Monday, 22 June 2026
TheStatesTimes

‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ ท้า ‘บิ๊กตู่’ กล้า ๆ หน่อย สั่งการใช้ค่ายทหารเป็นรพ.สนาม ช่วยผู้ป่วยโควิดล้น เหน็บสั่งทุกกระทรวงระดมแก้ปัญหาได้แต่ลืมกลาโหม

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาระบุว่า “ค่ายทหารมีไว้ทำไม” ผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง โทรมาหาแลกเปลี่ยนความคิดว่า ในภาวะที่โรงพยาบาลขาดเตียง คนป่วยล้น คนติดใหม่เป็นหมื่น คนตายรายวันเป็นร้อย โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามเท่าที่มีอยู่ในภาวะล้นเกินกว่าที่จะรองรับได้อีกแล้ว ทำไมไม่เอาพื้นที่ในค่ายทหาร ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วประเทศมาสนับสนุนเป็นโรงพยาบาลสนาม

เลยลองค้นดูว่า ประเทศไทยมีค่ายทหารและหน่วยงานของทหารมิใช่น้อย ดังนี้

ทัพภาค 1 มี 26 ค่ายทหาร

ทัพภาค 2 มี 16 ค่ายทหาร

ทัพภาค 3 มี 23 ค่ายทหาร

ทัพภาค 4 มี 12 ค่ายทหาร

ทั้งนี้ ยังไม่รวม กทม. ที่ยังเป็นที่ตั้ง พล. 1 รอ. พล. ม. 2 รอ. และเหล่าสนับสนุนการรบ เหล่าช่วยรบ และยังมีสนามกอล์ฟของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ที่กระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

“วันนี้ยังไม่เห็นการพยายามใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่อมาช่วยแก้ปัญหา ผู้ใหญ่ใจดี ท่านเลยตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลควรให้ประเด็นนี้เป็นอีกทางเลือกหรือไม่ ผมเลยตั้งข้อสังเกตตามไปว่าอาจเป็นวันนี้ นายกรัฐมนตรีอาจยังไม่มีโอกาสคุยกับรมว. กลาโหม เมื่อวาน (20 กรกฎาคม) ในที่ประชุม ครม. ท่านสั่งทุกกระทรวงให้ระดมทรัพยากรมาแก้ปัญหาโควิด สั่งรัฐมนตรีทุกกระทรวง แต่ลืมสั่ง รมว.กลาโหม” นายสมชัย ระบุ

นายสมชัย ระบุทิ้งท้ายว่า "กล้า ๆ หน่อย คุณประยุทธ์"


ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_2840196

https://www.facebook.com/185853798130698/posts/4016186958430677/?d=n


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ในพิธีปฐมนิเทศน์นิสิตใหม่จุฬา ทุกคณะ รุ่น 105 'เพนกวิน' ชี้ นักศึกษาคือคนส่วนมากและสำคัญที่สุด

จากพิธีปฐมนิเทศน์นิสิตใหม่จุฬา ทุกคณะ รุ่น 105 ทางออนไลน์ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.64 ที่ผ่านมานั้น ได้มีการเชิญผู้ต้องหาในคดี ม.112 ทั้งปวิน, เพนกวิน, รุ้ง ร่วมพิธีโดยการอัดคลิปมาเผยแพร่ ที่น่าสนใจคือคำพูดของนายเพนกวิน มีอยู่ตอนหนึ่งพูดว่า

ทริกดี ๆ ของการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยคือการแจก 'ค_ย' ให้ผู้บริหาร เจ้าของมหาวิทยาลัยทุก ๆ คนที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นกันทุกมหาวิทยาลัย นิสิตนักศึกษาคือประชากรส่วนมาก ดังนั้นเสียงของนิสิตนักศึกษามันต้องดังที่สุด สำคัญที่สุด

ฉะนั้น เราต้องส่งเสียงของเราให้ดัง ๆ แรง ๆ เพื่อให้เขารู้ว่าเรามีตัวตนนะ เราจ่ายเงินให้คุณไปบริหารมหาวิทยาลัย เพราะมีเราเข้าเรียนมันจึงยังมีมหาวิทยาลัยอยู่ ดังนั้น ผู้บริหารจะต้องฟังเสียงนักศึกษา

นักศึกษาเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัย ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ เราจึงต้องตรวจสอบผู้บริหาร นายกรัฐมนตรี หรือคนที่สูงกว่านายกรัฐมนตรี ที่ใช้เงินของเราทำอะไรสักอย่าง ใช้อำนาจเหนือเรา


ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/110502

https://www.facebook.com/watch/?v=506587460425983


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“ธนกร” ซัด “สุดารัตน์” ดิสเครดิตรัฐบาล สร้างความสับสน จี้ ให้เลิกเอาชีวิต ปชช.มาเป็นเกมส์การเมือง

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ที่ระบุ เพราะ sunshine law หรือเปล่า ทำให้รัฐบาลไม่ยอมสั่งวัคซีน mRNA ที่สามารถปกป้องชีวิตคนไทยได้ ว่า หลายครั้งที่ตนรู้สึกผิดหวังกับพฤติกรรมของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่มักจะอาศัยจังหวะโจมตีรัฐบาลเพื่อหวังผลทางการเมืองต่อการตั้งพรรคใหม่เพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจความทุกข์ร้อนของประขาชน เป็นการใส่ร้ายรัฐบาลแบบไร้เหตุผลรองรับ เหมือนจินตนาการไร้ขอบเขต วันนี้รัฐบาลสั่งวัคซีน mRNA มาแล้ว มีการเซ็นสัญญากับไฟเซอร์ 20 ล้านโดส จะเข้ามาไตรมาส 4 ของปี 64 รวมไปถึงการสั่งโมเดอร์น่าด้วย คุณหญิงสุดารัตน์พยายามโยงเสมือนกับรัฐบาลไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในการจัดหาวัคซีน หากคุณหญิงสุดารัตน์จะกล่าวหาใครก็ควรมีหลักฐาน ไม่ใช่พูดขึ้นมาลอยๆ เพื่อให้รัฐบาลเสียหาย ตนขอบอกคุณหญิงสุดารัตน์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไม่ยอมให้ใครมาหาผลประโยชน์จากเรื่องนี้เด็ดขาด ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอรัปชั่นจนมีรัฐมนตรีต้องติดคุก

นายธนกร กล่าวว่า ส่วนการที่คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวหารัฐบาลว่ามีสัดส่วนการซื้อวัคซีนจากประเทศในกลุ่มที่มี sunshine law น้อย หรือแทบไม่มีนั้นก็ไม่เป็นความจริง อย่าพยายามดิสเครดิตรัฐบาล ไม่มีใครเอาชีวิตของประชาชนมาเป็นเกมส์การเมืองแบบคุณหญิงสุดารัตน์ ประชาชนทราบดีว่าพรรคไทยสร้างไทยเป็นแค่พรรคสาขาของคนแดนไกลใช่หรือไม่ วันนี้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ปัญหาโควิด ไม่ว่าจะเป็นการเร่งจัดหาวัคซีน การรักษาผู้ที่ติดเชื้อ การเยียวยา ฯลฯ แต่ฝ่ายค้านทำเสมือนไม่ต้องการให้รัฐบาลทำงานสำเร็จ ออกมาโจมตีรัฐบาลทุกเรื่อง ขนาดสนับสนุนม็อบให้ชุมนุมประท้วงโดยไม่กลัวจะแพร่โควิด-19 ด้วยซ้ำไป อยากให้เห็นใจบุคลากรทางการแพทย์บ้าง ทุกคนทำงานหนักมาก พล.อ.ประยุทธ์ทำเต็มที่ ไม่มีท้อ แม้จะถูกตำหนิ ด่าทอ นายกฯก็ไม่เคยท้อ จะทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะโควิด-19ให้ได้ เพื่อพี่น้องคนไทยทุกคน

 

ครม. ให้ ทส. ประชุมออนไลน์ ร่วมอาเซียนด้านสารเคมีและของเสีย 26-30 กค.นี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนด้านสารเคมีและของเสีย สำหรับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 15 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 10 และการประชุมรัฐภาคี อนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ สมัยที่ 10 ปี พ.ศ.2564 

ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ  ซึ่งจะมีการรับรองร่างแถลงการณ์ร่วมฯ เพื่อส่งมอบให้สำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาทั้งสามฉบับ ก่อนการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาทั้งสามฉบับ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 - 30 ก.ค.64 ในรูปแบบออนไลน์ โดยร่างแถลงการณ์ร่วมฯ ฉบับนี้ เป็นการแสดงจุดยืนร่วมกันของประเทศสมาชิกอาเซียนเกี่ยวกับการจัดการสารเคมีและของเสียที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯ อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ และอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1.ป้องกันการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายและสารเคมีข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย และให้สัตยาบันเร่งด่วนสำหรับข้อแก้ไขอนุสัญญาบาเซลฯ ในการห้ามการส่งออก (Basel Ban Amendment) เพื่อการกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายสารเคมีและของเสีย

2.เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการบรรจุรายชื่อสารเคมีอันตรายของอนุสัญญาต่างๆ

3.จัดการสารเคมีอันตรายและของเสียตลอดวงจรชีวิต ลดการเกิดของเสีย ตามหลักการ 3Rs และหลักการว่าด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตามกรอบกฎหมายของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน

4.วิจัยและพัฒนาทางเลือกในการใช้สารเคมีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนยกระดับกรอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการจำกัดสารเคมี

5.ดำเนินการร่วมกับภาคีอื่นและองค์กรพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อสร้างขีดความสามารถ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และแบ่งปันข้อมูลเพื่อจัดการของเสียอันตรายและสารเคมี รวมทั้งการลักลอบขนส่งอย่างผิดกฎหมายในภูมิภาค

คกก.สรรหาเลขาธิการป.ป.ช. เปิด 3 รายชื่อผู้สมัคร "ประหยัด-นิวัติไชย-อุทิศ"

รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) แจ้งว่า นายนนทิกร กาญจนะจิตรา ประธานคณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการสรรหาฯ เปิดเผยรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการสรรหา จำนวน 3 ราย ดังนี้ นายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งนี้ หากปรากฎภายหลังว่า ผู้สมัครเข้ารับการสรรหารายใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามกฎหมาย ระเบียบ และประกาศรับสมัคร หรือผู้สมัครเข้ารับการสรรหารายใดแสดงคุณสมบัติอย่างใดเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบจะถือว่าผู้สมัครรายนั้นเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการสรรหาจะตรวจสอบบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ประวัติ ความประพฤติตามกฎหมาย ระเบียบ และประกาศรับสมัคร ก่อนที่จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสรรหาพร้อมกัน ทั้งกำหนด วัน เวลา และสถานที่เข้ารับการสรรหาทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ป.ช.ต่อไป

“บิ๊กตู่”เข้าทำเนียบรัฐบาล หารือมาตรการช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาช่วงสถานการณ์โควิด 19 “จับตา” ช่วงบ่ายเตรียมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ประชุมร่วมภาคเอกชน 40 บริษัท  ร่วมแก้ปัญหาโควิด 19   

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เข้าปฎิบัติหน้าที่ ที่ทำเนียบรัฐบาลอีก 1 วัน เนื่องจากมีภารกิจสำคัญช่วงเช้า อีกทั้งต้องประชุมหารือเรื่องมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงสถานการณ์โควิด - 19  ภายหลังสัปดาห์ที่ผ่านมา ครม. ให้กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการไปกำหนดแนวทางการลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น พิจารณาให้ส่วนลดเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เป็นกรณีพิเศษ โดยให้คลอบคลุมทั้งสถานศึกษารัฐและเอกชน  

ทั้งนี้ มีรายงานว่าที่ประชุม ยังจะหารือถึงรูปแบบว่าจะช่วยค่าใช้จ่ายเป็นการ จ่ายตรงให้ผู้ปกครอง โดยใช้ฐานข้อมูลเรียนฟรี 15 ปี  และจะยกเว้นค่าใช้จ่ายในทุกกลุ่ม หรือมีการยกเว้นกลุ่มใดบ้าง เป็นต้น  รวมถึงจะหารือถึงข้อเสนอโครงการในลักษณะที่กำหนดให้รัฐร่วมสมทบภาระส่วนลดให้แก่สถานศึกษาบางส่วน  รวมถึงรับฟังรายงานสรุปในกรณีที่สถานศึกษาภาคเอกชนประสบปัญหาทางการเงิน  ข้อมูลปัญหาและความต้องการต่างๆเพื่อให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ในการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาทางการเงินให้แก่สถานศึกษาภาคเอกชนที่มีความเหมาะสมต่อไป

ส่วนในช่วงบ่ายเวลา 14.00 น. คณะผู้บริหารบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบสิ่งของและเงินบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19 ) ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล และ เวลา 14.20 น. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ 40 ซีอีโอ เรื่องการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า

เดือดร้อนหนักมาก! 'ครูเป็ด มนต์ชีพ'​ ขอ 'บิ๊กตู่'​ รีบสั่ง กยศ. พักชำระหนี้-เบี้ยปรับ 6 เดือน ย้ำ สถานการณ์วิกฤตต้องช่วยกัน อย่าซ้ำเติมประชาชนทั้งน้ำตา

นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร กรรมการบริหารพรรคกล้า ฝ่ายการศึกษา เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเยียวยามาตรการเพิ่มเติม ให้กับลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพราะลูกหนี้กองทุนนี้ก็มีสภาพไม่ต่างจากคนกลุ่มอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 เช่นเดียวกัน จึงขอเรียกร้องให้พักการชำระหนี้ ลดและพักเบี้ยปรับไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

“บางคนโดนดึงเงินในบัญชีทั้งที่ตกงานเพราะโควิด-19 บางคนจะไปคลอดลูกก็ไม่มีเงินไปคลอดลูก ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาอีกทอด เกิดภาระหนี้ไม่รู้จักจบสิ้น เกิดปัญหาต่อกันเป็นลูกโซ่ โดยที่หน่วยงานของรัฐยังคงตั้งหน้าตั้งตาทวงหนี้ต่อไป ไม่ได้สนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แบบนี้เหมือนกับการซ้ำเติมประชาชนทั้งน้ำตา” นายมนต์ชีพ กล่าว


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

พังงา - เดือดร้อนหนัก รถส่งสินค้าเข้าภูเก็ตไม่ฉีดวัคซีน และฉีดวัคซีนแต่ไม่มีผลตรวจโควิดห้ามเข้าเด็ดขาด !! นักธุรกิจระหว่าง 2 จังหวัด วอนขอมาตรการผ่อนปรน

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 หลังจากจังหวัดภูเก็ตได้ออกประกาศฉบับที่ 4021/2564 เรื่อง กำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับคนไทยจากต่างจังหวัดหรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ลงวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2564 เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม-2สิงหาคม 2564 ให้ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน 13 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดจำนวน 53 จังหวัดและพื้นที่ควบคุมจำนวน 10 จังหวัดรวมทั้งสิ้น 76 จังหวัด เดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค Covid 19 ชนิดชิโนแวค, ชิโนฟาร์ม ครบ 2 เข็มหรือได้รับวัคซีนชนิด Astrazeneca ,ไฟเซอร์,  Moderna , Johnson & Johnson จำนวน 1 เข็มมาแล้วไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือเป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรค Covid-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วันและต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ Covid-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen test  ไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับการตรวจ ยกเว้นเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีจนถึงผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีนและเดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ให้มีการตรวจหาเชื้อ Covid-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen test ไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับการตรวจ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ด่านตรวจท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พบว่ามีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์มาตรการการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตเป็นระยะตั้งแต่ฝั่งจังหวัดพังงาก่อนขึ้นสะพานท้าวเทพกษัตรีย์ ขณะที่จุดตรวจมีเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้ตรวจเข้มรถทุกคันที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตตามมาตรการที่บังคับใช้ในวันนี้ ซึ่งพบว่ามีรถจำนวนมากที่ไม่ผ่านการตรวจต้องเลี้ยวกลับทันที โดยเฉพาะมีรถขนส่งสินค้าจำนวนมากที่ต้องเลี้ยวกลับรถมาจอดรอขนถ่ายสินค้าเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตเนื่องจากตัวคนขับบางคนไม่ได้รับการฉีดวัคซีนที มีแต่ผลตรวจ Antigen test มาโชว์ ซึ่งประกาศฉบับล่าสุดไม่อนุญาตให้เข้าได้ บางคนฉีดวัคซีนแล้ว แต่ไม่มีผลตรวจโควิด-19 มาแสดง และบางคนฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังไม่ครบระยะเวลาตามกำหนด แม้จะมีใบตรวจโควิด-19 เจ้าหน้าที่ก็ไม่อนุญาตให้เข้าได้ต้องกลับรถมาจอดและให้ติดต่อรถในจังหวัดภูเก็ตมาขนถ่ายสินค้าไปต่อ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก รถขนส่งสินค้าทั้งคันเล็กคันใหญ่ต่างจอดรอขนถ่ายสินค้าอยู่ตามริมข้างทาง

นายวีระ แสงจำนงค์ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตนเองรับจ้างขับรถบรรทุกไก่สดมาจากสุราษฎร์ธานีเพื่อส่งให้กับร้านไก่ย่าง5ดาวในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาจะตรวจ Antigen test ทุก 7 วัน เพื่อเข้าส่งสินค้าในจังหวัดภูเก็ต แต่มาวันนี้ ไม่สามารถเข้าได้เพราะไม่ได้ฉีดวัคซีนสักที ซึ่งตนเองก็อยากฉีดวัคซีนเหมือนกันแต่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่ได้มีวัคซีนมากเหมือนจังหวัดภูเก็ตตนจึงยังได้คิวฉีด จึงอยากให้มีมาตรการผ่อนปรนให้กับการขนส่งสินค้าเหมือนเดิม ขณะที่คนขับรถขนส่งบะหมี่แฟรนไชส์ชื่อดัง ขับรถขนส่งวัตถุดิบจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาส่งให้ลูกค้าในจังหวัดภูเก็ต ก็เกิดปัญหาด้วยเช่นเดียวกัน ตนเองมีเพียงผลตรวจโควิด-19ก็ไม่สามารถเข้าได้ จึงพยายามแก้ปัญหาด้วยการประสานให้ลูกค้ามารับสินค้าที่ด่านท่าฉัตรไชย

ด้านคุณรุ่งนภา ศักดิ์ศรีสุวรรณ ภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจระหว่างจังหวัดพังงาและภูเก็ต เปิดเผยว่า บริษัทมีสาขาอยู่ในจังหวัดพังงาและภูเก็ต มีคลังสินค้าอยู่ในพื้นที่จังหวัดพังงา มีพนักงานที่ต้องเดินทางข้ามไป-มาระหว่าง 2 จังหวัดทุกวัน วันละ12 คน ซึ่งที่ผ่านมาก็ให้ความร่วมมือทุกอย่างตามประกาศของจังหวัดภูเก็ตในการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งตอนนี้พนักงานทุกคนก็รับวัคซีนครบโดสแล้ว แต่กลับต้องมาเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจโควิด-19 ทุก 7 วัน ตามประกาศฉบับนี้อีก ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทก็ได้ประคับประคองธุรกิจให้เดินต่อไปได้ เลี้ยงพนักงานได้ จึงอยากขอวิงวอนให้ทางจังหวัดภูเก็ตมีมาตรการอะไรที่ช่วยผ่อนปรนให้กับผู้ทำธุรกิจระหว่าง 2 จังหวัด


ภาพ/ข่าว  อโนทัย งานดี / พังงา

“โฆษกศบศ.”เผย”นายกฯ”ถกศบศ.หารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน 22ก.ค.นี้  ยัน เยียวยานายจ้าง-ผู้ประกันตน ม.33,39,40 คาดต้น ส.ค.เงินเข้าบัญชี

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.)กล่าวว่า ในวันที่22ก.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.)ครั้งที่3/2564 หารือสถานการณ์เศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน รวมไปถึงมาตรการเยียวยาต่างๆ

สำหรับความคืบหน้ามาตรการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาเร่งด่วนผู้ประกอบการนายจ้าง ลูกจ้าง แรงงานกลุ่มอาชีพอิสระ และพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย  9สาขากิจการ ในพื้นที่ 10 จังหวัด ที่ครม.อนุมัติวงเงินโครงการเยียวยา ม.33 เพิ่มอีก10,985.316 ล้านบาท รวมเป็น 13,504 .696 ล้านบาท ทางสำนักงานประกันสังคมได้เปิดให้ผู้ประกอบการรายใหม่และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 40 ตามลำดับ ภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เพื่อได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ และความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ประกันสังคม สำหรับผู้ประกอบการในระบบ  161,839 ราย ลูกจ้างมาตรา 33 สัญชาติไทย จำนวน 2,871,592 ราย ที่เข้าสู่ระบบแล้ว ส่วนอีก 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และอยุธยานั้น จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามลำดับต่อไป 

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาลูกจ้าง นายจ้าง และผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33, 39 และ 40 เมื่อสำนักงานประกันสังคมได้รับจัดสรรเงินงบประมาณจากรัฐบาล และตรวจสอบข้อมูลถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชน ส่วนนายจ้างมาตรา 33 ที่เป็นนิติบุคคลที่เคยผูกบัญชีกับธนาคารเอาไว้แล้ว จะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ตั้งแต่แรก โดยรายละเอียดการจ่ายเงินให้กับลูกจ้างตามมาตรา 33 กระทรวงแรงงานจะจ่ายเงินกองทุนประกันสังคมเป็นเงินเยียวยา 50% ของเงินเดือน สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท โอนเข้าบัญชีให้กับลูกจ้างที่กรอกมาในระบบ E-Service  และรัฐบาลจะสมทบเพิ่มเติมอีก 2,500 บาท ผ่านพร้อมเพย์  ส่วนนายจ้างตามมาตรา 33 รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาให้นายจ้าง 3,000 บาท ต่อจำนวนลูกจ้างไม่เกิน 200 คน ผ่านพร้อมเพย์  และผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 จะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล 5,000 บาท โอนเงินผ่านพร้อมเพย์เช่นเดียวกัน คาดว่าจะโอนเงินช่วยเหลือรอบแรกได้ภายในต้นเดือนส.ค.นี้  

นายธนกร กล่าวว่า ผู้ที่มีอาชีพอิสระ ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีแต่ไม่เกิน 65 ปี ที่ยังไม่เคยเข้าระบบประกันสังคม สามารถลงทะเบียนมาตรา 40 เพื่อรับการช่วยเหลือและความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียวสมัครผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-11) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) บิ๊กซี (Big C)หรือสมัครด้วยตนเองที่ www.sso.go.th โดยสามารถเลือกการจ่ายเงินสมทบเพื่อได้รับความคุ้มครองที่ต่างกันใน 3 ทางเลือก คือ จ่าย 70 บาท จ่าย 100 บาท และจ่าย 300 บาท ต่อเดือน ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองทันทีเมื่อชำระเงินงวดแรก 

บึงกาฬ - ผู้ว่าเปิด รพ.สนามแห่งที่ 2 เหตุผู้ป่วยล้นเตียง การระบาดโควิด-19 ทำให้เลื่อนสอบครูผู้ช่วยแบบไม่มีกำหนด

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 20 ก.ค.ที่หอประชุมจังหวัดบึงกาฬ ภายในศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ นายสนิท ขาวสอาด ผวจ.บึงกาฬ นายนฤชา โฆษาศรีวิไลช์ รอง ผวจ. นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์ สสจ.บึงกาฬ นพ.กมล แซ่ปึง ผอ.รพ.บึงกาฬ ร่วมกันเปิดโรงพยาบาลสนามจังหวัดบึงกาฬ แห่งที่ 2 ภายหลังในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ มีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น เพื่อให้มีพื้นที่รองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง หรือมีอาการเล็กน้อย หลังได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลให้อาการดีขึ้น เพื่อรอกลับบ้าน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนร่วมกันบริจาคเงินจัดซื้ออุปกรณ์จัดตั้ง รพ.สนาม ในครั้งนี้ร่วมเป็นสักขีพยาน

นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามจังหวัดบึงกาฬ แห่งที่ 2 ในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ ในครั้งนี้เพื่อรองรับสถานการณ์การติดเชื้อโรคโควิด-19 โดยภาพรวมทั้งประเทศและจังหวัดบึงกาฬมีแนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 สูงขึ้น ซึ่งจังหวัดบึงกาฬ มีผู้ป่วยสะสม 189 ราย รักษาหาย 65 ราย เสียชีวิต 1ราย กำลังรักษา 123 ราย ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 11 ราย มีผู้ป่วยติดเชื้อขอกลับมารักษา 142 ราย ซึ่งโรงพยาบาลในจังหวัดบึงกาฬ มีเตียงรองรับผู้ป่วย 262 เตียง และมีแนวโน้มที่เตียงรับผู้ป่วยจะไม่เพียงพอ แม้ว่าโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดบึงกาฬจะขยายเตียงเพื่อรองรับแล้วก็ตาม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดำเนินการ โดยโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 นี้ จะรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้เบื้องต้นจำนวน 100 เตียง และหากมีแนวโน้นผู้ป่วยสูงเพิ่มขึ้น ก็จะขยายโรงพยาบาลสนามแห่งนี้เพิ่มขึ้นได้อีก

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามให้เป็นไปตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ทั้งด้านสุขอนามัย ความสะดวกสบาย มีทั้งอินเตอร์เน็ต ทีวี พัดลม และความปลอดภัยจากกล้องวงจรปิด เพื่อให้มีพื้นที่รับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง หรือมีอาการเล็กน้อย หลังได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลให้อาการดีขึ้น เพื่อรอกลับบ้าน จากนั้น ผวจ.ได้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบึงกาฬ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ตามแนวทาง ศบค. โดยที่ประชุมออกคำสั่งยกระดับมาตรการคุมโควิด-19 มีผล 20 กรกฎาคม 64 นี้  ร้านอาหาร ฯลฯ ให้เปิดดำเนินการตามมาตรการ แต่ห้ามดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน ขอให้งด หรือชะลอการเดินทางในช่วงเวลานี้โดยไม่มีเหตุจำเป็น เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด ต้องกักตัว โดยต้องรายงานตัวต่อผู้ใหญ่บ้าน อสม. หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ ต้องคัดกรองที่สถานีขนส่ง ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของคนจำนวนมากกว่า 150 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย บังคับใช้ 20 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ 042 492 046 ต่อ 114 (ในเวลาราชการ) หรือ 061 205 3743 (นอกเวลาราชการ)

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นเหตุให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ หรือ สพป.บึงกาฬ แจ้งในที่ประชุมเลื่อนการเปิดการสอนแบบเต็มรูป (On Site) ออกไปจนถึงวันที่ 30 ก.ค. โดยให้จัดรูปแบบการเรียนการสอนแบบ On Ai/On tine/On hand และ On Demand เพื่อความปลอดภัยของครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียนที่มารับส่งบุตรหลาน ส่วนการสอบบรรจุครูผู้ช่วยที่จะมีขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ ทางกระทรวงศึกษาก็ขอให้เลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทุเลาเบาบางลง


ภาพ/ข่าว  เกรียงไกร  พรมจันทร์ / บึงกาฬ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top