Sunday, 21 June 2026
TheStatesTimes

ปทุมธานี - โควิดบุกหนัก จิตอาสาแชมป์โลก จำถอดใจ ช่วยส่งใจ ถึงแค่ 19 ก.ค.นี้

สืบเนื่องด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิด แพร่ระบาดหนักขึ้นทุกวันเป็นจำนวนตัวเลขที่น่าตกใจ ล่าสุด นายนริส ห่วงใย เขาทรายและทีมงานจิตอาสา ที่ต้องเสี่ยงภัยเพื่อความปลอดภัย สรุปจะตระเวณส่งเสบียงให้แพทย์สนาม ได้จนถึงวันที่ 19 กรกฏาคม 64 ศกนี้เท่านั้น

กิจกรรมจิตอาสาของ ชมรมวีรบุรุษแชมป์โลกไทย ภายใต้การสนับสนุนของ นายนริส สิงหวังชา ซึ่งมี เขาทราย แกแล็คซี่ เป็นประธานชมรมพร้อมอดีตแชมป์โลก ตลอดจนผู้ร่วมมีจิตศรัทธาสมทบทุนมากมาย บริจาคข้าวกล่อง-น้ำดื่ม ไปตระเวณมอบให้ แพทย์ เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลสนาม หลายแห่งซึ่งดูแลผู้ป่วยโควิด และดำเนินกิจกรรมมาเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

ล่าสุดวันที่ 12 ก.ค.64 เขาทราย แกแล็คซี่ พร้อมด้วย นายศุภกฤษ พิบูลศิลป์  ยูทูปเบอร์จากช่อง god dragon พร้อมทีมงาน ทีม shock story และทีมงาน สักกะผี นำข้าวกล่อง ก๋วยเตี๋ยว พร้อมน้ำดื่ม ไปมอบที่ โรงพยาบาล ประชาธิปัตย์ อ.รังสิต จ.ปทุมธานี ซึ่งมี "แชแม้" นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ และ ยูทูปเบอร์ ช่วยสนับสนุนเรื่องอาหารเพิ่มเติม

หลังการรับมอบ เขาทราย เปิดใจกับสื่อว่า "การดำเนินการต้องรีบกระทำอย่างเร่งด่วน ให้รวบรัดและเสร็จสิ้นโดยใช้เวลาไม่นาน วันนี้ต้องขอบคุณน้อง ๆ ทีมงานยูทูปเบอร์ที่มาช่วย เพราะเป็นที่ทราบกันจากข่าวรายวัน ซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ บางวันเก้าพันคนบางวันแปดพันคน เฉลี่ยแต่ละวันยอดพุ่งเกือบถึงหมื่น"

อดีตแชมป์โลกใจบุญกล่าวอีกว่า "เท่าที่ทราบข่าว ขณะนี้ บางพื้นที่โรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดได้ ถึงขนาดต้องให้คนป่วยกลับไปดูแลตัวเองที่บ้าน และคอยรับยารักษาเท่านั้น ถือเป็นเรื่องน่าตกใจมาก เมื่อคืนที่ผ่านมา คุณนริส สิงหวังชาได้โทรมาหา และปรึกษาด้วยความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ทั่วไป ของกิจกรรมของชมรมและอดีตแชมป์โลกอีกหลายคน ที่ต้องสุ่มเสี่ยงภายในพื้นที่โรงพยาบาลซึ่งนับว่า มีความอันตราย อาจติดเชื้อโควิดได้ง่าย ๆ และเห็นสมควรว่า เราควรจะหยุดพักกิจกรรมนี้ เพื่อรอดูสถานการณ์ให้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น"

"ถือเป็นเรื่องน่าเห็นใจเจ้าหน้าที่แพทย์สนามเหล่านี้เป็นอย่างยิ่งครับ อย่างวันนี้ ตัวผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอง ยังต้องลงมาช่วยขนน้ำดื่มข้าวกล่องด้วยตัวเอง เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานกันอย่างหนักมาก เนื่องจากมีผู้ป่วยเพิ่งจำนวยเยอะขึ้นทุกวัน คุณหมอท่านยังขออนุญาต นำน้ำดื่มบางส่วนเหล่านี้ไปแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยด้วยเลย ซึ่งผมก็บอกไปว่า ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง นี่หากเรามีกำลังทุนมากกว่านี้ ก็อยากจะช่วยเหลือแจกจ่ายไปยังผู้ป่วยด้วย ตอนนี้ สภาพโดยรวมทั่วไปภายในโรงพยาบาลแต่ละแห่งที่เราไป น่าเป็นห่วงมากครับ"

เขาทรายกล่าวอีกว่า "อย่างไรก็ตาม ตามเป้าหมายของโครงการ จะทำหน้าที่ให้ครบ อีก 4 ครั้งคือ วันอังคารที่ 13 ก.ค.โรงพยาบาลสนาม สนามศุภชลาศัย ,วันพุธที่ 14 ก.ค. โรงพยาบาล บางใหญ่

โดยพรสวรรค์ ป.ประมุข จะเป็นตัวแทนเดินทางไปมอบข้าว 200 กล่อง ,วันศุกร์ที่ 16 ก.ค. ที่ ศูนย์ฉีดวัคซีน กกท และ วันจันทร์ที่ 19 ก.ค. ที่ โรงพยาบาลสนาม ศุภชลาศัย ซึ่งจะเป็นวันสุดท้ายของ กิจกรรม ช่วยเหลือจาก ชมรมวีรบุรุษแชมป์โลกไทย 

"สุดท้ายนี้ ผมจึงขอเรียนเชิญพี่น้องชมรมฯ และทุกท่านผู้มีจิตศรัทธา ที่สะดวกเดินทางมาร่วมมอบกันได้ครับ และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่แพทย์สนาม ตลอดจนผู้ป่วยโควิดทุกท่าน ขอให้อยู่รอดปลอดภัย หายไว ๆ มา ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณมากครับ"  แชมป์โลกขวัญใจชาวไทยกล่าว

‘จุดเข้าซื้อที่แท้จริง ของนักลงทุน’กับ‘ครูอู๋จุน ภาณุพัฒน์ ศิริบุญญาวงศ์’ | คุยกับระนาด EP.6

????อยากรวยต้องดู! เปิดประตูสู่ความมั่งคั่ง ไปกับนักลงทุนตัวจริง!

????พร้อมเผยทริคเด็ด! สู่ความสำเร็จในการลงทุน!!

กับเขาคนนี้ ‘ครูอู๋จุน ภาณุพัฒน์ ศิริบุญญาวงศ์’

อาจารย์สอนการลงทุน ผู้อยู่ในวงการนานนับ 10 ปี

ในหัวข้อ : ‘จุดเข้าซื้อที่แท้จริง ของนักลงทุน’

ผ่านรายการ 'คุยกับระนาด'​

สอนผมหน่อยเหอะ​ เพราะคุณ! เก่งมาก!!

ดำเนินรายการโดย คุณระนาด ณัฐชนน กำเนิดมณี และ คุณปั้นจั่น ปัญญธร วรดี

.

.


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘ตะลอนเล่า ตะลอนล้าน’ กับ ‘ครูกี้ จักรี วงศ์แก้วประเสริฐ | กบร่อน ตะลอนเล่า EP.6

????อย่าพลาด!! ‘กบร่อนตะลอนเล่า’ รายการที่จะเล่าพร้อมตะลอน วันนี้จะพาไปตะลอนล้าน!!!

????เปิดเบื้องหลังธุรกิจสอนดำน้ำ พร้อมพาสำรวจโลกสีคราม ที่เต็มไปด้วยสาระน่ารู้เกี่ยวกับโลกใต้ทะเล!

ไปกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ ‘ครูกี้ จักรี วงศ์แก้วประเสริฐ’ ผู้เชียวชาญด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล จิตอาสาด้านอนุรักษ์ทางทะเล ครูสอนดำน้ำและผู้บุกเบิกการดำน้ำแบบ Shore Diving ในเมืองไทย!!!

ดำเนินรายการโดย กบร่อน THE STATES TIMES

.

.


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา เผย การฉีดวัคซีนสลับชนิดได้ผลดี ยอมรับ ท้อใจที่ให้ความรู้แต่กลับถูกถากถาง

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า...

โควิด-19 วัคซีน การศึกษาวิจัยนำไปสู่การปฏิบัติจริง การสลับชนิดของวัคซีน

ทางศูนย์ได้มุ่งมั่นทำการศึกษาวิจัย โดยทีมนักวิทยาศาสตร์และคณะแพทย์มากกว่า 30 ชีวิตที่ทำอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่อง covid-19 vaccine ที่มีโครงการทำอยู่มากกว่า 5 โครงการ เพื่อนำมาใช้อย่างเร่งด่วนในประเทศไทยให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่

การสลับชนิดของวัคซีน เราทำมาโดยตลอดและเห็นว่า การให้วัคซีนเข็มแรกเป็นชนิดเชื้อตาย แล้วตามด้วยไวรัส Vector จะกระตุ้นได้ดีมาก

การให้วัคซีนเชื้อตายที่เป็นทั้งตัวไวรัส เปรียบเสมือนการทำให้ร่างกายเราเคยติดเชื้อ และมีภูมิคุ้มกันขึ้นมาระดับหนึ่ง หรือสร้างความคุ้นเคยกับระบบภูมิต้านทาน เมื่อกระตุ้นด้วยต่างชนิดโดยเฉพาะไวรัสเวกเตอร์ จึงเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า booster effect เหมือนกับคนที่หายแล้วจากโรคโควิด-19 และได้รับวัคซีนเสริมอีก 1 ครั้ง ก็จะมีการกระตุ้นภูมิต้านทานขึ้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเราก็ได้ทำการทดลองแล้ว

การศึกษานี้เราไม่ได้ทำเฉพาะการตรวจวัดภูมิต้านทานเท่านั้น เรายังได้ทำภาวะขัดขวางไวรัส inhibition test ที่สามารถขัดขวางได้ดีมาก เฉลี่ยถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และมีหลายรายถึง 99 เปอร์เซ็นต์

ในทำนองเดียวกันการให้เชื้อตาย 2 เข็ม ยิ่งสอนให้ร่างกายเหมือนกันติดเชื้อจริงแบบเต็ม ๆ หรือแบบรุนแรง แล้วเมื่อมากระตุ้นด้วยวัคซีนไวรัส Vector จึงมี Booster effect ที่สูงมาก

การศึกษาวิจัยของเราไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เรากำลังทำการศึกษากับสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ delta และระบบภูมิคุ้มกันชนิดที่เรียกว่า T cell หรือ CMIR

แน่นอนการศึกษานี้ ฝรั่งไม่ทันแน่นอน เพราะฝรั่งไม่ได้ใช้วัคซีนเชื้อตาย และจีนก็ไม่ได้ใช้วัคซีนไวรัสเวกเตอร์อย่างกว้างขวางในขณะนี้

ข้อมูลขณะนี้ผมมีเป็นจำนวนมาก มากพอที่จะสรุป เพราะทุกท่านให้ความร่วมมือดีมาก รวมทั้งอาสาสมัครที่อยู่ในการศึกษา เป็นจำนวนมาก ผมต้องขอขอบคุณอย่างยิ่ง

ข้อดีที่ทำให้ทางกระทรวงสาธารณสุขยอมรับ และนำมาปรับใช้ในเชิงนโยบายจากการศึกษานี้

1.) ทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนได้ภูมิต้านทานที่สูงภายในเวลา 6 สัปดาห์ ซึ่งเร็วกว่าการให้วัคซีนไวรัสเวกเตอร์ในประเทศไทยที่จะได้ภูมิต้านทานสูง ต้องใช้เวลา 12 สัปดาห์ เหมาะสมกับการที่โรคกำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ซึ่งเรารอไม่ได้

2.) เป็นการปรับใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่ขณะนี้ที่จำกัดให้ได้ประโยชน์สูงสุด

3.) การกระตุ้นเข็ม 3 ด้วย virus Vector สามารถทำได้ให้เกิดภูมิต้านทานที่สูงมาก โดยไม่ต้องรอวัคซีนชนิดอื่น เพื่อประโยชน์ของบุคลากรทางการแพทย์

ข้อมูลที่ได้ขณะนี้มีเป็นจำนวนมากพอ โดยเฉพาะการฉีดสลับเข็ม ข้อมูลที่ถูกบันทึกในหมอพร้อมมีมากกว่า 1,200 ราย โดยที่ไม่มีอาการข้างเคียงที่รุนแรงแต่อย่างใด

ผมเองท้อใจหลายครั้งที่ไม่อยากจะมาโพสต์ให้ความรู้ และมีการหยุดเป็นครั้งคราว แต่ก็มีผู้ทักท้วงมาเป็นจำนวนมาก ว่าถ้าหยุดก็จะเข้าทางของผู้ไม่หวังดี ผมเองมุ่งทำการศึกษาวิจัยมาเกือบ 40 ปี เพื่อให้ความรู้กับชาวโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย เพราะเผยแพร่ในวารสารนานาชาติมาตลอด

สังคมไทยในภาวะวิกฤตแบบนี้ แทนที่จะร่วมมือกัน สามัคคี แต่กลับเป็นพยายามที่จะพูดจาถากถาง ดึงเข้าสู่การเมือง ในบางครั้งมีการกล่าวหาที่เลื่อนลอย และไม่เป็นความจริง

มีหลายคนเสนอให้ กฎหมายเข้ามาจัดการ ผมเองไม่เคยไปสนใจอ่านเลยไม่เดือดร้อน แต่ที่เดือดร้อนมากกลับเป็นลูกศิษย์ที่ยังเคารพอาจารย์ ส่วนลูกศิษย์ที่ไม่เคารพก็ไม่เป็นไรผมไม่เคยถือ และขณะนี้ ก็ได้มีการจับแล้ว 1 คน และจะคงมีรายต่อ ๆ ไป โดยที่ผมจะยุ่งเกี่ยวให้น้อยที่สุด ขอให้เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง เพราะบ้านเมืองมีกฎหมายที่ทุกคนต้องเคารพ และจริยธรรม ที่ต้องให้เกียรติกันและกัน

 

 

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=5964810220228212&id=100000978797641


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

พังงา – ด่วน พบผู้ป่วยใหม่ 21 ราย กลุ่มนักเรียนศาสนากลับจากปัตตานี โครงการรับลูกหลานชาวพังงากลับบ้าน

วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ที่ศาลากลางจังหวัดพังงา นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกเมษายน 2564 โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดจังหวัดพังงามีผู้ป่วยสะสมรวม383ราย วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 21 ราย เป็นเด็กผู้ชาย 14 ราย เด็กผู้หญิง 7 ราย ทั้งหมดเป็นกลุ่มเด็กนักเรียนโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยาจังหวัดปัตตานี ซึ่งเดินทางกลับมาเพื่อรักษาตัวในจังหวัดพังงา ตามโครงการรับลูกหลานชาวพังงากลับมารักษาตัวที่บ้าน ซึ่งจังหวัดพังงาได้เปิดโครงการนี้ขึ้นเพื่อจะได้ดูแลพี่น้องชาวพังงาที่มีความยากลำบากในการอยู่อาศัยและรักษาตัวอยู่ในจังหวัดอื่น จะได้กลับมาบ้านเกิด โดยทุกคนจะต้องดำเนินการตามมาตรการของสำนักงานสาธารรสุขจังหวัดพังงาอย่างเคร่งครัด

สำหรับโครงการรับลูกหลานชาวพังงากลับบ้าน มีผู้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพ 1 ราย ประทุมธานี 4 รายกลุ่มนักเรียนศาสนาเดินทางกลับมาจากโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา จังหวัดปัตตานี 59 ราย พบผู้ป่วยแล้ว33ราย

สำหรับสถานการณ์การเฝ้าระวังโรคติดเชื้อโควิด 19 มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน-วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 รวม 383 ราย ผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 322 ราย เสียชีวิต 1 ราย กำลังรักษา 48 ราย รับผู้ป่วยจากต่างจังหวัด 33 ราย ในพื้นที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 วันต่อเนื่อง


ภาพ/ข่าว  อโนทัย งานดี / พังงา

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมกำลังพลเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ประจำจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม

วันนี้ (12 ก.ค. 64) เวลา 21.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และคณะ ได้ออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 3 จุด ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร 2 จุด คือจุดตรวจ สน.พหลโยธิน และ จุดตรวจ สน.เตาปูน โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ,พล.ต.ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล ผบ.มทบ.11 ร่วมคณะตรวจเยี่ยม ส่วนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี 1 จุด คือจุดตรวจ สภ.ปากเกร็ด โดยมี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 และนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ร่วมคณะตรวจเยี่ยม

​พล.ต.อ.สุวัฒน์ ฯ กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาล ให้มีการสกัดกั้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ทวีความรุนแรงจนเสี่ยงที่จะเกิดภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนใต้ของประเทศ ซึ่งได้กำชับไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้ปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนดตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค. 2564 ในการควบคุม ระงับ ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจตราห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงระหว่างเวลา 21.00 - 04.00 น. 

สำหรับการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน 10 จังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 10.00 น. ดังนี้

1.กรุงเทพมหานคร ​ตั้งจุดตรวจ จำนวน​88 ​จุด

2.นนทบุรี ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน​2 ​จุด

3.ปทุมธานี ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​4 ​จุด

4.สมุทรปราการ ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​5 ​จุด

5.นครปฐม ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​5 ​จุด

6.สมุทรสาคร ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​5 ​จุด

7.นราธิวาส ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​7​จุด

8.ปัตตานี ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​11​จุด

9.ยะลา ​​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​12​จุด

10.สงขลา ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน​9 ​จุด

รวม​​​ตั้งจุดตรวจทั้งสิ้น ​148 ​จุด

ใช้กำลังตำรวจ 1,553 นาย ทหาร 846 นาย และปกครอง 394 นาย และมีจุดตรวจอื่นๆ ทั่วประเทศ ได้แก่ จุดตรวจคัดกรองโรค จุดตรวจปมคมนาคม จุดตรวจพื้นที่ตอนในและพื้นที่ตามแนวชายแดน รวมจำนวน 1,267 จุด ใช้กำลังพลตำรวจ รวมทั้งหมด 7,559 นาย   จัดชุดสายตรวจร่วม จำนวน 613 ชุด กำลังพลตำรวจ 2,560 นาย ชุดเคลื่อนที่เร็วออกตรวจตราผู้ฝ่าฝืนนอกด่านอีก จำนวน 816 ชุด  กำลังพลตำรวจ 2,949 นาย รวมใช้กำลังพล ตร. ทั้งสิ้น 14,621 นาย

​ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญอาทิ หน้ากากอนามัย เฟสชิลด์ ถุงมือ เจลแอลกอฮอล์ ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ พร้อมแสดงข้อห่วงใยกำลังพลที่ต้องปฏิบัติงานในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และเน้นย้ำให้นำเทคโนโลยี หรือแอปพลิเคชัน TPCC มาใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ โปร่งใส ผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ตลอดเวลาการทำงาน รวมไปถึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค. กำหนด พร้อมย้ำว่าเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ควบคู่กันไป โดยเน้นประชาสัมพันธ์การรับรู้เรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ ให้ทราบ และดูเหตุผลความจำเป็น แต่หากประชาชนคนใดจงใจฝ่าฝืนก็ต้องจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่มีข้อยกเว้น

รมช.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แห่งเมืองอุทัยธานี มอบเงิน 3 เดือน ให้บุคลากรทางการแพทย์ เป็นเงิน 340,000 บาท ลั่นไม่ทิ้งชาวอุทัยไว้ข้างหลัง

มีเฟซบุ๊กของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ได้โพสเฟซบุ๊กว่า “ไม่รอช้า จ่ายเลย 3 เดือน คนละไม้คนละมือ อุทัยธานีรับคนกลับบ้าน เปิดโรงพยาบาลสนาม 300 เตียงแล้วนะคะ #ทุกคนมีความหมาย”

ซึ่งมีชาวอุทัยธานีได้เห็นภาพดังกล่าวในเฟซบุ๊ก ต่างชื่นชมกันมายมาย ไม่รอช้าต่างมาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย เช่น นี้แหละสังคมต้องการ มากน้อยร่วมช่วยกัน เพื่อประชาชน ชื่นชมคับ คนอุทัยธานีไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เยี่ยมมากค่ะท่าน ขอบคุณแทนชาวอุทัยธานีด้วยค่ะ บางคนก็แสดงความคิดเห็นว่า ดีค่ะทำให้ชาวบ้านเกิดเราเจริญเก่งมากค่ะ คนอุทัยธานีโชคดีที่มีสส.ดี มีรมช.ใจดี มีน้ำใจ ไม่ทิ้งคนอุทัย

ทั้งนี้ รมช.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลั่นไม่ยอมทิ้งคนอุทัยธานีไว้ข้างหลัง เราจะเดินไปด้วยกัน โดยมอบเงินเดือนทั้งหมดเป็นจำนวน 3 เดือน ให้โรงพยาบาลอุทัยธานี เป็นจำนวน 340,000 บาท เพื่อสนับสนุนบุคคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานกันอย่างเหนื่อยหนัก บางคนก็เสียสละทิ้งครอบครัวมาทำงานเพื่อประชาชนเพื่อชาวอุทัยธานี ให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 โดยมอบให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ในวันที่ 12 ก.ค. 64 ณ บริเวณจุดฉีดวัคซีนโควิด-19 เทศบาลเมืองอุทัยธานี


ภาพ/ข่าว  ภาวิณี ศรีอนันตฺ์ รายงาน

ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ช่วยหญิงท้องแก่ติดโควิด 2 ราย พร้อมเตรียมตั้งศูนย์วิดีโอคอลเซ็นเตอร์ปรึกษาอาการป่วย

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 14:00 น. ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เตรียมเปิดศูนย์วิดีโอคอลเซ็นเตอร์ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี เพื่อให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่กักตัวเองที่บ้าน ได้ปรึกษาอาการจากแพทย์ได้โดยตรง แบ่งเบาภาระของแพทย์ในโรงพยาบาล

จากกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้สละเงินเดือน 3 เดือน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยประชาชนทั่วไปสามารถโทร.สายด่วน 1300 เพื่อประสานของความช่วยเหลือ ซึ่งผู้ว่าฯและทีมงาน ได้ลงพื้นที่นำสิ่งของอุปโภคบริโภครวมถึงห้องน้ำสำเร็จรูป ไปมอบให้กับผู้ป่วย ติดโควิดและรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ทั้งผู้ขาดแคลนและมีอายุมาก มอบให้ใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการระบาดไปสู่คนอื่น รวมถึงรับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชน และประสานงานหาเตียงให้กับผู้ป่วย

ล่าสุดได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีผู้ป่วยหญิง 2 ราย ที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน และ 8 เดือน ที่ติดเชื้อโควิดมาหลายวันต้องการขอความช่วยเหลือเพื่อเข้ารับการรักษา จึงเร่งนำรายชื่อเข้าแจ้ง ให้สาธารณสุขจังหวัดเข้าช่วยเหลือทั้งสองคนเป็นการด่วนโดยให้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อได้ทราบว่ามีหญิง 2 ราย ตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนและ 8 เดือน ได้เร่งดำเนินการประสานเข้าในระบบสาธารณสุข ในเรื่องการจัดหาเตียงและโรงพยาบาล รวมถึงแพทย์ให้เหมาะสมกับอาการของทั้ง 2 ท่าน ซึ่งถ้าจะยังไม่มีเตียงเราจะส่งแพทย์เข้าไปดูแลเบื้องต้นก่อนขณะนี้ตนเองและทีมงานอยู่ระหว่างการวางแผนดำเนินการตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ และนำแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชน มาที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี เพื่อไว้บริการประชาชน เมื่อพี่น้องประชาชนมีปัญหา อยากปรึกษาแพทย์สามารถพูดคุยผ่านแอปในโทรศัพท์ เช่น ZOOM หรือวิดีโอคอลพูดคุยกับแพทย์โดยตรง เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของแพทย์และบุคลากรทางแพทย์ในโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย

เนื่องจากสถานการ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดปทุมธานี มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น เตียงภายในโรงพยาบาลถูกใช้มากขึ้น ดังนั้นแนวทางการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ที่กระทรวงสาธารสุขได้กำหนดไว้ หากเราเสริมบุคลากรทางการแพทย์ โดยได้แพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนมาให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ จะได้ทำทั้ง 2 ระบบควบคู่กันไป “ผมเชื่อว่าหากผู้ป่วยได้พูดคุยกับแพทย์ ก็จะได้กำลังให้ดีขึ้น รวมถึงให้พี่น้องได้อุ่นใจและวินิจฉัยโรคได้ทันท่วงทีรวมถึงการจัดส่งยาให้ผู้ป่วยที่ รักษาตัวอยู่ทางบ้านก็จะได้ทันต่ออาการป่วยที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน”

นอกจากนี้ขณะที่ได้ลงพื้นที่นำสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปมอบให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้พบว่ามีพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหา ไม่สะดวกในการใช้ห้องน้ำ จึงมีผู้ในบุญนำห้องน้ำมาบริจาคจำนวน 4 ห้อง ถือว่าเป็นอานิสงส์ สำหรับผู้ที่กักตัวหรือคนที่ไม่มีห้องน้ำ ได้ใช้ห้องน้ำที่สะดวกขึ้น และยังพบพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาหลังคาบ้านชำรุด เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูฝน พบว่าหลายหลังที่หลังคารั่ว จึงมีความจำเป็นจะต้องปรับปรุงให้ใหม่ จะได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข การช่วยเหลือผู้อื่น ก็เหมือนเป็นการช่วยเหลือตนเอง เมื่อผู้อื่นมีความสุขเราก็มีความสุขตามไปด้วย


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน

รัฐบาล เผย ไทย วิจัยยาฟาวิพิราเวียร์ สำเร็จ อย.จ่อขึ้นทะเบียนตำรับยา หวัง ลดนำเข้า-ส่งขายตปท.

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามความคืบหน้าการวิจัยและพัฒนาการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในประเทศ สำหรับต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circula-Green Economy) ของรัฐบาล โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รายงานว่า ได้มีการลงนามความร่วมมือระหว่าง สวทช. องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และ บริษัท ปตท. เพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนากระบวนการสังเคราะห์สารตั้งต้น (Active Pharmaceutical Ingredients : API) ของการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ความเป็นไปได้ในการผลิตเชิงพาณิชย์ เพี่อสร้างความมั่นคงทางยาให้แก่ประเทศไทย โดยความร่วมมือดังกล่าว มีความคืบหน้าอย่างมาก สามารถสังเคราะห์สารตั้งต้นที่มีความบริสุทธิผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และยังเป็นการสังเคราะห์จากสารตั้งต้นที่มีราคาถูกโดยไม่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันต้องมีการนำเข้ามากถึงร้อยละ 95 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในเดือนกรกฎาคมนี้ ทางองค์การเภสัชกรรมคาดว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ที่ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นนั้น จะได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และจากนั้นจะเป็นการผลิตเชิงพาณิชย์เพื่อให้ผู้ป่วยโควิด-19 เข้าถึงยาอย่างเพียงพอ เมื่อทุกอย่างสำเร็จลุล่วง ประเทศไทยจะสามารถผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในราคาที่ถูกกว่านำเข้าอย่างมาก 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สวทช. อภ. และ บริษัท ปตท. ด้วยว่า ครอบคลุมตั้งแต่การทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการ (Laboratory scale) การถ่ายทอดเทคโนโลยีจนถึงระดับอุตสาหกรรม (Industrial scale) ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (Feasibility Study) ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ จึงถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชนในการพัฒนาอุตสาหกรรมยา ขณะเดียวกันการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยนักวิจัยไทยก็มีความก้าวหน้าไปมากเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทย ระยะยาวนำไปสู่การลดการนำเข้า และยังเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งบุคคลากรมีทั้งความรู้และนำไปต่อยอดเพื่อการผลิตขายต่อไปด้วย

‘โฆษก ศบศ.’ แจง ผู้ไม่หวังดีสร้างเฟคนิวส์ป่วนภูเก็ตแซนด์บ็อก ยันยังไม่ปิดเกาะภูเก็ต โวนักท่องเที่ยวยังทยอยเดินทางมาต่อเนื่อง เผยยอดจองโรงแรมตั้งแต่เดือนก.ค. - ก.ย. 64 ทะลุ 1.7 แสนคืน

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ประเด็น Phuket Sandbox ควบคุมการแพร่โควิด-19 ไม่อยู่ สั่งปิดทั้งเกาะภูเก็ตแล้วนั้น ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ขณะนี้ ยังไม่มีการปิดเกาะภูเก็ต และการดำเนินการ Phuket Sandbox ยังดำเนินการตามแผนเดิม นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขอความร่วมมือประชาชนไม่ส่งต่อข้อความดังกล่าว เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือข่าวที่ทำให้เกิดการตื่นตระหนก ซึ่งตอนนี้จังหวัดภูเก็ตได้มีการตรวจคัดกรองป้องกันตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ในส่วนผู้ที่ติดเชื้อทุกรายเข้าสู่กระบวนการรักษาแล้ว ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ก็กักตัวตามมาตรการเช่นกัน

โฆษก ศบศ. กล่าวต่อว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว จากปีละประมาณ 450,000 ล้านบาท ในปี 2563 มีรายได้เพียง 108,464 ล้านบาท และ 5 เดือนแรกของปี 2564 มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพียง 5,200 ล้านบาท เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ทำให้ลูกจ้างและผู้ประกอบการต่าง ๆ ต้องปิดกิจการ โดยธุรกิจเป็นแบบพึ่งพาชาวต่างชาติ ส่งผลให้เศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตอยู่ในสถานะมีความเปราะบางสูงมาก โครงการ Phuket Sandbox จึงมีความสำคัญในการนำร่องของการเปิดประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวอีกครั้ง

โดยตั้งแต่มีการเปิดโครงการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 จนถึงวันนี้เกือบ 2 สัปดาห์แล้ว มียอดนักท่องเที่ยวสะสมจำนวน 4,778 คน มีการจองโรงแรมที่ได้เครื่องหมายมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย SHA Plus ตลอดไตรมาส 3 (กรกฎาคม-กันยายน 2564) จำนวน 176,993 คืน โดย ททท.ตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในช่วง 3 เดือนแรก ของการเปิดภูเก็ต ไว้ที่จำนวน 100,000 คน คาดว่าจะสร้างรายได้ราว 8,900 ล้านบาท

นายธนกร กล่าวอีกว่า จังหวัดภูเก็ตได้ปรับความเข้มข้นในการเดินทางเข้าภูเก็ตทั้งจากในและต่างประเทศ ตั้งแต่ วันที่ 15-31 กรกฎาคม 2564 ข้อมูล ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 จังหวัดภูเก็ต มีคำสั่งที่ 3858/2564 และ คำสั่งที่ 3860/2564 ให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด (กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ พื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด (พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี สระบุรี ชัยนาท นครนายก ระยอง ปราจีนบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง นครสวรรค์ ตาก อุทัยธานี สมุทรสงคราม กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี นครราชสีมา นครศรีธรรมราช กระบี่ ระนอง) ต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส หากเป็นวัคซีนแอสตร้าเซเนกา จำนวน 1 เข็ม ต้องได้รับมาแล้วอย่างน้อย 14 วัน หรือเป็นผู้ที่หายจากโรคโควิด-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน และต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ Covid-19 ด้วยวิธี Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน หรือ RT-PCR มีผลตรวจโควิดไม่เกิน 7 วัน โดยทุกคนต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หมอชนะ และยินยอมให้เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งตลอดเวลาที่อยู่ในภูเก็ต


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top