Monday, 22 June 2026
TheStatesTimes

กลุ่มสาวประเภทสองนางโชว์ คาบาเร่ต์ และอาชีพเกี่ยวข้อง รวมตัวลงชื่อทำจดหมายเปิดผนึกส่งถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องขอเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 หลังจากต้องตกงานนานเกือบ 2 ปี แต่กลับไร้การเหลียวแล

กลุ่มสาวประเภทสองนางโชว์ คาบาเร่ต์ และอาชีพเกี่ยวข้อง รวมตัวลงชื่อทำจดหมายเปิดผนึกส่งถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องขอเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 หลังจากต้องตกงานนานเกือบ 2 ปี แต่กลับไร้การเหลียวแล ทั้งที่เป็นหนึ่งในอาชีพที่สร้างสีสันและรายได้จากการท่องเที่ยวให้ประเทศ จี้ช่วยเหลือค่าครองชีพและจัดสรรวัคซีนคุณภาพดี

รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า กลุ่มตัวแทนสาวประเภทสองที่ประกอบอาชีพนางโชว์ หรือคาบาเร่ต์โชว์ ออแกไนซ์ และอาชีพอิสระกลางคืน ทั้งนักร้อง นักดนตรี นักแสดงและภาคธุรกิจบันเทิงต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐที่กระทบโดยตรงต่อการประกอบอาชีพ รวมตัวกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายให้กับนักแสดงโชว์และอาชีพบันเทิงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมลงชื่อผู้สนับสนุนจากทั่วประเทศ โดยมีนายศุภลักษณ์ บำรุงกิจ ผู้ชำนาญการประจำ กรรมาธิการแรงงาน ของพรรคก้าวไกล รับหนังสือเพื่อนำไปส่งมอบให้กับนายกรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มระบุว่า กลุ่มสาวประเภทสองที่ประกอบอาชีพนางโชว์ หรือคาบาเร่ต์โชว์ ออแกไนซ์ และอาชีพเกี่ยวข้อง ถือเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ต้องหยุดงาน และเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะได้พิจารณาให้กลับมาทำงาน แต่ด้วยสถานการณ์ที่คิดว่าจะต้องยืดยาวจนไม่สามารถหารายได้เลี้ยงชีพได้ไปอีกนาน แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแลหรือหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในเรื่องของมาตรการช่วยเหลือเยียวยาต่าง ๆ เลย ซึ่งผ่านมากว่า 1 ปี ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้จะพยายามปรับตัวสร้างงานหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวแต่ก็ได้รับผลกระทบซ้ำซ้อน

อีกทั้ง กลุ่มสาวประเภทสองต้องยอมรับว่าสังคมไทยยังไม่ได้เปิดกว้างให้มากนักในการประกอบอาชีพอื่น ๆ ที่ยังมีทัศนคติไม่ตรงกัน ทำให้หลายคนไม่สามารถหางานใหม่หรือปรับเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นได้เต็มที่ จนหลายคนเริ่มได้รับผลกระทบหนัก บางรายถึงกับป่วยด้วยโรคซึมเศร้า บางรายก็ถึงกับฆ่าตัวตายไปอย่างเงียบ ๆ โดยไร้คนเหลียวแล ตอนนี้ต่างก็ต้องช่วยเหลือพยุงกันให้มีชีวิตรอดอยู่ให้กำลังในกันและกัน

จากผลกระทบดังกล่าวได้มีการระดมความคิด และรวมตัวกันเพื่อที่อยากจะเรียกร้องให้ภาครัฐได้เหลียวแลอาชีพนางโชว์ และผู้ที่อยู่ในอาชีพกลางคืนได้รับความช่วยเหลือเยียวยา เบื้องต้นมีผู้ร่วมลงชื่อจากทั่วประเทศแล้ว 109 คน และได้ร่างหนังสือเปิดผนึกไปถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ว่าอาชีพนางโชว์ที่เคยสร้างชื่อเสียงสร้างรายได้ให้กับชาวไทย จนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้น กลับไม่ได้รับการเหลียวแลหรือเยียวยาจากผลกระทบต่าง ๆ ดังนี้

1.) นักแสดงไม่มีงานทำขาดรายได้ ขาดปัจจัยในการดำรงชีพ ทั้งที่ยังมีภาระในการเลี้ยงดูครอบครัว แม้จะได้พยายามขวนขวายหางานในสายอาชีพอื่นๆ ทำแล้ว แต่ด้วยประเด็นความแตกต่างในเรื่องเพศสภาพ วิถีทางเพศ หรืออัตลักษณ์ทางเพศ ทำให้การหางานอื่นเป็นไปด้วยความยากลำบาก ยากทั้งในแง่ของโอกาสในการเข้าถึงแหล่งงาน การสมัครงาน การเปิดกว้างยอมรับจากนายจ้างหรือผู้ประกอบการ และทัศนคติของคนในสังคมไทยที่ยังไม่ค่อยยอมรับผู้มีความหลากหลายทางเพศมากนัก

2.) นอกจากสถานที่สำหรับเปิดการแสดงคาบาเร่ต์โดยเฉพาะที่ถูกห้ามดำเนินงาน หรือต้องปิดกิจการไปบางส่วนแล้ว โดยคำสั่งของรัฐบาลยังส่งผลให้สถานประกอบการประเภทอื่น ๆ เช่น ผับ บาร์ โรงละครขนาดเล็ก หรือคณะละครที่อาจพอช่วยเหลือ สร้างงาน หรือเปิดการแสดงให้พวกเราได้บ้าง ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ไปด้วย จึงส่งผลให้นักแสดงกลางคืนไม่มีช่องทางในการหารายได้ใดใดได้เลย

3.) เมื่อนายจ้างปิดกิจการลง หรือจำเป็นต้องเลิกจ้าง แม้นักแสดงบางคนอาจพอหาอาชีพเสริม หรือเอาชีวิตรอดได้ แต่ด้วยสถานะที่ต้องกลายเป็นคนไม่มีงานประจำทำ จึงส่งผลให้ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ ได้อีกต่อไป ไม่สามารถกู้เงินมาลงทุนทำอาชีพของตัวเองได้ เพราะไม่มีหลักประกันการชำระหนี้ ในรายที่ยังมีหนี้สินก็ไม่ได้รับการลดหย่อนผ่อนผันการชำระหนี้จากสถานบันการเงินใดใดให้

4.) แม้ความเดือดร้อนของคนทำงานในกลุ่มอาชีพนี้จะไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าอาชีพอื่น หรืออาจจะมีปัญหามากกว่าด้วยเหตุแห่งความไม่เสมอภาคในทางเพศดังกล่าวถึงไปแล้วในข้อ 1 แต่รัฐบาลกลับไม่เคยมีมาตรการให้ความช่วยเหลือ ชดเชย หรือเยียวยาความเสียหายใดใดเลย ที่ผ่านมาไม่เคยมีหน่วยงานใดทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความช่วยเหลือพวกเราอย่างจริงจังคงมีเพียงสวัสดิการรัฐเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น

5.) มีนักแสดงกลางคืนจำนวนมาก ที่ไม่เข้าข่ายได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาใดใดในระบบประกันสังคม ตามมาตรา 33, 35, 39 รวมทั้งไม่เข้าข่ายที่จะยื่นประกันตนเองตามมาตรา 40 ทั้งจำนวนไม่น้อยไม่ได้อาศัยหรือทำงานอยู่ในเขตพื้นที่ที่จะได้รับการเยียวยาจากรัฐบาล ดังนั้น ที่ผ่านมากลุ่มนักแสดงเหล่านี้จึงไร้ซึ่งหนทางใดใดในการได้รับการเยียวยาความเสียหาย

6.) ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีช่วงเวลาที่ผู้ประกอบกิจการต้องปิดการแสดงไป และกลับมาเปิดการแสดงได้ใหม่สลับกัน ทั้งในช่วงที่มีการแสดง ก็ยังไม่มีนักท่องเที่ยวมาดูการแสดงด้วย แต่อาชีพนักแสดงกลางคืนกลับไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล ด้วยการจัดสรรวัคซีน (ไม่ว่าชนิดใด) มาฉีดให้แก่นักแสดงเพื่อป้องกันโควิด ทั้งต่อตัวนักแสดงเอง และต่อนักท่องเที่ยวเลย ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวที่กล้ามาเที่ยวชมลดจำนวนลงไปอีก แม้ในเวลาที่สามารถเปิดการแสดงได้แล้วก็ตาม

7.) นอกเหนือจากนี้ยังรวมถึงกลุ่มคนในสายอาชีพ บันเทิง, นักร้อง, นักดนตรี, กลางคืน, อีเว้นท์, พิธีกร, ออกาไนเซอร์, ฯลฯ ยังได้รับผลกระทบดังที่กล่าวมาข้างต้น และต้องการให้ภาครัฐบาลเยียวยารับผิดชอบด้วยเช่นกัน

จากสภาพปัญหาทั้งหมดตามที่กล่าวมา ไม่เพียงแต่ผลกระทบที่ทำให้ตกงาน ขาดรายได้และไม่มีปัจจัยในการดำรงชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุทำให้เหล่านักแสดงจำนวนไม่น้อยเริ่มล้มป่วยจากภาวะความตึงเครียด เป็นโรคซึมเศร้า จนถึงขั้น เสียชีวิตมาแล้ว และหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้อยู่ต่อไป ตัวเลขความสูญเสียเหล่านี้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้พวกเราในนามของนักแสดงคาบาเร่ต์ นางโชว์ นายโชว์ นักแสดงกลางคืน รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการแสดงเหล่านี้ จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา บรรเทาความเสียหายความทุกข์ยากต่าง ๆ ให้กลุ่มอาชีพนี้ด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นในรูปของเงินช่วยเหลือเยียวยา การสนับสนุนด้านการหางาน การหาอาชีพเสริม รวมทั้งการจัดสรรวัคซีน เพื่อให้พร้อมสำหรับการทำงานแสดงต่อไป เมื่อถึงเวลาที่สามารถเปิดการแสดงได้

โดยเหตุผลทั้งหมดนั้น เพื่อให้พวกเราได้มีสิทธิเทียบเท่ากับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ให้พวกเราได้มีพลังชีวิตพอที่จะร่วมฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ ไปพร้อม ๆ กันกับพวกท่าน ทั้งนี้ ตามหลักแห่งความเสมอภาคเท่าเทียมระหว่างเพศ ซึ่งหากท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไม่สามารถเยียวยาแก้ปัญหาเหล่านี้ให้กับประชาชนอาชีพดังกล่าวได้ โปรดพิจารณาความสามารถในการบริหารจัดการ และจงยุติการทำงานของพวกท่าน ทั้งเข้าสู่กระบวนการลาออกจากการดำรงตำแหน่งในฐานะผู้นำประเทศและผู้บริหารประเทศแล้วให้ผู้ที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการเข้ามาดำรงตำแหน่งรับผิดชอบดูแลประชาชนดังที่กล่าวข้างต้นต่อไป


ที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9640000070865


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก การกระทำและการแสดงออกของม็อบ 18 กรกฎา ต่อองค์พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Harirak Sutabutr แสดงความคิดเห็นกรณีม็อบ 18 กรกฎาคม 64 ที่ผ่านมา ว่า สำหรับผู้ที่เกิดและเติบโตมาในรัชสมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างผม การกระทำและการแสดงออกของม็อบ 18 กรกฎา ต่อองค์พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

นอกจากการกระทำในม็อบ ยังตามมาด้วยการโพสต์ภาพ และข้อความข่มขู่ คุกคามเป็นภาษาอังกฤษแบบงู ๆ ปลา ๆ ซึ่งแม้จะไม่ระบุว่าหมายถึงใคร แต่ทุกคนที่เห็นจะบอกได้โดยไม่ต้องคิดว่า ข้อความและรูปที่โพสต์ต้องการจะสื่ออะไร ถึงใคร

ทั้งชีวิตของเรา ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยเห็นใครเลยที่กล้าทำเช่นนี้กับองค์พระมหากษัตริย์ที่เราเคารพบูชา แบบนี้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้ เกิดจากการวางแผน และใช้เครื่องมือทุกชนิด ป้อนข้อมูลจริงบ้างเท็จบ้าง ส่วนใหญ่เป็นเท็จ และปล่อยข่าวลือในทางร้ายผ่านสื่อสมัยใหม่ต่าง ๆ เพื่อสร้างความเกลียดชังต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เกิดขึ้นในกลุ่มเป้าหมายที่เขากำหนด ซึ่งสำหรับคนที่ไม่มีความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่เด็ก จะหลงเชื่อในข้อมูล และข่าวเท็จเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ง่ายมาก

ปฏิบัติการเช่นนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่มีมาตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ แต่มาโหมหนักแบบไม่กลัวฟ้าดินตั้งแต่ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นต้นมา

ญาติผู้ใหญ่ของผมท่านหนึ่ง เคยถวายงานใกล้ชิดต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเมื่อได้ทรงทอดพระเนตรเห็นในสื่อสมัยใหม่ที่มีการโจมตีพระองค์ด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ พระองค์รับสั่งด้วยความเสียพระทัยกับญาติผู้ใหญ่ของผมท่านนั้นว่า

"เขาเกลียดฉันด้วยเรื่องอะไรหรือ"

ทั้งที่ผมไม่ได้เคยใกล้ชิดกับพระองค์ท่านเลย แต่เมื่อได้ฟัง ยังอดน้ำตาซึมไม่ได้

จำเป็นเร่งด่วนนักหรือ ที่ต้องล้มสถาบัน ล้มราชวงศ์จักรีลงให้ได้ ล้มแล้วสังคมจะดีขึ้นอย่างไร ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ หรือใครได้ประโยชน์ พวกเขาบอกนักบอกหนาว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ และเครือซีเมนต์ไทย เคยเป็นของประชาชน ลองตรองดูให้ดีว่า เป็นเช่นนั้นจริงหรือ ทั้ง 2 บริษัทเป็นบริษัทมหาชน ประชาชนที่เป็นผู้ถือหุ้นเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ เคยค้นหาข้อมูลหรือไม่ว่าใครคือผู้ก่อตั้ง และเป็นเจ้าของแต่เดิม แล้วรัฐบาลไหนที่ออกกฎหมายตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แต่ถึงแม้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อตามกฎหมายเดิม) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ บริษัททั้ง 2 ก็ไม่ได้เป็นของประชาชนอยู่ดี ยกเว้นประชาชนที่เป็นผู้ถือหุ้นเท่านั้น

การโจมตีการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เพื่อดำเนินโครงการตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าได้ผลจริง ประเทศไทยต้องไม่มีคนจนแล้ว เป็นการใช้ตรรกะที่ทื่อด้าน แต่น่าหดหู่ที่ยังมีคนหลงเชื่อไม่น้อย

โครงการตามพระราชดำริ เกิดจากการที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จออกเยี่ยมพสกนิกรของพระองค์ในที่ทุรกันดารทั่วประเทศ เมื่อทรงพบปัญหาความเดือดร้อนชองประชาชน พระองค์จึงทรงมีความคิดที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในที่นั้น ๆ การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือกันของหน่วยราชการต่างกรม ต่างกระทรวง ขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหา แต่ราชการไทยทำงานกันแบบแยกส่วน ตัวใครตัวมันมาแต่ไหนแต่ไร และไม่เคยมีรัฐบาลไหนแก้ปัญหานี้ได้ การปฏิรูประบบราชการที่ผ่านมาทุกครั้งมีแต่ทำให้มีหน่วยราชการเพิ่มขึ้น แทนที่จะลดลง แต่ด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 หน่วยราชการต่าง ๆ กลับทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น และเดินหน้าได้รวดเร็วกว่าปกติ เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยราชการ นานมากก่อนที่คำว่า บูรณาการจะเป็นที่รู้จักกันเสียอีก

ตัวอย่างที่ดีคือ โครงการหลวงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสนับสนุนให้ชาวเขาในภาคเหนือที่มีอาชีพปลูกฝิ่น หันมาปลูกพืชผัก และผลไม้เมืองหนาวแทน เงินทุนเริ่มแรกมาจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดตั้งเป็นมูลนิธิ และต่อมาได้รับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศบ้าง จากภาคเอกชนบ้าง เริ่มแรกก็ประสบปัญหามาก ขาดทุนมาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นของพระองค์ และความทุ่มเทของผู้ทำงาน ปัจจุบันต้องนับว่า โครงการหลวงประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งจนแทบไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน

นอกเหนือจากงบสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา พวกเรามีโอกาสบริโภคผลไม้เมืองหนาว พืช ผัก เมืองหนาว ที่ผลิตภายในประเทศเราเอง ที่สำคัญคือชาวเขาก็หันมาประกอบอาชีพที่ถูกกฎหมายและยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

ยังมีตัวอย่างของโครงการตามพระราชดำริอีกมากมายที่ทำให้ชาวไร่ ชาวนา และประชาชนในชนบทมีชีวิตที่ดีขึ้น และแน่นอนว่า โครงการที่มีปัญหาก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดา

ดังนั้น ผู้ที่เกิดไม่ทันยุคที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างที่ไม่ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ได้โปรดใช้วิจารณญานก่อนที่จะหลงเชื่อข้อมูลที่ไม่เป็นจริงที่นำเข้าสู่สื่อต่าง ๆ ด้วยจุดหมายทางการเมือง เพื่อจะได้ไม่เป็นเครื่องมือให้นักการเมือง หรือกลุ่มการเมืองบางกลุ่มโดยไม่รู้ตัว

ยิ่งกว่านั้น ความเป็นไปได้ของการที่ขบวนการนี้ เป็นขบวนการที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติ เพื่อผลประโยชน์ของชาติหรือ national interest ของเขา ไม่ใช่ของเรา เป็นความเป็นไปได้ที่ไม่อาจละเลยได้อย่างเด็ดขาด

ขอให้ระลึกถึงความเป็นไปได้ข้อนี้ให้จงหนัก


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4589719101038609&id=100000016923106


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ชลบุรี - นาวิกโยธินห่วงใยประชาชน ส่งเจ้าหน้าที่เดินแจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ พร้อมให้กำลังใจสู้ภัยโควิด-19

วันนี้ 20 ก.ค. 64 ที่ตลาดสหชัยพัฒนา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มอบหมายให้ กองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ลงพื้นที่มอบหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ ให้กับพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน เพื่อป้องกันระมัดระวัง เชื้อโควิด19 จากสถาน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังทวีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้

สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID - 19) ระลอก 3 ที่กลายพันธุ์ในรอบนี้ถือว่าหนักและรุนแรงมากกว่าเดิม ติดง่ายกว่ารอบแรก รอบสองหลายเท่า ส่งผลให้จำนวนยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และลุกลามไปทั่วทุกจังหวัด กระจายทุกกลุ่ม ทุกวัย ทั้งเด็ก วัยรุ่นหนุ่มสาว จนถึงผู้สูงอายุ ส่อทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนอยู่ในขั้นวิกฤติ และไม่มีแนวโน้มจะหยุดลง

ส่วนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีแนวโน้มสูงขึ้นรายวัน ซึ่งประชาชนมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินจึงได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจิตวิทยาลงพื้นที่ เพื่อให้ความรู้ถึงวิธีการป้องกันตนเอง ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงได้แจกหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ให้กับประชาชนไว้ใช้ป้องกันตนเอง พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ โดยหวังว่าให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน


ภาพ/ข่าว  นิราช ทิพย์ศรี / นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

องค์การอนามัยโลก เผย ทวีปอเมริกาครองสัดส่วนยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก

20 กรกฎาคม 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่าแม้เมื่อไม่นานนี้ ทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ จะมีจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงครองสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมทั่วโลก รวมถึงครองสัดส่วนร้อยละ 40 ของจำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตทั่วโลก

มาเรีย แวน เคอร์คอฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคด้านโรคโควิด-19 ขององค์การฯ กล่าวระหว่างไลฟ์สดเมื่อบ่ายวันจันทร์ (19 ก.ค.) ว่ามีรายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เกือบหนึ่งล้านรายในทวีปอเมริกาเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยบราซิลตรวจพบผู้ป่วยเกือบ 300,000 ราย และสหรัฐฯ ตรวจพบผู้ป่วยมากกว่า 200,000 ราย จึงเตือนการแพร่ระบาดแตะจุดสูงสุด หากยังคงมีจำนวนผู้ป่วยใหม่ระดับสูงต่อเนื่อง

ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 ในสัปดาห์ก่อน โดยทวีปยุโรปและแปซิฟิกตะวันตกได้รับผลกระทบมากที่สุด

แวน เคอร์คอฟ กล่าวว่าภูมิภาคอเมริกามีอัตราผู้ป่วยเพิ่มขึ้นปานกลางที่ร้อยละ 0.5 แต่บางประเทศได้รับผลกระทบรุนแรงมาก ซึ่งอาจเป็นผลจากเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์ใหม่ ๆ พร้อมเสริมว่าดูเหมือนยังไม่มีการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์ “แลมบ์ดา” (Lambda) ซึ่งพบครั้งแรกในอเมริกาใต้และเริ่มมีแนวโน้ม “รุนแรงแซงหน้า” เชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์อื่น ๆ

ด้านไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารโครงการภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพขององค์การฯ กล่าวว่าอเมริกาใต้ อเมริกากลาง และสถานที่อื่น ๆ ทั่วโลกต้องเร่งจัดหาวัคซีนมากขึ้น หากต้องการทำลายวงจรการติดเชื้ออันร้ายแรงถึงชีวิตนี้


https://www.naewna.com/inter/589011


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ตำรวจน้ำ ออกลาดตระเวนป้องกันการกระทำความผิด พบของกลางพืชใบกระท่อมสด พร้อมส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล ดำเนินคดีต่อไป

วันนี้ 20 กรกฎาคม 2564  การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้จากภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ. จตุรวิทย์ คชน่วม ผกก.9 บก.รน.และ พ.ต.ท.บรรเจิด มานะเวช รอง ผกก.9 บก.รน. ได้กำชับให้ พ.ต.ท.ศิโรดม สนุ่นดี สว.ส.รน.3 กก.9 บก.รน. ปฎิบัติตามนโยบายเพื่อความปลอดภัยและความสุขของพี่น้องประชาชน จนเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.00 พ.ต.ท.ศิโรดม สนุ่นดี สว.ส.รน.3 กก.9 บก.รน.

หลังได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับว่ามีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดบริเวณพื้นที่ป่าชายเลน หมู่ 2 ตำบลตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล พ.ต.ท.ศิโรดม ฯ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้ ร.ต.ท.นราธร เทียมประทีป พร้อมด้วยกำลัง เรือ รน.28 จำนวน 5 นาย และ ร.ต.ท.พีรวัส เหมนแก้ว นำกำลัง ชุด สืบสวน จำนวน 4 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับ

จนเมื่อเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณริมคลองจระเข้ไข่ ในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนคลองเข้ไข่ หมู่2 ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล พร้อมกับประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อร่วมกันตรวจสอบ ภายหลังจากการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย พบว่าเป็นของกลางพืชใบกระท่อมสด มัดห่อด้วยถุงพลาสติกใส บรรจุในถุงพลาสติกสีดำ จำนวนทั้งหมด 21 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 10 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 210 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง ไม่มีใครทราบว่าของกลางดังกล่าวเป็นของผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล ดำเนินคดีต่อไป


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี / ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

ตราด – ประมงพื้นบ้าน นำเรือจอดหลบลม หลังเจอมรสุม ทำให้ช่วงนี้อาจจะขาดรายได้ในการออกเรือจับสัตว์น้ำจนไปถึงปลายเดือนตุลาคมนี้

วันที่ 20 กค. 64 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางสํารวจ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนทุกภาคของประเทศไทย ยังคงมีฝนตกหนักและมีลมแรงในบางพื้นที่ เนื่องจากพายุโซนร้อน “เจิมปากา” บริเวณชายฝั่งประเทศจีนตอนใต้ ทำให้คลื่นลมบริเวณอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังแรง ส่งผลให้พื้นที่จังหวัดตราดได้รับกระทบในช่วง 2-3 วันนี้ เนื่องจากในพื้นที่มีฝนและลมกรรโชกแรง บริเวณชายฝั่งทำให้ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทย

ขณะรายงานข่าวในพื้นที่ของอำเภอคลองใหญ่ยังคงมีลมค่อนข้างแรง ทำเรือประมง และประมงพื้นบ้านต้องพากันจอดหลบลม และคอยติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่อำเภอคลองใหญ่เป็นพื้นที่ติดทะเล และด้านหลังติดเขา ในช่วงฤดูฝนจะมีลมมรสุมค่อนข้างแรง ทำให้การทำอาชีพประมงต้องคอยติดตามฝนฟ้าอากาศกันทุกวัน โดยเฉพาะเรือประมงพื้นบ้าน ที่เป็นเรือเล็ก ช่วงนี้จะขาดรายได้ในการออกเรือจับสัตว์น้ำจนไปถึงปลายเดือนตุลาคมนี้ต่อไป


ภาพ/ข่าว  วิเชียร ม่วงสี ผู้สื่อข่าว จ.ตราด

นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุรินทร์ - ร.23 พัน.3 จัดกิจกรรมจิตอาสาฯ ตามโครงการ "มีแล้วแบ่งปัน" ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564

วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.30 น. ที่ ชุมชนรอบค่ายวีรวัฒน์โยธิน ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองง จังหวัดสุรินทร์  พันโท พงษ์พัฒน์  เตือนขุนทด ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ได้มอบหมายให้ ฝ่ายกิจการพลเรือน กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 จัดชุด Army Delivery จำนวน 3 คัน ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาฯ ตามโครงการ "มีแล้วแบ่งปัน" โดยการนำข้าวกล่อง จำนวน 30 กล่อง, น้ำดื่ม และ หน้ากากอนามัย

ออกแจกจ่ายให้ประชาชนรอบค่ายวีรวัฒน์โยธิน บ้านเฉลิมพระเกียรติ หมู่ที่ 21 ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 ทั้งนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนต่อสู้กับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ในการช่วยเหลือ ประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน


ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

จันทบุรี - จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 โดยปลูกป่าเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า บริเวณคูกันช้าง

วันนี้ ( 20 ก.ค.64 ) ที่ บริเวณคูกันช้าง พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว หมู่ที่ 7 ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มพลังมวลชน ประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรม ปลูกป่าเพื่อรักษา สิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

รวมทั้งปลูกป่าทดแทน เพิ่มความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่า มีความสำคัญที่ให้ประโยชน์อย่างยิ่งต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมนุษย์และสัตว์อื่น ๆ ป้องกันอันตรายจากช้างปาออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ อีกทั้งการปลูกต้นไม้ตามแนวคูกันช้างยังช่วยป้องกันการพังทลายของคูกันช้าง ได้เป็นอย่างดี เป็นการป้องกันภัยจากช้างป่า ซึ่งครั้งนี้เป็นการปลูกป่าบริเวณคูกันช้างระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร โดยใช้กล้าไม้ประกอบด้วย ยางนา ประดู่ ตะเคียนทอง มะค่าโมง พะยูง จำนวน 1,000 กล้า


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา ผู้สื่อข่าวจ.จันทบุรี

นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เสียงสะท้อนชนชั้นกลาง​ กับมาตรการเยียวยา ด้วย ‘ยา’ ที่ไม่ถูกสูตร | Contributor EP.20

นาทีนี้ใครจะช่วยพวกเขาได้?
เหล่าผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร และธุรกิจกลางคืน​ ซึ่งเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19​ อย่างหนักหน่วง

บางรายสู้โควิดรอบแรกแบบเต็มที่ รอดมาได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
แต่มารอบนี้ เริ่มมาล้มหาย ส่วนที่ล้มหายไปตั้งแต่ระลอกแรก 
ทุกวันนี้คือเริ่ม ‘ล้มละลาย’

แม้จะมีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยา
แต่สุดท้ายก็เป็นการเยียวยา ด้วย ‘ยา’ ที่อาจจะไม่ถูกสูตร

การช่วยเหลือคนรากหญ้า เป็นสิ่งที่ควรต้องทำ​ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด!!

แต่ปัญหา คือ แล้วที่อยู่ระหว่างกลาง... 
คนชนชั้นกลาง​ โดยเฉพาะเจ้าของผู้ประกอบการล่ะ?
ทั้ง ๆ​ ที่พวกเขา​ คือ​ อีกโซ่ข้อกลางผู้ที่จะเป็นที่ ‘พึ่งพา’ ของคนรากหญ้าอีกต่อในระยะยาว…

ปล่อยล้มได้เช่นนั้นหรือ??

แหล่งเงินกู้ ที่ถูกปฏิเสธ เพราะระบบคัดกรองสินเชื่อเก่า ในภาวะวิกฤติใหม่
รายได้ที่กอบกู้คืนมาไม่ได้ เพราะการปิดเมืองแบบลักปิดลักเปิด​ เหตุรัฐคุมเชื้อไม่ชัด กู้วิกฤติไม่ทันการ

ผู้ประกอบการเหล่านี้ ถูกร่างแห แม้จะไม่ได้เป็นผู้ก่อ!!

ทางออกอยู่ตรงไหน?

มันก็อยู่ตรงทางเข้านี่แหละ

อยากลองฟังไหม? วิธีเยียวยา ด้วยสูตรยาที่ถูกโรค 
จากเสียงของคนที่เขาอยู่ในวงธุรกิจนี้
ที่อยากตะโกนบอกลุงให้ได้ยินว่า...

มันมี!! และลองเคารพเสียงของพวกเขาบ้าง!! 

ร่วมหาทางออกจากเสียงสะท้อนของคนวงใน​ ตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารและคนกลางคืน​ ที่​ Contributor EP​ นี้ชวนฟังแบบคิดตามจากเขา... 

คุณหนึ่ง พีระพล พิภวากร
- กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบญจมาศ อารี จำกัด เจ้าของร้านอาหารบ้านเบญจมาศ และ Ari Social Club 
- ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผับ บาร์ และ โปรโมเตอร์คอนเสิร์ต 
- สมาชิกชมรมผู้ประกอบการผับ บาร์ (รายย่อย)
- ชมรมคนทำคอนเสิร์ต และอีเวนต์
- สมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืน และธุรกิจบันเทิงแห่งประเทศไทย (สธก)

.

.


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ผู้การปทุมฯ เตือนประชาชนงดเดินทาง คุมเข้มตั้ง 5 ด่านเคอร์ฟิวสกัดโควิด

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า สำหรับจังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เราต้องถือปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล โดยในเรื่องของการเดินทาง ตามประกาศได้มุ่งเน้นให้ประชาชนอยู่กับบ้านไม่เดินทางไปไหน เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดหรือแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 จึงขอความร่วมมือจากประชาชนอย่าเดินทางออกจากบ้าน โดยเฉพาะการเดินทางข้ามเขตข้ามจังหวัด ขอให้ Work from Home ทำงานอยู่ที่บ้าน หากไม่มีอะไรทำ ให้หาอาชีพเสริม ที่ทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อจะได้มีรายได้เสริมขึ้นมา ส่วนเรื่องห้างสรรพสินค้าในจังหวัดปทุมธานี ให้เปิดทำการแล้ว โดยเวลาปิดไม่เกิน 20.00 น. สามารถดำเนินกิจการได้ในส่วนของซุปเปอร์มาเก็ต รวมถึงร้านยา และการใช้สถานที่เป็นสถานที่สำหรับฉีดวัคซีน

ในเรื่องของร้านอาหาร เปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. ห้ามนั่งกินในร้าน สุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ห้ามจำหน่าย สุดท้ายในเรื่องของเคอร์ฟิว เรามีการตั้งด่านเคอร์ฟิว 5 ด่าน ประกอบด้วย

1.บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส นวนคร (พหลโยธินขาออก) อำเภอคลองหลวง

2.บริเวณแยกบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี

3.บริเวณหน้าศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (พหลโยธินขาเข้า) อำเภอธัญบุรี

4.บริเวณหน้าโรงพยาบาลธัญบุรี อำเภอธัญบุรี และ

5.บริเวณแยกตลาดใหญ่ อำเภอลำลูกกา นอกจากจะเป็นด่านเคอร์ฟิวแล้วยังมีจุดคัดกรองโควิด-19 จำนวน 4 ด่าน (ยกเว้นด่านหน้าศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต)

ฝากถึงประชาชนว่าหลังจากเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่นขึ้น หากไม่มีความจำเป็นพบแพทย์หรือเหตุจำเป็นเร่งด่วน หรือไม่ใช้บุคคลที่อนุญาตให้เดินทางได้  ก็อย่าได้ออกมาเลย เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย อย่างเข้มงวด ต้องปฏิบัติตามกฎมายอย่างเคร่งครัด ต้องจับกุมดำเนินคดีท่าน ขอร้องไม่มีความจำเป็นอย่าออกมา เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านในการสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด และไม่เป็นการกระจายหรือทำให้เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดไปสู่ผู้อื่น นอกจากนี้ในเวลากลางคืน ตนเชื่อว่าการเดินทางเพื่อความปลอดภัย ให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงเนื่องจากจะมีรถยนต์ที่ได้รับอนุญาต อาจจะใช้ความเร็ว จะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ และการเดินทางข้ามจังหวัดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในช่วงเคอร์ฟิว หลังเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. ขอความร่วมมืออย่าได้ปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top