Thursday, 30 July 2026
TheStatesTimes

‘เบส คำสิงห์’ อวดลุคแซ่บซี้ด แต่ไม่วายโดนชาวเน็ตดรามาใส่ วิจารณ์!! “แต่งเยอะไปเกือบเห็นแล้ว” งานนี้แฟนคลับออกโรงปกป้อง

(18 ก.ค. 66) บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่โสด สวย รวย และแซ่บมาก สำหรับสาวคนเก่งอย่าง ‘เบส รักษ์วนีย์ คำสิงห์’ ที่แม้จะปิดฉากรักหวานไปได้ไม่นานแต่สาวเจ้าก็ไม่เศร้าแถมยังมีแต่มุมสวย สดใส แถมแซ่บแบบเวอร์ ๆ มาให้แฟนคลับได้ฮือฮาตาลุกกันอยู่ต่อเนื่อง

อย่างล่าสุด สาวเจ้าก็เพิ่งจะอวดความสวยสับในลุคออกบูธขายของมาให้แฟน ๆ ได้ชมผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวในชุดท่อนบนบอดี้สูทสวมเสื้อคล้องคอเปลือยหลังและเว้าเอวลึกทั้ง 2 ข้าง โชว์ผิวขาวออร่าแสบตา แมทช์เข้ากับกางเกงยีนส์ตัวสวย พร้อมกับยืนโพสท่าโชว์หุ่นเป๊ะปังชวนมองสุด ๆ

ซึ่งงานนี้ต้องบอกเลยว่าใครผ่านมาเห็น เป็นต้องร้องอื้อหือฮือฮาไม่น้อยเลยทีเดียว ขณะที่ทางด้านแฟน ๆ เองก็ไม่พลาดเข้ามากระหน่ำกดไลก์ให้รัว ๆ พร้อมกับสาดคอมเมนต์ชม สาดอิโมจิไฟลุกซูฮกดีกรีความแซ่บของสาวเบสกันสนั่น

แต่ทว่างานนี้ก็ไม่วายมีชาวเน็ตแอบดรามาเข้ามาคอมเมนต์วิจารณ์ว่า “แต่งเยอะไปเกือบเห็นแล้ว แฟนคลับคงไม่ดรามาอันไหนที่เยอะก็ควรเตือนไม่ใช่อวย” ซึ่งหลังจากที่ได้เห็นข้อความวิจารณ์ดังกล่าวแล้ว บรรดาแฟน ๆ และชาวเน็ตหลายคนต่างก็ไม่รอช้าที่จะเข้ามาปกป้องและออกโรงโต้เดือดแทนสาวเบสกันยกใหญ่เลยทีเดียว

ครม.ไฟเขียว เห็นชอบร่างประกาศสลากฯ 3 ฉบับ คาด!! เริ่มจำหน่ายสลาก 3 หลักต้นปี 2567

(18 ก.ค. 66) พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 66 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงและร่างประกาศ รวม 3 ฉบับ ประกอบด้วย 

1.ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการสมทบเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวเลข 3 หลัก (N3) พ.ศ. ….  
2.ร่างประกาศสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เรื่อง กำหนดประเภทและรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาล 6 หลัก (L6) 
และ 3.ร่างประกาศสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เรื่อง กำหนดประเภทและรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลข 3 หลัก (N3)

ตามมติ ครม. ที่เห็นชอบในหลักการการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สลากกินแบ่งรัฐบาล 6 หลัก และสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวเลข 3 หลัก ไปเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 66

สำหรับขั้นตอนภายหลังจากที่ ครม. มีมติเห็นชอบแล้ว สำนักงานสลากฯ เตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯ เพื่อให้ ประธานกรรมการสลากรับทราบ และ ลงนามในประกาศ ให้มีผลบังคับใช้ โดยคาดว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล 6 หลัก จะสามารถดำเนินการได้ภายในปี 2566 ขณะที่สลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลข 3 หลัก คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปี 2567 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอน จัดเตรียมแนวทางดำเนินการให้มีความพร้อมมากที่สุด

“ที่ประชุม ครม. ไม่ได้มีความเห็นเพิ่มเติมจากร่างกฎกระทรวงและร่างประกาศ เนื่องจากมีการสอบถามรายละเอียดเกือบทั้งหมดแล้ว ในคราวที่เห็นชอบเมื่อ วันที่ 14 มี.ค. 66 แต่ก็ได้เน้นย้ำให้ทำการสื่อสารกับสาธารณะให้ดี โดยเฉพาะสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลข 3 หลัก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แบบใหม่” พ.ท.หนุน กล่าว

พ.ท.หนุน กล่าวว่า การกำหนดประเภทและรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาล 6 หลัก (L6) วิธีการจำหน่ายและการซื้อสลากยังเป็นรูปแบบเดิม ผู้ซื้อและตัวแทนจำหน่ายสลากเดิม จะไม่ได้รับผลกระทบ เพียงแต่เป็นการปรับกระบวนการทำงานให้คล่องตัวมากขึ้น เพื่อรองรับการจำหน่ายสลากดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในระยะต่อไป อีกทั้งไม่ต้องพิมพ์สลากเป็นแบบใบเพื่อมาสแกนเข้าระบบก่อน สามารถจำหน่ายสลากดิจิทัลได้ทันทีในจำนวนที่เหมาะสม โดยไม่มีกรอบดำเนินการ 100 ล้านใบเป็นตัวกำหนด เช่น ปัจจุบันขายสลากรูปแบบใบ 80.4 ล้านฉบับ และ ดิจิทัล 19.6 ล้านฉบับ ก็สามารถเพิ่มสลากดิจิทัลอีกได้ โดยไม่ต้องไปรอลดสัดส่วนสลากแบบใบอีกต่อไป

สำหรับการจำหน่ายสลากดิจิทัลจำหน่ายบนแอปพลิเคชันเป๋าตังในปี 2566 ยังเป็นไปตามแนวทางที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 66 ที่มีนายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานกรรมการสลากฯ เป็นประธาน โดยคาดว่าจะจำหน่ายได้ไม่น้อยกว่า 25-30 ล้านใบต่องวด จากปัจจุบันอยู่ที่ 19.6 ล้านฉบับ ซึ่งจะพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของผู้ซื้อ และความต้องการขายให้เหมาะสม

‘ก้าวไกล’ ชงแก้ กม. 2 ชุด ‘ปฏิรูปกองทัพ-ปิดช่องทุนผูกขาด’   หวัง ส.ส. ทุกพรรคเห็นพ้อง แก้ปัญหาที่กดทับประชาชน

(18 ก.ค. 66) ที่รัฐสภา ส.ส. พรรคก้าวไกล นำโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอร่างกฎหมายเปลี่ยนประเทศ จำนวน 2 ชุด รวม 7 ฉบับ ได้แก่ ชุดกฎหมายปฏิรูปกองทัพ 5 ฉบับ และ ชุดกฎหมายปิดช่องทุนผูกขาด 2 ฉบับ โดยมีตัวแทนประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับเอกสาร

พริษฐ์ กล่าวว่า สาเหตุของการมีอยู่ของพรรคก้าวไกลคือการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้มีการเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน มีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเป็นธรรม มีระบบการบริหารราชการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ และมีสังคมที่เท่าเทียมและโอบรับความหลากหลาย เริ่มต้นจากการผลักดันนโยบายที่พรรคก้าวไกลได้ให้สัญญากับประชาชนในการเลือกตั้ง ผ่านสองกลไกสำคัญคือ กลไกฝ่ายบริหารและกลไกฝ่ายนิติบัญญัติ

แม้การจัดตั้งรัฐบาลตามมติมหาชนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายผ่านกลไกฝ่ายบริหารยังไม่แล้วเสร็จ แต่พรรคก้าวไกลเราพร้อมเดินหน้าในการใช้กลไกนิติบัญญัติเพื่อขับเคลื่อนนโยบายทันที ผ่านการเสนอชุดกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนและของประเทศ

ปัจจุบัน พรรคก้าวไกลได้เตรียม ‘ชุดกฎหมายเปลี่ยนประเทศ’ ไว้ทั้งหมด 14 ชุด โดยวันนี้เป็นการยื่นร่างกฎหมาย 2 ชุดแรก รวมกันทั้งหมด 7 ฉบับ

ได้แก่ ชุดที่หนึ่ง ชุดกฎหมายปฏิรูปกองทัพ (Demilitarize) จำนวน 5 ฉบับ เพื่อทำให้กองทัพมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน ประกอบด้วย
(1) ร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร เพื่อยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติ และเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ 100%
(2) ร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เพื่อตัดอำนาจสภากลาโหม ให้พลเรือนอยู่เหนือกองทัพ
(3) ร่าง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสเรื่องภาระค่าใช้จ่ายและเงินนอกงบประมาณทั้งหมดของรัฐ
(4) ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เพื่อดำเนินการยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
(5) ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ

ชุดที่สอง ชุดกฎหมายปิดช่องทุนผูกขาด (Demonopolize) จำนวน 2 ฉบับ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และยกระดับขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทย ประกอบด้วย
(1) ร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต หรือร่าง ‘สุราก้าวหน้า’ เพื่อปลดล็อกการผลิตสุราของผู้ผลิตรายย่อยและสุราชุมชน
(2) ร่าง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า เพื่อสร้างกติกาแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม ปฏิรูปคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า และออกกฎ ‘คนฮั้ววงแตก’ ในการป้องกันการฮั้วประมูลของบางบริษัทที่ร่วมมือกันผูกขาดหรือลดการแข่งขัน

ส่วนชุดกฎหมายเปลี่ยนประเทศอีก 12 ชุด ที่พรรคก้าวไกลจะยื่นต่อสภาฯ หลังจากนี้ ประกอบด้วย ชุดกฎหมายปลดล็อกท้องถิ่น, ชุดกฎหมายปฏิรูประบบราชการ, ชุดกฎหมายป้องกันการทุจริต, ชุดกฎหมายยกระดับบริการสาธารณะ, ชุดกฎหมายปฏิรูปที่ดิน, ชุดกฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงาน, ชุดกฎหมายรักษาสิ่งแวดล้อม, ชุดกฎหมายปฏิรูประบบภาษี, ชุดกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ, ชุดกฎหมายโอบรับความหลากหลาย, ชุดกฎหมายยุติความขัดแย้ง และชุดกฎหมายแก้รัฐธรรมนูญ

พรรคก้าวไกลเชื่อว่าหากได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ชุดกฎหมายดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนว่าประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม เป็นไปได้ โดยมีจุดเริ่มต้นที่สภาผู้แทนราษฎร

ไทยคว้าเจ้าภาพ ‘บิมสเทค รีทรีต’ ดันสร้างกลไกรับมือวิกฤต  หนุนความร่วมมือด้าน ‘การเกษตร-วัฒนธรรม-การทูต’ ให้ภูมิภาค

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 66 กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ข่าวว่า ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทคอย่างไม่เป็นทางการ (BIMSTEC Retreat) ที่กรุงเทพ โดยประเทศสมาชิกบิมสเทคทั้ง 7 ประเทศ ได้แสดงความมุ่งมั่นอีกครั้งหนึ่งที่จะเสริมสร้างให้บิมสเทคเป็นประชาคมที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น

ในโอกาสนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานการประชุมดังกล่าวและประเทศสมาชิกที่เข้าร่วม ประกอบด้วย บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล และศรีลังกา

รัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทคได้ชื่นชมว่าการประชุมครั้งนี้เป็นประโยชน์ และเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความเห็นต่าง ๆ อย่างเป็นกันเอง รวมทั้งเห็นพ้องถึงความจำเป็นที่จะส่งเสริมให้กรอบการดำเนินงานและกลไกความร่วมมือต่าง ๆ ของบิมสเทคมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อความเจริญเติบโตและความมั่งคั่งของภูมิภาค นอกจากนี้ ได้มีการหารือประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นข้อห่วงกังวลร่วมกันด้วย

ประเทศสมาชิกเห็นพ้องร่วมกันถึงความสำคัญของการสร้างกลไกในการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ต่าง ๆ เพื่อประสานงานในภาวะฉุกเฉินตามสถานการณ์ที่แตกต่างกัน และได้หารือในประเด็นสำคัญต่าง ๆ เกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร สาธารณสุข พลังงาน และการเงิน รวมถึงความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ได้มีการพิจารณาที่จะจัดตั้งระบบการชำระเงินดิจิทัลระหว่างประเทศสมาชิกบิมสเทค รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ และการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ

รัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทค ได้ย้ำถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการประสานงาน ในประเด็นระดับโลกและประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ ประกอบด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าบิมสเทค เทคโนโลยีด้านการเกษตร ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนเยาวชน และการฝึกอบรมด้านการทูต

รัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทครู้สึกยินดี เมื่อได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการจัดตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิว่าด้วยการกำหนดทิศทางของบิมสเทคในอนาคต เพื่อกำหนดแผนดำเนินการขององค์กร บนพื้นฐานของผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศสมาชิกและประชาชน

รัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทคเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ เป็นประจำ โดยหากเป็นไปได้ จะจัดในช่วงไตรมาสแรกของทุกปี ทั้งนี้ อินเดียได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีบิมสเทคครั้งต่อไปในห้วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติในเดือนกันยายน 2566

ทั้งนี้ ไทยเป็นประธานบิมสเทคหรือกรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล สำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation) วาระปี 2565 – 2566 ภายใต้แนวคิดการเสริมสร้างบิมสเทคสู่การเป็นภูมิภาคที่มั่งคั่ง (Prosperous) ยั่งยืน ฟื้นคืน (Resilient) และเปิดกว้าง (Open) หรือ ‘PRO BIMSTEC’ ภายในปี ค.ศ. 2030

‘เอรูน่า คาเฟ่’ ร้านกาแฟ สไตล์คาวาอิ ย่านบางชัน  มีมุมถ่ายรูปเพียบ เครื่องดื่ม อาหาร ของหวาน จัดเต็ม

A'RUNA CAFE - アルナカフェ หรือ ร้าน เอรูน่า คาเฟ่ ร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น น่ารักสดใส มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก โซนหน้าร้านมีป้ายรถเมล์แบบญี่ปุ่น ไฟจราจร ทางม้าลาย สวนจำลองสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมสะพานน่ารักตะมุตะมิ เหมือนอยู่ญี่ปุ่นจริงๆ ถ่ายรูปออกมาน่ารักสุดๆ

ส่วนด้านในแอร์เย็นฉ่ำ ตกแต่งมินิมอล โล่ง โปร่ง เน้นแสงจากธรรมชาติ นอกจากจะมีมุมถ่ายรูปให้เรา ถ่ายกันอย่างเพลิดเพลินแล้ว ที่นี่ก็ยังมีอาหารหลากหลาย ให้เราอิ่มท้องอีกด้วย

ที่นี่เมนูมีให้เลือกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานเดียว อาหารประเภทแกงกะหรี่ สลัด
เบเกอรี่ก็มีจัดเต็มตู้ไปหมด ไหนจะของทานเล่นอีกมากมาย เครื่องดื่มก็มีพร้อมเสริฟ มีทั้ง coffee/ non coffee เค้กโฮมเมดมีให้เลือกแบบเยอะมาก สายหวานถูกใจแน่นอน 

ใครกำลังมองหาร้านน่ารัก ไว้ถ่ายรูปอัพเดท ไม่ผิดหวังแน่นอน มาร้านเดียวได้ถ่ายรูป ได้กินอิ่ม ได้สนุกเพลิดเพลินกันทั้งวัน

ข้อมูลเพิ่มเติม
ที่อยู่ : ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพ
พิกัด : https://goo.gl/maps/TwV3LaRWNAefUnRFA
โทร : 098-551-1660
LINE : https://lin.ee/CGH3myU6

เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น.

19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงประกอบพระราชพิธีหมั้น กับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร (พระอิสริยยศ ณ ขณะนั้น)

วันนี้เมื่อกว่า 74 ปีก่อน ถือเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติ โดยเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (พระอิสริยยศ ณ ขณะนั้น) ทรงประกอบพระราชพิธีหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร (พระอิสริยยศ ณ ขณะนั้น) ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

จุดเริ่มต้นของการสืบสานความผูกพันของทั้งสองพระองค์ เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2491 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จจากเมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มายังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยการเสด็จครั้งนั้น มีหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ในฐานะเอกอัครราชทูต ให้การเฝ้ารับเสด็จฯ พร้อมด้วยครอบครัว

ทั้งนี้ หนึ่งในสมาชิกของครอบครัวที่ให้การเฝ้ารับเสด็จฯ ในครั้งนั้น มีหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ซึ่งเป็นบุตรีของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล เข้าร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ด้วย จึงเป็นที่มาของการที่ทั้งสองพระองค์ทรงได้พบกันเป็นครั้งแรก

ต่อมา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2491 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้เข้าเฝ้าฯ เยี่ยมพระอาการ และถวายการพยาบาลอย่างใกล้ชิดเป็นประจำ จึงกลายเป็นความรักความเข้าพระราชหฤทัยซึ่งกันและกัน และสืบสานความผูกพันมากขึ้นเป็นลำดับ

ราวเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2492 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้มีรับสั่งให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลไปเฝ้าที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนที่ในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 พระองค์จะเสด็จไปพบหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ที่โรงแรมที่พัก และทรงมีรับสั่งถึงเรื่องการหมั้น 

จากนั้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 จึงได้มีการประกอบพระราชพิธีหมั้นเป็นการภายใน ณ โรงแรมวินเซอร์ เมืองโลซานน์ อันเป็นที่พักของหม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงสวมพระธำมรงค์เป็นของหมั้นต่อหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ซึ่งพระธำมรงค์วงนี้ เป็นวงเดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงมอบต่อสมเด็จพระบรมราชชนนี ในพระราชพิธีหมั้น เมื่อปี พ.ศ. 2462 

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขานุการประจำพระองค์ ทำหนังสือแจ้งข่าวที่ทรงหมั้นมายังรัฐบาลไทย ซึ่งมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีในเวลานั้น รัฐบาลได้แจ้งประกาศข่าวอันเป็นมงคลนี้ให้พสกนิกรทราบ ยังความปลื้มปีติยินดีแก่เหล่าประชาชนชาวไทยถ้วนทั่วหน้ากัน

‘เป้ย ปานวาด’ เผย!! ‘น้องปาลิน’ ได้กลับบ้านแล้ว หลังเข้ารับการผ่าตัดต่อมอะดินอยด์-ทอนซิลโต

(18 ก.ค. 66) หลังจากที่คุณแม่ยังสวย ‘เป้ย ปานวาด บุญยรัตกลิน’ ได้ออกมาเปิดเผยทั้งน้ำตาว่าลูกสาวสุดทีรัก ‘น้องปาลิน’ ต้องเข้ารับการผ่าตัดต่อมอะดินอยด์และทอนซิลเป็นการด่วน

ล่าสุด ‘แม่เป้ย’ ก็ได้อัปเดตอาการของน้องปาลินและแจ้งข่าวดีว่าตอนนี้ ‘น้องปาลิน’ สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ผ่านอินสตาแกรมพร้อมระบุแคปชันว่า "น้องได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว เป้ยขอขอบคุณทุก ๆ คนจากใจนะคะ" ท่ามกลางพี่ ๆ ชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจน้องปาลินและคุณแม่เป้ยกันมากมาย

HP แบรนด์ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก  เตรียมย้ายกำลังการผลิตคอมฯ บางส่วนออกจากจีนมายังไทย

(18 ก.ค. 66) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่จากสหรัฐอเมริกาอย่าง HP ล่าสุดได้เตรียมย้ายกำลังการผลิตสินค้าบางส่วนออกนอกประเทศจีน โดยย้ายมายังประเทศไทย เม็กซิโก เวียดนาม เนื่องจากต้องการให้ห่วงโซ่การผลิตของบริษัทไม่สะดุด

Nikkei Asia รายงานข่าวว่า HP ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ได้เตรียมย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย และประเทศเม็กซิโก และบริษัทยังเตรียมขยายกำลังการผลิตในประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน รวมถึงทั่วโลกหลังจากนี้

สื่อธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่นได้รายงานว่า HP ได้ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ในการย้ายฐานการผลิตมายัง 2 ประเทศนี้ โดยในประเทศไทย HP เตรียมที่จะผลิต Laptop สำหรับตลาดผู้บริโภค ขณะที่ Laptop ที่จำหน่ายให้กับองค์กรต่าง ๆ จะใช้ฐานการผลิตที่เม็กซิโก นอกจากประเทศไทยแล้ว HP ยังเตรียมย้ายกำลังการผลิตมายังเวียดนามในช่วงปีหน้าด้วย

ในปีที่ผ่านมา HP ได้ขายเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไปมากถึง 55.2 ล้านเครื่อง และในจำนวนดังกล่าวมีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ผลิตนอกประเทศจีนอยู่ราว ๆ 3 ถึง 5 ล้านเครื่อง

สำหรับประเทศไทยนั้นมีซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่หลากหลาย ทำให้ HP ตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานการผลิตอีกแห่ง ขณะที่เม็กซิโกถือเป็นฐานการผลิตสินค้าสำคัญในอเมริกาเหนือ และยังมีข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาถือเป็นตลาดสำคัญของ HP เนื่องจากคำสั่งซื้อราวๆ 31% ขณะที่ตลาดในประเทศจีนนั้นมีสัดส่วนไม่ถึง 8% ของยอดขายของบริษัท เนื่องจากคู่แข่งอย่าง Lenovo รวมถึง Huawei ครองตลาดในประเทศจีนแทบเบ็ดเสร็จ

สาเหตุที่ทำให้ HP ต้องย้ายกำลังการผลิตบางส่วนออกนอกประเทศจีน บริษัทได้ให้เหตุผลเนื่องจากต้องการให้ห่วงโซ่การผลิตสินค้าของบริษัทมีความยืดหยุ่น เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของภาคการผลิต และต้องการที่จะตอบสนองลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก

นอกจากผู้ผลิตอย่าง HP แล้ว Dell ซึ่งเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อีกรายก็ได้เตรียมที่จะย้ายกำลังการผลิต 20% ของสัดส่วนการผลิตทั้งหมดมายังประเทศเวียดนาม รวมถึงเปลี่ยนผ่านการผลิตสินค้าที่พึ่งพาชิปจากประเทศจีนด้วย ขณะที่ผู้ผลิตรายอื่น เช่น Apple เองก็ตั้งเป้าที่จะกระจายกำลังการผลิตไปยังเวียดนามหรืออินเดียด้วย

อย่างไรก็ดีบริษัทได้กล่าวว่ายังให้ความสำคัญกับฐานการผลิตในเมืองฉงชิ่งของจีนอยู่ โดยฐานการผลิตนี้เปิดตัวในช่วงปี 2008 และเป็นฮับในการผลิต Laptop สำคัญของบริษัทด้วย

ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทหลายแห่งได้เตรียมการที่จะย้ายฐานการผลิต หรือแม้แต่ย้ายกำลังการผลิตออกนอกประเทศจีน หลังจากที่จีนได้ใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าทั่วโลก ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน และยังรวมถึงความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบกับการทำธุรกิจหลังจากนี้ได้

‘ดีเจเป้’ ปล่อยภาพร่วมเฟรม ‘เชียร์-ไฮโซบิ๊ก’  การันตีความรักแฮปปี้ ไม่ได้เลิกราตามข่าวลือ

ต้องบอกว่าเป็นประเด็นที่ทำเอาขาเมาท์ทั้งหลายฮือฮาตาลุกและสืบกันสนั่นเลยทีเดียวว่าคู่ไหน? หลังจากที่เพจดังอย่าง ‘เจ๊มอย 108’ ออกมาโพสต์ข้อความชวนเผือกว่า “มีคู่รักมาดเท่ เค้าอันฟอลกันอีกคู่ละนะ เนี่ยๆ จะมีคู่เลิกเงียบกันอีกละหรา ?”

ซึ่งหลังจากที่ได้เบาะแสดังกล่าวแล้วนั้น ก็ทำให้มีการพุ่งเป้าไปที่คู่ของนางเอกสาวสวยมาดเท่อย่าง ‘เชียร์ ฑิฆัมพร’ และแฟนหนุ่มนักธุรกิจอย่าง ‘ไฮโซบิ๊ก ธนพนธ์ เบญจรงคกุล’ เพราะสังเกตเห็นว่าทั้งคู่ไม่ได้มีการอัปเดตภาพคู่หวาน ๆ ให้ได้กดไลก์นานแล้ว อีกทั้งยังพบว่าสาวเชียร์ได้อัลฟอลโลว์หนุ่มบิ๊กแล้ว แต่ขณะที่ฝ่ายชายยังฟอลโลว์แฟนสาวอยู่

แต่ทว่าล่าสุด (18 ก.ค. 66) แฟน ๆ ต่างก็ใจชื้นไปตาม ๆ กัน หลังจากที่ทางด้าน ‘ดีเจเป้ วิศวะ’ ได้อัปเดตภาพสยบข่าวลือได้ดีไม่น้อย ด้วยการเผยภาพร่วมเฟรมกับ ‘เชียร์-ไฮโซบิ๊ก’, ‘ดีเจพุฒ-จุ๋ย วรัทยา’ และ ‘คิริน ไซมอน’ ลงอินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมกับเขียนแคปชันบอกว่า “อุ้ยๆ เจอคู่รักมาดเท่ มาดูหนังเรื่องเดียวกันเลยคับ Mission: Impossible - Dead Reckoning Part One”

ซึ่งหลังจากที่ได้เห็นโพสต์ดังกล่าวแล้วนั้น ก็ทำเอาเหล่าชาวเน็ตและแฟน ๆ แห่กดไลก์และคอมเมนต์กันสนั่น เช่น “สยบทุกข่าวลือในโพสต์นี้เลยค่ะ”, “ขอบคุณพี่เป้ตัวแทนหมู่บ้าน”, “ตัวแทนหมู่บ้าน”, “เหมือนเป็นยืนยัน”, “ขอบคุณพี่เป้”, “ชี้แจงหรออออ !!! น่ารักจังนะ”, “พี่เป้มาโปรด สบายใจ แยกย้าย”, “อุ๊ยๆๆ พี่เป้มาเฉลยแล้ว”, “เฮ้อออ..โล่งอกไปที ได้พี่เป้ มาโปรด”, “อุ๊ยๆๆๆ มีคนหน้าแหกจ้า”, “น่ารัก คู่รักมาดเท่”

และสำหรับกรณีที่พบว่าสาวเชียร์กดอัลฟอลโลว์อินสตาแกรมของแฟนนั้น ข่าวจากวงในก็เผยมาว่า เธอนั้นไม่ได้ฟอลโลว์ฝ่ายชายมาตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนที่ไม่ได้เห็นรูปคู่ในช่วงนี้ก็เนื่องจากว่าทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างโฟกัสการทำงานและทำหน้าที่ของตัวเอง พร้อมกับยืนยันว่า ‘เชียร์-บิ๊ก’ ยังรักกันดี ไม่ได้เลิกราหรือมีปัญหาตามที่มีข่าวลือแต่อย่างใด

‘กบ สุวนันท์’ แชร์ภาพเชฟน้อย ‘น้องณดา-ณดล’ ปลื้มใจ!! คนนึงชอบทำเค้ก อีกคนชอบทำกับข้าว

(18 ก.ค. 66) ช่วงนี้ ‘น้องณดา’ และ ‘น้องณดล’ ลูกสาวลูกชายสุดที่รักของนางเอกในตำนานอย่าง ‘กบ สุวนันท์’ และ ‘บรู๊ค ดนุพร’ อยู่ในช่วงปิดเทอม งานนี้แม่กบและพ่อบรู๊ค ก็มักจะพาลูก ๆ ทั้ง 2 ไปหากิจกรรมทำสร้างเสริมประสบการณ์ความรู้

โดยล่าสุดได้พาลูก ๆ ไปลองเรียนทำเบเกอรี่ พร้อมแชร์ภาพน่ารัก ๆ บอกเล่าเรื่องราวผ่านไอจีให้แฟน ๆ ได้ติดตามกันว่า…

“ทานข้าวเย็นกันมั้ยค้าา เด็กชายชอบทำกับข้าว เด็กสาวชอบทำเค้กค่าา วันนี้ณดาได้ทำเค้กกับพี่มะปรางด้วย ได้เค้กกลับบ้านกันคนละก้อน #ใครอ้วน #พ่อไงจะใครล่ะ #เชฟน้อยของแม่ #เลิฟยู”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top