Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

นายจ้าง ลูกจ้าง ม.33 ใน 3 จังหวัด เฮ!! ได้เงินเยียวยา 9 สิงหาคมนี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เห็นชอบขยายพื้นที่เยียวยาผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการโควิด-19 จาก 10 จังหวัด เป็น 13 จังหวัด เพิ่ม จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา ใน 9 ประเภทกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน สาขากิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ และสาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร โดยให้มีอัตราการจ่ายและวิธีการจ่ายเงินเช่นเดิมนั้นว่า ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้สั่งการให้ผมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเร่งรัดให้สำนักงานประกันสังคมเร่งจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและลูกจ้าง  

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับการจ่ายเงินเยียวยานายจ้าง ลูกจ้าง มาตรา33 ในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา มีผู้ประกันตนได้รับสิทธิจำนวน 272,746 คน นายจ้าง 19,213 ราย ใช้วงเงินทั้งสิ้น 1,522 ล้านบาท แยกเป็น นายจ้าง 841 ล้านบาท และลูกจ้าง 681 ล้านบาท โดยจะโอนเงินในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ให้ลูกจ้างผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ส่วนนายจ้างบุคคลธรรมดา จะโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเช่นกัน และนายจ้างสถานะนิติบุคคล จะโอนเข้าบัญชีธนาคารตามชื่อนิติบุคคลนายจ้าง ทั้งนี้ ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาได้ที่ https://www.sso.go.th หรือโทรศัพท์ สายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นฤมล มอบข้าวกล่องให้ชุมชนสีแดงเข้ม ส่งกำลังใจสู้ภัยโควิด-19

รมช.แรงงาน ส่งทีมมอบข้าวกล่องให้ประชาชนในพื้นที่สีแดงเข้ม ร่วมส่งกำลังใจประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์  ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตนเองมีความตั้งใจในการส่งมอบข้าวกล่องให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแคมป์คนงานก่อสร้างที่ถูกสั่งปิด แม้แคมป์คนงานบางแห่งจะเปิดแล้วแต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบ จึงเดินหน้ามอบข้าวกล่องอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้มอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า ทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนาม รวมถึงเจ้าหน้าที่จิตอาสาที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคลี่คลายปัญหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย

รมช.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ได้มอบหมายให้ทีมงานนำข้าวกล่องไปมอบให้โรงพยาบาลสนามโรงเรียนบางบัวทอง เพื่อส่งกำลังใจไปยังบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอย่างหนัก รวมถึงชุมชนบางบัวทองแลนด์ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นชุมชนเขตพื้นที่สีแดงเข้ม ทำให้ประชาชนไม่สามารถออกจากบ้านได้ สำหรับข้าวกล่องที่นำไปมอบให้ในวันนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนได้ในระดับหนึ่ง และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนในการก้าวข้ามวิกฤตินี้ไปพร้อมกัน

“ก้าวหน้า” จับมือ “ก้าวไกล” เปิดรับอาสาสมัครแพทย์ทางไกล ดูแลผู้ป่วยโควิด

น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจถึงกรณีการเปิดรับอาสาสมัครแพทย์ทางไกล ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังรอความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขจากภาครัฐ โดยระบุว่า เปิดรับอาสาสมัครแพทย์ทางไกล (TeleMed) ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังรอความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขจากรัฐ 

คณะก้าวหน้าแรงงาน ร่วมกับ ส.ส. ปีกแรงงาน พรรคก้าวไกล จัดโครงการช่วยเหลือดูแลแรงงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่อยู่ระหว่างการหาเตียง หรือรอเข้าระบบของรัฐ เพื่อลดช่องว่างของประชาชนในระหว่างการรอคอย ซึ่งช่วงนี้ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง มีผู้ป่วยโควิด-19 ไม่น้อยที่เปลี่ยนจากสถานะผู้ป่วยสีเขียวสู่ระดับสีเหลืองหรือสีแดง เนื่องจากระยะเวลาการรอคอยที่ยาวนาน ทำให้ไวรัสเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วในร่างกายจนทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้น ดังนั้นเพื่อรักษาและประคับประคองอาการของผู้ป่วยก่อนที่จะเข้าถึงระบบสาธารณสุขจึงเป็นกลไกสำคัญซึ่งสามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ เราจึงขอเปิดรับอาสาสมัครแพทย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขในเบื้องต้นแก่ผู้ติดเชื้อ

หน้าที่อาสาสมัครแพทย์ มีดังนี้ (สามารถเลือกได้ในใบสมัคร)
1.ติดตามและวินิจฉัยอาการผู้ติดเชื้อ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ ทางโทรศัพท์หรือช่องทางออนไลน์
2.ตรวจสอบอาการผู้ติดเชื้อ ว่าขณะนี้เป็นผู้ป่วยสีเขียว สีเหลือง หรือสีแดง หรือมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่ต้องเร่งดูแลรักษาหรือไม่
3.สั่งยา เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย
4.ให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยในการจัดทำ Home Isolation

การสนับสนุนจากทีมงาน
1.ค่าโทรศัพท์ตลอดการร่วมโครงการในการติดต่อผู้ป่วย
2.ค่าเดินทางในการลงพื้นที่ (หากอาสาสมัครแพทย์ประสงค์ลงพื้นที่)
3.มีทีมงานลงพื้นที่ เพื่อช่วยประสานงานด้านต่าง ๆ ให้แก่แพทย์ตลอดเวลา

เงื่อนไขและข้อตกลงการร่วมเป็นอาสาสมัคร
ทางทีมงานจะให้อาสาสมัครแพทย์เป็นผู้กำหนดเองว่าสามารถรับดูแลผู้ป่วยได้กี่คน ซึ่งทีมงานจะส่งรายชื่อผู้ป่วยให้ทีหลังตามจำนวนที่ได้แจ้งไว้ และอาสาสมัครแพทย์ต้องดูแลผู้ป่วยตามหน้าที่ที่กำหนดไว้จนกว่าผู้ป่วยจะเข้าสู่ระบบสาธารณสุขหรือไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอีกต่อไปแล้ว เป็นอันเสร็จสิ้นหน้าที่อาสาสมัคร

สมัครได้ที่ลิงก์
https://forms.gle/Jpp26EC5C658NQfE6

“ศรีสุวรรณ” ร้อง “ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไต่สวน“สรรพากร” ข้องใจรีดเลือดพ่อค้ายาเส้น เก็บภาษียาเส้นย้อนหลัง 

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบรับซื้อยาเส้นจากชาวไร่ยาสูบในพื้นที่ อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ได้รับความเดือดร้อนจากการที่สรรพากร กำลังดำเนินการเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อนจากผู้ประกอบการ ทั้งที่ชำระภาษีสรรพสามิตในรูปแบบของอากรแสตมป์ไปแล้ว การกระทำเช่นนั้นถือว่าเป็นการรีดเลือดจากปูในยามที่ทุกคนเดือดร้อนจากโควิด-19 หรือไม่ โดยสืบเนื่องจากกรมสรรพากร สั่งการสรรพากรพื้นที่จังหวัดทั่วประเทศที่มีเกษตรปลูกยาเส้นหรือยาสูบ ให้เร่งรัดผู้ประกอบการรับซื้อยาเส้น ชำระภาษี ภงด.90 ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2561-2563 จนมาถึงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 ภายในวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นถึงนโยบายที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชนหรือสังคม อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.62 ม.73 ประกอบ ม.40 โดยชัดแจ้ง

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า พ่อค้ายาเส้นส่วนใหญ่เป็นคนกลางในการรับซื้อยาเส้นมาจากเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ได้ทำการชำระภาษีสรรพสามิตในรูปแบบของอากรแสตมป์อัตรากิโลกรัมละ 100 บาทและชำระภาษีให้กองทุนอื่นรวมเป็นกิโลกรัมละ 117.50 บาทอยู่แล้ว จากอัตราเดิมที่เคยเสียในอัตรา 5 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20 เท่า การที่สรรพากรมาเรียกเก็บภาษีเงินได้หรือ ภงด.90 เพิ่มโดยที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในอดีตและเป็นการเรียกเก็บย้อนหลังอีกด้วย ชี้ให้เห็นว่าเป็นการเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อนและไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรับซื้อยาเส้น และการประเมินฐานภาษีจากผู้ค้าคนกลาง

โดยคิดจากมูลค่าสินค้าที่รับซื้อมาจากเกษตรกรว่าเป็นการซื้อมาขายไป เป็นวิธีคิดที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เนื่องจากพ่อค้าคนกลางเป็นเพียงผู้รับจ้างจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาเส้น ทำหน้าที่รวบรวมยาเส้นจากเกษตรกรผู้ปลูกไปให้โรงงานผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ได้รับค่าจ้างหรือกำไรที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพียงถุงละ 20-60 บาทเท่านั้น การประเมินฐานภาษีโดยคิดเอาจากยอดราคายาเส้นสุทธิเป็นรายได้พึงประเมินนั้น เป็นการประเมินที่ไม่ถูกต้อง ซ้ำซ้อน และไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการเรียกย้อนหลัง3 ปี เป็นเรื่องที่ไม่สมควร ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นการซ้ำเติมประชาชน เป็นการรีดเลือดจากปู และชี้ให้เห็นถึงฐานะทางการเงินการคลังของรัฐบาลที่อาจถึงขั้นถังแตก จึงเสาะหาวิธีการทุกรูปแบบเพื่อไล่เก็บภาษีจากประชาชน เพื่อนำไปจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ซื้อเรือดำน้ำให้กับกองทัพหรือไม่ ดังนั้นทางสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะส่งเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเพื่อยับยั้งกระบวนการรีดเลือดจากปูของกรรมสรรพากรต่อไป

“เสกสกล”โต้ “พรรคเพื่อไทย” บี้ เลิกคุมสื่อเสนอข่าว ย้อน“รัฐบาลยิ่งลักษณ์”ก็เคยทำ ไล่ ช่วยชาวบ้านดีกว่าเล่นการเมือง

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อกำหนดห้ามสื่อเสนอข่าวให้ประชาชนหวาดกลัว ว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรี ยืนยันแล้วว่าไม่ได้จำกัดสิทธิเสรีภาพ ยังสามารถวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ แต่ขอให้เสนอข้อมูลบนพื้นฐานข้อเท็จจริง ไม่สร้างความหวาดระแวงหรือความกังวลในสังคม พรรคเพื่อไทยน่าจะเข้าใจสถานการณ์ประเทศในขณะนี้ และในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เคยออกข้อกำหนดห้ามการเสนอข่าวการจำหน่ายหรือทำให้แพร่หลาย ซึ่งหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวัดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนทั่วราชอาณาจักร ประกาศวันที่ 23 ม.ค.2557 ครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีการสอดไส้เพิ่มเติม จึงเห็นชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยหวังเล่นการเมืองไม่ได้ยึดหลักความเป็นจริงทั้งที่รัฐบาลในอดีตของเพื่อไทยเองก็บังคับใช้เช่นกัน

“ยืนยันว่าข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 27 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 29 ไม่ได้เป็นการจำกัดการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน แต่ต้องนำมาแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ที่กำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในสังคมเป็นอย่างมาก มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ และที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ เรื่องนี้ไม่แน่ใจว่ากลัวอะไรหรือไม่ หรืออาจจะเป็นเพราะบรรดาสมาชิกพรรคเพื่อไทย มักจะนำข่าวปลอม ที่ไม่มีข้อเท็จจริงออกมาแถลง เพื่อประโยชน์ทางการเมืองตนเอง โดยไม่สนใจว่าการออกมาแถลงนั้นจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือทำให้เกิดความวุ่นวานขึ้นหรือไม่”

นายเสกสกล กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย หยุดตีกินทางการเมืองดีกว่า ประชาชนรู้ทันเทคนิคหากินทางการเมืองแล้ว และเอาประเทศชาติ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อโควิดเป็นหลักโดยสั่งการให้ส.ส.เพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยเหลือดูแลประชาชน เสียสละบริจาคข้าวกล่องช่วยประชาชนที่เดือดร้อน อย่ามัวแต่มาเล่นการเมือง ในภาวะวิกฤตโควิดเช่นนี้หยุดเล่นการเมืองไว้ก่อนแล้วลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านดีที่สุด

“องอาจ” เสนอ 4 มาตรการสำคัญ เร่งทำช่วงล็อกดาวน์รอบใหม่ แนะลดมาตราการที่ไม่ทำให้ผู้ติดเขื้อลดลง ยิ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 กับมาตรการล็อกดาวน์ว่า วันที่ 2 ส.ค. นี้จะครบกำหนดล็อกดาวน์รอบแรกตามที่ ศบค. เคยประกาศไว้และขณะนี้มีแนวโน้มที่ ศบค. จะประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์ยาวออกไปรอบใหม่ จนกว่าการแพร่ระบาดของโควิดจะคลี่คลาย  สังเกตได้จากการให้ความเห็นของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขเป็นไปในทิศทางที่อยากเห็นล็อกดาวน์ยาวออกไป เช่นบอกว่ามาตรการล็อกดาวน์สำคัญในการลดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต ถ้าไม่ล็อกดาวน์ผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันจะสูงเกิน 4 หมื่นคนและจะมีผู้เสียชีวิตเกินกว่า 500 คนต่อวัน 
       
นายองอาจ กล่าวต่อว่า เมื่อทิศทางของ ศบค. จะกำหนดให้มีล็อกดาวน์รอบใหม่ต่อเนื่อง จึงขอเสนอให้ ศบค. ดำเนินการ 4 มาตรการสำคัญดังนี้ 1.ไม่ควรล็อกดาวน์ยาวแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา ควรกำหนดระยะเวลา ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นค่อยขยายเวลาออกไป 2.เมื่อ ศบค. เลือกล็อกดาวน์รอบใหม่ ควรลดมาตรการควบคุมที่ไม่เกิดผลมากนักและไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มีการแพร่ระบาดมากขึ้น เพราะถ้ายังมีมาตรการควบคุมที่ไม่ได้ช่วยควบคุมการแพร่ระบาดมากนัก จะทำให้เศรษฐกิจและธุรกิจมีปัญหามากขึ้น 3.ควรใช้มาตรการเชิงรุกที่จริงจังมากขึ้น เข้าชุมชนแออัดให้ทั่วถึงเพื่อตรวจหาเชื้อ ฉีดวัคซีน และวางแนวทางป้องกันผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังไม่ให้ติดเชื้อ เพราะถ้าคนกลุ่มนี้ติดเชื้อมักจะมีอาการหนักอยู่ในกลุ่มสีเหลืองหรือสีแดง จะหาเตียงรักษาลำบาก และ 4.ระดมทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความช่วยเหลือผู้ติดเชื้อที่ดูแลตนเองอยู่ที่บ้านและไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและตัวเองได้
         
“หวังว่าข้อเสนอนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ ศบค. เพราะเป็นข้อเสนอที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติในพื้นที่จริงของ ส.ส. อดีต ส.ส. ส.ก. ส.ข. ตัวแทนพรรค สาขาพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำงานช่วยเหลือดูแลประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องจนสามารถสรุปเป็นข้อเสนอให้ ศบค. กำหนดมาตรการในการบูรณาการการทำงานให้ได้ผลเพื่อทำให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายไปในที่สุด”นายองอาจ กล่าว

“ธนกร” โว “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์-สมุยพลัสโมเดล” ฉลุย ชี้ คุมโควิดอยู่ จ่อเปิด“กระบี่-พังงา”ภายในส.ค.นี้ เชื่อ นทท.มั่นใจปลอดภัย

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มั่นใจว่าโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และสมุยพลัสโมเดล ยังเดินหน้าต่อแม้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในจังหวัดภูเก็ต เพิ่มขึ้นจากคนในพื้นที่ แคมป์ก่อสร้าง หรือผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัด ไม่ได้เกิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมที่เดินทางเข้ามาประมาณ 13,281 คน พบติดเชื้อใหม่เพียง 1 คน และผู้ติดเชื้อชาวต่างชาติสะสม จำนวน 30 คน ตรวจพบเชื้อตั้งแต่วันแรกที่เดินทางเข้ามา และถูกส่งเข้ารับการรักษาแล้ว ทั้งนี้ จ.ภูเก็ต ยกระดับมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัด ควบคุมการเดินทาง เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 – 16 ส.ค. นี้ ยกเว้นบางกรณีสามารถเข้าพื้นที่ได้ เช่น รถฉุกเฉินทางการแพทย์ ขนส่งยา เวชภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค แก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง ขนส่งเงินของธนาคาร หรือผู้ที่มีความจำเป็น เป็นต้น เป็นการปิดเดินทางเพื่อให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและคนภูเก็ตทุกคน แต่ไม่ได้ปิดโครงการภูเก็ตแซนด์
บ็อกซ์

นายธนกร  กล่าวว่า ส่วนสมุยพลัสโมเดล จ.สุราษฎร์ธานี ที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 บนเกาะสมุย จำนวน 54 ราย เป็นคลัสเตอร์ร้านอาหาร ซึ่งทางจังหวัดสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และยังดำเนินการต่อไปเนื่องจากกลุ่มที่ติดเชื้อไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโครงการสมุยพลัสโมเดล และไม่ใช่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่ข้ามไปจากจ.ภูเก็ต และนักท่องเที่ยวต่างชาติตามโครงการสมุยพลัสโมเดล และภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่เดินทางเข้าเกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า อยู่ที่ประมาณ 200 คน โดยนักท่องเที่ยวเหล่านี้พอใจ ผ่อนคลายกับทัศนียภาพรอบเกาะ และไม่ได้มีความกังวล

นายธนกร  กล่าวว่า นายกฯขอให้เชื่อมั่นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และเตรียมขยายพื้นที่เปิดเกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล จ.กระบี่ และเขาหลัก เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา ภายในเดือนส.ค.นี้ ซึ่งพื้นที่ของเกาะมีความพร้อม ประชาชนฉีดวัคซีนแล้ว 70 - 100% และไม่พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ โดยระยะแรกจะให้ประชาชนคนไทย ที่ฉีดวัคซีนครบโดสและมีผลการตรวจโควิด ภายในระยะเวลาที่กำหนดและนักท่องเที่ยว จากกลุ่มภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และสมุยพลัสโมเดลเดินทางก่อน โดยยึดแนวทางสร้างความสมดุลเฝ้าระวังความปลอดภัยสุขภาพอนามัย และส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อคนไทยทุกคน 

"อรรถวิชช์" นำทีม "กล้าอาสา" ลงพื้นที่แจกแมส ชี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นทุกวัน อาสาสมัครช่วยหาเตียงมีไม่พอ ชวนคนไทยร่วมเป็นอาสา ช่วยหาเตียงให้ผู้ติดเชื้อ 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า นำทีมกล้าอาสาโดย ทพ.กันตพงศ์ ดีชัยยะ ทีมสาธารณสุข พรรคกล้า และนายสุวิทย์ชา ปิยะธนาวิวัฒน์ กลุ่มกล้าอาสา บางพลัด ลงพื้นที่ชุมชนร่วมพัฒนา เขตบางพลัด แจกหน้ากากอนามัยโครงการ "แมสก์ 5,000,000 ชิ้น" พร้อมสิ่งของจำเป็นให้คนในชุมชน 

นายอรรถวิชช์ กล่าวถึงผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นต่อวันและยังไม่ได้เตียงรักษาจำนวนมาก ว่า พรรคกล้าดำเนินโครงการกล้าสู้โควิด ช่วยประสานงานหาเตียงให้ผู้ติดเชื้อมา 3 เดือนแล้ว มีอาสาสมัครทั้งหมด 60 คน แต่ละวันมีผู้ติดเชื้อแจ้งขอให้ช่วยหาเตียง 200 ถึง 300 คน อาสาสมัครตอนนี้จึงไม่เพียงพอ ขณะที่วิธีการติดต่อขอเตียง จากเดิมให้โทรศัพท์อย่างเดียว แต่ตอนนี้เพิ่มช่องทางลงทะเบียนผ่าน Application ด้วย โดยผู้ติดเชื้อระดับสีเขียวที่ลงทะเบียนกับ สปสช. จะมีการจ่ายยาและอาหารไปที่บ้าน แต่วิธีการรายละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม จึงต้องการอาสาสมัครมาช่วยอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องนี้ด้วย 

นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ติดเชื้อระดับสีเหลืองที่ติดต่อเข้ามา อาสาสมัครของพรรคกล้าก็จะติดต่อไปที่หมออาสา เพื่อขอให้เฝ้าระวังติดตามอาการอยู่ตลอด ส่วนผู้ติดเชื้อระดับสีแดงคือการติดต่อเพื่อส่งเข้าโรงพยาบาลที่ผู้ติดเชื้อมีสิทธิการรักษา โดยอาสาสมัครพรรคกล้าจะประสานงานช่วยตลอดจนถึงมือรถฉุกเฉิน 1669 ของศูนย์เอราวัณ 

"งานอาสาใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง เคสวันละ 200 ถึง 300 คนต่อวัน อาสาสมัครมี 60 คน จำนวนไม่เพียงพอ จึงอยากจะได้แรงใจและแรงกายจากท่านที่สะดวก หากสนใจติดต่อมาได้ที่ inbox กล่องข้อความเฟสบุ๊ก พรรคกล้า มาร่วมเป็นอาสาช่วยหาเตียงด้วยกันกับเราครับ" นายอรรถวิชช์กล่าว 

เร่งกระจายมังคุดส่งไปรษณีย์ช่วยแก้ล้นตลาด

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมังคุดเกิดภาวะล้นตลาด-ราคาตกต่ำ ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย ส่งเสริมการขายผ่านระบบออนไลน์ โดยส่งผลไม้ฟรีทั่วประเทศถึงมือผู้บริโภค โดยกระทรวงฯ จะสนับสนุนค่าขนส่ง ค่ากล่องไปรษณีย์ จำนวน 2 แสนกล่อง แต่ละกล่องบรรจุผลไม้รับน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัม เป้าหมายช่วยกระจายผลไม้ 2,000 ตัน พร้อมมีมาตรการเร่งกระจายมังคุดออกนอกแหล่งผลิต โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการแก่ศูนย์กระจายในจังหวัดแหล่งผลิต กิโลกรัมละ 3 บาท เพื่อกระจายมังคุด 1.7 หมื่นตัน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในส่วนของปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งสินค้าไปจีน ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้หารือกับสมาคมผู้ประกอบการค้าผลไม้ ซึ่งมีการรายงานว่าในเดือนส.ค.นี้ ปัญหาจะคลี่คลาย ขณะที่การขาดแคลนแรงงาน ทางกระทรวงมหาดไทยได้เข้ามาอำนวยความสะดวก โดยจะผ่อนผันให้ล้งและแรงงานเคลื่อนย้ายไปซื้อมังคุดที่จังหวัดจันทบุรี นครศรีธรรมราช ชุมพร และจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ได้ ซึ่งจะอยู่ภายใต้มาตรการควบคุการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

“รัฐบาลได้เร่งเข้าแก้ปัญหาราคามังคุดตกต่ำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ติดตามการดำเนินการของทุกหน่วยงานอยู่ตลอด และได้รับทราบถึงการบูรณาการของทุกกระทรวงเป็นอย่างดี เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเร็ว ๆ นี้”

ปชป.“บิ๊กคลีนนิ่ง” พรรค หลังม็อบ "ทะลุฟ้า”บุก สาดสี -ทำลายทัพย์สิน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์นำโดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายถาวร เสนเนียม ส.ส.จังหวัดสงขลา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค และนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.กทม. นำสมาชิกพรรค และพี่น้องประชาชนที่รักและห่วงใยในพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่และอาคารของพรรค หลังจากที่มีกลุ่มทะลุฟ้า นำผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งบุกเข้าทำลายทรัพย์สิน และขว้างปาสีใส่อาคารเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา

นายองอาจ กล่าวว่า เรามาช่วยกันทำความสะอาด นอกเหนือจากที่ช่วยชาวบ้านในสถานการณ์โควิดเกิดขึ้นในประเทศไทย ก็ต้องขอบคุณพี่น้องทุกๆ คนที่ส่งกำลังใจมาให้กับพวกเราตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา 
ด้านนายราเมศ ผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าได้มาสร้างความเสียหายให้กับพรรคหลายจุด ตั้งแต่ฝาผนัง ป้ายอาคาร รวมถึงทรัพย์สินอีกหลายอย่าง ซึ่งจะต้องนำไปทำสี ซ่อมแซม วันนี้มีสมาชิกพรรค พี่น้องประชาชน รวมถึงผู้บริหารพรรคบางส่วน มาร่วมกันซ่อมแซมทำความสะอาดทุกจุดที่ได้รับความเสียหาย  บ้านของเรา เราก็รัก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็จะไม่หวั่นไหว แต่อีกช่องทางหนึ่งเราก็จะดำเนินการตามครรลองของกระบวนการยุติธรรมต่อไป เพื่อที่จะให้เห็นว่าการกระทำแบบนี้เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top