Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

‘ไก่ย่างห้าดาว’ จัดโปรฯ หลังต้นทุนวัตถุดิบปรับราคาลง ประกาศลดราคาสินค้า 4-10 บาท สานฝันคนชอบกินไก่

(11 ก.พ. 67) แม้เปิดปีมังกรมา ผู้บริโภคจะเผชิญกับภาวะข้าวยากหมากแพง เพราะสินค้าจำนวนหลายรายการตบเท้าขึ้นราคา หรือหากแบรนด์ไหนไม่ขยับขึ้น ก็มีการใช้กลยุทธ์การ ‘ลดไซส์’ เพื่อคงราคาขายเดิมไว้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดแค่ในไทยแต่เป็นทั่วโลก จนมีกระแส ‘Shrinkflation’

ท่ามกลางของแพง ‘ธุรกิจห้าดาว’ หรือที่คนรู้จักกันในชื่อเล่น ‘ไก่ย่างห้าดาว’ ได้ประกาศปรับลดราคาสินค้าลง 4-10 บาท โดยจะมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 12 กุมภาพันธ์ 2567

ทั้งนี้ ธุรกิจห้าดาวระบุว่า บริษัท ขอแจ้งการปรับลดราคาจำหน่ายผู้บริโภค โดยโครงสร้างราคาใหม่นี้ผู้ประกอบการยังคงได้รับ ‘กำไรเท่าเดิม’ ซึ่งการปรับลดราคาต้นทุนวัตถุดิบมีผลตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567

พร้อมกันนี้ บริษัทได้ยืนยันในเรื่องของการพยายามที่จะพัฒนาคุณภาพและความคุ้มค่า เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเป้าหมายของครอบครัวห้าดาวมาโดยตลอด

สำหรับรายการสินค้าที่ปรับลดราคามีทั้งสิ้น 9 รายการ ลดตั้งแต่ 4-10 บาท เช่น ไก่ย่างพริกไทยดำ (ตัว) ราคาใหม่175 บาท ลดลง 10 บาท จากราคาเดิม 185 บาท, ไก่ย่างสูตรต้นตำรับ (ตัว) ราคาใหม่ 165 บาท ลดลง 10 บาท จากราคาเดิม 175 บาท, ไก่กรอบห้าดาว (ชิ้น) ราคาใหม่ 29 บาท ลดลง 6 บาท จากราคาเดิม 35 บาท, ไก่ทอดเกลือ(ครึ่งตัว) ราคาใหม่ 75 บาท ลดลง 4 บาท จากราคาเดิม 79 บาท และไก่จ๊อสามสี (ไม้) ราคาใหม่ 25 บาท ลดลง 5 บาท จากราคาเดิม 30 บาท เป็นต้น

พลันที่แบรนด์ประกาศลดราคาสินค้า ทำให้ค่อนข้างได้ใจ และได้รับคำชมจากผู้บริโภค เพราะหลายคนมองเป็นเรื่องราวดีๆ ท่ามกลางผู้ประกอบการ หรือธุรกิจอาหารไม่น้อยที่มีการปรับขึ้นราคาขาย รับกับภาวะเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิตวัตถุดิบอยู่ในช่วงขาขึ้น

ทั้งนี้ การปรับราคาสินค้า ส่วนใหญ่เมื่อขยับขึ้นแล้ว การหั่นราคาลงค่อนข้างน้อย

‘ธุรกิจห้าดาาว’ เป็นธุรกิจอาหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ดำเนินการภายใต้ ‘ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน’ ซึ่งพอร์ตโฟลิโอของบริษัทยังมีแบรนด์ธุรกิจอาหารอื่นๆ รวม 6 แบรนด์ ได้แก่ ไก่ห้าดาว แฟรนไชส์ไก่ย่าง ไก่ทอดที่เป็นตำนานของธุรกิจห้าดาว, ไฮพอร์ค แฟรนไชส์หมูพรีเมียม ราคาสุดคุ้ม, เป็ดเจ้าสัว แฟรนไชส์เป็ดพะโล้ เป็ดย่าง ที่มีซอสสูตรลับชูรสชาติความอร่อย

ข้าวมันไก่ไห่หนาน แฟรนไชส์ข้าวมันไก่พรีเมียม ต่อยอดจากไก่ห้าดาว, กระทะเหล็ก แฟรนไชส์อาหารตามสั่งต้นตำรับรสชาติไทย และสตาร์คอฟฟี่ แฟรนไชส์เครื่องดื่มที่ต่อจิ๊กซอว์ความครบครันให้ธุรกิจห้าดาวนั่นเอง

 

‘ธนกร’ จี้!! ‘พิธา-ชัยธวัช’ เตือนกลุ่มทะลุวัง หยุดก้าวล่วงสถาบันฯ แนะ ‘ก้าวไกล’ กลับไปทบทวนนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งดูใหม่

(11 ก.พ. 67) นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มทะลุวัง กับกลุ่มศูนย์รวมประชาชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส. บริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าสยาม ว่า ตนเข้าใจถึงความไม่พอใจของกลุ่มศปปส.ที่ไม่เห็นด้วยกับการขับรถ บีบแตร รบกวน ขบวนเสด็จฯ และประเทศกิจกรรมทำโพลในเรื่องดังกล่าว โดยเชื่อว่าคนไทยทั้ง รวมถึงตนเองนั้น ก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน แต่การใช้ความรุนแรไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดี จึงขอให้ทุกฝ่ายหยุดสร้างความขัดแย้ง ทำร้ายร่างกายถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และแย้ง และไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา คนไทยด้วยกันต้องรักกันสามัคคีกัน ส่วนกลุ่มทะลุวังออกมาเคลื่อนไหวดังกล่าว ทุกคนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำ ตามกระบวนการกฎหมายซึ่งคดีความอยู่ในชั้นศาลหลายคดีอยู่แล้ว

นายธนกร กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกลและนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ดูเหมือนไม่ได้ออกมาตักเตือนกลุ่มทะลุวัง แต่ยังมองว่าควรเปิดพื้นที่ให้เยาวชนแสดงความเห็นและโยงไปถึงการเสนอนิรโทษกรรมคดีด้วยนั้น แม้ว่านายพิธาจะเคยเป็นนายประกันให้ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ‘ตะวัน’ ในคดีทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และปัจจุบันจะถอนจากการเป็นนายประกันก็ตาม ทั้งนายพิธาและนายชัยธวัช ควรตักเตือนกลุ่มดังกล่าวให้หยุดก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความเข้าใจใหม่ ให้มีการแสดงออกทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์และถูกต้องตามกฎหมายจะดีกว่า

หากจะดีกว่านั้น ควรพูดคุยกับเครือข่ายเยาวชน ให้หันมาช่วยกันพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมจะดีกว่า พื้นที่พูดคุยสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศมีอยู่แล้ว แต่คงไม่ใช่เรื่องที่กลุ่มทะลุวังเคลื่อนไหวอยู่

“การที่นายชัยธวัชและนายพิธา ไม่ได้ตักเตือนกลุ่มเยาวชนที่ออกมาเคลื่อนไหวในทางที่ผิด และยังมองว่าเป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง ควรเปิดพื้นที่ให้แสดงออกนั้น น่าจะมาจากความเข้าใจที่ผิดตั้งแต่ต้น เพราะสถาบันฯ ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ที่สำคัญเป็นการทำผิดคดีอาญาที่ร้ายแรง ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นคดีทางการเมือง ที่จะเสนอสภาฯ ให้มีการนิรโทษกรรมได้ ขอให้พรรคก้าวไกล ทบทวนเรื่องนี้โดยด่วน ควรกลับไปพูดคุยกับเครือข่ายให้หยุดก้าวล่วงสถาบันฯ และหันมาช่วยกันพัฒนาประเทศในด้านที่เป็นประโยชน์จะดีกว่า เพราะผมเชื่อว่าองค์ความรู้ที่ทันโลกของคนรุ่นใหม่ จะช่วยพัฒนาประเทศได้ จะมายุ่งกับสถาบันฯ อันเป็นที่รักและศรัทธาของคนไทยทำไม” นายธนกร กล่าว

เชียงใหม่-รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมตรี ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ติดตามการดำเนินงานสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ให้การต้อนรับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมตรี ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด และคณะ ในการติดตามการดำเนินงานสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยมี พลเอกโกศล ประทุมชาติ กรรมการ บริหาร ทำหน้าที่ประธานกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนคร พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนคร และนายกฤษดา ลาพิมลรองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร, นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี  
          
โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพกับสัตว์เชื่อง เยี่ยมชมกิจกรรมโครงการสร้างรายได้ให้กับชุมชน 4 ตำบลรอบ ๆ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ประกอบไปด้วยเทศบาลตำบลหนองควาย เทศบาลเมืองแม่เหียะ เทศบาลตำบลสุเทพ เทศบาลตำบลบ้านปง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และชุมชนบ้านไร่กองขิง

ขณะเดียวกันได้เข้ารับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร และข้อมูลโครงการของสำนักงานเชียงใหม่ในซาฟารี เยี่ยมชมการแสดง  Tiger Show ซึ่งเป็นการแสดงความสามารถของเสือและสิงโต นั่งรถชมสัตว์ในโซน Savanna Safari ให้อาหารสัตว์ และชมกิจกรรมน้ำพุดนตรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และสูงที่สุดในเอเชีย โดยมีความสูงถึง 30 เมตร พร้อมทั้งได้เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพื่อเตรียมรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมกิจกรรมของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต่อไป

นภาพร/เชียงใหม่

'ทรัมป์' ลั่น!! หากได้เป็นผู้นำอีกครั้ง  จะปล่อยรัสเซียขยี้ 'ชาตินาโต' ให้แหลก

(12 ก.พ.67) เพจ 'เดือดทะลักจุดแตก' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

ตามคำมั่น คือ ชาติสมาชิก 'นาโต' ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 2% ของ GDP

แล้วถามว่าชาติสมาชิกทำตามนั้นหรือไม่ ก็ตามภาพถ้าสีแดง ๆ คือไม่ถึง 2% แต่ถ้าสีน้ำเงิน ๆ คือผ่าน 

แน่นอนว่าอเมริกาออกเยอะสุด (ภาพนี้เฉพาะฟากยุโรป ส่วนอเมริกาเหนือมีโน้ตไว้ข้างล่าง) 

คำถามคือทำไมอเมริกาต้องมาแบก นี่ไม่เคยมีใครตั้งแง่แบบนี้มาก่อน กระทั่ง โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี --- ถึงขั้นขู่จะเลิกควักกระเป๋าแล้วด้วยซ้ำ

พอเป็น โจ ไบเดน เรื่องนี้ก็เงียบไป เพราะไบเดนใช้ 'นาโต' เป็นเครื่องมือในการสร้างพล็อตให้ยูเครนเล่น และแล้วก็เกิดสงครามจนได้

ยังไงก็ตาม อย่าลืมว่ายุคทรัมป์ ไม่เกิดสงคราม (มีแต่สงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี แต่ไม่ได้เป็น 'โปรดิวเซอร์' ให้เกิดสงครามที่รบกันแล้วเสียเลือดเนื้อจริง ๆ)

ทรัมป์ก็แค่เอะอะมะเทิ่งเรียกแขก ตามสไตล์ (แต่ทำจริงก็มีให้เห็นแล้วเหมือนกัน!)

มันไม่ได้แปลว่ารัสเซียจะบ้าจี้ แล้วทำอะไรทะเล่อทะล่า และน่าจะมองเป็นแง่ดีด้วยซ้ำ เพราะไอ้ที่ยูเครนซ่าส์จนรัสเซียต้องมาสั่งสอนก็ไม่ใช่เพราะ 'นาโต้' ให้ท้ายหรอกหรือ ... ? (ทั้ง ๆ ที่ยูเครน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เป็นสมาชิกเลยด้วยซ้ำ)

การที่อเมริกาออกหน้า ประกาศว่า ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ ฉันไม่ยุ่ง ยิ่งทำให้แต่ล่ะชาติสมาชิกระมัดระวังเนื้อระวังตัว ไม่บุ่มบ่ามเกินงาม

โอกาสเกิดสงครามก็ยากขึ้น

ย้ำว่า!! อย่าลืมว่ายุคทรัมป์ ไม่มีสงคราม

'พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ' แจ้งเตือนประชาชน หลังมีมิจฉาชีพปลอมเฟซบุ๊กชื่อตนมาใช้หลอกลวง

(12 ก.พ. 67) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เปิดเผยกรณีมีผู้แอบอ้างชื่อของตนไปตั้งบัญชีทางโซเชียลมีเดีย ว่า...

"แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ครับ ขณะนี้มิจฉาชีพ ได้ปลอมเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อกระผม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณขึ้นมา และนำไปหลอกลวงประชาชนทั่วไป ขอเรียนให้พ่อแม่พี่น้องทราบครับว่า ผมไม่มีเฟซบุ๊ก และไม่เคยใช้ หากจะติดต่อผม สามารถติดต่อผมได้ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้นครับ"

'ตะวัน' โพสต์แจง 4 ข้อ ปมขบวนเสด็จฯ  ยัน!! เป็นความจริง เชื่อหรือไม่ก็ตามแต่

(12 ก.พ.67) น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ อายุ 20 ปี สมาชิกกลุ่มทะลุวังและนักกิจกรรมอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Tawan Tantawan' ระบุว่า...

ความจริง คือ...

1. วันนั้นเราเพิ่งกลับจากงานศพ และมีธุระจะไปทำแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

2. เราไม่ได้รู้ว่าจะมีขบวนเสด็จ และไม่ได้มีความตั้งใจจะไปป่วน รวมถึงไม่ได้ขวางขบวนตามที่เป็นข่าว เพราะหากใครดูคลิปจริงๆ ก็จะรู้ว่าเราไม่ได้ขวางขบวนหรือปาดหน้าขบวนตามที่สื่อหลายช่องบอก แต่เพียงขับรถเร็วและไม่ระมัดระวังจริงๆ เพียงเพื่อจะรีบไปให้ถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตามที่เราจะไปทำธุระ

3. เราทบทวนเหตุการณ์นั้น และคิดได้ว่าการขับรถเร็วและไม่ระมัดระวังแบบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ จึงได้ขอโทษในส่วนนี้ไป และจะนำไปปรับปรุงเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก

4. เรายังคงยืนยันในสิทธิและเสรีภาพในการตั้งคำถามแบบที่เราได้ถามไปตามไลฟ์โดยที่เราเรียกตำรวจว่าพี่และ 'ตัวเรา' ไม่ได้พูดคำหยาบใดๆ กับตำรวจ มีเพียงการตั้งคำถามเท่านั้น

นี่คือความจริงทุกตัวอักษร จะเชื่อหรือไม่เป็นสิทธิของทุกคน 

ที่มีคนบอกว่าเราขวางหรือขับรถตามขบวนเสด็จ ไม่เป็นความจริง

ขอบคุณค่ะ
ทานตะวัน ตัวตุลานนท์
11 ก.พ. 2567

‘นักเรียนนายร้อย จปร.’ นับพันคน ตบเท้าแสดงจุดยืน จัดกิจกรรมถวายกำลังใจ ‘ทูลกระหม่อมอาจารย์’ วันนี้

เมื่อวานนี้ (11 ก.พ. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมโฆษกกองทัพบก แจ้งกำหนดการทำข่าวสื่อมวลชนในกรุ๊ปไลน์นักข่าวว่า โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าว กิจกรรม ‘ถวายกำลังใจ ทูลกระหม่อมอาจารย์’ พลเอกหญิงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยมีกำลังพลของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนปิยชาติพัฒนา ร่วมทำกิจกรรม ในวันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 15.30 น. ณ หอประชุมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อ.เมือง จ.นครนายก”

แหล่งข่าว โรงเรียนจปร. ระบุว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในวันที่ 12 ก.พ.ของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อเป็นการให้กำลังใจต่อหน้า พระบรมฉายาลักษณ์ทูลกระหม่อมอาจารย์ พลเอกหญิงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ภายในห้องประชุม โดยจะมีข้าราชการ นักเรียนจปร. 1,600 นาย รวมถึงมวลชนในพื้นที่

“ยอมรับว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าว มีสาเหตุมาจากกรณีขบวนของทูลกระหม่อมอาจารย์ พลเอกหญิงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ถูกนักกิจกรรมบีบแตรและพยายามชับรถแทรกขบวนในระหว่างเสด็จฯ พระราชดำเนินพระราชกรณียกิจในช่วงที่ผ่านมา” แหล่งข่าวโรงเรียนจปร. ระบุ

‘เพจดัง’ แชร์เสียงสะท้อน นทท.ต่างชาติใช้บริการสนามบินสุราษฎร์ฯ เจอ ‘มาเฟียแท็กซี่’ โกงค่าโดยสาร แถมขู่-ทำร้าย หากเรียกใช้ Grab

(12 ก.พ.67) เพจ ‘Around SURAT THANI Update’ ได้โพสต์ข้อความและรูปภาพที่สะท้อนความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้ใช้บริการสนามบินสุราษฎร์ธานี โดยระบุว่า…

“แอดมินเข้าไปอ่านรีวิวสนามบินสุราษฎร์ฯ เจอรีวิวจากชาวต่างชาติชื่นชมกันเต็มเลยจ้า โดยเรื่องหลัก ๆจะเป็น #มาเฟียสนามบิน 😥

ปล. เป็นระบบแปลอัตโนมัติของ Google บางประโยคอาจจะแปลงงๆหน่อยนะครับ 😊🙏🏻”

สำหรับเสียงสะท้อนของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้ใช้บริการสนามบินสุราษฎร์ธานี มีดังนี้

-พวกเขาจะหลอกคุณ บอกคุณว่า Grab ผิดกฎหมาย และหลอกให้คุณใช้รถของพวกเขา และจะคิดค่าโดยสารแพงมาก คนพวกนี้เป็นมาเฟียแท็กซี่สนามบิน

-พวกเขามีกลุ่มมาเฟียที่ประกอบไปด้วยคนเลวและอันธพาลล้อมรอบแท็กซี่และขาเข้าเมือง พวก
เขาข่มขู่ จ้องมอง และมีความรู้สึกไม่มั่นคงอยู่ตลอดเวลา หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้

-พวกเขาจะหลอกคุณให้บอกว่า Grab Car ผิดกฎหมาย แล้วให้คุณไปกับแท็กซี่มาเฟียเพื่อคิดราคาค่าเดินทางสูง

-หนึ่งในสนามบินที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยผ่านมา ไม่มีการเชื่อมต่อสาธารณะใดๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มมาเฟียของคนขับแท็กซี่ท้องถิ่นที่เสนอบริการรับส่งคุณไปยังเมืองอุดรธานีในราคาที่สูงกว่าเที่ยวบินของสายการบิน!!!! ถ้าคุณพยายามคว้า Grab หรืออะไรก็ตาม มันจะโจมตีคุณทุกวิถีทาง Grab ของฉันจะต้องไปที่ชั้น 2 โดยย้อนกลับเข้าจากทางออก..ออกจากสนามบินนี่เหมือนฝันร้าย ใช้เวลาไป 2 ชั่วโมง!!

-จัดการมาเพียแท็งซี่หน่อยครับ ปล่อยปะละเลยกันจริงๆ

-มีสัตว์ประหลาดแท็กซี่ตัวน้อยรอหลอกคนและบังคับให้คนขึ้นแท็กซี่ เขาก้าวร้าวมากกว่าส่วนสูง
ของเขามาก เขามากับสมาชิกแก๊งเพื่อทำให้คนขับของเราตกใจ เราโชคดีที่คนขับรอเราอยู่ที่ทางเข้า
ทางหลวง ห่างออกไปเพียง 1 กม. กรุณาเดิน 1 กม. เพื่อจ่ายให้กับ สัตว์ประหลาดตัวน้อยเหล่านี้

- ระวังแท็กซี่สนามบิน!! มีมาเฟียอยู่ข้างหลัง (คนขับแท็กซี่บอกเรา) เราจองแท็กซี่กับ Grab แล้วพอมาถึงก็มี 2 คน ทำร้ายคนขับแท็กซี่ชาวไทย ข่มขู่เธอ และยังขู่เราด้วยว่าถ้าเราไปแท็กซี่จะไล่เราด้วยก้อนหิน Grab คิดค่าโดยสาร 330 บาท ขณะที่เขาขอ 600/700 บาท

คะแนนสนามบินของฉันคือ 0 เนื่องจากบริษัทต้องมั่นใจในความปลอดภัยของผู้โดยสารและต้องแก้ไขปัญหาแท็กซี่นี้ ไม่มีตำรวจทั้งขาเข้าและขาออก

พอเดินออกจากทางออกก็เจอรปภ.บอกมีคนขับแท็กซี่ไล่เราอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง! เที่ยวทั่วไทยไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นกับเราเลย มาเฟียแท็กซี่สุดก้าวร้าวที่ทำลายชื่อเสียงของชาติ
ไทย สนามบิน และแม้กระทั่งเมือง

-เช่นเดียวกับสนามบินอื่นๆ แต่ระวังคนขับแท็กซี่ที่อยู่ด้านหน้าด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณลงเครื่องตอนดึก พวกเขารับมิกค์ไป และไม่ยอมถอย เพราะสนามบินอยู่ไกลออกไป แล้วดูเหมือนคนขับ Grab เข้าไม่ได้? อาจจองรถแท็กซี่ล่วงหน้าหากคุณ ต้องการได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรม

-เป็นสนามบินขนาดเล็กที่ใช้สำหรับเรือข้ามฟากไปยังเกาะต่าง ๆ เป็นหลัก ทิ้งรีวิวนี้ไว้ให้ระวังคนอื่นเรื่องม็อบแท็กซี่ เราพยายามจอง Grab 2x และพวกเขาก็ไม่หยุดเพราะพวกเขากลัวกลุ่มแท็กซี่ที่หมุนเวียนอยู่ข้างนอกและพยายาม คิดราคาทางดาราศาสตร์ หนึ่งในนั้น ก้าวร้าวและตะโกนใส่เราว่า Grab ไม่
ได้ทำงานที่นี่ อีกทั้งตำรวจ/หน่วยรักษาความปลอดภัยภายนอกก็ไม่ได้ทำอะไรมากเช่นกัน เราพักที่นั่นหนึ่งคืนที่โรงแรมใกล้เคียงเพื่อขึ้นเรือข้ามฟาก ในเช้าวันรุ่งขึ้น ดังนั้นพยายามต่อราคาอย่างหนักเพื่อลดราคา! หรือเดินไปถนนสายหลักเพื่อจอง Grab

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา รองประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมในพิธีกดปุ่มเปิดกิจกรรมอบรม ‘’ ผู้นำการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 3 (Climate Action Leaders #3 )

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา รองประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภาในฐานะ Keynote speaker ของโครงการ ได้รับเชิญขึ้นร่วมในพิธีกดปุ่มเปิดกิจกรรมอบรม ‘’ ผู้นำการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 3 (Climate Action Leaders #3 )  องค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ห้องบอลรูม สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพ

โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณเป็นประธานกล่าวเปิด 

โดยในหลักสูตร 6 สัปดาห์นี้ มีผู้ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับการอบรมจากองค์กรชั้นนำในไทยจำนวน 69 คน เช่น เลขาธิการกลต. ประธานบริษัทเชลล์ ประเทศไทย เลขาธิการบีโอไอ เลขาธิการกฤษฎีกา ประธาน เชฟรอน ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปลัด กทม. เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ประมวลภาพ 'เอ็ด ชีแรน' แบบนี้สิถึงไทยจริง ได้เยือนทั้งเจ๊ไฝ แถมสักยันต์ 8 ทิศกับ อ.เหน่ง

เรียกได้ว่าซอฟต์พาวเวอร์เมืองไทยที่ดังไกลทั่วโลกตอนนี้ นอกจาก ‘ไข่เจียวปูเจ๊ไฝ’ แล้ว ก็ยังมี ‘การสักยันต์’ ที่กลายเป็นที่ยอมรับของเหล่าดาราฮอลลีวูด 

ล่าสุด ‘เอ็ด ชีแรน’ ศิลปินดังที่บินมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทยก็จัดเต็มทั้งสองอย่าง โดยก่อนแสดงคอนเสิร์ตก็ไปชิมไข่เจียวปูเจ๊ไฝ และพอจบคอนเสิร์ตก็ตามมาด้วยการเดินทางไปสักยันต์กับ อ.เหน่ง อ่อนนุช 

ซึ่งยันต์ที่นักร้องดังเลือกสักคือ ‘ยันต์ 8 ทิศ’ โดยจัดวางตำแหน่งไว้ที่ต้นขาด้านซ้าย ซึ่งเป็นรอยสักแรกที่อยู่บริเวณขาของเจ้าตัว ที่ให้ทั้งเมตตา ปกปักรักษา และป้องกันภัย

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ครั้งแรกของเจ้าตัวกับการลงเข็มสัก เพราะดูจากแขนทั้งสองข้างแล้วก็ผ่านการลงเข็มมาไม่น้อย โดยส่วนมากเป็นลายที่เจ้าตัวชื่นชอบ ส่วนการลงเข็มที่เป็นยันต์และเกี่ยวโยงกับความเชื่อ นับว่าเป็นครั้งแรกของเจ้าตัวเลยทีเดียว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top