Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

อาสาสมัคร ‘ต้องรอด Up for Thai’ ผุดโครงการ Mission บุษราคัม 75 ชวนร่วมบริจาคข้าวของเครื่องใช้ช่วยโรงพยาบาลสนามบุษราคัม หลังพบยังขาดแคลนอีกมาก

โรงพยาบาลสนามบุษราคัมจัดตั้งขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากการระบาดที่ผ่านมา ทั้งนี้ผู้ป่วยจำนวนหลายพันคนได้เข้ารับการรักษาจนอาการดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามรพ.สนามยังมีความต้องการเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการรักษา

ด้วยเหตุนี้ กลุ่ม Up for Thai "ต้องรอด" และพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคสื่อสารมวลชนจึงร่วมกันจัดตั้งโครงการเฉพาะกิจ #missionบุษราคัม75 ขึ้นเพื่อจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ป่วยที่เข้าพักรักษาในโรงพยาบาลสนามบุษราคัมเป็นระยะเวลา 75 วัน ก่อนจะมีการย้ายไปยังสถานที่ใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนได้รับปัจจัยเพียงพอและให้การดำเนินการของโรงพยาบาลเป็นไปอย่างราบรื่น

สำหรับ "Mission บุษราคัม 75" นี้ ทาง "ต้องรอด" จะนำส่งสิ่งของในรายการเป็นขบวนรถไปยังโรงพยาบาลสนามบุษราคัมในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ และเราจะรับบริจาคสำหรับโครงการเฉพาะกิจดังกล่าวไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม 2564 หรือจนกว่าจำนวนสิ่งของจะครบตามรายการ

ศูนย์อาสาต้องรอด Up for Thai ยังคงปฏิบัติภารกิจหลักควบคู่กันไป ทั้งการนำส่งอาหารปรุงสุกและเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ชุมชน โรงครัวชุมชน แคมป์คนงาน ผู้กักตัว ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ คนชรา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ป่วยรอเตียง ส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันสำหรับด่านหน้า โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม อสม. ศูนย์พักคอย สถานีอนามัย มูลนิธิและอาสากลุ่มอื่น ๆ ทุกท่านสามารถบริจาคได้ตามปกติที่ศูนย์หรือทางบริการ delivery

ร่วมส่งต่อความช่วยเหลือกับ "ต้องรอด" ได้ที่ : สถานที่ปฎิบัติงานและรับบริจาค :

ศูนย์อาสาต้องรอด Up For Thai วัดเทวสุนทร https://goo.gl/maps/X6VJJXWgD7FxVM6X6

ที่อยู่ในการจัดส่งสิ่งของบริจาค :

กองอำนวยการ Up For Thai ต้องรอด วัดเทวสุนทร

เลขที่ 1 ม.19 ถ.กำแพงเพชร 6 ลาดยาว จตุจักร กทม. 10900

หากส่ง delivery กรุณาแจ้ง tracking มาที่ LINE

สมทบทุนเป็นเงินสดที่ กสิกรไทย 096-3-23974-2

(ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล และนางสมใจ พุ่มสมบัติ)

ติดต่อสอบถาม โทร 080-000-4566 (ทีมงานต้องรอด) หรือที่ LINE @upforthai

เพราะเรา #ต้องรอด ไปด้วยกัน #upforthai


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 วันก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ‘สมาคมอาเซียน’

วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 เป็นวันก่อตั้ง สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ "สมาคมอาเซียน" (Association of Southeast Asian Nations - ASEAN) ซึ่งอาเซียนถือเป็นความสำเร็จทางการทูตที่เริ่มต้นจากความคิดของคนไทย โดยอาเซียนเป็นองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวกันของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

อันเกิดจากแนวคิดของ ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยในสมัยนั้น โดยผู้แทนของประเทศภาคีสมาชิกเพียง 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย โดยมาร่วมประชุมกันที่แหลมแท่น จังหวัดชลบุรี

ในการประชุมครั้งนั้น ดร.ถนัดได้เสนอให้มีการรวมตัวสร้างเป็นสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations - ASEAN) ส่งผลให้อาเซียน (ASEAN) ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 และนับเป็นวันอาเซียน

ในวันเดียวกันนั้นเอง ได้มีการลงนามปฏิญญากรุงเทพฯ หรือปฏิญญาอาเซียน ที่พระราชวังสราญรมย์ โดยมีผู้แทนจากประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน 5 ประเทศ ร่วมลงนาม โดยจุดประสงค์การก่อตั้ง เพื่อให้ความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อยกระดับการครองชีพและฐานะทางเศรษฐกิจ และความเจริญในทางเทคนิค วิชาการร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก 

โดยหลังจากนั้นได้มีประเทศอื่น ๆ เข้าร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มเติมคือ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และ กัมพูชา ซึ่งปัจจุบัน อาเซียนมีสมาชิกรวมเป็น 10 ประเทศ และปัจจุบันมีสำนักเลขาธิการใหญ่อาเซียนตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

นอกจากประเทศสมาชิก 10 ประเทศแล้ว อาเซียนยังมีประเทศคู่เจรจา (Dialogue partners) ที่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในทุก ๆ ด้านอย่างค่อนข้างใกล้ชิดอีก 9 ประเทศได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และอีก 2 กลุ่มคือ กลุ่มสหภาพยุโรป และองค์การสหประชาชาติ (United Nations) หรือยูเอ็น อีกด้วย


ที่มา : https://www.asean-info.com


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สหรัฐฯ ติดเชื้อโควิดพุ่งทะลุแสนราย ใน 1 วัน พบเชื้อเดลตา ระบาดหนัก 2 เท่าจากเดิม ส่วนกัมพูชา ป่วยเพิ่มอีก 668 ราย ดับเพิ่ม 25 ศพ ด้านเมียนมา พบติดเชื้อพุ่ง 4,725 คน ตายอีก 392 ศพ

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ระบุว่าสหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายวันเพิ่มขึ้น 101,171 คน นับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนผู้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และผู้เสียชีวิตก็กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกในเกือบทุกรัฐของสหรัฐฯ อันเป็นผลจากการระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลตา

เว็บไซต์ของศูนย์ฯ ระบุว่าสายพันธุ์เดลตามีการระบาดอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ครองสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 1 ของจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อยู่ที่มากกว่าร้อยละ 80 แล้วในขณะนี้ พร้อมกับระบุอีกว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวสามารถแพร่จากคนหนึ่งสู่อีกคนง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นก่อนหน้านี้ 2 เท่าตัว คาดว่าสัดส่วนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มเป็นร้อยละ 82.2 อีกทั้งได้ปรับแนวปฏิบัติด้านการสวมหน้ากากอนามัย กระตุ้นชาวอเมริกันฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 แล้ว ให้สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ และในเขตที่มีอัตราการติดเชื้อสูง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชารายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 668 คน ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 240 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 76,585 คน ด้านผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 1,375 คน หลังจากพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 25 คน ขณะที่ผู้ที่รักษาหายแล้วอยู่ที่ 69,198 คน ภายหลังผู้ติดเชื้อรักษาหายเพิ่มขึ้น 812 คน

ทั้งนี้ กัมพูชาเริ่มโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีจีนเป็นผู้จัดสรรวัคซีนรายสำคัญโดยออร์ แวนดิน รัฐมนตรีและโฆษกกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาดำเนินการฉีดวัคซีนแล้ว 11.8 ล้านโดส เมื่อนับถึงปัจจุบันมีประชาชนได้รับวัคซีนโดสแรกแล้ว 7.13 ล้านคน และรับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว 4.67 ล้านคน ซึ่งกัมพูชาตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ประชาชนอย่างน้อย 10 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศ 16 ล้านคน ภายในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา ว่ากระทรวงสาธารณสุขเมียนมารายงานสถิติผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมในประเทศอย่างน้อย 299,185 คน เพิ่มขึ้น 4,725 คน หายป่วยสะสมอย่างน้อย 209,512 คน และเสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 9,334 คน เพิ่มขึ้น 392 คน

อย่างไรก็ดี สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่รายงานแสดงความกังวลอย่างหนักต่อวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ว่าอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าเลวร้ายถึงขีดสุด โดยภายในเวลาอีกเพียง 2 สัปดาห์ข้างหน้า มีความเป็นไปได้สูงที่ประชากรครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดราว 54 ล้านคนในประเทศนี้ จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ท่ามกลางการระบาดอย่างหนักและรวดเร็วของเชื้อสายพันธุ์เดลตา

สำหรับอัตราการติดเชื้อของเมียนมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อยู่ที่ 6.29 ต่อประชากร 1 ล้านคน มากกว่าสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาวิกฤติที่สุดของอินเดียเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่อัตราการตรวจคัดกรองซึ่งต่ำมาก จึงมีความเป็นไปได้ว่าสถานการณ์จริงในพื้นที่รุนแรงกว่านั้นมาก

ขณะที่นายโธมัส แอนดรูว์ส ผู้รายงานด้านกิจการเมียนมาของยูเอ็น เรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติให้หยุดยิงอย่างเป็นทางการในเมียนมา เนื่องจากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เกิดการรัฐประหารขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบสาธารณสุขจนเข้าขั้นล่มสลาย และการที่เมียนมามีพรมแดนติดกับ 5 ประเทศ รวมถึงจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก หากไม่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดข้ามพรมแดนได้ ภูมิภาคแห่งนี้จะเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่ด้านสาธารณสุข


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/591925


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

โฆษกรัฐบาล เผย รัฐบาลชวนคลินิกเอกชน ร่วมระบบดูแลผู้ป่วย รักษาตัวที่บ้าน-ชุมชน ชี้ ช่วยกระจายยารักษาได้เร็วขึ้น ยัน เผย ผู้ป่วยโควิด มีสิทธิเคลมประกันและจ่ายย้อนหลังได้

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลเพิ่มระบบการบริหารจัดการผู้ป่วยโควิด-19 แบบไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยให้เข้าสู่การดูแลที่บ้าน และการดูแลที่ชุมชน เพื่อให้รักษาตัวได้เร็วขึ้น ลดการครองเตียงในโรงพยาบาลสนาม ให้ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงกว่าได้รับการรักษาในโรงพยาบาล โดยมีหน่วยบริการสาธารณสุขทั้งคลินิกชุมชนอบอุ่น ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)และศูนย์สาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร ที่จะเป็นผู้ดูแลผู้ป่วย ในพื้นที่กทม.มีคลินิกเอกชน มากกว่า 3,000 แห่ง ที่ยังไม่ได้เป็นคู่สัญญากับทางสปสช. รัฐบาลอยากเชิญชวนให้เข้าร่วม เพราะจะช่วยเป็นหน่วยกระจายการดูแลผู้ป่วย และครอบคลุมอุปกรณ์ตรวจร่างกายปรอทวัดไข้และเครื่องวัดระดับอ๊อกซิเจน ยาฟ้าทะลายโจร ฟาวิพิราเวียร์ ให้ตามระดับอาการที่แพทย์วินิจฉัย อาหารสามมื้อ โดยคลินิกที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อลงทะเบียน โทร 089-969-6492  หรือสอบถามสปสช. หมายเลข 1330 และเมื่อเป็นคู่สัญญาแล้ว จะได้รับการสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยแบบเหมาจ่าย อัตรา 3,000 บาทต่อรายต่อสัปดาห์ 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในเดือนส.ค.นี้ ทางสปสช.จะเริ่มแจกชุดตรวจเร็ว Antigen Test Kit ซึ่งมีแผนจัดซื้อ 8.5 ล้านชุด ผ่านหน่วยบริการสาธารณสุข โรงพยาบาล คลินิก ศูนย์อนามัย ตามพื้นที่เป้าหมาย และเมื่อมีคลลินิกเอกชนร่วมเป็นภาคีการทำงานกับสปสช.เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้การคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโควิด-19เบื้องต้น ครอบคลุมและรวดเร็วขึ้นอีก เป็นการลดการแพร่เชื้อในวงกว้างและจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการได้อย่างมาก

น.ส.รัชดา กล่าวว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยโควิด-19 ที่แยกตัวมาดูแลที่บ้านหรือที่ชุมชน ทางคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนให้ผู้ป่วยที่ได้ซื้อกรมธรรม์ สามารถเคลมประกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกรมธรรม์คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล กรณีผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน เฉพาะค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ส่วนกรณีกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองค่าชดเชยรายวันเมื่อต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วย จะได้ค่าชดเชยรายวันสูงสุด 14 วัน นับแต่วันที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในสถานพยาบาล แต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ โดยคลินิก โรงพยาบาลที่ดูแล จะเป็นผู้ออกใบรับรองแพทย์ให้หลังได้รับการรักษาครบกำหนด เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการเคลมประกันต่อไป มากไปกว่านั้น การคุ้มครองสิทธิในการเคลมประกันจะมีผลย้อนหลังก่อนวันออกประกาศนี้ด้วย ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้ลงทะเบียนแยกดูแลที่บ้าน หรือชุมชน ก่อน 29 ก.ค. สามารถเคลมประกันได้ 

“ศักดิ์สยาม” ขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน โดยมีนายกฯ เป็นประธาน ผ่านระบบออนไลน์

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการเดินรถโครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิตและบางซื่อ-ตลิ่งชัน ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล และสถานีกลางบางซื่อ (ผ่านระบบ Video Conference) ให้ประชาชนทดลองใช้ฟรี ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเชิงพาณิชย์ ปลายปี 2564 

โดยรถไฟสายดังกล่าวเป็นการเชื่อมโยงระบบขนส่งทางรางกับระบบขนส่งอื่น ๆ ของประเทศอย่างเป็นระบบครบวงจรทั้งบางบก อากาศ และทางถนน เพื่อให้ประชาชนเดินทางออกสู่ภูมิภาคและเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และแก้ปัญหาการจราจรติดขัด โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น ร่วมเป็นสักขีพยานครั้งนี้ด้วย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวรู้สึกยินดีที่ได้ทำพิธีเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ทั้งช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดให้บริการประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ ในเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางราง ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจึงได้ส่งเสริมผลักดันให้ระบบคมนาคมทางรางเป็นรูปแบบการเดินทางหลักของประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางรางในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตเมือง เพื่อช่วยยกระดับการเดินทางของประชาชนสะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล บรรเทาปัญหาการจราจร รวมถึงพัฒนารถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเดินทาง ขนส่ง และโลจิสติกส์ ในการเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค ขณะเดียวกันก็รักษาสภาวะแวดล้อมของโลกในเรื่องของการลดการใช้พลังงานที่ทำให้เกิดมลพิษด้วย

สำหรับสถานีกลางบางซื่อ และโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง นอกจากจะเป็นทางเลือกให้ประชาชนสามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ปริมณฑล ได้โดยสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยแล้ว ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมถึงสนับสนุนการขยายตัวของเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจตลอดแนวเส้นทาง นอกจากนี้ ในระยะยาวจะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมและการขนส่งทางรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน นับเป็นก้าวย่างสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของการพัฒนาระบบรางและการพัฒนาประเทศตามเป้าหมายของรัฐบาล ซึ่งต่อไปจะมีการเร่งรัดการดำเนินการในพื้นที่ต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาคอีกด้วย

ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้เร่งรัดการดำเนินโครงการให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ประชาชนได้ใช้บริการสถานีกลางบางซื่อและรถไฟชานเมืองสายสีแดงในวันนี้ ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเดือนพฤศจิกายน 2564 และเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

คุมเข้ม เพิ่มเป็น 29 จังหวัด มีมาตรการอะไรบ้าง ไปดูกัน!!

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เดิม 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา

เพิ่มใหม่อีก 16 จังหวัด ดังนี้ กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

รวมเหล่านักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ ที่พลาดคว้าเหรียญ แต่ผลงานประทับใจ

โอลิมปิกเกมส์ 2020 ผ่านครึ่งทาง ใกล้จะเข้าโค้งท้าย ๆ ของมหกรรมกีฬาครั้งนี้แล้ว แม้ประเทศไทยจะคว้าเหรียญทองมาได้เพียงเหรียญเดียวจาก เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จากกีฬาเทควันโด้

แต่กับกีฬาประเภทอื่น ๆ โดยรวมถือว่าเหล่านักกีฬาไทยทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ บางชนิดกีฬาเกือบคว้าเหรียญเพิ่มให้กับประเทศไทยได้ และบางชนิดกีฬาสามารถทำเซอร์ไพรส์ สร้างผลงานผ่านเข้ารอบลึก ๆ มาได้อย่างเกินคาดหวัง

THE STATES TIMES ขอร่วมชื่นชมในผลงานอันน่าประทับใจเหล่านี้ พร้อมกับรวบรวมบรรดานักกีฬาที่สร้างผลงานเข้าตาในศึกโอลิมปิกเกมส์หนนี้ มีใครกันบ้าง ลองไปดูกัน!


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กลุ่มเพื่อนนิเทศฯ จุฬาฯ รุ่น 40 ทำ จดหมายถึง 'พลอยเพลิน' ลูกสาวของ บิ๊กตู่ เพื่อฝากไปบอกพ่อให้ลาออก

ด้วยความที่ “พลอยเพลิน จันทรโอชา” ลูกสาวฝาแฝดของ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เป็นศิษย์เก่าคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนในรุ่น 40 จึงรวมกลุ่มกันทำจดหมายถึงพลอยเพลินเพื่อฝากไปยังนายกรัฐมนตรี โดยผู้ใช้อินสตาแกรมที่มีชื่อว่า pupaepinyapatch นำได้มาเผยแพร่ โดยมีใจความว่า...

ถึงพลอยเพลิน

จำได้ไหมว่า ใต้ถุน เสียงกลองสันฯ ละครคณะ การฝึกงานต่างจังหวัด โซฟาหน้าสตูดิโอเอ็มซี และมิตรภาพ 17 ปี ได้ผูกใจพวกเราไว้ในฐานะ “นิเทศจุฬาฯ รุ่น 40” มากแค่ไหน ความทรงจำและความผูกพันฉันเพื่อนที่ดีต่อกัน ทำให้การเขียนจดหมายฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเรา สิ่งที่อยากบอกพลอยเพลินคือ พวกเราพบและประสบความทุกข์ยากมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมาภายใต้การนำของนายรัฐมนตรี ซึ่งเป็น “พ่อของเพื่อน”

ที่ผ่านมาพวกเราพยายามเคารพความเป็นส่วนตัวของพลอยเพลินมาตลอด เพราะเชื่อว่า “นายกฯ” และ “พ่อ” คือบทบาทที่แยกขาดจากกัน แต่วิกฤติโควิด-19 คือเหตุเร่งเร้าให้พวกเราเลือกเส้นทางที่อาจกระทบใจและก้าวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของพลอยเพลิน ด้วยการเขียนจดหมายที่ไม่เคยกล้าเขียนฉบับนี้

พวกเราไม่อาจรู้ได้ว่า พลอยเพลินรับรู้สถานการณ์บ้านเมืองมากน้อยแค่ไหน จึงอยากบอกให้รู้ว่าในสายตาของพวกเรา การบริหารงานของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นำไปสู่ปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 การสื่อสารของรัฐบาลที่สร้างความสับสนให้กับประชาชน การแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อการวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน และการบริหารจัดการวัคซีนที่ล่าช้า อันเป็นเหตุให้ระบบสาธารณสุขของไทยเผชิญกับภาวะวิกฤติ คนป่วยล้นโรงพยาบาล บางคนนอนรอความช่วยเหลืออยู่ที่บ้านอย่างไร้ความหวัง มีคนนอนตายข้างถนน ผู้คนจำนวนมากบอบช้ำจากพิษเศรษฐกิจ บางคนต้องปิดกิจการ มากมายที่ต้องตกงาน และหลายคนฆ่าตัวตายด้วยความสิ้นหวัง

พวกเราจึงเห็นว่าการบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี มีส่วนในการพาประเทศไทยไปสู่สถานการณ์ที่ยากลำบากในเวลานี้

พวกเราจึงเห็นพ้องต้องกันว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการบริหารงานที่ผิดพลาด ด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยทันที เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารประเทศตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย พวกเราเชื่อว่าการบริหารงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยคลี่คลายวิกฤตการณ์ของประเทศครั้งนี้ได้

ฟังเสียงของพวกเราได้ไหมพลอยเพลิน เสียงของเพื่อน เสียงของคนที่ถูกเลื่อนฉีดวัคซีนอย่างไม่มีกำหนด เสียงของพนักงานที่ต้องออกไปทำงาน โดยไม่รู้ว่าจะนำเชื้อกลับมาติดคนที่รักวันไหน เสียงของคนที่ทำงานอิสระที่ต้องขายบ้านขายรถ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว เสียงของลูก ของน้อง ของภรรยา ที่เจ็บปวดเพราะคนในครอบครัวติดโควิด และเสียงของประชาชนที่ไร้หนทาง

ฟังแล้วไตร่ตรองในฐานะของคนที่มองเห็นคุณค่าความเป็นคน ลองยื่น “กำไลหินใจเย็น” เส้นเดิมส่งให้พ่ออีกครั้ง แล้วขอให้พ่อลาออก พวกเราเชื่อมั่นว่าเสียงของพลอยเพลินสำคัญต่อพ่อเสมอ

จาก “พวกเรา” เพื่อนนิเทศจุฬาฯ รุ่น 40


ที่มา : https://mgronline.com/celebonline/detail/9640000075289

https://www.instagram.com/p/CSCNAgkJSOI/?utm_medium=copy_link


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“เจ้าสัวธนินท์” ดันเครือซีพีสู้ภัยโควิด-19 ประกาศ 2 โครงการ “ครัวปันอิ่ม” แจกอาหาร 2 ล้านกล่อง ฟรี 2 เดือน 40 จุดทั่วกรุงเทพฯ และโครงการ “ปลูกฟ้าทะลายโจร” 100 ไร่ ผลิต 30 ล้านแคปซูลพร้อมแจกฟรีใน 100 วัน

วันที่ 1 สิงหาคม 2564 นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ในภาวะวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มียอดผู้ป่วยโควิดในประเทศวันนี้ 18,027 ราย ยอดเสียชีวิตสูง 133 คน ซึ่งถือว่าคนไทยทุกคนได้รับผลกระทบอย่างหนัก เรื่องสุขภาพ ความเจ็บป่วย โดยเฉพาะการดำรงชีพ ปากท้องประชาชน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ และยังไม่อาจรู้ได้ว่า สถานการณ์แพร่ระบาดในเวฟล่าสุดนี้ จะคลี่คลายในระยะเวลายาวนานเพียงใด แต่ในวิกฤตเช่นนี้ เรายังได้เห็นน้ำใจของทุกภาคส่วน ได้เห็นมูลนิธิ ภาคประชาชน สื่อมวลชน ศิลปินดารา ประชาชน ออกมาช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด

ทั้งนี้ในส่วนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มีความตั้งใจในการร่วมแรงคนละไม้คนละมือเพื่อก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน โดยจะจัดทำ 2 โครงการ คือ โครงการ “ครัวปันอิ่ม”แจกอาหาร 2 ล้านกล่อง และโครงการ “ปลูกฟ้าทะลายโจร” 100 ไร่ ผลิต 30 ล้านแคปซูลพร้อมแจกฟรีในอีก 100 วัน

โครงการ “ครัวปันอิ่ม” ผนึกกำลังบริษัทในเครือและพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมแจกอาหาร 2 ล้านกล่อง ใน 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ตลอดช่วงเวลา 2 เดือน นับจากนี้ โดยแบ่งออกเป็นการซื้ออาหารจากร้านอาหารขนาดเล็กและขนาดกลาง จำนวน 1 ล้านกล่อง มาแจกจ่าย เพื่อเป็นการช่วยเหลือด้านรายได้ให้กับร้านอาหารรายย่อย และ อาหารของเครือซีพีสมทบอีก 1 ล้านกล่อง รวมเป็น 2 ล้านกล่อง

โดยครัวปันอิ่มนี้เปิดกว้างสำหรับเพื่อน ๆ ผู้มีจิตสาธารณะที่จะมาร่วมสมทบ เพิ่มเติม และยังต้องผนึกกำลังกับมูลนิธิ กลุ่มจิตอาสา ภาคประชาสังคม เพื่อระดมกำลังด้านการแจกจ่ายให้ถึงชุมชนที่มีความเดือดร้อน ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกภาคส่วน ที่ยินดีเข้ามาร่วมไม้ร่วมมือกัน ซึ่งโครงการครัวปันอิ่มนี้ จะมีการประสานไปยังร้านอาหารรายย่อยเพื่อจัดเตรียมอาหาร และควบคุมคุณภาพ โดยคำนึงถึงความสะอาด และความปลอดภัย ทั้งนี้คาดว่าจะพร้อมดำเนินการแจกจ่ายภายในสัปดาห์หน้า โดยจะเน้น 40 จุดที่ใกล้ชุมชน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทาง และลดโอกาสการแพร่เชื้อ

โครงการที่สอง คือ โครงการปลูกฟ้าทะลายโจรบนที่ดิน 100 ไร่ และผลิตเพื่อแจกฟรี 30 ล้านแคปซูล ซึ่งในสถานกาณ์ปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือ การป้องกันโรค และ การควบคุมโรค การกักตัวอยู่บ้านเพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อ การดูแลตัวเองถือเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะสมุนไพรไทยนั้น ถือได้ว่า มีคุณค่าอย่างมาก จะเห็นได้ว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ฟ้าทะลายโจรเริ่มขาดแคลน ทำให้คนไทยหลายส่วนไม่สามารถเข้าถึงได้ เครือซีพี จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาดังกล่าว

โดยจะริเริ่มโครงการปลูกฟ้าทะลายโจร ในพื้นที่ 100 ไร่ที่ จ.สระบุรี และใช้เวลา 100 วัน นับจากวันนี้จะพร้อมแจกจ่ายฟ้าทะลายโจร จำนวน 30 ล้านแคปซูล ฟรีให้กับพี่น้องประชาชนและชุมชน โดยจะดำเนินการแบบปลอดสารพิษทั้งกระบวนการ และมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและมีคุณภาพ ซึ่งเครือซีพีจะนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรมาช่วยในสถานการณ์นี้

ส่วนในด้านการแจกจ่าย จะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่มีความรู้ด้านสมุนไพรและสาธารณสุข เพื่อให้การแจกจ่าย และการรับประทาน เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม นอกจากนี้จะมีการส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกฟ้าทะลายโจร และ มีการจ้างงานเกษตรกรในการเพาะกล้าไม้ และส่งเสริมให้ขยายผลไปในชุมชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

นายธนินท์ กล่าวต่อว่า ในยามวิกฤตแบบนี้ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สิ่งที่ช่วยสู้กับไวรัส จริง ๆ แล้วคือภูมิคุ้มกันของตัวเราเอง ซึ่งหากเรามีร่างกายและกำลังใจที่แข็งแกร่งแล้ว ย่อมผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ทำงานอย่างหนัก ขอบคุณคุณหมอ และบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังคงไม่ย่อท้อ ขอบคุณทุกคนที่ออกมาเป็นต้นแบบ และแรงบันดาลใจในการช่วยเหลือสังคม สุดท้ายนี้เครือซีพีขอขอบคุณเพื่อน ๆ พันธมิตร จิตอาสา ทุกภาคส่วนอีกครั้ง ที่มาร่วมกันร้อยเรียงความดีผ่านทั้ง 2 โครงการนี้ ผมเชื่อว่า เราจะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน


ที่มา : https://www.prachachat.net/csr-hr/news-728985


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กลายเป็นอีกภาพความทรงจำดี ๆ ในการแข่งขันกระโดดสูง โอลิมปิกเกมส์ 2020 หลังเวลาผ่านไปนานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ยังไม่สามารถตัดสินหาผู้ชนะอันดับ 1 เพื่อคว้าเหรียญทองไปคล้องคอได้

'มูตาซ เอสซา บาร์ชิม' จาก กาตาร์, 'จานมาร์โก ทัมเบรี' จาก อิตาลี และ 'มัคซิม เนดาเซเคา' จาก เบลารุส ต่างทำความสูงมากที่สุดเท่ากันที่ 2.37 เมตร ซึ่งต้องตัดสินหาหนึ่งเดียวเพื่อข้ามผ่านกำแพง 2.39 เมตร

อย่างไรก็ตาม ทั้งสามคนไม่สามารถข้ามความสูงระดับนั้นได้ตลอดการกระโดด 3 ครั้ง แต่ 'บาร์ชิม' กับ 'ทัมเบรี่' กระโดดไม่พลาดเลยในช่วงการโดดปกติ

ขณะที่ เนดาเซเคา ต้องออกแรงถึง 2 ครั้งกว่าจะผ่านความสูง 2.19 เมตร และไม่ผ่านในความสูง 2.35 เมตร ทำให้นักกีฬาจาก เบลารุส หลุดวงโคจรลุ้นเหรียญทองเป็นคนแรก

ทั้งสองยังพยายามต่อ แต่ทั้ง จานมาร์โก ทัมเบรี กับมูตาซ เอสซา บาร์ชิม ก็ยังไม่สามารถก้าวผ่านความสูงระดับ 2.39 เมตรซึ่งเป็นสถิติของการแข่งขันกระโดดสูงชายโอลิมปิกได้ จนเวลาการแข่งขันผ่านไปแล้วกว่า 2 ชั่วโมง

แม้พลังใจยังมี แต่พลังกายก็เริ่มหมด และแล้วช่วงเวลาของความมหัศจรรย์เกิดขึ้น เมื่อกรรมการถามนักกีฬาว่า "จะลงแข่งขันกันต่อหรือไม่?"

ผู้แข่งขันถามกลับว่า “เรามีเหรียญทองสองเหรียญได้หรือเปล่า?”

ในคำถามที่เหลือเชื่อนี้มีคำตอบที่กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่า “ได้”

และวินาทีนั้นเองที่ทั้งทัมเบรี และบาร์ชิมจับมือกันเพื่อเป็นสัญญาณว่าพวกเขาตกลงแล้วที่จะเป็นผู้ชนะร่วมกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กีฬาโอลิมปิกปี 1912 ที่มีการแชร์เหรียญทองกัน

ก่อนที่ทัมเบรีจะกระโดดสวมกอดบาร์ชิม และทั้งคู่ก็ฉลองชัยชนะร่วมกัน จบฉากชัยชนะของเกมกีฬาที่งดงามยิ่งกว่าชัยชนะหรือเหรียญทองใด ๆ

โดยหลังจากนั้นทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยบาร์ชิมบอกว่า “สองมันย่อมดีกว่าหนึ่งอยู่แล้วใช่ไหม”

ก่อนที่ทัมเบรี ผู้ซึ่งเคยอกหักเพราะบาดเจ็บก่อนโอลิมปิกที่ริโอเกมส์เมื่อ 5 ปีก่อนจะเริ่ม และวันนี้พกเฝือกในวันนั้นมาด้วย (นั่นคือเหตุผลที่เขาดีใจจนเหมือนใจจะขาด) จะบอกว่า “ใช่ ใช่ มันดีกว่า”


ที่มา : https://www.facebook.com/136045649773277/posts/4660536310657499/

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=2932861040261340&id=1409336735947119


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top