Sunday, 21 June 2026
TheStatesTimes

“องอาจ” ขอบคุณ ครม. ช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ล็อกดาวน์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ล็อกดาวน์ว่า ต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมาตรการเยียวยา ล่าสุดเพิ่มเติมรวม 9 สาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรง มีรูปแบบการช่วยเหลือที่หลากหลายครอบคลุมกลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการลดค่าน้ำค่าไฟที่กระจายไปยังประชาชนและภาคธุรกิจทั่วประเทศ อีกทั้งยังให้สถานศึกษาภาครัฐให้ความช่วยเหลือในการให้ส่วนลดเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองและนักเรียน นักศึกษาได้อย่างมาก

หลังจากนี้จะได้ติดตามตรวจสอบต่อไปว่า มาตรการเยียวยาที่ออกมาจะปฏิบัติจริงได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือด้านการพักชำระหนี้ให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ขอฝากประเด็นที่ควรออกเป็นมาตรการเยียวยาเพิ่มเติมดังนี้
1. ควรงดเว้น หรือลดการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ ของภาครัฐจากผู้ประกอบการ SME
2. กระทรวงการคลังควรหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์เรื่องการให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการรายย่อย หรือซอฟท์โลนเกิดขึ้นได้จริง
3. ควรมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศให้เดินหน้าต่อได้ จนกว่าภาครัฐจะทำให้สถานการณ์โควิดแพร่ระบาดคลี่คลาย

อย่างไรก็ดียังมีกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากล็อกดาวน์คือ กลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น กลุ่มแรงงานนอกระบบ ที่อยู่นอกระบบประกันสังคม ซึ่งมาตรการเยียวยาล่าสุดจะมีมาตรการดึงแรงงานกลุ่มนี้ให้เข้ามาขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายในเดือนกรกฎาคมนี้ แล้วจะได้เงินช่วยเหลือต่างๆ ตามที่กำหนด 

แต่ในความเป็นจริงอาจจะมีแรงงานนอกระบบ หรือกลุ่มอาชีพอิสระจำนวนไม่น้อยที่ไม่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนประกันสังคมก็ควรได้รับการเยียวยา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากล็อกดาวน์ครั้งนี้เช่นกัน 

นายองอาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการแพร่ระบาดของโควิดระลอกสามจนนำมาสู่การล็อกดาวน์ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ การที่ ครม. ออกมาตรการเยียวยาล่าสุดนี้จะช่วยต่อลมหายใจของผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถมีกำลังกายกำลังใจที่จะต่อสู้กับปัญหาโควิด ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ต่อไปจนกว่าสถานการณ์โควิดจะคลี่คลายไปในที่สุด 

“สงคราม” เชื่อยอดติดเชื่อพุ่งเกินหมื่นนอนรอความตายที่บ้านหลักพัน อัด “บิ๊กตู่” ทอดทิ้งประชาชนปล่อยนายทุนหาประโยชน์จากวิกฤตโควิด

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันมีประชาชนจำนวนมาก ต้องนอนรอที่วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน ข้ามวันข้ามคืน เพื่อตรวจหาเชื้อเพราะสามารถตรวจได้เพียงจุดล่ะ 300-400 คนต่อวันในขณะที่มีคนจำนวนนับพันไปรอการตรวจหาเชื้อ แต่รัฐบาลกลับไม่มีมาตราการที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนไม่มีแม้แต่เจ้าหน้าที่จะมาดูแลประชาชน

นอกจากนี้บางพื้นที่มีรายงานข่าวเข้ามาว่า เอกชนบางราย นำชุดตรวจหาโควิดไปให้บริการประชาชน หากจะตรวจต้องมีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ 800-1,000 บาท ต่อคน ทั้งๆที่รัฐบาลต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัตไว้ชัดว่า ประชาชนต้องเข้าถึงการบริหารทางการแพทย์โดยไม่ค่าใช้จ่าย แต่รัฐกลับปล่อยให้มีการหาประโยชน์จากการบริหารทางการแพทย์ของรัฐ

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า มาตรการล็อกดาวน์ 14 วัน คงไม่เกิดประโยชน์ เพราะรัฐบาลทำผิดพลาดมาตั้งแต่การปิดแคมป์คนงานส่งผลมีการนำเชื้อออกไปในพื้นที่ต่างๆทั้วประเทศ ในขณะเดียวกันรัฐบาลไม่มีกาป้องกันการระบาดในพื้นที่ต่างจังหวัด พบว่าหลายจังหวัดตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้น เพราะนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลส่งผลให้ประชาชนทุกพื้นที่ต้องรับความเสี่ยงไปด้วย
“การบริหารงานที่ผิดพลาด ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ประเทศไทยต้องประสบปัญหาหลายด้าน และล้มเหลวทุกด้าน พลเอกประยุทธ์ทำให้ระบบสาธารณสุขของไทยจากวิกฤตเป็นหายนะ ทั้งนี้เชื่อว่าหากมีการตรวจเชิงรุกจะพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 10,000 คนอย่างแน่นอน ในขณะเดียวกันมีจำนวนผู้ติดเชื้นอนความตายอยู่ที่บ้านมากกว่า 1,000 คน พลเอกประยุทธ์ไม่รู้สึกผิด หรือ ไม่สนใจในความเป็นความตายของพี่น้องประชาชน”นายสงครามกล่าว

“อนุชา” เผย ชัยนาทเตรียมเปิดรพ.สนามแห่งที่ 2  ลดความแออัดดูแลผู้ป่วยในพื้นที่-จว.ใกล้เคียง

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วประเทศในขณะนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ชัยนาท ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อสะสม รวม 254 ราย และตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันยังมีปริมาณเพิ่มขึ้น จึงมอบหมายผู้ว่าฯชัยนาท นายกองค์การบริหารส่วนชัยนาท ดูแลความเรียบร้อย และคุมเข้มการแพร่ระบาด อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และให้เพิ่มโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 รองรับผู้ป่วยได้ 140 เตียง คาดว่าเพียงพอสำหรับรองรับความเดือดร้อนของชาวชัยนาทและในจังหวัดใกล้เคียง เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ที่จะดูแลผู้ป่วย เป็นเวลา 10 วัน เมื่ออาการดีขึ้นจะย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 อีกจำนวน 4 วัน ก่อนส่งตัวผู้ป่วยกลับบ้าน

ตำรวจไซเบอร์ค้นบ้านหนุ่มวัย 24 ปี มือดีแก้ไขข้อมูลของ ‘นพ.ยง ภู่วรวรรณ’ บนเว็บไซต์วิกิพีเดีย เพิ่มประวัติเป็น ‘เซลล์ขายซิโนแวค’ ให้กับรัฐบาล เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

วันนี้ (13 ก.ค. 64) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บช.สอท. เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 64 นพ.ยง ภู่วรวรรณ ได้มอบอำนาจให้นางโศรยา ประสิทธิ์สมสกุล พบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน แจ้งว่าตรวจพบบุคคลแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลของ นพ.ยง บนเว็บไซต์วิกิพีเดีย (Wikipedia) ว่า ‘เป็นเซลล์ขาย Sinovac ให้กับรัฐบาลพลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา’

อีกทั้งยังปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ตามเพจต่าง ๆ ของเฟซบุ๊ก ว่ามีการนำข้อมูลที่เป็นเท็จมาเผยแพร่ ทำให้เกิดการวิพากวิจารณ์ ซึ่งมีบุคคลเข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับ นพ.ยง

ล่าสุด พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ได้สั่งการให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ดำเนินการสืบสวน ติดตาม ผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสืบสวน ตรวจสอบ และวิเคราะห์หาตัวผู้กระทำความผิดจากข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ ปรากฏพบข้อมูลของผู้ที่ก่อเหตุ ภายในบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขตบางขุนเทียน จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้น โดยพบโทรศัพท์มือถือที่ใช้ก่อเหตุและผู้ที่ก่อเหตุเป็นชายอายุ 24 ปี

จากการกระทำดังกล่าวของผู้ก่อเหตุที่เข้าไปแก้ไขข้อมูล เป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง และยังเป็นการได้กระทำการโดยโฆษณา เข้าข่ายความผิดฐาน ‘หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา’ ตาม ป.อาญา ม.328 และอาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หรือไม่ ต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือที่ก่อเหตุ เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และกระบวนการพิสูจน์ทางเทคโนโลยี ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ตะลอนกีฬา มากับพี่หมู ‘ยรรยง ทองประยูร’ ชวนแซะควันหลงยูโร2020 | กบร่อน ตะลอนเล่า EP.7

???? กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ !! วันนี้เลยจะพามาตะลอนกันแบบพิเศษ ๆ ในรายการ ‘กบร่อนตะลอนเล่า’

???? ห้ามพลาด!!พร้อมชวนแซะควันหลงยูโร 2020 ไปกับแขกรับเชิญที่ชื่อหมู แต่ความสนุกไม่หมูนะจะบอกให้ !!

พบกับ ‘พี่หมู ยรรยง ทองประยูร’ อดีตผู้รักษาประตูจอมหนึบ และอดีตผู้ตัดสินสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในช่วง ตะลอนกีฬา มากับพี่หมู !!

ดำเนินรายการโดย กบร่อน THE STATES TIMES

.

.


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“เสกสกล” เย้ย “โทนี่” ไม่มีใครอยากปรึกษานักโทษหนีคดี ถาม ถ้าอยากกลับไทย พร้อมคืนค่าเสียหาย - รับโทษ หรือไม่

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ 
วู้ดซัม กล่าวผ่านคลับเฮาส์ ระบุให้นายกรัฐมนตรี โทรหาเพื่อขอคำปรึกษา และหากจะไล่นายกฯให้ไปฟ้องพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงคนที่เป็นนักการเมืองจะแคร์ประชาชน คนที่มาจากการปฏิวัติไม่แคร์ประชาชน ว่า คำพูดเหน็บแนมของนายโทนี่ เป็นเพียงเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง คำปรึกษาคงไม่ได้ประโยชน์เพราะไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ ไม่ได้สัมผัสกับความเดือดร้อนของประชาชน และสถานะคนทำผิดหลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ ไม่สมควรที่จะโทรไปปรึกษากับนักโทษที่มีคดีทุจริตติดตัว คงไม่ได้ประโยชน์อะไร และตอนนี้ทุกภาคส่วน บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนได้ร่วมมือกันอย่างดี เพื่อให้สถานการณ์โควิด-19คลี่คลายลง จึงไม่จำเป็นที่จะต้องขอคำแนะนำจากนายโทนี่ หากจะช่วยประเทศชาติในภาวะนี้คือ หยุดพูดสร้างความสับสน เหน็บแนม ด้อยค่าคนอื่นและสร้างความแตกแยกให้คนไทยจะช่วยได้มากที่สุด

นายเสกสกล กล่าวว่า ส่วนที่ระบุว่าคนที่มาจากการปฏิวัติไม่แคร์ประชาชน อย่าเข้าข้างตัวเองเพราะคนที่เอาประชาชนมาอ้าง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ และทุจริตหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ กฎหมายเอื้อประโยชน์ตัวเอง เป็นเป็นเผด็จการรัฐสภา หรือระบอบทักษิณ เรียกว่าแคร์ประชาชนหรือไม่ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่ไม่แคร์ประชาชน คอยพูดสร้างความสับสนให้ในยามวิกฤตโควิด มากกว่าช่วยเหลือ และคิดแต่จะล้มรัฐบาลกลับมามีอำนาจ ขณะที่บ้านเมืองต้องการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา ยืนยันว่านายกฯจะทำงานแก้ไขปัญหาจนครบเทอม ไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของใคร และคงไม่ต้องไปบอกพล.อ.ประวิตรให้ไปบอกนายกฯประยุทธ์ ให้ลาออก

นายเสกสกล กล่าวว่า นายโทนี่พูดแต่ละครั้งไม่มีสาระที่เป็นประโยชน์ แค่อยากมีบทบาทและกลัวคนจะลืม หรือต้องการให้พรรคเพื่อไทย เข้ามามีอำนาจเป็นรัฐบาล จะได้ช่วยเหลือให้พ้นผิดและกลับประเทศ หากแน่จริงขอให้กลับมารับโทษที่ทำผิดไว้โดยไม่ต้องรอเวลา และขอถาม2ข้อว่า ถ้ากลับมาพร้อมที่จะชดใช้ค่าเสียหายคืนให้ประเทศชาติ ประชาชนในโครงการที่เกิดการทุจริตในยุครัฐบาลนายทักษิณและยุครัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือไม่ และพร้อมที่จะกลับเข้ามารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ หากรับเงื่อนไขสองข้อ คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่คงไม่ขัดข้องที่จะให้กลับได้ถ้า ส่วนจะเดินเข้าทางช่องประตูหน้าหรือประตูหลัง หรือประตูไหน คนไทยส่วนใหญ่ยอมรับได้อย่างแน่นอน

องค์การอนามัยโลก แจง การฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อต้องอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญและอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่มีอยู่

หัวหน้าคณะวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ ระบุว่า ประชาชนไม่ควรฉีดวัคซีนสลับชนิด (Mix And Match Vaccine) จากผู้ผลิตต่างกันด้วยตนเอง และการตัดสินใจดังกล่าวควรเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข

"มันเป็นเทรนด์ที่ค่อนข้างอันตรายเล็กน้อย" ดร.โสมยา สวามีนาธัน หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ WHO ได้เอ่ยเตือนระหว่างการแถลงข่าวขององค์การอนามัยโลกเมื่อวันจันทร์ (12 ก.ค.) หลังถูกถามเกี่ยวกับวัคซีนเข็มกระตุ้น "มันจะเกิดสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงในประเทศต่าง ๆ หากพลเมืองเริ่มตัดสินใจเองว่าเมื่อไหร่และใครควรรับวัคซีนเข็มที่ 2 เข็มที่ 3 และเข็มที่ 4"

ในตอนแถลงข่าว สวามีนาธัน เรียกการฉีดวัคซีนสลับชนิดว่า "เป็นขอบเขตที่ปราศจากข้อมูล" แต่เขียนบนทวิตเตอร์ชี้แแจงความเห็นของเธอในเวลาต่อมา

"บุคคลใด ๆ ไม่ควรตัดสินใจด้วยตนเอง หน่วยงานสาธารณสุขสามารถทำได้บนพื้นฐานของข้อมูลที่มีอยู่" เธอระบุบนทวิตเตอร์ "ยังต้องรอข้อมูลการศึกษาวัคซีนสลับชนิดของวัคซีนต่างยี่ห้อ จำเป็นต้องประเมินความสามารถในการกระตุ้นสร้างแอนติบอดีและความปลอดภัย"

คณะผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษายุทธศาสตร์ด้านวัคซีนขององค์การอนามัยโลก เคยแนะนำในเดือนมิถุนายน ว่า วัคซีนของไฟเซอร์ อิงค์ ควรถูกใช้เป็นวัคซีนเข็มที่ 2 หลังเข็มแรกฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า หากว่าวัคซีนอย่างหลังไม่สามารถหาได้

การทดลองทางคลินิกที่นำโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในสหราชอาณาจักร อยู่ระหว่างการตรวจสอบการฉีดวัคซีนสลับชนิดระหว่างแอสตร้าเซนเนก้าและไฟเซอร์ และเมื่อเร็ว ๆ นี้การทดลองได้ขยายขอบเขตครอบคลุมถึงวัคซีนของโมเดอร์นา อิงค์ และโนวาแว็กซ์ ด้วยเช่นกัน


(ที่มา : รอยเตอร์)

ที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9640000068410


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สระบุรี - เจ้าหน้าที่ อบจ.สระบุรีและกำลังพลกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ เร่งสร้าง รพ.สนาม เฟสแรก 450 เตียง ในโรงเก็บเครื่องบิน

จากข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 121 ราย 108 ราย สัมผัสผู้ติดเชื้อก่อนหน้า และวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงอายุ 79 ปี มีประวัติติดเชื้อคนในครอบครัว รวมเสียชีวิตสะสม 22 ราย ติดเป็นอันดับที่ 9 ของประเทศ

ขณะเดียวกันโรงพยาบาลศูนย์สระบุรี โรงพยาบาลพระพุทธบาท และโรงพยาบาลสนามทุกแห่งขณะนี้มีผู้ป่วยเต็มทุกที่ และยังมีบางส่วนที่อยู่ระหว่างการรอส่งตัวไปรักษาทั้งนี้นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานทั้งท้องถิ่น ส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมมือจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม

โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีสนับสนุนงบประมาณดำเนินการสร้างร่วมกับบริษัท SCG หน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรีและกรมควบคุมโรค เข้าเริ่มดำเนินการโดยในวันนี้พันเอกศรัณย์ รอดบุญธรรม ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ พร้อมด้วยนายธนกฤต อัตถะสัมปุณณะ รองนายกฯ อบจ.สระบุรี ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้า ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีและกำลังพลจากกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ได้ร่วมกันปรับปรุง ทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมเตรียมนำอุปกรณ์ เครื่องนอน สิ่งของจำเป็นและเครื่องอำนวยความสะดวกเข้าไปในพื้นที่ โดยขณะนี้กำลังวางระบบระบายอากาศภายในอาคาร การสื่อสารกำหนดสถานที่ทิ้งขยะติดเชื้อ สร้างห้องทีมแพทย์ ห้องรับผู้ป่วย ห้องจ่ายอาหารสำหรับผู้ป่วย ติดตาข่ายกันนก,ติดมุ้งลวดกันยุง วางระบบสุขาภิบาล ห้องน้ำ ห้องส้วม  

คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบซึ่งในเฟสแรก จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 ก.ค.2564  จำนวน 150  เตียง โดยจะเริ่มดำเนินการเร่งติดตั้งในเฟสที่ 2 และ 3 อีกเฟสละ 150 เตียง ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ค.64 รวมทั้ง 3 เฟสจะมีจำนวน 450 เตียงไว้รองรับผู้ป่วย

สำหรับสถานการณ์ COVID-19 ของจังหวัดสระบุรีล่าสุด มีผู้ป่วยรายใหม่เข้ารับการรักษา 121 ราย ผู้ป่วยสะสม ระบาดระลอกใหม่ 3,027 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 1,369 ราย ผู้ป่วยรักษาหาย 1,636 ราย และมี ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 22 ราย และส่งตรวจหาเชื้ออีก 540 ราย  กักตัวในสถานกักตัว (LQ) 284 ราย กักตัวอยู่บ้าน (Home Q) 250 ราย  รวมส่งตรวจหาเชื้อสะสมแล้ว 56,933 ราย

สัมภาษณ์ นายธนกฤต อัตถะสัมปุณณะ รองนายกฯ อบจ.สระบุรี


ภาพ/ข่าว  ดำรงค์  ชื่นจินดารายงาน

กาฬสินธุ์ – พลังบวรร่วมสร้างโรงพยาบาลสนาม รับคนสหัสขันธ์กลับบ้าน

คณะสงฆ์อำเภอสหัสขันธ์ พร้อมผู้มีจิตศรัทธาและภาครัฐ ร่วมมือสร้างโรงพยาบาลสนามขนาด 50 เตียง รอรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมตั้งศูนย์พักคอย ก่อนเข้า LQ สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก 10 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง

ที่หอประชุมอำเภอสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ พร้อมด้วยพระครูสิริพัฒนนิเทศ รองเจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ เข้าตรวจเยี่ยมจุดปรับปรุงก่อสร้างโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์ โดยใช้หอประชุมอำเภอสหัสขันธ์ ซึ่งสามารถรับผู้ป่วยได้ทั้งหมด 50 เตียง โดยคณะสงฆ์ และประชาชนได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อสร้างโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์  โดยตั้งเป้าจะเริ่มเปิดรับผู้ป่วยที่ติดเชื้ออาการไม่หนักมาก เข้ามารักษาได้วันที่ 19 ก.ค. 2564 

ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากพระเทพมงคลวชิรมุณี หรือหลวงปู่หา สุภโร (หลวงปู่ไดโนเสาร์) วัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) พระครูกัลลยา ณ ทิวากร เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ พระครูสิทธิวราคม ดร. วัดเวฬุวัน เจ้าคณะ อ.สหัสขันธ์ (ธ) พระอาจารย์ณรงค์ ชยมงฺคโล วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) พระครูสิริพัฒนนิเทศก์  วัดพุทธาวาสภูสิงห์ และคณะสงฆ์ อ.สหัสขันธ์ ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา และภาครัฐ ร่วมระดมทุมก่อสร้าง และมอบของใช้ที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์

นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าวว่า การตั้งโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์ ได้เลือกใช้หอประชุม อ.สหัสขันธ์ ซึ่งผู้นำชุมชนทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าใจและรู้ถึงเหตุผล ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สำหรับโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์เกิดขึ้นจากพลัง “บวร” บ้าน/ชุมชน วัด และภาครัฐ โดยเฉพาะการที่ได้รับเมตตาจากคณะสงฆ์ ที่เห็นชอบให้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามของ อ.สหัสขันธ์ โดยวัตถุประสงค์เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19  ซึ่งเป็นคนสหัสขันธ์ กลับมารักษาที่ภูมิลำเนาของตนเอง เพื่อลดปัญหาเตียงไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยในเขตกรุงเทพและปริมณฑล 

นอกจากนี้ธารน้ำใจของคนสหัสขันธ์ยังล้นหลาม ได้ระดมทั้งทุนทรัพย์ แรงกาย และนำข้าวของเครื่องใช้สำคัญและจำเป็นในโรงพยาบาลสนามมาสมทบจำนวนมาก อย่างเช่นนายอำนวย พุ่มจำปา เจ้าของร้านถูกซุปเปอร์มาเก็ต ได้นำพัดลม 20 เครื่อง พร้อมน้ำดื่ม 50 แพ็ค / 600 ขวด มอบให้กับนายอำเภอสหัสขันธ์ เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนาม นายพิทักษ์ เทียมวงศ์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สิรินธร ร่วมบริจาคพัดลมอีก 10 เครื่อง ขณะที่เครื่องนอน 50 ชุด ร้านแม่ประกายเครื่องนอน ร้านนิโรจน์ค้าผ้า ร้านสุพจน์เครื่องนอน และร้านสุรพลเครื่องนอน ซึ่งเป็นญาติธรรมวัดพุทธาวาสภูสิงห์ ร่วมบริจาคสมทบเข้าโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์ ขณะที่การปรับปรุงก่อสร้างโรงพยาบาลสนามมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 60% ส่วนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นมีความพร้อมสมบูรณ์แล้ว ทั้งพัดลม และเครื่องนอน

สำหรับพื้นที่ อ.สหัสขันธ์ มียอดผู้ป่วยสะสมแล้ว 40 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 11 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับมาภูมิลำเนาอีกจำนวนมาก ซึ่งต้องรอให้เตรียมพื้นที่รองรับให้เรียบร้อยก่อนจึงจะเริ่มเปิดรับ เพื่อให้คนสหัสขันธ์ได้กลับบ้านเกิด ปลอดภัย 100%


ภาพ/ข่าว  ณัฐพงษ์  ประชากูล จ.กาฬสินธุ์

สุรินทร์ - รพ.สุรินทร์ ส่ง 4 นางฟ้าชุดขาว สู้ภัยโควิด-19 เสริมทัพ โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน มงกุฎวัฒนะ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ที่บริเวณด้านหน้าอาคาร 100 ปี  โรงพยาบาลสุรินทร์ นายแพทย์ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ เป็นประธานในพิธีส่ง 4 นางฟ้าชุดขาว สู้ภัยโควิด-19 เสริมทัพ โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน มงกุฎวัฒนะ โดยนายแพทย์ ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ นำคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล พร้อมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ ร่วมส่งและให้กำลังใจอย่างพร้อมเพียง พร้อมได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมในความเสียสละของนางฟ้าชุดขาวทั้ง 4 คน ที่ไปทำหน้าที่แทนชาวสุรินทร์ ในการช่วยสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบ 3 ด้วยเป็นภารกิจสำคัญกับการดูแลรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน มงกุฎวัฒนะ พร้อมอวยพรและมอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจทั้ง 4 คน แทนชาวสุรินทร์ทุกคน

ด้าน นายแพทย์ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า ทีมสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน มงกุฎวัฒนะ เป็นพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 4 คน ที่ส่งไป ประกอบด้วย

1.นางสาววาสนา คำปาละ

2.นางสาวน้ำทิพย์ จานนอก 

3.นางสาวปาริชาติ โกดหอม และ

4.นางสาวรัชนีกร แก้วคูณ

โดยปฏิบัติภารกิจระหว่างวันที่ 13-28 กรกฎาคม 2564 ซึ่งมุ่งเน้นการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การเข้าปฏิบัติงานช่วยเหลือในพื้นที่ดังกล่าว ทางโรงพยาบาลสุรินทร์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยได้เตรียมเวชภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยาในการดูแลรักษาผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ (PPE) ให้กับบุคลากรทุกคน ซึ่งเพียงพอสำหรับการปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าว และหลังจากปฏิบัติงานครบตามกำหนด คณะเดินทางกลับมา จะให้มีการกักตัว 14 วัน ตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคฯ ต่อไป


ภาพ/ข่าว  ปุรุศักดิ์  แสนกล้า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top