Wednesday, 10 June 2026
TheStatesTimes

เชียงใหม่-พิธีเชิญธงชาติ เนื่องในวันธงชาติไทย 28 กันยายน

บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานนำกำลังพลร่วมพิธีเชิญธงชาติ เนื่องในวันธงชาติไทย 28 กันยายน

(26 ก.ย.68) พลตรีธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานนำกำลังพลร่วมพิธีเชิญธงชาติ เนื่องในวันธงชาติไทย 28 กันยายนของทุกปี ณ หน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ วันธงชาติไทย เป็นวันที่รำลึกถึงการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทาน "ธงไตรรงค์" ให้เป็นธงชาติไทย ในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2460 โดยกำหนดให้วันนี้เป็น "วันพระราชทานธงชาติไทย" เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

“แดงคือเลือด รินไหล ไม่รู้โรย ขาวคือโดย สัตย์ธรรม อันผ่องใส น้ำเงินคือ องค์จอมทัพ จักรีไทย คือหลักชัย รวมชาติ ให้มั่นคง” ด้วยวันที่ 28 กันยายน ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกถึง วันที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศให้ธงไตรรงค์เป็นธงประจำชาติไทย เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2460 โดยธงชาตินั้น ได้เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยขณะนั้น เป็นธงพื้นสีแดงตลอดผืน จนถึงประมาณ พ.ศ.2325ในรัชสมัยของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่ 1ได้มีการเพิ่มวงจักรสีขาว เข้ามาตรงกลาง ผืนธง จนถึง พ.ศ. 2352 ได้มีการเพิ่มภาพช้างเผือกเข้ามาภายในวงจักร ตรงกลางผืนธง ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2373ได้เปลี่ยนภาพเอาวงจักรออก คงเหลือภาพช้างเผือก อยู่ตรงกลางผืนธงสีแดง ต่อมาเมื่อ พ.ศ.  2459 ได้ปรับเปลี่ยนภาพช้างเผือก เป็นภาพช้างเผือกทรงเครื่อง ยืนบนแท่นหันหน้าเข้าหาเสาธง บนพื้นธงสีแดง และต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2560 ได้ปรับเปลี่ยนเป็นธงริ้วแดงขาว 5ริ้ว และ ปรับเป็นธงไตรรงค์จนถึงปัจจุบัน

โดยธงไตรรงค์นั้น คือสิ่งแทนจิตวิญญาณ และศูนย์รวมใจของคนทั้งชาติ อันประกอบด้วย สีแดง คือเลือดเนื้อโลหิตและชีวิต ที่บรรพบุรุษได้พลีสละไว้ในสนามรบ สีขาว คือความบริสุทธิ์แห่งศีลธรรมและศาสนา ดุจแสงที่ค้ำจุนจิตใจและความดีงามของคนไทย สีน้ำเงิน คือสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นหลักชัย และศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ ที่ทรงหล่อเลี้ยง และคุ้มครองแผ่นดินสืบมา ด้วยเหตุนี้ กำลังพลทุกนาย ไม่ใช่เพียงประชาชนทั่วไป แต่คือทหารไทย ผู้สืบทอดเกียรติยศของบรรพชน ผู้มีหน้าที่พิทักษ์รักษาเอกราชของประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นผู้มีหน้าที่ ที่มิใช่เพียงปกป้องแผ่นดิน แต่คือผู้ที่ธำรงไว้ ซึ่งเกียรติแห่งธงไตรรงค์ สัญลักษณ์ ที่ยึดโยงจิตใจ ชาวไทยทั้งชาติ ให้รวมกันเป็นหนึ่ง  

‘กัมพูชา’ เรียกร้องนานาชาติ ‘แบนไทย’ อ้างใช้อาวุธต่างแดนรุกราน–ละเมิดสิทธิมนุษยชน

(26 ก.ย. 68) กัมพูชาออกมาเรียกร้องให้นานาชาติร่วมกัน 'แบนไทย' ทั้งห้ามขายอาวุธและไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องบินรบ อ้างว่าไทยนำยุทโธปกรณ์ไปใช้รุกรานและละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวกัมพูชา หลังเหตุปะทะชายแดนที่ยืดเยื้อ กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม กระแสเรียกร้องไม่ได้ทำให้ไทยถูกตัดขาดจากตลาดอาวุธ โดยสวีเดนอนุมัติขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนต่อไป ขณะที่จีนยังคงเดินหน้าโครงการเรือดำน้ำ สเปนก็ไฟเขียวส่งมอบเครื่องบินเติมน้ำมันและขนส่งทางทหาร รวมถึงดีลยุทโธปกรณ์อีกหลายรายการเพื่อทดแทนที่สูญเสียจากการปะทะ 5 วัน

‘เคนโด้-เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร’ พิธีกร-ผู้ประกาศข่าว คนแรก ๆ ที่กล้าใช้ภาษาอีสานเป็นสื่อหลักในประเทศไทย

‘เคนโด้-เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร’ เป็นคนที่พี่น้องประชาชนรู้จักจากบทบาทพิธีกร ดีเจ และผู้ประกาศข่าวนอกจากนี้ยังเป็นพิธีกรที่กล้าใช้ภาษาอีสานในสื่อหลักอย่างเป็นทางการ เป็นคนแรก ๆ ในประเทศไทย

นอกจากบทบาทพิธีกร ดีเจ และผู้ประกาศข่าวแล้ว ‘เคนโด้’ ยังได้ใช้ชื่อเสียงที่ได้มาในการตอบแทนสังคม ผ่านการเป็นปากเป็นเสียงให้ผู้เสียหายหลายคดี ไม่ว่าจะเป็น เมจิกสกิน, Forex 3D, K4, ฌาปนกิจสงเคราะห์ และอีกหลายปัญหาของประชาชน

ปกป้องสถาบันหลักของชาติ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์

จากวันนี้ ‘เคนโด้’ ได้เลือกที่จะเพิ่มอีก 1 บทบาทคือ การใช้ชีวิตบนเส้นทางการเมือง เพื่อเผยแพร่อุดมการณ์ ‘รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เขาได้ทั้งช่วยเหลือผู้คน และพัฒนาอีสาน ตามแนวคิดถ้ามีชื่อเสียงแล้วไม่สามารถช่วยคนได้ ก็ไม่ต้องมี

โดย ‘เคนโด้-เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร’ ได้เลือกที่จะสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ เนื่องจากที่เขาได้พูดคุยกับหลายพรรคการเมือง แต่พรรครวมไทยสร้างชาติ คือพรรคที่มีอุดมการณ์อย่างหนักแน่นในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ รวมถึงตั้งใจในการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และรวมไทยสร้างชาติก็เปิดโอกาสให้เคนโด้ช่วยเหลือประชาชนให้มากขึ้น ตามอุดมการณ์ที่ทำมาหลายปี

เคนโด้กล่าวว่า ผมเหมือนหมาบ้าที่ช่วยประชาชนมา10ปี กัดไม่ปล่อยในหลายคดีดัง โดน อิทธิพลกดทับ การใช้กฎหมายปิดปาก แต่ผมก็สู้จนชนะช่วยประชาชนที่เสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท ผมโดดเดี่ยวเพราะทำคนเดียว วันนี้ผมตัดสินใจจะสู้ไปกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะหัวหน้าพรรคท่านพีระพันธุ์ก็ชนแหลกเพื่อประชาชน ผมศรัทธาในตัวท่านและพรรคที่มุ่งช่วยประชาชนจริงๆ

รวมทั้งผลงานที่ปรากฏของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ไม่ว่าจะเป็นการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม การลดค่าไฟ และเสนอกฎหมายปฏิรูปราคาพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมัน

ได้คุยกับพรรคการเมืองหลายพรรคมาแล้ว จนในที่สุดเขาก็ได้ตัดสินใจร่วมเดินหน้าไปกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะเขาได้ทำการศึกษามาอย่างดีแล้วว่าเป็นพรรคที่ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ เพราะฉะนั้นไม่ขายชาติแน่นอน รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติได้ยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง ดังที่เห็นได้จากความไม่พอใจของนายทุนพลังงาน ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ และเป็นพรรคที่เห็นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ดูได้จากการตรึงราคาก๊าชหุงต้ม การลดราคาค่าไฟอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเสนอแก้ไขกฎหมายเรื่องน้ำมันอีกด้วย

“ผมตัดสินใจลงสนามการเมือง อย่างสร้างสรรค์ และมีเป้าหมายช่วยประชาชน กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยเหตุผล พรรคสนับสนุนให้ผมช่วยประชาชนอย่างเต็มที่ และผมศรัทธา ในท่านพีระพันธุ์ ที่ชนแหลกเพื่อประชาชนจริงๆ”

“เมือบ้านเฮา” เอาโอกาสในชีวิตมาไว้ใกล้บ้าน

ด้วยความเป็นคนอีสานเลือดแท้ จากจังหวัดริมน้ำโขง อย่างหนองคาย สิ่งที่เขามองเห็นอย่างต่อเนื่องคือวิถีชีวิตของคนหนองคายที่ต้องดิ้นรนออกไปทำงานต่างถิ่นต่างแดน แม้ต้องจากครอบครัว จากบ้าน เพื่อแสวงหาโอกาสในชีวิตที่ดีกว่า

ดังนั้นสิ่งที่ ‘เคนโด้’ อยากเห็นคือการสร้างชุดนโยบาย “เมือบ้านเฮา” สร้างงาน สร้างอาชีพในแต่ละท้องถิ่นตามจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ ให้ทุกคนมีโอกาสใกล้บ้าน ไม่ต้องออกเดินทางไปแสวงหาโอกาสต่างถิ่น ต่างแดน

เช่น จังหวัดหนองคายที่เป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลก หากมีการสนับสนุน ผลักดันให้การท่องเที่ยวเป็นตัวนำในการสร้างงาน สร้างอาชีพ

วันนี้ ‘เคนโด้’พร้อมแล้วที่จะใช้ชื่อเสียงโอกาสทางการเมืองเพื่อตอบแทนสังคม รวมทั้งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้แก่พี่น้องประชาชนและพัฒนาบ้านเกิดของเฮาอย่างแท้จริง

วิกฤตถนนยุบกลางกรุง ‘ดร.เอ้’ แนะ 2 วิธีหยุด!! ก่อนเกิดหายนะ

เมื่อวันที่ (25 ก.ย. 68) ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์  หรือ 'ดร.เอ้' หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุถนนทรุดหน้าอาคารวชิรพยาบาล หลังพบหลุมลึกเชื่อมถึงอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โดยระบุว่าสถานีรถไฟฟ้าวชิรพยาบาลและอาคารโรงพยาบาลยังคงปลอดภัย เพราะตอกเสาเข็มลึกและมีผนังกั้นดินค้ำอยู่ แต่สิ่งที่น่าห่วงคือการไหลของดินเข้าไปในอุโมงค์ที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว ซึ่งอาจทำให้หลุมขยายตัวกว้างขึ้น โดยเฉพาะหากมีฝนตกลงมาเพิ่มความเสี่ยง

ดร.เอ้ เสนอวิธีแก้ไขเร่งด่วน 2 ขั้นตอน คือการปิดรูอุโมงค์เพื่อหยุดดินจากการไหลลงไปต่อ และการติดตั้งหมุดตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินอย่างเป็นระบบ เนื่องจากการดูด้วยตาเปล่าไม่สามารถตรวจสอบความเสี่ยงได้ หากพบความเคลื่อนไหวจะได้รีบอพยพประชาชนและเจ้าหน้าที่ทันที พร้อมย้ำว่าพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นจุดปฏิบัติการ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญควบคุมเครื่องจักรและการทำงานเท่านั้น

สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคืออาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน เนื่องจากไม่ได้มีเพียงเสาเข็มด้านหน้าที่หลุด แต่ยังพบว่าดินยุบลึกกว่า 20 เมตรใต้ตัวอาคาร เสี่ยงกระทบต่อโครงสร้างทั้งหมด หากตัวยุบลงมาจะกลายเป็นปัญหาใหญ่และอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด และเร่งติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดที่สามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ เพื่อให้การเฝ้าระวังและแก้ไขสถานการณ์ทำได้อย่างทันท่วงที

พัฒนา เข้ารับตำแหน่ง รมต.สธ. อย่างเป็นทางการ หนุนสร้างความเข้มแข็งระบบสาธารณสุขไทย เพื่อคนไทยมีสุขภาพคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง เผยชื่นชมและเชื่อมั่นในศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข และพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุขไทยอย่างเต็มที่ ทั้งสุขภาพดิจิทัล เศรษฐกิจสุขภาพ ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพแรงงานต่างชาติ ปราบการกระทำผิดกฎหมายด้านสุขภาพ พร้อมดูแลขวัญกำลังใจคนทำงาน

(26 ก.ย. 68) ที่ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง และเข้าห้องทำงาน ชั้น 4 สักการะพระพุทธรูปประจำห้อง ก่อนจะพบกับคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานในกำกับ ที่มาให้การต้อนรับและแสดง ความยินดี โดยนายพัฒนา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้ทำงานเป็นทีมเดียวกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ ความชำนาญอย่างสูง ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศไทยให้มีความมั่นคงและล้ำหน้าประเทศอื่นๆ โดยจะมุ่งยกระดับระบบสุขภาพใน 3 ประเด็น คือ 1.นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ทั้งการพัฒนาระบบสุขภาพที่รวดเร็ว แม่นยำและเชื่อมโยง ระบบบริหารงานสุขภาพอัจฉริยะ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ ตั้งแต่ระดับนโยบาย งบประมาณ ไปจนถึงการจัดซื้อจัดจ้าง และระบบดูแลสุขภาพเชิงรุกที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว เข้าถึงได้แบบเบ็ดเสร็จ รวมทั้งใช้ AI และ IoT ช่วยแบ่งเบาภาระงานบุคลากร เป็นระบบสาธารณสุขที่ “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี”

2.ให้ระบบสาธารณสุขไทย เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้ง Medical & Wellness Hub การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์แม่นยำ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ระดับสูง และ 3.ดูแลบุคลากรสาธารณสุขและ อสม. ที่ช่วยขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ โดยการเพิ่มกำลังคนและทีมสนับสนุน ทั้งผู้ช่วยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่หน้างาน, ปรับระบบค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม ตามภาระงานจริง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในพื้นที่ห่างไกล และปรับโครงสร้างการทำงาน กฎหมาย ข้อปฏิบัติต่างๆ ให้เหมาะกับภาระงานและเป็นปัจจุบัน ใช้เทคโนโลยีลดภาระงาน ให้บุคลากรมีเวลากับผู้รับบริการมากขึ้น

‘เซ็นทรัลพัฒนา’ ปฏิเสธ' แทรกแซงการถือหุ้น 'ดุสิตธานี' ขู่ ดำเนินคดีตามกฎหมายคนบิดเบือนทำสังคมเข้าใจผิด

เซ็นทรัลพัฒนา เดินหน้าขอยืนยันแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ในการ 'ปฏิเสธข่าวแทรกแซง' และชี้แจงเกี่ยวกับการถือหุ้นบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ อ้างถึงข่าวพาดพิง ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดต่อนโยบายการเข้าลงทุนของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) บริษัทฯ ขอปฏิเสธข้อมูลที่มีการเผยแพร่สู่สาธารณะ และขอชี้แจง ดังนี้

-บริษัทฯ ได้รับโอกาสในการร่วมลงทุน และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับดุสิตธานีในการพัฒนาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มาตั้งแต่ปี 2560 โดยในส่วนของเซ็นทรัลพัฒนา ได้ใช้งบลงทุนมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท โครงการดำเนินการพัฒนาด้วยดีมาโดยตลอด ปัจจุบัน โรงแรม อาคารสำนักงาน และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ได้เปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ในฐานะแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของประเทศ ที่สะท้อนศักยภาพการพัฒนาโครงการระดับโลก โดยโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 46,000 ล้านบาท

-ปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนาถือหุ้นในดุสิตธานีจำนวน 145,238,320 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 17.09 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของดุสิตตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งที่ผ่านมาเซ็นทรัลพัฒนา เคารพในการบริหารงานของผู้ถือหุ้นใหญ่ และสนับสนุนการดำเนินงานด้วยดีมาโดยตลอด

ดังนั้น เมื่อเซ็นทรัลพัฒนา ได้รับการเสนอให้ส่งตัวแทนเพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้งเป็นกรรมการของดุสิตธานี ทางเซ็นทรัลพัฒนา เล็งเห็นว่าจะสามารถใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของดุสิตธานีให้เติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป การเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งกรรมการเป็นไปตามแนวทางการมีส่วนร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้นซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติตามปกติ ในการดูแลเงินลงทุน โดยไม่มีอำนาจในการควบคุมในดุสิตแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา มีเจตนาอันดีและดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลตามแนวทางของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการกำกับดูแลเรื่องการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) อันเป็นสิ่งที่เซ็นทรัลพัฒนา ให้ความสำคัญ และดำเนินการในแนวทางปฏิบัติเดียวกันกับการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจทุกรายทั้งในและต่างประเทศมาโดยตลอด

-ดุสิตธานี บริหารงานโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ คือบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด เซ็นทรัลพัฒนา ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการตัดสินใจดำเนินการของ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด

เซ็นทรัลพัฒนา ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจมาตลอด 45 ปี และได้รับการรับรองและตรวจสอบอย่างโปร่งใสมาโดยตลอด รวมถึงสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

การกล่าวอ้างใดๆ ที่ไม่เป็นความจริง และก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณะ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จังหวัดน่าน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ผนึกกำลังกระทรวงอุตสาหกรรม จัดงาน NAN AGRO INDUSTRY INNOVATION FAIR 2025 ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

จังหวัดน่าน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมจัดงาน “NAN AGRO INDUSTRY INNOVATION FAIR 2025” ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้ “โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการด้านการเกษตร ให้มีพื้นที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ เชื่อมโยงกับผู้บริโภคโดยตรง และต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรไทย ผ่านการประยุกต์ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เชื่อมโยงเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดใหม่ พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจสู่ระดับสากล โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและสินค้านวัตกรรมที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดโลก

ภายในงานมีบูธจัดแสดงสินค้ามากกว่า 30 บูธ ครอบคลุมทั้งผลผลิตเกษตรปลอดสารพิษ ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ และนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการผลิตภัณฑ์ต้นแบบอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปจังหวัดน่าน กิจกรรมส่งเสริมการขายพร้อมลุ้นรางวัล รวมถึงกิจกรรมบันเทิงและการแสดงดนตรีสดตลอดงาน

การนำ “ของดีจังหวัดน่าน” มาสู่ศรีราชาในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างช่องทางการตลาดและรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของสินค้าเกษตรไทยให้มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่ก้าวสู่การเป็น “Smart Farmer” และ “Smart Industry” ที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

Warroom IAC ปฏิบัติการ 'MONEY CASH BACK' ต่อเนื่อง ล่าสุดตามอายัดบัญชีม้าได้อีกกว่า 1 ล้านบาท นำคืนผู้เสียหาย 2 ราย

(26 ก.ย. 68) เวลา 14.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (Warroom IAC) มอบหมายให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.)/ที่ปรึกษา ศกค. และผู้เกี่ยวข้อง แถลงผลปฏิบัติการของ Warroom IAC แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการตามอายัดบัญชีม้าได้อีกกว่า 1 ล้านบาท นำคืนผู้เสียหาย 2 ราย ตามปฏิบัติการ 'MONEY CASH BACK' ณ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (Warroom IAC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ การปฏิบัติการของ Warroom IAC ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ถึง 26 กันยายน 2568 มีจำนวนเคสที่นำเข้าวอร์รูม 716 เคส มูลค่าความเสียหายรวม 429.6 ล้านบาท จากการดำเนินการของวอร์รูม สามารถอายัดได้ 328 เคส มูลค่าทรัพย์สินที่อายัดได้ 143.4 ล้านบาท สามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอน “MONEY CASH BACK” รวมจำนวนเงินกว่า 250 ล้านบาท และล่าสุดได้ปฏิบัติการติดตามอายัดเงินคืนผู้เสียหาย 2 กรณี ดังนี้ 1,009,949 บาท

กรณีที่ 1 : เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งพบบัญชีเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อว่า “animal frames” ได้ลงโฆษณาเกี่ยวกับการซื้อขายรูปภาพสัตว์เลี้ยง ผู้เสียหายสนใจจึงได้สมัครแล้วส่งภาพสัตว์ไปให้เพจดังกล่าว ปรากฎว่าได้รับค่าตอบแทนจริง ต่อมาเพจดังกล่าวได้ชักชวนให้ผู้เสียหายทำกิจกรรมโดยโอนเงินเพื่อลงทุน ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและโอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 418,226 บาท ต่อมา กก.2 บก.สอท.4 ได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับและสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวได้แล้วบางส่วน และสามารถจับกุม นายรัฐภูมิฯ อายุ 24 ปี หนึ่งในขบวนการ พร้อมทั้งประสานงานธนาคารเพื่ออายัดเงินในบัญชีธนาคารของนายรัฐภูมิฯ ที่ผู้เสียหายได้โอนเข้าเพื่อลงทุนตามที่ถูกหลอกลวง เป็นเงิน 140,000 บาท โดยหลังรับทราบข้อกล่าวหา นายรัฐภูมิฯ ผู้ต้องหา ให้ถ้อยคำว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่อายัดไว้ ไม่โต้แย้งในกรรมสิทธิ์และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบเงินในบัญชีตามจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้เสียหาย

กรณีที่ 2 : สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ได้มีมิจฉาชีพโทรศัพท์หาผู้เสียหาย แจ้งว่าจะทำการคุ้มครองเงินฝากให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพบอก โดยเริ่มจากการเข้าไปในแอปพลิเคชัน ของธนาคาร เปลี่ยนการตั้งค่าเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นให้ผู้เสียหายสแกนคิวอาร์โค้ดและสแกนใบหน้า โดยมิจฉาชีพ จะคอยบอกและควบคุมผู้เสียหายให้ทำตามทีละขั้นตอน แต่ภายหลังผู้เสียหายรู้สึกเอะใจ จึงเข้าไปตรวจสอบยอดเงินในธนาคาร จึงทราบว่าเงินของตนเองถูกโอนออกไป จำนวน 1,435,250 บาท ชื่อบัญชี นายณัฐวุฒิฯ ต่อมา ว่าที่ พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.2 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนในสังกัดรวบรวมพยานหลักฐาน โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก นายณัฐวุฒิฯ มาพบและถูกแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว จากกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถประสานงานธนาคารเพื่ออายัดเงินในบัญชีธนาคารของนายณัฐวุฒิฯ ไว้ได้จำนวน 994,760 บาท เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพว่าได้นำบัญชีไปให้ผู้อื่นใช้งาน โดยตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่อายัดไว้ จึงขอไม่โต้แย้งในกรรมสิทธิ์และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบเงินในบัญชี ตามจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้เสียหาย ส่วนผู้ต้องหารายอื่นอยู่ระหว่างการสืบสวนจับกุม

โดยวันนี้ Warroom IAC โดย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ/ผบ.ศกค. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท./ที่ปรึกษา ศกค. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี จึงได้ร่วมกันนำเงินทั้งหมด จำนวน 1,134,760 บาท มอบคืนให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 2 ราย

27 กันยายน พ.ศ. 2448 กำเนิดสมการก้องโลก ‘E=mc2’ เป็นครั้งแรก จากมันสมองอันปราดเปรื่องของ ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’

27 กันยายน ค.ศ. 1905 (พ.ศ. 2448) อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก เผยแพร่บทความเรื่อง ‘Does the Inertia of a Body Depend Upon Its Energy Content ?’ (จริงหรือไม่ที่ความเฉื่อยขึ้นอยู่กับพลังงานภายในของวัตถุ) เป็นครั้งแรก ซึ่งได้นำเสนอสมการก้องโลก E=mc2 สมการนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างมวลและพลังงาน อธิบายได้ว่า เมื่อให้พลังงานกับมวลเพื่อให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น มวลนั้นก็จะมีค่าเพิ่มขึ้นด้วย จากทฤษฎีนี้ทำให้นำสู่ผลที่ว่าไม่มีอะไรเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง หลักการนี้จึงเป็นหลักการเบื้องต้นของ ‘ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป’ (theory of relativity) 

แม้ว่าไอน์สไตน์จะใช้เวลาเพียงแค่ 4 เดือน ในการสร้างผลงานปฏิวัติโลกด้วยผลงานเด่น ๆ 3 ผลงานในปีนี้ คือ ‘ปรากฏการณ์โฟโตอิเลกตริก’ (Photoelectric Effect) / ‘การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน’ (Brownian Motion) และ ‘ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ’ (special relativity) แต่โลกต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษเพื่อทำความเข้าใจและเห็นคุณค่าในผลงานเหล่านี้ 

ต่อมาได้มีการประกาศให้ปี 2448 เป็นปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์และในปี 2548 วงการวิทยาศาสตร์โลกได้ประกาศให้เป็น ‘ปีฟิสิกส์โลก’ (World Year of Physics 2005) และมีการจัดงานฉลองครบรอบ 1 ศตวรรษปีมหัศจรรย์ไอน์สไตน์

28 กันยายน พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็น ‘ธงชาติไทย’

วันนี้ เมื่อ 108 ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2460 โดยให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ เนื่องจากในสมัยนั้นไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งส่วนใหญ่ธงจะมีสามสี ธงชาติไทยในสมัยนั้นจึงเป็นรูปสี่เหลี่ยมรี ขนาดกว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน มีแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 3 ของขนาดกว้างแห่งธงอยู่กลาง มีแถบขาวกว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 6 ของขนาดความกว้างแห่งธงข้างละแถบ แล้วมีแถบสีแดงกว้างเท่าแถบขาวประกอบชั้นนอกอีกข้างละแถบ และเรียกธงนี้ว่า ‘ธงไตรรงค์’ 

ทั้งนี้ ทรงกำหนดความหมายของสีธงชาติไว้ว่า สีแดง หมายถึง ชาติ คือประชาชน สีขาว หมายถึง ศาสนา และสีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ซึ่งธงไตรรงค์ หรือธงชาติไทย ถือเป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของชาติเป็นสิ่งเตือนใจให้อนุชนได้รำลึกถึงการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพบุรุษเพื่อรักษาไว้ซึ่งแผ่นดิน และร้อยดวงใจคนทั้งชาติให้เป็นหนึ่ง หล่อหลอมความรักสามัคคี สร้างเสริมความภูมิใจในความเป็นชาติ ก่อเกิดเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการพัฒนาชาติไทยให้วัฒนาสถาพร

จากนั้นคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557 ได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายน ของทุกปีเป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) และเริ่มในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นวันแรก โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ รวมทั้งกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติและเป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานธงไตรรงค์ เป็น ‘ธงชาติไทย’ และถือเป็นประเทศที่ 54 ของโลก ที่มีวันธงชาติอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top