Monday, 22 June 2026
TheStatesTimes

ยันเดินหน้าต่อภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ไม่มีชะลอ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังเกิดกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกินกว่า 90 ราย จนเกรงว่าจะกระทบกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ว่า  ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และททท.ได้หารือกับนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเอกชน ซึ่งสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เอกชนและผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันยังรับมือไหว  

ทั้งนี้ยังต้องติดตามยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วง 7 วันจากนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตจะพยายามลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงมาให้ได้ ตอนนี้จึงยังไม่มีนัยยะต่อการทบทวนโครงการภูเก็ต แซนด์บ๊อกซ์ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้วเข้ามาโดยไม่ถูกกักตัว 

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีความคิดที่จะหยุดโครงการภูเก็ต แซนด์บ๊อกซ์ ต้องขึ้นอยู่กับทางจังหวัดภูเก็ตเป็นผู้ตัดสินใจ และการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เกิดขึ้นตอนนี้ถือว่าเป็นการทดลองระบบที่วางไว้ เพื่อไปสู้เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามามากขึ้นในไตรมาส 4 และในเดือนส.ค.นี้ นักท่องเที่ยวที่จะเข้าภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ สามารถบินมาต่อเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ด้วย ซึ่งจะมีเครื่องของสายการบินบางกอกแอร์เวยส์ และสายการบินไทยสมายส์ที่รับ-ส่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ไม่ปะปนกับคนในประเทศ”  

'สหกรณ์' เร่งกระจายเงาะมังคุดช่วยชาวสวนผลไม้ภาคใต้

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนผลไม้ในภาคใต้กำลังประสบปัญหาช่องทางจำหน่ายเงาะและมังคุด เนื่องจากในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม เป็นฤดูกาลที่ผลผลิตในภาคใต้ออกมาพร้อมกัน จนเกิดการกระจุกตัวและราคาตกต่ำ โดยเฉพาะในปีนี้สถานการณ์โควิด – 19 กำลังระบาด มีการล็อกดาวน์ทำให้พ่อค้าไม่สามารถเข้าไปตั้งล้งเพื่อรับซื้อมังคุดจากเกษตรกรได้ 

ล่าสุดน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งหาทางช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรโดยด่วน เบื้องต้น จึงได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดประสานเครือข่ายสหกรณ์ในแต่ละพื้นที่ สั่งซื้อเงาะและมังคุดจากสหกรณ์ที่เป็นแหล่งผลิตในภาคใต้ กระจายสู่ผู้บริโภคของแต่ละจังหวัด โดยให้สหกรณ์ต้นทาง 6 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา และยะลา เปิดจุดรวบรวมเงาะ มังคุดจากเกษตรกรและสมาชิก เน้นผลไม้ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน GAP ก่อนนำมาคัดเกรดบรรจุลงกล่อง และเร่งจัดส่งให้สหกรณ์ที่เป็นตลาดปลายทางเพื่อให้ถึงผู้บริโภคโดยเร็ว 

เบื้องต้น มีสหกรณ์ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ เปิดรับพรีออเดอร์เงาะและมังคุด ซึ่งมีผู้บริโภคให้ความสนใจทยอยสั่งซื้อผ่านเครือข่ายสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ได้ตั้งเป้าหมายกระจายมังคุดผ่านเครือข่ายสหกรณ์ไม่น้อยกว่า 5,216 ตัน และกระจายเงาะไม่น้อยกว่า  3,329 ตัน พร้อมจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ วงเงิน 122  ล้านบาทเพื่อให้สหกรณ์กู้ยืมเป็นทุนหมุนเวียนรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกและเกษตรกรในราคานำตลาด  เพื่อดึงราคาผลไม้ในพื้นที่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรม

"เหล่าทัพ" ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.64 

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 ของ กองบัญชาการกองทัพไทย ณ ห้องนเรศวร กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมีรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเข้าร่วมพิธี

การจัดพิธีในครั้งนี้ เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงพระวิริยะ อุตสาหะ มุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย 

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564  พิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี และถวายพระพรชัยมงคล, พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน, พิธีไถ่ชีวิตกระบือถวายเป็นพระราชกุศล, ลงนามถวายพระพรชัยมงคล โดยหน่วยขึ้นตรงทั่วประเทศ​ จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี และถวายพระพรชัยมงคล 

ที่กองบัญชาการกองทัพเรือพระราชวังเดิม​ (บก.ทร.) พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) นายทหารชั้นผู้ใหญ่ร่วมถวายราชสักการะ พร้อมกล่าวถวายพระพรชัยมงคล ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีเป็นพลังของแผ่นดิน​  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564  ได้นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ร่วมลงนามถวายพระพร  ผ่านระบบออนไลน์

จากนั้นผู้บัญชาการทหารเรือและนางจุฬารัตน์ ศรีวรขาน พร้อมนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือและภริยา ร่วมแจกจ่ายอาหารกล่องและถุงยังชีพให้แก่ประชาชน ตามพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัส โควิด 19 ในการจักิจกรรม"กองทัพเรือเพื่อประชาชน ร่วมใจต้านภัย COVID - 19" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล 

กองทัพเรือ ได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของข้าราชการกองทัพเรือตลอดจนพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ในพื้นที่ต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล​ พื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พื้นที่จังหวัดสงขลา พื้นที่จังหวัดภูเก็ต - จังหวัดพังงา พื้นที่จังหวัดจันทบุรี - จังหวัดตราด พื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ขณะที่กองทัพอากาศ​ พล.อ.อ.แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)เป็นประธานกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา ณ ห้องรับรองกองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ ร่วม พิธีถวายเครื่องราชสักการะ การถวายพระพรชัยมงคล และการถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป พิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ รวมทั้งลงนามถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน 
 
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการสานต่อศาสตร์พระราชา ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ทรงให้ความสำคัญเรื่องการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. และโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดีเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ  ที่ผ่านมาพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความช่วยเหลือ โดยมอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ชุมชนทั่วประเทศเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทานแก่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แก่ประชาชนในพื้นที่กลุ่มเสี่ยง เพื่อจะได้เข้ารับการรักษาอย่างปลอดภัย อันเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อพสกนิกรชาวไทยที่ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบารมี 

กระทรวงแรงงาน เตือนคนหางานทำประกันโควิดก่อนเดินทางทำงานเกาหลี

กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน แจ้งข่าวแรงงานไทยที่จะเดินทางเข้าไปทำงานที่สาธารณรัฐเกาหลี ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด -19 แนะทำประกันคุ้มครอง 30 วัน พร้อมสำรองเงินค่ารักษาพยาบาลอย่างน้อย 60,000 บาท

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล แจ้งข้อมูลข่าวสารตลาดแรงงานไทย โดยระบุว่า แรงงานที่เดินทางไปยังสาธารณรัฐเกาหลีจะต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย หากผลการตรวจระบุว่าพบเชื้อ แรงงานจะต้องเข้ารับการกักกัน และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักกันด้วยตนเอง ดังนั้น แรงงานจึงควรทำประกันโควิด - 19 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมระยะเวลาถึง 30 วัน หลังจากเดินทางเข้าสาธารณรัฐเกาหลีแล้ว ซึ่งหากตรวจพบเชื้อจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลด้วยตนเอง จึงควรเตรียมเงินอย่างน้อย 60,000 บาท เพื่อใช้สำรองจ่ายเมื่อต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ถึงแม้ว่าแรงงานจะทำประกันชีวิตแล้วก็ตาม โดยหลังจากนั้นสามารถนำเอกสารที่ได้รับไปยื่นขอรับเงินกับบริษัทประกันได้ ทั้งยังพบแรงงานที่เดินทางไปยังสาธารณรัฐเกาหลีในช่วงนี้ บางส่วนมีอาการป่วยเป็นโรคกลัวที่แคบ (Claustrophobia) ประมาณ 1-2 คน ต่อเที่ยวบิน ซึ่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะประสบปัญหาในการกักกัน ดังนั้น แรงงานต้องทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมที่จะเข้ารับการกักกันหรือพกยาประจำตัวในกรณีที่มีโรคดังกล่าวไปด้วย หรืออาจพิจารณาเลื่อนกำหนดการเดินทางไปทำงาน

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งมุ่งเน้นประโยชน์และความปลอดภัยของแรงงานไทยเป็นสำคัญ  โดยมอบหมายกระทรวงแรงงาน ดูแลคนไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศให้ได้รับการปฏิบัติตามสิทธิที่พึงมี และได้ทราบข้อมูลข่าวมูลสารที่ถูกต้องเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานมีภารกิจในการส่งเสริม และกำกับดูแลให้แรงงานไทยเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งมี 5 วิธี คือ 1.กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง 2.บริษัทจัดหางานจัดส่ง 3.นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างของตนไปทำงานต่างประเทศ 4.นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงานในต่างประเทศ 5.คนหางานแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตัวเอง เพราะจะทำให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ได้ค่าจ้างที่เหมาะสม และยังได้รับการดูแลที่ดีตามสิทธิที่พึงมีด้วย

"ทั้งนี้ คนหางานที่ต้องการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 -10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694 หรือติดตามข่าวสารตำแหน่งงานต่างประเทศได้ที่เว็บไซต์ www.doe.go.th/overseas" อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว

บี้! 'บริษัทประกัน'ใช้ผลตรวจ  PCR เครมประกันโควิดได้ 

นายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) เปิดเผยว่า ฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ซื้อประกันโควิดและเกิดปัญหาในการยื่นเอกสารเพื่อใช้เคลมประกันเมื่อตรวจพบโควิด โดยปัญหาที่พบ คือ บริษัทประกันส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้เอาประกันนำส่งเอกสารใบรายงานหรือใบรับรองแพทย์ก่อนจึงจะสามารถเคลมประกันให้ได้ ทั้งที่ผู้เอาประกันมีรายงานผลตรวจเชื้อโควิดจากห้องปฏิบัติการแบบ PCR หรือ การตรวจหาเชื้อไวรัสโดยดูจากสารพันธุกรรม RNA ของไวรัส ซึ่งเป็นวิธีการตามมาตรฐานสากล 

ประกอบกับสถานการณ์โควิดที่มีการแพร่ระบาดมากจนทำให้การพบแพทย์และการเข้าถึงการรักษาในโรงพยาบาลเป็นไปได้ยาก ดังนั้น การที่ผู้เอาประกันจะต้องมีใบรายงานหรือใบรับรองแพทย์เพื่อให้เอกสารครบถ้วนตามข้อกำหนดของบริษัทประกันเพื่อยื่นเคลมประกันจึงไม่ใช่เรื่องที่จะดำเนินการได้โดยง่าย

จากข้อมูลกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้นิยามคำว่า “ผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อโควิด” ไว้ในแนวทางเฝ้าระวังและสอบสวนโรคติดเชื้อโควิด 2019 ฉบับวันที่ 23 มี.ค.2563 ว่า เป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส SARS - CoV - 2 โดยวิธี PCR ยืนยันจากห้องปฏิบัติการตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ประกาศ 1 แห่ง หรือ Sequencing หรือเพาะเชื้อ 

รวมถึงประกาศแนวทางการแยกกักผู้ป่วยโควิดในชุมชน ฉบับวันที่ 24 ก.ค.2564 จากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ใช้แนวทางเดียวกันด้วยนั้น จึงเห็นได้ว่าการเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดควรสามารถใช้ผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการโดยวิธี PCR ยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยโควิดตามนิยามของกรมควบคุมโรคและกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบรายงานหรือใบรับรองจากแพทย์อีกแต่อย่างใด 

ดังนั้น สอบ. จึงขอให้บริษัทประกันที่รับประกันภัยโควิดลดขั้นตอนในการยื่นเอกสารเพื่อเคลมประกันของผู้เอาประกันที่ติดเชื้อโควิด โดยสามารถให้ใช้ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการโดยวิธี PCR ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบรับรองแพทย์และเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางนิยามผู้ป่วยโควิดของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งจะเร่งติดตามการดำเนินการของบริษัทประกัน และหารือกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นการคุ้มครองและรักษาสิทธิผู้บริโภคต่อไป

สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564  เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก ณัฐ  อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 69 พรรษา (28 กรกฎาคม 2564 ) ณ ห้องพินิตประชานาถ ในศาลาว่าการกลาโหม เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และในการจัดกิจกรรมได้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ในห้วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วย กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" ร่วมกับส่วนราชการอื่น ๆ และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่โดยรอบบริเวณศาลาว่าการกลาโหม ซึ่งประกอบด้วย การพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์คลองคูเมืองเดิม เริ่มจากโรงแรมรัตนโกสินทร์ถึงปากคลองตลาด และคลองสาขา จำนวน 2 คลอง (คลองหลอดวัดราชบพิธ และคลองหลอดวัดราชนัดดา) โดยมีการขุดลอกคลองคูเมืองเดิมด้วยเรือผลักดันโคลนของ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม การทำความสะอาดและทาสีผนังคลองคูเมืองเดิม การเก็บขยะในคลองคูเมืองเดิม และการตัดแต่งกึ่งไม้ริมคลองคูเมืองเดิม คลองสาขา และสวนสราญรมย์

นอกจากนี้ยังได้จัดทำเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากกันกระเด็น (Face Shield) และแผ่นกั้นกันกระเด็นเพื่อนำไปมอบให้กับวัดและโรงเรียน โดยมี วิทยากรจิตอาสา 904 และกำลังพลจิตอาสาของหน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในพื้นที่ศาลาว่าการกลาโหม เข้าร่วมกิจกรรมฯ

การถวายเครื่องอัฐบริขาร มอบอุปกรณ์การเรียน เวชภัณฑ์ และเครื่องวัดอุณหภูมิ รวมทั้งการทำความสะอาด และการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้กับวัดและโรงเรียน จำนวน 10 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น วัด จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรมหาวิหาร 2.วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร 3.วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร 4.วัดราชนัดดารามวรวิหาร และ 5.วัดมหรรณพารามวรวิหาร โรงเรียน จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.โรงเรียนวัดราชบพิธ 2.โรงเรียนเบญจมราชาลัย 3.โรงเรียนวัดสุทัศน์ 4.โรงเรียนวัดราชนัดดา และ 5.โรงเรียนวัด มหรรณพาราม โดยมีกำลังพลของหน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในพื้นที่ศาลาว่าการกลาโหมเข้าร่วมกิจกรรมทำความสะอาด

​ทั้งนี้การจัดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตามที่รัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด

'ศ.ดร.กนก' ยกเคส สธ.ทวงงบ 6.8 พันล้าน สะท้อน การทำงาน สงป. ไม่ตอบโจทย์ภาวะวิกฤต ชี้ อนุมัติงบล่าช้าในยุคโรคระบาด เดินพันถึงชีวิต ปชช. แนะ ครม. ออกกติกายกเว้นระเบียบที่เป็นอุปสรรค หวัง ขรก.ยึด ปชช.เป็นที่ตั้ง พาชาติพ้นภัย

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาความล่าช้าในการเบิกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 6.8 พันล้านบาท จนมีการทำหนังสือทวงถามไปยังสำนักงบประมาณ และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะว่า เป็นเรื่องที่สะท้อนปัญหาระบบราชการและการปฏิบัติงานของข้าราชการที่รัฐบาลต้องนำมาทบทวน เพื่อปรับปรุงให้การอนุมัติงบประมาณในยามวิกฤต ให้สอดรับกับสถานการณ์ ไม่ใช่ยึดติดอยู่กับระเบียบราชการ จนลืมนึกถึงชีวิตประชาชน จากคำชี้แจงของผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ที่ระบุว่า “…เราไม่สามารถอนุมัติงบประมาณสำหรับการดูแลคนไข้ที่มากขึ้นได้ เพราะในระเบียบกำหนดว่าหมอหรือบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 1 คน ทำงานกี่ชั่วโมงต่อวัน ก็จะสามารถเบิกค่าใช้จ่ายหรือค่าล่วงเวลาให้ตามจำนวนเวลาที่ทำงานแต่ไม่สามารถเบิกได้เพิ่มขึ้นหากหมอต้องดูแลคนไข้มากขึ้น” ยิ่งสะท้อนว่า สำนักงบประมาณยึดระเบียบราชการเป็นสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ คำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือสำนักงบประมาณคิดถึงความปลอดภัยของประชาชนบ้างหรือไม่ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณยืนยันชัดเจนว่าสำนักงบประมาณถือความถูกต้องของกระบวนการปฏิบัติงานตามระเบียบราชการมาก่อนผลลัพธ์ที่จะเกิดกับประชาชน

ศ.ดร.กนก กล่าวด้วยว่า การตอบโต้ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงบประมาณในเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าความไว้วางใจระหว่างส่วนราชการมีน้อย กรณีนี้คือสำนักงบประมาณไม่เชื่อเรื่องความถูกต้องของการขอเบิกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข ถ้าเอกสารชี้แจงไม่ถูกต้องและครบถ้วนสำนักงบประมาณไม่สามารถที่จะอนุมัติการเบิกจ่ายนั้นได้ คำถามของประชาชนต่อเรื่องนี้คือ ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนไม่ได้อยู่ในความคิดวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาของสำนักงบประมาณเลยหรือ ระเบียบราชการและกฎเกณฑ์ของการบริหารราชการเป็นเรื่องจำเป็น และถ้าออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานการณ์ปกติทั่วไปที่เวลาหรือความรวดเร็วไม่ส่งผลต่อการแก้ปัญหา แต่ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ความเร็วของการแก้ปัญหาสำคัญมากเพราะภายในระยะเวลาเพียง 15 วัน ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตได้มาก คำถามคือสำนักงบประมาณคิดถึงเรื่องความเร่งด่วนของการอนุมัติงบประมาณแค่ไหน ถ้ากฎระเบียบปัจจุบันเป็นอุปสรรคทำให้สำนักงบประมาณทำงานได้ล่าช้า ไม่ทันสถานการณ์ ทำไมสำนักงบประมาณไม่หารือรัฐบาล เพื่อขอมติครม.ยกเว้นการใช้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคนั้น

“ตัวอย่างกฎระเบียบการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายหรือค่าล่วงเวลาของแพทย์กำหนดตามชั่วโมงการทำงานในสถานการณ์ปกติกฎระเบียบนี้ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ในสถานการณ์วิกฤติขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยมากมหาศาลความเร็วของการตรวจผู้ป่วยสร้างแรงกดดันต่อแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อย่างมาก สำนักงบประมาณไม่คิดที่จะปรับกฎระเบียบว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าล่วงเวลาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์วิกฤตนี้บ้างเลยหรือผมนำเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาอธิบาย เพื่อตั้งประเด็นเกี่ยวกับระบบราชการและการปฏิบัติราชการของข้าราชการที่ตามไม่ทันสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 เหมือนเช่นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครที่ทนไม่ไหวกับระเบียบราชการ จึงออกมาพูดว่า“ถ้าระเบียบทำให้ประชาชนต้องตายโปรดจงก้าวข้ามระเบียบนั้น ผมมั่นใจว่าสำนักงบประมาณมีคนเก่งจำนวนมากที่จะเสนอแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคและสร้างปัญหาความล่าช้าได้ในเวลาอันสั้น ผมเชื่อว่าถ้าข้าราชการประจำ มีใจอยู่กับประชาชนและยึดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนเป็นสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ ประเทศไทยไม่เพียงแต่จะผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปได้แต่ยังจะเจริญก้าวหน้าอีกมาก” ศ.ดร.กนก ล่าว

‘ราเมศ’ เผย เปิด เพิ่ม 3 ช่องทาง ร้องทุกข์ถึง ‘นายชวน หลีกภัย’ ประธานรัฐสภา

นายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา ได้กล่าวถึงการร้องทุกข์ต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ได้มีการเปิดเพิ่มอีก 3 ช่องทางว่า

ที่ผ่านมามีการร้องทุกข์ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของนายชวน ที่ได้กล่าวไว้นับแต่วันเข้ารับตำแหน่ง คือต้องการให้รัฐสภาฝ่ายนิติบัญญัติเป็นศูนย์กลางในการรับฟังปัญหาประชาชน ที่ได้มาเสนอต่อสภา เพื่อส่งต่อไปยังฝ่ายบริหาร และฝ่ายบริหารก็ใช้สภา ส่งผ่านไปยังประชาชนได้ ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่แค่ออกกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว แต่มีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร เพราะฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นผู้เลือกฝ่ายบริหาร และเป็นศูนย์กลางรับฟังปัญหาของประชาชน ซึ่งปัญหาชาวบ้านจะต้องได้รับการแก้ไข ส่งต่อ ประสาน ติดตาม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐดำเนินการแก้ปัญหาให้กับประชาชนต่อไป
และในปัจจุบันต้องยอมรับว่า ช่องทางในการสื่อสาร การรับฟังเสียงของประชาชนไม่ใช่มีเพียงช่องทางที่เป็นการส่งเอกสารเป็นหนังสือมายังประธานรัฐสภา แต่ประชาชนจำนวนมากใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย  เป็นจำนวนมากในการสื่อสาร เพื่อความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสาร เรื่องการเดินทาง 
นายราเมศ กล่าวต่อว่า จึงเป็นที่มาให้มีการเปิดเพิ่มช่องทางโซเชียลมีเดีย  เพื่อมารองรับในการร้องทุกข์ของประชาชน โดยเพิ่มอีก 3 ช่องทาง

1. ทางเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ชื่อว่า “ร้องทุกข์ ถึง ประธานรัฐสภา” https://www.facebook.com/ร้องทุกข์-ถึง-ประธานรัฐสภา-708223946639537/  

2.ทาง LINE Official Account ชื่อว่า “ร้องทุกข์ – ปธ รัฐสภา” https://lin.ee/1p41ny1 

3.ทาง ทวิตเตอร์ ชื่อว่า “ร้องทุกข์ ถึง ประธานรัฐสภา”   @chuanforpeople 

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ก็จะเป็นอีกช่องทางที่จะได้อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน โดยนายราเมศกล่าวตอนท้ายว่า ตนจะเป็นผู้ดูแลรับเรื่องราวร้องทุกข์ด้วยตนเอง ยินดีรับเรื่องราวร้องทุกข์ โดยให้เขียนข้อความ 
-ถึง ประธานรัฐสภา
-เล่าเรื่องราวที่ต้องการร้องทุกข์
-ระบุที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ เพื่อติดต่อกลับ
ย้ำว่าทุกเรื่องราว จะถึงมือ ประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ทุกเรื่อง

3 เหล่าทัพ ยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2564

ที่สนามหลวง กองทัพบก โดย กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 64

ด้านกองทัพเรือยิงสลุตหลวง ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 ที่ 1  รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ทำการ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564

ขณะที่กองทัพอากาศ ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ยิงสลุดหลวงโดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด พร้อมกับกองทัพบก และกองทัพเรือ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา 28 กรกฎาคม 2564

“แฉ”คนหัวหมอ ทุจริตจองคิวรับวัคซีน ที่สถานีกลางบางซื่อ แฮ็กระบบเครือข่ายมือถือนำโควต้าวัคซีนขายสิทธิ จ่ายค่าหัว500 – 1,000 บาท“วอน” ปชช.ชี้เบาะแส อย่าปกปิด พร้อมฉีดวัคซีนให้ จี้ ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อเร่งจัดระเบียบผู้รับวัคซีนลดความแออัดตาม

น.ส.ไตรศลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมได้มีข้อสั่งการให้เสริมการจัดระเบียบการให้บริการ เพิ่มมาตรการเว้นระยะห่าง ลดความแออัด สำหรับประชาชนที่เข้ารับวัคซีน ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ  วันนี้กระทรวงคมนาคม ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่เพื่อลดความแออัดลงแล้ว โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม  ระบุว่า  ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2564 เป็นต้นไปสถานการณ์ความแออัดของผู้เข้ารับวัคซีนจะดีขึ้น เนื่องจากจะเริ่มใช้ระบบนัดหมาย โดยผู้ที่จะเดินทางมารับวัคซีนจะมีวัน เวลานัดที่ชัดเจน มีการย้ำเรื่องการไม่มาก่อนเวลาเพื่อลดการรวมตัวของประชาชน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าล่าสุด พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ได้รายงานให้ทราบว่าได้เกิดกรณีการทุจริตการจองคิวเพื่อขอเข้ารับวัคซีน โดยมีการแฮ็กระบบของบริษัทเครือข่ายมือถือแห่งหนึ่ง เพื่อนำโควต้าวัคซีนไปขายสิทธิต่อ โดยมีการจ่ายค่าหัวรายละ 500 – 1,000 บาท แต่เนื่องจากบริษัทมีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวด จึงสามารถตรวจสอบพบความผิดปกติ  ขณะนี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้วเรียบร้อย หากสอบสวนแล้วพบว่าทำผิดจริงจะต้อง โทษจำคุก 3-10 ปี และขณะนี้กำลังสอบเพิ่มเติมว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมรู้เห็นหรือไม่ หากมีจะต้องรับโทษตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาด้วย 

“สำหรับประชาชนผู้ที่ซื้อสิทธิมารับวัคซีน กรณีที่ให้ความร่วมมือในการข้อมูลและหลักฐานการโอนเงินการติดต่อกับ ตัวกลาง หรือผู้กระทำทางการจะกันเป็นพยาน จะฉีดให้ แต่หากไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่ฉีดวัคซีนให้และถือว่าเป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน”น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายศักดิ์สยามได้ขอให้ประชาชนทุกคนลงทะเบียนตามระบบ อย่าหลงเชื่อผู้ที่นำสิทธิต่างๆ มาเสนอขายให้เพราะบริษัทเครือข่ายมือถือที่เข้ามาร่วมให้บริการลงทะเบียนมีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวด เมื่อถูกตรวจสอบได้ท่านจะต้องถูกตัดสิทธิเพื่อไปเข้าระบบที่ถูกต้องใหม่อีกครั้ง จะทำให้เสียทั้งเงิน เสียเวลาและอาจตกเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย แต่หากเข้าตามระบบทุกคนจะได้รับวัคซีนตามการจัดกลุ่มลำดับความเสี่ยงอย่างแน่นอนเพราะรัฐบาลมีนโยบายรัฐบาลจัดหาวัคซีนให้ประชาชนทุกคน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top