Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

“ออกไม่ออก กลับไม่กลับ เรื่องยุ่ง ๆ ของการเมืองยุค 4.0” | MEET THE STATES TIMES EP.2

???? ออกไม่ออก กลับไม่กลับ เรื่องยุ่ง ๆ ของการเมืองยุค 4.0 !!

???? ห้ามพลาด! ในรายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

???? ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

.

.


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

"IWRM" นำน้ำดื่ม 2,400 ขวด พร้อมกับจิตอาสาทำดี นำต้นกล้า "ฟ้าทะลายโจร" ถวาย "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์" เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564  ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี "นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์  เป็นผู้แทน รับมอบน้ำดื่มจำนวน 2,400 ขวด จาก "นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์" กรรมการผู้จัดการ บ.อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ท แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM) / นายวิเชษฐ์ เกตุแก้ว ผู้ประสานงานพื้นที่และชุมชน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีชี), พร้อมด้วย สะพานบุญ นายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการบริหาร นสพ.สยามโฟกัสไทม์ ที่ปรึกษา สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม/ นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย / นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร ผอ.จังหวัดสมุทรปราการ (นสพ.สยามโฟกัสไทม์)เพื่อนำไปมอบส่งต่อยัง "นางสาวรุ่งนภา แก้วธรรม" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องด้วยในปัจจุบันมีประชาชนที่ต้องกักตัว และผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิค-19 เป็นจำนวนมากที่ขาดแคลนน้ำดื่มบริโภค และเครื่องอุปโภค เพราะไม่สามารถออกนอกบ้านไปทำงานประกอบอาชีพได้ตามปกติ 

การได้รับน้ำดื่มในครั้งนี้ยังเป็นขวัญกำลังใจให้บุคลากรทุกภาคส่วน นำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทย คนพิการ คนยากไร้ คนด้อยโอกาส หน่วยงานของรัฐ และแรงงานต่างด้าว ที่มีความจำเป็นต้องการน้ำดื่มบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ เชื้อไวรัส covid-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

ในท้ายนี้ "นางสาวรุ่งนภา แก้วธรรม" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ได้กล่าว สำนึกในพระเมตตากรุณา ของ "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์" ที่ทรงห่วงใยพสกนิกร ทรงเล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นแก่พสกนิกรชุมชนเล็ก ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งนี้ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้ประกอบการ และสะพานบุญทุกท่าน ที่เล็งเห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในเรื่อง "น้ำดื่ม" เพื่อการบริโภค ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน "น้ำดื่ม" ถือเป็นสิ่งสำคัญและหัวใจหลักในการดำรงชีวิตที่จะขาดมิได้ และจะนำ "น้ำดื่ม" ที่รับมอบมานี้ นำไปจัดสรรให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ต่อไป

หลังจากนั้น "นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ เป็นผู้แทน รับมอบถวาย "ต้นกล้าฟ้าทะลายโจร" จาก "อ.นลินรัตน์ ไตรยศ" เพาะปลูกใน"ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง" โครงการในอุปถัมภ์ฯสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย เพื่อขยายพันธุ์ต่อยอด และ มอบให้กับพสกนิกรนำไปใช้เป็นยารักษาโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไปในภายหน้า

รมช.แรงงาน 'นฤมล'​ ส่งทีมมอบข้าวกล่องให้บุคลากรทางการแพทย์ ส่งแรงใจสู้ภัยโควิด-19

(28 ก.ค.64)​ 'ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์'​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง นอกจากพี่น้องแรงงานจะได้รับผลกระทบแล้ว ยังมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้ได้มอบหมายให้ทีมงานนำข้าวกล่องไปมอบให้โรงพยาบาลบุษราคัม​ (โรงพยาบาลสนาม) สถาบันโรคทรวงอก และโรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อร่วมเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ให้ได้รับประทานอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงเป็นกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อีกด้วย          

รมช.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอบคุณในความเสียสละของทีมบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการดูแลรักษาผู้ป่วย ทั้งโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนาม ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการรักษา เฝ้าระวังอาการผู้ป่วย ตลอดจนควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนชาวไทย เพื่อร่วมกันนำพาประเทศไทยผ่านวิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

ILINK ลงนามสัญญา จ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้า 3 สถานี มูลค่า 531.70 ล้านบาท

ILINK ลงนามสัญญา จ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้า 3 สถานี  มูลค่า 531.70 ล้านบาท

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามร่วมกับ นายนุกูล ตูพานิช รองผู้ว่าการก่อสร้างและบริหารโครงการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อก่อสร้างสถานีไฟฟ้า 3 สถานี ในนาม INTERLINK and AIT CONSORTIUM มูลค่า 531,700,000 บาท โดย INTERLINK เป็นผู้ก่อสร้าง สถานีไฟฟ้าสันทราย 1, จ.เชียงใหม่ และ สถานีไฟฟ้า จ.สุพรรณบุรี 2, รวมมูลค่าทั้งสิ้น 366,032,060 บาท สัญญาจ้างเลขที่ C.CST.040/2564 ลว. 30 กรกฎาคม 2564 กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 390 วัน 

รมว.แรงงาน ปลื้มผลงาน 2 สถานประกอบกิจการจังหวัดระยองคว้ารางวัลดีเด่นด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของอาเซียน 

รมว.แรงงาน แสดงความยินดีกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท นวอินเตอร์เทค จำกัด สถานประกอบกิจการในจังหวัดระยอง คว้ารางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของอาเซียน ครั้งที่ 3 พร้อมเน้นย้ำแรงงานไทยต้องทำงานบนพื้นฐานของความปลอดภัยเทียบเท่าระดับสากล

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ภายใต้การนำของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยตามนโยบาย Safety Thailand ที่มีกลไกการขับเคลื่อนภารกิจด้านความปลอดภัยในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการดูแลสวัสดิภาพของแรงงานให้ได้รับการคุ้มครองด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเทียบเท่าระดับมาตรฐานสากล มีการตรวจและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกด้านความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งได้มอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว สำหรับการจัดการประชุมวิชาการเครือข่ายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของอาเซียน ครั้งที่ 7 และพิธีมอบรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของอาเซียน ครั้งที่ 3 เป็นกิจกรรมที่ประเทศสมาชิกอาเซียนมุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ในการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขภาพดีให้กับแรงงาน ผ่านการบูรการเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปีนี้ประเทศไทยมีสถานประกอบกิจการที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลดังกล่าวจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โรงแยกก๊าซธรรมชาติ จังหวัดระยอง ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นที่มีการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ยอดเยี่ยมของอาเซียน (Excellence Award) และบริษัท นวอินเตอร์เทค จำกัด จังหวัดระยอง ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการ SMEs ที่มีการปฏิบัติที่ดีด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของอาเซียน (Best Practice Award)  ซึ่งกระทรวงแรงงานขอแสดงความยินดีและขอชื่นชมสถานประกอบกิจการทั้งสองแห่งที่เป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินการด้านความปลอดภัยให้กับสถานประกอบกิจการอื่นๆ ในประเทศต่อไป

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า พิธีมอบรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ได้จัดขึ้นผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล โดยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่ง 2 รางวัล ที่ประเทศไทยได้รับ เป็นรางวัลที่มอบให้กับสถานประกอบกิจการที่มีระบบบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามกรมจะมุ่งมั่นส่งเสริมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ตลอดจนทบทวนปัญหาความไม่ปลอดภัยในการทำงาน และสร้างความร่วมมือในการดำเนินงาน เพื่อไปสู่เป้าหมายของการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

วัคซีนไฟเซอร์ บริจาคโดยสหรัฐ 1.5 ล้านโดส ถึงไทยเรียบร้อย ด้าน ‘อนุทิน’ ขอบคุณ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา มอบวัคซีนให้กับประเทศไทยเพื่อ ป้องกันโรคโควิด-19 ระบาด

วันนี้ (30 ก.ค. 64) สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กเพจ U.S. Embassy Bangkok ระบุว่า วัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดสที่บริจาคโดยสหรัฐฯ เดินทางถึงไทยแล้ว

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปตรวจรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสนับสนุนให้ไทย เมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา

โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ได้มอบวัคซีนให้กับประเทศไทยเพื่อป้องกันโรคระบาด ซึ่งการกระจายวัคซีนชุดนี้จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัคซีนไฟเซอร์ ทั้ง 1.5 ล้านโดส จะต้องเก็บภายใต้อุณหภูมิ -70 ถึง -90 องศาเซลเซียส เพื่อคงประสิทธิภาพของวัคซีน หลังจากนั้น จะกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศตามแผนการฉีดที่กำหนดไว้

วัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐฯ บริจาค จำนวน 1.54 ล้านโดส เดินทางถึงไทยแล้วในเช้าวันนี้ ขณะที่ สธ.เร่งเตรียมการเก็บรักษาและติววิธีผสมน้ำเกลือเนื่องจากเป็นวัคซีนเข้มข้น ระบุ 1 ขวด ฉีดได้ 6 คน

สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.54 ล้านโดสนี้มีการจัดสรร ดังนี้

- บุคลากรการแพทย์ดูแลผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศ 700,000 โดส

- กลุ่มเสี่ยง (ผู้สูงอายุ / ผู้มี 7 โรคเรื้อรัง อายุ 12 ปีขึ้นไป / หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป) ในจังหวัดระบาดสูง 645,000 โดส

- ชาวต่างชาติในไทย เน้นผู้สูงอายุ / มีโรคเรื้อรัง และผู้จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ 150,000 โดส

- ทำการศึกษาวิจัย 5,000 โดส

- สำรองส่วนกลาง 40,000 โดส


ที่มา : https://www.facebook.com/usembassybkk/?_rdc=1&_rdr


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ปทุมธานี – นครรังสิต เตรียมเปิดรพ.สนาม อาคารหอประชุม 100 ปี เมืองธัญบุรี ต้นเดือนนี้พร้อมรับ 300 เตียง

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ที่อาคารหอประชุม 100 ปี เมืองธัญญบุรี ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต กล่าวว่า วันนี้ ทน.รังสิตได้เตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามที่หอประชุม 100 ปี เมืองธัญบุรี ของเทศบาลนครรังสิต โดยเฟสแรกมีเตียง 128 เตียง รวมแล้วจะทยอยเพิ่มเตียงให้ได้จำนวน 300 เตียง โดยจะเปิดได้ช่วงต้นเดือนนี้

ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่เทศบาลนครรังสิตได้มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และได้กักตัวเองอยู่ที่บ้าน Home isolation จำนวน 236 คน และทางเทศบาลนครรังสิตได้เปิดโรงครัว เพื่อส่งอาหารให้ผู้ที่กักตัวที่บ้านทั้ง 3 มื้อจำนวนวันละเกือบ 1,000 กล่อง ขณะนี้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน ในส่วนของวัคซีน ชิโนฟาร์มนั้นทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้อนุมัติวัคซีนให้ จำนวน 1,130 โดส ซึ่งคาดว่าจะมาถึงเราประมาณต้นเดือนนี้ โดยจะรีบจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ให้เร็วที่สุด ฝากถึงพี่น้องประชาชนเราต้องดูแลตัวเราเอง โดยป้องกันทุกอย่าง เพราะว่าขณะนี้สถานการณ์รุนแรงเพิ่มมากขึ้น มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น เราต้องระมัดระวัง ต้องรักษาความสะอาด สวมใส่แมส ยิ่งหากเรายังไม่ได้รับวัคซีนต้องยิ่งระมัดระวังมากขึ้น แต่เมื่อได้รับวัคซีนแล้วก็ยังต้องระมัดระวัง สถานการณ์แบบนี้เราต้องช่วยกัน ทางเทศบาลนครรังสิตจะได้รีบจัดสรรวัคซีน การจัดถุงยังชีพต้องทั่วถึง อาจจะช้าต้องขออภัยด้วย และขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ ท่าน


ภาพ/ข่าว ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน

นครพนม - ทบ.นำเครื่องบินลำเลียง 295 ส่งผู้ป่วยโควิด ถึงภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย

วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ที่จังหวัดนครพนม พลตรี สามารถ จินตสมิทธิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 พร้อมด้วย นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายสมชัย นำโชคประเสริฐ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครพนม นายแพทย์ขวัญชัย ประเสริฐยิ่ง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดเตรียมสถานที่บริเวณท่าอากาศยานนครพนมและศูนย์พักคอยเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรับช่วงต่อจากกองทัพบกที่ได้ให้การสนับสนุนเครื่องบินลำเลียง 295 ส่งผู้ป่วยโควิด – 19 กลับบ้านที่นครพนม ซึ่งในวันนี้เป็นเที่ยวบินแรกที่นำส่งผู้ป่วยที่นครพนม

พลตรี สามารถ จินตสมิทธิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ทีมแพทย์ต้องรับมือและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งค่อนข้างที่จะมีข้อจำกัดในด้านจำนวนบุคลากร ดังนั้นจึงได้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ของในแต่ละจังหวัดเพื่อแบ่งเบาภาระ ซึ่งทางรัฐบาลและกองทัพบก ได้มีความตระหนักและเห็นถึงความสำคัญในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับสู่ภูมิลำเนา และที่ผ่านมาก็มีทั้งการเตรียมการในการจัดขบวนยานพาหนะนับ 100 คัน ไว้ที่กองทัพภาคที่ 2 และมีการขนย้ายมาบ้างแล้วในทางรถยนต์ ส่วนทางรถไฟในปัจจุบันก็มีการเตรียมแผนเช่นเดียวกัน แม้จะมีการเลื่อนไปเมื่อในเมื่อวานแต่วันนี้ก็ดำเนินการแล้วเหมือนกัน

ในส่วนของจังหวัดนครพนมซึ่งมีระยะทางที่ไกลและผู้ป่วยมีความจำเป็นเร่งด่วนทางกองทัพบก ก็ได้มีการสนับสนุนเครื่องบินลำเลียงแบบ 295 ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ใช้งานทั่วไป เพื่อขนย้ายพี่น้องประชาชนที่พบเชื้อโควิดกลับภูมิลำเนา ซึ่งเดิมทีจะมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิดทำให้เป็นอุปสรรคต่อการบิน เกิดความไม่ปลอดภัย จึงยังไม่ได้นำส่งผู้ป่วย แต่ในวันนี้ที่สภาพอากาศพร้อมจึงได้นำผู้ป่วยบินกลับภูมิลำเนา จำนวน 2 เที่ยวบิน โดยเที่ยวแรกในเวลา 11:30 น จำนวน 18 คน เที่ยวบินที่ 2 เวลา 15.30 น. อีก 20 คน

ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมบูรณาการในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ท่าอากาศยานนครพนมที่ได้สนับสนุนพื้นที่ในการลงจอดของเครื่องบิน หน่วยงานสาธารณสุขที่สนับสนุนบุคลากรในการตรวจคัดกรองและรักษาผู้ป่วย โดยทางมณฑลทหารบกที่ 210 จะดำเนินการลำเลียงผู้ป่วยจากสนามบินไปยังจุดพักคอยเพื่อคัดกรองผู้ป่วยก่อนนำส่งต่อไปยังจุดรักษาต่าง ๆ ตามอาการ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนาม ในส่วนของค่ายพระยอดเมืองขวางก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดสถานที่เพื่อรองรับเป็นลักษณะของโรงพยาบาลสนามเช่นเดียวกันหากโรงพยาบาลฝ่ายพลเรือนมีเตียงไม่เพียงพอ ซึ่งก็อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงพยาบาลค่ายพระยอดเมืองขวาง ที่เมื่อมีผู้ป่วยเข้าไปในค่ายแล้วทางค่ายจะมีมาตรการที่เข้มงวดและเข้มข้นในการที่จะไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไปสู่ชุมชนและพื้นที่

ขอให้ทุกคนมีความมั่นใจในแนวทางการปฏิบัติว่าทางค่ายพระยอดเมืองขวางมีความพร้อมที่จะเป็นอีกหนึ่งหน่วยที่จะช่วยแบ่งเบาภาระและพร้อมในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่และเต็มประสิทธิภาพ


ภาพ/ข่าว  สุเทพ หันจรัส ผู้สื่อข่าวนครพนม

‘บิ๊กตู่’ ยืนยันรัฐบาลดูแลประชาชนทุกมิติ ย้ำระบบสาธารณสุขไทยมีประสิทธิภาพ ลั่นจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ท้อ ไม่ถอดใจลาออก วอนฝ่ายการเมืองอย่าซ้ำเติมปัญหา ไม่บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ร่วมกันเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยืนยัน ยังไม่คิดถอดใจในการทำหน้าที่ เพราะไม่ใช่เวลา และยังเดินหน้าทำงานหนักต่อเนื่อง และคิดว่าได้ทำงานอย่างดีที่สุดแล้ว พร้อมกับรับฟังเสียงประชาชน รวมถึงติดตามสถานการณ์จากคณะแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งก็เห็นใจเพราะบางคนทำงานต่อเนื่องมา 60 วัน โดยไม่มีวันพัก และได้สั่งการให้ไปดูแลในการเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเพิ่มเติมตามระเบียบราชการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย พร้อมกับขอร้องนักการเมืองอย่านำเรื่องสถานการณ์โควิดมาเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อสร้างความเกลียดชังกัน เพราะขณะนี้ประเทศชาติมีปัญหา

“ผมเห็นใจ ผมเสียใจ และพยายามแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่มีมากมาย นายกฯ ก็ยินดีทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และต้องเป็นความร่วมมือระหว่างกัน ด้วยข้อมูล ด้วยข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ตรงกัน ถึงจะแก้ปัญหาได้…นายกฯ ไม่เคยท้อ แต่ก็เสียใจกับคนที่สูญเสีย และให้กำลังใจกับคนที่ทำงาน อย่าท้อแท้”

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า มีความกังวลใจต่อกรณีผู้ป่วยติดเชื้อรอรับการรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ซึ่งอาจไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ได้ เพราะมีคนใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน แต่วันนี้ได้มีการปลดล็อกและเปิดช่องทางการติดต่อให้มากขึ้น และมอบหมายให้กสทช. มาช่วยดูแลเรื่องการให้บริการฟรีในการติดต่อด้านสาธารณสุขแล้ว

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ศบค.ยังถือเป็นกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญ ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานของทุกกระทรวงและให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถทำงานตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองได้ เพราะหากมีเพียงกระทรวงสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว ก็จะติดขัดในข้อกฎหมายหากต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น ๆ จึงเป็นที่มาที่ต้องออกพรก.ฉุกเฉิน

ส่วนแนวทางการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ยืนยันว่า ในเดือนสิงหาคมจะดีขึ้น ซึ่งในหลายประเทศยังมีปัญหาเรื่องการสั่งจองวัคซีนเช่นกัน เพราะประเทศผู้ผลิตวัคซีนก็มีขีดความสามารถในการผลิต เพราะมีหลายประเทศสั่งจองเหมือนกัน

ส่วนโรงงานผลิตวัคซีนในไทย เป็นการรับออเดอร์โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีมา ซึ่งบริษัทแม่จะเป็นผู้บริหารจัดการและจัดส่งในอาเซียน ซึ่งวัคซีนที่เข้ามาต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานทุกยี่ห้อก่อนจะกระจายส่งมอบ และแต่ละจังหวัดจะได้รับการฉีดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด และขอร้องอย่ามัวจับผิดกันเลย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเรื่องวัคซีนยังได้ให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยเร่งเจรจาอีกทางหนึ่งกับบริษัทผู้ผลิตที่จะติดต่อจัดหาซื้อเพิ่มเติม หากสามารถนำเข้าได้จริงและมีคุณภาพพร้อมที่จะปลดล็อกการนำเข้าและให้ผ่านมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข โดยเปิดรับทุกยี่ห้อ และยืนยันว่า วัคซีนไฟเซอร์จากสหรัฐอเมริกาจะมาในวันที่ 30 ก.ค.

พร้อมยืนยันว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ไม่ได้มีปัญหาในระดับผู้บริหาร แต่มีปัญหาภายนอกคือ มีประชาชนรอรับการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมากและเกิดภาพความแออัด ซึ่งต้องมีการเร่งการฉีดวัคซีนให้รวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริการ ทั้งพนักงานขับรถ การส่งไปรษณีย์ การส่งอาหาร ส่วนการปิดร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากทางคณะแพทย์มีความเป็นห่วง เพราะยังมีพบการแอบรับประทานอาหาร และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังระบุด้วยว่า ได้เสนอในการประชุมกับทางผู้ว่าราชการ 12 จังหวัดเมื่อวานนี้ว่า ควรจะมีจัดตั้งหมู่บ้านสีฟ้าเกิดขึ้น โดยให้ชุมชนดูแลกันเองให้เกิดความเข้มแข็ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน รวมถึงการเร่งการเบิกจ่ายช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นครศรีธรรมราช - นิพนธ์ ยัน พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรราคามังคุดภาคใต้ตกต่ำ สั่งการใช้กลไกมหาดไทย อำนวยความสะดวกเดินทางมารับซื้อผลผลิตให้เพิ่มมากขึ้น ประสาน 3 กระทรวง

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ที่ห้องประชุมศรีวิชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาราคาไม้ผลตกต่ำ(มังคุด) โดยมีนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหา

นายนิพนธ์ กล่าวว่า "เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนมังคุดภาคใต้และภาคตะวันออก ได้รับผลกระทบไม่สามารถส่งผลผลิตไปขายยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้ โดยมังคุดออกสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมากในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี  ทำให้ผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ด้วยกลไกของกระทรวงมหาดไทยยินดีสนับสนุนและให้ความร่วมมือช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรกร  ส่วนปัญหาการขาดแคลนจุดรับซื้อและกระจาย(ล้ง)และแรงงานที่จะลงไปรับซื้อและคัดแยกมังคุดในพื้นที่จุดรวบรวมใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นครศรีธรรมราช และชุมพร โดยผู้ว่าฯ ทั้ง 3 จังหวัดรับทราบปัญหาและช่วยผ่อนผันให้ล้งและแรงงานเคลื่อนย้ายไปซื้อมังคุดที่นครศรีธรรมราช ชุมพร และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ได้ โดยทำงานร่วมกันระหว่างแรงงานจังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโควิด-19 สำหรับสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นั้น จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ผ่อนปรนมาตรการดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้รัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังได้ขอความร่วมมือไปยังเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ให้จัดมังคุดเข้าไปในเมนูอาหารของกรมราชทัณฑ์ด้วย จึงขอให้มั่นใจว่าทุกมาตรการรัฐบาลดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทยที่ยืนยันสนับสนุนการดูแลแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรอย่างเต็มที่เร่งด่วนและรวดเร็วที่สุด ส่วนปัญหาเรื่องตู้บรรทุกสินค้า ขาดช่วง ตู้กลับไม่ทัน จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหากรณีด่านตรวจประเทศเพื่อนบ้านใช้เวลาในการตรวจตู้สินค้าเป็นเวลานาน เพื่อให้รถบรรทุกสินค้ากลับมารับผลไม้ของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ทัน ไม่มีผลผลิตตกค้างในพื้นที่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top