Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

เพชรบูรณ์ - “เหมืองทองอัครา” มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในเพชรบูรณ์ เพื่อร่วมฝ่าวิกฤติ COVID-19

เพื่อให้การบริหารจัดการในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19 ในจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  และสำนักงานสาธารณสุขประจำจังหวัด จึงเร่งลงพื้นที่ตรวจเชิกรุก เตรียมความพร้อมของสถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ในการรักษา พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นนักรบด่านหน้าในการก้าวผ่านวิกฤกติโควิดครั้งนี้

ในโอกาสนี้ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่า 150,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวังโป่งและโรงพยาบาลชนแดน เพื่อให้นักรบด่านหน้าของเรามีอุปกรณ์เพียงพอในการต่อสู้กับโควิด โดยได้รับเกียรติจากนายสมศักดิ์ เกี้ยวเกิด นายอำเภอวังโป่ง นายนาวิน สังฆมาตร นายอำเภอชนแดน นายณัฐพัชร์ ภัทรพิศิษฐ์ ปลัดอาวุโสอำเภอวังโป่ง พร้อมด้วยคณะแพทย์พยาบาลของโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งเป็นผู้รับมอบเมื่อวันที่  22 กรกฎาคมที่ผ่านมา #เพราะเราต้องรอดไปด้วยกัน


ภาพ/ข่าว  ยุทธ ศรีทองสุข / มนสิชา คล้ายแก้ว

"แรมโบ้"จวก"ปลดแอกภูเก็ต” วางผ้าเปื้อนสีเลือด เป็นคนไทยหรือเปล่า บี้ จนท.ใช้กฎหมายเข้มเอาผิดคนเลวทราม ทำปชช.เดือดร้อน ปลุกชาวภูเก็ตประนาม 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่กลุ่มปลดแอกภูเก็ต ออกมาสร้างความปั่นป่วนให้ชาวภูเก็ต โดยนำผ้าขาวมัน คล้ายผ้าห่อศพ ใช้สีแดงทาให้เหมือนเปื้อนเลือด ไปวางตามจุดต่างๆ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า เป็นการกระทำที่ไร้สามัญสำนึกของความเป็นคน เอาเรื่องของความเป็นความตายมาล้อเล่น ในขณะที่จังหวัดภูเก็ต กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการของจังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะได้กลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ  แทนที่กลุ่มคนเหล่านี้จะช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดี เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ทำให้ประชาชนคนภูเก็ตมีรายได้และมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่คนเหล่านี้คอยซ้ำเติมทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะหวังผลทางการเมือง ไม่อยากให้รัฐบาล ทำกิจกรรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ได้สำเร็จ เพราะหวั่นว่าพวกตนเองจะเสียคะแนนนิยม ถ้ารัฐบาลทำสำเร็จให้คนภูเก็ตมีเศรษฐกิจรายได้มากขึ้น ถือเป็นความคิดที่ชั่วช้าต่ำทรามที่สุด

นายเสกสกล กล่าวว่า การกระทำของคนกลุ่มนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกถ่วงความเจริญ ของบ้านของเมือง ด้วยการเอาคำว่าประชาธิปไตยมาแอบอ้าง การเคลื่อนไหวก็มีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง เช่น การจัดคาร์ม็อบ จนชาวภูเก็ตจำนวนหนึ่งไม่อดทน ต้องออกมาขับไล่พวกป่วนบ้านป่วนเมือง และท้ายที่สุดก็มีคนออกมาแฉว่ามีบรรดาที่ปรึกษาของ ส.ส.พรรคก้าวไกลบางคน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังกิจกรรมดังกล่าว ถึงแม้บรรดาคนเหล่านั้นจะออกมาบอกว่า เป็นเพียงผู้สังเกตุการณ์ แต่ฟังไม่ขึ้น ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าเกิดม็อบแต่ละครั้งก็จะมีส.ส.พรรคก้าวไกลไปร่วมอยู่ด้วยเสมอ และเมื่อแกนนำม็อบถูกจับ ก็จะมี ส.ส.พรรคนี้คอยวิ่งประกันตัวทุกครั้ง หัวหน้าพรรคก้าวไกลจึงต้องคอยตักเตือนสส.หรือคนในพรรคด้วยอย่าได้ไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมเช่นนี้ จะทำให้พรรคเสียหายได้ 

"การกระทำเลวๆที่ชัดเจนเช่นนี้ หวังเพื่อแอบอ้างเรียกร้องประชาธิปไตยบังหน้า คือการโกหกตอแหลพี่น้องคนไทย ขณะที่นายกฯและรัฐบาลตั้งใจจะช่วยคนภูเก็ตให้มีชีวิตใหม่ มีชีวิตที่ดีขึ้น คนเลวพวกนี้กับมาขัดขวาง เป็นตัวถ่วงความเจริญ ตนจึงขอวิงวอนให้คนภูเก็ตและคนไทยที่รักความถูกต้องได้ประณามพวกเลวชาติชั่วเหล่านี้ อย่าให้มีที่ยืนในสังคมและขอเรียกร้องให้ทางผู้ว่าฯภูเก็ตและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังผู้ที่สนับสนุนและกลุ่มคนสารเลวกลุ่มนี้ที่ขัดขวางการทำมาหากินของพี่น้องชาวภูเก็ต ย่ำยีหัวใจคนภูเก็ตเกินไป กลุ่มนี้คงไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขคนไทยอย่างแน่นอนจิตใจจึงโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้  ควรรีบเอาไปเข้าคุกเข้าตารางโดยเร็ว เพื่อชดใช้ในการกระทำที่เลวระยำที่สุดในครั้งนี้"

"พิพัฒน์" ชะลอเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ เชื่อม 3 จังหวัด 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้รับทราบรายงานการติดเชื้อรายใหม่ที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ในช่วง 2 วันมานี้ ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อรวมกันมากถึง 61 ราย ซึ่งอาจกระทบต่อการทำโครงการสมุยพลัสโมเดล ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังหารือแนวทางการควบคุมสถานการณ์ โดยจะดูตัวเลขในวันพรุ่งนี้อีกครั้งว่าจะกระเพื่อมขึ้นอีกหรือไม่ หากพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอีก ก็ต้องออกมาตรการมาควบคุมเข้มข้นขึ้นหรือชะลอโครงการไปก่อน แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ที่ชะลอไปแน่นอนแล้วคือ การเปิดสมุยพลัสเชื่อมโยงกับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ในรูปแบบ 7+7 คืออยู่ในภูเก็ต 7 วันก่อนถึงจะเดินทางมาสมุยได้ เพราะต้องประเมินสถานการณ์ให้แน่ใจอีกครั้ง 

ส่วนการประเมินภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์นั้น ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้ติดตามสถานการณ์แบบใกล้ชิดตลอด และตนเองก็อยู่ในพื้นที่ด้วย ทำให้สามารถประเมินสถานการณ์ได้ในทันที ซึ่งล่าสุดทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็ได้เพิ่มมาตรการการควบคุมโรคที่เข้มข้นขึ้นแล้ว เช่นเดียวกับการเปิดพื้นที่ภูเก็ตเชื่อมกับเชื่อมโยงจังหวัดกระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล) และจังหวัดพังงา (เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่) ซึ่งเดิมกำหนดจะเริ่ม 1 ส.ค.นี้ ก็ต้องชะลอเอาไว้เช่นกัน

“ตอนนี้ก็ได้ขอให้ทางจังหวัดภูเก็ตแสดงรายละเอียดของผู้ติดเชื้อ โดยแยกออกมาเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อให้เห็นว่า มาจากไหนบ้าง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยในระบบจากสถานที่กักตัว AQ มากที่สุด โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ค. พบติดเชื้อใหม่ 27 ราย แยกเป็น AQ มากถึง 21 ราย ที่เหลือคือ ติดเชื้อจากต่างจังหวัด 1 ราย รอสอบสวนโรค 2 ราย และรับกลับบ้าน 3 ราย ขณะที่การคัดกรองพบผู้ติดเชื้อจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ พบ 1 ราย เป็นการยืนยันผลที่สนามบิน ซึ่งนักท่องเที่ยวก็รอผลตรวจภายในห้องพัก และไม่มีความเสี่ยง ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ต้องแยกออกมาให้เห็นชัด ๆ และเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายมาให้ดูเรื่องนี้ให้ดี และหาทางประชาสัมพันธ์รายละเอียดออกมาให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดด้วย” 

‘เจ้าแต้ว’ สุดาพร สีสอนดี เอาชนะ ซิมรานจิต คาอูร์ ด้วยคะแนน 5-0 ผ่านเข้าไปในรอบ 8 คนสุดท้าย

#เชียร์โอลิมปิกกับTHESTATESTIMES

ได้เฮกันแต่เช้า! ‘เจ้าแต้ว’ สุดาพร สีสอนดี นักมวยหญิงไทย ที่ลงทำการแข่งขันชกมวยในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ในรุ่นไลท์เวต 60 กก. สามารถเอาชนะนักชกจากประเทศอินเดีย ไปแบบสบายๆ

เจ้าแต้วลงดวลหมัดในรอบ 16 คนสุดท้ายเมื่อช่วงสายของบ้านเรา โดยพบกับ ซิมรานจิต คาอูร์ นักมวยหญิงจากอินเดีย ตลอด 3 ยก เป็นนักมวยหญิงไทยที่ทำผลงานได้ดีกว่า จนสามารถเอาชนะไปได้ด้วยคะแนน 5-0

เจ้าแต้วจะผ่านเข้าไปในรอบ 8 คนสุดท้าย เพื่อชิงเหรียญทองแดง โดยจะพบกับ แคโรไลน์ ดูบัวส์ นักชกสาวจากอังกฤษ ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ เวลา 10.50 น. ตามเวลาประเทศไทย


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ค้าน พรก. ฉุกเฉินคุมเข้ม ชี้ กฎหมายปกติจัดการเฟกนิวส์ ได้อยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีโพสต์เฟซบุ๊คสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการข่าวปลอมในช่วงโควิด โดยสั่งให้ดำเนินคดีกับผู้ปล่อยเฟกนิวส์รายใหญ่ ไม่เว้นคนดัง - สื่อมวลชน พร้อมให้ติดตามใกล้ชิดนั้น

แต่ทว่ากลับใช้อำนาจตาม ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉิน 2548 ออกข้อกำหนดฉบับที่ 27 ข้อ 11 ที่กำหนดมาตรการเพื่อมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การเสนอข่าวที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั่วราชอาณาจักร

การใช้อำนาจดังกล่าวทำให้องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 6 องค์กรออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการออกข้อกำหนดดังกล่าว หรือจัดทำแนวปฏิบัติจากข้อกำหนดพร้อมแถลงถึงเจตนารมณ์ในการบังคับใช้ให้เกิดความชัดเจน เพื่อมิให้มีนำข้อกำหนดดังกล่าว ไปเป็นเครื่องมือในการปิดกั้นการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชน จนกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

ทว่านายกรัฐมนตรีกลับไม่แคร์โดยออกข้อกำหนด ฉบับที่ 29 ออกมาสำทับห้ามเสนอข่าวอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอีก พร้อมสั่งให้ กสทช.แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตเข้มงวดกวดขันกับผู้ใช้บริการ หากกระทำผิดให้ส่งให้ตำรวจดำเนินคดีต่อไป ซึ่งอาจเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.35 วรรคสอง และ ม.36 ได้

จริง ๆ แล้วกฎหมายที่ใช้จัดการพวกปล่อยข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข่าวนั้น สามารถใช้กฎหมายปกติดำเนินการได้อยู่แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องออกเป็นข้อกำหนดมาให้เป็นที่ขุ่นเคืองของหลาย ๆ ฝ่าย อาทิ ใช้ ป.อ. เอาผิดฐานหมิ่นประมาทใน ม.326 โดยมีม.328 เป็นบทเพิ่มโทษที่ใช้กันบ่อย ๆ หรือเอาผิดพวกบอกเล่าความเท็จ ให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจตาม ม.384 ก็ยังได้ อีกทั้งยังมี ป.อ.แพ่งฯ ในหมวดของการ "ละเมิด" กำหนดเรื่องการหมิ่นประมาทไว้แล้วใน ม.423 เพื่อเรียกค่าเสียหายได้

นอกจากนั้น ยังมี พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปี 2560 ม.14 ที่ใช้เอาผิดผู้ที่นำเข้าซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือเป็นเท็จได้ ซึ่งก็มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับได้ อีกทั้ง กสทช. ก็มีกฎหมายของตนเองที่จะเอาผิดสื่อมวลชนที่เสนอข่าวบิดเบือนได้อยู่แล้ว ผ่านกลไกทางปกครองหรือศาล

ดังนั้น นายกรัฐมนตรี หรือ ศบค. ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องใช้อำนาจตาม ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉินฯ มาปิดกั้นการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชน และการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชนเลย ทางออกที่เหมาะสมคือปรับปรุงข้อกำหนด ฉบับที่ 27 และ 29 เสียใหม่ โดยตัดทิ้ง ข้อ 11 และทบทวนหรือยกเลิกฉบับที่ 29 ออกไปเสีย ซึ่งไม่ทำให้กระบวนการเอาผิดผู้ที่บิดเบือนข้อมูลข่าวสารของรัฐเสียไป เพราะมีกฎหมายอื่นดูแลอยู่แล้วนั่นเอง


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ราเมศ รวมนักกฎหมาย ช่วยครอบครัวผู้เสียชีวิตจากโควิด เรื่องทรัพย์สิน จัดการมรดก และด้านกฎหมายทุกเรื่อง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของพี่น้องประชาชนที่เสียชีวิตจากไวรัสโควิด 19 ว่า

จากเมื่อครั้งที่มีกรณีบริษัทประกันภัยบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด ตนได้ประกาศรวมนักกฎหมายกันกว่า 180 คน ขณะนี้มียอดรวม 240 คน ที่เป็นนักกฎหมายอยู่ทั่วประเทศทุกจังหวัด เพื่อเตรียมช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบในขณะนั้น จากการออกมาเรียกร้องและช่วยกันหลายภาคส่วนบริษัทประกันภัยก็ถอย ยกเลิกการดำเนินการดังกล่าว 

ขณะนี้เมื่อเห็นจำนวนผู้เสียชีวิต ก็มีกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตต้องดำเนินการจัดการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายภายหลังคนในครอบครัวที่ได้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ภาระหนี้สิน เรื่องสัญญาต่างๆที่ผู้เสียชีวิตอาจจะทำไว้ เรื่องการจัดการทรัพย์สิน คือการจัดการมรดก และเรื่องที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมาย 
ในส่วนของคณะกรรมการกฎหมายพรรค ได้ร่วมกับกลุ่มนักกฎหมายกลุ่มดังกล่าวกว่า 240 คน ทั่วทั้งประเทศ ร่วมกันเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายปรึกษาด้านกฎหมาย ร้องจัดการมรดก และเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ประชาชนสามารถใช้บริการผ่านทางโทรศัพท์ ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาที่ทำการพรรค โดยติดต่อ ได้ที่เบอร์โทรศัพท์กลาง  091-401-7777 095-458-2444  0813599703 
ทุกจังหวัดจะมีนักกฎหมายที่พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

นายราเมศกล่าวต่อว่า  การดำเนินการทั้งหมดจะมี ศูนย์บริการกฎหมายสู้ภัยโควิด 19 เป็นหลักในการเป็นศูนย์กลางซึ่งพรรคได้เปิดบริการให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด 19 ตั้งแต่ วันที่ 30 มีนาคม 2563  ซึ่งให้บริการประชาชนมานานแล้ว ด้วยมีเจตนารมณ์ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องกฎหมายบางคนต้องถูกเลิกจ้าง ถูกพักงานเนื่องจากกิจการได้ปิดลงชั่วคราวหรือถึงขั้นถูกฟ้องคดี เพราะมีปัญหาหนี้สิน รวมถึงการมีปัญหาในการเข้าถึงสิทธิต่างๆของรัฐที่ประชาชนพึ่งมีพึ่งได้ หรือบางรายมีหนี้สินเมื่อไม่มีรายได้ก็ต้องการประนอมหนี้หรือชะลอคดีไว้ก่อน รวมถึงปัญหาข้อร้องเรียนในเรื่องต่างๆ
ศูนย์บริการกฎหมายจะให้ความช่วยเหลือให้คำปรึกษากับประชาชน โดยมีทีมนักกฎหมาย ที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา การรับสิทธิ การเข้าถึงสิทธิอันพึงมีพึงได้ การประนอมหนี้ การหยุดงาน การเลิกจ้างการถูกฟ้องคดีต่างๆพร้อมทั้งให้คำแนะนำการปฏิบัติตนในสภาวการณ์ในช่วงที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงรับฟังแลกเปลี่ยนทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสถานการณ์ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19"

นายราเมศ กล่าวตอนท้ายว่า สถานการณ์ของประเทศช่วงนี้ ไม่มีสิ่งไหนดีไปกว่าการช่วยกันคนละไม้ละมือ ช่วยเหลือตามกำลังที่ทุกคนสามารถช่วยได้ เราทุกคนจะผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

“ชวน”ยันทุกฝ่ายต้องช่วยกัน หาวัคซีนป้องกันโควิด หลังประสานประธานสภาฯ จีน ช่วยสนับสนุนวัคซีนรุ่นใหม่ให้ไทย ชี้! เมื่อไม่มีวัคซีนก็ต้องป้องกัน เผยเดือน ก.ค.สภาฯติดโควิดแล้ว 16 คน  

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการประสานกับประธานสภาประชาชนแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อขอวัคซีนซิโนฟาร์ม ว่า เป็นการคุยกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีประเด็นในเรื่องอื่นๆ ด้วยแต่ที่เสนอในนามของฝ่ายไทย มี 3 เรื่อง คือ 1.เรื่องนักเรียนไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางกระทรวงต่างประเทศทำอยู่ 2.เรื่องสายการบิน ซึ่งเป็นเรื่องชองฝ่ายบริหาร แต่เมื่อมีโอกาส จึงได้ขอให้ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีนติดตามเรื่องนี้ให้ด้วย และ 3.เรื่องของวัคซีน ซึ่งต้องขอขอบคุณที่ในยามยากลำบากจีนได้แสดงความเป็นมิตรแท้ ในยามที่เรามีปัญหาได้จัดส่งวัคซีนมาช่วยเราจำนวนมาก แต่ในขณะนี้สถานการณ์ในประเทศเรายังมีความรุนแรงอยู่ จึงได้ขอความกรุณาประธานสภาฯ จีน ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ขอให้ช่วยสนับสนุนให้จีนส่งวัคซีนรุ่นใหม่มาช่วยประเทศไทยเพิ่มขึ้น เผื่อว่าประธานสภาฯ จีนจะได้มีโอกาสได้คุยกับผู้บริหารของรัฐบาลจีน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ได้คุยกันเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วแต่ยังไม่ได้รับรายงานกลับมาว่าทางจีนจะบริจาควัคซีนให้อีกหรือไม่ เพราะเป็นการฝากให้ประธานสภาฯ จีนช่วยสนับสนุนเท่านั้น ซึ่งเราก็ได้บอกเขาไปตรงๆ ว่าขณะนี้ประเทศเป็นช่วงเวลาที่มีความต้องการวัคซีนสูง เพราะวัคซีนเราไม่พอ 

เมื่อถามว่า วัคซีนที่ขอไปคือซิโนฟาร์มใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ไม่ได้ระบุว่าเป็นวัคซีนชนิดใด เพียงแต่บอกว่าอยากได้วัคซีนรุ่นใหม่ที่จะมาช่วยประเทศไทย และที่ผ่านมาจีนก็ช่วยประเทศไทยมามากแล้ว ช่วยมากกว่าทุกประเทศ แต่เราก็ยังไม่พอ ซึ่งก็เหมือนกับกรณีขอวัคซีนไฟเซอร์จากสหรัฐฯ ก็เป็นเรื่องที่เพื่อนที่สหรัฐฯส่งข่าวมา และเรื่องนี้ทาง รมว.ต่างประเทศ บอกว่าทำมาก่อนแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นยังมีหมอที่สหรัฐฯได้โทรศัพท์มาหาตนว่าวัคซีนของ สหรัฐฯที่เหลืออยู่มากเป็นการกระจายไปยังรัฐต่างๆ จึงไม่ใช่ของง่าย แต่สิ่งที่เขาช่วยมาส่วนหนึ่งแน่นอนอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลก็ทำมาก่อนอยู่แล้ว ดังนั้นมีทางไหนที่จะหาทางช่วยกันได้เราก็ต้องช่วยกัน เพราะในต่างประเทศเขาไม่รู้ว่าเรามีปัญหาในเรื่องความต้องการวัคซีน ต่อไปหากวัคซีนมีมากขึ้นความหมายก็จะน้อยลง แต่ตอนนี้วัคซีนมีความหมายมาก อย่างไรก็ตามวัคซีนไฟเซอร์อีก 1 ล้านโดสที่จะส่งตามมานั้น ตนไม่คิดว่าจะเป็นส่วนที่ได้ประสานไปแต่เป็นเรื่องที่เขาได้ติดต่อกันอยู่แล้ว แต่พวกเราติดต่อในวงนอก

“เมื่อเราพยายามช่วยกันให้เกิดความเร่งด่วนหลังจากนี้วัคซีนออกมามากความต้องการก็จะน้อยลง แต่ตอนนี้พี่น้องประชาชนเขาต้องการวัคซีนจึงเป็นช่วงสำคัญที่ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะเป็นภาระของทุกฝ่าย ถึงแม้จะเป็นภาระหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล แต่ในฐานะนิติบัญญัติมีทางไหนที่เราจะช่วยเสริมได้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนได้รับการดูแลทั่วถึงมากขึ้น อย่างเมื่อวาน(29 ก.ค.)ผมได้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 มา ก็ได้มีการพูดคุยกับแพทย์และผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งก็ให้พยายามช่วยรณรงค์ว่าอย่าไปคิดว่าเมื่อวัคซีนไม่มีแล้วจะต้องติดเชื้อ แต่ทุกคนต้องป้องกันให้มาก” นายชวน กล่าว 

นายชวน กล่าวต่อว่า ตนจึงย้ำเน้นในเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะในหน่วยงานอย่าให้ติดโดยเด็ดขาด แม้กระทั่งในสภาฯ เพียงเดือน ก.ค.มีผู้ติดเชื้อ 16 คน แต่ทั้ง 16 คนทางเลขาธิการสภาฯ ดูอย่างเข้มข้นไม่ให้เข้ามาในสภา ส่วนใหญ่ไม่ได้ติดจากสภาฯ แต่ติดจากญาติพี่น้อง รายล่าสุดเป็นนิติกร เมื่อดูไทม์ไลน์แล้วสันนิษฐานว่าน่าจะติดจากตอนไปตลาด ดังนั้นที่สภาฯถึงอย่างไรก็ต้องทำให้เข้มที่สุดเพราะต้องมีการประชุมสภาฯ เราหนีไม่พ้น จะต้องพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 65 จึงต้องพยายามให้เกิดความปลอดภัยที่สุด เท่าที่จะสามารถเป็นไปได้ในขณะที่ข้างนอกมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ข้างในสภาฯก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดโปร่งอยู่ฝ่ายเดียว จึงเป็นเรื่องที่ไม่แแปลกที่จะมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้น เพียงแต่เมื่อติดแล้วขอให้รู้ตัวและสะกัดคนๆ นั้นไว้ ไม่ให้สัมผัสกับคนอื่น

นักแสดงช่อง 3 สนับสนุนโครงการ “BLOOD CHALLENGE” ของสภากาชาดไทย ร่วมแชร์ผ่านโซเชียล และชวนคนไทยบริจาคโลหิต

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องไปทุกภาคส่วน ล่าสุดทำให้การบริจาคโลหิตของประชาชนมีจำนวนลดน้อยลง ในขณะที่ปัจจุบันจำนวนโลหิตที่จำเป็นต้องใช้รักษาผู้ป่วยมีจำนวนไม่เพียงพอจนเข้าขั้นวิกฤต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้จัดทำโครงการภายใต้ชื่อ Blood Challenge “ได้เวลากลับมาช่วยเพื่อน บริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19” ชวนคนไทยส่งต่อบุญผ่านสังคมออนไลน์ และเชิญชวนเหล่าศิลปินนักแสดงทั่วประเทศร่วมกัน Challenge ส่งความตั้งใจดี ๆ สู่กัน สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ให้การสนับสนุนโครงการ Blood Challenge ครั้งนี้

โดยเชิญชวนนักแสดงร่วมประชาสัมพันธ์สร้างกระแสให้คนไทยร่วมบริจาคโลหิตมากขึ้น โดยการถ่ายภาพถือป้ายรณรงค์ เขียนข้อความเชิญชวนสั้น ๆ โพสต์ลง Social Media ส่วนตัว ทั้ง Facebook, Instagram, Twitter และ TikTok พร้อมติด #BloodChallenge ซึ่งได้รับการตอบรับจากเหล่านักแสดงช่อง 3 เป็นอย่างดี รวมถึงนักแสดงหลายท่านยังได้เดินทางไปบริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยด้วยตัวเอง อาทิ แอน ทองประสม, หมาก ปริญ สุภารัตน์, คิมเบอร์ลี แอน โวลเทมัส, อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ, ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์, เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์, หมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ, อาร์ม พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์, เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ, พรีม รณิดา เตชสิทธิ์, เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์, โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ บุญประชม, เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข, มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง และ น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ นอกจากนี้แพลตฟอร์มออนไลน์ของช่อง 3 และ รายการข่าวของสถานีข่าวช่อง 3 ยังได้ร่วมประชาสัมพันธ์ให้กับโครงการเช่นกัน

 

สำหรับกิจกรรม Blood Challenge “ได้เวลากลับมาช่วยเพื่อน บริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19” ครั้งนี้ประชาชนทั่วไปสามารถให้การสนับสนุนด้วยเช่นกัน โดยนอกจากการร่วมบริจาคโลหิตที่ศูนย์บริหารโลหิตแห่งชาติ และศูนย์บริจาคทั่วประเทศแล้ว ยังสามารถช่วยโดยการโพสต์ข้อความเชิญชวนลง Social Media ส่วนตัว ติด #BloodChallenge และตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อม Tag ไปชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ร่วมแคมเปญต่ออีก 3 คน เป็นการกระตุ้นการร่วมบริจาคโลหิตในสภาวะวิกฤต เพื่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศจะได้มีโลหิตสำรองที่เพียงพอที่จะใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลข 0 2256 4300

 

 

 

'ยิ่งลักษณ์' อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนไทยในภาวะสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ระบุว่า ดิฉันได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในไทยด้วยความเป็นห่วงมาโดยตลอดค่ะ จึงขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนรวมถึงบุคลากรด่านหน้าไปจนถึงทีมงานสนับสนุนทุกท่าน ทุกคนทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ดิฉันขอไม่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพราะอะไรที่นำพาประเทศเรามาถึงภาวะการณ์เช่นนี้ ได้แต่ขอภาวนาให้ระดับนโยบายทำในสิ่งที่ถูกที่ควร เพื่อให้คนไทยได้มีชีวิตความเป็นอยู่ทางสาธารณสุขที่ปลอดภัยที่สุด

ดิฉันกังวลค่ะว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นกำลังทำลายระบบเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มาตรการของภาครัฐทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดอาชีพ ขาดรายได้ และมีความเสี่ยงตกงานเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนพุ่งไม่หยุด ผู้ประกอบการทั้งรายย่อย รายเล็ก รายกลาง แม้แต่รายใหญ่ในหลายธุรกิจ กำลังเผชิญกับภาวะขาดรายได้ ขาดสภาพคล่อง

ขณะที่หลายโรงงานในภาคส่งออกที่เป็นเครื่องจักรเดียวของเศรษฐกิจมีผู้ติดเชื้อเป็นหลักพัน ส่งผลกระทบไปทั้งห่วงโซ่อุปทานการผลิต เสี่ยงลามไปถึงระบบธนาคารที่เป็นหัวใจ และเส้นเลือดของระบบเศรษฐกิจ เพราะเมื่อรายได้หดหายลง การชำระเงินต้นและดอกเบี้ยก็จะยากมากขึ้น

ในอดีตภาคการเกษตรเคยเป็นที่หลบภัยของผู้ตกงาน แต่ในวันนี้กำลังอ่อนแออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราคาสินค้าเกษตรหลัก ๆ ตกต่ำแทบทุกผลผลิต การผลักคนกลับสู่ต่างจังหวัดไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเพราะคนไม่มีหนทางทำกิน ทุกคนจนลง สวนทางกับค่าครองชีพทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สาธารณูปโภค รวมไปถึงราคาเชื้อเพลิงกลับทะยานสูงขึ้น

ขณะที่การลงทุนทางตรงทั้งจากธุรกิจไทยและต่างชาติที่เคยหวังว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานใหม่แก่ผู้จบการศึกษา ยังมองไม่เห็นอนาคตเพราะต้องรอจนกว่าความเชื่อมั่นจะกลับมา นอกจากนี้ปัญหาความอ่อนแอทางการคลังทั้งของรัฐบาลกลาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คงทำให้ประชาชน ภาคเอกชน ต้องหันมาพึ่งพิงตัวเอง และพึ่งพากันและกันเป็นหลัก

ดิฉันขอส่งความห่วงใยไปยังครอบครัวของผู้สูญเสียและร่วมเป็นแรงใจให้คนไทยผ่านพ้นความยากลำบากทั้งความปลอดภัยจากโรคร้ายและภัยทางเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าไปให้ได้นะคะ ดิฉันมั่นใจค่ะว่าในทุกวิกฤติยังมีความหวังและโอกาส หากประเทศเรามีผู้นำและรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันประเทศต้องการมืออาชีพเข้ามาแก้ไขปัญหา พร้อมกับจัดหาวัคซีนที่สามารถรับมือกับเชื้อกลายพันธุ์อย่างเร่งด่วน และต้องไม่ลืมที่จะดูแลเยียวยาประชาชนที่กำลังหายใจรวยรินเพราะพิษเศรษฐกิจจากการบริหารผิดพลาดของรัฐบาล

ดิฉันหวังว่าวันนั้นจะมาถึงเร็ว ๆ ค่ะ


ที่มา : https://www.facebook.com/Y.Shinawatra/photos/a.201001219944341/4579207935456959


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

"ยุทธพงศ์" ร้อง "ประธานสภาฯ" สอบ ถอยเบนซ์ 5 ล้าน ขณะเป็นกมธ.งบ 65 ก่อนบรรจุวาระ 2-3

ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ขอให้ตรวจสอบนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะกมธ.งบประมาณฯ ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ กรณีได้รับรถเมอร์ซิเดสเบนซ์หรูป้ายแดง มูลค่า 5 ล้านบาท ในขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นกมธ.งบประมาณฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ที่ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า เนื่องจากนายเรืองไกรได้โพสต์รูปคู่กับรถเมอร์ซิเดสเบนซ์ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมระบุข้อความว่า มีผู้ใหญ่ใจดีให้เงินซื้อรถใหม่เอาไว้ใช้ตามใจที่อยากได้ s 560 ป้ายแดง เลข 8807 ซึ่งปรากฏให้เห็นตามข่าว ต่อมาวันที่ 19 ก.ค. นายเรืองไกรยังให้รายละเอียดข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวกับผู้ใหญ่ใจดีถึงการเจรจาต่อรองเรื่องเงินสด 20-30 ล้านบาท หรือผู้ใหญ่ใจดีจะให้เป็นรถยนต์แก่นายเรืองไกร และนายเรืองไกรยังได้ยอมรับในรายการเจาะลึกทั่วไทยโดยอ้างถึงผู้ใหญ่ใจดี แต่ต้องการปกปิดชื่อและสถานะของผู้ให้ทรัพย์สินดังกล่าว ตนจึงอยากให้ตรวจสอบว่าเงินสดจำนวน 5 ล้านบาทได้มาอย่างไร ได้มาอย่างโปร่งใสหรือไม่ เกี่ยวข้องกับการพิจารณางบประมาณฯ หรือไม่ และได้แจ้งธุรกรรมทางการเงินกับ ปปง. หรือไม่

"นายเรืองไกรเป็นนักตรวจสอบ ตรวจสอบคนอื่นมาเยอะ ก่อนจะไปตรวจสอบคนอื่นก็ควรปัดกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดก่อน" นายยุทธพงศ์ กล่าว

นายยุทธพงษ์ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ตนมายื่นเรื่องต่อนายชวนนั้น เนื่องจากนายชวนเป็นผู้บรรจุระเบียบวาระการประชุม ซึ่งหลังจากที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ในฐานะประธานกมธ.งบฯ และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานงบฯ คนที่ 4 ตรวจสอบเรื่องนี้เรียบร้อยแล้วจะต้องรายงานต่อประธานสภาฯ ก่อนบรรจุระเบียบวาระการประชุม พ.ร.บ.งบ 65 ในวาระที่ 2 และ 3 ซึ่งหาก พ.ร.บ.งบ 65 มีปัญหาในการพิจารณาว่ามีเรื่องผลประโยชน์หรือส่วนได้ส่วนเสีย อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 144 นายชวนจะได้ตรวจสอบก่อนบรรจุระเบียบวาระว่า ร่างพ.ร.บ.งบ 65 ถูกต้องหรือไม่ ด้านนายสมบูรณ์ กล่าวว่า ตนจะนำหนังสือดังกล่าวเข้าไปตามระเบียบของสภาและจะนำไปกราบเรียนนายชวนเพื่อพิจารณาและสั่งการต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top