Wednesday, 10 June 2026
TheStatesTimes

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธี รับ – ส่ง หน้าที่และมอบการบังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 3

(30 ก.ย. 68) ที่ สนามกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 ได้กระทำพิธีรับส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 3 ระหว่าง พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พลตรี วรเทพ บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 โดยได้มีพิธีการลงนามเอกสาร รับ - ส่งหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 3 และได้กระทำพิธีส่งมอบการบังคับบัญชา โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 4 กันยายน 2568 พร้อมกันนี้ พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวว่า สำหรับแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านใหม่ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่เข้าใจสถานการณ์ และปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 อย่างแท้จริง จึงเชื่อมั่นได้ว่าภายใต้การบังคับบัญชาและการบริหารงานของท่านจะสานต่อภาระหน้าที่อันสำคัญนี้ได้อย่างดี ซึ่งจะทำให้กองทัพภาคที่ 3 ได้รับการพัฒนาและมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น 

ขณะที่ พลตรี วรเทพ  บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ขอยืนยันเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ว่า จะทุ่มเทในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของกองทัพภาคที่ 3 ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ถูกต้อง ชอบทำ บนพื้นฐานแห่งคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งจะปกครองผู้ใต้บัพงคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม ตลอดจนร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างสรรค์ความมั่นคง ความสงบสุข และความรักความสามัคคี ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ สำหรับ พลตรี วรเทพ  บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และเป็นแม่ทัพคนที่ 43 ของกองทัพภาคที่ 3

ปรีชา นุตจัรส รายงานข่าวพิษณุโลก

ผบ.ทอ. ลั่นไม่มีเวลาเลี้ยงฉลอง-ยินดีรับตำแหน่ง เพราะยังมีทหารปฏิบัติหน้าที่แนวชายแดน สั่งหน่วยขึ้นตรง ทอ. เตรียมพร้อมปฏิบัติ ย้ำ เราไม่ต้องการสงคราม แต่ถ้าต้องการสันติภาพ ต้องพร้อมรบ

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 68) พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) คนใหม่ แถลงข่าวสั้นๆ กับสื่อทันทีหลังรับตำแหน่งจาก พล.อ.อ.พันธ์ภักดี  พัฒนกุล  ที่เกษียณราชการ ว่า ผมตั้งปณิธานไว้ว่าผมจะกระทำทุกวิถีทางโดยหน้าที่ ความรับผิดชอบ  และอำนาจที่ผมมี สานต่อแนวทางที่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี ทำให้กองทัพอากาศเป็นกองทัพอากาศที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกด้าน

“ผมไม่คิดว่า ผมจะมีเวลาที่จะมาเลี้ยงฉลองการรับตำแหน่ง หรือแสดงความยินดีใดๆ ในขณะที่ยังคงมีพี่น้องทหารของเราอยู่ที่ชายแดน เพื่อรักษาอธิปไตย อยู่ทุกวันทุกคืน สิ่งแรกที่ผมจะกระทำ คือสั่งการให้ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงทั้งหมด เตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจทันที เมื่อได้รับคำสั่ง”

ผมคิดว่า “เราไม่ได้ต้องการสงคราม แต่ถ้าเราต้องการสันติภาพ เราต้อง ‘พร้อมรบ’  ครับ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพอากาศ ครับ”

ปธน.มาดากัสการ์ สั่งยุบรัฐบาล!! หลังกลุ่ม Gen Z ลุกฮือประท้วง จากปัญหาความยากจน-ขาดแคลนน้ำ-ไฟดับ เสียชีวิตแล้ว 22 ศพ

(30 ก.ย. 68) มาดากัสการ์เผชิญวิกฤติการเมืองครั้งใหญ่ หลังประธานาธิบดีอังดรี ราเจอลินา (Andry Rajoelina) ประกาศยุบรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังการประท้วงที่นำโดยคนรุ่นใหม่ หรือเรียกว่ากลุ่ม Gen Z ปะทุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 คน ตามรายงานของสหประชาชาติ สาเหตุหลักคือความไม่พอใจต่อความยากจน การขาดแคลนน้ำ และไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง

ราเจอลินา กล่าวในแถลงการณ์ทางทีวีว่า ขอยุติบทบาทของนายกรัฐมนตรีคริสเตียน นทเซย์ (Christian Ntsay) และคณะรัฐมนตรีทั้งหมด แต่จะให้ทำงานชั่วคราวจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ภายใน 3 วัน โดยเขายืนยันว่าเขารับฟังเสียงของประชาชน พร้อมขอโทษที่รัฐบาลบางคนทำงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

การประท้วงครั้งนี้มีเยาวชนหลายพันคนออกมาเดินขบวน โดยใช้สัญลักษณ์ธงโจรสลัดจากการ์ตูนดัง One Piece พร้อมชูคำปลุกใจ “เราต้องการมีชีวิต ไม่ใช่แค่เอาตัวรอด” 

ทั้งนี้ ประเทศมาดากัสการ์มีประชากรเกือบ 30 ล้านคน แต่กว่า 75% อยู่ใต้เส้นความยากจน และเพียง 36% ที่เข้าถึงไฟฟ้า แม้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจาก UN ระบุที่ 22 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 คน แต่รัฐบาลมาดากัสการ์ปฏิเสธตัวเลขดังกล่าว โดยยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูล ขณะเดียวกัน ผู้ประท้วงจำนวนมากยังคงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก ซึ่งเจ้าตัวยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะถอยออกจากตำแหน่ง

2 ตุลาคม พ.ศ. 2509 ในหลวง ร.๙ เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐออสเตรีย ครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ สร้างมิตรภาพยั่งยืน

วันนี้ในอดีต 2 ตุลาคม พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือน สาธารณรัฐออสเตรีย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม ซึ่งนับเป็นการเสด็จเยือนครั้งที่สอง หลังจากในทศวรรษ 2500 พระองค์ได้ทรงเริ่มภารกิจเสด็จเยือนนานาประเทศทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นกับนานาชาติ

ความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรียนับว่ามีความใกล้ชิดและเป็นมิตรภาพที่ยาวนาน ไฮไลต์สำคัญของการเยือนเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2507 เมื่อพระราชนิพนธ์เพลงของพระองค์ อาทิ Kinari Suite, Falling Rain, Love at Sundown, March Rajanavikayothin และ March Rajavallop ได้รับการบรรเลงโดยวง N.O. Tonkunstier Orchestra ที่กรุงเวียนนา และถ่ายทอดสดทางวิทยุไปทั่วประเทศ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางจากผู้ฟัง ทั้งยังมีการบรรเลงผลงานของโยฮัน สตรอสส์เหมือนที่เคยจัดถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนเวียนนาในปี 2440 อีกด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2507 สถาบันดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา (Institute of Music and Arts of Vienna) ได้ถวายเกียรติคุณสมาชิกกิตติมศักดิ์ลำดับที่ 23 แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งนับเป็นพระมหากษัตริย์เอเชียพระองค์แรกที่ได้รับการยกย่องในฐานะนักประพันธ์เพลงระดับนานาชาติ

การเสด็จฯ เยือนออสเตรียของรัชกาลที่ 9 จึงไม่เพียงสะท้อนพระราชภารกิจด้านการทูต แต่ยังเป็นการเผยแพร่พระปรีชาด้านดนตรีไปทั่วโลก สร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและชื่นชมในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำบทบาทพระองค์ในฐานะผู้นำที่ทรงทั้งวิสัยทัศน์และพรสวรรค์รอบด้าน

“นิตินัย” ส่งไม้ “รุ่งโรจน์” นำทัพ ตชด.  โชว์ผลงาน 1 ปี รบพิทักษ์ชายแดน ปราบยาเสพติดเข้ม

(30 ก.ย. 68) ตชด.ไร้รอยต่อ “นิตินัย” ส่ง “รุ่งโรจน์” รับ มอบหน้าที่แม่ทัพ “ช้างศึก 1” สมเกียรติ 1 ปี ตชด.กล้าแกร่งพิทักษ์ชายแดนไทย รบ ปราบปราม ดูแลประชาชน ครบเครื่อง โชว์ผลงานจับยาเสพติดรวบนักค้า 8,651 ราย ยึดยาบ้า 250 ล้านเม็ด ไอซ์ 10 ตัน

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีพิธีรับ – ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โดย พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด. ) ให้แก่ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบช.ตชด.คนใหม่ 

โดยมีพิธีลงนามเอกสารส่งมอบหน้าที่  พิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ พิธีส่งมอบธงประจำตำแหน่ง ผบช.ตชด. และแสดงมุทิตาจิตแก่ พล.ต.ท.นิตินัย และ คุณสุวรรณยา หลังยาหน่าย ประธานชมรมแม่บ้าน ตชด.  โดยมี รอง ผบช.ตชด., ผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมพิธี

พล.ต.ท.นิตินัย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่รับราชการในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาคภูมิใจ ถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้มีโอกาสรับใช้ประเทศชาติ ประชาชน และร่วมทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อน ตชด. ซึ่งเปรียบเสมือนญาติพี่น้องที่พร้อมใจกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละจนทำให้ภารกิจต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จตามที่มุ่งหมายทุกประการ โดยเฉพาะตลอดปีที่ผ่านมาขอบคุณ ตชด.ทุกนายได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทุ่มเล เสียสละท่ามกลางความท้าทายทุกรูปแบบ 

“ตลอดปีที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ว่าเราคือ ตชด. ตำรวจที่มี 3 คุณลักษณะ 1.เราสามารถทำการรบได้อย่างทหาร เป็นกำลังสำคัญแนวหน้าพิทักษ์อธิปไตยชายแดนไทย – กัมพูชา ดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เรามีหน่วยปฏิบัติการพิเศษ “นเรศวร 261” ที่มีความเชี่ยวชาญการปฏิบัติในระดับยอดเยี่ยมเป็นกำลังสำคัญในหลายสถานการณ์ 2.เราเป็นตำรวจที่สามารถป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมมีผลงานการปราบปรามจับกุมเป็นที่ประจักษ์ สกัดกั้นจับกุมยาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองและอาชญากรรมทุกรูปแบบได้จำนวนมาก และ 3. เราสามารถดูแลให้บริการประชาชนได้อย่างข้าราชการพลเรือน ตชด.เป็นตำรวจแนวหลังดูแลพี่น้องประชาชนชายแดนไทย กัมพูชา เรามีครู ตชด. หมอ พยาบาล ที่ดูแลชาวบ้านตามแนวชายแดนทั่วประเทศ เรามีกำลังพล ตชด.จิตอาสาที่ออกดูแลประชาชนในทุกภัยพิบัติ” ผบช.ตชด.กล่าว และย้ำว่า เชื่อมั่นว่าพล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ผบช.ตชด.คนใหม่จะนำ ตชด.ก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นคงและสง่างามด้วยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์และภาวะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และความเสียสละจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน ตชด.
 
นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิตินัย เปิดเผยผลการปราบปราบยาเสพติดของ ตชด. ว่า ตชด.สืบสวนจับกุมยาเสพติดอย่างต่อเนื่องเด็ดขาด สกัดกั้นการนำเข้าลำเลียงยาเสพติดผ่านแนวชายแดนทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาลทั้ง Seal Stop Safe ต่อเนื่องนโยบาย No Drugs No Dealers โดยเป็นทั้งหน่วยหลักและหน่วยร่วมปฏิบัติในการสืบสวนจับกุม โดยในปีงบประมาณ 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 29 กันยายน 2568 จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 7,936 คดี ผู้ต้องหา 8,651 คน ยึดของกลางยาบ้า 249,879,510 เม็ด ไอซ์ 10,209 กิโลกรัม ฝิ่น 48 กิโลกรัม เฮโรอีน 542 กิโลกรัม 

“ตชด.สามารถสืบสวนจับกุมขบวนการยาเสพติดรายสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ “ตชด.ภาค 2” โดย ร้อย ตชด.246 จับกุมผู้ต้องหา พร้อมยึดไอซ์ 504 กิโลกรัม เมื่อเดือนมิถุนายน 2568  “ตชด.ภาค 3”  โดย ร้อย ตชด.334 ตรวจยึดยาบ้า 4.2 ล้านเม็ดได้ที่ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 และ “ตชด.ภาค 4” จับผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 4.6 ล้านเม็ด ได้ที่ จว.นครศรีธรรมราช เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตชด.ยังคงเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมที่เล็ดลอดตามแนวชายแดนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะยาเสพติด การค้ามนุษย์ เพื่อความผาสุกของบ้านเมือง” ผบช.ตชด.กล่าว

เรือหลวงปิ่นเกล้า ยิงสลุตครั้งสุดท้าย ในพิธีรับ-ส่งหน้าที่ ผบ.กองเรือยุทธการ ก่อนปลดระวางประจำการ 1 ต.ค.นี้

(30 ก.ย. 68) กองเรือยุทธการ ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ระหว่าง พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ท่านเดิม) และ พลเรือโท กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ท่านใหม่) โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง หัวหน้าหน่วยขึ้นตรง และกำลังพลกองเรือยุทธการร่วมพิธีอันทรงเกียรตินี้ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ท่าเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ในพิธีสำคัญนี้ เรือหลวงปิ่นเกล้า ได้ทำการยิงสลุตจำนวน 15 นัด เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการท่านใหม่ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของนักรบทางเรือ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ครั้งสุดท้ายก่อนปลดระวางประจำการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้ นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงเกียรติยศและประวัติศาสตร์อันยาวนานของเรือ โดยกองเรือยุทธการยังคงมุ่งมั่นปกป้องอธิปไตยทางทะเลของชาติ และยืนหยัดเคียงข้างประชาชนไทยด้วยหัวใจแห่งเกียรติยศ

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมลงคำสั่งให้ปลดเรือของกองทัพเรือออกจากระวางประจำการ เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เนื่องจากเรือดังกล่าวมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามอายุการใช้งาน การซ่อมบำรุงต้องใช้งบประมาณสูง ไม่คุ้มค่าในการซ่อมเพื่อใช้งานต่อไป จึงเห็นสมควรให้ปลดเรือออกจากระวางประจำการ ดังนี้
    •    เรือหลวงปิ่นเกล้า (413) ประเภทเรือฟริเกต อายุ 66 ปี
    •    เรือหลวงภูเก็ต (333) ประเภทเรือเร็วโจมตีปืน อายุ 42 ปี
    •    เรือหลวงสมุย (832) ประเภทเรือบรรทุกน้ำมัน อายุ 78 ปี
    •    เรือหลวงสุริยะ (821) ประเภทเรือวางเครื่องหมายทางเรือ อายุ 46 ปี
    •    เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ ล.14 อายุ 56 ปี, ล.110 อายุ 54 ปี, ล.111 อายุ 54 ปี, ล.136 และ ล.144

เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

‘ตั้ม จิรวัฒน์’ นักวาดการ์ตูน โดนคดี 112 โพสต์เริ่มงานใหม่ หลังเผชิญชีวิตไร้งาน – ไร้เงิน – ไร้โอกาสมาหลายปี

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 68) ตั้ม จิรวัฒน์ นักวาดการ์ตูนล้อการเมือง แอดมินเพจ 'คนกลมคนเหลี่ยม' ซึ่งถูกดำเนินคดี มาตรา 112 ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรุ่งนี้ผมจะได้เริ่มงานใหม่แล้วนะครับ หลังจากไม่ได้ทำงานอยู่ในระบบมาหลายปี

มีประวัติคดี 112 การหางานทำ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย

สมัครเป็นไรเดอร์วิ่งส่งอาหาร ส่งผู้โดยสารก็ไม่ได้

ทั้งสมัคร ทั้งสัมภาษณ์ ไปหลายที่กว่าจะได้

แม้จะมีอาการซึมเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็ต้องทำครับ เพราะไม่มีเงินติดตัวแล้ว

เริ่มต้นชีวิตการทำงานใหม่อีกครั้งครับ

สำหรับ ตั้ม จิรวัฒน์ ถูกดำเนินคดี มาตรา 112 กรณีวาดภาพเสียดสีสถาบันรวม 4 โพสต์ โดยแบ่งเป็นรัชกาลที่ 10 รวม 2 โพสต์ และรัชกาลที่ 9 อีก 2 โพสต์ ในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2565

และเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ศาลอาญา ได้พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษตามมาตรา 112 จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 4 กระทง รวมโทษจำคุก 12 ปี คดีนี้ จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือกระทงละ 1 ปี 6 เดือน คงจำคุกรวม 4 ปี 24 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปีและให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 1 ครั้ง ใน 3 เดือน เป็นเวลา 2 ปี และให้ทำงานบริการสังคม 48 ชั่วโมง พร้อมริบโทรศัพท์ของกลาง

Hot Line กฟผ. กับภารกิจบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า เส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ซ่อมสายส่งด้วยนวัตกรรม เน้นความปลอดภัย - ประสิทธิภาพสูง

(1 ต.ค. 68) Hot Line กฟผ. กับภารกิจบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า เส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ซ่อมสายส่งด้วยนวัตกรรม เน้นความปลอดภัย - ประสิทธิภาพสูง ระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ สังคม และชีวิตประจำวันของคนไทยทั่วประเทศ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าจะถูกส่งผ่านสายส่งแรงสูงไปยังศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า และเชื่อมโยงหลายระบบเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายและต่อเนื่อง แน่นอนว่า หากเกิดความเสียหายแม้เพียงจุดเดียวในระบบส่ง อาจนำไปสู่ไฟฟ้าตกหรือดับในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อครัวเรือน อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ดังนั้น การดูแลรักษาให้ระบบส่งไฟฟ้าอยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งานจึงเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง

Hot Line กับภารกิจบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า เพื่อไฟฟ้าที่มั่นคง ภารกิจบำรุงรักษา: งานที่ต้องทำก่อนเกิดปัญหา ทีมงานที่รับภารกิจนี้คือ ทีม Hot Line ช่างไฟฟ้าผู้ชำนาญการในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 

เพราะการบำรุงรักษาระบบส่งไฟฟ้าไม่ใช่แค่การซ่อมเมื่อเกิดปัญหา แต่คือการตรวจสอบและดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหายล่วงหน้า อุปกรณ์ทุกชิ้นในระบบส่งจะมีแผนการตรวจสอบเป็นวาระ เช่น การตรวจสอบประจำปี การตรวจสอบทุก 5 ปี หรือ การตรวจสอบจุดร้อน (Hot Spot) เป็นต้น โดยข้อมูลจากการตรวจสอบจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงมีความมั่นคง ปลอดภัย และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ งานของทีม Hot Line ถือเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง ต้องใช้ความชำนาญ และความสามัคคี ในการทำงาน โดยที่ผ่านมาผู้ปฏิบัติงานต้องปีนเสาสูง 24–70 เมตร (เทียบกับตึกสูงประมาณ 8-20 ชั้น) และไต่สายตัวนำออกไปยังจุดซ่อม ซึ่งต้องใช้แรงและความอดทนอย่างมาก

ดังนั้น เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของทีม Hot Line ทาง กฟผ. จึงได้มีการพัฒนา “Lineman Lift” นวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขึ้นปฏิบัติงานบนเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งสามารถยกคนหรืออุปกรณ์ขึ้นเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงระดับ 70 เมตรได้ภายใน 3 นาที และไปยังจุดที่ต้องดำเนินการได้โดยตรง ควบคุมได้ด้วยรีโมตระยะไกล โดยมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้ 

• สามารถรับแรงดึงสูงสุดได้ที่ 400 กิโลกรัม และรับแรงดึงอย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดความเสี่ยงได้ที่ 200 กก.
• มี Emergency Switch ตัดการทำงานเมื่อเครื่องขัดข้อง
• โหมด Manual, Auto และ Remote สามารถควบคุมได้ไกลได้ 500 เมตร
• ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน (LiFePO4) ซึ่งยากต่อการติดไฟ
• มีจอแสดงผลระดับแบตเตอรี่และสถานการณ์ทำงาน
Lineman Lift นั้นทำให้ทีม Hot Line ลดความเสี่ยงในการปีนเสาและไต่สาย เข้าถึงจุดซ่อมได้ตรงจุด ทำให้ลดเวลาในการทำงาน สามารถลดจำนวนผู้ที่ต้องขึ้นไปปฏิบัติงานบนที่สูง ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และยังลดต้นทุนเนื่องจากการผลิตขึ้นเองมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ
อีกทั้ง สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายภารกิจ ไม่ว่าจะเป็น งานเปลี่ยนลูกถ้วย 500 kV ด้วยวิธีไม่ดับกระแสไฟฟ้า งานทำความสะอาดลูกถ้วย 230 kV งานติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า งานซ่อมสายไฟฟ้า และกังหันลมผลิตไฟฟ้า เป็นต้น

ปัจจุบัน Lineman Lift มีจำนวนรวม 15 เครื่อง ซึ่งได้ขยายผลไปนำใช้งานยังทุกภูมิภาคของประเทศ และยังได้มีการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์กับบริษัทเอกชนในงานซ่อมสายส่งและกังหันลมอีกด้วย
ทั้งนี้ การนำ Lineman Lift มาใช้งาน ไม่เพียงแต่เกิดประโยชน์ต่อทีมบำรุงรักษาระบบส่งไฟฟ้าเท่านั้น แต่ผู้ใช้ไฟฟ้ายังได้ประโยชน์ด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น

1. ลดความเสี่ยงไฟฟ้าดับ: ป้องกันเหตุขัดข้องเฉียบพลัน
2. ไฟฟ้ามีคุณภาพ: ลดไฟตก ไฟกะพริบ
3. รองรับโหลดที่เพิ่มขึ้น: โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและภาคอุตสาหกรรม
4. สร้างความเชื่อมั่น: ส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าทีม Hot Line คือ จิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งของความมั่นคงทางพลังงาน เพราะภารกิจของทีม Hot Line ไม่ใช่แค่การซ่อมสายไฟ แต่คือการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทยให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีนวัตกรรมอย่าง Lineman Lift เป็นแรงเสริมที่ช่วยให้ภารกิจนี้ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต

‘เมืองปอร์โต้’ โปรตุเกส เสน่ห์เงียบที่คนรวยแห่จับจอง ชนะใจเศรษฐีที่เบื่อความหรูหราใน ‘ลอนดอน-ปารีส-สิงคโปร์’

(1 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก Annabel - Your Wealth Architect โพสต์แชร์เรื่องราวของ…ปอร์โต้ (Porto) เมืองริมแม่น้ำโดรู (Douro) ของโปรตุเกส กำลังกลายเป็นจุดหมายใหม่ของเศรษฐีรุ่นใหม่ที่ต้องการความหรูหราแบบไม่ต้องประกาศ ต่างจากเมืองใหญ่อย่างลอนดอน ปารีส หรือสิงคโปร์ ซึ่ง Porto ดึงดูดด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่สงบ และความเป็น “discreet luxury” ความหรูที่ซ่อนอยู่ 

เสน่ห์ของเมืองนี้ไม่ได้อยู่ที่ตึกสูงหรือห้างแบรนด์เนม แต่คือศิลปะและวิถีชีวิต เช่น สถานีรถไฟ São Bento ที่เต็มไปด้วยกระเบื้อง Azulejos เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ หรืออาหารท้องถิ่นอย่าง Francesinha ที่เกิดจากความขาดแคลนหลังสงคราม แต่กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ระดับชาติ เมืองนี้สะท้อนว่า “ข้อจำกัดสร้างวัฒนธรรม” ได้จริง

ในมุมเศรษฐกิจ Porto ถูกจัดให้เป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูที่โตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บ้านริม Douro ราคาไม่กี่ล้านยูโรแต่ได้วิวแม่น้ำและไร่องุ่น ขณะที่คุณภาพชีวิตสูงกว่าหลายเมืองใหญ่ โปรตุเกสยังติดอันดับประเทศที่ปลอดภัยและเหมาะกับการเกษียณ ทำให้เศรษฐีจากยุโรปเหนือและอเมริกาเหนือแห่ย้ายมาใช้ชีวิตที่นี่

มากกว่านั้น Porto ยังถูกมองว่าเป็นเมืองอนาคตด้านพลังงานสะอาด เพราะโปรตุเกสเป็นผู้นำในยุโรปด้าน offshore wind ใครถือครองที่ดินริมมหาสมุทรแอตแลนติกวันนี้ ไม่ได้ถือแค่บ้าน แต่ถือ “อนาคตพลังงานโลก” ด้วย Porto จึงไม่ใช่เพียงเมืองไวน์ แต่กำลังจะกลายเป็นสนามเด็กเล่นของเศรษฐีที่เข้าใจว่า ความสงบและความจริงใจมีค่ามากกว่าทองคำ

‘อรรถวิชช์’ ฝากรัฐบาลใหม่ดัน “พรบ. เสรีโซลาร์” ต่อ หลัง 'พีระพันธุ์' เริ่มต้นไว้แล้วแต่ถูกกฤษฎีกาติตก

‘อรรถวิชช์’ เสียดาย! กฤษฎีกาตีตกทันที 'พรบ.เสรีโซลาร์' หลัง ‘พีระพันธุ์’ พ้นตำแหน่งรมว.พลังงาน เพียงไม่กี่วัน หวังรัฐบาลใหม่สานต่องาน

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 68) ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้ยกร่างกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดเผยว่า หลังจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีพลังงาน เพียงไม่กี่วันมีหนังสือจากเลขาธิการกฤษฎีกาถึงคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ก.ย.68 ซึ่งมีสาระสำคัญไม่เห็นชอบในการออกกฎหมายเสรีโซลาร์ โดยอ้างว่าหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถมีนโยบายออกเป็นประกาศได้อยู่แล้ว ไม่ต้องยกร่างเป็นพระราชบัญญัติ  ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ผ่านอนุมัติหลักการจาก ครม.ชุดก่อนมาแล้วและไม่เคยมีกฎหมายลักษณะส่งเสริมมาก่อน มีแต่กฎหมายให้อำนาจรัฐยืนบังแดดประชาชนเท่านั้น

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า ผมในฐานะผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้  ได้อ่านจดหมายของเลขาธิการกฤษฎีกาแล้ว 'เสียดาย' กฤษฎีกาน่าจะทราบดีว่าการเปิดเสรีโซลาร์ได้ ต้องตั้งเรื่องจากหลายหน่วยงานต่างสังกัดกันและมีกฎหมายเกี่ยวข้องกว่า 6 ฉบับ

1. พ.ร.บ.โรงงาน โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม
2. พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
3. พ.ร.บ.ผังเมือง โดย กรมโยธาธิการและผังเมือง
4. พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดย สำนักงานเขต/องค์การบริหารส่วนตำบล
5. พ.ร.บ.พัฒนาและส่งเสริมพลังงาน โดย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
6. ระเบียบของการไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 

กฤษฎีกามีข้อเสนอแนะให้แต่ละหน่วยไปออกกฎหมายลูกปลดล็อกเปิดเสรีโซลาร์โดยที่ไม่ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ ผมถามจริงๆ ทำได้จริงเหรอ กี่ปีครับ หน่วยงานจะยอมหรือไม่ ประชาชนสามารถแปลงแสงอาทิตย์มาเป็นไฟฟ้าได้ฟรี รายได้และค่าธรรมเนียมต่างๆ ลดหายไป หน่วยงานต่างๆ จึงดึงเรื่องมาถึงวันนี้ เขาตั้งใจขวางทางครับ ถ้าเขาอยากทำ เขาทำได้ไปนานแล้ว พ.ร.บ.เสรีโซลาร์ที่ผมร่างมีแค่ 32 มาตรา หากได้เข้าสภากฎหมายจะมีผลทันก่อนยุบสภา ส่วนอุปกรณ์โซลาร์ราคาประหยัดฝีมือคนไทยโดยกระทรวงพลังงานก็ผ่านการทดสอบด้านคุณภาพแล้วพร้อมผลิตได้ เสียดายมากถ้าไม่ได้ทำต่อ 

"ผมอยากเห็นนายกฯอนุทินสานต่อนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยก็เคยหาเสียงไว้และให้ความสำคัญไว้เช่นกัน"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top