Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

"ผู้นำคนพิการ ด้ามขวานไทย" ผนึกกำลังภาครัฐ และมูลนิธิฯ บรรเทาทุกข์ช่วงโควิด-19

วันที่ 1 สิงหาคม 2564 คุณสือนะ ดีสะเอะ อุปนายก "สมาคมคนพิการภาคใต้" ร่วมภารกิจเยี่ยมเยือน มอบขวัญกำลังใจให้แก่ กลุ่มเปราะบาง / คนยากไร้ / คนพิการ และ ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิค-19 ใน จ.นราธิวาส ดังนี้

>> 1. พื้นที่บ.ยานิง ม.2 ต.จวบ อ.เจาะไอร้องฯ ร่วมกับ "จ.ส.อ.รอซะ บือราหง" ชป.กร.ร้อย.ทพ.4803 และ "นายนิจิ นิเยะ" ผญบ.ม.2ฯ มอบถุงปัจจัยยังชีพฯ

>> 2. พื้นที่บ.โต๊ะเล็ง ม.3 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้องฯ ร่วมกับ "นายอับดุลมูฮี สะอิ" ผญบ.ม.3ฯ มอบถุงปัจจัยยังชีพฯ

ในการนี้ "คุณสือนะ ดีสะเอะ" อุปนายกสมาคมคนพิการภาคใต้ ขอขอบพระคุณ "พ.อ.ชลัช ศรีวิเชียร" รอง ผอ.กิจการพิเศษ ศูนย์สันติวิธีฯ(สล.3) และ "มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง" ที่เล็งเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ และประสบปัญหา การดำรงชีวิตในช่วงสถานการณ์ covid-19 ที่ส่งผลกระทบในเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวัน การประกอบสัมมาอาชีพ โดยไม่สะดวก แต่ด้วยน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวของพี่น้องประชาชนคนไทย จึงได้รับความอนุเคราะห์ และให้การช่วยเหลือเป็นอย่างดี ในครั้งนี้

‘กษัตริย์ไทย’ ในนิยามผู้นำนักปฏิบัตินิยม กับ ‘หยก THE STATES TIMES’ | Click on Clear THE TOPIC EP.15

???? ‘กษัตริย์ไทย’ ในนิยามผู้นำนักปฏิบัตินิยม

???? ห้ามพลาด!! ความเป็นมาของชาติไทย เรื่องที่ควรศึกษาให้ชัดเจนถ่องแท้!

รายการ Click on Clear THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ ที่จะพาไปร่วมเจาะลึกกับ...

‘หยก THE STATES TIMES’

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

แอคติ้งดี กีฬาเริ่ด! ส่องดารา บนเส้นทางสายกีฬา กับ ‘จิว จิวเวอรี่’ ช่วงตะลอนเล่าบันเทิ้งบันเทิง | กบร่อน ตะลอนเล่า EP.15

???? วันนี้ห้ามพลาด!! พบกับความสนุกที่จะหยุดใจไว้ไม่อยู่ ในรายการ ‘กบร่อนตะลอนเล่า’

✨ ชวนส่องดารา บนเส้นทางสายกีฬา ดีกรีมืออาชีพ!! Wowww...แอคติ้งก็ดี กีฬาก็เริ่ด!

เม้าท์มอยไปพร้อมกัน กับ ‘จิว จิวเวอรี่’ ในช่วงตะลอนเล่าบันเทิ้งบันเทิง !!

ดำเนินรายการโดย กบร่อน THE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ตร. เตือนประชาชน ระวัง! “ฟ้าทะลายโจรปลอม” ผู้ขายระวังโทษหนัก

เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2564  พ.ต.อ.ศิริวัฒน์  ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเป็นห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 มีประชาชนเป็นจำนวนมากหาซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรฟ้าทะลายโจร ทำให้เกิดความต้องการในท้องตลาดสูง จึงมีมิจฉาชีพหรือผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปลอม ฉวยโอกาสโดยการโฆษณาขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขายผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรปลอม หรือใช้หมายเลข อย.ปลอม หรือ โฆษณาแสดงสรรพคุณอันเป็นเท็จ เกินความจริง ทำให้เข้าใจผิดในสรรพคุณ หรือ ทำให้เข้าใจว่ามีวัตถุใดเป็นส่วนประกอบ ซึ่งความจริงไม่มีวัตถุหรือส่วนประกอบน้ัน ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือมีแต่มีไม่เท่าที่ทำให้เข้าใจตามที่โฆษณา ฯลฯ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์ เพื่อเตือนให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร โดยให้เลือกซื้อจากร้านค้าที่มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การอนุญาตผลิตภัณฑ์ จากเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา www.fda.moph.go.th หรือ Oryor Smart Application และตรวจสอบข้อมูลจาก เว็บไซต์ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย www.antifakenewscenter.com เป็นต้น

สำหรับผู้ที่กระทำความผิดในการขายผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรปลอมหรือโฆษณาขายในลักษณะผิดกฎหมายในสื่อสังคมออนไลน์ จะมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

นอกจากนี้ยังมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562 ตามแต่พฤติการณ์ที่ได้กระทำ เช่น มาตรา 58 (1)ผลิต หรือขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอมฯ ประกอบมาตรา 102 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสามแสนบาทบาท มาตรา 70 โฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาตฯและ มาตรา 74 โฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพรในลักษณะผิดกฎหมายฯ ประกอบมาตรา 114 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จในลักษณะ ‘ข่าวปลอม’ (Fake News) 2 กรณี หมอประสิทธิ์ และสินเชื่อธนาคารกรุงไทย

เมื่อวันที่ 1ส.ค.2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จในลักษณะข่าวปลอม(Fake News) จากผู้ไม่หวังดีที่พยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ นั้น โดยในวันนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ตรวจพบข่าวปลอม อีก 2 กรณี คือ

1. จากที่มีการแชร์ข้อมูลที่ระบุว่าหมอประสิทธิ์ ซึ่งเป็นคณบดีศิริราช ได้ออกประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนล็อกดาวน์ตัวเอง และครอบครัว เพราะตอนนี้พบสายพันธุ์แลมบ์ดา กำลังระบาดในเขตมีนบุรี และขอให้ประชาชนล็อกดาวน์ตัวเองนั้น ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเคยมีการส่งคลิปเสียงในประเด็นเดียวกันหลายครั้งแล้ว โดยขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวทั้งในรูปแบบข้อความ และคลิปเสียง ไม่ได้เป็นข้อมูลที่มาจาก ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลแต่อย่างใด

ซึ่งหากมีการแนะนำหรือข้อพึงระวังเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะทำการแถลงผ่านสื่อออนไลน์เป็นวิดีโอที่จะปรากฏทั้งใบหน้าและเสียง โดยไม่มีการเผยแพร่ข้อความหรือคลิปเสียงเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันการแอบอ้าง

2. จากกรณีการโพสต์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขอสินเชื่อกับธนาคารกรุงไทย ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังนั้น ทางธนาคารกรุงไทยได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่มีบริการให้สินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งแอปพลิเคชันเป๋าตัง เป็นแพลตฟอร์มด้านการเงินระบบเปิด สามารถใช้บริการแม้ไม่มีบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย ให้บริการครอบคลุมทั้งบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet) รองรับการทำธุรกรรมโอนเงิน เติมเงิน และชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ (G-wallet) รองรับการทำนโยบายของภาครัฐ บริการกระเป๋าสุขภาพ (Health Wallet) ตรวจเช็กสิทธิด้านสุขภาพผ่านเป๋าตัง บริการด้านการลงทุนพันธบัตรของรัฐผ่านวอลเล็ต สบม.รวมถึงบริการเกี่ยวกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ช่วยให้การจัดการบัญชีกยศ. สะดวก และรวดเร็ว

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ  และเพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนก

ซึ่งการกระทำของผู้เผยแพร่ข่าวปลอม อาจเข้าข่ายความผิดตาม  พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1),(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพฤติการณ์ที่ได้กระทำความผิดโดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87

สำนักงบฯ แนะทุกหน่วยงานใช้งบต้องคิดถึงผลกระทบโควิดรุนแรง

สำนักงบประมาณได้รายงานรายงานผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 64 ในช่วงไตรมาสที่ 3  โดยจากวงเงินรวม 3.2 ล้านล้านบาท มีการเบิกจ่ายแล้วประมาณ 2.28 ล้านล้านบาท คิดเป็น 69.49%  มีการก่อหนี้แล้วจำนวน 2.46 ล้านล้านบาท คิดเป็น 75.03% โดยในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การลงทุนทั้งในมิติของพื้นที่และการดำเนินชีวิตของประชาชน ซึ่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐซึ่งมีการก่อหนี้สูงกว่าเป้าหมายอย่างมากในปีนี้  

ทั้งนี้เพื่อให้การเบิกจ่ายและจัดสรรงบประมาณในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ (ก.ค. - ก.ย.) มีประสิทธิภาพสำนักงบประมาณจัดทำข้อเสนอข้อให้หน่วยงานราชการใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ คือหน่วยรับงบประมาณควรเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ และการบริหารงบประมาณที่ได้รับ การจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดผลกระทบหรือกระทบต่อการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างเหมาะสม และให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หน่วยรับงบประมาณควรพิจารณากำหนดทิศทางหรือแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ในส่วนช่องงบประมาณที่เป็นรายจ่ายประจำส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ควรมีการวางแผนอย่างเหมาะสม เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศโดยรวม 

‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ ที่ปรึกษาพิเศษ สนง.ตำรวจแห่งชาติมอบนโยบายตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจชุมชนโคบัง จังหวัดร้อยเอ็ด

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและมอบนโยบายให้กับข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมมอบถุงยังชีพและตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจชุมชน “โคบัง” กำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และยึดการมีส่วนร่วมของประชาชน

ที่สำนักงานตำรวจภูธร จ.ร้อยเอ็ดพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะเข้าติดตามการดำเนินงานและมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงาน การบริหารจัดการและการซีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการตำรวจลูกจ้างประจำ การบริหารจัดการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และงานตำรวจชุมชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธร จ.ร้อยเอ็ด โดยมี พล.ต.ต.เนติพงศ์ ธาตุทำเล รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ไพโรจน์ มังคลาผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยรองผู้บังคับการ และผู้กำกับการสถานีตำรวจ ทั้ง 33 แห่ง และข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธร จ.ร้อยเอ็ดให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

จากนั้น พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมที่ทำการตำรวจชุมชนธงธานี ของสภ.ธวัชบุรี ตามโครงการสถานีตำรวจชุมชน “โคบัง” พร้อมมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค บริโภค ให้กำลังใจกับตำรวจและอาสาสมัครภาคประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่จำนวน 17 ชุด โดยสถานีตำรวจชุมชน “โคบัง” ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจร่วมกับชุมชนรับผิดชอบพื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วย ต.ธงธานี 10ชุมชน ต.บึงนคร 9ชุมชน และต.ธวัชบุรี 12 ชุมชนรวม31 ชุมชน โดย ร.ต.อ.ภูวไนย ธนสิริภักดีโสภณ รองสวส.ป้องกันปราบปราบ สภ.ธวัชบุรี ปฎิบัติหน้าที่หัวหน้าสถานีตำรวจชุมชนธงธานี โดยมี พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ศรีผ่องงาม  ผกก.สภ.ธวัชบุรี นายอภิชาติ รักพงษ์ นายกเทศมนตรีตำบลธงธานี นายกานต์ นองนุช กำนันตำบลธงธานี หน่วยกู้ภัยอโสกพิทักษ์ชีพร้อยเอ็ดจุดสะกัดบ้านธวัชดินแดง พร้อมด้วยผู้นำชุมชน และประชาชนให้การต้อนรับภายใต้มาตรการเข้มข้นด้านโควิด-19

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครภาคประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ยึดหลักความปลอดภัยตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับผู้ชุมชน และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยเกิดประสิทธิภาพสูงสุดพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ กล่าวในที่สุด

‘สมรักษ์ คำสิงห์’ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไทย โดยกลายเป็นฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกคนแรก หลังเอาชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ ในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น

วันนี้เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญ ที่กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเมืองไทย เมื่อ ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ ได้กลายเป็นฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของไทย หลังเอาชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ ในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในโอลิมปิกฤดูร้อน 1996 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2539

เมื่อย้อนกลับไปถึงเส้นทางสู่สังเวียนของสมรักษ์ เขาเริ่มต้นชกมวยตั้งแต่เด็ก และได้ขึ้นแข่งขันครั้งแรกตอน 7 ขวบ โดยชกทั้งมวยไทยและมวยสากลสมัครเล่น เขาได้ตระเวนชกตามเวทีต่าง ๆ จนทั่วจนได้รับการทาบทามจากสโมสรราชนาวีให้ชกมวยสากลสมัครเล่นและประสบความสำเร็จได้ทั้งแชมป์ประเทศไทยและเหรียญทองกีฬาแห่งชาติ

ในปี พ.ศ. 2535 สมรักษ์ ได้เข้าสู่ทีมชาติครั้งแรก ในการแข่งขันโอลิมปิกที่บาร์เซโลนา และเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาเป็นครั้งแรก จากการเป็นนักกีฬาไทย ที่ได้เหรียญทองเพียงคนเดียว ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 12 ในปี พ.ศ. 2537 ที่ประเทศญี่ปุ่น

กระทั่งในปี พ.ศ. 2538 สมรักษ์ได้เหรียญทองจากกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ และผ่านการคัดเลือกไปแข่งกีฬาโอลิมปิกรอบสุดท้ายได้ โดยเส้นทางสู่เหรียญทองครั้งประวัติศาสตร์นี้ เริ่มจากรอบแรกเอาชนะแดเนี่ยล เซต้า นักชกเปอร์โตริโก 13-2, รอบสอง ชนะฟิลิป เอ็นดู จากแอฟริกาใต้ 12-7, รอบสามหรือรอบก่อนรองชนะ รามาส พาเลียนี่ จากรัสเซีย 13-4 นั่นหมายถึงว่าได้เหรียญทองแดงคล้องคอไว้แล้ว และสมรักษ์ชนะ พาโบล ชาคอน จากอาร์เจนตินาไปได้ 20-8 และท้ายที่สุดเอาชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ จากบัลแกเรียไปได้ 

ซึ่งก่อนการชกในรอบชิงชนะเลิศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานกระเช้าผลไม้มายังสมรักษ์และทีมงานพร้อมทั้งทรงอวยพรให้สมรักษ์ได้รับชัยชนะด้วย โดยการแข่งขันโอลิมปิคในครั้งนี้ สมรักษ์ ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า "Kamsing Somluck" โดยเจตนาให้มีนัยทางโชคด้วย (แต่ผู้บรรยายภาษาอังกฤษอ่านออกเสียงว่า คำซิง สมลุก)

ซึ่งการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในครั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย ที่ทำให้สมรักษ์โด่งดังถึงขีดสุดในปี พ.ศ. 2539 จากการที่สามารถคว้าเหรียญทองจากโอลิมปิกมาได้ โดยชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ จากบัลแกเรีย ด้วยคะแนน 8-5

นอกจากนี้ทางกองทัพเรือ (ทร.) ต้นสังกัดก็ได้เลื่อนยศให้สมรักษ์เป็นเรือตรี (ร.ต.) ซึ่งเดิมสมรักษ์มียศเป็นจ่าเอก (จ.อ.) และการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ยังได้ออกแสตมป์ที่มีรูปการชกรอบชิงชนะเลิศของสมรักษ์ ราคาดวงละ 6 บาท เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์นี้ เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ กลายเป็นฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเป็นคนแรกของประเทศไทย


ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/สมรักษ์_คำสิงห์


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘บิ๊กตู่’ สั่งด่วน ‘อนุทิน’ ให้กรมควบคุมโรคจัดส่งวัคซีนตรงเดือนละ 750,000 โดส ไม่ต้องผ่าน กทม. แก้ปัญหาปิดศูนย์ฉีดวัคซีนภาคเอกชน 25 แห่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ถึงกรณีที่ศูนย์ฉีดวัคซีนที่ภาคเอกชนจัดตั้งขึ้น 25 แห่ง ในกทม. ประกาศปิดศูนย์ชั่วคราวเนื่องจากไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรวัคซีนให้กับ กทม. ตามที่ตกลงกันไว้ แต่ไม่ทราบว่า ทำไมทาง กทม. จึงไม่จัดสรรวัคซีนให้กับศูนย์ฉีดวัคซีน 25 แห่งดังกล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โทรศัพท์มาสั่งการด่วนให้ตนจัดสรรวัคซีนให้กับศูนย์ฉีดของภาคเอกชน 25 แห่ง ซึ่งตนได้หารือกับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) แล้ว มีความเห็นตรงกันคือให้ กรมควบคุมโรคจัดส่งวัคซีนโดยตรงไม่ต้องผ่าน กทม.ให้กับศูนย์ฉีดวัคซีน 25 แห่ง แห่งละ 1,000 โดสต่อวัน ซึ่งรวมแล้วจะฉีดได้ 25,000 โดสต่อวัน โดยเฉพาะเดือน ส.ค.จะได้ทั้งหมด 750,000 โดส ซึ่งใกล้เคียงกับความสามารถในการฉีดของบรรดาศูนย์ฉีดเหล่านี้

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในเดือนสิงหาคมนี้ กรมควบคุมโรค จะสรรจัดวัคซีนให้ กทม. จำนวน 1,000,000 โดส แต่ด้วยความต้องการของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยากให้กรมควบคุมโรคส่งวัคซีนตรงไปยังศูนย์ทั้ง 25 แห่ง จะทำให้เหลือวัคซีนให้ กทม. บริหารเองเพื่อส่งให้โรงพยาบาลในสังกัดเพียง 250,000 โดส จึงสั่งการให้อธิบดีกรมควบคุมโรคจัดส่งเพิ่มให้ กทม. อีก 250,000 โดส รวมเป็น 500,000 โดส เพื่อให้ กทม. จะได้จัดสรรคไปฉีดในสถานพยาบาลต่าง ๆ ที่อยู่ในสังกัด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเพียงพอกับความต้องการเท่ากับว่าในเดือนสิงหาคมนี้ พื้นที่ กทม.จะได้รับวัคซีน รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250,000 โดส


ที่มา : https://www.isranews.org/article/isranews/101078


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“สิระ” จวก "ไฮโซลูกนัท” สมองน้อย หวังล้มล้างสถาบัน หลังร่วมคาร์ม็อบ จี้ ตร.ดำเนินการ

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ที่ปรากฏภาพเข้าร่วมการชุมนุมคาร์ม็อบเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยใช้รถส่วนตัวสีดำ ติดสติกเกอร์ยกเลิก 112 ข้างรถ ว่า ไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นภาพของคนที่มาจากตระกูลที่มีการเลี้ยงดูมาอย่างดี ถูกคนอื่นๆ เรียกว่าเป็นไฮโซ แต่กลับมีสมองคิดได้เพียงเท่านี้ สิ่งที่ออกมาเรียกร้อง คือ เจตนาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

“ผมชี้เป้าให้แล้วว่าคนๆ นี้เจตนาจะล้มล้างสถาบันหรือไม่ ขอให้เจ้าที่หน้าตำรวจตรวจสอบภาพที่ปรากฏด้วย รวมถึงขอถามไปยังพ่อแม่ของไฮโซคนนี้ ให้ดูพฤติกรรมของลูกด้วยว่า เลี้ยงมาทำไมเป็นแบบนี้ ไม่เข้าใจว่าไฮโซสมัยนี้ทำไมสมองมันน้อย” นายสิระ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top