Tuesday, 9 June 2026
TheStatesTimes

‘พีระพันธุ์ – ชัชวาลล์’ จับมือ ขับเคลื่อน!! ‘รวมไทยสร้างชาติ’ เดินหน้า สู้ศึกเลือกตั้ง ย้ำ!! ทำให้ทุกคน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ พร้อมแก้ปัญหาความมั่นคง ‘ชายแดน - พลังงาน’

(2 พ.ย. 68) พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และตำแหน่งอื่นของพรรค แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีผู้บริหารพรรค พร้อมด้วย สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ  ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

1.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
2.นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
3.นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
4.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
5.นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
6.นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
7.นายสามารถ มะลูลีม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
8.นายโกวิทย์ ธารณา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
9.พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
10.นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
11.นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
12.นาวาอากาศตรี ดร.ปุญณัฐส์ นำพา รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
13.ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
14.นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิกพรรครวมไทยสร้างชาติ
15.นายสยาม บางกุลธรรม นายทะเบียนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ในโอกาสนี้ นายพีระพันธุ์ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่ให้ความไว้วางใจเลือกตนให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป พร้อมระบุว่า ตลอด 2 ปีเศษที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเข้าไปปฏิบัติภารกิจให้กับประเทศในการกำกับดูแลพลังงาน ทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ ในด้านพลังงาน จึงได้เร่งแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน จนทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรึงราคาก๊าซหุงต้มให้อยู่ที่ 423 บาท/ถัง ขนาด 15 กิโลกรัม  และการลดค่าไฟฟ้าลงอย่างต่อเนื่องจนมาอยู่ที่หน่วยละ 3.94 บาท ในปัจจุบัน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากได้ทำงานกำกับดูแลกระทรวงพลังงานต่อก็จะสามารถลดค่าไฟให้ลงมาเหลือหน่วยละ 3.70 บาท ได้แน่นอน ทั้งนี้จากการตรึงค่าไฟในปี 2567 สามารถทำให้ประชาชนประหยัดเงินค่าไฟรวมกันได้ถึง 270,000 กว่าล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนมีเงินคืนสู่กระเป๋าเพื่อนำไปจับจ่ายซื้อสิ่งของและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

“ผมอาจจะช่วยให้ทุกคนรวยขึ้นไม่ได้ แต่ผมทำให้ทุกคนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ประเทศไทยในวันนี้ต้องการคนทำงาน คนที่ตั้งใจแก้ปัญหาให้ประเทศ ผมจึงขอให้คำมั่นกับสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติว่า พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ และหากได้เข้าไปบริหารประเทศ ผมจะแก้ทุกปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในทันที ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความมั่นคงทางชายแดน  ความมั่นคงทางพลังงาน และปัญหาความมั่นคงด้านอื่น ๆ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ยังเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะในตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ได้นายชัชวาลล์ คงอุดม เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งตนมั่นใจว่า ด้วยผลงานที่ผ่านมาของนายชัชวาลล์ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและการช่วยเหลือผู้อื่นมาเสมอ จะช่วยขับเคลื่อนพรรคให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

ด้านนายชัชวาลล์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะนายพีระพันธุ์ เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ เสียสละ ทำงานให้ประเทศเต็มที่ และมุ่งมั่นตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนตัดสินใจอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป 

นอกจากนี้  ในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ยังมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง เข้ามารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค เพื่อร่วมขับเคลื่อนพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

อาชีพใหม่ในอีก 10 ปีข้างหน้า 6 คลัสเตอร์ กำลังโต!!

(2 พ.ย. 68) ทศวรรษหน้า ตลาดแรงงานไทยจะขยับจาก “ทำงานซ้ำ–บนระบบเดิม” ไปสู่ “ออกแบบ–กำกับ–ต่อยอดระบบอัจฉริยะ” งานใหม่จะเกิดในจุดตัดของ AI/ข้อมูล หุ่นยนต์–โรงงานอัตโนมัติ เมดิคอลและไลฟ์สปาน สิ่งแวดล้อม–พลังงาน ข้อมูลอวกาศ–โลจิสติกส์ และครีเอทีฟรีมิกซ์โลกจริงกับดิจิทัล บทความนี้ชี้ 6 คลัสเตอร์อาชีพ ตัวอย่างบทบาท ทักษะสำคัญ และ “Roadmap 90 วัน” ที่ลงมือได้เลย

1) AI & ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
ภาพรวม: จาก “ใช้ AI เป็นเครื่องมือ” → สู่ “ออกแบบให้ AI สร้างมูลค่าเชิงธุรกิจอย่างวัดผลได้”
อาชีพตัวอย่าง
AI Interaction Designer — ออกแบบปฏิสัมพันธ์คน–ระบบให้คุยรู้เรื่อง ใช้ง่าย โปร่งใส
Synthetic Data Engineer — สร้าง/คุมคุณภาพข้อมูลสังเคราะห์เพื่อเทรนโมเดล โดยไม่เสี่ยงข้อมูลจริง
AI Auditor & Risk — ตรวจคุณภาพโมเดล ความลำเอียง ความปลอดภัย และการทำตามกฎ (compliance)
AI Product Manager — จับปัญหาจริง → โมเดล/ฟีเจอร์ → KPI
Automation Architect — ต่อ AI+RPA+ระบบเดิมให้ไหลลื่น
ทักษะหลัก
Data/LLM เบื้องลึก, UX เชิงสนทนา
กรอบจริยธรรม–กฎหมายข้อมูล, Privacy
การตั้ง KPI ที่ผูกธุรกิจและการวัดผล
จุดเริ่ม: เลือก 1 ปัญหาในทีม เช่น เวลาตอบลูกค้านาน → สร้างบอต/เวิร์กโฟลว์ AI วัดผลก่อน–หลัง

2) หุ่นยนต์–โรงงานอัจฉริยะ & EV
ภาพรวม: ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ เมื่อคลื่นโคบอท (cobot) และ EV มากขึ้น ความต้องการช่าง/วิศวกรภาคสนามพุ่ง
อาชีพตัวอย่าง
Cobot Technician — ติดตั้ง ปรับจูน ดูแลแขนกลที่ทำงานเคียงข้างคน
Field Commissioning Engineer — เซ็ตอัพไลน์อัตโนมัติ ตรวจความปลอดภัย ทดลองเดินเครื่อง
Battery & Microgrid Planner — ออกแบบสถานีชาร์จ–ระบบกักเก็บพลังงานให้โรงงาน/คอมเพล็กซ์
ทักษะหลัก
Mechatronics, PLC/เซนเซอร์, ระบบความปลอดภัย
Simulation โหลดไฟฟ้า, การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์
จุดเริ่ม: เข้าคอร์สแขนกล/PLC + ฝึก onsite ในโรงงานจริง 1 โปรเจกต์

3) สุขภาพ–ไลฟ์สปาน & เมดิคอลฮับ
ภาพรวม: ไทยมีความพร้อมด้านบริการแพทย์และเวลเนส การใช้ข้อมูลไบโอ+AI จะทำให้บริการ “เฉพาะบุคคล” โตเร็ว
อาชีพตัวอย่าง
Longevity Coach — วางโปรแกรมโภชนาการ–การนอน–ฝึกกายบนข้อมูล wearables/ผลตรวจ
Clinical Workflow Designer (with AI) — สร้างเวิร์กโฟลว์สรุปเวชระเบียน จัดคิว ตอบอัตโนมัติ
Personalized Wellness Travel Specialist — ออกแบบแพ็กเกจเมดิคอล–เวลเนสไทยเชิงเฉพาะกลุ่ม
ทักษะหลัก
โภชนาการ/กายภาพพื้นฐาน, HL7/FHIR
Data Privacy, Service Design, การสื่อสารกับทีมแพทย์
จุดเริ่ม: ทำ pilot 3–5 เคส เก็บผลลัพธ์เชิงสุขภาพ/ความพึงพอใจเป็นหลักฐานผลงาน

4) สิ่งแวดล้อม–พลังงาน & BCG
ภาพรวม: แรงกดดัน ESG/คาร์บอน และต้นทุนพลังงานผลักให้ทุกธุรกิจต้องวัด–ลด–ชดเชยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ
อาชีพตัวอย่าง
Carbon Accountant / ESG Consultant — ทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รายงานตามมาตรฐานสากล
Nature-based Project Developer — พัฒนาโครงการปลูกป่า/บลูคาร์บอน สร้างเครดิตคุณภาพ
Climate Risk Analyst (สถาบันการเงิน) — โมเดลความเสี่ยงภูมิอากาศต่อพอร์ตสินเชื่อ/ซัพพลายเชน
ทักษะหลัก
GHG Protocol, LCA, มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล
GIS/สถิติ, การเงินโครงการ, การตรวจสอบภาคสนาม
จุดเริ่ม: รับทำฟุตพริ้นท์ Scope 1–3 ให้ SME 1–2 เจ้า สร้าง playbook และเทมเพลตรายงานเป็นทรัพย์สิน

5) ข้อมูลอวกาศ–ภูมิสารสนเทศ & โลจิสติกส์ใหม่
ภาพรวม: ภาพดาวเทียม+IoT จะกลายเป็น “ข้อมูลดินฟ้าอากาศของธุรกิจ” ใช้คุมฟาร์ม ก่อสร้าง เมือง และห่วงโซ่ส่งสินค้า
อาชีพตัวอย่าง
Satellite Data Productizer — แปลงภาพดาวเทียมเป็นแดชบอร์ด/สัญญาณเตือนเพื่อการตัดสินใจ
UAM/Drone Dispatcher — วางตาราง/กำกับจราจรโดรนและแท็กซี่ไฟฟ้าในเมือง
Last-Meter Robotics Engineer — หุ่นยนต์ส่งของภายในอาคาร โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย
ทักษะหลัก
Remote Sensing, Python/GDAL
UTM/กฎการบิน, SLAM/IoT, ระบบความปลอดภัย
จุดเริ่ม: ทำเดโมตรวจการเปลี่ยนแปลงไซต์ก่อสร้าง/พื้นที่เกษตร พร้อมตัวชี้วัดลดต้นทุน/เวลาหน้างาน

6) ครีเอทีฟ–สื่อ–ประสบการณ์ (Phygital)
ภาพรวม: สื่อสังเคราะห์คุณภาพสูงและประสบการณ์ผสานโลกจริง–ดิจิทัลจะเป็นมาตรฐานของอีเวนต์ การศึกษา และแบรนด์
อาชีพตัวอย่าง
Virtual World Architect — ออกแบบพื้นที่เสมือนจริงสำหรับอีเวนต์/เรียนรู้แบบอินเทอร์แอคทีฟ
Phygital Experience Designer — เชื่อมเซนเซอร์–แอป–เวทีหน้างานให้ไหลลื่นเป็นหนึ่งเดียว
Synthetic Media Producer — สร้างวิดีโอ/เสียง AI แบบถูกลิขสิทธิ์และปลอดอคติ
ทักษะหลัก
3D/Realtime Engine, Service Design
กฎหมายลิขสิทธิ์ดิจิทัล, Storytelling เชิงข้อมูล
จุดเริ่ม: ทำโชว์เคสงาน 1–2 ชิ้น เน้น “ตัวเลขผลลัพธ์” (อัตรามีส่วนร่วม/เวลาพำนัก/ยอดขาย)

ทักษะสากลที่ “โอนย้ายได้” ข้ามทุกอาชีพ
Data/AI Literacy: รู้จักเลือกเครื่องมือ ตั้งคำสั่ง ทดลอง–วัดผล
Automation & API: ต่อระบบให้ทำงานอัตโนมัติได้จริง ไม่ใช่แค่เดโม
Compliance & Quality: รู้กรอบกฎหมายข้อมูล/ลิขสิทธิ์–ตั้งมาตรฐานตรวจคุณภาพ
Design Thinking & Service Design: เริ่มจากปัญหาจริงของลูกค้า/ผู้ใช้
Change Management & Storytelling: พาทีมเปลี่ยนผ่าน พร้อมเล่า “ค่าที่เพิ่มขึ้น” ให้ผู้บริหาร
ภาษา: อังกฤษเป็นฐาน จีนพื้นฐานเพิ่มโอกาสห่วงโซ่อุปทานเอเชีย

Roadmap 90 วัน: เปลี่ยนตัวเองเป็น “มืออาชีพยุคใหม่”
สัปดาห์ 1–2: เลือกสนาม + เก็บโจทย์จริง
เลือกคลัสเตอร์ที่ถนัดหรือเชื่อมธุรกิจคุณ
เก็บโจทย์ 1 ปัญหาเชิงวัดผล (เช่น ลดเวลางานซ้ำ 30%)
สัปดาห์ 3–6: สร้างเดโมที่วัดผลได้
พัฒนา POC/เดโม 1 ชิ้น ใช้ข้อมูลจริง (แต่ปลอดภัย/นิรนาม)
วัดตัวชี้วัดก่อน–หลัง (เวลา/ต้นทุน/ความแม่นยำ/ความพึงพอใจ)
สัปดาห์ 7–9: ทำเป็น “บริการ/ผลิตภัณฑ์”
แพ็กเป็นชุดบริการ 2–3 ระดับราคา พร้อม SOW/ขอบเขต
ทำเอกสารมาตรฐาน: Privacy, QA checklist, SLA เบื้องต้น
สัปดาห์ 10–12: เปิดตัวลูกค้ากลุ่มแรก
นำเสนอผลลัพธ์ให้ผู้บริหาร/ลูกค้าทดลอง เก็บรีวิว–เคสสตัดดี้
ปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ + ทำเพจ/เด็คแนะนำบริการ

ข้อคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับคนทำงานไทย
จาก “ทำเองทุกขั้น” → “ออกแบบระบบ–บูรณาการ”: ค่าแรงในอนาคตมาจากความสามารถเชื่อมคน–เครื่อง–ข้อมูลให้ทำงานร่วมกันได้
จาก “พอร์ตโฟลิโอรูปสวย” → “เคสผลลัพธ์วัดได้”: ผู้จ้างต้องการ % การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้
จาก “เจ้าเดียวทำได้หมด” → “เครือข่ายมืออาชีพ”: รู้จักประกบพาร์ตเนอร์ (โรงงาน–คลินิก–ไอที–ครีเอทีฟ) เพื่อปิดงานปลายทาง
ยืนบนกฎ–มาตรฐาน: ESG, ความปลอดภัยข้อมูล, ลิขสิทธิ์ คือ “ใบผ่านทาง” สู่ลูกค้าองค์กร

สรุป
สิบปีข้างหน้าไม่ใช่การแข่งขันว่า “ใครเก่งเครื่องมือกว่า” แต่คือ “ใครแปลงเครื่องมือเป็นคุณค่าที่วัดผลได้” ใครเริ่มวันนี้ด้วยเดโมเล็กๆ จากปัญหาจริง เก็บหลักฐานผลลัพธ์ และยืนอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัย–ความโปร่งใส จะกลายเป็นมืออาชีพที่ตลาดต้องการสูงในทุกคลัสเตอร์ข้างต้น

สมุทรปราการ-ศิษยยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีแห่ผ้าแดงห่มองค์พระมหาเจดีย์ วัดบางพลีใหญ่กลางความยาวกว่า 70 เมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้ประกอบพิธีอันสำคัญและเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ คือการแห่ผ้าแดงซึ่งเป็นผ้าห่มองค์ พระมหาเจดีย์พิศาลวุฒิกิจมงคลมหาชนบูชิต 

โดยทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้การดูแลและความเมตตาของท่าน พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง มีครอบครัวรุ่งแจ้งเป็นผู้ที่นำผ้าแดงขึ้นไปห่มที่ด้านบนพระมหาเจดีย์ ซึ่งในช่วงเช้าของวันนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้ประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล

มีประชาชนและข้าราชการจำนวนมากเดินทางมาร่วมในพิธี อาทิ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายก อบต.บางพลีใหญ่ คณะไวยาวัจกรวัดบางพลีใหญ่กลาง เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ คณะครู ข้าราชการตำรวจ เป็นต้น

นอกจากนี้ ท่านพระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้เมตตาให้ประชาชน และข้าราชการที่เดินทางมาร่วมในพิธีแห่ผ้าห่มองค์พระมหาเจดีย์ได้เขียนชื่อตนเองลงบนผ้าแดงเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลางประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาธรรมจักรกัปปะวัดตะนะสูตร เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ พระอุโบสถวัดบางพลีใหญ่กลาง

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

โครงสร้างรายได้ภาครัฐ 'กรมสรรพากร' เกินเป้า!! 'กรมสรรพสามิต – กรมศุลกากร' ต่ำกว่าเป้า!!

(2 พ.ย. 68) ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 2567–มี.ค. 2568) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิได้ 1,195,662 ล้านบาท ใกล้เคียงประมาณการและสูงกว่าปีก่อน 2.3% แต่ภาพรวม “พอไหว” นี้ซ่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง: รายได้บางฐานโตจากแรงท่องเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศ ขณะที่ภาษีบางฐานถูกกดด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคและนโยบายใหม่ ๆ โดยเฉพาะ EV และยาสูบที่หดตัวกว่าคาด

3 กรม 3 โทน: สรรพากรเกินเป้า—สรรพสามิต/ศุลกากรต่ำเป้า
กรมสรรพากร จัดเก็บรวม 966,200 ล้านบาท เกินประมาณการ +1.1% และสูงกว่าปีก่อน 3.9% โดย VAT รวม 487,718 ล้านบาท เด่นชัดเพราะ VAT ในประเทศเกินเป้า +9.7% ขณะที่ VAT จากนำเข้าต่ำเป้า −5.1% จากการใช้สิทธิปลอดอากรและราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งกด ETR (effective tax rate) ลง
กรมสรรพสามิต จัดเก็บรวม 264,971 ล้านบาท ต่ำเป้า −7.4% โดยภาษีรถยนต์ต่ำเป้า −38.3% และภาษียาสูบต่ำเป้า −14.9% สะท้อนผลของนโยบายส่งเสริม EV และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป
กรมศุลกากร จัดเก็บรวม 57,365 ล้านบาท ต่ำเป้า −6.9% ทั้งที่มูลค่านำเข้าสูงกว่าปีก่อน จากค่าเงินบาทแข็งกว่าที่คาดและการใช้สิทธิปลอดอากรเพิ่ม ทำให้ ETR ลดลง

หมายเหตุ: ครึ่งปีนี้มีการคืนภาษีสรรพากร 210,945 ล้านบาท สูงกว่าเป้า 5.9% โดยเฉพาะ VAT ทำให้ “รายได้สุทธิ” ถูกกดลงบางส่วนแม้รายได้ขั้นต้นจะดีขึ้น

ทำไม “พอไหว” แต่ “โครงสร้างเปลี่ยน”?
VAT ในประเทศฟื้นตามเศรษฐกิจบริการ/ท่องเที่ยว: การเดินทางและการใช้จ่ายในประเทศหนุนฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม ในประเทศให้เกินเป้า แม้ VAT จากนำเข้าจะอ่อนจากสิทธิปลอดอากรและราคาพลังงานที่ต่ำลงซึ่งกด ETR

นโยบาย EV และพฤติกรรมผู้บริโภค กดฐานสรรพสามิตยานยนต์-ยาสูบ: มาตรการส่งเสริม EV ลดอัตราภาษีที่แท้จริงในหมวดยานยนต์ ขณะที่ยาสูบอ่อนแรงต่อเนื่อง—ทั้งจากปริมาณเสียภาษีที่ต่ำกว่าประมาณการและการปรับพฤติกรรมบริโภค

ค่าเงินและระเบียบการค้า กดรายได้ศุลกากร: บาทแข็งกว่าที่คาดผนวกการใช้สิทธิปลอดอากรเพิ่ม ทำให้รายได้ภาษีนำเข้าต่ำกว่าเป้า ทั้งที่มูลค่านำเข้าจริงสูงขึ้น

นัยต่อธุรกิจ–งบประมาณ
ค้าปลีก–ท่องเที่ยว–บริการ: สัญญาณ VAT ในประเทศยังส่งแรงหนุน หากมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง ภาคบริการน่าจะเป็น “แหล่งภาษีหลัก” ของรอบนี้ต่อไป
ยานยนต์สันดาป–ซัพพลายเชนเดิม: การจัดเก็บภาษีรถต่ำเป้าแรงสะท้อน “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของอุตสาหกรรม สื่อว่าภูมิทัศน์รายได้สรรพสามิตจะเปลี่ยนถาวรถ้า EV โตเร็ว
งบประมาณส่วนกลาง: รายได้สุทธิใกล้เคียงเป้า “ประคองดุล” ได้ระดับหนึ่ง แต่การคืนภาษีที่สูงขึ้นและฐานสรรพสามิตบางหมวดที่อ่อน อาจทำให้กันชนทางการคลังต้องพึ่งวินัยการใช้จ่าย และคุณภาพการกู้มากขึ้นในครึ่งปีหลัง

กล่องตัวเลขสำคัญ (ครึ่งปีงบฯ 2568)
รายได้สุทธิรัฐ: 1,195,662 ล้านบาท (↑2.3% YoY; ใกล้เคียงเป้า)
สรรพากร: 966,200 ล้านบาท (↑3.9% YoY; +1.1% เหนือเป้า) / VAT รวม 487,718 ล้านบาท – ในประเทศ +9.7% เหนือเป้า; นำเข้า −5.1% ต่ำเป้า
สรรพสามิต: 264,971 ล้านบาท (ต่ำเป้า −7.4%) — รถยนต์ −38.3%; ยาสูบ −14.9%
ศุลกากร: 57,365 ล้านบาท (ต่ำเป้า −6.9%) จากบาทแข็ง + ใช้สิทธิปลอดอากรเพิ่ม
คืนภาษีสรรพากร: 210,945 ล้านบาท (สูงกว่าเป้า +5.9%)
.
สรุป (Bottom line)
รายได้รัฐ “ไม่แย่” แต่เสาหลักกำลังขยับ — VAT ในประเทศกลายเป็นคานงัดสำคัญ ขณะที่สรรพสามิตยานยนต์/ยาสูบและศุลกากรยังเป็นแรงฉุดเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจและนโยบายกำลังเปลี่ยน หากรัฐจะ “ปิดดุลแบบยั่งยืน” ในครึ่งปีหลัง ต้องรักษาแรงส่งบริการ–ท่องเที่ยว พร้อมออกแบบโครงสร้างภาษีที่ทันกับ EV/พฤติกรรมใหม่ และบริหารการคืนภาษี–สิทธิปลอดอากรอย่างสมดุล
 
ที่มา: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)  รายงานสถานการณ์ด้านการคลัง ไตรมาส 2/2568 (ข้อมูลครึ่งปีงบประมาณ 2568: ต.ค. 2567–มี.ค. 2568)
 

‘เนเน่’ เล่าบรรยากาศตึงเครียด เหตุการณ์ ‘อภิสิทธิ์’ นั่งเคลียร์นิสิตจุฬาฯ หลังชูป้ายป่วนถามกรณีสลายชุมนุมปี 53 สุดท้ายจบสวยด้วยเหตุผลบนข้อเท็จจริง

'เนเน่ รัดเกล้า' เล่าเหตุระทึก 'อภิสิทธิ์' นั่งเคลียร์นิสิตจุฬาฯ ประท้วงเหตุสลายชุมนุมปี 53 ก่อนเข้าบรรยายในหัวข้อ “นโยบายสาธารณะ: ทฤษฎีและการปฏิบัติ”

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ด้านสตรี เยาวชน ความยั่งยืน) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า "เพราะอยู่ในเหตุการณ์จริง #อภิสิทธิ์นิสิตจุฬา …เลยอยากเล่าให้ฟังค่ะ 

วันนี้เนเน่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ที่ด้านล่างคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ก่อนที่การบรรยายในห้องจะเริ่มขึ้นไม่นานค่ะ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่กลุ่มน้องๆนิสิตจุฬาฯ ประมาณ 5–6 คน เข้ามาถือป้ายแสดงออกและขอคำชี้แจงกับ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกี่ยวกับกรณี #สลายการชุมนุมปี53 ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนยังคงมีคำถาม และอยากฟังจากเจ้าตัวโดยตรง

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ สื่อประชาไท ที่บันทึกเหตุการณ์ไว้อย่างครบถ้วน และเผยแพร่คลิปให้ประชาชนได้เห็นข้อเท็จจริงด้วยตนเองค่ะ

เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Policy Talk หัวข้อ “นโยบายสาธารณะ: ทฤษฎีและการปฏิบัติ” จัดโดย ศาสตราจารย์ ไชยันต์ ไชยพรในหลักสูตรรัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขานโยบายสาธารณะ (CU-DriPP) ซึ่งเนเน่เองก็กำลังศึกษาอยู่พอดีค่ะ

อาจารย์ไชยันต์ ได้เชิญ คุณอภิสิทธิ์ มาเป็นผู้บรรยายคนแรกของซีรีส์ Policy Talk (จากทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งการคัดเลือกผู้มาบรรยายเป็นการหารือร่วมกันระหว่างคณะนักศึกษา ปริญญาเอกในหลักสูตรและอาจารย์ไชยันต์) เนื่องจากท่านเป็นหนึ่งในอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีความอิสระในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในผู้นำทางการเมืองของไทยยุคหลัง ในความเห็นของอาจารย์ ไชยันต์

เหตุการณ์ในวันนี้... ทั้งคณะอาจารย์ และคณะนักศึกษาปริญญาเอก ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเลย ว่าน้อง ๆ นิสิตประมาณ 5–6 คน จะเข้ามาถือป้ายใส่แขกรับเชิญของพวกเราเช่นนี้ ทั้งนี้ (ดูได้จากในคลิป) พี่ๆ ทีม รปภ. พยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ พยายามเข้าดูแลสถานการณ์ แต่คุณอภิสิทธิ์กลับพูดกับเจ้าหน้าที่อย่างสุภาพ (พร้อมแตะที่แขน รปภ. เบาๆ) ว่า...

“ไม่เป็นไรครับ ให้เขาแสดงออกเถอะ อย่าไปกีดกัน”

จากนั้นท่านได้ชวนน้อง ๆ มานั่งพูดคุยกันที่ม้านั่งบริเวณใกล้ ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ถาม-ตอบกันตรงไปตรงมา การสนทนานั้นกินเวลาประมาณ 20 กว่านาที โดยหนึ่งในน้องนิสิตได้ขออนุญาตบันทึกเสียงและวิดีโอไว้ คุณอภิสิทธิ์ไม่ติดขัดใดๆ ซึ่งเราก็พึ่งมารู้กันภายหลังว่า มีสื่อประชาไทมารวมอยู่ในกล้องของน้อง ๆ นิสิตด้วย

สำหรับเนเน่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้นตั้งแต่เริ่มจนจบ อยากให้ทุกคนได้ดูคลิปเต็มจากประชาไทด้วยตาของตัวเอง เพื่อรับรู้บรรยากาศและข้อเท็จจริงทั้งหมดในแบบที่มันเป็นจริง ๆ เพราะบางครั้ง… “สิ่งที่เราเห็นผ่านบางมุม อาจไม่ใช่เรื่องทั้งหมด” การได้ฟังจากต้นเหตุการณ์ ย่อมดีที่สุดเสมอค่ะ เนเน่ขอแชร์คลิปฉบับเต็มไว้ตรงนี้ค่ะ

คลิปเต็มจากประชาไท – เหตุการณ์นิสิตจุฬาฯ ขอคำชี้แจงคุณอภิสิทธิ์
https://youtu.be/EjHzPh95PyM?si=gG1UqEZJSHpVw2YO

ไม่ว่าคุณจะคิดเห็นอย่างไร… สิ่งสำคัญคือการฟังกันด้วยเหตุผล และใช้วิจารณญาณบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

 

บุรีรัมย์-พุทธศาสนิกชนทั่วทุกสารทิศ ร่วมกันทอดกฐินสามัคคี วัดพุทธบูชาป่าโคกประสาท อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 2 พ.ย. 68 ที่วัดพุทธบูชาป่าโคกประสาท ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ นาย ณพล บริบูรณ์ นักวิชาการคณะทำงานทางเมือง ดร.ฉลาด ขำช่วง ประธานสภาคนที่สอง นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์ภาคตะวันออก นาย โกสินธ์ จินาอ่อน รองประธานที่ปรึกษา สว.สมหมาย ศรีจันทร์ ที่ปรึกษาผู้ตรวจการอัยการ บรรณาธิการข่าว ท็อปนิวส์ ทั่วไทย( ภาคเหนือ)น.ส.นภชนก เหมือนนามอญ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานทอดกฐินพร้อมพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ได้เดินทางมาร่วมกันทอดกฐินสามัคคี โดยมีพระครูปลัดวิชาญ ธัมมโชโต เจ้าอาวาสวัด) เจ้าอาวาสพุทธบูชาป่าโคกประสาท เป็นประธานฝ่ายบรรพชิต พร้อมพระภิกษุสงฆ์ ประกอบพิธีรับถวายผ้าพระกฐิน

ประวัติวัดพุทธบูชาป่าโคกประสาท เดิมชื่อว่าวัดโคกปราสาทตามพื้นที่เป็นที่เนิน เป็นโคกและก็มีปราสาทหินเก่าแก่อยู่ในป่านี้จึงเรียกว่าป่าโคกปราสาท ซึ่งเป็นปราสาทเก่าแก่ตั้งแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นหัวเมืองหนึ่งที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จะเสด็จไปเมืองพิมายจะต้องผ่านสถานที่หัวเมืองแต่ละที่และตรงป่าโคกปราสาทก็เป็นที่ที่ 1 ที่เป็นที่ประทับเดินทางของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เมื่อเสด็จมาถึงก็มาพักอยู่ ณ.ปราสาทแห่งนี้เพื่อให้ชาวบ้านพสพนิกร บริเวณเมืองโคกปราสาทแห่งนี้ได้นำเครื่องสักการะเครื่องบรรณาการมาถวายแด่พระเจ้าชัยวรมันและปราสาทแห่งนี้สมัยดั้งเดิมเรียกว่าบ้านไฟบ้างหรือ อโรคยาศาลบ้างคือเป็นที่เมื่อพระราชาเสด็จมาถึงก็มีการบวงสรวงสถานที่ตามประเพณี

เมื่อเจ้าเมืองไปที่หัวเมืองต่าง ๆ ก็ต้องมีประเพณีสักการะสถานที่แห่งนั้นในปราสาทจะมีศิวลึงค์ซึ่งเป็นที่บูชาของพราหมณ์ฮินดูในสมัยนั้นเมื่อพระราชาได้นำน้ำนมนำถั่วงาสิ่งต่าง ๆ ได้ทำพิธีสวดถวายองค์ศิวลึงค์เพื่อบูชาเทพแล้วก็จะเทราดน้ำนมลงไปในองค์สีวลึงพร้อมถั่ว งา น้ำอบ น้ำหอม อื่นๆลง ข้าง ๆ องค์ศิวะลึงก็จะมีรางน้ำเส้นทางน้ำไหลเมื่อบวงสรวงเสร็จก็จะเทไปในศิวะลึงค์บูชาเทพน้ำนมพืชพันธุ์ต่าง ๆ ก็จะไหลไปด้านอีกทิศ1 ชาวบ้านหรือข้าราชขุนนางต่าง ๆ ก็จะมาตักเอาน้ำนมนั้นมาดื่มมาลูบศรีษะเพื่อความเป็นสิริมงคลเชื่อว่าเป็นการกำจัดทุกข์กำจัดโศกโรคภัยต่าง ๆ ได้ ซึ่งมีพระราชาได้มาทำพิธีพร้อมกับฤาษีพราหมณ์ต่าง ๆ ที่ติดตามพระราชามาด้วย ถือเป็นสิริมงคลแก่ชาวเมือง

วัดพุทธบูชา ก่อตั้งมาประมาณปี 2537ซึ่งมีเจ้าอาวาสองค์เดิมได้มาปฏิบัติธรรมอยู่แต่ก็ยังไม่ได้พัฒนาเท่าไหร่จนกระทั่งปี 2548 พระอาจารย์วิชาญ ธรรมโชโตหรือปัจจุบันพระครูปลัดวิชาญ ธรรมโชโต เดินธุดงค์หาที่ปฏิบัติธรรมแล้วก็มาพบสถานที่ป่าแห่งนี้ก็รู้สึกชอบความสงบและความเป็นปราสาทซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรมห่างจากหมู่บ้านพอสมควรทั้งทางเข้าก็ลำบากเป็นถนนลูกรังแต่ก็ด้วยความสงบดูสัปปายะจึงตัดสินใจที่จะได้ปักกลดอยู่สัก 1 พรรษา ในตอนนั้นคิดอย่างนั้น ต่อมาก็เกิดความผูกพันรู้สึกผูกพันในปราสาทผูกพันในสถานที่จึงได้ตั้งหลักปักฐานตั้งจิตอธิษฐานว่าจะอยู่พัฒนาวัดตรงนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมจนถึงปัจจุบัน

พระครูปลัดวิชาญ ธัมมโชโต เจ้าอาวาสวัดวัดพุทธบูชาป่าโคกปราสาท (กล่าวว่า)วัดพุทธบูชาป่าโคกปราสาท ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์กำลังก่อสร้างอุโบสถซึ่งสร้างแล้วเสร็จประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ยังรอเพียงการ ตีฝ่าเพดาน ประดับลวดลาย เดินสายไฟภายในอุโบสถ ปรับระดับทางเดินรอบอุโบสถ จึงขอเจริญพรบอกบุญมายังท่านเพื่อร่วมทอดกฐินสามัคคี ครั้งนี้เพื่อรวบรวมจตุปัจจัยร่วมก่อสร้างอุโบสถให้แล้วตามวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาฝากชื่อไว้ในพระพุทธศาสนาให้ดำรงถาวรสืบต่อไปชั่วกาลนาน ตามกำลังทรัพย์ศรัทธา

ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัยและกุศลบุญครั้งนี้ จงอำนวยอวยชัยให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาจงประสพด้วย จตุรพิธพรชัยทั้ง ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ เทอญ ฯ

‘ทรัมป์’ เผยสหรัฐอเมริกา อาจกลายเป็นประเทศ ‘โลกที่สาม’ หากศาลสูงสุดตัดสินประธานาธิบดี ไม่มีอำนาจใช้มาตรการรีดภาษี

(3 พ.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ใน Truth Social เตือนว่า “สหรัฐอเมริกาอาจตกต่ำจนกลายเป็นประเทศโลกที่สาม” หากศาลสูงสุดตัดสินว่า ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจใช้มาตรการภาษีศุลกากรได้โดยตรง โดยคดีดังกล่าวจะเริ่มพิจารณาในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ทรัมป์ระบุว่าเป็น “หนึ่งในคดีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ”

ทรัมป์ย้ำว่า มาตรการภาษีศุลกากรในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งช่วยสร้าง “ความมั่งคั่งมหาศาลและความมั่นคงของชาติ” โดยระบุว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคยทำสถิติสูงสุดหลายครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ของรัฐบาลตน และแทบไม่มีปัญหาเงินเฟ้อ พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากการเจรจาการค้ากับจีนและอีกหลายประเทศ ที่เขาเชื่อว่ามาจาก “อำนาจต่อรองด้วยภาษีศุลกากรของรัฐบาลตนเอง”

ทรัมป์เตือนเพิ่มเติมว่า หากประธานาธิบดีไม่สามารถใช้อำนาจด้านภาษีได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น “ประเทศจะไร้การป้องกัน” และอาจนำไปสู่ “ความล่มสลายของชาติ” โดยชี้ว่า ผู้ที่คัดค้านเรื่องนี้มีเพียง “ประเทศที่เคยเอาเปรียบสหรัฐฯ มานาน ผู้ที่เกลียดชังประเทศ และพรรคเดโมแครต”

นอกจากนี้ ทรัมป์ระบุว่าเขาจะไม่เดินทางไปศาลในวันพุธ เพื่อไม่ให้การปรากฏตัวของตนบดบังความสำคัญของคดี พร้อมกล่าวปิดท้ายว่า “หากเราชนะ เราจะเป็นประเทศที่ร่ำรวยและมั่นคงที่สุดในโลก แต่หากเราแพ้ ประเทศของเราอาจตกต่ำ ขอให้พระเจ้าช่วยไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น”

กลุ่มอาชีพเหล่านี้ อาจโดนแทนที่ โดยเทคโนโลยี ภายใน 10 ปีข้างหน้า ถ้าไม่รีบปรับตัว

(3 พ.ย. 68) สั้น ๆ ตรง ๆ ไม่มีใครกล้าการันตีว่าอาชีพใด ‘ตกงานแน่นอน’ 100% แต่มี ‘กลุ่มงานเสี่ยงสูงมาก’ ที่มีแนวโน้มหดตัวแรงใน 5–10 ปีข้างหน้า จากคลื่น AI/ระบบอัตโนมัติและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป บทความนี้สรุปภาพรวม ตัวอย่างอาชีพที่เคยหายไปแล้ว และทางรอดแบบลงมือได้จริง

 

กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูงใน 10 ปี (ถึงราวปี 2035)

• เสมียน/ธุรการ/เลขานุการ — งานเอกสารและงานซ้ำ ๆ ถูกซอฟต์แวร์สำนักงานอัจฉริยะและ RPA ทำได้เร็วกว่าและผิดพลาดน้อยลง

• แคชเชียร์หน้าร้าน/พนักงานขายตั๋ว — Self‑checkout และการชำระเงินไร้แคชเชียร์ทำให้หลายสาขาลดช่องแคชเชียร์

• เจ้าหน้าที่คีย์ข้อมูล (Data Entry) — ระบบดึงข้อมูลอัตโนมัติ/AI ทำงานแทนงานพิมพ์ซ้ำ ๆ ได้อย่างแม่นยำ

• พนักงานธนาคารหน้าสาขา (Bank Teller) — ธนาคารเร่งใช้ Mobile/Internet Banking และ Kiosk แทนงานหน้าเคาน์เตอร์

• เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์บางส่วน — ระบบติดตาม/จ่ายเงินอัตโนมัติและอีคอมเมิร์ซเปลี่ยนภาพรวมงาน

• งานโทรขาย/คอลเซ็นเตอร์เชิงสคริปต์ — Generative AI และระบบตอบอัตโนมัติแทนงานโต้ตอบเชิง rote ได้มากขึ้น

 

ตัวอย่าง ‘อาชีพที่แทบไม่มีแล้ว’ (บทเรียนจากอดีต)

• พนักงานควบคุมลิฟต์ (Elevator Operator) — เมื่อระบบลิฟต์อัตโนมัติปลอดภัยและใช้งานง่าย อาชีพนี้จึงหายไปแทบทั้งหมด

• พนักงานต่อสายโทรศัพท์ (Switchboard Operator) — เทคโนโลยีโทรตรง/แลกเปลี่ยนอัตโนมัติทำให้ความต้องการลดลงจนน้อยมาก

• เจ้าหน้าที่/แมสเซนเจอร์โทรเลข — บริการโทรเลขปิดฉากในหลายประเทศ เมื่อการสื่อสารดิจิทัลเข้ามาแทนที่

• พนักงานเก็บค่าผ่านทางด่าน (Toll Collector) — ระบบเก็บเงินอิเล็กทรอนิกส์/ไร้ด่านทำให้ตำแหน่งงานลดฮวบ

• พนักงานร้านเช่าวิดีโอ/คีออสเช่า — สตรีมมิ่งทำให้ธุรกิจเช่าหนังแบบเดิมแทบหมดไป

 

สัญญาณเตือนว่า ‘บทบาทของคุณ’ เสี่ยงถูกลด/หาย

• งานส่วนใหญ่เป็นขั้นตอนซ้ำ ๆ หรือใช้แบบฟอร์มเดิมแทบทั้งวัน

• ผลลัพธ์งานสามารถวัดได้ชัดเจนและทำซ้ำได้ (เหมาะกับ RPA/AI)

• เริ่มมีการทดลองใช้ Bot/Workflow ใหม่ ๆ เพื่อทดแทนงานเดิม

• ลูกค้าหรือผู้ใช้งานหันไปใช้ช่องทางดิจิทัลมากกว่าหน้าเคาน์เตอร์

 

ทางรอด: ขยับจาก “ทำเอง” ไปสู่ “คุมระบบ–แก้ปัญหา–ใช้ข้อมูล–ดูแลคน”

1) อัปสกิลด้านดิจิทัล/AI-RPA

- ใช้/ออกแบบเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ, Prompt งานเอกสาร, ทำงานคู่กับ GenAI อย่างมีมาตรฐาน

2) สายข้อมูลและการวิเคราะห์

- ทำ Dashboard, อ่าน Insight, วัดผล KPI เพื่อยกระดับการตัดสินใจ

3) งานที่เติบโตสวนกระแส

- CX ที่ปรึกษาลูกค้า, ดูแลระบบดิจิทัล/ไซเบอร์, กรีน/พลังงานสะอาด, เฮลท์แคร์-ผู้สูงอายุ, การศึกษา

4) ยกระดับ Soft Skills สำคัญ

- สื่อสาร-อธิบายเชิงที่ปรึกษา, การบริหารโครงการ, คิดเชิงระบบ/แก้ปัญหา, จริยธรรมการใช้ AI

 

เช็กลิสต์ 30 วัน เพื่อเปลี่ยนผ่านอย่างปลอดภัย

• สัปดาห์ที่ 1: สำรวจงานที่ทำทุกวัน แยกสิ่งที่ซ้ำ ๆ /วัดผลได้ชัด — ทำรายการ ‘งานที่ AI ทำแทนได้’

• สัปดาห์ที่ 2: ทดลองเครื่องมือ 2–3 ตัว (เช่น RPA เบื้องต้น, เอกสารอัตโนมัติ, Chatbot ภายใน) กับงานจริงเล็ก ๆ

• สัปดาห์ที่ 3: สร้าง Dashboard/Template ประจำ เพื่อให้ทีมเห็นผลลัพธ์ชัดและใช้ซ้ำได้

• สัปดาห์ที่ 4: จัดทำ SOP ใหม่ที่ ‘มี AI อยู่ในขั้นตอน’ และบันทึกบทเรียน/ผลลัพธ์เพื่อปรับปรุงรอบถัดไป

 

สรุปสั้น

“ตกงานแน่นอน” ไม่แฟร์กับความจริง แต่ “งานซ้ำ ๆ เชิงเอกสาร/หน้าเคาน์เตอร์” เสี่ยงสูงมาก จะรอดไม่ใช่ด้วยการหนี AI แต่ด้วยการ ‘ทำงานร่วมกับ AI’ ให้ได้เปรียบกว่าเดิม—ย้ายบทบาทจาก ผู้ลงมือทำ ไปเป็น ‘ผู้ออกแบบ‑คุมระบบ‑อ่านข้อมูล‑ดูแลลูกค้า’ ตั้งแต่วันนี้

 

ไร้มารยาททางการเมือง เปิดตัวผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย  หน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ แต่งสีกากีหาเสียง อาจผิดกฎหมาย

(3 พ.ย. 68) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กตำหนิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หลังเดินทางไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย ที่จังหวัดตรัง บริเวณหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยมองว่าเป็นการกระทำที่ “ไร้มารยาททางการเมือง” และไม่ให้เกียรติพรรคการเมืองอื่น

 

นอกจากนี้ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ยังตั้งข้อสังเกตว่า การที่นายอนุทินสวมเครื่องแบบสีกากี ขึ้นเวทีหาเสียงให้พรรคภูมิใจไทย ที่จังหวัดกระบี่ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและผิดจริยธรรม พร้อมฝากถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้ช่วยแนะนำว่า “อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ” เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ

 

ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์ทิ้งท้ายว่า นายกรัฐมนตรีควรระมัดระวังมากกว่านี้ โดยเฉพาะการแสดงออกในจังหวัดที่มีความหมายทางการเมืองอย่างตรัง พร้อมเหน็บแรงว่า “ยุคการเมืองไร้มารยาท ผมก็บังอาจไร้มารยาทกับนายกรัฐมนตรีอย่างนี้แหละครับ”

‘ฟิยาตา’ มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา หลานสาว ‘มาลี โสเจียตา’ ฝ่ามติกอง ส่งตัวเองประกวด Miss Universe 2025 ที่ไทย

(3 พ.ย. 68) ไท เนียรี โสเจียตา (Thy Neary Socheata) หรือ “ฟิยาตา” มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา 2025 เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อเข้าร่วมเวที Miss Universe 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แม้บริษัท Elevento9 ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวดของกัมพูชา จะออกแถลงการณ์ไม่ส่งผู้แทนเข้าประกวดในช่วงก่อนหน้านี้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ฟิยาตาได้ประกาศเดินหน้ามาด้วยตนเอง โดยยืนยันว่าการถอนตัวนั้นไม่ยุติธรรม พร้อมชี้แจงว่าตนติดภารกิจและมีอาการป่วยในวันที่ถูกเรียกประชุม ซึ่งเธอได้โพสต์ข้อความหลังถึงไทยว่า “รู้สึกขอบคุณสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่น ความเมตตา และการสนับสนุนจากทุกคน”

ด้าน ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าภาพจัดการประกวด Miss Universe 2025 ประเทศไทย โพสต์ภาพต้อนรับอย่างเป็นทางการผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุว่า “ขอต้อนรับตัวแทนจากกัมพูชาอย่างเป็นทางการ สู่การประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งที่ 74”

สำหรับฟิยาตา เป็นหลานสาวของ “พลโทหญิง มาลี โสเจียตา” โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ซึ่งคนไทยคุ้นชื่อจากเหตุปะทะชายแดน ทำให้การเดินทางมาประกวดครั้งนี้ถูกจับตามองทั้งในแง่ความงามและการเมืองระหว่างประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top