Saturday, 13 June 2026
TheStatesTimes

เชียงใหม่-Hylife Group เปิดตัว Miss Grand Lampang 2026 ทีมผู้บริหารและที่ปรึกษา Provincial Director

(1 ต.ค. 68) HYLIFE GROUP พร้อมนำทัพสร้างตำนานบทใหม่แห่งดินแดนล้านนาเปิดตัว Provincial Director - Miss Grand Lampang 2026 สู่เวที "Grand Luminary: Queen of the Future" อย่างยิ่งใหญ่ 

HYLIFE GROUP ผู้นำด้านธุรกิจและนวัตกรรมระดับประเทศ ประกาศพร้อมเดินหน้าภารกิจครั้งสำคัญในการสร้างตำนานบทใหม่ให้กับเวทีการประกวดระดับจังหวัด ด้วยการเปิดตัวทีมผู้บริหารและที่ปรึกษา Provincial Director - Miss Grand Lampang 2026 ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Grand Luminary: Queen of the Future" ราชินีแห่งอนาคต ผู้เปี่ยมด้วยความสง่างาม ล้ำสมัย และพร้อมเปล่งประกายเหนือกาลเวลา 

วันที่ 30 กันยายน 2568 ณ ลานโปรโมชัน 1 ชั้น 1 เซ็นทรัลเชียงใหม่ เวลา 17:00 น.-19.00 น. งานแถลงข่าวได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารนำทีมโดย คุณธนุช อาร์. นาเออร์ (Mr. Dhanush R. Nair) Co-Group CEO, HYLIFE GROUP คุณวัชราภรณ์ ลิน กรรมการบริหาร, HYLIFE GROUP คุณพิพัฒน์ กันทะรันต์ ที่ปรึกษาการประกวด

เวที Miss Grand Lampang 2026 ในปีนี้จะถูกยกระดับสู่มาตรฐานใหม่ ภายใต้รี่ม "Grand Luminary: Queen of the Future" ซึ่งสะท้อนถึงความงดงามที่ก้าวข้ามขีดจำกัด ผสมผสานความสง่างามกับพลังแห่งอนาคตพร้อมมอบแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงยุคใหม่ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำและสร้างตำนานบทใหม่บนเวทีแห่งเกียรติยศ

งานแถลงข่าวยังได้ต้อนรับแขกรับเชิญพิเศษที่มาร่วมสร้างสีสัน ได้แก่ คิม กู๊ดเบิร์น นายแบบ นักแสดง พิธีกร Mister International 2023 "แจน" ณัฏฐ์ทินี ธนัตพรภิญโญ Miss Grand Lampang 2025 และ รองอันดับ 2 Miss Grand Thailand 2025 ที่จะมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าประกวดรุ่นใหม่

การแข่งขันรอบตัดสิน Grand Final Competition จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ เชียงใหม่ฮอลล์ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ร่วมส่งแรงใจให้กับ 16 สาวงามผู้เข้าประกวดบนเวทีแห่งความฝันและพลังของผู้หญิงยุคใหม่

พัฒนชัย/ เชียงใหม่

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 876978

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 843 , 532

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 280 , 605

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 77

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 876977 , 876979

รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
421381 371258 970384 998363 153393

รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
045714 906397 911225 963923 929285 
403995 749301 049940 096450 013545

รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
545499 956269 669791 266527 479708 
663976 904427 209315 291922 501989 
561283 360324 266926 171388 132140 
139662 844570 644973 278673 473357 
549651 148016 523583 147837 006215 
828429 067069 354033 597793 723286 
932624 682309 047848 098776 672488 
273653 157059 495884 945155 482653 
164774 921256 290222 610627 493924 
787420 904797 948670 553897 925377

รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
193873 694680 963682 981797 096531
723466 821121 684699 908672 684693
750713 805572 620485 190937 708846
860278 893079 896675 596868 952598
235460 124495 799708 945496 097839
788294 405886 214952 409341 720449
326052 200133 159128 927106 922417
333995 936612 108014 239488 086100
308822 283399 716093 539850 190194
206456 890951 763154 053720 742569
497895 138108 757492 787273 506580
176544 736108 337400 723196 227791
241232 611806 569426 345063 288515
927811 037382 953246 868046 764030
222081 548980 877787 923143 835846
958101 785200 611308 826067 960292
041456 423482 790488 629488 237584
872473 579258 432523 002122 918023
411901 195965 031911 278410 215459
042677 645371 080767 531043 239860

‘ดร.อสมา’ ชี้ Ecosystem การศึกษาไทยผลิตเด็กไม่ตรงโจทย์ตลาด หลังพบเด็กจบสาย Data Analytics ว่างงานเพียบ เหตุทักษะไม่ถึง

เมื่อวานนี้ (30 ก.ย. 68) ดร.อสมา กุลวานิชไชยนันท์ (ดร.แป้ง) CEO & Co-Founder บริษัท Coraline ผู้เชี่ยวชาญและให้บริการด้าน Big Data โพสต์เฟซบุ๊กว่า จริงๆ แล้ว แป้งอยากเป็นอาจารย์ค่ะ แต่ตอนกลับมาใหม่ๆ ไปสมัครเป็นอาจารย์ แล้วเจอเหตุการณ์นี้

1. ที่แรก รับแล้ว แต่บังเอิญ ตอนจะเซ็นสัญญา มีเด็กที่รับทุนของมหาวิทยาลัยโดย Retire กลับมาก่อนกำหนด ทำให้ต้องเอาเก้าอี้ไปให้เด็กคนนั้น 

2. รับแล้ว กำลังจะเซ็น แต่พอยื่นเกรด ป.ตรี พบว่า เกรด ป.ตรีจากจุฬาฯ ของแป้งไม่ถึง 3 ก็เลยรับบรรจุไม่ได้ อื้อหือ นี่ขนาดเป็นเด็กทุนรัฐบาลอเมริกา และได้รางวัล US Student Award พร้อม paper เพียบ แถมจบ post-doc มาแล้ว ก็ไม่นับ

3. รับแล้ว แต่พอไปคุยเรื่องวิชาสอน ที่แป้งอยากสอน Machine Learning ได้รับคำตอบว่า "วิชานี้ยากเกินไป เด็กไทยไม่เรียนกัน ขอให้สอนวิชาง่ายๆ ที่เด็กจะเรียนจบได้ใน Engineering School" 

ทั้ง 3 ที่ เป็นมหาวิทยาลัยรัฐ top 10 ชื่อดัง ในแถบ กทม. และปริมณฑล ซึ่งเรื่องมันก็เกิดมาตั้งแต่ปี 2014 แล้วนะคะ 

วันก่อน ตอนไปบรรยายเรื่อง AI Governance ได้นั่งทานข้าวร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง ที่มาจาก 1 ใน 3 ที่นั้น และได้เล่าให้ฟัง เขาบอกว่า

"ดีแล้ว ที่ดร.แป้งไม่ได้เป็นอาจารย์ เพราะสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้มากกว่าเยอะ" 

ฟังแล้วก็อึ้งนะ แสดงว่า ในสายงานวิชาการของไทย มันต้องมีเงื่อนงำอะไรที่แป้งเข้าไม่ถึง 

ก่อนหน้านี้ แป้งเคยเขียนโพสต์เรื่องการคัดกรองนักศึกษา ปริญญาโท สาขาวิชา Data Science ที่อยากให้มีการทดสอบ หรือ สอน Pure Math ก่อน ไม่ใช่รับเด็กที่สมัครไปทั้งหมด เพราะแป้งเจอ CV ของเด็กหลายคนที่จบสายศิลป์ เช่น อักษรศาสตร์ นิเทศศาสตร์ แต่จบโท Data Science ที่ทำ Data Analytics ไม่เป็นเยอะมาก 

แป้งคิดว่า การทำแบบนี้ มันจะทำให้ Ecosystem ในตลาดผิดรูปผิดร่าง และมันเป็นการรังแกเด็ก เพราะสถาบันให้ Degree กับคนที่เสียทั้งเงิน และเวลา และผลปรากฏว่า เขาไม่สามารถเอาความรู้ไปทำงานได้จริง เพราะ Skill พื้นฐาน อย่าง Math ไม่แข็งแรงพอ

แป้งไม่ได้ดูถูกว่าเด็กสายศิลป์ไม่เก่งนะคะ แค่จะชี้แจงว่า ทุกสาขาอาชีพ มีวิชาพื้นฐานที่ต้องร่ำเรียนกัน จะ short-cut มันคงไม่ดี

จะเรียนหมอ ก็ต้องผ่าน Anatomy ฉันใด จะเรียน Data Science ก็ต้องผ่าน Math เช่น Linear Algebra ฉันนั้น

ผล คือ มีเจ้าของเพจขายคอร์สชื่อดังของไทย เอาแป้งไปประจาน ว่าแป้งเป็นพวกโลกแคบดูถูกคน แล้วก็แอบขายของตัวเองซะงั้น เหมือนเอาชื่อแป้งไปตบหน้าปากซอย แล้วก็ชวนให้คนอื่นมาซื้อคอร์สตัวเอง

จากนั้น แป้งก็เลยไม่แตะต้องสายการศึกษาอีกเลย 
ก็เลย มุ่งหน้าผลักดันด้านอุตสาหกรรม และธุรกิจของตัวเองไป

ผ่านมาแล้ว 8 ปี Ecosystem ก็เป็นอย่างที่แป้งบอกเอาไว้ ตอนนี้เด็กสาย Data Analytics ว่างงานกันเยอะ เพราะ Skill ที่เรียนในสถาบัน มันพื้นเกินไป ไม่ตอบโจทย์ และอะไรที่เรียนกันง่ายๆ มันก็มี supply เยอะจนล้นตลาด 

เพราะงั้น แป้งอยากจะบอกว่า ความเห็นของบางคน มันอาจจะไม่โดนใจเรา แต่ลองไตร่ตรองสักนิด พิจารณาสักหน่อย เปิดใจเรียนรู้ จะรู้ว่าคนแต่ละคน มองกว้าง มองไกล ไม่เหมือนกัน 

‘เท้ง ณัฐพงษ์’ ติดโผ Time100 Next 2025 หมวดผู้นำ ยก เป็นผู้นำขบวนการประชาธิปไตยไทยรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ (1 ต.ค. 68) เว็บไซต์นิตยสาร ไทม์ (Time) ได้ประกาศรายชื่อ Time100 Next บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปีในหลากหลายสาขา ทั้งศิลปิน ผู้มีความสามารถพิเศษ นักนวัตกรรม ผู้นำ และนักเคลื่อนไหวทั่วโลกประจำปี 2025

ในปีนี้ ชื่อของ ‘เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ถูกเสนอชื่อในหมวด “ดาวรุ่งที่ทรงอิทธิพลที่สุด” (Rising Leaders)

นิตยสารไทม์ระบุว่า การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของเยาวชนไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้จะต้องเผชิญความท้าทายและการถอยหลังบางช่วง แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะทวงคืนอำนาจจากชนชั้นนำฝ่ายทหาร แม้พรรคการเมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงถูกยุบไปถึงสองพรรคในช่วงหกปีที่ผ่านมา

ไทม์ ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีผู้นำคนใหม่คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้สืบทอดเจตนารมณ์จากพรรคก้าวไกล และผลักดันการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้เดินหน้าต่อไป หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงข้างมาก แต่ถูกศาลมีคำสั่งยุบพรรคในปี 2567 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 143 คนได้เข้าร่วมพรรคประชาชน ส่งผลให้ณัฐพงษ์ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน

รายงานของ ไทม์ ยังระบุว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยปลดนายกรัฐมนตรีในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้การเลือกตั้งครั้งใหม่กำลังใกล้เข้ามา และเยาวชนไทยจำนวนมากต่างฝากความหวังไว้กับณัฐพงษ์ ว่าเขาจะเป็นผู้ที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

“วิสัยทัศน์ของเราคือการปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าวกับนิตยสารไทม์ พร้อมย้ำว่า “เราต้องนำประชาธิปไตยแบบเต็มรูปแบบกลับคืนสู่ประเทศของเรา”

‘พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ’ แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ กล่าวคำสัตย์ปฏิญาณ ปกป้องสถาบัน–เคียงข้างประชาชน

(1 ต.ค. 68) กองทัพภาคที่ 1 จัดพิธีรับ–ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 1 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาร่วมเป็นเกียรติและเป็นสักขีพยาน 

พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กล่าวอำลาและขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ร่วมปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละ พร้อมฝากความห่วงใยต่อกองทัพภาคที่ 1

ด้าน พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ กล่าวให้คำมั่นว่า จะทำหน้าที่เป็นกองทัพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างแท้จริง โดยใช้ศักยภาพและสรรพกำลังทั้งหมดปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งยึดมั่นความเป็นทหารอาชีพ ปฏิบัติตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก และช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ย้ำเจตนารมณ์ที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงของชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศและยืนหยัดเคียงข้างประชาชน ภายใต้คำขวัญ “ทุกการกระทำคือการสื่อสาร” 

‘จีน–รัสเซีย’ ปิดดีลสร้างท่อก๊าซยักษ์ Power of Siberia 2 ทำยุทธศาสตร์ยูเรเชียของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ พังทลาย

(1 ต.ค. 68) จีนและรัสเซียบรรลุข้อตกลงสร้างท่อก๊าซ Power of Siberia 2 หลังเจรจายืดเยื้อมานาน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มปริมาณส่งออกก๊าซรัสเซียไปยังจีนเกือบสองเท่า หรือราว 100,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ด้วยราคาที่ถูกกว่ายุโรป ข้อตกลงนี้สะท้อนถึงความล้มเหลวของยุทธศาสตร์ใหญ่ด้านยูเรเชียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่หวังใช้รัสเซียถ่วงดุลจีน แต่ไม่สามารถบรรลุได้

สาเหตุสำคัญเกิดจากการที่ทรัมป์ไม่สามารถบีบให้ยูเครนยอมอ่อนข้อให้รัสเซียได้ ขณะเดียวกันการที่นาโต้ (NATO) มีแนวโน้มขยายบทบาทในยูเครนยิ่งทำให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เลือกหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอินเดีย หลังนโยบายกีดกันทางการค้าของทรัมป์ผลักดันให้อินเดียหันกลับไปปรับความสัมพันธ์กับจีน

การปรับท่าทีของอินเดียช่วยลดความกังวลต่อความร่วมมือด้านพลังงานจีน–รัสเซีย ที่เดิมอาจทำให้รัสเซียเสียสมดุลต่อปักกิ่ง โดยความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปิดทางให้มอสโกปิดดีลท่อก๊าซกับจีนได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลว่าอินเดียจะใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากเกินไป อีกทั้งยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนขั้วความร่วมมือในภูมิภาค

ทั้งนี้ ผลลัพธ์คือยุทธศาสตร์ยูเรเชียของทรัมป์ล้มเหลวแบบไม่เป็นท่า ทั้งในมิติรัสเซียและอินเดีย ทำให้จีน–รัสเซียใกล้ชิดขึ้น และอินเดียเองก็เริ่มหันมาประสานกับจีนมากขึ้น สถานการณ์นี้เร่งให้เกิดความเป็นพหุขั้ว (multipolarity) ที่ลดอิทธิพลของสหรัฐฯ ลงในภูมิภาค

นราธิวาส-ผู้การฯป้ายแดง สันติ พร้อมลุยสืบสานเกียรติศักดิ์กรมทหารราบที่3 ส่งต่องานสำคัญผู้นำใหม่ก้าวสู่ภารกิจมั่นคงหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือนราธิวาส

เปลี่ยนผ่านอย่างสมเกียรติ กำลังพลพร้อมเดินหน้าภายใต้การนำผู้การคนใหม่จากรุ่นสู่รุ่นความเข้มแข็งไม่เคยเสื่อมคลาย กรมทหารราบที่ 3 พร้อมภายใต้ผู้บังคับบัญชาผู้นำใหม่เคียงข้างกำลังพล สู้เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี

(1 ต.ค.68) เวลา 09.00 น. นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผบ.กรม ร.3 พล.นย./ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.ได้เดินทางมายัง กองพลนาวิกโยธิน หมู่ 10 ค่ายจุฬาภรณ์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อจัดพิธีรับ นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา และส่งมอบตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินภาคใต้ ให้กับนาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา หลังได้รับตำแหน่งใหม่ 

สำหรับประวัติความเป็นมา ของนาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน 1. นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่33 นักเรียนนายเรือรุ่นที่90 

2.รับราชการครั้งแรกในตำแหน่ง ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ร้อยปืนเล็กที่3 กองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน 

3. ประวัติการศึกษา ท่านศึกษาหลักสูตรชั้นนายเรือนาวิกโยธิน รุ่นที่31  เสนาธิการทหารบก รุ่นที่86 การบริหารงานและงบประมาณ (ระดับผู้บริหาร) รุ่นที่24 วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่53 และนายทหารส่งกำลังบำรุง ระดับผู้บริหาร

4.รับราชการในตำแหน่งสำคัญ คือ 

–ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ร้อยปืนเล็กที่3 กองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน      
-ผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กที่4 กองพันทหารราบที่1 กรททหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน
- ผู้บังคับกองร้อยสนับสนุนยกพลขึ้นบก กรมสนับสนุน กองพลนาวิกโยธิน
-ผู้บังคับกองร้อยกองบังคับการและบริการ กองพันทหารราบที่8 กรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน
หัวหน้ากำลังพล กองกำลังพล หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
- ผู้บังคับทหารราบที่3 กรมทหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน
-ผู้บังคับกองรักษาความปลอดภัยสรรพาวุธทหารเรือ กรมรักษาความปลอดภัยนาวิกโยธิน หน่วยบัญชานาวิกโยธิน 
-หัวหน้ากองโครงการงบประมาณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
-ผู้บังคับกองรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือสัตหีบ กรมรักษาความปลอดภัยนาวิกโยธิน หน่วยบัญชานาวิกโยธิน และ ผู้อำนวยการกองส่งกำลังบำรุง หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

5. รับราชการสนามในตำแหน่งสำคัญคือ
-ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน411
-ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ
 -หัวหน้ากองส่งกำลังบำรุง กองป้องกันชายแดนจันทบุรี ตราด
-ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน

6. ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ คนปัจจุบัน

นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับตำแหน่งในวันนี้และจะได้มาทำงานกับพวกเราต่อไป สำหรับการปฏิบัติของกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธินหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ตั้งแต่มีการก่อตั้งขึ้นมา เราได้สร้างเกียรติประวัติรวมถึงตราดตรำทำงานในพื้นที่มา ยังมีในอดีต พี่ๆน้องๆเราได้ สูญเสียและเสียสละ เพื่อที่จะดำรงเกียรติยศความเป็นทหารรวมถึงการควบคลุมพื้นที่เราอยู่กับประชาชนเรามีพื้นที่รับผิดชอบเราเป็นทหารกองทัพเรือได้ส่งพวกเราให้มาอยู่ที่นี่พวกเราทุกคนเป็นตัวแทนของกองทัพเรือทุกคนทำหน้าที่ต่างกันและมีความรับผิดชอบต่างกันเพราะฉะนั้น “ความจงรักภักดีรู้หน้าที่มีวินัย” ที่ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินให้พวกเราไว้ ให้นำยึดถือมาปฏิบัติ และผมขอความร่วมมือในการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ2569นี้ ขอให้พวกท่านร่วมมือร่วมแรง ร่วมใจ ที่จะปฏิบัติ งาน และก็ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี อย่าได้มีการสูญเสีย รวมถึงพื้นที่ต่างๆ ของให้มีแต่ความสงบเรียบร้อยมีวินัยและการทำงานเป็นทีมจะเป็นการรวมใจสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานของพวกเราทุกคน

ทต.อุดมศักดิ์ MOU การแพทย์ฉุกเฉิน และเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพแบบเรียลไทม์ นำร่องแห่งแรกในประเทศไทย 

(1 ต.ค.68) นายกิตติ อุดม นายกเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) "การดำเนินงานระบบบการแพทย์ฉุกเฉินและเปิด "ศูนย์รับส่งผู้ป่วย ผู้พิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสไปสถานพยาบาล ในกรณีไม่เร่งด่วน ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเจตรอุดมศักดิ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ประกอบด้วย เทศบาลตำบล เขตรอุดมศักดิ์ โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ และอีก 2 หน่วยงานในอนาคต คือ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และโรงพยาบาลอาภากรณ์เกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งกลไกที่สำคัญในการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ รวมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียง ผลักดัน และขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น ได้แก่ การรับ -ส่ง ผู้ป่วย ผู้พิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสกรณีไม่เร่งด่วนตามแพทย์นัดไปยังสถานพยาบาล ตามที่ได้มีการลงทะเบียนร้องขอไว้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และในกรณี ดูแลรับส่งผู้ป่วย กรณีฉุกเฉิน"  ด้วยระบบโครงการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ สำหรับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ แบบเรียลไทม์ด้วยนาฬิกาข้อมือ เมื่อเกิดเหตุล้ม หมดสติ หรือระบบสัญญาณชีพผิดปกติ จะมีการแจ้งเตือนมายัง ศูนย์ปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินฯ ด้วยระบบเรียลไทม์ ณ ทต.เขตรอุดมศักดิ์ ทราบในทันที เพื่อเร่งรีบเข้าไปดูแลช่วยเหลือปฐมพยาบาล หรือนำส่งสถานพยาบาลในทันที 

ซึ่งนับเป็นโครงการดูแลระบบสุขภาพผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง แบบเรียลไทม์  นำร่องแห่งแรกในประเทศไทย 

(สุรินทร์) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 25 ตรวจสภาพความพร้อมช่วยเหลือประชาชน จากสถานการณ์อุทกภัย ประจำปี 2568  

(1 ต.ค. 68) พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้อำนวยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีตรวจความพร้อม ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ณ บริเวณด้านหน้า กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มี พันเอก อัครสิทธิ์  ปะกิระตา รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25(2) พันเอก ศิริศักดิ์ บูรณ์เจริญ รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 25(1) พันเอก บุญส่ง  พรมนิล รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 25(2) พันเอก สุดใจ  แพงพรมมา สัสดีจังหวัดสุรินทร์ พันเอก พรพิเชษฐ์  เกตุพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน และคณะนายทหาร ร่วมพิธี โดยได้นำกำลังพล กำลังจิตอาสาและยุทโธปกรณ์ ตรวจความพร้อม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ จากสถานการณ์อุทกภัย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ โดยชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยดังกล่าว เป็นการจัดกำลังจากหน่วยขึ้นตรงมณฑลทหารบกที่ 25 โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งรับผิดชอบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จากสถานการณ์อุทกภัย ได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดย พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้อำนวยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 25 ได้เน้นย้ำให้จัดเตรียมกำลังพลและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจอยู่เสมอ และให้ปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ
 

นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำพิทักษ์ปกป้องสถาบัน สร้างกลไกรับมือกับอาชญากรรมทุกรูปแบบ 

(1 ต.ค. 68) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเดินทางมามอบนโยบายการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจที่ร่วมโครงการสัมมนาผู้บริหารระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า จำนวน 44 นาย และผู้บังคับการหรือเทียบเท่า จำนวน 294 นาย รวม 338 นาย ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังนโยบาย ณ ห้องแจ้งยอดสุข ชั้น 3 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภารกิจหลักที่สำคัญอย่างหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือต้องเทิดทูนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญคือการดูแลทรัพยากรบุคคล ให้ได้รับความเป็นธรรม และการดูแลสุขภาพจิตของข้าราชการตำรวจทุกนาย เพราะสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานที่จะทำให้ข้าราชการตำรวจมีความพร้อมในการดูแลประชาชน และเน้นย้ำเรื่องการอัปเดต และอัปเกรด วิธีการทำงาน เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เท่าทัน ให้มีความพร้อมรับมือกับอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งควรปรับระบบระเบียบให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในความสำเร็จในการปราบปรามอาชญากรรม

ในระยะเวลา 4 เดือนต่อไปนี้ ขอให้ยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด การพนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงประชาชนและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นภัยคุกคาม ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนในวงกว้าง และเป็นผลลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสร้างกลไกในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทุกประเภท เพื่อเป็นรูปแบบในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลพร้อมสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติในทุกด้าน โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาอาชญากรรม และแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศในการร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และยาเสพติด ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาชีพตำรวจเป็นงานที่หนักที่สุดงานหนึ่งในโลกก็ว่าได้ เพราะต้องทำงานภายใต้ความกดดันตลอดเวลา บริหารจัดการเวลาส่วนตัวได้ยาก และอยู่กับความเสี่ยงภัย รวมถึงความคาดหวังที่สูงจากสังคม อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติในยุคนี้ที่มีผู้นำที่เข้มแข็ง จะเป็นที่พึ่งของประชาชน

เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการพัฒนาการทำงานในอนาคต เป็นการเตรียมความพร้อมให้ตำรวจทั่วประเทศสามารถรับมือกับอาชญากรรม และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกันนี้ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกท่านยึดมั่นในหลักนิติธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหนึ่งในองค์กรหลักที่ดำรงความเป็นนิติรัฐให้แก่ประเทศ และเป็นที่พึ่งของประชาชน ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top