Wednesday, 24 June 2026
TheStatesTimes

ตำรวจรวบรวมหลักฐานเอาผิดม็อบทะลุฟ้า เปิดเผยเยาวชนอายุ 14 ปี ถูกยิงใกล้สน.ดินแดง ยืนยันเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่รู้จัก

วันที่ 19 สิงหาคม 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น.กล่าวสรุปสถานการณ์การชุมนุมของ "กลุ่มทะลุฟ้า" ในวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า กลุ่มผู้ชุมนุมนัดรวมตัว ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 16.00 น. มีการจัดกิจกรรมเผาหุ่นฟาง และขึ้นป้ายผ้า ก่อนที่แกนนำประกาศยุติการชุมนุม เวลา 19.30 น. เหตุการณ์โดยภาพรวมปกติดี 

จากนั้นบางส่วนได้นัดชุมนุมต่อที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง โดยก่อความวุ่นวายพยายามรื้อสิ่งกีดขวางของตำรวจ และขว้างปาประทัดยักษ์ใส่ตำรวจ จึงมีความจำเป็นต้องยิงแก๊สน้ำตาควบคุมสถานการณ์ ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่ก่อเหตุซึ่งหน้า เบื้องต้นการชุมนุมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ 

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตำรวจได้ทำการจับกุม นายธนเดช ศรีสงคราม หรือม่อน เเกนนำกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตามหมายจับความผิดฝ่าฝืน พ.ร.บ.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ สืบเนื่องจากการเข้าร่วมชุมนุม ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา แล้วไม่ยอมรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง 

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีผู้ปกครองของเยาวชนชาย อายุ 14 ปี ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บใกล้ สน. ดินแดง เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ผ่านมา เข้าแจ้งความที่ สน. ดินแดง นั้น เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ปกครองผู้เสียหายแล้ว และให้เยาวชนผู้เสียหายเข้าให้ปากคำ โดยมีสหวิชาชีพมาร่วมสอบสวนต่อไป จากการสอบถามเบื้องต้นผู้เสียหายให้การว่า "ตำรวจไม่ได้เป็นคนยิง แต่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเป็นผู้ก่อเหตุ" 

ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามหาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยคดีมีความคืบหน้าไปมาก มั่นใจว่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุในเร็ว ๆ นี้


ที่มา : https://www.naewna.com/local/596025


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ’ รับมอบเตียงนอน (เด็กเล็ก) และขนม ให้กับ "สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า" จังหวัดนนทบุรี

วันที่ 19 สิงหาคม 2564 ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี "นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ” อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย "นางสาวอมรศรี รัศมีทัต" ผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี  รับมอบเงิน และเตียงนอนสำหรับเด็กเล็ก จำนวน 50 เตียง / ขนมจำนวน 400 ห่อ จาก "คุณสุรีพร ไทยใหญ่" เจ้าของสถานประกอบการ พร้อมกับคณะญาติ เพื่อน ๆ ที่เห็นของความสำคัญที่จะมอบบริจาคเตียงนอนสำหรับเด็ก ไว้ใช้เพื่อเป็นประโยชน์โดยส่วนรวม

การพักผ่อนที่ดีที่สุด คือ การนอนหลับอย่างสนิท สบายตัว จะส่งผลให้สุขภาพพลานามัยของเด็ก ๆ มีความสุขได้ จึงได้ร่วมกันนำเตียงนอนดังกล่าว และขนมเพื่อมาร่วมสร้างบุญ สร้างกุศล เป็นผู้ให้ด้วยใจบริสุทธิ์ ร่วมด้วยช่วยกัน "คนละไม้ คนละมือ" และสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่

ในการนี้ “นายชัยพร ภูผารัตน์” ผอ.สำนักงานสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และ “นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล” นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย ได้เป็นเกียรติเข้าร่วมกิจกรรม และจัดซื้อขนมมาร่วมบริจาคในครั้งนี้ด้วย

จับอีก!! APP เงินกู้จีนดอกเบี้ยโหด จ.ภูเก็ต พบลูกหนี้กว่า 20,000 ราย

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากลหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย  โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ศิลปคมณ์  เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุม

นายเลี่ยวฯ อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ในข้อหา “ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไว้เพื่อนำออกซึ่งใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต”

สืบเนื่องจาก การขยายผลการจับกุมเครือข่ายปล่อยเงินกู้พื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. และ ศปชก.สตม. ทำการสืบสวนขยายผลพบว่า เครือข่ายดังกล่าวย้ายไปอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และยังมีพฤติการณ์โทรทวงเงินพร้อมดอกเบี้ยโหดกับลูกหนี้ที่กู้เงินผ่านแอปพลิเคชั่นชื่อ “พลูตัส แค็ท โปร” (Plutus cat pro) ซึ่งแอปฯ ดังกล่าว ลักลอบเปิดสำนักงานอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต ชุดสืบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายค้นและเข้าค้นยังอาคารเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 พบนายเลี่ยว อายุ 27 ปี สัญชาติจีน โดยรับว่าเป็นผู้ควบคุม ดูแล จัดการ และจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงาน ระหว่างการเข้าค้น พบพนักงานจำนวน 19 คน และทำการตรวจยึดทรัพย์สินและเอกสารที่น่าเชื่อว่ามีไว้ใช้หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น สมุดบันทึกรายชื่อลูกหนี้, ซิมการ์ด, โทรศัพท์มือถือ และ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมจำนวน 43 รายการ จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัวของนายหลิวฯ พบรายชื่อลูกหนี้ กว่า 20,000 ราย สอบถามพนักงานให้การว่าจะต้องโทรทวงหนี้ให้ได้วันละ 10-15 ราย ซึ่งจะได้ค่าจ้างเดือนละ 10,000-15,000 บาท และค่าคอมมิชชั่น 8 บาท ต่อการทวงหนี้ได้ 1 ราย โดยจะให้ลูกหนี้ชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารที่นายเลี่ยวฯ จ้างเปิดบัญชีไว้ ชุดสืบสวน ศปชก.สตม. จึงดำเนินการจับกุมนายเลี่ยวฯ ส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

เศรษฐกิจไทยน่าห่วง แบงก์ชาติจับตาผู้ว่างงานพุ่ง

ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในช่วงปี 2563-2564 รายได้จากการจ้างงานหายไปถึง 1.8 ล้านล้านบาท ขณะที่ปี 2565 คาดว่ารายได้จากการจ้างงานจะหายไปอีก 8 แสนล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ปี 2563-2565 รายได้จากการจ้างงานจะหายไปรวมกว่า 2.6 ล้านล้านบาท

ขณะที่การจ้างงานในระบบถูกกระทบรุนแรง โดยในช่วงไตรมาส 2/2564 พบว่ามีจำนวนผู้ว่างงาน หรือเสมือนว่างงาน (ผู้ที่มีงานทำไม่ถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน) อยู่ที่ 3 ล้านคน และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4 ล้านคน สูงกว่าช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิดถึง 3 เท่าตัว

ขณะที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยอัตราการว่างงานของไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 64 ว่า ปัจจุบันตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง โดยการว่างงานยังอยู่ที่ระดับ 1.9% ใกล้เคียงกับ 2% ในไตรมาสก่อน แต่ยังคงอยู่สูงกว่า 1% ในปี 62 ช่วงก่อนหน้าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเมื่อพิจารณาในรายสาขาการผลิตพบว่าสาขาท่องเที่ยว และบริการที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งสาขาด้านการผลิตสื่อและกิจกรรมบันเทิงอื่น ๆ ยังได้รับผลกระทบรุนแรง และมีอัตราการว่างงานอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในช่วงนี้ที่กำลังเกิดวิกฤตจากการบาดของไวรัสโควิดอย่างหนัก  


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

แถลงจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับคดี “ฟอกเงินและสมคบการฟอกเงิน และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากลหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะ การกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ศิลปคมณ์  เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร  แก้วเวหล ผกก.4 บก.สส.สตม. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สส.สตม. และ ศปชก.สตม. ได้ร่วมกันสืบสวนติดตาม นายจอห์นเด็ก หรือ MR.NAVJOT (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี สัญชาติอินเดีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 195/2563 ข้อหา “ฟอกเงินและสมคบการฟอกเงิน และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”

นายจอห์นเด็ก นั้นเป็นผู้ต้องหารายสำคัญในขบวนการฟอกเงินจากเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยขยายผลจากการจับกุมคดียาเสพติดเมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2562 ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย และพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีพฤติการณ์คือประกอบกิจการค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าบังหน้าบริเวณย่านพาหุรัด และเป็นผู้ติดต่อประสานงานการโอนเงินจากการค้ายาเสพติดของเครือข่ายค้ายาเสพติดเพื่อซื้อทองคำจากร้านขายทองคำในประเทศไทย และนำทองคำหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดส่งกลับไปยังเครือข่ายค้ายาเสพติด  ซึ่งเป็นลักษณะของการฟอกเงิน และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนหาข่าว ติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้โดยตลอด จนกระทั่ง ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลต่างด้าวลักษณะเหมือน นายจอห์นเด็ก หรือ MR.NAVJOT (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 195/2563 อยู่บริเวณถนนสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จึงเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณดังกล่าว จนพบกับผู้ต้องหาเดินอยู่อยู่ริมถนนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าเป็นผู้ต้องหาจริง จึงแสดงหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 195/2563 ให้แก่ผู้ต้องหาดูและอ่านข้อความในหมายจับให้ผู้ต้องหาฟังผ่านล่ามแปลภาษา รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับในหมายจับดังกล่าวจริง และไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด จึงจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่าง ๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้เมื่อ 13 ปีก่อน แฟนกีฬาชาวไทยได้เฮกันดังๆ เมื่อ สมจิตร จงจอหอ นักกีฬามวยสมัครเล่นของไทย สามารถเอาชนะนักชกคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่ประเทศจีน คว้าเหรียญทองมาได้สำเร็จ

ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 13 ปีก่อน ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ประเทศไทยสามารถคว้าเหรียญทองจากกีฬามวยสากลสมัครเล่นมาครอง จากผลงานของผู้ชายที่ชื่อ สมจิตร จงจอหอ

สมจิตร สามารถเอาชนะนักมวยจากประเทศคิวบาไปได้ในรอบชิงชนะเลิศ ด้วยคะแนน 8 ต่อ 2 คว้าเหรียญทองสำคัญให้ทัพนักกีฬาไทยในครั้งนั้น และนับเป็นเหรียญทองที่ 4 ที่นักชกไทยสามารถทำได้ในโอลิมปิกเกมส์ทุกครั้งที่ผ่านมา

กล่าวถึง สมจิตร จงจอหอ เป็นชาวโคราช จังหวัดนครราชสีมา จบการศึกษาจากสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย เริ่มต้นอาชีพชกมวย ด้วยการต่อยมวยไทย โดยใช้ชื่อว่า ‘ศิลาชัย ว.ปรีชา’ ต่อมาได้เข้ามาเป็นหนึ่งในนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย

สมจิตร ได้รับการคาดหมายให้เป็นตัวเต็งในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2004 และเอเชี่ยนเกมส์ 2006 แต่เจ้าตัวไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ตามคาด ทำให้เกิดความท้อใจ จนคิดจะแขวนนวมถึง 2 ครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็กลับมาตั้งต้นพยายามใหม่

โดยในการแข่งขันโอลิมปิก 2008 สมจิตรติดเป็นหนึ่งในทัพนักชกไทย ที่ไปแข่งขันยังประเทศจีนด้วย เขาผ่านนักชกกัวเตมาลา, อาร์เซอร์ไบจาน, ทาจิกิสถาน, อิตาลี จนมาเจอกับ อันดริส ลาฟฟิตา นักชกจากคิวบา ที่เจ้าตัวเคยพ่ายแพ้ในการแข่งขันเวิลด์แชมเปี้ยนชิพมาแล้ว แต่ในรอบชิงฯ ครั้งนี้ สมจิตรกลับเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้

หลังคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์มาได้ สมจิตรก็ประกาศปิดฉากอำลาชีวิตนักมวย แม้ในวันนี้ เจ้าตัวจะหันมาโลดแล่นทำงานในแวดวงบันเทิง เป็นทั้งนักแสดง พิธีกร พรีเซนเตอร์มากมาย แต่ภาพการเป็น ‘นักชกหัวใจนักสู้’ ก็ยังถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ


ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/สมจิตร_จงจอหอ


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“รวบ BLOGGER หัวหมอ” เปิดเว็บหลอกทำเอกสารปลอม เหยื่อถูกตุ๋นเพียบ…เสียหายกว่า 5 ล้านบาท!!

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากลหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ศิลปคมณ์  เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย คือ

นายนิรันดร์ฯ อายุ 49 ปี สัญชาติไทย ในข้อหา มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกงประชาชน

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ได้รับแจ้งจากประชาชนกรณีถูกมิจฉาชีพ  แอบอ้างว่าสามารถออกวุฒิการศึกษา และออกใบแจ้งผลการสอบภาษาอังกฤษได้ จากเว็บไซต์ www.path168.com และ www.cer365.com โดยมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการหลักแสนบาท ซึ่งมีผู้หลงเชื่อชำระเงิน แล้วคนร้ายจะบ่ายเบี่ยง แจ้งเหตุขัดข้อง ว่าไม่สามารถดำเนินการได้จนกระทั่งออกอุบายให้ชำระเงินเพิ่ม แต่เมื่อผู้หลงเชื่อชำระเงินเพิ่มไปแล้วหรือต้องการยกเลิกการออกใบรับรองดังกล่าวและต้องการขอเงินคืน กลับถูกปฏิเสธและตัดช่องทางการติดต่อเชิดเงินหลบหนี ผู้ถูกหลอกจึง เชื่อว่าตนได้รับความเสียหายและแจ้งความร้องทุกข์ และเดินทางมาให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ศปชก.สตม. เพื่อสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสืบสวน ทราบว่าคนร้ายจะใช้บัญชีธนาคารของผู้อื่น ในการรับเงินโอนจากประชาชนที่หลงเชื่อ และคนร้ายจะใช้ให้บุคคลที่มีส่วนร่วมในขบวนการตระเวนกดเงินสดออกจากบัญชี แล้วนัดหมายกันส่งมอบเงินสดให้แก่ตน เจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. สืบสวนจนกระทั่งพิสูจน์ตัวตนของผู้ที่มารับเงินสด และสืบทราบที่อยู่ปัจจุบัน จึงรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลอาญาธนบุรี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ได้เข้าค้นระแวกประชาอุทิศน์ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม. ตามหมายค้นศาลอาญาธนบุรี พบนายนิรันดร์ฯ แสดงตนเป็นผู้พักอาศัยในบ้าน โดยพบโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร บัตรกดเงินสด ของผู้อื่น รวมทิ้งสั้น 99 รายการ จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายนิรันดร์ฯ พบว่ามีการสนทนากับประชาชนที่หลงเชื่อจำนวนมาก ที่เข้ามาติดต่อกับนายนิรันดร์ฯ เพื่อขอให้ออกวุฒิการศึกษา ออกใบคะแนนภาษาอังกฤษ จากการสอบถามนายนิรันดร์ฯ เบื้องต้นให้การว่าได้ว่าจ้างให้บุคคลหนึ่ง (จำชื่อ-สกุล ไม่ได้) เป็นผู้ทำเว็บไซต์ www.path168.com และ www.cer365.com เพื่อใช้เป็นอุบายหลอกลวงเอาทรัพย์สินผู้เสียหาย แต่ทั้งนี้นายนิรันดร์ฯ แจ้งว่าที่ผ่านมาไม่เคยปลอมแปลงเอกสารใด ๆ ตามที่โฆษณาไว้มาก่อน เจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. จึงจับกุมตัวนายนิรันดร์ฯ พร้อมนำของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการตรวจสอบโทรศัพท์ของกลางที่ตรวจยึดเบื้องต้น พบประชาชนผู้หลงเชื่อและโอนเงินกว่า 30 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย มากกว่า 5 ล้านบาท

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้ถือเป็นวันที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ด้านการบินของประเทศ โดยเป็นวันที่มีการลงนามถือกำเนิด ‘การบินไทย’ บริษัทการบินแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรก

ย้อนเวลากลับไปเมื่อกว่า 62 ปีก่อน หรือวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2502 รัฐบาลไทยได้ดำเนินการให้ บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจสายการบินภายในประเทศอยู่ในขณะนั้น กับสายการบินสแกนดิเนเวียน (SAS) ซึ่งเป็นสายการบินร่วมของประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียน ได้ทำสัญญาร่วมทุนระหว่างกัน เพื่อดำเนินธุรกิจการบริการสายการบินระหว่างประเทศขึ้น

หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 จึงได้มีการจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท การบินไทย จำกัด ด้วยทุนประเดิม 2 ล้านบาท โดยบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 70 และ SAS ถือหุ้นร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียน 

โดยเที่ยวบินแรกของ ‘การบินไทย’ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2503 เป็นการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังฮ่องกง กิจการดำเนินต่อมาถึงปี พ.ศ. 2520 บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด ได้ทำการซื้อหุ้นทั้งหมดคืนจาก SAS จึงทำให้ ‘การบินไทย’ กลายเป็นของคนไทยมานับตั้งแต่นั้น

ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนจากภาคเอกชน เมื่อปี พ.ศ. 2534 และเปลี่ยนชื่อเป็น ‘บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)’ ปัจจุบันการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินกิจการในด้านการบินพาณิชย์ในประเทศและระหว่างประเทศ ในฐานะสายการบินแห่งชาติ และมีฉายาที่คนไทยรู้จักกันดีว่า ‘เจ้าจำปี’

แม้ช่วงเวลาที่ผ่านมา ‘เจ้าจำปี’ จะประสบกับภาวะวิกฤติทางธุรกิจ จนต้องมีการเร่งฟื้นฟู แต่ ‘การบินไทย’ ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สะท้อนความเป็นไทยในสายตาของชาวโลกได้เหมือนเช่นเดิม...


ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/การบินไทย


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘เสกสกล’ เหน็บ ‘ยิ่งลักษณ์’ ดราม่า ห่วงใยชาวนา บอกละอายใจแทน หนีไปอยู่ตปท. เหตุทุจริตจำนำข้าว 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุรัฐบาลล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาให้กับชาวนา ว่า น่าอับอายขายขี้หน้า ช่างกล้าออกมาโพสต์ทำท่าทีห่วงใยชาวนา สงสารชาวนา สงสารจริงหรือเปล่า หรือแกล้งสงสารกันแน่ 

นายเสกสกลกล่าวว่า ถ้าสงสารจริงปล่อยให้ชาวนาถูกโกงในยุคตัวเองทำไม ปล่อยให้ชาวนาเป็นหนี้เป็นสินทำไม ปล่อยให้ชาวนาต้องสิ้นเนื้อปะดาตัว จนต้องผูกคอตายมากมายหลายชีวิตทำไม หรือถ้าคิดว่าบริหารให้ชาวนามีอยู่มีกินจริง คิดว่าตนเองบริหารดีแล้ว ทำถูกต้องแล้วจะต้องหนีคดีโกงชาวนา ไปอยู่ดีมีสุขอยู่ต่างประเทศกับพี่ชายทำไม ปล่อยให้ลูกน้องรัฐมนตรี ข้าราชการ และพ่อค้า ติดคุกจนทุกวันนี้ นี่หรือคนเก่งคนดีที่ห่วงใยชาวนา หนีเอาตัวรอดเพียงคนเดียว ทอดทิ้งคนอื่นให้เดือดร้อนจนทุกวันนี้ ตนมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวมากกว่าที่จะห่วงใยชาวนาจริงๆ แค่ดราม่า หวังเรียกร้องความเห็นใจความสนใจมากกว่า

นายเสกสกล กล่าวถึงโครงการจำนำข้าว “ทุกเมล็ด” สร้างปัญหาอะไรบ้าง เช่น ทำให้กลไกตลาดถูกบิดเบือน เพราะไปตั้งราคารับจำนำสูงลิ่ว ไม่คำนึงถึงความเป็นจริง ตามกลไกตลาด กระตุ้นเกษตรกรมุ่งปลูกข้าวเพื่อมาขายรัฐ เน้นปริมาณ ไม่สนคุณภาพ พ่อค้าข้าวก็ล่มจม เพราะซื้อข้าวแข่งรัฐไม่ได้ หันมาเปิดโกดังรับเก็บข้าวเปลือกให้รัฐ เป็นเสือนอนกินรูปแบบใหม่ รัฐต้องรับภาระค่าโกดัง-ค่าดูแลข้าวส่วนนี้ ปีละ 900 ล้านบาท เป็นการที่รัฐทำตัวเป็น “พ่อค้าข้าวขาใหญ่ที่สุดในประเทศ” เหมือนทำธุรกิจแข่งกับเอกชน โดยใช้เงินภาษีคนทั้งประเทศ แต่กำไรส่วนต่างกลับไปอยู่กับคนในรัฐบาลยุคนั้น จากการเช่าโกดังข้าว การเวียนเทียนขายข้าว การนำข้าวเพื่อนบ้านเข้ามาจำนำ และยังมี “สต๊อกลม” ที่ลือเลื่องอีก ถามว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่ แถมซ้ำเติมคุณภาพข้าว ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดข้าวของต่างประเทศได้อีกด้วย ขอวอนว่าเลิกปกปิด ซุกพรม หรือนั่งทับขี้เลย เขารู้ทันกันหมดทั้งประเทศแล้วว่าใครคือคนที่ทิ้งขี้ไว้ให้รัฐบาลนี้ชำระล้างกันแน่

นายเสกสกล กล่าวต่อว่า ตนละอายใจแทนจริงๆ ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ช่างกล้าออกมาห่วงใยชาวนา คิดว่าชาวนาควรจะออกมาชื่นชม หรือควรจะออกมาสาปแช่งมากกว่า ให้คิดเอาเองก็แล้วกัน แต่ทางที่ดีจะแกล้งออกมาห่วงใยชาวนา และโจมตีใส่รัฐบาลชุดนี้มากแค่ไหน แต่ก็คงทำให้ครอบครัวชาวนาที่ถูกโกงและวิญญาณชาวนาที่จากโลกนี้ไป จากผลงานช่วยเพิ่มหนี้สินให้ชาวนาจนสิ้นตัว ของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ คงจะมีแต่ชาวนาออกมาสาปแช่งชั่วนิรันดรมากกว่า

นายเสกสกล กล่าวว่าขณะที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เร่งรัดใช้หนี้ชาวนา ค่าข้าวเปลือกตามใบประทวน กว่า 8.84 แสนล้านบาท ยังมีค่าบริหารโครงการขององค์การคลังสินค้า(อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.)ค่าภาระดอกเบี้ย ค่าเช่าคลังของเอกชนในการเก็บรักษาข้าว และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก 8.4 หมื่นล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 9.68 แสนล้านบาท 

ผู้ว่าฯ หมูป่า สั่งรื้อข้อมูลตรวจสอบบ่อขยะฝ่าฝืนลักลอบขนขยะต่างถิ่นทิ้งไม่หยุด ทั้งที่ถูกสั่งปิดมาตั้งแต่ปี 59 ทำ MOU ซ้ำอีกในปี 61 กางแผนที่ส่องรุกล้ำเขตป่าหรือไม่ ขีดเส้นรู้ผลใน 7 วันก่อนตั้งข้อหาเพิ่ม

หลังฝ่ายปกครองอำเภอเมืองลำปาง ได้ร่วมกันจับกุมรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อฟูโซ่สีขาว ทะเบียนกำแพงเพชร พร้อมนายพรชัย อร่ามเรือง ชาว ต.สลกบาตร อ.อำเภอขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร คนขับรถ ซึ่งรับสารภาพว่าขนขยะจาก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ มาทิ้งที่บ่อขยะของนายเอกสิทธิ์ วงศ์อ๊อด หรือที่รู้จักกันคือ บ่อขยะลุงแก้ว พื้นที่บ้านจำบอน ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จังหวัดลำปาง เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา

รุ่งขึ้น นายวาฑิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป่าไม้ ทสจ.ลำปาง เทศบาลต้นธงชัย กำนันตำบลต้นธงชัย นายกเทศมนตรีต้นธงชัย ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่บ่อขยะของลุงแก้ว พบว่ายังคงมีการนำขยะมาทิ้งและฝังกลบจำนวนมาก

ขณะที่เจ้าตัวอ้างว่าหลังถูกสั่งปิดก็ปิดแล้ว แต่บางครั้งก็มีหน่วยงานมาขอทิ้ง ตนก็ให้ทิ้งโดยไม่ได้เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ย้ำถามว่าบ่อขยะแห่งนี้ถูกสั่งปิดแล้วใช่หรือไม่ ลุงแก้วบอกว่าสั่งปิดแล้ว แต่ทำไมถึงมีการลักลอบนำขยะต่างถิ่นเข้ามาทิ้ง-คนขับรถบรรทุกขยะรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งฝาย

ด้านนายอำนวย ศรีแสงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลต้นธงชัย ได้ร่วมกันนำแผนที่ตรวจสอบจุดที่ตั้งของบ่อขยะลุงแก้ว เป็นเขตพื้นที่ป่าด้วยหรือไม่ หากอยู่ในพื้นที่ป่าก็จะถูกตั้งข้อหาเพิ่มอีก

ล่าสุดนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ “บ่อขยะลุงแก้ว” เย็นที่ผ่านมา (18 ส.ค. 64) ระบุว่าขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ให้ชัดเจนก่อน หากเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ ก็จะว่ากันด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องขยะ หากเป็นพื้นที่ป่าก็จะผิดเรื่องของการใช้พื้นที่ รวมถึงหลักฐานอื่น ๆ เพิ่มเติม

เบื้องต้นหากดูตามแผนที่อาจจะมีการทิ้งขยะเกินพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์คือ นส.3 ก ซึ่งก็จะให้ตรวจทั้งระบบ ทั้งการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์ว่าถูกต้องหรือไม่ด้วย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ หากชัดเจนก็จะให้ส่วนที่เกี่ยวข้องแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม เพราะเรื่องนี้ถือเป็นการหาประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่ง

“เรื่องขยะ วันนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากได้ ในพื้นที่เชียงใหม่หากเป็นลูกค้าเก่าก็คิดค่ากำจัดขยะคิวละ 800 บาท ลูกค้าใหม่ก็คิดพันกว่าบาท บางบ่อก็คิด 500-600 บาท จึงได้ลักลอบมาทิ้งที่นี่ ซึ่งอาจจะถูกกว่าหรือบางส่วนก็อาจจะไม่ต้องจ่ายค่าดำเนินการให้ถูกกฎหมาาย ทั้งที่จริง ๆ หากนำขยะมาทิ้งให้ถูกต้องก็มีบ่อขยะที่ขออนุญาตถูกต้องอยู่แล้ว และในช่วงนี้ที่น่ากลัวคือพวกขยะติดเชื้อ ดังนั้นจึงขอให้ตรวจสอบให้เสร็จภายใน 7 วัน”

สำหรับบ่อขยะลุงแก้ว ในปี 2559 เทศบาลตำบลต้นธงชัย โดยนายเฉลิมศักดิ์ เขียวคำ นายกเทศมนตรีตันธงชัย ได้ออกคำสั่งให้หยุดดำเนินกิจการ หลังเข้าตรวจสอบบริเวณสถานประกอบการ ซึ่งตั้งอยู่ ม.3 ถนนพระเจ้าทันใจ-บ้านจำบอน ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง

โดยพบว่าเป็นกิจการที่กำหนดให้ต้องมีการควบคุมและดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษตามมาตรา 71 และเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ข้อกำหนดของท้องถิ่นหรือประกาศที่ออกตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535 จึงให้หยุดดำเนินกิจการ นับแต่ได้รับคำสั่ง (1 ธ.ค. 59) หากยังคงดำเนินการต่อไป จะมีโทษตามมาตรา 80 คือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (เป็นกระทงความผิดที่ 2) และปรับอีกไม่เกินวันละ 5,000 บาทตลอดเวลาที่ยังไม่หยุดกิจการดังกล่าว

ต่อมาในวันที่ 1 มีนาคม 2561 นายอำเภอเมืองลำปาง (ขณะนั้น) สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง (ส่วนสิ่งแวดล้อม) สภ.ทุ่งฝาย กำนันตำบลต้นธงชัย ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.ต้นธงชัย เทศบาลตำบลต้นธงชัย ได้ทำ MOU ร่วมกับนายเอกสิทธิ์ วงค์อ๊อด หรือลุงแก้ว หลังเกิดไฟไหม้บ่อขยะทุกปี โดยมีข้อตกลงคือ... 

1.) ให้ลุงแก้วดำเนินการฝังกลบขยะที่เคยนำมาทิ้งในพื้นที่ก่อนหน้านั้นให้หมดเพื่อไม่ให้ขยะฟุ้งกระจายบนผิวดิน หรือเกิดประกายไฟที่สามารถลุกไหม้จนเกิดมลภาวะทางอากาศ 

2.) หากเกิดปัญหาการลักลอบทิ้งขยะในพื้นที่ของลุงแก้ว ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามกฎหมายและยินดีให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

3.) ปิดบ่อขยะเป็นการถาวร โดยมิให้ผู้ใดลักลอบเข้าไปในบริเวณบ่อขยะได้ทุกกรณี 

4.) หามาตราการมิให้เกิดไฟไหม้บ่อขยะ จนลุกลามสร้างปัญหามลพิษอีก 

5.) หากไม่ดำเนินการตามข้อตกลงร่วมหรือเกิดเหตุกรณีดังกล่าวนั้นจะยอมรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา


ที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9640000081610


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top