Friday, 17 July 2026
TheStatesTimes

‘กลุ่มเพื่อน’ เล่า!! เด็ก 17 เลือกไปโรงแรมกับ 'สมรักษ์' พอถาม “จะไปกับเขาจริงๆ เหรอ?” ก็ชักสีหน้าใส่

(14 ธ.ค.66) ภายหลังจาก ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา หลังตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา พรากผู้เยาว์ กระทำอนาจาร เด็กอายุต่ำกว่า 15 แต่ยังไม่ถึง 18 ปี พยายามข่มขืนผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย พร้อมทั้งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแล้วนั้น ก็มีอีกเหตุการณ์จากผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่ไลฟ์สดเล่าเหตุการณ์ในวันดังกล่าวให้สังคมต้องติดตามต่อ

โดยก่อนหน้านั้น เมื่อคืนวันที่ 13 ธ.ค.66 วัยรุ่น 2 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ กับเด็ก 17 ได้ไลฟ์สดเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบอกว่าที่ออกมาพูด เพื่อปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง เพราะถูกนำภาพไปแชร์ในโซเชียล ทำให้คนเข้าใจผิด ทั้งยังถูกสังคมด่าทอว่า ทอดทิ้งเพื่อน ไม่ช่วยเพื่อน ไม่รักเพื่อน ไม่ห้ามเพื่อน จึงขออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะไม่พูดเกี่ยวกับคดีของผู้เสียหาย 

โดยเล่าว่า เพิ่งรู้จักกับผู้เสียหาย วันที่ไปเที่ยวสถานบันเทิง เนื่องจากเป็นเพื่อนของเพื่อนในกลุ่ม และเป็นคนจังหวัดเดียวกัน โดยเพื่อนที่รู้จักกับผู้เสียหาย ได้ชักชวนมาเที่ยวด้วยกัน โดยที่พวกตนไม่รู้มาก่อน จากนั้นก็กินดื่มในร้านกันตามปกติ 4 คน ขณะที่พวกตน เดินไปเข้าห้องน้ำ ออกมาก็เห็น ผู้เสียหาย ไปอยู่ที่โต๊ะของสมรักษ์แล้ว พอเข้าไปสอบถามว่า ทำไมมาอยู่โต๊ะนี้ ผู้เสียหายไม่ตอบ พวกตนจึงพากันกลับไปที่โต๊ะ

กระทั่งร้านปิด ได้เดินไปถามผู้เสียหายว่า “จะไปกับเขาจริงๆ เหรอ” และยังมีเพื่อนผู้ชายอีกคน ที่อาสาจะไปส่งผู้เสียหายกลับห้องพัก โดยพาซ้อนรถจักรยานยนต์กลับไปกับเพื่อนคนอื่นๆ ด้วย แต่ผู้เสียหายชักสีหน้าไม่พอใจ เพราะต้องการจะไปกับสมรักษ์

ทั้งเล่าอีกว่า เห็นผู้เสียหายเดินไปหาสมรักษ์ แล้วนั่งซ้อนรถจักรยานยนต์ออกไปด้วยกัน เพื่อนทุกคนก็งงกันหมด และทุกคนก็เมาด้วย จึงพากันแยกย้ายกลับ กระทั่งเพื่อนผู้ชาย ที่รู้จักกับผู้เสียหาย ส่งข้อความแชทมาถามตนว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้เสียหายจึงให้พาไปแจ้งความ พวกตนก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ทุกคนก็งงกันหมดเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังบอกอีกว่า เพิ่งรู้จักกันกับผู้เสียหายเป็นวันแรก ช่วงที่เข้าผับไม่ได้สนใจว่าใครจะเข้าได้ไม่ได้ แต่ทุกคนก็เข้ามาในร้านได้ และเที่ยวกันตามปกติ พวกตนก็ไม่ได้อายุ 17 ปี พร้อมขอให้ทุกคนที่นำภาพของพวกตนไปโพสต์ไปแชร์ จนเกิดความเสียหาย ขอให้ลบและหยุดแชร์ หากไม่หยุดจะดำเนินการตามกฎหมาย

อุทาหรณ์!! เกือบเสียแม่จากไลน์กลุ่ม 'สวัสดีวันจันทร์' หลังแม่หยุดยาลดความดัน-ลดไขมัน ตามคำแนะนำกลุ่ม

(14 ธ.ค.66) เฟซบุ๊ก ‘Dava NaUbon’ ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวเพื่อเตือนภัยหลังคุณแม่หยุดทานยาลดความดัน และลดไขมันเนื่องจากไลน์กลุ่มสวัสดีวันจันทร์ โดยระบุข้อความว่า “เกือบเสียแม่ ‘เพราะไลน์กลุ่มสวัสดีวันจันทร์’ ปกติแม่จะเป็นโรคความดัน ไขมัน อยู่แล้วต้องกินยาควบคุมประจำ อยู่มาวันหนึ่งมีไลน์กลุ่มเพื่อน ๆ แม่ส่งข้อความต่อ ๆ กันมาว่า ‘ถ้ากินยาลดความดัน ลดไขมัน’ มาก ๆ เป็นเวลานาน ๆ จะเสี่ยงเป็นมะเร็ง หลังจากได้อ่าน แม่ผมหยุดกินยาเองเลยโดยไม่ปรึกษาใครทั้งสิ้น เมื้อคืน 9 ธันวาคม 2566 เกิดอาการเจ็บหน้าอก หายใจไม่ออกถูกนำส่ง รพ” วัดความดันได้เกือบ 250 และมีอาการหัวใจขาดเลือดกระทันหัน (ถ้าส่ง รพ. ช้าไป มีสิทธิ์หัวใจล้มเหลวเสียชีวิตได้) ปัจจุบันต้องอยู่ในห้อง icu เพราะความดันยังไม่ลงอันตรายมาก”

ทั้งนี้ หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ ได้มีชาวเน็ตจำนวนมาก ให้ความสนใจและเข้ามาแห่แสดงความคิดเห็นร่วมทั้งส่งกำลังใจให้คุณแม่หายไว ๆ บางรายระบุว่าอาจต้องตรวจสอบไลน์กลุ่มต่าง ๆ ที่ผู้สูงอายุเข้าร่วม เนื่องจากอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และอยากให้ผู้สูงอายุปรึกษาลูกหลานหลังได้รับคำแนะนำต่าง ๆ มา เพื่อป้องกันอันตรายในลักษณะนี้

‘กระแต อาร์สยาม’ ทุ่มเงิน 2 ล้าน ถอย ‘รถดับเพลิง-รถกู้ภัย’ ปลื้มใจ!! ได้ทำดีเพื่อสังคม สร้างกุศลช่วยชีวิตผู้ที่เดือดร้อน

(14 ธ.ค.66) อิ่มบุญอิ่มสุขกันยกใหญ่ สำหรับ ‘กระแต อาร์สยาม’ นักร้องลูกทุ่งสุดแซ่บ จัดหนักจัดเต็ม ประกาศดำเนินโปรเจกต์ใหญ่ ‘โครงการบุญ 10 ล้าน 10 ที่’ ร่วมกับแฟนคลับ เพื่อสมทบทุนเงิน มอบให้กับหน่วยงานที่ต้องการความช่วยเหลือ เป็นการสร้างบุญกุศลใหญ่ให้กับทุกคน

โดยเริ่มต้นด้วยที่แรกกับการส่งมอบรถดับเพลิงและรถกู้ภัย เพื่อช่วยบรรเทาสาธารณภัยให้กับประชาชน รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท แถมยังเตรียมสร้างทั้งอาคารเรียน ห้องคลอด ลานเอนกประสงค์อีกหลายที่

พร้อมโพสต์ระบุว่า “นำบุญใหญ่มาฝากทุกท่านนะคะ #อยากให้ดูคลิปนี้จนจบ แล้วคุณจะได้รู้ว่า ‘บุญที่ทำแล้วเห็นผลทันตา’ คืออะไร?

#โครงการบุญ10ล้าน10ที่ วันนี้แตรและทีมงาน KATHY Cosmetics มาส่งมอบรถดับเพลิงและรถกู้ภัย รวมถึงอุปกรณ์ดับเพลิง ถังออกซิเจน ชุดป้องกันไฟ รวมมูลค่ากว่า 2,000,000 บาท ให้กับพี่ ๆ อาสาฐานธนภพ จุดบางกรวย นนทบุรี เป็นที่เรียบร้อยนะค้า

นอกจากนี้จะมีการเตรียมสร้างทั้งอาคารเรียน ห้องคลอด ลานเอนกประสงค์อีกหลายที่เลย แตรจะมาอัปเดตในแต่ละที่เรื่อย ๆ นะคะ

วันนี้ภูมิใจมากๆ ปลื้มปิติและอิ่มในบุญใหญ่ครั้งนี้มาก ๆ เลย ที่ได้เห็นรอยยิ้มของพี่ ๆ เหล่าวีรชนนักผจญเพลิงที่ เสียสละชีวิตมามากมาย ที่ทำด้วยใจบริสุทธิ์ มีจิตอาสาช่วยเหลือจากใจจริง ๆ พี่ ๆ เอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพลิงไหม้ทุกครั้ง โดยไม่เคยมีเซฟตี้จากหน่วยงานใด ทุกคนใช้เงินตัวเองซื้ออุปกรณ์ เพื่อมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกครั้ง

ตอนนี้พี่ ๆ ได้นำไปใช้ออกเหตุในหลาย ๆ ที่ แล้วค่ะ นี่คือบุญที่ทำแล้วเห็นทันตา ทำแล้วเกิดประโยชน์จริง ๆ ขอกราบอนุโมทนาสาธุในทุก ๆ บุญที่ร่วมกันสั่งหนังสือสวดมนต์ สวดพลิกชีวิต @plickcheevit และลูกค้าแบรนด์ @kathycosmetics_th ทุกท่าน ที่ได้มีส่วนร่วมในบุญอันเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ ในการช่วยชีวิตผู้คนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ"

‘รัฐมนตรีญี่ปุ่น’ แห่ลาออก เซ่นปมทุจริต-รับเงินใต้โต๊ะ 500 ล้านเยน ด้าน ‘นายกฯ ฟูมิโอะ’ เร่งกู้ภาพลักษณ์ รบ.-เรียกความเชื่อมั่น ปชช.

(14 ธ.ค. 66) สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานข่าวความคืบหน้า กรณีฉาวแวดวงการเมืองของญี่ปุ่นว่า นายยาซูโตชิ นิชิมูระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม, นายจุนจิ ซูซูกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายใน และ นายอิจิโร่ มิยาชิตะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง

รายงานระบุ คาดว่า นายฮิโรคาซุ มัตสึโนะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น รวมถึงรัฐมนตรีช่วยอีก 5 คนจะยื่นเรื่องลาออกในวันเดียวกัน หลังเกิดประเด็นกล่าวหาว่ามีการรับสินบนรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านเยน หรือราว 123 ล้านบาท

ภายในพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) พรรครัฐบาล รวมถึงนายมัตสึโนะที่ถูกครหาว่ารับเงินใต้โต๊ะกว่า 2.4 ล้านบาทจากการจัดงานระดมทุนที่ฝ่ายเสียงข้างน้อยในพรรคจัดขึ้น สร้างความไม่พอใจให้กับสังคมและนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจในรัฐบาล ขณะที่อัยการเริ่มต้นการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องรับเงินสินบน

15 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันชาสากล เครื่องดื่มยอดนิยมของโลก

วันชาสากลตรงกับวันที่ 15 ธันวาคมของทุกปี มีจุดกำเนิดจากเกษตรกรผู้ปลูกชาในอินเดีย ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมในการค้าชา

รู้หรือไม่ ทุกวันที่ 15 ธันวาคมของทุกปี ถือเป็นวันชาสากล (International Tea Day) ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยจุดเริ่มต้นของวันชาสากลมากจากเกษตรกรผู้ปลูกชาในเบงกอลตะวันตกและหลายรัฐทางตอนเหนือของอินเดีย รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องถึงสิทธิและความชอบธรรมในการค้าชาของตนเอง 

ในช่วงนั้น แม้ชาจะเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มีการปลูกอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ แต่อุตสาหกรรมค้าชาในประเทศอินเดียกลับมีความอ่อนแอและบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ ขณะที่เกษตรกรผู้ปลูกชากลุ่มเล็กๆ ในหลายพื้นที่ได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการปลูก ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตดีขึ้น ได้ผลิตผลเพิ่มมากขึ้น และชาที่ได้ก็มีคุณภาพดี

แต่ทว่า เกษตรกรเหล่านี้กลับไม่ได้รับความเป็นธรรมในการค้าขาย พวกเขาถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกกดราคา จนทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง จนกระทั่งองค์กรเพื่อการสื่อสารและการศึกษาของประเทศอินเดีย (CEC - Centre for Communication and Education) ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือสิทธิของเกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อยในประเทศ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาและได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ พวกเขาได้ร่วมมือกับองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติเข้ามาพัฒนาและช่วยเหลือเกษตรกรผู้ค้าชากลุ่มย่อย ๆ ให้ได้รับความเป็นธรรมในการค้าชาและทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น 

ต่อมา ชาได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพนับตั้งแต่นั้น และได้มีการจัดตั้งให้วันที่ 15 ธันวาคมของทุกปีคือวันชาสากล เพื่อระลึกถึงคุณประโยชน์ของชาและตระหนักถึงความสำคัญของเหล่าเกษตรกรตัวเล็ก ๆ ผู้ปลูกพืชซึ่งกลายเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณค่า

ทั้งนี้ ชา ถือเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับมนุษย์มายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยชาวจีนเป็นชนชาติแรกที่รู้จักการปลูกและบริโภคชา และเมื่อเวลาผ่านไปชาได้ถูกเผยแพร่ไปปลูกยังที่ต่าง ๆ จนกลายเป็นที่นิยม การดื่มชาถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในหลายชาติทั้ง อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย

16 ธันวาคม พ.ศ. 2510  ในหลวง รัชกาลที่ 9  ชนะเลิศการแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทอง

วันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของไทย โดยกำหนดให้เป็น ‘วันกีฬาแห่งชาติ’ เพื่อน้อมรำลึกถึง ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพฯ 

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเข้าร่วมการแข่งขันแล่นเรือใบในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 (ปัจจุบันคือซีเกมส์) ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 4 - 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทองร่วมกับทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดกีฬาเรือใบเป็นพิเศษ ทั้งยังโปรดที่จะต่อเรือใบพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง เนื่องจากพระองค์ทรงโปรดปรานการช่างอยู่แต่เดิมแล้ว และเรือ ‘นวฤกษ์’ เรือใบประเภท OK ที่พระองค์ใช้ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ก็เป็นเรือที่พระองค์ทรงต่อขึ้นเองเช่นกัน

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติในพระปรีชาสามารถและในฐานะที่เคยเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบและกำหนดให้วันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี เป็นวัน ‘วันกีฬาแห่งชาติ’

‘พีระพันธุ์’ งง!! รองโฆษกพรรคลาออก ทั้งยังเคลมคำพูดตน  ลั่น!! ‘รทสช.’ เป็นอนุรักษ์นิยมก้าวหน้า ที่ทำงานเพื่อปชช.

(14 ธ.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา โพสต์ข้อความลาออกจากการเป็นรองโฆษกและสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึงโจมตีการทำงานของกรรมการบริหารพรรค ว่า ตนยังไม่เห็นหนังสือลาออก แต่ตนรู้สึกแปลกใจสิ่งที่นายชินภัสร์พูด เพราะเป็นสิ่งที่ตนพูดในที่ประชุมพรรคเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (12 ธ.ค.) ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้เป็นแบบนั้น จะต้องเดินแบบไหน ซึ่งนายชินภัสร์เองก็นั่งฟังในห้องประชุม

“เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผมได้เจอกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งคุยกับนายชินภัสร์เมื่อวานนี้ก็ไม่ได้มีอะไร แต่ผมแปลกใจว่าสิ่งที่นายชินภัสร์สื่อสารคือเป็นสิ่งที่ผมพูดในห้องประชุมว่าเวลานี้ประชาชนเขาเบื่อการเมืองแบบนี้ การเมืองที่มีแต่การเมือง ประชาชนต้องการนักการเมืองที่ทำงาน เพราะฉะนั้นการเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติต้องทำงาน การเป็นผู้สมัครหรือสส.จะทำงานในสภาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงพื้นที่พบประชาชนเพื่อรับฟังปัญหานำมาหารือว่าจะปรับปรุงอย่างไรด้วย” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะต้องไม่เป็นพรรคการเมืองเพื่อการเมือง ต้องเป็นพรรคการเมืองที่ทำงานเพื่อประชาชน พร้อมกับกล่าวว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมก้าวหน้า อะไรที่จำเป็นต้องปรับ แต่อะไรที่เป็นเสาหลักของประเทศ อันนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เราจะต้องเก็บในสิ่งที่ดี รักษาสิ่งที่เป็นแบบไทย ส่วนอะไรต้องปรับเปลี่ยนให้ประเทศเดินหน้า สังคมเดินหน้า ประชาชนอยู่แล้วมีความสุข ต้องเปลี่ยนหมด กฎเกณฑ์กติกาใช้ไม่ได้ต้องรื้อทิ้ง

เปิด 10 ศัพท์ยอดฮิต สะท้านโลกโซเชียลปี 66 ‘ฉ่ำ’ มาแรง!! ขึ้นแท่นอันดับ 1 ถูกใช้ 68 ล้านครั้ง 

(14 ธ.ค.66) บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลคำศัพท์และวลีฮิตมากกว่า 40 คำที่ใช้กันบนโลกโซเชียลในปี 2566 ผ่านเครื่องมือ Social Listening หรือ Zocial Eye ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 12 ธันวาคม 2566 พบว่า มียอดเอ็นเกจเมนต์รวมของคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 372 ล้านเอ็นเกจเมนต์

เมื่อลองดูกราฟแสดงความเคลื่อนไหวของคำศัพท์ต่างๆ ตลอดทั้งปีจะเห็นได้ว่า กราฟ TikTok ในช่องทาง Other (แสดงผลด้วยกราฟเส้นสีส้ม) มีเอ็นเกจเมนต์ของคำศัพท์ต่างๆ สูงกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ

ในขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนข้อความทั้งหมดแบ่งตามแพลตฟอร์มแล้วจะพบว่า คำศัพท์ถูกพูดถึงบน Facebook เป็นหลัก คิดเป็น 44.95% ตามมาด้วย X (Twitter) 41.79% และอื่นๆ อาจกล่าวได้ว่า หลายๆ คำศัพท์ยอดฮิตแม้จะถูกพูดถึงในแพลตฟอร์ม TikTok น้อย แต่ได้รับเอ็นเกจเมนต์ดีมาก และถูกนำไปพูดถึงในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ตามมา

เมื่อนำคำศัพท์ทั้งหมดมาจัดอันดับคำที่มีจำนวนการพูดถึงและจำนวนเอ็นเกจเมนต์สูงที่สุด ออกมาได้เป็น 10 คำยอดฮิตประจำปี ดังนี้

1. ฉ่ำ (68,658,379 เอ็นเกจเมนต์)
2. เราก็เท่ซะด้วย ทีนี้ก็ว้าวุ่นเลย (48,821,426 เอ็นเกจเมนต์)
3. ของแทร่ (42,923,833 เอ็นเกจเมนต์)4. ช็อตฟีล (42,532,822 เอ็นเกจเมนต์)
5. วาสนาผู้ใด (21,621,098 เอ็นเกจเมนต์)
6. ตัวมารดา (20,734,576 เอ็นเกจเมนต์)
7. รังสิตมันร้าย (13,058,937 เอ็นเกจเมนต์)
8. ต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหน (10,329,684 เอ็นเกจเมนต์)
9. คนไทยคนแรก (7,139,231 เอ็นเกจเมนต์)
10. กรี๊ดสิครับ (3,156,666 เอ็นเกจเมนต์)

‘ศุภมาส’ ฝากถึงผู้ปกครองหาครูสอนพิเศษ แต่ไม่เอาเด็กราชภัฏ ชี้!! ไม่ควรตั้งแง่จากสถาบันการศึกษา เพราะทุกที่มีศักดิ์ศรีเท่ากัน

(14 ธ.ค.66) กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านกลุ่ม หาครูสอนพิเศษเด็กตามบ้าน โดยระบุข้อความว่า “หาครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษ เด็ก 7 ขวบครับ พิกัดศรีราชา ขอคนที่ไม่จบจากราชภัฏนะครับ นอกนั้นได้หมด”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในฐานะผู้บริหารของ อว.นั้น อยากจะบอกไปถึงผู้เขียนข้อความดังกล่าว รวมไปถึงบางคนที่ยังมีความรู้สึกแบบนี้ว่า ต้องเข้าใจใหม่กันว่า ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้วสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะอุดมศึกษานั้น ไม่มีการแบ่งแยกความสามารถ ไม่แบ่งชนชั้น มีแต่จะโอบอุ้มซึ่งกันและกัน โดยถ้าจะแบ่งแยก ก็แยกแค่ความถนัดของแต่ละที่เท่านั้น ที่สำคัญคือเมื่อจบการศึกษาออกไปแล้วมีศักดิ์ศรีเท่ากัน และสำคัญไปกว่านั้นคือ การประสบความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคน ไม่ได้ขึ้นกับว่าจบการศึกษาจากที่ไหน แต่ขึ้นกับว่าเลือกใช้ชีวิตอย่างไรมากกว่า

“ก็ไม่ได้มาการันตีว่า คนที่จบจากสถาบันอื่นๆ ที่ไม่ใช่ราชภัฏแล้ว จะสามารถสอนให้ลูกของตัวเองเก่งขึ้นมาได้ เด็กราชภัฏจำนวนมากที่ดิฉันรู้จัก มีความรู้ความสามารถ ไม่แพ้สถาบันอื่นใดเลย อยากให้ผู้ปกครองท่านนั้น และท่านอื่นๆ โปรดทำความเข้าใจในเรื่องนี้ใหม่” น.ส.ศุภมาสกล่าว

การปูทางสู่ความเข้าใจในสมองมนุษย์อันซับซ้อน ผ่านแผนที่ ‘เซลล์สมองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม’ ฉบับสมบูรณ์

(14 ธ.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว, นครลอสแอนเจลิส รายงานว่า สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) เผยว่า ทีมนักวิจัยนานาชาติได้สร้างแผนที่เซลล์ของสมองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ฉบับสมบูรณ์เป็นครั้งแรก

โดยแผนที่เซลล์ดังกล่าวเป็นแผนที่เซลล์สมองของ ‘หนู’ ซึ่งเผยให้เห็นชนิด ตำแหน่ง และข้อมูลโมเลกุลของเซลล์มากกว่า 32 ล้านเซลล์ พร้อมให้ข้อมูลการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์เหล่านี้

สถาบันฯ ระบุว่า หนูเป็นแบบจำลองการทดลองของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ถูกนำมาใช้มากที่สุดในการวิจัยทางประสาทวิทยาศาสตร์ และแผนที่เซลล์นี้ได้ปูทางสู่การทำความเข้าใจสมองของมนุษย์มากขึ้น อีกทั้งวางรากฐานสำหรับการพัฒนาวิธีการรักษาแบบตรงจุดรุ่นใหม่สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตและระบบประสาทเกี่ยวกับสมอง

อนึ่ง การค้นพบนี้ถูกเผยแพร่เมื่อวันพุธ (13 ธ.ค.) ที่ผ่านมา ในชุดบทความ 10 ฉบับของวารสารเนเจอร์ (Nature)

‘ดร.โจชัว กอร์ดอน’ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า แผนที่เซลล์สมองของหนูดังกล่าวไขความกระจ่างเรื่องเครือข่ายที่สลับซับซ้อนของเซลล์สมองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยส่งมอบรายละเอียดที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจในการทำงานของสมองมนุษย์และโรคต่างๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top