Thursday, 30 July 2026
TheStatesTimes

'ศิริกัญญา' ฟันธงโหวตนายกฯ รอบ 2 พิธาได้เสียงเพิ่มจาก ส.ว. ถาม!! ใครคือผู้ที่ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไปเชิญ 'ชทพ.-ปชป.'

(17 ก.ค. 66) ที่อาคารไทยซัมมิท น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล คาดว่าการประชุมวันนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี และมีการหารือเรื่อง เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งที่สอง รวมถึงเรื่องการยกเลิกม.272 ที่พรรคก้าวไกลได้ยื่นไปก่อนหน้านี้ โดยขอเสียงสนับสนุนจาก 8 พรรคร่วม พร้อมทั้งไม่กังวลกับการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2

"เราได้ทำตามสิ่งที่ได้ให้สัญญากับประชาชนไว้ หากประชาชนยังไม่ถอยเราก็ยังไม่ถอย และคิดว่าจะมีการเสนอชื่อคุณพิธาอีกรอบนึงตามสมรภูมิที่เราได้แจ้งกับประชาชนไว้"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้เจรจาการดึงพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมรัฐบาล มีการระบุว่าได้รับการทาบทามจากพรรคก้าวไกล น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบเรื่องว่าใครคือ ผู้ที่ให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไปเชิญ ซึ่งหากได้เสียงจากพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคชาติไทยพัฒนาก็จะได้จำนวนเสียงที่มากขึ้น
.
ส่วนเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนาระบุว่าไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่แก้ไขมาตรา 112 เป็นเงื่อนไขที่เป็นการเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยได้นายกรัฐมนตรีหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า หากเป็นเงื่อนไขมาตรา 112 ก็คงไม่ได้ร่วมรัฐบาลกัน ที่มีก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้ง
.
เมื่อถามว่าการหารือระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยในวันนี้จะราบรื่นหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า จะต้องราบรื่นและเป็นไปตามที่เราได้คาดหวังไว้
.
ซักว่ายังยืนยันในจำนวนเสียงส.ว.หรือไม่เพราะพรรคเพื่อไทยต้องการทราบจำนวน ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า เรื่องนี้เรามีการสื่อสารด้วยกันมาโดยตลอด ว่าทางพรรคก้าวไกลจะติดต่อท่านไหนและพรรคเพื่อไทยจะช่วยติดต่อคือส.ว.ท่านไหน รวมถึงมีการพูดคุยกันมาโดยตลอด ซึ่งการโหวตในรอบนี้จากที่มีการทำงานกันมาได้คะแนนเสียงเพิ่มเติมจากจำนวนส.ว.ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในวันนั้น

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า จริง ๆ แล้วเราไม่มีความกังวลใด ๆ เราสัญญากับประชาชนไว้ว่าจะสู้กับ 2 สมรภูมิ ซึ่งเราจะสู้อย่างเต็มที่เพื่อเสนอนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมคาดหวังว่าจากสิ่งที่เราได้ทำแคมเปญ จะทำให้ส.ว.เปลี่ยนใจมายืนเคียงข้างประชาชนก็คิดว่าเราจะได้คะแนนเสียงเพิ่ม ส่วนเรื่อง 2 สมรภูมิหากส.ว.ที่ต้องการปิดสวิตตัวเอง ในม.272 ซึ่งเป็นไปตามที่เราได้แจ้งกับประชาชนและสื่อมวลชนไว้ หากการต่อสู้ทั้ง 2 สมรภูมิไม่เป็นผลเราก็จะเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ถามว่าได้มีการกำหนดระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ไทม์ไลน์ต่าง ๆ จริง ๆ แล้วต้องขึ้นอยู่กับประธานสภา ที่จะบรรจุวาระม.272 ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า ซึ่งตามระเบียบแล้วต้องเอาเข้าภายใน 15 วันอยู่แล้ว จึงคาดว่าจะจบภายในสัปดาห์และทราบทิศทางต่อไปอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยไม่พอใจกับการแก้ไขม.272 เหมือนเป็นการมัดมือชกพรรคเพื่อไทย จะมีการหารือในวันนี้ด้วยหรือไม่ ศิริกัญญากล่าวว่า ประเด็นม.272 จะเป็นประเด็นที่หารือกันในวันนี้เป็นการพูดคุยทำความเข้าใจ พร้อมยืนยันว่าการแก้ไขม.272 ไม่ได้เป็นการมัดมือชกใด ๆ และคิดว่าเราน่าจะทำภารกิจนี้ร่วมกันทั้ง 8 พรรค โดยยืนยันว่าหาแก้ไขม.272 ไม่สำเร็จพร้อมเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตามที่ได้แถลงไว้กับประชาชน

เมื่อถามต่อว่าจะไม่เป็นการยืดเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญายืนยันว่า ไม่ได้เป็นการยืดเวลาอย่างแน่นอนซึ่งจะทราบผลในอาทิตย์หน้า หากผ่านสามารถดำเนินการวาระที่ 2 วาระที่ 3 แล้วเสร็จภายใน 2-3 สัปดาห์ และไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นการยืดระยะเวลาไปไกล ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดตั้งรัฐบาลและนำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณตน จากวันที่มีการเลือกตั้งใช้เวลาทั้งสิ้น 7 สัปดาห์ หากเราต้องการใช้เวลาแก้ไขม.272… 2-3 สัปดาห์ไม่ใช่การยืดเวลาอะไรอย่างใด

ซักว่ามีความมั่นใจ หรือไม่ว่าการแก้ไขม.272 จะเป็นทางออกของพรรคก้าวไกล ศิริกัญยากล่าวว่า เราเห็นใจส.ว.หลายท่านและเราก็ทราบว่า มีกระบวนการที่จะไม่ให้บุคคลเหล่านั้นมาโหวตให้กับนายพิธา ถูกขู่เอาชีวิตและเราเห็นใจและคิดว่านี่คือทางออกที่หลายฝ่ายสบายใจ รวมถึงส.ว.ด้วยที่อยากจะปิดสวิตช์ตัวเอง

ถามอีกว่ามีความเข้าใจในเรื่องสัดส่วนในการแก้ไขม. 272 ต้องใช้เสียงจากฝ่ายค้าน น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการโหวตที่อยู่ในขั้นที่ 3 ที่จะต้องใช้คะแนนเสียงจากฝ่ายค้าน ซึ่งเราได้มีการคำนวณแล้ว คิดว่าน่าจะผ่าน ถึงวาระที่สาม

เมื่อถามว่าเหตุใดพรรคก้าวไกลจึงไม่ถอยการแก้ไขมาตรา 112 แทนที่จะมาเดินหน้าแก้ไขม. 272 น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราได้สัญญากับประชาชน ผ่านการหาเสียงเลือกตั้ง และแล้วเราก็คิดว่าการแก้ไขม.112 เป็นเพียงข้ออ้าง ที่จะไม่โหวตให้กับพรรคก้าวไกล ถึงแม้ว่าเราจะยอมถอย และเสียสัจจะที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน ก็ไม่ได้เป็นข้ออ้างที่ทำให้ส.ว. จะไม่โหวตให้กับเราเพราะเรื่องการแก้ไขม.112 อย่างแน่นอน ดังนั้นเราขอเลือกที่จะไม่เสียสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชน

ถามว่าไม่กังวลเรื่องการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะอยู่ยาวใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่าไม่ถึงขั้นนั้นและไม่ได้ใช้ระยะเวลาเป็นปีอย่างมากแค่ 3 สัปดาห์และอยู่ในวิสัยที่เราสามารถจัดการได้อย่างแน่นอนซึ่งนิด้าโพลได้มีการเผยแพร่อย่างชัดเจนว่าประชาชนอยากให้ทำการโหวตให้กับนายพิธาไปเรื่อยๆ

พาเที่ยว ‘พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย’ ชมงานศิลป์ชิ้นเอก ที่ประเมินค่ามิได้

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA)  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นจากความหลงใหลในงานศิลปะของ คุณบุญชัย เบญจรงคกุล ที่ได้สะสมมาตลอดช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมา 

การเปิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยนั้น ก็เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และก็เพื่อเชิดชูเกียรติของบิดาแห่งวงการศิลปะไทยร่วมสมัย อย่าง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยนั้น จะมีการออกแบบอย่างสวยงามและอาร์ทสุดๆ สมกับที่เป็นพิพิภัณฑ์ศิลปะมาก ที่ด้านนอกของอาคารแห่งนี้ ก็ได้มีการนำเอาหินทั้งก้อนมาแกะสลักอย่างประณีตให้กลายเป็นลายก้านมะลิ ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย และมีลายฉลุเพื่อให้แสงแดดสามารถส่องทะลุลงมา โดยแสงที่ส่องลงมานั้น ในแต่ละช่วงเวลาก็จะให้อารมณ์ที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

อาคารของพิพิธภัณฑ์ที่ขาวนวล ดูสะอาดตา มีพลังอันยิ่งใหญ่ที่เรารู้สึกได้ทันที เมื่อได้เดินทางมาถึงที่นี่ ภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยแห่งนี้ ก็จะมีการจัดแสดงผลงานศิลปะของบรรดาศิลปินแห่งชาติหลายๆ ท่าน อาทิเช่น อ.ถวัลย์ ดัชนี อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นต้น 

เมื่อเดินเข้ามาที่ ชั้น G ที่นี่จะเป็นบริเวณของห้องนิทรรศการถาวร ที่จะจัดแสดงผลงานประติมากรรม ของ อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติ และ ห้องนิทรรศการถาวรงานจิตรกรรม ของ ศาสตราจารย์ชะลูด นิ่มเสมอ

ในส่วนของชั้นที่ 2 ก็จะเป็นห้องนิทรรศการถาวรงานศิลปะไทยร่วมสมัย ซึ่งก็จะแบ่งเป็นศิลปะที่สะท้อนวิถีชีวิตของแต่ละยุคแต่ละสมัยจากรุ่นสู่รุ่น จัดแสดงความหลากหลายในปัจเจกภาพทางความคิด ผลงานศิลปะล้วนสะท้อนวิถีชีวิตของยุคสมัย ทัศนะ ความคิด อุดมคติ และความเป็นไปของเหตุการณ์ในสังคม อาทิ ผลงานสื่อผสมของกมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรมและสื่อผสม ในส่วนของห้องนิทรรศการผลงานส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับความเชื่อของคนไทย ค่านิยมทางสังคม เช่น ผลงานของ ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ, ปรีชา ปั้นกล่ำ, วุฒิกร คงคา, ทวี รัชนีกร, วีรศักดิ์ สัสดี, ลำพู กันเสนาะ, เด่นพงษ์ วงศาโรจน์ รวมถึงงานจิตรกรรมเชิงพุทธปรัชญา โดยศิลปิน รุ่นใหญ่อีกหลายท่าน อาทิอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อาจารย์ ปัญญา วิจินธนสาร และ อาจารย์ ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ เป็นต้น

ชั้น 3 ของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย แห่งนี้ได้จัดแสดงงาน ที่เน้นศิลปะเชิงความคิดฝันและจินตนาการภายใต้คติและความเชื่อของคนไทย  หลายๆภาพในห้องจัดแสดงห้องนี้ ก็จะเล่าเรื่องผ่านภาพเรือนร่างของผู้หญิงในอุดมคติ  อย่างภาพ “นางผมหอม” นางในวรรณคดีโดยถ่ายทอดออกมาจาก จากศิลปินไทยคนสำคัญ สุภร พรินทรากุล  นอกจากนี้ยังมีเรือนไทยไม้สัก “เรือนนางพิม” ซึ่งจัดแสดงงานจิตรกรรมสองยุคสมัย ที่เล่าเรื่องราวของนางพิมพิลาไลย สตรีจากวรรณกรรมไทยที่ถูกกล่าวขานใน 2 บริบท ผ่านเรื่อง “ขุนช้าง-ขุนแผน” ใน 2 รูปแบบที่แตกต่างกันโดยเหม เวชกร และสุขี สมเงิน

ชั้น 4 ของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย ก็ได้จัดแสดง ผลงานที่ถือเป็นสุดยอดแห่งมหากาพย์ของจิตรกรรมไทยร่วมสมัย ประกอบด้วยผลงานทุกประเภทของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม ปราชญ์ผู้เป็นตำนานแห่งวงการศิลปะไทยร่วมสมัย ทั้งสุดยอดแห่งผลงานวาดเส้นและผลงานที่แสดงออกถึงพลังการเคลื่อนไหวของอารมณ์ด้วยฝีแปรง

เดินต่อมาทางอีกฟากหนึ่งของอาคาร เดินทะลุสะพานข้ามจักรวาลมา ก็จะได้พบกับผลงานจิตรกรรมขนาดความสูง 7 เมตร จำนวน 3 ภาพในชุด “ไตรภูมิ” บอกเล่าการเวียนว่ายตายเกิด ของสรรพสัตว์ในสังสารวัฏตามคติความเชื่อในทางพุทธศาสนา

เมื่อเดินขึ้นมาถึงที่ชั้น 5 ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก็จะได้พบกับงานศิลปะร่วมสมัยจากหลายประเทศ เช่น จีน, เวียดนาม, มาเลเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, ออสเตรเลีย, นอร์เวย์ และห้องที่โดดเด่นที่สุดก็คือห้อง Richard Green ซึ่งจำลองห้องนิทรรศการจากพิพิธภัณฑ์ในแถบยุโรปที่มีหลังคากระจกโค้งรับแสงธรรมชาติ โดยจัดแสดงผลงานจิตรกรรมจากศิลปินยุโรปฝีมืออันดับต้นๆ ในยุคพระนางเจ้าวิคตอเรียซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ของไทย ซึ่งผลงานทุกชิ้นถูกดูแลรักษาเก็บเอาไว้อย่างถะนุถนอมเป็นอย่างดี ผลงานบางชิ้นมีอายุตั้งเกือบ 300 ปี เก่าแก่และทรงคุณค่าทางด้านศิลปะที่มิอาจประเมินค่าได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม
เปิดบริการ วันอังคาร - วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) 10.00-18.00 น.
พิกัด : https://goo.gl/maps/JU9BpESRmL2XhCkN7  
ค่าเข้าชม ราคา 280 บาท 

'หมอตุลย์' ชวนคนรักชาติส่งกำลังใจ ส.ว. นัดรวมพล 18 ก.ค.นี้ ที่อาคารวุฒิสภาฯ

เมื่อวันที่ 16 ก.ค.66 นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ได้โพสต์ผ่านสังคมออนไลน์เชิญชวนมวลชน เดินทางไปให้กำลังใจ สมาชิกวุฒิสภา ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 โดยมีเนื้อหาดังนี้...

เชิญชวนคนไทยรักชาติที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมแสดงพลัง! มอบดอกไม้เป็นกำลังใจให้วุฒิสมาชิกที่กำลังทำหน้าที่เพื่อปกป้องชาติและสถาบันกษัตริย์

นัดหมายรวมพล วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม 2566 เวลา 11.30 น.ที่อาคารวุฒิสภา บริเวณทางเข้าถนนสามเสน (ใกล้บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่) 

ขอเชิญชวนคนรักชาติมาร่วมแสดงพลัง !! มาพบกันให้ได้นะครับ

‘ส.ว.ตวง’ ขอบคุณทุกคนที่อุดหนุนธุรกิจลูกชาย ชี้!! ร้านยังเปิดปกติ เชิญแวะดื่มกาแฟชาวอาข่าได้

(17 ก.ค. 66) นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Tuang Untachai’ ระบุว่า…

ผมและครอบครัว ขอขอบคุณ คุณพ่อ-แม่ พี่-น้อง ลุง ป้า น้า อาและหลานที่ไปให้กำลังใจอุดหนุนธุรกิจลูกชายของพี่กอล์ฟและน้องตาม...ที่บ้านเปลือย ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

...มียอดขายเพิ่มขึ้น ร้านของลูกๆ ยังเปิดบริการเหมือนปกติ เชิญแวะไปดื่มกาแฟของชาวอาข่าได้ กำไร 10 เปอร์เซนต์ มอบคืนให้แก่ชาวดอยอาข่าเหมือนเดิมครับ

...ถ้าจะวิพากษ์วิจารณ์ผมสามารถทำได้ ยินดีน้อมรับฟัง แต่สำหรับลูก ๆ และครอบครัว หลาน คนอื่น ๆ อย่าได้ละเมิดเขาเลยครับเพราะพวกเขาไม่เกี่ยว หากมีคนกระทำ ผมจำเป็นต้องปกป้องพวกเขาครับ

ขอบคุณทุกกำลังใจมากครับ

'ปูติน' สั่งยึด 2 กิจการยุโรป 'นม Danone-เบียร์ Carlsberg' โต้ตอบชาติตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซียแบบ 'ตาต่อตาฟันต่อฟัน'

วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ลงนามคำสั่งใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ 16 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ให้ทางการรัสเซียเข้าควบคุมกิจการ 2 บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ในรัสเซีย ได้แก่ Danone ผู้ผลิตโยเกิร์ตชั้นนำจากฝรั่งเศส และ โรงงานเบียร์ Carlberg ของเดนมาร์ก โดยได้แต่งตั้งหน่วยงานเข้ามาบริหารจัดการชั่วคราวในกิจการทั้ง 2 แห่งแล้ว

ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลมอสโคว์ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้นำรัสเซียได้ออกกฎหมายเมื่อช่วงต้นปี 2023 ให้สิทธิ์รัฐสามารถยึดทรัพย์สินของบริษัทข้ามชาติ ที่มาจากประเทศที่ไม่เป็นมิตรกับรัสเซียได้ โดยในช่วงเดือนเมษายน รัฐบาลมอสโคว์ได้ควบคุมกิจการในเครือ Uniper และ Fortum บริษัทด้านพลังงานของ เยอรมนี และฟินแลนด์ ตามลำดับมาแล้ว

มาคราวนี้เป็นคิวของ Danone และ Carlsberg บริษัทยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส และ เดนมาร์กบ้าง ที่มีข่าวว่า ทั้ง 2 บริษัทมีแผนที่จะถอนกิจการออกจากรัสเซียอยู่แล้ว และกำลังขายธุรกิจของตนให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ แต่โดนรัฐบาลรัสเซียยึดกิจการเสียก่อนในวันนี้ คาดหมายว่าจะโอนกิจการให้กับ Rosimushchestvo หน่วยงานด้านกิจการอสังหาริมทรัพย์ของรัสเซียเป็นผู้ดูแลต่อไป

ด้านบริษัทแม่ของ Danone ในฝรั่งเศส กล่าวว่า ทางบริษัทอยู่ในขั้นตอนขายกิจการของตนในรัสเซียตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2565 ตอนนี้กำลังประเมินสถานการณ์อยู่ และพร้อมปกป้องสิทธิ์ของตนในฐานะหุ้นส่วนของ Danone Russia เท่าที่ทำได้ และสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจต่อในรัสเซีย

ด้านผู้บริหารของ Carlsberg กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการจากทางรัฐบาลรัสเซียเกี่ยวกับคำสั่งประธานาธิบดี ที่จะมีผลต่อกิจการโรงเบียร์ในเครือของบริษัทที่รัสเซีย

บริษัทผู้ผลิตเบียร์ชื่อดังจากเดนมาร์กยังกล่าวอีกว่า Carlsberg ได้แยกกิจการของโรงเบียร์ในรัสเซียออกจากธุรกิจในเครือของบริษัทเรียบร้อยแล้ว และเพิ่งจะเซ็นข้อตกลงที่จะขายกิจการในรัสเซียไปเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ยังไม่ทันได้ทำสัญญาแล้วเสร็จ ก็มาโดนคำสั่งควบคุมการจากผู้นำรัสเซียเสียก่อน ยอมรับว่าหลังจากนี้การขายทอดกิจการอาจทำได้ยาก

บริษัท Danone Russia นับเป็นบริษัทผู้ผลิตนมที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย มีพนักงานราว 8,000 คน และมีมูลค่าธุรกิจสูงกว่า 1.1 พันล้านเหรียญ ส่วนโรงเบียร์ Carlsberg ในรัสเซีย ที่ทำตลาดภายใต้ชื่อ Baltika ถือเป็นแบรนด์เบียร์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในรัสเซีย มีโรงงานผลิตเบียร์ถึง 8 แห่ง และพนักงานกว่า 8,400 คน

จากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้บริษัทจากรัสเซียถูกคว่ำบาตร และเงินสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียถูกอายัดโดยชาติพันธมิตรตะวันตก เป็นเหตุให้รัฐบาลรัสเซียตอบโต้ด้วยการยึดกิจการของบริษัทข้ามชาติของชาติตะวันตก โดยรัฐบาลลรัสเซียได้ขู่ว่าอาจมีการพิจารณายึดทรัพย์สินของชาติตะวันตกเพิ่มอีก ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของชาติตะวันตกที่กระทำกับบริษัทของรัสเซียในต่างประเทศเช่นกัน

เป็นมาตรการแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ยึดมา ยึดกลับ ไม่โกง ตามสไตล์ปูติน สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือ สายป่านใครจะยาวกว่ากันนั่นเอง 

รวบแก๊งแพทย์ทหารนาโต้เก๊หลอกโอนเงินเหยื่อหวังได้อยู่ด้วยกัน ตร.ไซเบอร์โทรหาทำฝันสลาย

สืบเนื่องจาก เมื่อ 19 ก.พ.66 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านแอป Instagram โดยอ้างว่าเป็นแพทย์ทหารชาวเวียดนามปฏิบัติหน้าที่ในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO เมื่อพูดคุยกันถูกคอจึงมีการแอดไลน์และได้สนทนากันเรื่อยมาจนผู้เสียหายเกิดชอบพอและหลงรัก

ต่อมา มิจฉาชีพได้พูดจาหว่านล้อมโดยอ้างว่า ต้องการมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับผู้เสียหายที่ประเทศไทย ซึ่งมีแค่ผู้เสียหายคนเดียวที่ช่วยเขาได้ จึงขอให้โอนเงิน จำนวน 10,000 บาท ไปยังบัญชีปลายทาง เพื่อวิ่งเต้นเจ้าหน้าที่ในองค์การสหประชาชาติ (UN) ในการโยกย้ายตำแหน่งมาทำงานที่ประเทศไทย เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ช่วงเวลาต่อมา คนร้ายก็อ้างอีกว่า จำเป็นต้องให้ผู้พิพากษาช่วยในการโยกย้ายตำแหน่งอีก จึงขอให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นค่าดำเนินการ ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าวอีก 25,000 บาท หลังจากนั้น มิจฉาชีพก็อ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินค่าดำเนินการไปอีกหลายครั้ง รวมทั้งสิ้น 60,000 บาท

กระทั่งวันที่ 23 มิ.ย.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้โทรหาผู้เสียหาย เนื่องจากพบว่า เป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีปลายทางดังกล่าวอย่างผิดปกติ โดยบัญชีดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบว่าเป็นบัญชีม้าของแก๊ง Romance Scam ที่มีผู้เสียหายคนอื่นโดนหลอกให้รักแล้วโอนเงินเช่นกัน ผู้เสียหายจึงทราบว่าตนเองถูกหลอกแล้ว จากนั้นจึงเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี

ต่อมา พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 จัดเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีดังกล่าว และรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง โดย กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้ลงพื้นที่เพื่อสืบสวนหาข่าว จนสามารถเข้าควบคุมตัว นายนราธิป อายุ 31 ปี ชาวอุตรดิตถ์ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยจับกุมได้บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่การเคหะคลองจั่น แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พ.ต.อ.พงศ์นริทร์ เหล่าเขตกิจ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 สั่งการให้ พ.ต.ท.ภาคภูมิ บุญเจริญพานิช รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3,  พ.ต.ท.เลอศักดิ์ พิเชษฐไพบูลย์ พ.ต.ต.รุ่งเรือง มีสติ และ พ.ต.ต.ธวัช ทุเครือ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม

ตำรวจไซเบอร์ เตือนบุคคลมีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ โฆษณาเว็บพนันออนไลน์มีโทษหนัก ที่ผ่านมามีผู้กระทำผิดซ้ำถูกศาลสั่งจำคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. กล่าวว่า ในปัจจุบันเว็บไซต์การพนันออนไลน์มีหลากหลายรูปแบบ และแฝงมาในหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะแฝงมากับเว็บไซต์ภาพยนตร์เถื่อนผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ เว็บไซต์ลามกอนาจาร หรือมาจากข้อความสั้น(SMS) หรือจากจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) รวมไปถึงการใช้บุคคลที่มีชื่อเสียง หรือมีอิทธิพลตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ประกาศโฆษณาชักชวนประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น Line, Facebook, Instagram, TikTok เป็นต้น มีการโฆษณามีโปรโมชันเล่นเสียคืนเงิน หรือให้เครดิตจูงใจเพื่อให้มีคนเข้าไปเล่นการพนัน ที่ผ่านมา บช.สอท. ได้เร่งระดมกวาดล้างปราบปรามการลักลอบเปิดเว็บไซต์ออนไลน์ มีการจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องหลายราย พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินคดีกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งได้ประกาศโฆษณาชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าเล่นการพนันออนไลน์ผ่านช่องทางต่างๆ ล่าสุดมีการจับกุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย และที่ผ่านมามีการดำเนินคดีในภาพรวมกว่า 10 ราย

การกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดฐาน “ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478  มาตรา 4 ทวิ, 12 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ” และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

บช.สอท. โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเล่นการพนันออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ฝากไปยังบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ที่ยังมีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวอยู่ ให้หยุดการกระทำนั้นเสีย จะอ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นความผิดไม่ได้ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ไม่มีละเว้นอย่างเด็ดขาด และผู้นั้นอาจจะถูกยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อีกด้วย นอกจากนี้แล้วการโฆษณาต่างๆ ยังทำให้ผู้ที่หลงเชื่อเข้าเล่นการพนันอาจจะถูกกลโกงของมิจฉาชีพหลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือเสี่ยงถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางทุจริต ซึ่งปรากฎเป็นข่าวกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.5 บช.สอท. ได้จับกุมผู้ต้องหาประกาศขายฐานข้อมูลส่วนบุคคลจากเว็บไซต์พนันออนไลน์กว่า 2 ล้านรายชื่อ เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้นั้นเคยกระทำผิดมาแล้ว และศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกจำเลย โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ก่อน แต่ผู้นั้นได้มากระทำความผิดในคดีนี้ซ้ำอีกภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด โทษจำคุกที่รอการลงโทษจะถูกนำมาบวกเข้ากับโทษในดังกล่าวด้วย ซึ่งปรากฎเป็นอุทาหรณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ผู้ต้องหารายหนึ่งถูกศาลตัดสินจำคุกกว่า 10 เดือน ไม่รอลงอาญาแต่อย่างใด

‘สุวินัย’ เห็นด้วย หลัง ‘แสนดี’ ออกมาวิจารณ์พรรคก้าวไกล

เมื่อวานนี้ (17 ก.ค. 66) สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘Suvinai Pornavalai’ ถึงกรณีนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ แสดงความคิดเห็นต่อพรรคก้าวไกล ระบุว่า…

“คุณแสนดีพูดได้ตรงประเด็นมาก ทุกข้อเลย เหมือนตีแสกหน้าพรรคก้าวไกลด้วยไม้หน้าสาม โพสต์นี้ของคุณแสนดี คือการจับพรรคก้าวไกลออกมาเปลือยกลางแจ้ง อย่างล่อนจ้อน ผมดีใจที่คนรุ่นใหม่อย่างคุณแสนดี มีความคิดและเท่าทัน ความคิดไม่ซื่อ และคิดไม่ชอบของก้าวไกล”

อ่านความคิดเห็นของนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ ที่กล่าวถึงพรรคก้าวไกลได้ที่ >> https://thestatestimes.com/post/2023071740

‘แสนดี’ ขอโทษ ‘พรรคก้าวไกล-ผู้สนับสนุน’ จากใจจริง เผย ยังไม่เข้าใจการเมืองไทยมากพอ ย้ำ ต่อไปจะไตร่ตรองให้ดี

(18 ก.ค. 66) นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือ ‘แสนดี’ บุตรชายของนายชัชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงเพิ่มเติม จากกรณีที่โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว วิพากษ์วิจารณ์พรรคก้าวไกล อย่างดุเดือดนั้น ล่าสุดพบว่า นายแสนปิติ ได้ลบภาพออกจากอินสตาแกรมส่วนตัวทั้งหมด และโพสต์ข้อความระบุว่า…

“เพื่อต่อยอดจากคำขอโทษก่อนหน้านี้ของผม

สิ่งที่ผมทำนั้นไม่สามารถให้อภัยได้และไม่เหมาะสม ผมขอโทษสำหรับการใช้ภาษาที่ไม่สุภาพและหยาบคาย เพื่ออธิบายให้กลุ่มคนบางกลุ่ม

ผมยอมรับว่าการกระทำของผมทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างนับไม่ถ้วน และก่อให้เกิดความเกลียดชัง ผมยอมรับว่าสิ่งที่เขียนไปในวันนี้ได้ทำร้ายผู้คนอย่างไม่อาจแก้ไขได้ ในฐานะบุคคลสาธารณะ

ผมตระหนักดีว่าผมได้ทำให้ทุกคนผิดหวังกับสิ่งที่ได้ทำลงไป และมันขึ้นอยู่กับผมที่จะทำให้ดีขึ้นในฐานะปัจเจกบุคคล

ผมเป็นหนี้บุญคุณอย่างเต็มที่ว่าผมได้รับสิทธิพิเศษและชนชั้นนำอย่างมาก ผมไม่มีประสบการณ์และไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับการเมืองไทยหรือการเมืองไทยพอ ไม่เหมาะสมและไม่สมควรอย่างยิ่งที่ผมจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง ทั้งๆ ที่ตัวผมเองก็มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี แต่ผมไม่มีคุณสมบัติ (Qualified)

ผมจะใช้เวลาในการไตร่ตรองการกระทำและความประพฤติของตัวเอง ในช่วงเวลานี้ ผมจะทบทวนตัวเองถึงวิธีที่ผมจะใช้ประสบการณ์นี้เพื่อเติบโต และเป็นผู้ใหญ่ในฐานะคนหนุ่มสาว ประสบการณ์ของผมแตกต่างจากคนอื่นๆ อย่างมาก ผมได้รับผลประโยชน์และสิทธิพิเศษบางอย่างที่ลดทอนและกีดกันผู้คนและคนหลายกลุ่มชุมชน

ผมได้ประโยชน์และใช้ประโยชน์จากภูมิหลังของตัวเอง เพื่อความก้าวหน้าในสังคม สิ่งนี้บ่งบอกถึงระดับความเหลื่อมล้ำและความเหลื่อมล้ำที่แพร่หลายในประเทศไทย ผมรู้ว่า พรรคก้าวไกล และฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยอื่นๆ กำลังทำเพื่อคนเหล่านี้ และแม้ว่าผมจะคิดเห็นต่างกัน แต่ผมก็เคารพความคิดเห็นของพวกเขา

ตลอดวันที่ผ่านมา ผมได้อ่านความคิดเห็นที่ทำร้ายจิตใจเกี่ยวกับรูปร่างภายนอก (Physical Stature) ความฉลาด และภูมิหลังของผม

ในขณะที่ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นของตัวเอง ผมยอมรับว่านี่คือผลของการกระทำของผมเอง และผมก็ยอมรับสิ่งนี้ ผมต้องแสดงความเห็นอกเห็นใจและมีน้ำใจต่อผู้อื่น ผมยอมรับว่าผมไม่ได้เก่งด้านนี้ แต่ในอนาคต หวังว่าจะใช้สิ่งนี้เป็นโอกาสในการพัฒนาทักษะดังกล่าวเพื่อให้เป็นคนที่รอบรู้และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

มีบางความคิดเห็นที่เกินเลยมากเกินไป จนถึงขั้นเป็นความเกลียดชังและการเลือกปฏิบัติ ผมจะไม่ขอยุ่งกับพวกเขา ผมขอพูดว่า “ความเกลียดรังแต่จะทำให้เกิดความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้น ถ้าให้นึกย้อนถึงตัวผมในฐานะคนๆ หนึ่ง หวังว่าทุกคนคงจะคิดเหมือนกันกัน ว่าเราสามารถปฏิบัติต่อคนอื่นให้ได้ดีขึ้นและอดทนต่อความคิดเห็นที่แตกต่างได้อย่างไร”

รักมาก

แสนดี

‘คริส พีรวัส’ เผย สัตว์เลี้ยงช่วยฮีลใจ จากโรคแพนิก พร้อมบอก “เป็นแฟนผม ก็ต้องรักแมวผมด้วย”

(18 ก.ค. 66) หนุ่มหล่อผู้ที่ตกเป็นทาสแมว ‘คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์’ มีน้องแมวถึง 4 ตัวด้วยกัน  ตัวแรกคือแมวเพศผู้พันธ์สฟิงซ์ผสมวิเชียร์มาศชื่อ ‘น้องพูลโต’ แสบและซนที่สุดในบ้านและเป็นนายคนแรกของคริส จะมีความตื่นคนมากเพราะไม่ค่อยได้เจอใครเท่าไหร่ ซึ่งอยู่กับคริสมา 4 ปีแล้ว เลยจะติดคริสมาก เวลาจะอาบน้ำก็จะมาเฝ้าหน้าประตู น้องจะเป็นแมวที่นิสัยเหมือนสุนัข และแสนรู้ เป็นสัตว์เลี้ยงที่ช่วยฮีลใจจากอาการป่วยโรคแพนิกได้ดีมาก ๆ

หนุ่มคริสเป็นคนที่รักแมวมากขนาดนี้ เปิดใจพูดดัง ๆ ไปเลยว่า เป็นแฟนฉันก็ต้องรักแมวฉันด้วย น้องแมวตัวถัดมาชื่อ ‘น้องไข่ดาว’ จะไม่ค่อยชอบให้ใครอุ้มเพราะว่าน้องเป็นผู้หญิงจะหวงเนื้อหวงตัวนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกของ ‘มัฟฟิน’ น้องไข่ดาวจะเป็นพันธ์บริติชกับสก็อตติช เพราะมัฟฟินเป็นพันธ์สก็อตติช คริสได้เอาไปผสมกับพ่อพันธ์บริติช เพื่อให้เขาแข็งแรงขึ้น ตัวสุดท้ายชื่อ 
‘น้องไข่หวาน’ เป็นลูกของมัฟฟินเหมือนกัน จะมีนิสัยขี้อ้อนและติดคน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top