทั้งเหนื่อย ทั้งเปียก ทั้งหนาว ความรู้สึกของขาเรามันเหมือนหนักสักร้อยกิโล ยกเหมือนจะไม่ขึ้น เหมือนจะเดินไม่รอด แต่ในที่สุดวี่ก็ทำได้สำเร็จและกลับมาถึงโรงแรม นึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจไปในวันนี้ มันเติมเต็มความรู้สึกดีมาก และมีความสุขมากจริง ๆ

วี่รักบรรยากาศหมู่บ้าน Bettmeralp รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลายและสบายใจ ชอบขึ้นไปนั่งดูธารน้ำแข็ง นั่งดูได้ทีละนาน ๆ ไม่รู้จักเบื่อเลย ยังนึกไปด้วยซ้ำว่าเราเป็นแค่คนซึ่งถ้าเทียบกับธารน้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่เราก็ตัวเล็กนิดเดียว และเราไม่สามารถที่จะงัดข้อกับธรรมชาติที่แสนจะยิ่งใหญ่ได้เลย ธรรมชาติบางครั้งก็ช่างสวยงามเสียเหลือเกิน แต่บางคราก็อาจจะน่ากลัวได้อย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน...


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top