Thursday, 11 June 2026
TheStatesTimes

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมการฝึกซ้อมแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำจากน้ำมัน (Rayong Oil Spill Exercise 2025 : ROSE’25)

พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำจากน้ำมัน ภายใต้รหัสการฝึก “Rayong Oil Spill Exercise 2025 (ROSE’25)” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2568 ณ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 6 และพื้นที่อ่าวมาบตาพุด จังหวัดระยอง

การฝึกครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมมลพิษ กองทัพเรือ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อทดสอบแผนเผชิญเหตุและการตอบสนองต่อสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเล ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานต่าง ๆ ในการบูรณาการกำลังและทรัพยากรด้านการป้องกันและขจัดคราบน้ำมัน

ทั้งนี้ ทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดกำลังพล หน่วยเรือ และยุทโธปกรณ์ เข้าร่วมสนับสนุนการฝึก เช่น การจัดเรือสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมัน การใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงน้ำ (Heli Bucket) รวมถึงการจัดกำลังเฉพาะกิจเพื่อประสานงานร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ และศูนย์อำนวยการฯ ในพื้นที่ โดยมีการฝึกซ้อมทั้งในส่วนของการวางแผนสั่งการ การปฏิบัติจริงในทะเล และการขจัดคราบน้ำมัน

การเข้าร่วมการฝึก ROSE’25 นับเป็นการแสดงศักยภาพของทัพเรือภาคที่ 1 ในการสนับสนุนการป้องกันและขจัดมลพิษทางทะเล ซึ่งเป็นพันธกิจสำคัญที่กองทัพเรือให้ความสำคัญมาโดยตลอด อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้ยั่งยืน

พิษณุโลก ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 3 รับมอบเครื่องอุปโภค–บริโภคจากโรงเรียนจ่านกร้อง เพื่อมอบให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

(22 ส.ค. 68) เวลา 07.30 น. ณ โรงเรียนจ่านกร้อง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พันเอก กิตติพัท คงเวทย์ หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 35 ปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการ กองกำลังพล กองทัพภาคที่ 3 ได้เป็นผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 3 เข้ารับมอบเครื่องอุปโภค–บริโภคจากคณะผู้บริหารโรงเรียนจ่านกร้อง นำโดย นายเสกสันต์ ทองม่วง ผู้อำนวยการโรงเรียนจ่านกร้อง พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียน

การรับมอบในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำสิ่งของไปมอบแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็ง ในการนี้ พันเอก กิตติพัท คงเวทย์ ได้กล่าวที่หน้าแถวนักเรียนซึ่งจำนวนกว่าพันคนว่า ขอขอบคุณแทนพี่ๆทหารตามแนวชายแดนที่ทุกท่านร่วมแรงร่วมใจรวบรวมและนำสิ่งของมาส่งให้พี่ๆทหาร ขอให้นักเรียนทำหน้าที่ของตนคือการเรียนให้เต็มที่ ให้สุดความสามารถ ส่วนเรื่องการป้องกันชายแดนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่ๆทหาร และพี่ๆทหารก็จะทำให้สุดความสามารถเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและปลูกฝังค่านิยมด้านความรักชาติ ความเสียสละ และความหวงแหนในอธิปไตยของประเทศให้แก่นักเรียนและเยาวชน อันเป็นการบ่มเพาะจิตสำนึกด้านความมั่นคง และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลประเทศชาติอย่างยั่งยืน

สถาบันพระปกเกล้า มอบรางวัล 'พระปกเกล้า' ด้านสำนึกพลเมือง ประจำปี 2568

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค. 68) สถาบันพระปกเกล้า โดยสำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง จัดพิธีมอบ รางวัลพระปกเกล้า ด้านสำนึกพลเมือง ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 5-6 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อเชิดชูศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง องค์กร และพลเมืองต้นแบบที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติด้วยสำนึกพลเมืองที่มีธรรมาภิบาล

ผลการพิจารณารางวัล
• ระดับดีเด่น: ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง 5 แห่ง (เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช เพชรบุรี สกลนคร สุพรรณบุรี), องค์กร 3 แห่ง (เทศบาลนครเชียงราย, ไปรษณีย์ไทย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่), และพลเมืองต้นแบบ 6 ราย อาทิ พระไพศาลประชาทร วิ. และ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี• ระดับดี: องค์กร 20 แห่ง อาทิ กรุงเทพมหานคร กปน. กฟภ. รฟม. ธนาคารกรุงไทย–ออมสิน บริษัทเครือซีพี–บุญรอด และ อบจ.หลายจังหวัด รวมถึงพลเมืองต้นแบบอีก 10 คน

นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวย้ำว่า รางวัลนี้สะท้อนพลังของพลเมืองที่มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีวินัย และใช้เหตุผล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2568

เลือกคบคนอย่างไร
เราก็จะเป็นอย่างนั้น

ถ้าคบคนพาล คนโกง หลงกามคุณ
ถ้าสติเราไม่พอ อีกไม่นานเราก็จะซึมซับ
สิ่งเหล่านั้นได้โดยไม่รู้ตัว

ถ้าไม่มีคนมีศีล - มีธรรม อยู่รอบตัวเลย
จงเลือกเดินคนเดียว และมี “สติ” เป็นเพื่อน

26 สิงหาคม พ.ศ. 2463 รำลึกวันคล้ายวันเกิด ‘พลเอก เปรม ติณสูลานนท์’ อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐบุรุษคนสำคัญ ผู้วางรากฐานการเมืองไทยยุคใหม่

26 สิงหาคม พ.ศ. 2463 วันคล้ายวันเกิด พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานองคมนตรี ซึ่งเกิดที่อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ 6 ของหลวงวินิจฑัณทกรรม และนางออด ติณสูลานนท์ เส้นทางการศึกษาของท่านเริ่มตั้งแต่โรงเรียนวัดบ่อยาง โรงเรียนวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ก่อนเข้าสู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และสถาบันการทหารทั้งในไทยและต่างประเทศ

พลเอก เปรม เริ่มต้นรับราชการที่กรมรถรบ และก้าวหน้าตามลำดับ จนได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการทหารบก ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและกลาโหมในรัฐบาล พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

ต่อมา เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2523 พลเอก เปรม ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีผลงานสำคัญ เช่น การสร้างงานในชนบท การตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อส่งเสริมการลงทุน และนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” ที่ทำให้การต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ยุติลงอย่างได้ผล

หลังจากบริหารประเทศยาวนานกว่า 8 ปี พลเอก เปรม ยุติบทบาททางการเมืองในปี 2531 และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นองคมนตรี รวมถึงได้รับการถวายพระเกียรติเป็น “รัฐบุรุษ” อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรีเมื่อปี 2541 ถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทยทั้งในยุคสงครามเย็นและการพัฒนาประเทศ

พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สิริอายุ 98 ปี ขณะดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ การจากไปของท่านนับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ ผู้มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการเมือง และการทหาร

อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมวิเคราะห์เคส!! ดรามา ‘ไข่เจียวปู’ ชี้ขาย!! ‘หน้าตา-ความสุข-ความพอใจ’ ให้ลูกค้า

(23 ส.ค. 68) ผศ.ดร.สมชาย หาญหิรัญ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ...

จบกัน .. เพิ่งบรรยายไปว่า การตั้งราคาเป็นไปตามกลยุทธ์ของเราที่มองเงื่อนไขของระบบตลาด ลูกค้า และคู่แข่ง และที่สำคัญที่สุดคือ ..และยิ่งในตลาดที่แข่งขันและลูกค้ามีทางเลือกมาก ..."ราคาจะกำหนดต้นทุน ไม่ใช่ต้นทุนกำหนดราคา" แต่ถ้าไม่ต้องการสู้เรื่องต้นทุน เพื่อหลีกข้อจำกัดการแข่งด้านราคา กลยุทธ์ของเราควรเป็นเรื่องการสร้างความแตกต่าง ...แตกต่างจากอะไรก็ตาม ไม่ว่าชื่อเสียง ออกแบบ รสชาติ การเป็นเจ้าแรก รสดั่งเดิม อายุร้อยปี หรือสารพัด รวมถึงชื่อเสียงเชฟ ชื่อร้าน ตรามิชิลิน ..ชวมชิม ชวนลอง ... ซึ่งเราก็สามารถตั้งราคาตามกลยุทธ์ของตามความปรารถนาเต็มใจที่จะจ่ายของลูกค้า (Customer's Willingness to Pay) ... คนที่ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็มองว่าแพง คนกินไม่โง่ก็บ้า ..เหมือนที่คนที่วิจารณ์คนใช้กระเป๋าแบรนด์เนมใบละหลายแสน หรือเป็นล้านบาทว่า "รวยอย่างเดียวไม่พอ ..." แต่ก็เป็นแบรนด์ที่มีคนใช้ทั่วโลก ออกรุ่นใหม่มาไม่หยุดหย่อน แถมราคาสุดๆ แต่ก็มีคนจองข้ามปี ผมละกลัวใจว่าจะมีใครไปบ้าให้เขาแจงต้นทุนการผลิตนะครับ เพราะเขาไม่ได้ขายของ .... เขาขาย "หน้าตา ความสุข ความพอใจ" ให้ลูกค้า ในราคาที่ลูกค้าเต็มใจจ่าย ..เราไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเขาก็ว่ากันไป ..... ผมละสงสารนายกรัฐมนตรีผมเลยครับ อุตส่าห์ลงทุนปั้น Soft Power ของไทยซะเหงื่อตก เราก็ยังเวียนอยู่ตรงต้นทุน ... 

ถ้างี้ผมมีให้แจ้งเยอะวันก่อนก๋วยเตี๋ยวชามสองร้อยกว่า รสชาติงั้นๆ แต่เขาติดป้ายราคาชัดเจน ผมสั่งเพราะเต็มใจจ่าย แม้ว่ากินแล้วบอกว่าเราทำบุญร่วมกันมาแค่นี้ ...พอกัน แต่ก็ถือว่านะนาทีที่ตัดสินใจสั่งมาลองนั่น ผมตัดสินใจแบบ Economic rational man แล้ว คือคำนวณความสุขที่คาดว่าได้รับ (Satisfaction) จากก๋วยเตี๋ยวชามที่จะสั่ง โดยคำนวณจากข้อมูลที่ได้รับจากคำยืนยันจากสารพัดแหล่ง เทียบกับระดับความใจหาย (Expected Dis-satisfaction) ที่เงินออกจากกระเป๋าสองร้อยกว่าบาท ... ผมคิดว่าไม่แค่คุ้ม ... แต่มี Consumer's Surplus ด้วย ผมเลยสั่ง ... แม้ว่าหลังจากนั้นจาก loss ก็ตาม แต่ผมถือว่าตอนตัดสินใจนั้นเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลแล้ว และสิ่งที่ได้คือข้อมูลใหม่ในเรื่องนี้ เพื่อที่จะนำมาตัดสินใจอีกครั้งในอนาคตเกี่ยวกับเรื่องนี้ ... ซึ่งก็ไม่ไปอีกเลย ถือว่าเป็นส่วนของการซื้อประสบการณ์ แถมได้ประโยชน์มีเรื่องเล่าให้คนอื่นที่ถาม หรือให้คอมเม้นท์กับเรื่องนี้ .... นึกอีกทีผมน่าจะนำมาลงโซเชียลมีเดีย สร้าง content มันส์ๆ ใส่พริก ใส่เกลือ ผงปรุงรสหน่อยให้ถูกรสนิยมคนไทย แม้ว่า ผมจะมี loss ใน Satisfaction จากรสชาติอาหารเมือเทียบกีบราคาแล้ว แต่ก็น่าจะได้ความสุขคืนมาเยอะจากไลท์และเม้นท์ที่มากมายในช่องของเรา ..ลืมนึกไป 555

เดี๋ยวออกข้อสอบถามเด็กให้วิจารณ์เรื่องนี้ดีก่า ได้ข้อสอบละ หุหุ …

‘พีระพันธุ์’ มอบเงิน!! ‘กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย’ ให้!! ‘ทหารกล้า’ ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากเหตุปะทะชายแดน

เมื่อวานนี้ (22 ส.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี มอบเงินเยียวยาจากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมส่งมอบกำลังใจด้วย

ในโอกาสนี้ กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารผู้ทุพพลภาพ จำนวน 3 ราย รายละ 700,000 บาท และทางคณะกรรมการกองทุนฯ กำลังติดตามเร่งรัดการช่วยเหลืออีกจำนวน 9,300,000 บาท จากงบประมาณรายจ่ายงบกลางฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี  เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา 

การมอบเงินเยียวยาครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือทหารผู้กล้าหาญที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นทุพพลภาพ จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยรัฐบาลได้มอบเงินเยียวยาให้แก่ผู้ประสบเหตุและครอบครัวอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการดำรงชีวิตประจำวัน   ซึ่งสะท้อนถึงความห่วงใยของรัฐบาลที่มีต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนแสดงถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการดูแลและยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ เผย!! ขณะนี้ ‘สหรัฐอเมริกา’ เป็นเจ้าของ!! ควบคุม ‘INTEL’ อย่างเต็มตัว

(23 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ทรัมป์ กำลังพา #สหรัฐฯ ก้าวสู่ #สังคมนิยม 

ล่าสุด ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าขณะนี้สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าของและควบคุม #INTEL บริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่างเต็มตัวแล้ว 10% ทรัมป์ บอกว่า “ผมได้เจรจาข้อตกลงนี้กับลิปบู ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่เคารพนับถือของบริษัท สหรัฐอเมริกาไม่ได้จ่ายเงินสำหรับหุ้นเหล่านี้ และปัจจุบันหุ้นมีมูลค่าประมาณ 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นี่เป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับอเมริกา และสำหรับ INTEL เช่นกัน การสร้างเซมิคอนดักเตอร์และชิปชั้นนำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ INTEL ทำ ถือเป็นรากฐานสำคัญต่ออนาคตของประเทศเรา ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง! ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้”

ด้านวุฒิสมาชิกแรนด์ พอล กล่าวว่าการที่สหรัฐฯ ถือหุ้นในบริษัทอินเทลจะเป็น "ก้าวสู่สังคมนิยม"

คนเขมร โพสต์ระบาย!! ประเทศอ่อนแอ ผู้นำหาประโยชน์ ให้ครอบครัว ชี้!! ยากจน ไม่มีอะไรเลย นอกจาก ‘นิ้วมือสิบนิ้ว’ ที่คอยไปขอบริจาค

(23 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘The Wild Chronicles - ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

คนเขมรคนนี้ชื่อ Chi Chy โพสต์ระบายอยู่ในโพสต์ของ Un Sam An ที่เขียนเรื่องเสียตาเมือนธม เขาร่ายยาวด่าความโง่เขลาของชนชาติตนเอง สิ่งที่พูดมีทั้งถูกและผิด แต่คือเริ่มตาสว่างแล้ว มีคนกดสนับสนุนเป็นอันมาก อ่านๆ ดูแล้วน่าสงสารเหมือนกัน เลยเอาเข้า chat gpt แปลมาให้ดูนะครับ เขาพิมพ์ว่า 

ในบรรดาประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มีแต่กัมพูชาเท่านั้นที่ยังคงตกเป็นเหยื่อการรุกรานจากเวียดนามและสยาม เพราะประเทศเรายากจน กองทัพอ่อนแอ ผู้นำก็โง่เขลา เอาแต่แสวงหาผลประโยชน์ให้ครอบครัว ตัวอย่างเช่น ประเทศอื่นๆ มีทั้งเครื่องบินรบ เรือรบ เรือดำน้ำ (สยามแม้ยังไม่มี แต่ตอนนี้ก็กำลังสั่งซื้อแล้ว) ลาวเองยังมีเครื่องบินรบ 10 ลำ แต่กัมพูชากลับไม่มีอะไรเลย มีแต่ไม้พลองกับนิ้วมือสิบ นิ้วที่คอยไปขอยืมหรือรับบริจาคจากคนอื่น

กองทัพของประเทศต่างๆ มีไว้เพื่อปกป้องประเทศและประชาชน แต่กองทัพกัมพูชากลับมีไว้เพื่อเต้นและร้องเพลงเล่นๆ ตำรวจ–ทหารที่ควรจะปกป้องพรมแดนก็ไม่อยู่ตรงพรมแดน ปล่อยให้ศัตรูรุกรานเข้ามาลักลอบแทรกซึมถึงในหมู่บ้านและแผ่นดินของตัวเอง แต่ก่อนเคยส่งทหารไปเป็นพันเป็นหมื่นประจำพรมแดน แล้วตอนนี้หายไปไหนหมด? ปล่อยให้เขามาลักลอบรุกรานบนแผ่นดินตัวเองอย่างนี้ได้อย่างไร?

ถ้าเป็นการรุกรานบนแผ่นดินคนอื่นยังพอว่า แต่นี่มันเข้ามารุกรานถึงในหมู่บ้านของชาวเขมรทั้งสิ้น แต่เจ้าหน้าที่เขมรไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวสู้สักคน ได้แต่แถลงข่าว ทั้งก่อนสู้ ระหว่างสู้ หลังสู้ หลังถูกปิดล้อมยึดปราสาทและที่ดินบางส่วนของกัมพูชา แล้วกัมพูชาทำอะไรได้บ้างกับกองทัพสยามในทุกวันนี้? นอกจากออกแถลงการณ์ทุกวัน?

ถามเหมือนคนโง่ว่า การเดินธรรมยาตรามันมีประโยชน์อะไร? หยุดการรุกรานจากต่างชาติได้ไหม? ถ้าอย่างนั้น ประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่กำลังทำสงครามกัน พวกเขาก็แค่ทำธรรมยาตราเพื่อสกัดศัตรู ไม่จำเป็นต้องซื้ออาวุธมาสู้เลยหรือ? แค่พากันเดินธรรมยาตราให้สงบแล้วศัตรูก็จะไม่กล้ารุกรานอีกต่อไปอย่างนั้นหรือ? ควรใช้สมองคิดบ้างเถอะในสมัยนี้

ก็เพราะเราโง่นั่นแหละถึงถูกเพื่อนบ้านรังแก รุกรานทุกวันเหมือนเวียดนามและสยาม โชคยังดีที่ลาวในปัจจุบันยังยากจนและกองทัพยังไม่ทันสมัยเท่าเวียดนามและสยาม ไม่เช่นนั้นกัมพูชาคงถูกลาวรุกรานเหมือนในอดีตไปแล้ว แต่ผู้นำกลับเอาเงินไปซื้อแต่นาฬิกาแพงๆ มาอวด ซื้อสัญชาติ ซื้อบ้านหรูในต่างประเทศ โอนเงินไปเก็บไว้ต่างประเทศ เปิดบริษัทต่างๆ ในต่างประเทศนับไม่ถ้วน

อีก 10 ปี 20 ปี 40 ปีก็จะยังถูกเวียดนามและสยามรุกรานอยู่ อย่าหวังว่าเขาจะหยุด เพราะประเทศเรายากจน ผู้นำเอาแต่ขอ คนก็เอาแต่ขอ กองทัพก็เอาแต่ขอ 

เวียดนามกับสยามที่เคยช่วยขับไล่ฝรั่งเศสออกจากกัมพูชาก็ไม่ใช่เพราะสงสารหรืออยากช่วยเขมร แต่เขาอยากไล่ฝรั่งเศสออกไปเพื่อให้ตัวเองสะดวกในการรุกรานแผ่นดินเราทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก

ตาสว่างกันหรือยัง? จะโง่ต่อไปอีกเท่าไร? ปกครองประเทศมากว่า 40 ปีแล้ว ยังโง่เขลาไร้ปัญญาอยู่ถึงเพียงนี้หรือ

‘สุริยะ’ เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมชง ครม.ไฟเขียว ‘รถไฟทางคู่เฟส 2-มอเตอร์เวย์นครปฐม’ 3.58 แสนล้าน

(23 ส.ค. 68) กระทรวงคมนาคมเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมชง ครม.ไฟเขียวโครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 และมอเตอร์เวย์นครปฐม พร้อมเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างภายในปีงบประมาณ 2569

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ 6 โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 เข้าครม. วงเงินรวม 2.97 แสนล้านบาท โดยเริ่มนำร่อง 3 เส้นทาง ได้แก่ ปากน้ำโพ-เด่นชัย, ชุมพร-สุราษฎร์ธานี และ สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา

อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือ มอเตอร์เวย์หมายเลข 8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 61,154 ล้านบาท อยู่ระหว่างรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

สุริยะกำชับกรมทางหลวงเร่งเปิดประมูล 2 โครงการที่ ครม.อนุมัติแล้ว ได้แก่ ส่วนต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ (M5) วงเงิน 31,358 ล้านบาท และมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (M9) วงแหวนรอบนอกตอนบางขุนเทียน-บางบัวทอง วงเงิน 56,035 ล้านบาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top