Sunday, 21 June 2026
TheStatesTimes

ทบ.น้อมรำลึก พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ พร้อมนำอุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปช่วยประชาชนช่วงโควิดอย่างเต็มความสามารถ

พันตรีหญิงหญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ปลายปี 2562 กองทัพบกได้ ทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่ในทุกด้าน โดยเฉพาะศักยภาพของกรมแพทย์ทหารบก และรพ.สังกัดกองทัพบกทั่วประเทศ ในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มศักยภาพปฏิบัติงาน สนับสนุนรัฐบาลดูแลผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ และป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง

สิ่งสำคัญที่เป็นขวัญกำลังใจและเป็นพลังหนุนในการทำหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเข้มแข็งตลอดมานั้น คือพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรที่กำลังเผชิญกับโรคอุบัติใหม่ โดยได้พระราชทานความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะพระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล ซึ่งหน่วยแพทย์ทหารของกองทัพบกได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ดังกล่าวด้วย ดังนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

พระราชทานน้ำยาตรวจหาเชื้อไวรัส เพื่อการคัดกรองโรคโควิด-19, เครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ สำหรับการประเมินสภาพระบบทางเดินหายใจของผู้ติดเชื้อ ให้แก่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และพระราชทานชุด PPE เป็นเครื่องป้องกันเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงาน รวมทั้งพระราชทานอาหารและถุงพระราชทาน แก่บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลสนาม ตั้งแต่ พ.ค. 64 อย่างต่อเนื่อง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระราชทานชุดอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจแบบอากาศบริสุทธิ์ จำนวน 54 ชุด ให้แก่โรงพยาบาลกองทัพบก 9 แห่ง ได้แก่ รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.อานันทมหิดล, รพ.ค่ายสุรนารี, รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, รพ.ค่ายวชิราวุธ, รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม, รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี, รพ.ค่ายกาวิละ และ รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 64

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พระราชทานหน้ากาก N95 จำนวน 5,000 ชิ้น และหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ Surgical Mask จำนวน 2,000 ชิ้น แก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 64 และพระราชทาน เครื่อง Oxygen High Flow จำนวน 10 เครื่อง ให้มีเครื่องช่วยหายใจเพียงพอต่อผู้ป่วย ให้แก่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลอานันทมหิดล เมื่อ 30 เม.ย. 64

นอกจากนี้ยังได้พระราชทานเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพ เครื่องช่วยหายใจ ณ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระราชทานหน้ากาก N 95, และหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical mask) และของใช้ส่วนตัวสำหรับผู้ป่วย

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี

พระราชทานยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 70,000 เม็ด ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.

และล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 64 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานยาฟ้าทลายโจร จำนวน 2,000 ขวด โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำยาพระราชทานนี้ ไปส่งมอบให้แก่สถานพยาบาลต่าง ๆ เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ต่อไป

เครื่องมือแพทย์และสิ่งของพระราชทานเหล่านี้ ได้ถูกนำไปใช้ในการบรรเทาความเจ็บป่วย, รักษาอาการ, รักษาชีวิตผู้ติดเชื้อในสถานการณ์โควิด-19 และยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยแบ่งเบาภาระ ลดการสัมผัสเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานกำลังใจในรูปแบบของขวัญ, อาหารพระราชทาน, พระราชดำรัส อันมาจากพระราชหฤหัยให้กำลังพลสายแพทย์ในอีกหลายรูปแบบ พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย และพระราชทานให้กองทัพบกในครั้งนี้ นำมาซึ่งขวัญกำลังใจแก่ทหารทุกนาย ให้สามารถยืนหยัดดูแลประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤต ภายใต้ร่มพระบารมีตลอดไป


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘อรรถวิชช์’ ชวนคนไทย แบ่งปันอาหาร ช่วยแรงงาน สั่งปิดแคมป์มาครึ่งเดือน เงินช่วยเหลือจากรัฐลงไม่ถึง ย้ำไทยเข้าสังคมสูงวัย ต้องให้ความสำคัญแรงงาน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า นำอาหารแห้ง น้ำ และของใช้จำเป็น มาบริจาคช่วยคนงานที่แคมป์เบญจมาศ เขตดุสิต ซึ่งต้องปิดแคมป์ไม่ให้เข้าออก ตามมาตรการป้องกันการระบาดโควิด-19 มาครึ่งเดือนแล้ว แต่เงินเยียวยาแรงงานยังไม่ทั่วถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เคยให้ข่าวว่าคนงานได้รับผลกระทบในกรุงเทพและปริมณฑลราว 697,000 คน

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า โดยหลักรัฐจะจ่ายให้คนงานในระบบประกันสังคม 50% ของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 7,500 บาท บวกกับอีก 2,000 บาทเพิ่มเติม แต่เมื่อเห็นตัวเลขที่กระทรวงแถลง มาคำนวณดูพบว่า ถึงวันนี้ผ่านมาครึ่งเดือน รัฐจ่ายเงินให้คนงานไปหมื่นกว่าคนเท่านั้น ช่วยคนงานได้ไม่ถึง 3%

‘ผมดูแล้วหวังพึ่งรัฐเป็นหลักคงไม่ไหว ผมขอให้ท่านที่ยังไหวออกมาช่วยกัน แบ่งปันอาหารให้คนงานในแคมป์ที่ถูกกักตัว แม้คนงานส่วนมากจะเป็นต่างด้าว แต่เค้าคือโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจไทย ปี 2564 นี้ในอาเซียนมีแค่ไทยและสิงคโปร์ ที่เข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบคือ 20% ของประชากรมีอายุเกิน 60 ปี วัยที่จะเป็นแรงงานลดน้อยลง จึงหนีไม่ออกที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว ทั้งเราและเขาต้องพึ่งพากันอีกนาน ออกมาช่วยนะครับ มื้อนี้ขอขอบคุณนักเรียนเก่ามาแตร์ฯ ที่ร่วมส่งของร่วมกันครับ’ นายอรรถวิชช์ กล่าว


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

เมื่อ​ 'ประกันชีวิต'​ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

เชื่อเถอะครับว่า​ นาทีนี้คำว่าประกันชีวิต คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวพวกเราอีกต่อไป 

หลาย ๆ​ คนมีวัตถุประสงค์ ในการทำประกันชีวิตแตกต่างกัน เช่น... 

- เพื่อคุ้มครองเวลาจากไป​ คนข้างหลังจะได้ไม่ลำบาก 
- เพื่อออมเงิน 
- เพื่อลดหย่อนภาษี 
- เพื่อลงทุน 
- หรือเพื่อช่วยเหลือเพื่อน 

สำหรับผมแล้ว การได้เข้ามาสู่ธุรกิจประกันชีวิตเมื่อ​ 20​ ปีก่อน ภาพลักษณ์ของธุรกิจช่างแตกต่างกับตอนนี้มาก 

สมัยนั้นเทคโนโลยีต่าง ๆ​ ก็ไม่มีอะไรมา​ Support มากนัก หลาย ๆ​ ครั้งต้องอธิบายแบบประกันด้วยการวาดแบบบนกระดาษ​ A4 พกเอกสารนำเสนอเป็นตั้ง 

แต่สมัยนี้ ipad เครื่องเดียวสามารถทำได้ทุกอย่าง 

การพบลูกค้าสมัยนั้นก็ต้องโทรนัด เปิดกระบวนการขาย แต่สมัยนี้ส่งเอกสารทางไลน์ ลูกค้าตัดสินใจ ตัวแทนส่งเอกสารไปให้เซ็น ลูกค้าถ่ายรูปบัตรประชาชน กับ เซลฟี่รูปตัวเอง และเซ็นเอกสารกลับมา แล้วรอรับกรมธรรม์ที่บ้านได้เลย 

ยุคสมัยเปลี่ยน เทคโนโลยีเข้ามาแทน คนเข้าถึงความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์มากขึ้น ​ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจ 

แน่นอนว่าหลาย ๆ​ คนอาจถามว่า แล้วจะหาลูกค้าจากไหน? 

คำตอบสมัยก่อน กับสมัยนี้ คงไม่ต่างกัน คือ เริ่มจากคนใกล้ตัวก่อน คนในครอบครัว คนรู้จัก เพื่อน และลูกค้าแนะนำ หรือถ้าใครรู้จักคนเยอะ​ ก็ยิ่งง่าย

เช่นเดียวกันกับตัวผม ด้วยความที่ตัวเราเองเป็นนักกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทำให้เรารู้จักคนเยอะ และท่านผู้อ่านก็คงคิดว่า งานง่ายละสิ...แต่เปล่าเลยครับ!! อาชีพนี้แปลก!!

หลาย ๆ​ ครั้งเราไม่กล้าเปิดปากว่าเราทำอะไรอยู่ จึงทำให้พลาดอะไรไปหลาย ๆ​ อย่าง ซึ่งในส่วนของผมนั้น​ จำนวนลูกค้ากลุ่มแรก คือ​ กลุ่มเพื่อนที่เป็นนักกิจกรรมต่างมหาวิทยาลัยที่พวกเรารวมตัวกัน และได้สนิทติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

เราตั้งชื่อว่า​ 'กลุ่มหัวจุก'​ ครับ แต่ผมคงไม่ขอลงรายละเอียด​ เพราะว่าถ้าบอกชื่อไปท่านผู้อ่านคงรู้แน่ ๆ​ ว่าเป็นใครบ้าง เพราะหลาย ๆ​ ท่านตอนนี้ เป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคมครับ (^^)​

เพื่อนกลุ่มนี้ เราได้​ Support ซึ่งกันและกันมาตลอดครับ เอาเป็นว่าในตอนถัดไป ผมจะเล่าประสบการณ์ขายประกันให้กับเพื่อน หรือคนที่รู้จักให้อ่านกันครับ ว่ามีอะไรน่าตื่นเต้นบ้าง

หลาย ๆ​ ครั้งได้รับการตอบรับดี แต่หลายๆ​ ครั้งก็โดนปฏิเสธ 

พบกันตอนหน้าครับ กับเรื่องเล่าสนุก ๆ ของคนขายประกัน

ส่วนครั้งนี้ขออนุญาตมาแนะนำตัวก่อนครับ


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ครม.เว้นค่าธรรมเนียม “สปา-นวด-เสริมงาม”อีก 1ปี ส่วนสถานดูแลผู้สูงอายุ เว้นให้ 2 ปี ลดภาระปชช.ช่วงโควิด

น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ยกเว้นค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปี  แก่ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการสปา กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี  

ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 2564- 17 มี.ค. 2565 และยกเว้นค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการแก่การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงแก่ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการการดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้มีภาวะพึ่งพิงเป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับใช้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยาลดภาระและบรรเทาผลกระทบให้ผู้ประกอบการกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)และจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจต่อไป

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับค่าธรรมเนียมกิจการสปาอยู่ที่ปีละ 1,000 บาท กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเสริมความงามปีละ 500 บาท และกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงโดยมีการพักค้างคืนปีละ 1,000 บาท โดยมีกิจการสปาจำนวน 905 แห่ง กิจการนวดเพื่อสุขภาพและเพื่อเสริมความงาม จำวน  10,934 แห่ง และกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 138 แห่ง ทั้งนี้การเว้นค่าธรรมเนียมในครั้งนี้ รัฐจะเสียรายได้ 6,640,000 บาท 

ครม. ไฟเขียวอนุมัติเงินกู้ เยียวยาล็อกดาวน์ 10 จังหวัด จ่ายชดเชยเพิ่ม 5 กลุ่มอาชีพ คนละไม่เกิน 1 หมื่นบาท พร้อมลดค่าน้ำค่าไฟ 2 เดือน

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน เห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ 10 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา

สำหรับมาตรการ จะช่วยเหลือกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการ ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ในฐานะคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้เสนอ วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท

สำหรับช่วยเหลือแรงงานในระบบประกันสังคมและนอกระบบประกันสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ และมาตรการควบคุมการระบาดเพิ่มจากเดิม 4 สาขาอาชีพ เป็น 9 สาขาอาชีพ โดยสาขาที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ 5 สาขา ได้แก่

1.) สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า

2.) สาขาการขายส่งและการขายปลีก

3.) สาขาการซ่อมยานยนต์

4.) สาขากิจกรรมการบริหารและสนับสนุนวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมวิชาการ

5.) สาขาข้อมูลข่าวสารและการศึกษา

ทั้งนี้ ระยะเวลาการช่วยเหลือ 1 เดือน โดยลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตาม ม.33 ได้รับการช่วยเหลือ 2,500 บาทต่อคน และลูกจ้างที่ได้รับชดเชยจะได้รับเงินเดือน 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 7,500 บาท รวมกับเงินช่วยเหลือไม่เกินคนละ 10,000 บาท

สำหรับผู้ประกอบการจะได้รับรายละ 3,000 บาท ต่อลูกจ้าง 1 คน จำกัด ไม่เกิน 200 คน เหมือนกับกรณีมาตรการล็อกแคมป์คนงานที่ผ่านมา ส่วนผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 ได้รับความช่วยเหลือ 5,000 บาท

นอกจากนี้ ลดค่าน้ำค่าไฟ 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

1.) ลดค่าไฟ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 10 จังหวัด ระยะเวลา 2 เดือน (ก.ค.-ส.ค.)

2.) ลดค่าน้ำ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 10 จังหวัด ระยะเวลา 2 เดือน (ส.ค.-ก.ย.)

สำหรับ 4 กิจการที่รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาที่อยู่ในระบบประกันสังคม ไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย

1.) กิจการก่อสร้าง

2.) กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร

3.) กิจการศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ

4.) กิจการบริการอื่น ๆ

ล่าสุด สำนักงานประกันสังคมได้จ่ายเงินเยียวยาตามสิทธิฯ อาทิ เงินชดเชยร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ไปแล้ว 17,920 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 87 ล้านบาท

แบ่งเป็น กิจการก่อสร้าง 16,468 ราย เป็นเงิน 79,801,420.45 บาท กิจการร้านอาหารและภัตตาคาร 1,452 ราย เป็นเงิน 7,829,613.35 บาท โดยเป็นการตัดจ่ายทุกวันศุกร์ และนำจ่ายเงินให้ลูกจ้างทุกวันจันทร์ ซึ่งคนงานในกิจการก่อสร้างจะได้รับเป็นเงินสด ส่วนกิจการอื่น ๆ จะโอนเงินเข้าบัญชีลูกจ้างโดยตรง

สำหรับกรณีลูกจ้างที่ยังไม่ได้เงิน ขอให้เร่งดำเนินการ ดังนี้

1.) ให้นายจ้างรับรองในระบบ e-service ว่ามีลูกจ้างกี่ราย หยุดงานตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน

2.) ลูกจ้างต้องยื่นแบบ สปส. 2 - 01/7 ให้แก่นายจ้างส่งต่อให้สำนักงานประกันสังคม เพื่อการพิจารณาวินิจฉัยจ่ายเงินโดยเร็วต่อไป

 

ที่มา : https://www.posttoday.com/economy/news/657891


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

มาทำความเข้าใจ หลักปฏิบัติตัวในช่วง ‘เคอร์ฟิวส์ 14 วัน’ ใครออกจากบ้านได้ หรือใครจะขอออกจากบ้าน ต้องทำอย่างไร

เมื่อคืนมีภาพข่าว ‘ถนนโล่ง’ เต็มหน้าฟีดโซเชียลมีเดีย เนื่องจากเป็นคืนแรกที่คำสั่ง ‘ห้ามออกนอกเคหะสถาน’ ตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. เริ่มมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตลอด 14 วัน ยังมีผู้ที่สามารถออกนอกเคหะสถานได้ รวมไปถึงผู้ที่ขอออกเป็นกรณี ๆ ไป และผู้ที่สามารถออกได้ในกรณีฉุกเฉิน แต่ทั้งหมดต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ THE STATES TIMES ไปรวบรวมข้อบังคับต่าง ๆ มาให้อ่านเพื่อความเข้าใจ เผื่อว่าใครที่มีความจำเป็นต้อง ‘ออกจากบ้าน’ อ่านไว้จะได้ไม่ทำผิดกฎระเบียบกัน...


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

โศกนาฏกรรมโรงเรียนกินนอน​ บาปที่ ‘รัฐบาลแคนาดา’ พยายามโยนให้คริสตจักร

ชวนคิด!! ‘ทรูโด’ เชิญ ‘โป๊ป’ ขอโทษชนพื้นเมือง
เหตุต้องการเบี่ยงประเด็น โศกนาฏกรรมโรงเรียนกินนอนให้พ้นผิดจาก ‘รัฐบาลแคนาดา’
.
NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช
.
โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง
.

.


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'อัศวิน' มอบเครื่องดื่มนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพรให้ผู้ป่วยโควิด-19 ระหว่างรอเตียง ถวายเป็นพระกุศลแด่พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

นายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผึ้งหลวง อัศวิน จำกัด เปิดเผยว่า “ด้วยวันนี้ (13 กรกฎาคม 2564) เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ท่านผู้หญิง ม.จ.พันธุ์สวลี กิติยากร และคุณน้ำผึ้ง ม.ล.สราลี กิติยากร ได้มอบหมายผมให้ดำเนินการนำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มนวัตกรรมสมุนไพรที่มีสารสกัดจากพริกไทยดำ สมุนไพรไทยมากคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มามอบให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่ได้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล อยู่ในสถานะรอเตียงซึ่งตอนนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อถวายเป็นพระกุศลให้กับพระองค์ท่าน กอปรกับความห่วงใยของท่านผู้หญิงพันธุ์สวลีและคุณน้ำผึ้งเอง ซึ่งทั้งสองได้มีปณิธานที่ตั้งใจไว้เสมอว่า จะช่วยเหลือ ดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในขอบเขตความสามารถที่จะทำได้ ซึ่ง ณ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากช่วยเหลือ หรือทำอะไรให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งสภาพทางเศรษฐกิจและสภาวะทางจิตใจ ก็ขอให้ช่วยกัน จะมากจะน้อย ก็จะเป็นเหมือนกำลังใจที่จะทำให้คนไทยทุกคนฟันฝ่าและรอดพ้นจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ไปได้ด้วยกัน”

นายวุฒิศักดิ์ ฯ กล่าวด้วยว่า “สำหรับความคิดที่นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรที่มีสารสกัดจากพริกไทยดำ ภายใต้ชื่อ “โครงการสมุนไพรไทย สู้ภัยโควิด” มามอบให้แก่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้น เพราะว่าในตอนนี้มีบทความงานวิจัยจากประเทศอินเดีย In silico investigation of spice molecules as potent inhibitor of SARS -CoV -2 ซึ่งมีการจำลองโมเลกุลของเครื่องเทศ 30 ชนิด ที่ช่วยยับยั้งโคโรนาไวรัส พบว่า ไพเพอรีน (Piperine) ในพริกไทยดำ มีประสิทธิภาพมากที่สุด อันนี้จะบอกว่าเป็นข่าวดีก็ว่าได้ เพราะมันทำให้เรามองเห็นทางรอดในการดูแลรักษาให้ประชาชนมีอัตราการติดเชื้อน้อยลง รวมทั้งมีอัตราการรอดชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า-2019 เพิ่มมากขึ้น เพราะบ้านเรามีการปลูกพริกไทยดำอยู่แล้ว และบริษัท ผึ้งหลวง อัศวิน ฯ ของเราก็มีผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากพริกไทยดำผสมอยู่ด้วย อีกทั้งยังเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่เพิ่มเติมสารสกัดตัวอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายด้วย เช่น สารสกัดจากกระชายดำ ขมิ้นชัน ถั่งเช่า เสริมด้วยวิตามินบี ซึ่งล้วนแล้วแต่จะช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เราก็เลยผุดไอเดีย โครงการสมุนไพรไทย สู้ภัยโควิด ขึ้นมา เพื่อจะช่วยพี่น้องคนไทยของเราครับ โดยวันนี้เราเริ่มต้นทำพิธีเปิดโครงการในบริเวณบริษัทฯ ของเรา นอกจากจะได้ถวายเป็นพระกุศลแล้วยังได้ทำให้สุขภาพร่างกายของคนไทยปลอดภัยแข็งแรง ซึ่งถ้าหากคิดในเชิงธุรกิจ โครงการสมุนไพรไทย สู้ภัยโควิด ก็ถือเป็นกำไรของบริษัทที่ทำได้ดีที่สุดในสถานการณ์โควิด-19 ครับ และตอนนี้เราก็กำลังติดต่อประสานศูนย์พักคอยต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของเราที่มีทั้งเครื่องดื่มสมุนไพรอัศวิน และ อินเมทต้า แคปซูลสารสกัดสมุนไพรไปมอบให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ซึ่งอยู่ในสถานะรอเตียงต่อไป”

นายวุฒิศักดิ์ ฯ กล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “ก่อนหน้านี้เราได้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ทั้งที่ครัวพระราชทานอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย รวมถึงโรงพยาบาลสนามมงกุฎวัฒนะและโรงพยาบาลสนามเมืองทองธานี รวมถึงเรายังมีโครงการมอบถุงยังชีพให้ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ หรือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการอัศวินปันสุข , อัศวินให้ทำทุน รวมถึงร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ร่วมกับโครงการเรื่องเล่าแบ่งปัน เพราะเรามองเห็นถึงความสำคัญของทุกชีวิตที่ต้องร่วมกันต่อสู้กับวิฤตโควิด-19 ในขณะนี้ เชิญชวนทุกท่าน สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราหรือหน่วยงานต่าง ๆ ในการให้กำลังใจ ร่วมแรงร่วมใจในการให้ความช่วยเหลือตามกำลังที่ท่านมี มาต่อสู้กับวิกฤตนี้เพื่อที่เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะครับ”

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อได้ที่ Facebook : เครื่องดื่มนวัตกรรมสมุนไพร - Asawin Herbal Drink หรือ โทร.086-336-0605

กสม. ส่งหนังสือถึงนายกฯ ให้รัฐบาลชะลอเสนอขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกก่อน จนกว่าแก้ปมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์กระเหรี่ยงบางกลอยคลี่คลาย

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ตามที่รัฐบาลจะนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเพื่อรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 16 – 31 ก.ค. 2564 นั้น กสม. โดย น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกสม.ได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ลงวันที่ 12 ก.ค.64 เสนอให้รัฐบาลชะลอการเสนอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติออกไปก่อน จนกว่าปัญหาสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยจะคลี่คลาย

โดยระบุว่า กสม. เห็นถึงคุณค่าของการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนกรณีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน รวมทั้งที่ได้เคยตรวจสอบกรณีดังกล่าว กสม. มีข้อเสนอเพื่อพิจารณาในประเด็นดังนี้ 1. คณะกรรมการมรดกโลกขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้มีข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งในปัจจุบัน ยังปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหากรณีดังกล่าว อาทิ การโต้แย้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิในพื้นที่ดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย

2. แม้ภาครัฐได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการจัดสรรพื้นที่ให้กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยที่ถูกย้ายออกจากพื้นที่ดั้งเดิมแล้ว แต่ในทางปฏิบัติกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยยังประสบปัญหาในการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ได้รับการจัดสรรอย่างจำกัด ไม่ครบถ้วน และสภาพดินไม่สามารถทำกินได้อย่างเพียงพอ ต่อมา เมื่อประมาณต้นปี 64 กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยบางส่วนได้กลับเข้าไปทำกินและอยู่อาศัยในพื้นที่ดั้งเดิม ทำให้ถูกจับกุม และเกิดข้อขัดแย้ง กระทั่งได้มีการแก้ไขปัญหาตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 67/2564 ลงวันที่ 16 มี.ค.64 และมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 5 ด้านขึ้นมา เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผลการดำเนินการและข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ซึ่งถูกจับกุมกำลังถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

3. กสม. ขอเสนอให้รัฐบาลชะลอการเสนอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติออกไปก่อน จนกว่าปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลายและได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ เมื่อปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมแล้ว กสม. พร้อมที่จะสนับสนุนการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติต่อไป

โดยกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยมีลักษณะเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ซึ่งควรได้รับการคุ้มครองสิทธิในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของตน รวมทั้งมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามที่รัฐธรรมนูญ60 และหนังสือสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามได้ให้การรับรองไว้

‘กรณ์’ วอนรัฐ ปรับปรุงกติกา ลดภาระประชาชน คนยากจนเข้าถึงการตรวจรักษาฟรี

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ความต้องการเตียงเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา กลุ่ม ‘กล้าอาสา-หาเตียง’ ได้ปรับการทำงานเพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยด้วยการแบ่งเป็น 7 ทีม โดยที่มีหนึ่งทีมโดยเฉพาะไว้ช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว อีกทีมดูแลเคสผู้ป่วยสีเหลือง สีแดง แต่ละทีมมีอาสา 3-5 คน ทำงานกันเกือบตลอด 24 ชม.

โดยทางทีมงานประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันทุก ๆ 4-5 วัน เพื่อซักซ้อมและปรับตัวตามมาตรการของทางราชการที่ก็มีการปรับตามสถานการณ์เช่นกัน และเราคุยกันเพื่อตรวจเช็คสภาพจิตใจของอาสาแต่ละคน เพราะการทำงานอาสานี้ต่างกับการทำงานในช่วงภัยพิบัติประเภทต่าง ๆ ที่ผ่านมา

“งานนี้อาสาเราต้องพบกับสภาพความกดดันในการทำงานเพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วย การจะได้เตียงหรือไม่หลายครั้งหลายคราหมายถึงความเป็นหรือความตายของผู้ป่วย อาสาเราต้องคอยให้กำลังใจ และต้องดิ้นรนทุกหนทางเพื่อช่วยเหลือผู้ที่สถานการณ์บังคับให้ต้องพึ่งเรา เราเองก็ไม่มีอำนาจพิเศษอะไรนอกจากความตั้งใจในการต่อสู้ให้เขามีโอกาสได้รับการรักษา เราเองก็คอยเป็นกำลังใจให้กับอาสาทุกคนว่าถ้าไม่ไหวต้องพัก อย่ากดดันตัวเองจนไปไม่ไหว อย่าเข้าสู่สภาวะซึมเศร้า ปัญหาตอนนี้ คือ ผู้มีอาการหนักเคสสีเหลืองเข้ม และสีแดง ผู้ป่วยกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีความจำเป็นต้องพึ่งหมอ พึ่งพยาบาล เราจึงสนับสนุนทุกมาตรการที่สามารถลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้บุคลากรทางแพทย์ด่านหน้าต้องติดเชื้อไวรัสเอง” หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว

นายกรณ์ กล่าวว่า ปัญหาจากที่เราพบจากการลงมือทำของทีม ‘กล้าอาสา-หาเตียง’ คือ ความล่าช้าในการรับการรักษา คือ ปัญหาหลักที่ทำให้เรามีผู้ป่วยหนักมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจัยสำคัญ คือ เงื่อนไขการตรวจ PCR นี่คือสาเหตุที่เราจึงได้ออกมาเรียกร้องว่ารัฐบาล ข้อเสนอคือ รัฐบาล ต้องจัดหาอุปกรณ์การตรวจแบบ Rapid Antigen ให้กลุ่มเสี่ยงเข้าถึงได้โดยสะดวกและไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ทำไปแล้วคือแค่บอกว่าอนุญาตให้ใช้ได้ ซื้อได้ แต่ขอย้ำว่า พื้นที่สีแดง ควรต้อง ฟรี! โดยเฉพาะในวินาทีนี้ และขอให้ผ่อนปรน หากรู้ผลตรวจ Rapid Antigen แล้วพบว่าติดเชื้อ ควรเข้าสู่ระบบหาเตียงรักษาพยาบาลได้ทันที และในหลายชุมชนในพื้นที่สีแดง คนส่วนใหญ่เป็นคนยากคนจน ควรจะได้สิทธิ์รับการตรวจแบบ Rapid Antigen ฟรี ซึ่งรัฐจัดให้ได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก แต่ถ้าให้ไปซื้อตรวจกันเองในราคา 300 ถึง 500 บาท คงจะเป็นภาระให้กับประชาชนในสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่แบบนี้ จึงฝากถึงรัฐบาลให้ปรับปรุงกติกา ลดภาระประชาชน

“วิกฤติครั้งนี้เมื่อสองเดือนก่อนยังไกลตัวประชาชนส่วนใหญ่ แต่วันนี้แทบทุกคนมีผู้ป่วยที่เรารู้จักเป็นการส่วนตัว แม้แต่เศรษฐีที่พยายามใช้เงินเพื่อซื้อความช่วยเหลือให้ลูกน้องที่ป่วยโควิด แต่ปรากฎว่าแม้มีเงินเขาก็ซื้อบริการทางการแพทย์ (ผ่านการรักษาในรพ.เอกชนที่ราคาแพง) ที่ต้องการไม่ได้ เป็นประสบการณ์ที่เขาไม่เคยพบมาก่อน จริงอยู่วันนี้คนมีสตางค์อย่างไรก็ยังมีความได้เปรียบ แต่แม้แต่เงินก็ไม่เป็นหลักประกันที่เพียงพอว่าจะช่วยคนได้ ผมประเมินว่าเราจะอยู่กับสถานการณ์เช่นนี้ไปอีกอย่างน้อย 2 เดือน และจะพ้นวิกฤตินี้ไปได้ต้องมีวัคซีนอย่างเดียว ระหว่างนี้ที่พวกผมทำได้ คือ ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และเสนอมุมมองและข้อเสนอจากฝ่ายปฏิบัติเพื่อให้รัฐบาลรับรู้ทุกมิติของปัญหา และหวังว่าผู้มีอำนาจในรัฐบาลจะใส่ใจเท่ากับอาสาทุกคน ทั้งที่ทำงานอยู่กับเรา และกลุ่มอื่น ๆ ที่ยื่นมือเข้ามาช่วย” นายกรณ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่ ริมทางรถไฟสายท่าเรือ เขตคลองเตย ชาวชุมชน ใช้ลานกีฬาใต้ทางด่วน ตั้งเต็นท์ล้อมสแลน ทำจุดพักคอยชุมชน (Community Isolation) แยกผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัว ป้องกันการระบาดในชุมชนกันเอง ด้วยความเป็นห่วง ตนพร้อมด้วยทีมงานพรรคกล้า ทั้ง ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร กรรมการบริหารพรรค นายสมเกียรติ ปัญญะธารา ผู้กล้า - ยานนาวา รีบนำหน้ากากอนามัยโครงการ ‘แจกแมสก์ 5,000,000 ชิ้น’ , ยาฟ้าทะลายโจร , อาหารแห้ง มาช่วยพี่ ๆ น้อง ๆ ที่กักตัวในศูนย์พักคอยที่ทำกันเอง ก่อนจะย้ายไปศูนย์พักคอยที่วัดสะพาน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับระบบสาธารณสุข และ กทม. เพื่อให้ผู้ที่มีอาการหนักขึ้นเข้าสู่การรักษาพยาบาลได้

แต่ปัญหาตอนนี้ที่กลุ่มกล้าอาสา-หาเตียงพบ คือ ผู้ป่วยระดับสีเหลือง สีส้ม สีแดง เข้าไม่ถึงเตียงรักษา เพราะเงื่อนไขราชการต้องมีผลตรวจ RT- PCR รับรองก่อน ทำให้ประชาชนต้องรอคิวข้ามคืนเพื่อใช้สิทธิ์การตรวจ แม้ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขเริ่มผ่อนคลายเงื่อนไขให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการตรวจ Rapid Antigen แล้ว แต่ยังต้องตรวจ PCR เพื่อยืนยันผลอีก ถึงจะเข้าสู่ระบบรอที่รักษาได้ กลายเป็นอุปสรรคต่อพี่น้องประชาชนที่ป่วยอยู่แล้ว บางคนคนป่วยนอนติดเตียงยิ่งลำบาก ถ้าต้องออกไปอีก ยิ่งจะเพิ่มความเสี่ยง


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top