Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

อุบลราชธานี - แท็กซี่อุบลฯ นำรถแท็กซี่ เป็นแกลลอรี่เทียนพรรษาเคลื่อนที่ "คนอุบล ทำเทียนบูชาธรรม" หวังสร้างการรับรู้เพิ่ม ช่วงเทศกาลเข้าพรรษานับเป็นครั้งแรก

นายนิมิต สิทธิไตรย์ ประธานที่ปรึกษาสภาหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทแท็กซี่สหการอุบลฯ นำรถแท็กซี่จำนวนมาก มาทำเป็น Gallery เทียนพรรษาสวยงามเคลื่อนที่ พร้อมข้อความป้ายซีทรูกระจกด้านหลังระบุ คนอุบล ทำเทียนบูชาธรรม การมีส่วนร่วมของรถแท็กซี่ และเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป 

โดยได้ดำเนินการเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ แท็กซี่อุบล ได้พร้อมใจกันทำสติกเกอร์ Gallery เทียนพรรษา ติดไว้ที่ประตูรถด้านหลังซ้าย-ขวา รวมทั้งกระจกด้านหลังแท็กซี่โดยเขียนข้อความในป้ายซีทรูว่า “คนอุบล ทำเทียนบูชาธรรม" ทั้งนี้เพื่อ สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ ต้นเทียนพรรษาอุบล ผ่านรถแท็กซี่ ซึ่งป้ายสติกเกอร์ดังกล่าว จะทำให้ผู้โดยสารรถแท็กซี่หรือนักท่องเที่ยว มาใช้บริการรถแท็กซี่ได้รับรู้ถึงต้นเทียนพรรษาที่สวยงามและการมีส่วนร่วมภาคภูมิใจ ในงานเทศกาลเทียนพรรษาอุบลราชธานีช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

คาดว่าสติกเกอร์ดังกล่าว จะอยู่นานมากกว่า 3 เดือนแน่นอน เป็นความภาคภูมิใจและการมีส่วนร่วมของแท็กซี่อุบลราชธานี ที่พร้อมใจกันทำสติกเกอร์ติดบนรถแท็กซี่ โดยสมัครใจและไม่ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด


ภาพ/ข่าว  เอกชัย โปธา รายงาน

"รองโฆษกพรรคกล้า" แย้งระงับจ่ายคนละครึ่งผ่านฟู้ดดิลิเวอรี่ ซ้ำเติมผู้ประกอบการ ขอรัฐลดเงื่อนไขอนุญาตต่อ ให้สอดคล้องสถานการณ์ล็อกดาวน์ 

นางสาวภรณี วัฒนโชติ รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีไลน์แมนยกเลิกบริการจ่ายเงินผ่านระบบคนละครึ่ง หลังจากกระทรวงการคลังออกหนังสือเตือนว่าผิดเงื่อนไขต้องชำระเงินโดยตรง ไม่ผ่านตัวกลาง (Face-to-Face) เท่านั้นว่า แม้ว่าการสแกน QR Code ผ่านการสั่งอาหารออนไลน์ ไม่ได้กระทำต่อหน้าผู้ขาย แต่ก็ยังเป็น QR Code ที่ร้านค้าสร้างขึ้นผ่านทางไลน์ จึงมองว่าเส้นทางการชำระเงินสามารถตรวจสอบได้ ยังคงเป็นไปตามจุดประสงค์โครงการคนละครึ่ง จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาลดทอนเงื่อนไขการชำระเงินโดยไม่ผ่านตัวกลาง (Face-to-Face) ให้โครงการคนละครึ่งใช้กับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) ทุกรายในตลาด เช่น ไลน์แมน โรบินฮู้ด แกร๊ป และฟู้ดแพนด้า ฯลฯ ให้สอดคล้องกับนโยบายล็อกดาวน์ ลดการพบประแบบ Face-to-Face เพื่อควบคุมสถานการณการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 

"เมื่อมีประกาศให้ล็อกดาวน์ แต่มาตรการเยียวยาไม่รองรับ จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมประชาชนและผู้ประกอบการร้านอาหาร ดังนั้นระหว่างนี้ รัฐฯ ไม่ควรห้าม และควรส่งเสริมใช้สิทธิคนละครึ่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่ จนกว่าจะได้ข้อสรุปหาวิธีเชื่อมโยงผ่านแอปฯเป๋าตัง ในโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ช่วงเดือนตุลาคมนี้" รองโฆษกพรรคกล้ากล่าว 

นางสาวภรณี กล่าวด้วยว่า ภาครัฐควรสร้างการทำงานร่วมกันกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลป้องกันการทุจริต ซึ่งข้อมูลการใช้งานที่ถูกบันทึกออนไลน์ ผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ มีความละเอียดและสามารถติดตามตรวจสอบได้ง่ายกว่าการซื้อขายแบบดั้งเดิมมากอยู่แล้ว

ปัจจุบันการให้วัคซีนต้านโควิด-19 ทำได้โดยการฉีดเพียงอย่างเดียว แต่ในอนาคตวัคซีนต้านโรคนี้อาจอยู่ในรูปของยาชนิดผง หรือแม้แต่ยาเม็ดที่สามารถขนส่ง เก็บรักษา และใช้งานได้ง่าย

สำนักข่าว BBC ได้รวบรวมข้อมูลการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนั้นการกระจายวัคซีนไปยังบางประเทศ ด้วยปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่ไม่เอื้อต่อการขนส่งและการเก็บรักษา ทำให้ ประชากรบางพื้นที่เข้าถึงการกระจายของวัคซีนได้ยาก ดังนั้นในปัจจุบันจึงเริ่มมีการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ขึ้นสำหรับวัคซีนเพื่อให้เหมาะต่อการกระจายไปสู่พื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านต่าง ๆ ได้มากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะการพัฒนาวัคซีนให้อยู่ในรูปแบบผง

นายยูฮัน แวบอร์ย ซีอีโอของบริษัทอีโคโนโว (Iconovo) บริษัทเวชภัณฑ์ชนิดสูดพ่นเจ้าของห้องแล็บแห่งนี้กล่าวว่า "มันผลิตได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำมาก"

"คุณแค่ดึงแผ่นพลาสติกขนาดเล็กออกมา จากนั้นวัคซีนชนิดสูดดมก็พร้อมใช้งาน แล้วคุณก็แค่ใส่มันไว้ในปากแล้วหายใจลึก ๆ เพื่อสูดมันเข้าไป" เขาอธิบายการใช้งานของอุปกรณ์ชนิดนี้

Iconovo บริษัท ผลิตเวชภัณฑ์ร่วมมือกับ ISR สตาร์ตอัปในกรุงสตอกโฮล์มที่วิจัยด้านภูมิคุ้มกันวิทยา ซึ่งเป็นผู้พัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ชนิดผง การผลิตวัคซีนชนิดนี้ทำโดยใช้โปรตีนที่สร้างขึ้นโดยเลียนแบบโปรตีนของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 (ต่างกับวัคซีนของไฟเซอร์, โมเดอนา และแอสตร้าเซนเนก้า ที่ใช้ RNA หรือ DNA มาถอดรหัสพันธุกรรมให้ได้เป็นโปรตีนชนิดนี้)

คุณสมบัติโดดเด่นอีกอย่างของวัคซีนชนิดผงนี้คือสามารถทนอุณหภูมิสูงได้ถึง 40 องศาเซลเซียส ซึ่งต่างจากวัคซีนที่เรามีอยู่ในปัจจุบันที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่อยู่ในรูปแบบของเหลวและต้องเก็บรักษาในที่อุณหภูมิต่ำ ซึ่งบางครั้งอาจต่ำถึง -70 องศาเซลเซียส ซึ่งเรียกว่า "ระบบลูกโซ่ความเย็น" ไม่เช่นนั้นวัคซีนก็จะสูญเสียประสิทธิภาพในการใช้งานไป

ศาสตราจารย์ อูลา วินควิสต์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ISR และอาจารย์ด้านภูมิคุ้มกันวิทยาประจำสถาบันคาโรลินสกา หนึ่งในมหาวิทยาลัยการแพทย์ชั้นนำของสวีเดน กล่าวว่า ตัวแปรสำคัญคือวัคซีนชนิดผงนั้น สามารถกระจายได้ง่ายมากโดยไม่ต้องใช้ระบบลูกโซ่ความเย็น และสามารถให้วัคซีนแก่ประชาชนโดยไม่ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์

ปัจจุบัน ISR กำลังทดสอบวัคซีนต้านโควิดชนิดผงกับเชื้อสายพันธุ์เบตา และสายพันธุ์อัลฟา โดย ISR เชื่อว่า วัคซีนชนิดนี้อาจมีประโยชน์อย่างมากในการเร่งให้วัคซีนต้านโควิดในแอฟริกา ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโควิดในทวีปของตนเอง นอกจากนี้การที่มีสภาพภูมิอากาศที่ร้อนกว่า ประกอบกับมีกระแสไฟฟ้าอย่างจำกัดก็นำไปสู่ความท้าทายใหญ่ในการเก็บรักษาและจัดส่งวัคซีนต้านโควิดก่อนที่จะหมดอายุลง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องใช้เวลาอีกระยะก่อนที่การทดลองจะได้ผลบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพโดยสมบูรณ์ของวัคซีนชนิดผงของบริษัท ISR ซึ่งรวมถึงเรื่องที่ว่ามันจะให้การปกป้องได้ในระดับเดียวกับวัคซีนต้านโควิดชนิดของเหลวในปัจจุบันที่ผ่านการอนุมัติจาก WHO หรือไม่

ปัจจุบัน ISR และ Iconovo ระบุว่า วัคซีนชนิดผงได้ถูกนำไปทดลองในหนู ทว่าบริษัทสามารถระดมทุนได้เพียงพอสำหรับการศึกษาในมนุษย์ในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ อย่างไรก็ตาม หากวัคซีนชนิดผงเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าใช้ได้ผลดี มันก็อาจช่วยปฏิวัติการจัดการกับโควิดของโลก ตลอดจนทำให้การเก็บรักษาและกระจายวัคซีนสำหรับโรคอื่น ๆ ทำได้ง่ายขึ้น

นพ. สเตียฟาน สวอร์ตลิง เพียเตอสน อดีตหัวหน้าแผนกสุขภาพขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่สถาบันคาโรลินสกา ระบุว่า วัคซีนชนิดผงนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้แก่พื้นที่ที่ยากจะเข้าถึง และอาจช่วยให้ไม่ต้องใช้คนขนกล่องเก็บความเย็นไปยังสถานที่ต่าง ๆ

นายแพทย์ชาวสวีเดนผู้นี้เปรียบผลที่จะได้จากวัคซีนชนิดผงนี้กับอาหารที่ผ่านกระบวนการฟรีซดราย (freeze-dried foods) ซึ่งดีสำหรับการแจกจ่ายไปยังสถานที่ห่างไกลต่าง ๆ ที่ไฟฟ้ายังเข้าไปไม่ถึง อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้โดยบุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ออกค่ายผจญภัยทั่วไป

Ziccum อีกหนึ่งสตาร์ทอัปที่กำลังทดลองเทคโนโลยีที่ใช้ลม “อบแห้ง” วัคซีนซึ่งจะไม่ไปจำกัดประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้การตั้งโรงงาน "บรรจุและปิดผนึก" สำหรับวัคซีนในประเทศกำลังพัฒนาทำได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ประเทศเหล่านี้สามารถผลิตวัคซีนขั้นสุดท้ายได้เอง โดยวัคซีนผงจะถูกผสมกับสารละลายปลอดเชื้อก่อนที่จะสร้างภูมิคุ้มกัน และฉีดเข้าสู่ร่างกายผู้รับวัคซีน

นายเยอรัน คอนรัดสน ซีอีโอ Ziccum กล่าวว่า เทคโนโลยีนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการให้วัคซีนด้วยวิธีการอื่น ๆ ได้ ตั้งแต่การสูดพ่นทางจมูก ไปจนถึงการทำเป็นยาเม็ดรับประทาน อย่างไรก็ตาม เยอรันยอมรับว่าต้องมีการศึกษาวิจัยอีกมากเพื่อพัฒนาวัคซีนรูปแบบดังกล่าว แต่ในแง่ของหลักการนั้นสามารถทำได้

Janssen ผู้ผลิตวัคซีนต้านโควิดแบบฉีดเข็มเดียว ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ใช้งานแล้วในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้เริ่มทำโครงการนำร่องเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดผงของบริษัท Ziccum

อย่างไรก็ตาม Janssen ระบุว่า งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่สำคัญกว่าในการค้นหาเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยให้การจัดส่งและการให้วัคซีนอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสามารถทำได้ง่ายขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ เทคโนโลยีวัคซีนชนิดผงยังช่วยคนที่กลัวเข็มฉีดยาได้ด้วย อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าวัคซีนชนิดที่เป็นของเหลว เพราะช่วยลดการใช้ไฟฟ้ากับตู้เย็นและตู้แช่แข็งที่ต้องใช้ในการเก็บรักษาวัคซีน ที่สำคัญยังจะช่วยให้สามารถกระจายวัคซีนไปทั่วโลกได้

ขณะที่ อิงริด โครมันน์ โฆษกแนวร่วมนวัตกรรมเพื่อเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาด (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations หรือ Cepi) เตือนว่า วัคซีนชนิดผงยังอยู่ในขั้นต้นของการพัฒนา และ "ยังมีงานให้ต้องทำอีกมาก" เช่น การทำให้เป็นวัคซีนชนิดหลัก และการเพิ่มกระบวนการผลิตให้ใหญ่ขึ้น

"แต่หากมันประสบความสำเร็จ มันก็อาจช่วยให้เข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น มีขยะน้อยลง และทำให้โครงการให้วัคซีนมีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง" เธอกล่าว


ที่มา: BBC News


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“ประวิตร” เร่งยุทธศาสตร์ 5G  พัฒนาศก.-สังคม ทุกภูมิภาค ชูโครงการต้นแบบ ยกระดับภาครัฐให้บริการปชช.-รองรับ ภูเก็ตแซนด์บ็อก กำชับใช้งบให้คุ้มค่า

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 3/2564 มีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ที่เท่าเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส )ร่วมประชุมผ่านระบบวิด๊โอ คอนเฟอร์เรนซ์ 

โดยที่ประชุมเห็นชอบโครงการตามมาตรา26(6)เพื่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5G อาทิโครงการพัฒนา เทคโนโลยี5Gเพื่อการเกษตร ณ โครงการร้อยใจรักษ์ ,โครงการนำร่อง Smart Campus และเห็นชอบโครงการนำร่องการพัฒนาย่านเทคโนโลยี 5G ต้นแบบ ยกระดับการให้บริการภาครัฐแก่ประชาชน จ.เชียงใหม่ โดยเน้นพัฒนาด้านการเดินทาง ดูแลสุขภาพ นอกจากนั้นเห็นชอบ โครงการ 5G use Case ระบบในการคัดกรอง และแจ้งเตือนสำหรับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อก เตรียมพร้อมเปิดเศรษฐกิจท่องเที่ยว จว.ภูเก็ต โดยนำเทคโนโลยี 5G ประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาใน จว.ภูเก็ต ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว นักลงทุน ตลอดจนประชาชนชาวภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง

นอกจากนั้นคณะกรรมการฯเห็นชอบ กรอบนโยบายกองทุนพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ 2565มุ่งเน้นการลงทุนใน 4 ด้านได้แก่ 1.Digital Agriculture 2. Digital Government & infrastructure 3. Digital Manpower และ 4.Digital Technology

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า  ให้กระทรวงดีอีเอส และคณะกรรมการฯกำกับติดตาม การใช้จ่ายการบริหารกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบ ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยเคร่งครัด และต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ และใช้อย่างประหยัด คุ้มค่า  สามารถส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ได้อย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

รมว.พม. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มคนพิการกว่า 5,000 คน ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ พร้อมให้กำลังบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่จิตอาสา 

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจคนพิการที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยได้รับการสนับสนุนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดสรรโควตาวัคซีนโควิด-19 ให้กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กระทรวง พม. เพื่อฉีดให้กับคนพิการ จำนวนกว่า 5,000 คน พร้อมทั้งสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่จิตอาสาในการให้บริการแก่คนพิการในวันนี้ ระหว่างเวลา 08.00 – 16.00 น. อีกทั้ง กระทรวง พม. ได้นำเจ้าหน้าที่ พก. มาอำนวยความสะดวกเพื่อให้คนพิการที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้รับความดูแลอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนด้านสถานที่จากบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และการลงทะเบียนล่วงหน้าและข้อความยืนยันการฉีดวัคซีนโควิด-19 จาก AIS

นายจุติ กล่าวว่า สำหรับวันนี้ ขอขอบคุณบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง สถาบันวิทยาลัยจุฬาภรณ์ การเคหะแห่งชาติ ภาคเอกชน และประชาชนทุกคน ที่ได้มาบูรณาการร่วมกันช่วยบริการในเรื่องของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับสมาคมคนพิการทั้ง 7 สมาคม และผู้ถือบัตรคนพิการทุกคน จะได้ใช้สิทธิตรงนี้ สำหรับสถานที่และระบบ มีการจัดการที่ทำได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งตนมาตรวจเยี่ยมเพื่อมาดูให้ไม่มีข้อบกพร่อง หรือถ้ามีข้อบกพร่องจะได้นำไปแก้ไขปรับปรุง เพื่อบริการประชาชนให้ดีมากยิ่งขึ้น

นายจุติ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่อยากจะฝากไว้ คือวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ เป็นวิกฤติที่สาหัส ขอเป็นกำลังใจให้กันและกัน รวมทั้งผู้อุปถัมภ์ทั้งหลาย ทุกคนทำเพื่อคนไทย ทำเพื่อประเทศไทย ตนขอขอบคุณในนามรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตนทราบมาว่ามีความต้องการให้เราขยายไปทุกจังหวัด และจะได้นำไปดำเนินการในต่างจังหวัดให้เป็น One Stop Service เพื่อบริการผู้ที่ยังไม่มีโอกาสได้ฉีดวัคซีนโควิด-19  ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ดูแลในส่วนนี้ เราทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ด้วยความสุจริตใจ สำหรับวัคซีนโควิด-19 ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ แต่ช่วยให้เราลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตหรือป่วยหนัก ดังนั้น หลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว ขอให้ทุกท่านยังคงรักษาระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย และตนขอให้ทุกคนอยู่ด้วยความไม่ประมาท ขอให้ปลอดภัยทุกท่าน

รวบเครือข่ายชาวจีน Hybrid scam หลอกเงินคนร่วมชาติ ชักชวนลงทุนในเงินสกุลดิจิตอล เสียหายกว่า 5.1 ล้านบาท

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ระดมกวาดล้างคนต่างด้าว ที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ขบวนการขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนการขนแรงงานต่างด้าวเข้า-ออกพื้นที่จังหวัด ที่มีคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และรวมถึงการที่คนต่างชาติเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ  นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา,ว่าที่ พ.ต.ต.สิทธิมณ  สร้อยภู่ระย้า สว.กก.4 บก.สส.สตม.ช่วยราชการ กก.ปอพ.บก.สส.สตม.,ร.ต.อ.อดิศร บุญชุ่ม รอง สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ได้ร่วมกันจับกุม

1.นายเติ้ง อายุ 32 ปี สัญชาติจีน

ตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยผิดกฏหมายฯ”

2.นายต้ง อายุ 36 ปี สัญชาติจีน

ตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยผิดกฏหมายฯ”

สืบเนื่องจาก กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายสัญชาติจีนว่าได้ถูกคนร้ายที่รู้จักกันผ่านแอพพลิเคชั่น  FACEBOOK ใช้ชื่อว่า “ZHONG” (จง) ได้เข้ามาพูดคุยเพื่อตีสนิท โดยอ้างว่าเป็นคนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจที่ประเทศไทย ต่อมาได้อ้างว่าปัจจุบันได้ทำการลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิตอล

โดยได้ทำการส่งข้อมูลให้ผู้เสียหายดูว่าสามารถได้รับผลประโยชน์จริง ต่อมาคนร้ายได้ทำการชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุน ซึ่งได้ส่ง URL ชื่อ https://www.cqnyys.com/app และให้ผู้เสียหายทำการสมัครและทำการโอนเงินเพื่อลงทุน โดยในช่วงแรกเมื่อผู้เสียหายลงทุนก็พบว่ามีเงินที่เพิ่มขึ้นในระบบจริง และเมื่อผู้เสียหายต้องการที่จะถอนเงินออกจากระบบ ก็ถูกคนร้ายอ้างว่าจะต้องมีการโอนเงินค่าประกัน

ในการรับประกัน user จากนั้นเมื่อผู้เสียหายโอนแล้วพบว่าสามารถถอนเงินออกมาได้จากพอร์ทจริง จึงลงทุนเพิ่มไปในพอร์ทตามคำชักชวนของคนร้าย รวมมูลค่า กว่า 5.1 ล้านบาท จากนั้นเมื่อผู้เสียหายได้โอนเงินแล้วปรากฏว่าเว็บไซต์ดังกล่าวได้ปิดไป จึงเชื่อว่าได้ถูกหลอกลวงและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

ต่อมาทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปชก.สตม. และ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายในคดีนี้เป็นผู้ใด จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานและทำการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือนายเติ้ง สัญชาติจีน และนายต๋ง  สัญชาติจีน ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ” ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายเติ้ง ได้พักอาศัยอยู่บริเวณเขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จึงได้ทำการขอหมายค้นและเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา และสืบทราบว่า นายต๋ง  พักอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จึงได้ทำการเฝ้าติดตามและทำการจับกุมได้ในที่สุด โดยจากการสืบสวนขยายผลผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การว่าได้รับการสั่งการมาจาก นายเจิ้ง ที่อยู่ที่ประเทศลาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทำการออกหมายจับและติดตามผู้ต้องหาต่อไป ซึ่งทั้งนี้จากการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ ทำให้สามารถติดตามเงินมาคืนผู้เสียหายได้จำนวน 1.7 ล้านบาท

สตม.จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่าง ๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สืบ ตม.1 รวบสาวใหญ่ เอี่ยวเครือข่าย ROMANCE SCAM ฉ้อโกงทรัพย์กว่าล้านบาท

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล,พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง1  นำโดย พ.ต.อ.กีรติศักดิ์  ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.ท.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ รอง ผกก.สส.บก.ตม.1 พ.ต.ท.ทรงพันธุ์ กุลดิลก, พ.ต.ท.ปัฐน์ แสนอินอำนาจ สว.กก.สส.บก.ตม.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันจับกุมเครือข่าย Romance Scam ในไทย

พฤติการณ์กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้รับแจ้งข้อมูลจากนางน้อย ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง ว่าได้มีผู้ใช้บัญชีแอพพลิเคชั่น LINKEDIN นามว่า WANG มาขอเพิ่มเป็นเพื่อน จากนั้นได้ส่งข้อความบอกว่าตนเป็นลูกครึ่ง แคนาดา - จีน ปัจจุบันเป็นวิศวกรแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมอยู่ที่ตุรกี ต้องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และขอไอดีไลน์เพื่อปรึกษา โดย นาย WANG ได้พูดคุยตีสนิทถามข้อมูลส่วนตัว และบอกว่าหลังจากหมดสัญญาทำงานที่ตุรกีแล้วตนจะรีบเดินทางมาพบนางน้อยที่ประเทศไทย เมื่อพูดคุยกันได้ระยะหนึ่ง นาย WANG ได้บอกว่ามีปัญหาเรื่องงานเกี่ยวกับการสั่งซื้อเครื่องจักรจากญี่ปุ่นเข้ามาตุรกี

กล่าวคือติดตามเครื่องจักรที่สั่งไม่ได้และงานจะไม่สำเร็จถ้าไม่มีเครื่องจักรจะต้องติดคุกและเสียค่าปรับจำนวนมาก นาย WANG บอกว่าไม่สามารถโอนเงินได้ จึงได้ขอร้องให้นางน้อย ส่งอีเมล์ไปยังบริษัทขนส่งชื่อ X Shipping Service เพื่อติดตามพัสดุหมายเลข XXXYYYZZZ จากนั้นนาย WANG ติดต่อกลับมา และขอร้องให้นางน้อยทำการโอนเงินค่าภาษีศุลกากร “การนำเข้าเครื่องจักร” ดังกล่าวแทนตนไปก่อน โดยให้โอนผ่านเว็บไซต์ที่ นาย WANG ส่งลิงค์มา นางน้อยสงสัยว่าลิงค์ดังกล่าวไม่ปลอดภัย จึงได้สอบถามบริษัทขนส่งฯ ว่าสามารถโอนเงินช่องทางอื่นได้หรือไม่ โดยบริษัทขนส่งฯ ได้ตอบอีเมล์กลับมาว่ามีบัญชีธนาคารในประเทศไทย เลขที่บัญชี xxxxx ซึ่งเป็นบัญชีของนางบี โดยนางน้อยหลงเชื่อในคำพูด และได้ทำการโอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าว ภายหลังจากที่นางน้อยโอนเงินไปแล้ว ไม่สามารถติดต่อนาย WANG ได้ จึงเชื่อว่าตนเองถูกหลอกลวง

จากนั้น เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับทราบข้อมูลและพบข้อสงสัยในพฤติกรรมของ นาย WANG และความถูกต้องของเว็บไซต์บริษัทขนส่งฯ จึงได้นำชื่อและภาพถ่ายของ นาย WANG เข้าตรวจสอบระบบจัดเก็บข้อมูล Biometrics (ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า) ผลการตรวจสอบไม่พบข้อมูลของบุคคลดังกล่าว และได้ทำการตรวจสอบเว็บไซต์ที่นาย WANG ให้ใช้โอนเงิน และ บริษัทขนส่งฯ ที่นาย WANG ส่งให้นางน้อย เพื่อหาความเชื่อมโยงกัน ผลการตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์บริษัทขนส่งฯ นั้นถูกสร้างขึ้นมาเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.63 ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลที่นาย WANG ได้บอกกับนางน้อย ว่าได้ใช้บริการบริษัทขนส่งฯ มานานแล้ว ส่วนเว็บไซต์ที่นาย WANG ให้ใช้ในการโอนเงินเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.63 ซึ่งมีระยะเวลาไล่เลี่ยกันกับเว็บไซต์ของบริษัทขนส่งฯ และผู้จดทะเบียนเว็บไซต์ทั้งสองเว็บไซต์เป็นบุคคลเดียวกัน นอกจากนี้เวลาการโต้ตอบการสนทนาของ นาย WANG กับบริษัทขนส่งฯ ต่อนางน้อย มักจะมีเวลาสอดคล้องใกล้เคียงกันตลอด และเจ้าหน้าที่ฯ ยังได้ตรวจสอบบัญชีบัญชีธนาคาร เลขที่บัญชี xxxxx บัญชีนางบี พบว่ามีเงิน เข้า-ออก ซึ่งรวมมูลค่ากว่าล้านบาท

โดยทุกครั้งเมื่อมีการถอนเงิน จะเป็นการใช้บัตรกดเงินสดผ่านตู้กดเงินสดในประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ตรวจสอบชื่อของนางบี เจ้าของบัญชีดังกล่าว ในระบบสารสนเทศข้อมูลอาชญากรรมฯ Crime จนทราบข้อมูลจึงได้เดินทางไปพบนางบี เจ้าหน้าที่ฯ สอบถามข้อมูล โดยนางบีบอกว่าตนได้ทำการเปิดบัญชีธนาคาร เลขที่บัญชี xxxxx และได้ส่งบัตรกดเงินสด ATM ไปให้ผู้รับชื่อ MR.ANTHONIO ที่อยู่ประเทศมาเลเซีย โดยตนรู้จักกันทางแอพพลิเคชั่น SKOUT และได้พูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว โดย MR.ANTHONIO อ้างว่าบัญชีตนเองไม่สามารถรับโอนเงินจากประเทศไทยได้ จึงขอให้นางบีส่งบัตรกดเงินสดมาให้ตนเองเพื่อใช้กดเงิน เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แจ้งหาข้อกล่าวหาฐาน ร่วมกัน ฉ้อโกงทรัพย์ ในเบื้องต้นนางบีให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รู้เห็นกับเหตุการหลอกลวงดังกล่าว เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้นำตัวนางบีไป สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้ประสานฝ่ายตำรวจสากลเพื่อประสานไปยังกรมตำรวจ ประเทศมาเลเซียเพื่อดำเนินการกับ MR.ANTHONIO ต่อไป

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่าง ๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

'หมอปลา' ลั่นเห็นด้วยกับป๋าเทพในบางเรื่อง แต่ยังมองว่าการบริหารงานยังล้มเหลว แนะหากบริหารไม่เป็น ควรลาออกให้คนรุ่นใหม่มาทำหน้าที่แทน

'หมอปลา' ลั่นเห็นด้วยกับป๋าเทพในบางเรื่อง แต่ยังมองว่าการบริหารงานยังล้มเหลว มีแต่น้ำลาย ขายฝัน แถมติก็ไม่ได้อาจโดน "เห็บ-หมัด" เอากฎหมายมาจัดการ 7 ปี ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น ขนาดเรือดำน้ำถ้าไม่ได้พลังโซเชียลคงซื้อไปแล้ว แนะหากบริหารไม่เป็น ควรลาออกให้คนรุ่นใหม่มาทำหน้าที่แทน

จากกรณีศิลปินตลกชื่อดัง “เทพ โพธิ์งาม” หรือ “ป๋าเทพ” ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก พูดถึงสถานการณ์บ้านเมืองก่อนจะกล่าวเชิงตำหนิ กลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่ออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาล ว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ พร้อมยก “บิ๊กตู่” หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ในรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ ได้เชิญ “ป๋าเทพ” และ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี ผู้มีความเห็นที่แตกต่างกัน ได้มาแสดงความเห็นในมุมมองของแต่ละคนไป

โดย หมอปลา กล่าวว่า บางประเด็นก็เห็นด้วยกับป๋าเทพ แต่ไม่เห็นด้วยเรื่องอวยรัฐบาล เพราะรัฐบาลนี้ติไม่ได้ พอมีคนติก็จะมีพวกเห็บหมัด เอากฎหมายมาจัดการ รัฐบาลนี้มีแต่น้ำลาย ไม่มีเนื้อหา บริหารอะไรก็ไม่เป็นรูปร่าง อย่างเรื่องวัคซีนเนี่ยไม่รู้หายไปไหน บางจังหวัดมีเข็ม 3 แล้ว ไม่รู้เอามาจากไหน พวกหมอยังไม่ได้ แต่บางคนได้แล้ว ผมมองว่าเป็นรัฐบาลที่ดีแต่ปาก

สถานการณ์ตอนนี้ พวกเขายังจะซื้อเรือดำน้ำ ถ้าไม่ได้พลังโซเชียล ก็คงซื้อไปแล้ว เขาไม่เห็นบ้างหรือว่าประชาชนกำลังจะตาย คุณต้องลองไปลงพื้นที่ ไปดูว่าประชาชนเป็นอย่างไร เขาจะตายกันหมดแล้ว รัฐบาลชุดนี้พยายามทำอะไรที่เป็นโครงการใหญ่ ๆ เพื่อเอาเม็ดเงินเหล่านั้นไปแบ่งกัน ใช่หรือไม่?

ผมคิดว่าถ้าเขาบริหารงานไม่เป็นก็ลาออกไปเถอะครับ ผมมองว่าการบริหารงานของเขามันล้มเหลว ขายฝัน อย่างเรื่องกัญชา เขาขายฝันให้ชาวบ้าน ชาวบ้านคิดว่าจะมีกิน แต่สุดท้ายเขาทำไม่ได้ แบบนี้ก็ควรจะออกไปไหม เมื่อคุณเป็นผู้นำ คุณต้องพร้อมรับคำติด้วย ไม่ใช่รับแต่คำชม ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้ออกไปมันอาจจะดีกว่านี้ เปิดโอกาสให้คนใหม่เข้ามาทำต่อ

7 ปีที่ผ่านมามันล้มเหลวทุกอย่าง มันไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นสักอย่าง สิ่งที่ป๋าพูดคือการอวยให้รัฐบาลอยู่ต่อไป แต่ผมมองว่าถ้าเปลี่ยนรัฐบาลมันคงใช้เวลาไม่นานหรอก ผมว่าน่าจะมีบุคคลที่เขามีความสามารถ ไม่ใช้น้ำลายในการทำงาน แต่ตอนนี้รัฐบาลมีแต่น้ำลาย คำพูดขายฝันให้มันสวยหรู ผมอยากให้รัฐบาลแถลงบ้าง ไม่ใช่ แถ-ลง อย่างเดียว พูดอะไรที่เป็นกิจจะลักษณะให้ประชาชนฟังบ้าง


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

States TOON EP.20

มหกรรมกีฬานี้มีชื่อว่า ‘โค(วิด)ลิมปิก’

#แบกไหวไหมครับลุง

ติดตามการ์ตูนขำๆ ได้ทุกสัปดาห์


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

จับ !! โอปป้าเกาหลี ซุกของกลาง 'ยาไอซ์' ในอุปกรณ์เมาส์ ส่งผ่าน GRAB ขายให้ลูกค้าคนไทย

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล,พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง1  นำโดย พ.ต.อ.กีรติศักดิ์  ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.ท.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ รอง ผกก.สส.บก.ตม.1 พ.ต.ท.ทรงพันธุ์ กุลดิลก, พ.ต.ท.ปัฐน์ แสนอินอำนาจ สว.กก.สส.บก.ตม.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันจับกุม

1) .MR.NAM หรือ นายนาม อายุ 37 ปี สัญชาติเกาหลี

2) .MR.SHIN หรือ อายุ 34 ปี สัญชาติเกาหลี

3) .นางสาวต้อง อายุ 22 ปี สัญชาติไทย

4) .นางสาวณัช อายุ 22 ปี สัญชาติไทย

พฤติการณ์ในการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีชาวต่างชาติสัญชาติเกาหลี จะทำการซื้อขายยาเสพติดที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ  จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และวางแผนจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ไว้โดยรอบบริเวณ จนกระทั่งพบ MR.NAM ซึ่งมีลักษณะรูปร่างและเครื่องแต่งกายคล้ายกันกับที่สายลับได้แจ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจสอบ ขณะเจ้าหน้าที่แสดงตัว MR.NAM ได้พยายามขัดขืนเพื่อจะหลบหนี เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้จึงทำการตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ผลการตรวจสอบพบ ยาไอซ์ลักษณะเป็นเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ถุงพลาสติกใสแบบรูดเปิด-ปิดได้ จำนวน 1 ถุง ใส่อยู่ในกล่องเมาส์คอมพิวเตอร์ ภายในกระเป๋าสะพายตัวที่ MR.NAM สะพายอยู่ และจากการตรวจสอบเมาส์ฯ ที่ใส่อยู่ในกล่องเมาส์ฯ ภายในกระเป๋าสะพายตัวที่ MR.NAM สะพายอยู่ พบยาไอซ์ลักษณะเป็นเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ถุงพลาสติกใสแบบรูดเปิด-ปิดได้ และพันด้วยเทปกาวสีแดง จำนวน 3 ถุง จากการสอบปากคำ MR.NAM ให้การเพิ่มเติมว่ายังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งอยู่ภายในห้องพักของตน เจ้าหน้าที่จึงนำ MR.NAM ไปทำการตรวจค้นภายในห้องพักแห่งหนึ่งใน แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ ตามที่ MR.NAM ให้ข้อมูล ผลการตรวจค้นภายในห้องพักดังกล่าวพบ

น.ส.ต้อง และ น.ส.ณัช (นามสมมุติ) สัญชาติไทย ซึ่งบุคคลทั้งสอง ให้การว่าเข้ามาพักในห้องดังกล่าวเมื่อประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมาพร้อมกัน เพื่อซื้อยาเสพติดต่อจาก MR.NAM เพื่อเสพด้วยกัน นอกจากนั้นขณะที่เจ้าหน้าที่ฯทำการตรวจค้นห้องพักอยู่นั้น ได้มี MR.SHIN เปิดประตูห้องเข้ามา เจ้าหน้าที่ฯจึงได้ทำการตรวจสอบและสอบถาม MR. SHIN ซึ่งได้ให้การว่าพักอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าวร่วมกับ MR.NAM เป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว MR.NAM และ MR.SHIN ยอมรับว่ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบภายในห้องดังกล่าว ทั้งสองคนเป็นผู้ซื้อมาจากผู้ค้าหลายราย และตนจะทำการจำหน่ายต่อไปยังลูกค้าโดยวิธีการซุกซ่อนไว้ภายในเมาส์ฯ คอมพิวเตอร์ และเรียกใช้บริการขนส่งพัสดุบริษัท GRAB ในการส่ง โดยจะถ่ายรูปพัสดุและคนขับของบริษัท GRAB ส่งให้กับลูกค้าดูก่อน จากนั้นจะให้ลูกค้าจะจ่ายเงินด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ของ น.ส.สา (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นแฟนสาวของ MR.NAM โดยยาเสพติดส่วนหนึ่ง MR.NAM และ MR.SHIN จะเก็บไว้เพื่อเสพเอง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของกลุ่มเครือข่ายการ ซื้อ-ขาย ยาเสพติด กก.สส.บก.ตม.1 อยู่ในระหว่างสืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการต่อไป

โดยกล่าวหาว่า ผู้ถูกจับที่ 1 และ 2 “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมตแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ยาคีตามีน) ไว้เพื่อขายอันเป็นการขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ผู้ถูกจับที่ 3 “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมตแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ผู้ถูกจับที่ 4 “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมตแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

พร้อมด้วยของกลาง

1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมตแอมเฟตามีน) รวม 16.88 กรัม

2.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ยาคีตามีน) รวม 1.57 กรัม

3.ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) รวม 37 กรัม

4.เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง

5.สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ชื่อบัญชี น.ส.สา เลขที่บัญชี xxxxx

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top