Thursday, 11 June 2026
TheStatesTimes

กรมอู่ทหารเรือ จัดกิจกรรมมอบสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคและวัสดุอุปกรณ์ในการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ ตำบลพลูตาหลวง

(11 ก.ย. 68) เวลา 0900-1200 น. พลเรือตรี ศักดิ์ชัย อนันตชัย รองเจ้ากรมอู่ทหารเรือ เป็นประธานในกิจกรรมมอบสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคและวัสดุอุปกรณ์ในการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (วันมหิดล) เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และถวายเป็นพระราชกุศล ในการจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” โดยมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง ประชาชนในพื้นที่ กำลังพลจิตอาสา ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ สังกัดกรมอู่ทหารเรือ เข้าร่วมกิจกรรมฯ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และเดินทางเข้ามอบสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคและวัสดุอุปกรณ์ฯ ให้กับประชาชนในพื้นที่ อีก 4 หลังคาเรือน ในพื้นที่ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก วอน “รัฐบาลอนุทิน” ให้สิทธิเข้าถึงโครงการคนละครึ่งกับคนพิการแบบถ้วนหน้า 

ชี้เป็นโครงการที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้จริงแต่ที่ผ่านมากลับมีคนพิการเข้าถึงสิทธิ์ดังกล่าวเพียง 1 ล้านคนจากจำนวนผู้พิการ ทั่วประเทศที่มีกว่า 2.3 ล้านคน

(11 ก.ย. 68) ดร.ณรงค์ ไปวันเสาร์ นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออกและอุปนายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย พร้อมขอเป็นตัวแทนคนพิการทั่วประเทศในการเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ ให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมที่เท่าเทียมแก่คนพิการ
พร้อมอ่านแถลงการณ์สมาคมคนพิการถึงรัฐบาลนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ใน 3 ข้อเรียกร้องใหญ่คือ 1. เรื่องการประกอบอาชีพและรายได้ ด้วยการขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายการจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ ที่ปัจจุบันยังไม่มีการจ้างงานที่คอบตามจำนวน หรือบางหน่วยงานแทบจะไม่มีการจ้างงานคนพิการเลย
2.เรื่องสวัสดิการและคุณภาพชีวิต ด้วยการเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการให้เหมาะสมกับค่าครองชีพ เนื่องจากเบี้ยคนพิการจำนวน 800 บาทที่ได้รับในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายสำหรับคนพิการ โดยเฉพาะในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นปัจจุบัน ที่สำคัญเบี้ยคนพิการ ไม่ได้รับการปรับขึ้นมานานหลายปีแล้ว
3. เรื่องการเข้าถึงโครงการภาครัฐอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง ที่รัฐบาลอ้างอิงจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่กำลังจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน
ทั้งนี้คนพิการในปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 2.3 ล้านคน แต่กลับมีคนพิการแค่เพียง 1 ล้านคนเท่านั้นที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนเจนและได้สิทธิ์ดังกล่าว

“ วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนสมาคมคนพิการและพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ ขอความเมตตาและความอนุเคราะห์จากรัฐบาลชุดใหม่ใ น 3 ประเด็นหลักที่ได้กล่าวไปเพื่อให้คนพิการซึ่งเกือบทั้งหมด คือกลุ่มเปราะบางที่ยากจน และด้อยโอกาส ฉะนั้นการให้คนพิการได้เข้าถึงโครงการคนละครึ่งแบบถ้วนหน้า จะเป็นการช่วยลดค่าคอรงชีพให้กับคนพิการได้อย่างดีเยี่ยม”

นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก กล่าวยืนยันว่าโครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้จริง ประกอบกับ 3 ข้อเสนอที่ได้ขอไปยังรัฐบาลล้วนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐสามารถตอบสนองได้ทันที
“ แต่ในกระบวนการทำงานเราอาจถูกมองข้าม และลืมไปว่าคนพิการยังเป็นกลุ่มคนในสังคม จึงอยากให้รัฐบาลได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงจ้างงานคนพิการพอดี เราจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลคนพิการด้วย” นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก กล่าว

‘พงศ์กวิน’ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนภารกิจ ร่วมฟื้นภาพ ‘กระทรวงแรงงาน’ สู่กระทรวงเศรษฐกิจ

(11 ก.ย. 68)  เวลา 13.30 น. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายจักรพงส์ สุเมธโชติเมธา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ ศาลพ่อปู่ชินพรหมมา เนื่องในโอกาสอำลาตำแหน่ง โดยมีนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ จากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ร่วมมอบดอกไม้เพื่อแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจ ณ บริเวณโถงด้านล่างกระทรวงแรงงาน

โอกาสนี้  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  ได้กล่าวขอบคุณการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ร่วมกับขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงแรงงานตามนโยบายที่ตนได้วางไว้   ตลอดช่วงระยะเวลา 2 เดือน 7 วัน ที่ผมได้มานั่งทํางาน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ ได้ผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ  ร่วมทั้งปรับแก้เชิงโครงของกระทรวงเพื่อให้ทันสมัย ทันโลก ทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อพี่น้องชาวแรงงานทุกท่าน เพื่อเป็นกำลังสำคัญต่อประเทศชาติเพื่อรองรับการลงทุนและการแข่งขันในเวทีนานาชาติต่อไปครับ 

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ได้พบปะพูดคุยด้วยความเป็นกันเองกับคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และสื่อมวลชน โดยบรรยากาศในการอำลาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพัน

ฮิซบอลเลาะห์แฉ!! เกมปลดอาวุธของ ‘สหรัฐฯ’ เพื่อหวังฮุบ ‘เลบานอน’ ยกให้ ‘อิสราเอล’

(11 ก.ย. 68) ชีค นาอิม กัสเซ็ม (Naim Qassem) เลขาธิการพรรคฮิซบอลเลาะห์ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังกดดันรัฐบาลเลบานอนอย่างหนักเพื่อให้ปลดอาวุธของฮิซบอลเลาะห์ เปิดทางให้อิสราเอลขยายอิทธิพลในประเทศ โดยกล่าวหาว่า “สหรัฐฯ พร้อมยกเลบานอนให้อิสราเอล” และทำให้การปลดอาวุธกลายเป็นเงื่อนไขที่อิสราเอลต้องการไม่ว่าจะด้วยวิธีสงบหรือใช้กำลัง

นาอิม กัสเซ็ม กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลคือการทำให้เลบานอน “เป็นเหยื่ออันโอชะ” ในโครงการ “อิสราเอลยิ่งใหญ่” พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายการเมืองในเลบานอนหันหน้ามาเจรจา โดยยึดความเป็นเอกภาพแห่งชาติ การยุติการยึดครองของอิสราเอล และการปล่อยตัวนักโทษเลบานอนเป็นเป้าหมายสำคัญ

ทางการเลบานอนยืนยันหลายครั้งว่าอิสราเอลยังคงละเมิดอธิปไตยของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 โดยกองทัพอิสราเอลยังคงประจำการในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางตอนใต้ 5 จุด รวมถึงหมู่บ้านฆัจการ์ ซึ่งเลบานอนถือว่าเป็นการยึดครองและละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 1701

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 235 ราย และบาดเจ็บกว่า 500 คนจากการโจมตีของอิสราเอลตั้งแต่ปลายปี 2567 ขณะที่อิสราเอลอ้างว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างทางทหารของฮิซบอลเลาะห์และผู้นำกองกำลัง โดยย้ำว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการต่อไปเพื่อกำจัดภัยคุกคามจากกลุ่มชีอะห์นี้

‘ม.ศรีปทุม’ ยังแข็งแกร่ง คว้าแชมป์สมัยที่ 6 รายการ “ช้าง กอล์ฟ ยู แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025”

(11 ก.ย. 68) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดย 'น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง' ร่วมกับ เดอะ เจ็นซ์ เปิดศึกดวลวงสวิงระดับอุดมศึกษา ปีที่ 6 กับรายการ 'ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025' รอบชิงชนะเลิศ ที่เลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ จ.เพชรบุรี (คอร์สซี-ดี) ระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568  

'ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025' ทำการแข่งขันรอบคัดเลือก 2 สนาม และรอบชิงชนะเลิศ 1 สนาม แข่งขันประเภททีม 4 คน (คิดคะแนนดีที่สุด 3 คน) ซึ่งในรอบคัดเลือกเป็นการแข่งขันแบบสะสมคะแนน 2 สนาม แข่งขันแบบ Stroke Play 36 หลุม เพื่อจัดอันดับ คัด 8 ทีมเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ โดยรอบชิงชนะเลิศ แข่งขันแบบ Match Play ทำการแข่งขัน 2 วัน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ดิวิชั่น ทำการแข่งขันรอบละ 18 หลุม (ทีมละ 2 คู่ คือ Foursomes 1 คู่ และ Four-Ball 1 คู่) แต่ละทีมส่งรายชื่อนักกีฬาได้ทีมละ 4 คน จับประกบคู่การแข่งขัน ชนะได้ 1 คะแนน เสมอ ได้ 0.5 คะแนน แพ้ไม่ได้คะแนน ซึ่งทีมที่ชนะเลิศในอันดับต่างๆ จะได้รับทุนการศึกษาพร้อมรางวัลเกียรติยศ 

สรุปผลการแข่งขัน 'ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025' ประเภททีม รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้
ดิวิชั่น 1 อันดับ 1 ทีมมหาวิทยาลัยศรีปทุม รับทุนการศึกษา 80,000 บาท, อันดับ 2 ทีมมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ รับทุนการศึกษา 40,000 บาท, อันดับ 3 ทีมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับทุนการศึกษา 30,000 บาทและอันดับ 4 ทีมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับทุนการศึกษา  20,000 บาท
ดิวิชั่น 2 อันดับ 1 ทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ รับทุนการศึกษา 15,000 บาท, อันดับ 2 ทีมมหาวิทยาลัยมหิดล รับทุนการศึกษา  10,000 บาท, อันดับ 3 ทีมมหาวิทยาลัยศิลปากร รับทุนการศึกษา 5,000 บาทและอันดับ 4 ทีมมหาวิทยาลัยรังสิต รับทุนการศึกษา 3,000 บาท และในปีนี้มีการแข่งขันประเภทบุคคลชายและบุคคลหญิง เพิ่มเข้าในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทำการแข่งขัน 3 วัน จำนวน 54 หลุม 

หลังจบการแข่งขันในรอบสุดท้ายในประเภทบุคคลชาย แชมป์ตกเป็นของ ปภังกร หนูประชุม จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 211 (73-68-70) ในประเภทบุคคลหญิง น.ส.ธีรฏา แต้มมาลา จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม คว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 13 โอเวอร์พาร์ 229 (79-75-75) ติดตามความเคลื่อนไหวและผลการแข่งขันได้ที่เพจ Facebook: Chang Golf Club  

12 กันยายน พ.ศ. 2561 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' เสด็จฯ เปิดอาคารสนามแบดมินตัน ด้ายพระดำริฯ สร้างโอกาสใหม่ให้เยาวชนชายบ้านกรุณา

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2561 หรือวันนี้ เมื่อ 7 ปีก่อน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปยังศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชาย บ้านกรุณา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ทรงเปิดอาคารสนามกีฬาแบดมินตันใน 'โครงการให้โอกาสสร้างคน : BBG Young Badminton' 

ซึ่งสโมสรกีฬา บีบีจี อันเนื่องมาจากพระดำริฯ ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม นำเงินประทานส่วนพระองค์ มาก่อสร้างอาคารสนามแบดมินตันใหม่ ให้แก่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน บนพื้นที่ 1 งาน โดยเป็นสนามแบดมินตันขนาดมาตรฐานสากล เพื่อใช้ในการฝึกอบรมทักษะกีฬาแบดมินตันแก่เด็กและเยาวชน ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา มุ่งหวังพัฒนาเด็กและเยาวชนไปสู่เส้นทางการเป็นนักกีฬาและการประกอบอาชีพด้านกีฬา

ในการนี้ ทอดพระเนตรการสาธิตการฝึกซ้อมและแข่งขันกีฬาแบดมินตันของเยาวชนในโครงการฯ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้เยาวชนได้พัฒนาตนเอง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต 

ทั้งนี้ 'โครงการให้โอกาสสร้างคน : BBG Young Badminton' สโมสรกีฬา บีบีจี อันเนื่องมาจากพระดำริฯ ร่วมกับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่สนใจได้เรียนรู้ ฝึกฝนเทคนิค ทักษะ และวิธีการเล่นกีฬาแบดมินตันที่ถูกต้อง สามารถเป็นนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในระดับสากล และนำองค์ความรู้ที่ได้จากการฝึกฝนกีฬาแบดมินตันไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต รวมทั้งถ่ายทอด แบ่งปันความรู้ให้กับรุ่นต่อไป ตลอดจนเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและป้องกันการกระทำผิดซ้ำได้อีกทางหนึ่งด้วย

13 กันยายน พ.ศ. 2497 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯเยี่ยมราษฎรที่ประสบอัคคีภัยที่ตลาดบ้านโป่ง

เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2497 ได้เกิดอัคคีภัยครั้งใหญ่ขึ้นที่ตลาดบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ไฟได้ลุกลามเผาไหม้อาคารบ้านเรือนของราษฎรอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายชั่วโมง อาคารบ้านเรือนถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งตลาด ราษฎรจำนวนหลายร้อยหลังคาเรือนไม่มีที่อยู่อาศัย เกิดความเดือดร้อนอย่างมหันต์แก่ผู้ประสบภัยครั้งนี้

ความได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนรถยนต์พระที่นั่งเพื่อทอดพระเนตรสถานที่ และทรงเยี่ยมราษฎร เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2497 ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี (นายแม้น  อรจันทร์) และผู้ว่าราชการภาค (พระราชญาติรักษา) ในสมัยนั้น ได้เข้าเฝ้าและกราบบังคมทูลถวายรายงานเหตุการณ์ และการให้ความช่วยเหลือราษฎร 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระราชทานกระแสรับสั่งให้ผูว่าราชการจังหวัดราชบุรี และผู้ว่าราชการภาคให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎร เป็นกรณีพิเศษอย่างใกล้ชิด พร้อมได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของเครื่องนุ่งห่มแก่ผู้ประสบอัคคีภัย ยังความปลาบปลื้มปิติในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น   

นายกฯ เบอร์ลิน ฉะ!! ‘กลุ่มฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง’ ลอบวางเพลิงสายไฟ ทำคนเดือดร้อน 50,000 ครัวเรือน เพราะไฟดับครั้งใหญ่สุดในรอบ 25 ปี

(11 ก.ย. 68) ไค เวกเนอร์ (Kai Wegner) นายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน ออกมาประณามเหตุลอบวางเพลิงเสาและสายไฟในเขตทรีปเทา-เคอเพอนิค (Treptow-Köpenick) จากกลุ่มหัวรุนแรง ว่าเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมยืนยันว่า “เบอร์ลินจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่” และแสดงความเชื่อมั่นต่อการทำงานของตำรวจและเจ้าหน้าที่สืบสวน

เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันอังคาร ทำให้เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 25 ปีของกรุงเบอร์ลิน ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 50,000 ครัวเรือน โดยในเช้าวันพุธ (10 ก.ย.) ยังคงมีราว 10,000 ครัวเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่บริษัท Stromnetz GmbH คาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ครบทุกพื้นที่ภายในค่ำวันเดียวกัน

ทางการเบอร์ลินได้เร่งบรรเทาผลกระทบ โดยจัดตั้ง ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน หลายจุดทั่วเขตทรีปเทา-เคอเพอนิคนอกจากนี้ การคมนาคมขนส่งก็ได้รับผลกระทบ โดยรถรางสาย M17 และ 63 ต้องหยุดให้บริการบางช่วงและจัดรถบัสมาทดแทน

ด้านบริษัท Stromnetz Berlin ได้วอนประชาชนที่มีไฟฟ้าคืนแล้วช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูง เช่น เครื่องซักผ้า เตาอบ และเครื่องดูดฝุ่น เพื่อคงความเสถียรของระบบ และช่วยให้สามารถจ่ายไฟคืนให้กับพื้นที่ที่ยังขาดไฟฟ้าได้เร็วขึ้น

‘อาจารย์ลักขณา ดิษยะศริน’ นำทีม Rotary Sukhumvit เยี่ยมทหารไทยเจ็บจากชายแดน ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ

เมื่อวันพุธที่ (10 ก.ย. 68) อาจารย์ลักขณา ดิษยะศริน นายกก่อตั้ง Rotary Sukhumvit พร้อมด้วยคณะสมาชิก ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจทหารไทย 15 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา 

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและห่วงใย ภารกิจครั้งนี้สะท้อนพลัง “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ที่พร้อมยืนเคียงข้างทหารกล้า ผู้เสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย

‘จาตุรนต์’ ชี้แก้รัฐธรรมนูญต้องไม่แบ่งเขาแบ่งเรา จี้ รัฐบาลทำประชามติ ครั้งที่ 1 และ 2 ในรอบเดียว

(11 ก.ย. 68) ที่รัฐสภา นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า พรรคเพื่อไทยจะเร่งเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 ภายในสัปดาห์หน้านี้โดยเร็วที่สุด เพราะแม้ว่าจะยื่นต่อรัฐสภาไปแล้ว แต่ควรเสนอใหม่ให้สอดคล้องกับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำประชามติครั้งที่ 1 และ 2 ภายในครั้งเดียว วัดใจรัฐบาลจริงใจต่อการแก้รัฐธรรมนูญมากน้อยเพียงใด

นายจาตุรนต์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และประธานสภาบรรจุเข้าระเบียบวาระแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการพิจารณา ทั้งนี้เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยก็จะต้องเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเพื่อให้มีทางออกที่ดีที่สุด ที่จะทำให้ประชาชนมามีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไปในอนาคต

ซึ่งในเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยก็ยินดี และอยากจะแสดงความตั้งใจว่า อยากให้มีการร่วมมือกันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา เพื่อที่จะช่วยกันแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในวงเล็บ 8 ซึ่งก็หมายความว่าจะมีการทำประชามติเมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นผ่านวาระที่ 3 ของรัฐสภาแล้ว การร่วมมือกันเช่นนี้ถ้าทำได้ก็จะเกิดกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น 

“แต่ถึงอย่างไรขณะนี้รัฐสภาและคณะรัฐมนตรียังไม่มีองค์กรใดแสดงความต้องการ หรือแสดงความริเริ่มในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยการจัดทำประชามติ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้โดย 2 วิธีการคือจากการที่รัฐสภาลงมติให้ ครม.ดำเนินการ หรือครม.จะไปริเริ่มเองก็ได้ ซึ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าการจัดทำรัฐธรรมนูติครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 สามารถรวมกันได้ ซึ่งสิ่งนี้ขึ้นอยู่การตัดสินใจของรัฐบาลค่อนข้างมากว่าจะทำอย่างไร ดังนั้นพรรคเพื่อไทยอยากจะเชิญชวนว่าและเรียกร้องต่อพรรคการเมืองต่าง ๆ และรัฐบาลที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศว่า น่าจะมาช่วยกันคิดหาทางว่าทำอย่างไร ให้การจะทำประชามติสองครั้งเกิดขึ้นภายในครั้งเดียวได้ ซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาและไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ” นายจาตุรนต์กล่าว

นายจาตุรนต์ทิ้งท้ายว่า มีความจำเป็นที่จะต้องหารือกันตั้งแต่เรื่องจะแก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้มีข้อสรุปที่ดีที่จะเป็นที่ยอมรับของรัฐสภา รวมถึงหารือที่จะจัดทำประชามติ 2 ครั้งภายในครั้งเดียว ซึ่งมีความสำคัญมากที่พรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องหารือและได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลที่มีความตั้งใจจริงที่จะทำให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top