Sunday, 21 June 2026
TheStatesTimes

“ณัฏฐ์ชนน” เผย "ภูมิใจไทย" พร้อมสู้ศึกซักฟอก ไม่สนกระแสจี้ถอนตัวพรรคร่วมรบ.  ลั่น ไม่คิดหนีปัญหาวิกฤตโควิด แต่หากทำแบบนั้นปชช.ไม่ให้โอกาสกลับมารอบหน้า วอนนักการเมืองอย่าซ้ำเติมสถานการณ์

ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส. สงขลา และรองโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ เป็นการอภิปรายซักฟอกรัฐบาล ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล สิ่งสำคัญของเราคือการทำงาน โดยในพรรคเองได้กำชับส.ส.ให้ลงพื้นที่ไปช่วยชาวบ้าน สิ่งไหนที่ไปซ้ำเติมสถานการณ์เราก็หยุด ดังนั้นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันนั้น ทางพรรคภูมิใจไทยก็จะอภิปรายปัญหาในพื้นที่ เช่น ตนก็จะพูดเรื่องการจัดสรรวัคซีน และการเยียวยาประชาชนในเขตพื้นที่ที่ศบค.ยังไม่อนุมัติงบประมาณ ซึ่งท่าทีของพรรคภูมิใจไทยชัดเจนว่าจะอภิปรายปัญหาในพื้นที่เพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา แต่สิ่งที่เราต้องตระหนักมากที่สุดตอนนี้ คือ ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมพยายามแก้ไขปัญหา  เราอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่หลายคนถามว่าทำไมพรรคภูมิใจไทยไม่ถอนตัวและทำไมไม่ลาออก ถ้าวันนี้หากพรรคภูมิไจไทยถอนตัวจากรัฐบาลก็จะทำให้รัฐบาลยุติการบริหารงาน แต่วันนี้มีสถานการณ์โควิด หากพรรคภูมิใจไทยถอนตัวแล้วรอบหน้าประชาชนคงไม่ให้โอกาสกลับมา เพราะเวลาที่มีปัญหากลับหนีปัญหาหรือตัดช่องน้อยแต่พอตัว ตนคิดว่านายกฯก็เช่นกัน ท่านก็คงอึดอัดใจคิดจะตัดสินใจหลายอย่าง แต่หากกลับมารอบหน้าจะยากมาก และแทบไม่มีโอกาสได้กลับมา แต่ถ้านายกฯแก้ปัญหาให้หมดโควิด ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ตนคิดว่าประชาชนจะตัดสินใจอีกรอบหนึ่ง

เมื่อถามว่าการที่จี้ให้ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลตอนนี้ ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาใช่หรือไม่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า เป็นความสะใจของหลายคนที่ถามว่าทำไมไม่ลาออก แต่วันนี้เกิดปัญหา พวกเราเข้ามาแก้ไขปัญหา เมื่อเกิดปัญหาแล้วจะให้พวกตนลาออกเพื่อให้รัฐบาลล้ม แล้วถามว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะการรณรงค์หาเสียงออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งตอนนี้เป็นไปได้ยาก และเป็นการซ้ำเติมปัญหา ดังนั้นหลังสถานการณ์โควิดค่อยมาประเมินกันใหม่  และพวกตนก็จะประเมินตนเอง

เมื่อถามว่าตอนนี้มีหลายพรรคการเมือง เช่น พรรคไทยสร้างไทย  และพรรคเสรีรวมไทย รวมถึงภาคประชาชนล่ารายชื่อฟ้องนายกฯบริหารจัดการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ผิดพลาด และเป็นรัฐบาลฆาตกร นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า เป็นประเด็นทางการเมืองที่เมื่อพรรคเหล่านั้นจะลงสนามเลือกตั้งก็ต้องเปิดประเด็นสิ่งที่เห็นต่างและคิดว่าประชาชนได้ประโยชน์ แต่กระบวนการทั้งหมดในการดำเนินคดี ถ้าทำได้ก็ต้องไปว่ากันตามช่องทางกฎหมาย แต่จะผิดหรือถูก พวกเราเป็นนักการเมืองก็รู้ ซึ่งสิ่งสำคัญไม่อยากให้นักการเมืองไปซ้ำเติมสถานการณ์ วันนี้ทุกคนสับสนหมด ทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหา เรื่องวัคซีน กระบวนการโรงพยาบาลสนามที่ไม่มีความชัดเจน ดังนั้นเราต้องตั้งสติดีๆ และแก้ไขปัญหาไปทีละอย่าง

พท.แนะใช้หอประชุม รร.เป็นที่กักตัวแทนเถียงนา รับช่วย ปชช.จนเงินเดือน ส.ส.หมดทุกเดือน 

นายภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวคิดเถียงนาโมเดลของ ศบค.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น สถานการณ์จริงหลายพื้นที่ในจ.ขอนแก่น ได้มีประชาชนใช้เถียงนาอยู่อาศัยชั่วคราวหลังพบว่าตนเองติดโควิดอยู่แล้ว โดยเฉพาะในอ.สีชมพู ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดคลัสเตอร์ฟันน้ำนม เด็กและครูในสถานรับเลี้ยงเด็กติดเชื้อจำนวนมาก ส่งผลให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องกักตัว แต่ด้วยศักยภาพของเถียงนานั้นไม่สามารถที่จะใช้เป็นสถานที่กักตัวได้ เป็นได้เพียงสถานที่แยกตัวเท่านั้น เนื่องจากเถียงนาไม่มีระบบสาธารณูปโภคเพียงพอต่อการใช้ชีวิต เช่น ห้องน้ำ ไฟฟ้าซึ่งจำเป็นมาก จึงได้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเบื้องต้น โดยได้ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันจัดทำถุงกำลังใจ ซึ่งมีอาหารแห้งพร้อมรับประทาน รวมถึงของใช้จำเป็นเบื้องต้น ประสานไปยังอำเภอนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้ที่กักตัวและแยกตัวในอ.ภูเวียง อ.เวียงเก่า อ.หนองนาคำ และอ.สีชมพูแล้ว 

นายภาควัต กล่าวต่อว่า เหตุที่จำเป็นต้องเปิดรับบริจาค เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมายอมรับว่าได้ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว ที่เป็นเงินเดือนและค่าตอบแทน ส.ส. ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ติดต่อกันหลายเดือนจนหมดแล้ว แม้เงินเดือน ส.ส.อาจจะน้อยเมื่อเทียบกับเงินเดือนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ ผอ.ศบค.และรัฐมนตรีอีกหลายคนที่สละเงินเดือน 3 เดือน แต่ยืนยันว่าจะทำงานให้คุ้มค่ากับเงินเดือนที่มาจากเงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่จ้างมาทำงานให้คุ้มค่าครบทุกบาททุกสตางค์ ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่เถียงนาหลายอำเภอในขอนแก่นค่อนข้างลำบาก ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลโดย ศบค.จัดโซนนิ่งสถานที่กักตัว โดยใช้สถานที่หอประชุมโรงเรียนที่ปิดการเรียนการสอนมาเป็นสถานที่กักตัว เพราะมีห้องน้ำและเหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่าเถียงนา

จับ ‘กัญชาบิ๊กล็อต’ !! ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี แถลงจับ พร้อมขบวนการ

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พล.ต.บุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.อ.วิระ สอนถม รอง ผอ.รมน.จว.มุกดาหาร และ พ.ต.อ.จารึก พุ่มระย้า ผกก.สภ.หว้านใหญ่ ร่วมกันแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังจับกุมเครือข่ายขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติได้ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน  528 แท่ง

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายสมศักดิ์  บุญจันทร์ นายอำเภอหว้านใหญ่ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบกลุ่มคนกำลังขนห่อพลาสติกสีดำขนาดใหญ่อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านโป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กองร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หว้านใหญ่ ออกไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้งพบนายอาทร มีลา หรือโอม อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 10 ม.4 บ้านนาดี ต.คำใหญ่ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ และนายธนพงศ์ ศรีประสงค์ หรือไมค์ อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 3 ม.8 บ้านสุขสำราญ ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พร้อมพวกกำลังช่วยกันขนห่อพลาสติกขนาดใหญ่ขึ้นจากริมฝั่งแม่น้ำโขงมาซุกซ่อนไว้บริเวณป่าละเมาะที่อยู่บริเวณริมตลิ่ง เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันวิ่งหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามไปควบคุมตัวนายอาทรและนายธนพงศ์ไว้ได้

จากการตรวจสอบบริเวณพื้นที่โดยรอบ พบห่อพลาสติกบรรจุสิ่งของสีดำขนาดใหญ่ถูกวางทิ้งไว้รวม 12 ห่อ เมื่อเปิดออกดูพบว่าภายในเป็นกระสอบบรรจุกัญชาแห้งอัดแท่งหุ้มด้วยแผ่นฟอยล์สีทองรวม 528 แท่ง น้ำหนักประมาณ 528 กก. โดยนายอาทรและนายธนพงศ์ให้การยอมรับว่าร่วมกันขนกัญชาแห้งอัดแท่งจริงและทำมาแล้วหลายครั้ง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 4,000 - 7,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ(กัญชา)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และควบคุมตัวพร้อมกับกัญชาแห้งอัดแท่งของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อสืบสวนสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว  ชุด ฉก.พญาอินทรีย์ / เดวิท โชคชัย

การเมืองน้ำเน่า​ 'ยุโรป'​ กีดกันคนฉีดวัคซีน​ 'จีน-รัสเซีย-อินเดีย'​ | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

หางโผล่!! วัคซีนการเมือง!! 

‘วัคซีน’ กับการเมืองเลือกข้างระหว่างประเทศเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ หลังชาติตะวันตกบางชาติยอมรับแค่วัคซีน​ 'แบบพวกเขาพวกเรา'​

...หรือจะให้พูดว่า​ ตอนนี้​ ใครไม่ฉีด Pfizer / Moderna / J&J และ AstraZeneca เวอร์ชั่นยุโรป ก็อย่าหวังได้เหยียบเข้า EU​ แบบง่าย ๆ

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง
.

.


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กองทัพบกใช้ศักยภาพสัตว์บรรทุกต่างลาดตระเวนร่วมกำลังพล ลดความตรากตรำ ในการป้องกันชายแดน

พันตรีหญิง จุฑาทิพย์ วุฒิรณฤทธิ์ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า การนำสัตว์บรรทุกต่างมาใช้ในภารกิจป้องกันชายแดนสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เป็นหนึ่งในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสัตว์บรรทุกต่างได้ถูกฝึกฝนให้ปฏิบัติในภารกิจดูแลแนวชายแดน การบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือกำลังพลในการเดินเท้าลาดตระเวน ดูแลตลอดแนวชายแดน สามารถช่วยการตรวจการณ์ และเพิ่มระยะในการปฏิบัติภารกิจได้มากขึ้นครอบคลุมในพื้นที่ปฏิบัติการ โดยการนำกำลังและสัตว์บรรทุกต่างเข้าปฏิบัติการในแต่ละภูมิประเทศที่มีความแตกต่างกัน อาทิ

กองกำลังผาเมือง ใช้ล่อ 24 ตัวปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและขนส่งสิ่งอุปกรณ์ให้กลับฐานปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลโดยกรมการสัตว์ทหารบกได้สนับสนุนตั้งเพิ่มเติมอีก 10 ตัว ใน 4 พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อเพิ่มความถี่ในการปฏิบัติงาน

กองกำลังนเรศวร พื้นที่ปฏิบัติการเป็นป่าและภูเขาสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ใช้ม้าลาดตระเวน ส่วน ล่อ นำส่งน้ำและเสบียงให้กับกำลังพลในฐานปฏิบัติการในพื้นที่ อ.ปางมะผ้า, อ.เมืองแม่ฮ่องสอน โดยเป็นสัตว์บรรทุกต่างจาก กรมทหารราบที่ 14 และโครงการอาชาบำบัด 58

กองกำลังสุรสีห์ มีการใช้สัตว์บรรทุกต่างเข้าพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณแนวชายแดนจังหวัดราชบุรีและเพชรบุรีเพื่อลาดตระเวนและส่งกำลังบำรุงในพื้นที่ที่ยานพาหนะไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยใช้กำลังพลพร้อมล่อ 4 ตัว ส่งสิ่งอุปกรณ์จำเป็นให้กับ กองร้อยทหารพรานที่ 1106 ใน 3 ฐานปฏิบัติการ ได้แก่ ช่องทางกระซุ้ง, บ.พุระกำ และ ช่องทางพุระกำ และดำเนินการใช้ล่อ 6 ตัว นำอุปกรณ์ลวดหนามหีบเพลงส่งให้กับ กองร้อยทหารพรานที่ 1103 ณ ฐานปฏิบัติการช่องทางโป่งแห้ง

กองกำลังบูรพา ทำการลาดตระเวนด้วยม้าตามเส้นทาง/พื้นที่ตามแนวชายแดน 4 อำเภอ ได้แก่อ.ตาพระยา, อ.โคกสูง, อ.อรัญประเทศ และ อ.คลองหาด เพื่อเสริมการปฏิบัติในการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การลาดตระเวนด้วยม้านั้น มีคุณลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน อาทิ ตรวจการณ์ได้ในระยะไกลเข้าถึงพื้นที่ที่มีเส้นทางที่ยากลำบากทำให้หน่วยสามารถลาดตระเวนได้เป็นบริเวณกว้างมากขึ้นภายใต้ระยะเวลาเท่าเดิม โดยได้รับกาสนับสนุนม้าจาก กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ และกองพันทหารม้าที่ 30 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์

ทั้งนี้ การใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า สามารถช่วยเสริมการปฏิบัติภารกิจ และลดความตรากตรำของกำลังพลได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ต้องการให้ใช้ทรัพยากรของกองทัพบกที่มีให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด และอนุรักษ์กำลังรบ โดยเฉพาะกำลังพลให้ปลอดภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศยากลำบาก เพื่อเป็นกองทัพบกที่เข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

'เกาะปันหยี' ILINK เซ็นต์สัญญา ก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 33 เควี 'เกาะปันหยี' จังหวัดพังงา มูลค่า 143 ล้านบาท

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ ILINK ได้ลงนามร่วมกับ นายศุภชัย เอกอุ่น รองผู้ว่าการวิศวกรรม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 เควี เกาะปันหยี จังหวัดพังงา มูลค่างาน 143,980,000 บาท สัญญาจ้างเลขที่ จ.100/2564  สัญญาลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 360 วัน

โดยจะได้เร่งรัดให้แล้วเสร็จก่อนกำหนดเวลา เพื่อสนับสนุนให้ชาวเกาะปันหยี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้ใช้ไฟฟ้าจากแผ่นดินใหญ่ที่มีความเสถียร และประหยัดได้โดยเร็ว ข้อสำคัญลดการปั่นไฟฟ้าในเกาะ จะทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น

รมว.แรงงาน เผยความคืบหน้าช่วยเหลือแรงงานในแคมป์ก่อสร้าง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือด้านอาหารคนงานแคมป์ก่อสร้าง ตั้งแต่วันที่ 12 -27 ก.ค. 64 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลออกมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นครปฐม เพื่อควบคุมโรคและป้องกันการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง โดยมีคำสั่งปิดสถานที่ก่อสร้าง และที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับคนงานทั้งภายในและภายนอกสถานที่ก่อสร้าง รวมทั้งมีคำสั่งให้หยุดงานก่อสร้าง ห้ามการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงานเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 30 วัน นั้น 

“ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ต่างห่วงใยทั้งแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าวที่ได้รับผลกระทบจากการให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐบาล จึงกำชับให้กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลแรงงานที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง ซึ่งผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับฟังปัญหาหลายด้าน ทั้งจากผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และสมาคมภัตตาคารไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่นกัน จึงได้ให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และสมาคมภัตตาคารไทยทำข้าวกล่องเพื่อส่งแคมป์คนงานที่ถูกกักตัวช่วงที่มีการปิดสถานที่ก่อสร้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่แรงงานภายในแคมป์ไปพร้อมกับช่วยเหลือผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และสมาคมภัตตาคารไทยให้มีรายได้ โดยมีกระทรวงแรงงานเป็นผู้สนับสนุนค่าอาหาร จนครบกำหนดตามประกาศ ซึ่งในระหว่างวันที่ 12 – 27 กรกฎาคม 2564 ได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานรับผิดชอบดูแลในเรื่องนี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนาย ไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน รับข้อสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จัดทำโครงการให้ความช่วยเหลือแรงงานในแคมป์ก่อสร้าง ด้านอาหาร โดยล่าสุดได้มอบหมายสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ซึ่งมีแคมป์คนงาน จำนวน 520 แห่ง และสำนักงานจัดหางานจังหวัดปทุมธานี สำนักงานจัดหางานจังหวัดนนทบุรี สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม และสำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีแคมป์คนงานรวม 797 แห่ง เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร ระหว่างกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และสมาคมภัตตาคารไทย ที่เป็นผู้จัดทำอาหาร และสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่เป็นผู้ดูแลแจกจ่ายอาหารให้แก่แรงงานในแคมป์ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกรมการจัดหางานหวังอย่างยิ่งว่า ระหว่างวันที่ 12 – 27 กรกฎาคม 2564 ที่ดำเนินการโครงการฯ นี้ จะได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ค่าอาหารแก่แรงงานในแคมป์ก่อสร้าง ทำให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ต้องหยุดงานได้จนครบกำหนด

ศปฉ.ปชป. ช่วยคนแก่ติดเตียงอายุ 104 ปี ติดโควิด ส่งตัวไปรักษาเร่งด่วน ญาติปลื้มหลังช่วยเหลือทันท่วงที 

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้รับผิดชอบประสานข้อมูลผู้ติดเชื้อเพื่อการส่งต่อ ศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน โควิด-19 พรรคประชาธิปัตย์ (ศปฉ.ปชป.) เปิดเผยว่าทีมอาสาของศูนย์ฯ ได้ทำงานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยหาเตียงให้กับผู้ป่วย ล่าสุดได้รับแจ้งจากนายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต ส.ส. ของพรรค ว่าได้ให้การช่วยเหลือหาเตียงให้กับผู้ป่วยโควิด-19 อายุ 104 ปี เพื่อส่งตัวต่อไปเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลหลังจากทราบผลการตรวจว่าติดเชื้อ และถือเป็นกลุ่มเสี่ยงหากปล่อยให้รอเตียงหลายวันเนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อคือนางทองหล่อ อินทร์อ่ำ ข้อมูลจากเพจ CWN News Thailand ระบุว่าน่าจะเป็นคนไทยที่มีอายุเกือบมากสุดที่ติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากมีอายุตามบัตรประจำตัวประชาชน 99 ปี เกิดเมื่อวันที่ 2 ม.ค.  2465 แต่หลานชายซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันระบุว่าคุณยายทองหล่อมีอายุที่แท้จริงคือ 104 ปีแล้ว แต่ตอนทำบัตรประชาชนไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้อง โดยนางทองหล่อเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่บ้าน ซ.สวนผัก 25 ถ.สวนผัก เขตตลิ่งชัน กทม. พร้อมลูกสาว ลูกเขย และหลาน ๆ  ติดรับเชื้อจากลูกเขยที่มาดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ ได้ไปตรวจเชื้อครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ก.ค. และตรวจครั้งที่ 2 ที่โรงพยาบาลกลาง เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ผลการตรวจออกมาเมื่อวันที่ 11 ก.ค. พบว่าติดเชื้อโควิด  และเนื่องจากคุณยายทองหล่อ อายุมากถึง 104 ปีแล้ว หลานชายจึงได้ขอความช่วยเหลือเร่งด่วนในวันเดียวกันไปยังนายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ช่วยดูแลในพื้นที่ นายชนินทร์จึงได้มีการเร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำผู้ป่วยส่งไปยังสนามที่ดูแลโดยโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมืองเป็นผลสำเร็จวานนี้ (12 ก.ค. 64) 

ภายหลังจากนั้นเฟซบุ๊กของ Sirichai Singhajaru ซึ่งเป็นหลานชายของนางทองหล่อ โพสต์ข้อความขอบคุณนายชนินทร์ รุ่งแสงและผู้เกี่ยวข้องที่ช่วยประสานเตียงให้คุณยายด้วยความรวดเร็ว จนถึงมือสถานพยาบาลด้วยความปลอดภัย 

โดยนายชนินทร์ เป็นหนึ่งในทีมอาสาช่วยประสานหาเตียงของพรรคประชาธิปัตย์ มาตั้งแต่การระบาดระลอกใหม่ที่ทำงานอย่างเข้มแข็ง ที่ผ่านมาได้ช่วยประสานเตียงให้ผู้ป่วยไปแล้วหลายราย รวมถึงการแจกจ่ายข้าวกล่อง และการแจกถุงยังชีพให้กับผู้ที่เดือดร้อนต้องกักตัว 

“การประสานเตียงในช่วงนี้จะทำงานได้ยากจากสถานการณ์วิกฤตเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ที่ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับจำนวนเตียงที่จะรองรับ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำให้มีผู้ป่วยรอเตียงตกค้างอยู่ที่บ้านจำนวนมาก ทั้งสีเขียวและสีเหลือง บางรายเข้าข่ายสีแดงที่ต้องเร่งหาเตียงให้อย่างรวดเร็ว แต่ทีมอาสาของพรรคฯ ยังมุ่งมั่นทำงานที่จะให้ความช่วยเหลือ ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่เปิดศูนย์มา มีผู้ร้องขอความช่วยเหลือมามากกว่า 1,000 ราย และช่วยเหลือได้เกิน 80% ถึงแม้ในช่วงนี้บางวันทีมจะหาเตียงให้ได้เพียง 4-5 ราย ก็นับว่าช่วยต่อลมหายใจให้ได้อีกหลายครอบครัว ดีกว่าการอยู่เฉยๆ และไม่ลงมือทำอะไร” นางดรุณวรรณ กล่าว

#74 ‘แอโร่ซอฟ’ ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยคนไทย เปิดโอกาสให้โปรโมทฟรีช่วงบอลยูโร 2020

???? #เฟส74ช่วยต่อไม่รอแล้ว

‘แอโร่ซอฟ’ ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยคนไทย เปิดโอกาสให้โปรโมทฟรีช่วงบอลยูโร 2020

.

.

ขอนแก่น - ประกาศชัดเศรษฐกิจขอนแก่นต้องรอด นำบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจตบเท้า เข้ารับการฉีดวัคซีนทางเลือกคึกคัก "ชาญณรงค์" กำชับผู้ประกอบการทุกแห่งปฎิบัติตามคำสั่งอย่างเข้มงวด ทุกคนต้องช่วยกันจึงจะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ก.ค. 2564 ที่ห้องประชุมชั้น 13 รพ.ราชพฤกษ์ ถ.มิตรภาพ เขตเทศบาลนครขอนแก่น สถานที่ที่ใช้ในการฉีดวัคซีนทางเลือกสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ใน เขต จ.ขอนแก่น ตลอดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนที่ได้รับการยืนยันรับวัคซีนทางเลือกจากหอการค้า จ.ขอนแก่น ทยอยกันมารายงานตัวและเข้ารับการฉีดวัคซีน "ชิโนฟาร์ม" วัคซีนทางเลือกที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ทำการจัดสรรให้กับหอการค้า จ.ขอนแก่น จำนวน 2,400 โดส โดยมีกำหนดการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.)

นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล ประธานหอการค้า จ.ขอนแก่น กล่าวว่า หอการค้าขอนแก่น จัดอยุ่ในกลุ่มองค์กรเอกชนขนาดใหญา ซึ่งในระดับจังหวัดยอมรับว่าองค์กรภาคธุรกิจเอกชนนั้นมีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการได้รับการจัดสรรวัคซีนจากหน่วยงานภาครัฐอาจจะไม่ทั่วถึงเนื่องจากจะต้องใช้กับบุคลากรด่านหน้า แต่ตามการจัดสรรวัคซีนของทางจังหวัดและคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ และทันทีที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ให้องค์กรเอกชนได้ดำเนินการตามนโยบายและระเบียบที่กำหนด หอการค้าขอนแก่น จึงขอรับการจัดสรรวัคซีนทางเลือกในชุดแรก ซึ่งได้รับการจัดสรรทั้งสิ้น 2,400 โดส สำหรับการฉีดให้กับบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจ 1,200 คน

"วรรคซีนจากทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะช่วยเราได้อย่างมาก เนื่องจากเป็นการจัดสรรให้กับบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องออกเดินทางติดต่อหรือ ต้อนรับลูกค้า ต้องติดต่อส่วนราชการ หรือเดินทางไปต่างประเทศ กลุ่มนี้จึงมีความอ่อนไหวและมีความเสี่ยง หอการค้าจึงได้ติดต่อและขอรับวัคซีนซิโนฟาร์ม ด้วยการดำเนินการในส่วนของทุนภาคเอกชน  ในลักษณะการบริจาคให้กับทางสถาบัน และนำมาจัดสรรให้กับองค์กรสมาชิกของหอการค้า เพื่อให้ทุกคนได้ มีส่วนร่วมและการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามสนับสนุนให้ประชาชนคนขอนแก่นและคนไทยทั้งประเทศได้รับเร็วขึ้น เพราะเราต้องต่อสู้กับโควิดไปอีกนาน"

ประธานหอการค้า จ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า เมื่อคนจำนวนมากได้รับวัคซีนมากขึ้นแล้ว ก็จะเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมด้านเศรษฐกิจที่เข้มข้น แต่โจทย์ที่สำคัญคือเมื่อมีคนเดินทางเยอะขึ้น จังหวัดจะต้องรับแขกหรือรับการประชุมสัมมนา หรือจัดงานขนาดใหญ่ เช่นที่ขอนแก่น ซึ่งเราเป็นจังหวัดแห่งการประชุม สัมมนาและจัดแสดงนิทรรศการ ประกอบกับการที่ขอนแก่นเป้นเมืองแห่งการแพทย์ หรือเมดิคอลฮับที่ชัดเจน  ซึ่งการที่ภาคเอกชนได้ให้การสนับสนุนทางการแพทย์ ที่แสดงให้เห็นแล้ววันนี้ จะเป็นภาพแห่งความเข้มแข็ง ที่เราทุกคนจะก้าวผ่านวิกฤติเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

"เมื่อถึงวันที่เรามีภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งอาจจะสร้างขึ้นในกลุ่มก้อนขนาดเล็กและสะสมจนครบทั้ง 70% ของประชากรชาวขอนแก่น หรือประมาณ 1.2 ล้านคน จากทั้งหมด 1.8 ล้านคน ซึ่งหากเราพูดถึงเฉพาะในพื้นที่เมืองหรือเฉพาะย่านการค้าและย่านที่มีการจัดประชุมสัมมนา ขณะนี้กลุ่มนี้ได้รับวัคซีนที่อยู่ในระดับปลอดภัยและตัดการแพร่กระจายได้  ซึ่งทำให้คนที่จะเดินทางเข้ามาติดต่อนั้นได้มั่นใจว่าขอนแก่นปลอดภัย ขณะที่คนที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัด ก็ได้รับการฉีดวัคซีแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตามชุดแรกจำนวน 2,400 โดส ซึ่งจะฉีดให้กับคน 1,200 คน  ซึ่งในชุดที่ 2 เราจะสำรวจว่าต้องการวัคซีนอยู่เท่าไหร่ เน้นหนักไปในกลุ่มเอสเอ็มอี โดยเฉพาะพ่อค้ารายเล็ก ที่รัฐอาจจะดูแลไม่ทั่วถึงเราก็จะพยายามดูแลเข้าไปจนถึงจุดนี้ เพราะจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงในด่านหน้าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการในระยะนี้มีภาวะเสี่ยงมีการเคลื่อนย้ายของแรงงานแล้วก็การรับเชื้อที่เร็วกว่าเดิม ดูได้จากจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในเขต จ.ขอนแก่น ที่มีมากขึ้น ทำให้การเรารณรงค์ให้ทุกคนระมัดระวังและป้องกัน รวมทั้งการปฎิบัติตามคำสั่งอย่างเข้มงวด เป็นสิ่งที่ต้องร่วมมือกัน เพราะเราอาจจะเลี่ยงไม่ได้และอาจจะเป็นเรื่องที่หนีไม่ได้ เราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ต่อไปและทุกคนต้องปลอดภัย เข้มแข็ง และปฎิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top