Monday, 15 June 2026
TheStatesTimes

อุบลราชธานี-ด่วน!!! 'เสียงปืนแตก' ยิงปะทะทหารกัมพูชาที่ช่องบก ล่าสุดทหารไทยปลอดภัย ยังคงตรึงกำลังเข้มในพื้นที่

(28 พ.ค.68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ว่าเมื่อเวลา 05.30 น. หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี รายงานว่าได้เกิดเหตุปะทะกับกำลังทหารกัมพูชาที่เข้ามาวางกำลังในพื้นที่อ้างสิทธิ์ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศ

ฝ่ายไทยได้ส่งชุดประสานงานเข้าพูดคุยตามแนวทางปกติ แต่เกิดความเข้าใจผิดจากฝ่ายกัมพูชาที่เข้าใจว่าเป็นการเคลื่อนกำลัง จึงเปิดฉากใช้อาวุธยิงใส่ ทำให้ฝ่ายไทยต้องตอบโต้ โดยการปะทะกินเวลาราว 10 นาที

ต่อมาในเวลา 05.55 น. พลตรี ทล โซะวัน รองผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ของกัมพูชา ได้โทรศัพท์ประสานกับ พันเอก บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ฝ่ายไทย เพื่อยุติการปะทะ ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงและตรึงกำลังในพื้นที่

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคี เพื่อหาข้อยุติในประเด็นการอ้างสิทธิ์ และวางแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างสันติ โดยกองทัพบกยืนยันว่า กำลังพลฝ่ายไทยทุกนายปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมให้ทราบในโอกาสต่อไป

‘พระแก้วนพรัตน์เมืองอุบล’ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่ราชธานีแห่งอีสาน (๒) | THE STATES TIMES Story EP.170

'จังหวัดอุบลราชธานี’ เป็นหนึ่งในจังหวัดของไทยที่มี ‘พระแก้ว’ หรือ พระพุทธรูปที่ทำจากแก้วมงคลมากที่สุดในประเทศไทย โดยตามความเชื่อแล้ว แก้ว 9 ประการ ได้แก่ เพชร มณี มรกต บุษราคัม โกเมน นิลกาฬ มุกดา เพทาย และไพฑูรย์ 

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าหากมีครบทั้ง 9 บ้านเมืองนั้นจะเจริญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งอุบลฯ มี ‘พระแก้ว’ ประดิษฐานอยู่ถึง 6 องค์ ทั้งยังเชื่อว่าอีก 3 องค์ก็มีอยู่เพียงแต่ยังค้นหาไม่พบ

วันนี้ THE STATES TIMES Story ได้หยิบยกเรื่องราวของ ‘พระแก้ว’ ได้แก่ ‘พระแก้วโกเมน’ / ‘พระแก้วนิลกาฬ’ / ‘พระแก้วมรกต’ / ‘พระแก้วมณีแดง’ / ‘พระแก้วหยดน้ำค้าง’ มาเล่าสู่กันฟัง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปฟังกันเลย…

‘ศูนย์คุณธรรม’ ผนึกภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนทั่วปท. จัดอบรมพัฒนาศักยภาพเสริมบทบาทสื่อสร้างสรรค์

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน จัดอบรมหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายสื่อพลังบวก สร้างสรรค์สังคมไทย” เสริมบทบาทสื่อสร้างสรรค์ สร้างสื่อพลังบวก

(28 พ.ค.68) ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน จัดอบรมหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายสื่อพลังบวก สร้างสรรค์สังคมไทย” โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 70 คนจากสื่อส่วนกลาง และสื่อท้องถิ่นจังหวัดต่างๆ จาก 4 ภูมิภาค ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวเปิดอบรมโดยเน้นว่า “สื่อคือพลังเปลี่ยนแปลงสังคม หากสื่อนำเสนอด้วยเจตนาและคุณธรรม สังคมไทยจะแข็งแรงจากภายใน” พร้อมย้ำถึงบทบาทของศูนย์คุณธรรมในการส่งเสริมคุณธรรมผ่านนโยบายและการสร้างเครือข่ายทางสังคม

ขณะเดียวกัน นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ในฐานะประธานเครือข่ายสื่อคุณธรรม ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรมว่า “ในยุคที่ข้อมูลล้นทะลัก เราต้องการ ‘สื่อ’ ที่ไม่เพียงแต่มีความไว แต่ต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมในการนำเสนอ” พร้อมเปิดใจว่าการจัดอบรมครั้งนี้คือพื้นที่ในการเชื่อมโยงคนสื่อที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

วัตถุประสงค์ของการอบรมครั้งนี้ คือการยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านคุณธรรม จริยธรรม และการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสริมสร้างกลไกเครือข่ายสื่อที่มีพลังบวกและมีอุดมการณ์ร่วมในการขับเคลื่อนคุณธรรมในสังคมในประเด็นสำคัญ อาทิ บทบาทของสื่อในยุค AI และออนไลน์ , กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) , จริยธรรมวิชาชีพและแนวทางสร้างสื่อปลอดภัย , การสื่อสารคุณธรรมและความหวังในบริบทสังคมไทย

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น นายระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และกรรมการจริยธรรม สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ , นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้ก่อตั้ง เว็บไซต์ Pantip.com , นายโกศล สงเนียม เลขาธิการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และการเสวนธุรกิจกับการอยู่รอดขององค์กรสื่อ เช่น นายสกล ถาวรกาญจน์ สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ. FM 91, นายสัมฤทธิ์ เจียมเจริญพรกุล บรรณาธิการ ATV,นายวิรุฬ รัตนปริคณน์ สถานีโทรทัศน์ TNN 2 รวมถึงนักวิชาชีพสื่อมวลชนอีกหลายท่าน โดยมีเวิร์กช็อปกลุ่มย่อย การระดมความคิดเห็น และข้อเสนอระดับพื้นที่และเชิงนโยบายด้านสื่อคุณธรรม เพื่อสร้าง “แกนนำสื่อ” ที่มีอุดมการณ์ในการใช้พลังของสื่ออย่างสร้างสรรค์ต่อไป

การอบรมปิดท้ายด้วยการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม พร้อมร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้างสื่อเพื่อสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

ทหารกัมพูชา ดับ 1 จากการปะทะทหารไทยที่ ‘เขาช่องบก’ โฆษก ‘ทบ.กัมพูชา’ อ้างไทยเริ่มก่อน ทำเหตุการณ์บานปลาย

(28 พ.ค. 68) จากกรณีเหตุยิงปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา บริเวณชายแดนพื้นที่พิพาท เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยโฆษกกองทัพกัมพูชา เหมา พัลลา ระบุว่า ทหารกัมพูชากำลังลาดตระเวนตามปกติ ก่อนถูกฝ่ายไทยเปิดฉากยิง

ด้านกองทัพไทยชี้แจงว่า ทหารกัมพูชาได้เข้ามาในพื้นที่พิพาท จึงส่งกำลังไปเจรจา แต่เกิดความเข้าใจผิด ทำให้ฝั่งกัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อน และไทยจึงตอบโต้ การปะทะยืดเยื้อราว 10 นาที ก่อนที่ผู้บังคับบัญชาท้องถิ่นจะสื่อสารกันและสั่งหยุดยิง

กัมพูชาระบุว่ามีทหารเสียชีวิต 1 นาย และได้เคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่เพื่อประกอบพิธี ขณะที่ฝ่ายไทยยืนยันว่าไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

ไทยและกัมพูชามีประวัติข้อพิพาทเรื่องดินแดนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะบริเวณเขาพระวิหาร ซึ่งได้รับสถานะมรดกโลกเมื่อปี 2551 และศาลโลกตัดสินให้กัมพูชามีอธิปไตยในปี 2556 ซึ่งก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ก็เคยเกิดเหตุปะทะเล็กน้อยจากกรณีกำลังพลกัมพูชานำครอบครัวเข้าพื้นที่และร้องเพลงชาติใกล้ชายแดน ทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้น

29 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 ครบรอบ 40 ปี โศกนาฏกรรมเฮย์เซล หนึ่งในเหตุการณ์สุดเลวร้ายในโลกฟุตบอล

วันนี้เมื่อ 40 ปีก่อน เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่ยากจะลืมเลือน เพราะถือเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดเรื่องหนึ่งในโลกฟุตบอล ณ เฮย์เซล สเตเดียม (คิง โบดวง สเตเดียม ปัจจุบัน) ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม สังเวียนนัดชิงชนะเลิศระหว่างสโมสรลิเวอร์พูล กับ ยูเวนตุสในศึกฟุตบอลยูโรเปี้ยนคัพ หรือ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในปัจจุบัน ในวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 (ค.ศ.1985)

เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นจากแฟนฟุตบอลทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันส่งผลให้อัฒจันทร์พังลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 39 คน เป็นชาวอิตาลีแฟนบอลยูเวนตุส 32 คน, เบลเยียม 4 คน, ฝรั่งเศส 2 คน, และไอร์แลนด์ 1 คน รวมถึงมีบาดเจ็บอีกกว่า 600 คนเลยทีเดียว

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ลิเวอร์พูลถูกสั่งห้ามเข้าแข่งขันฟุตบอลยุโรปทุกรายการเป็นเวลา 6 ปี เช่นเดียวกับทุกสโมสรในอังกฤษก็ถูกสั่งห้ามเข้าแข่งขันฟุตบอลยุโรปทุกรายการเป็นเวลา 5 ปี

‘ฮุน เซน’ โวยโดนรุกรานซ้ำรอย ‘พระวิหาร’ หนุนส่งกองกำลัง-อาวุธหนักประชิดชายแดน

(29 พ.ค.68) สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา บิดาของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนปัจจุบันโพสต์เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ถึงกรณีทหารกัมพูชา ปะทะทหารไทย บริเวณช่องบก เป็นเหตุให้ทหารกัมพูชา เสียชีวิต 1 นาย โดยระบุว่า...

ก่อนอื่น ขอแสดงความเสียใจ และร่วมไว้อาลัย กับครอบครัว นาย ปริญบาล เอกส่วน รุ่น เนื่องจากกองทัพบุกรุก ขอบเขตความร่วมมือและการพัฒนามิตรภาพสันติภาพไม่ควรเกิดขึ้น ฉันขอประณามบุคคลหรือบุคคลหรือชนชั้นใดที่ตัดสินใจทําการรุกรานดังกล่าว คล้ายกับการบุกรุกจากปี 2008 ถึง 2011 ที่วัดพระวิหาร

ไม่ต้องการเห็นการต่อสู้เกิดขึ้น แต่สนับสนุนรัฐบาลตัดสินใจส่งทหารและอาวุธหนักไปยังชายแดน เพื่อเตรียมพร้อมโจมตีในกรณีมีการบุกรุกเพิ่มเติม หวังว่าการเจรจาต่อรองที่จะทําในวันพรุ่งนี้ ระหว่าง ผบ. ทหาร ทั้ง 2 ประเทศ จะส่งผลดีนะครับ หวังว่าจะไม่มีความตึงเครียดข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศ จนถึงขนาดปิดกั้นความร่วมมือในส่วนอื่น เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

ฉันขอร้องเพื่อนร่วมชาติ โปรดอย่าทําให้ความขัดแย้งนี้กลายเป็นเหยียดเชื้อชาติ และโปรดเชื่อมั่นในปณิธานของรัฐบาลและกองทัพของทั้งสองประเทศ เราเกลียดสงครามแต่เรายืนยันที่จะทําสงครามต่อต้านการรุกรานต่างประเทศเนื่องจากมันทําในปี 2008 ถึง 2011 โดยใช้ลูกศร 3 ลูก: ทหาร การทูตและกฎหมาย

ก่อนอื่น ขอแสดงความเสียใจและขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ สว. ซุน รอน ที่เสียชีวิตจากการทําร้ายร่างกายโดยการบุกรุก สงบสุข เป็นมิตร ร่วมมือ และชายแดนพัฒนาไม่ควรเป็นพยานเหตุการณ์ดังกล่าว ข้าพเจ้าขอประณามบุคคล นิติบุคคล หรือผู้มีอํานาจใด ๆ ที่ได้ตัดสินใจให้ดําเนินการ การรุกรานดังกล่าวซึ่งคล้ายกับการรุกรานที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2008 ถึง 2011 ณ วัดพระวิหาร

ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นความขัดแย้งติดอาวุธใด ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ฉันสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะนํากองกําลังและอาวุธหนักไปยังพื้นที่ชายแดนเพื่อเตรียมพร้อมสําหรับการป้องกันในกรณีที่มีการรุกรานอย่างต่อเนื่อง หวังว่าการเจรจาสําหรับวันพรุ่งนี้ ระหว่างผู้บัญชาการกองทัพของทั้งสองชาติ จะส่งผลดี ฉันหวังว่าจะไม่มีความตึงเครียดตลอดทั้งเส้นชายแดนที่สามารถขัดขวางความร่วมมือในส่วนอื่น ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันต่อทั้งสองประเทศ

ฉันขอร้องให้เพื่อนประชาชนของฉันไม่เพิ่มความขัดแย้งนี้ให้เป็นความเกลียดชังชาติพันธุ์และให้ความไว้วางใจในความพยายามทางทหารของรัฐบาลและทั้งสองประเทศในการแก้ไขปัญหา เราเกลียดสงคราม แต่เราถูกบังคับให้ใช้มันเมื่อเผชิญหน้ากับความรุกรานต่างประเทศ เช่นเดียวกับที่เราทําระหว่างปี 2008 ถึง 2011 โดยใช้วิธีการสามง่าม: แนวทางทหาร การทูต และกฎหมาย

สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกวีซ่านักเรียนจีนจำนวนมาก มุ่งเป้า!!..ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์

(29 พ.ค. 68) มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะเริ่ม 'ยกเลิกวีซ่าอย่างเข้มงวด' สำหรับนักเรียนจีนที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศ โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือกำลังศึกษาในสาขาที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ พร้อมทั้งจะเพิ่มมาตรการคัดกรองในการอนุมัติวีซ่าของนักเรียนจากจีนและฮ่องกงในอนาคต

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยเฉพาะหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง และกล่าวหาจีนว่าเอาเปรียบทางการค้าต่อสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่สงครามภาษีที่ทวีความรุนแรงขึ้น

นอกจากจีนจะเป็นประเทศต้นทางอันดับสองของนักเรียนต่างชาติในสหรัฐฯ แล้ว นักเรียนจีนยังมีจำนวนมากกว่า 270,000 คนในปีการศึกษา 2023-2024 คิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของนักเรียนต่างชาติทั้งหมด การยกเลิกวีซ่าครั้งนี้จึงสร้างความไม่แน่นอนอย่างมากในแวดวงการศึกษา

นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังสั่งระงับการดำเนินการออกวีซ่านักเรียนชั่วคราว และเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้ยื่นขอวีซ่า รวมถึงมีความพยายามยกเลิกวีซ่าของนักเรียนที่มีบทบาททางการเมืองหรือแสดงออกสนับสนุนปาเลสไตน์ ซึ่งรัฐบาลกล่าวหาว่าเป็นการยุยงความเกลียดชัง แม้นักเคลื่อนไหวและนักกฎหมายจะออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ก็ตาม

‘พีระพันธุ์’ เยือนจีน ลุยขยายความร่วมมือบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก เปิดทางระบบ ‘โซลาร์ราคาถูก’ เพื่อประชาชน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2568 เพื่อขยายความร่วมมือกับจีนในภารกิจด้านการส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน และห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมเยี่ยมชมเทคโนโลยีของบริษัทระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะระบบอินเวอร์เตอร์ ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบการจัดการพลังงาน และการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อเร่งพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นอีกแนวทางในการลดภาระค่าไฟของประชาชนอย่างยั่งยืน

ในการนี้ นายพีระพันธุ์และคณะมีกำหนดการเยี่ยมชมและเจรจาความร่วมมือด้านต่าง ๆ กับบริษัทชั้นนำที่มีผลิตภัณฑ์และบริการด้านระบบพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก 6 แห่ง ในมณฑลเจียงซู และนครเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วย บริษัท GoodWe Technologies บริษัท Canadian Solar Inc. (CSI) บริษัท Trina Solar บริษัท Changzhou Almaden บริษัท JinkoSolar และบริษัท Sungrow โดยมีนาย Shi Yonghong รองประธานหอการค้าจีนด้านการส่งออกเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์อิเลคทรอนิกส์ และ นาย Wang Shuzi ผู้ช่วยด้านพลังงานและผลิตภัณฑ์โซลาร์ เป็นผู้ประสานงานและเดินทางร่วมกับคณะตลอดการเดินทาง

การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ถือเป็นอีกความพยายามของนายพีระพันธุ์ ที่จะเร่งพัฒนาและส่งเสริมการใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ผ่านการขยายความร่วมมือกับบริษัทด้านพลังงานชั้นนำของจีน เพื่อให้ภาคประชาชนของไทยสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและหาซื้อระบบโซลาร์ในราคาที่ต่ำลง โดยจากการเยี่ยมชมเจรจาหารือกับบริษัทต่าง ๆ ทุกบริษัทพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในแนวทางที่นายพีระพันธุ์นำเสนอซึ่งจะมีการประสานงานกันต่อไป

'ม.มหานคร' มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งเดียว ที่ติด Top Ranking จับมือ Imperial เปิดศูนย์ SABER Lab แห่งแรกในอาเซียน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) และ Imperial (Imperial College London) เปิดห้องปฏิบัติการ SABER Lab แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ต่อยอดงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และไบโอเซนเซอร์  เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยชั้นนำระดับโลก ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอันทันสมัย

'MUT – Imperial SABER Lab' จะช่วยยกระดับเทคโนโลยีขั้นสูงต่อยอดงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์และไบโอเซนเซอร์ ขับเคลื่อนไทยสู่การเป็น 'ศูนย์กลางนวัตกรรม' ภูมิภาคอาเซียน SABER Lab จึงเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังของการสร้างเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ของไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดห้องปฏิบัติการ MUT – Imperial Semiconductor AI & BioSensor Electronics Research Laboratory (SABER Lab)และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) และ Imperial (Imperial College London) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ต่อยอดงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และไบโอเซนเซอร์

พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กระทรวง อว. มุ่งมั่นที่จะเตรียมความพร้อมและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมีแผนงานที่ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม นักวิจัย ไปจนถึงการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรี โท และเอก

ในอีก 5 ปีข้างหน้า กระทรวง อว. ตั้งเป้าผลิตกำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง 80,000 คน, ด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 150,000 คน และด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) 50,000 คน

พร้อมทั้งสนับสนุนโครงการพัฒนากำลังคนทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล่านี้

การเปิด SABER Lab ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิจัยด้าน AI, เซมิคอนดักเตอร์ และไบโอเซนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย

ห้องปฏิบัติการอันทันสมัยแห่งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครและ Imperial ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างสรรค์อนาคตแห่งนวัตกรรม และที่สำคัญคือการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะสูงเพื่อเป็นผู้ขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน 

ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับวาระสำคัญระดับชาติของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมกำลังคนสำหรับอนาคต เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของเราในด้านเซมิคอนดักเตอร์, ไบโอเซนเซอร์ และ AI

ดังที่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า การลงทุนในบุคลากรสำหรับภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย” น.ส.ศุภมาส กล่าว

ที่สำคัญ  SABER Lab ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์วิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยชั้นนำระดับโลก ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอันทันสมัย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลกในศตวรรษที่ 21

MUT–Imperial SABER Lab เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนนโยบายของกระทรวง อว. ในการพัฒนา 'ศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ' ซึ่งดำเนินการโดย 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย

ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

โดย MUT มีบทบาทสำคัญในการฝึกอบรมเพื่อ Upskill และ Reskill บุคลากร รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนานาชาติ หนึ่งในความร่วมมือที่สำคัญคือกับ Imperial ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง SABER Lab แห่งนี้และเพื่อเติมเต็มเป้าหมายการพัฒนากำลังคน

ทาง MUT ได้จัดสรรทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกจำนวน 5 ทุนต่อปี สำหรับนักศึกษาไทยที่สนใจศึกษาต่อด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่ Imperial อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี โดย SABER Lab จะเป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนงานวิจัย การพัฒนา และการสร้างเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ของไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าห้องปฏิบัติการแห่งนี้จะเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังที่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เราสามารถบรรลุได้ เมื่อสถาบันการศึกษา รัฐบาล และพันธมิตรระหว่างประเทศมารวมพลังกัน

กระทรวง อว. ตั้งตารอที่จะได้เห็นความก้าวหน้าด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศและประชาคมโลก ในการร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น

นักเรียนจีนกว่า 13.35 ล้านคน เตรียมสอบ ‘เกาเข่า’ ปีนี้ ทางการสั่งตรวจเข้ม-ห้ามมือถือ สมาร์ตวอตช์ แว่นตา เข้าห้องสอบ

(29 พ.ค. 68) กระทรวงศึกษาธิการจีนเผย นักเรียนกว่า 13.35 ล้านคน เตรียมเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติหรือ “เกาเข่า” ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ โดยเป็นตัวเลขลดลงเล็กน้อยจากสถิติสูงสุดเมื่อปี 2024 ที่มีผู้เข้าสอบ 13.42 ล้านคน

ทางการจีนกำชับหน่วยงานท้องถิ่นจัดสอบอย่างเหมาะสม พร้อมเปิดปฏิบัติการทั่วประเทศปราบโกงทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีการตรวจเข้มเรื่องความปลอดภัย และห้ามนำอุปกรณ์ต้องห้าม เช่น โทรศัพท์มือถือ นาฬิกาอัจฉริยะ และแว่นตาเข้าห้องสอบ

ด้านบริการสนับสนุน รัฐบาลท้องถิ่นจะดูแลการขนส่ง ที่พัก สุขอนามัย และควบคุมเสียงรบกวนรอบสถานที่สอบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้บรรยากาศเอื้อต่อการสอบมากที่สุด

กระทรวงฯ ยังให้ความสำคัญกับผู้ด้อยโอกาส โดยจัดข้อสอบเบรลล์สำหรับนักเรียนตาบอด 16 คน และเตรียมความช่วยเหลือสำหรับผู้พิการกว่า 14,000 คน พร้อมให้บริการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาเพื่อดูแลสุขภาพใจของนักเรียนตลอดช่วงสอบสำคัญนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top